กรรม ตามทัน กรรมของความรัก ....
เป็นกระทู้แนะนำในสวนลุมค่ะ

ยาวมากๆจะตัดเฉพาะที่เจ้าของกระทู้เล่านะคะ

กรรม ตามทัน กรรมของความรัก //www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4341474/L4341474.html


### กรรม ตามทัน กรรมของความรัก 2 ### //www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4350940/L4350940.html

### กรรม ตามทัน กรรมของความรัก 3 ### อวสาน
//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4357654/L4357654.html




ผมมีเรื่องราว อยากจะเตือนใจเพื่อน ในห้องนี้ เกี่ยวกับ การผิดหวังในความรัก แล้วตัดสินใจทำอะไรไป ถึงมันจะมีเหตุผลก็ตาม แล้วมันจะย้อนคืนมาถึงตัวเราเอง

ที่ผม เรียกมันว่า "กรรม ของ ความ รัก"

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 04:41:40 ]


ความคิดเห็นที่ 1

เรื่องเริ่มต้น จาก ผมเป็นผู้ชายธรรมดา คนนึง ที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีความสมบูรณ์ อยู่พอตัว คือ พอมีพอกิน พ่อแม่ อยู่กันครบ

แต่ พ่อ และ แม่ของผม ประกอบ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะ จะอยู่ ต่างจังหวัด ซะส่วนใหญ่ ผมได้รับการสั่งสอนมาให้ดูแล ตัวเอง ผมก็สามารถ ทำอะไรเองตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่า ที่บ้านผม ก็จ้างแม่บ้านเหมือนกัน ซึ่งผิดกับ พี่ชาย และ น้องชายผม ผมทำเองเกือบหมด เช่น ซักผ้า รีดผ้า เอง ถูพื้น เก็บกวาด แต่ผมจะทำเฉพาะ ส่วนที่ผมรับผิดชอบ คือห้องนอนของผมเอง หรือ เสิ้อผ้า ก็เป็นของผมเอง

แล้ว ชีวิตผม ก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด คือ สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้มาตลอด ไปสมัครเรียน ต่อ ม.1 ยันมหาวิทยาลัย เรียนกวดวิชา ตัดสินใจ เลือก คณะ ตัดสินใจเองทุกอย่าง

และ ผมก็ได้เจอกับ แฟนคนแรกของผม ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ปีแรก ซึ่งเธอเองก็ไม่ต่างจากตัวผมเท่าไหร่ ทั้ง ฐานะ และ การเลี้ยงดู คือ สามารถ ช่วยตัวเองได้ทุกอย่าง แล้วเราก็ตัดสินใจ คบกันเป็นแฟน ซึ่งก็มองดู เป็นแบบ เด็กมหาวิทยาลัย ทั่วๆไป

ผมคบกับ แฟนมานานพอสมควร เกือบ 10 ปี ได้ ถ้าไม่ได้มีปัญหากันซะก่อน ปีที่แล้วก็จะครบ 10 ปี จริงๆ ก่อนหน้านี้ ผมวางแผนที่จะแต่งงานกับเธอ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมกับเธอตกลง ซื้อบ้านกันไว้ก่อนที่จะแต่งงาน เพราะว่า บ้านที่ไปจองไว้ เงินดาวน์ ค่อนข้างสูง จึงต้องผ่อนดาวน์ ไปเรื่อยๆ จนบ้านใกล้เสร็จ หรือโอนได้ ซึ่งผ่อนดาวน์ไปไม่ถึงปี ก็มีปัญหาซะก่อน

เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อผมต้องหาเงินมากขึ้น เพื่อบ้านที่ตัดสินใจซื้อร่วมกัน จึงต้องหางานทำมากขึ้น ซึ่งก็พอดีกับที่บ้านผม มีโปรเจ็คