ตอนที่ 5 ..................ร้ายเพราะเป็น "กรรม"

“แม่เค้าชอบแฟนเค้ามากก็เลยต้องแต่ง แต่ตอนนั้นเค้าไมได้รักแล้วก็ไม่กล้าบอกแม่ คบกันมานานไงก็เลยตามเลย แต่เค้าบอกว่ารักชั้น ชั้นคือคนที่เค้าค้นหา เราเข้ากันได้ทุกเรื่อง เค้าอยากหย่านะแต่ภรรยาเค้าท้องอยู่ และชั้นเองก็ไม่อยากให้เค้าหย่ากันด้วย ชั้นคบเค้านี่ยืนยันได้เลยว่าไม่ได้ต้องการแย่งสามีใคร”


(อันนี้จากที่สัญญาไว้ใจบทที่ 1 จะเฉลยผลตอนจบ ครั้งนี้มาเฉลยค่ะ เรื่องนี้ผ่านมาหลายปีแล้วนะคะ)


เพื่อนสาวการศึกษาสูงของฉันคนนี้ เธอมีพร้อมทั้งหน้าตา การศึกษา ฐานะ เธอเข้าขั้น “ไฮโซ” เลยทีเดียว เธอบอกว่า “ฉันไม่ได้ต้องการแย่งสามีใคร” Smiley


....ไม่ได้แย่งเพราะเธอ “แบ่งใช้” ต่างหาก เอาสามีเขามาใช้ มันมีเกียรติกว่า “แย่ง” ตรงไหนหรือ..


เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทำงานใหม่ๆ เธอได้พบกับ “พี่ชาย” จากหน่วยงานที่เธอต้องติดต่อด้วย เขาฉลาดระดับนักเรียนทุน เป็นหนุ่มไฟแรง ก้าวหน้าเร็ว เขาแต่งงานแล้วกับแฟนที่คบกันมานาน ภรรยาเขาก็เรียกได้ว่าเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม เป็นผู้หญิงเก่ง และนี่ อาจเป็นปัญหาหนึ่งแห่งความไม่ลงรอย หญิงเก่ง ชายเก่ง เก่งต่อเก่งชนกัน


"ปัญหาหนึ่ง” ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับชีวิตคู่ หากมันไม่ “ต่อยอดแตกปลาย” ลุกลามเป็นปัญหาต่อๆ ไป ด้วยความช่วยเหลือจาก “ปุ๋ยแห่งปัญหา” ที่เพื่อนฉันหยิบยื่นให้ครอบครัวนี้


“วันนี้แฟนพี่จัดบ้านใหม่ วุ่นวายอะไรก็ไม่รู้ต้องยกนั่นย้ายนี่อยู่ได้ คิดอะไรขึ้นมา ไม่เห็นสวยเลย” “เมื่อกี้แฟนพี่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาทำอาหาร ไม่ยอมให้แม่บ้านทำ ต้มๆ อะไรก็ไม่รู้เปื่อยๆ ไม่เห็นอร่อยเลย ก็งั้นๆ”


เพื่อนฉันเล่าให้ฟังถึงอาการ "หมดรัก” ของฝ่ายชายที่มีต่อภรรยา แต่ฉันอยากตบหน้าเขาคนนั้นมากๆ คนๆ นี้ไม่ให้เกียรติใครเลยจริงๆ ภรรยาที่กำลังท้อง ลุกขึ้นมายกย้ายข้าวของ ไม่คิดว่าเธอต้องการ “จัดบ้านเพื่อลูก” บ้างหรือไง และที่เธอทำอาหารเอง ไม่เข้าใจเลยหรือว่า “เธอทำอาหารสุขภาพเพื่อลูกในท้อง”


แล้วเธอผู้เป็นเพศแม่เช่นกัน ฟังแล้วไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือSmiley


จากนั้นฉันก็ไม่สนใจเรื่องของคู่นี้อีกเท่าไหร่ บอกตรงๆ บางทีฉันก็ “หลบหน้า” เพื่อนคนนี้ หลังจากที่เพื่อนฉันเข้ามีส่วนร่วมในชีวิตเขาแล้ว ไม่นานนัก ชีวิตคู่ของเขาก็จบลงด้วยการ “หย่า” ตรงนี้เธอก็ยังคงยืนยันว่าเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เขาหย่ากัน เธอบอกว่า “ชั้นบอกด้วยซ้ำว่าคิดให้ดีๆ จะเลิกกันทำไม ชั้นไม่ได้ต้องการให้เค้าเลิกกัน”


แต่เมื่อเขาหย่ากันเรียบร้อยแล้ว เธอบอกว่าโล่งใจ คิดว่าเธอและพี่ชาย จะได้เป็นเหมือนคนทั่วไปเสียที แต่เมื่อ “ผลไม้ต้องห้าม” หมดความหวาน เขาคนนั้นก็แสดงธาตุแท้ออกมา เธอพบว่าไม่ใช่เธอคนเดียวที่เป็น “รุ่นน้องคนพิเศษ” แต่กลับมีรุ่นน้องเช่นนี้อยู่ในแทบทุกหน่วยงานที่พี่ชายคนนี้ติดต่อ


สุดท้าย เมื่อเริ่มระหองระแหงมาก พี่ชายก็หาเรื่องบอกเลิกเธอ เลิกการติดต่อทุกทาง เธอก็เฝ้าติดตาม โทรตาม ดักรอ ทำทุกวิธีเพื่อให้ได้ “ปรับความเข้าใจ” กับเขา เธอเรียกว่าปรับความเข้าใจ แต่ฉันเรียกว่า “เธอไม่อยากเข้าใจ” เพราะเขาชัดเจนแล้ว เขาไม่ต้องการเธอแล้ว


จนมาวันหนึ่ง เธอมาหาฉัน ร้องไห้เสียงสั่นจนฉันฟังแทบไม่รู้เรื่อง เธอมาพร้อมข้าวของห่อใหญ่ บอกว่า “นี่ของมัน จะเอาไปคืน เอาไปขว้างบ้านมันให้หมด มันบอกว่าอยากได้ของมันคืน” เธอเล่าว่าในที่สุด “พี่ชาย” ก็ยอมติดต่อมา เพื่อ”ขอของพี่คืนทั้งหมดด้วย” แสบไหมล่ะคะ คนน่ะไม่เอา แต่จะเอาของคืน!!


ฉันบอกเธอว่า “ก็ให้มันมาเอาเองสิ” เธอตอบว่าเขาไม่ยอมมา เพราะกลัวเธอจะเซ้าซี้รังควาน หากแต่ให้เธอเอาของไปฝากไว้ที่ ๆหนึ่ง เธอโกรธมากจึงตัดสินใจจะเอาไปเขวี้ยงถล่มบ้านเขาซะเลย ฉันถามว่าถ้าอยากจะคืนจริงๆ ทำไมไม่เอาไปคืนเขาดีๆ ฝากคนที่เขาบ้านไว้ก็ได้??


นาทีนั้นเธอก้มหน้า ไม่สบตาฉัน กล่าวเสียงอ่อยๆ ว่า “ไม่ได้หรอก แม่เขาไม่ชอบฉัน หาว่าฉันไปทำครอบครัวลูกชายเขาแตกแยก ฉันเหยียบบ้านเขาไม่ได้เลย แม่เขาห้าม แม้แต่ยามหน้าบ้านเขาก็ถูกสั่งไว้ไม่ให้ฉันเข้าไป” ฉันรู้ว่าน้ำตาหยดนี้ขณะที่พูดประโยคนี้ มาจาก “ความอาย” เพื่อนฉันไร้ศักดิ์ศรี ขนาด “เหยียบ” บ้านคนๆ นึงไม่ได้แล้วเหรอนี่ ขนาดว่าผู้ชายอยากได้ของคืนแต่ไม่กล้ามาเอาเพราะรังเกียจเพื่อนฉันว่าจะตามตื๊อให้รำคาญ "ศักด์ศรี” ของเธอแทบไม่มีแล้วในสายตาคนพวกนั้น


ใครทำลาย “ศักดิ์ศรี” ของเธอSmiley


*ณ ปัจจุบัน เพื่อนคนนี้ คงยังไม่สิ้นกรรม ชีวิตเธอยังคงวนเวียนกับ “พี่ชาย” ซึ่งนานๆ ครั้งก็แวะมี "ตักตวง” บางอย่างจากเธอสักที แล้วก็หายไป แล้วก็วกมาใหม่เป็นครั้งคราว พี่ชายเองก็ยังคงมีสาวๆ ของเขาอยู่เรื่อยๆ (แล้วคุณจะตกใจ สาวๆ แต่ละคนของพี่ชาย ไม่ใช่ภาพ “เมียน้อยนางบำเรอ” อย่างในละครสักคน แต่ละคนสวย เก่ง พื้นฐานดีๆ ทั้งนั้น พี่ชายรสนิยมดีไม่เคยเปลี่ยน) ไม่ใช่ว่าเพื่อนฉันไม่มีทางเลือก หนุ่มๆ ต่างถลาเข้าใส่เธอมากมาย แต่เธอคงยังไม่ “สิ้นกรรม” จึงยังไม่มีดวงตาจะมองเห็นธรรมอื่น


นอกจากยังคงวนเวียน “ชดใช้” กรรม ให้กับพี่ชาย!Smiley


*เรื่องนี้ทำให้ฉันเห็นซึ้งถึง “กฎแห่งกรรม” ได้เป็นอย่างสว่างเลยค่ะ ผ่านมานานหลายปีแล้ว เพื่อนฉันคนนี้ ยังชดใช้ไม่หมด ยังคงวนเวียนอยู่กับความเจ็บปวด การร้องไห้ การถูกแย่งของรักซ้ำๆ ต้องประสบกับความไม่ใยดี และความทรมานใจ ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่เลย






Create Date : 25 ตุลาคม 2552
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 18:44:40 น.
Counter : 485 Pageviews.

2 comments
: เปลี่ยน : กะว่าก๋า
(23 ก.ย. 2565 05:36:34 น.)
ลอยอังคาร ลอยกระดูกคนเสียชีวิตแล้ว ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ฟรี กลิ่นแห่งความสุข
(19 ก.ย. 2565 05:18:54 น.)
18 ก.ย. โต้ง แม่ และจอร์จไปโบสถ์ comicclubs
(18 ก.ย. 2565 13:59:40 น.)
: การเดินทาง คือ การค้นพบ : กะว่าก๋า
(17 ก.ย. 2565 06:24:50 น.)
  
เราก็เพิ่งเลิกกับแฟน
เลิกแบบงงๆ กับคำที่เขาบอกว่า "ไม่รักเราแล้ว"
แต่เรานี่สิ ยังรักเขาอยู่ Y_Y
แล้วเขาก็เป้นคนดีจริงๆ ไม่เคยทิ้งเราเลย ถึงแม้จะรักเราได้แค่เพื่อน
ก็ต้องค่อยๆพยายามเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันให้ได้

มาถึงตรงนี้เรารู้สึกชื่นชมคนที่ รักคนอื่นข้างเดียว หรือรักแบบไม่มีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องรักเรามากๆเลย
คนเหล่านั้นจะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง และเราก็จะพยายามที่จะเข้มแข็งขึ้นในทุกๆวัน

และสิ่งหนึ่งที่เรารู้และต้องทำมันก็คือ เราจะทำกรรมที่ดี
บางครั้งเราอาจจะห้ามความคิดเราไว้ไม่ทัน
แต่เราสามารถเลือกที่จะทำในสิ่งที่ดีได้
เราไม่อยากทำให้คนอื่นเป็นทุกข์เพราะเรา เพราะทุกข์เหล่านั้นเราก็ผ่านมันมาหมดแล้ว และมันเจ็บจริงๆ

ยาวไปหน่อย
แต่เราชอบคุณ love actually is... มากๆเลยนะ
ทั้งเวลาตอบกระทู้ แล้วก็เขียนบทความ
ดีใจที่มีคนที่เข้าใจ และคอยอยู่เคียงข้าง เพื่อน เสมอแบบนี้ค่ะ ^_^
โดย: หมี่เหมียว วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:34:05 น.
  
เขียนได้น่าอ่าน.. น่าติดตามมากกก
โดย: kom-kom (kom-kom ) วันที่: 25 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:13:37 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Love-actually-is.BlogGang.com

Love Actually is..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]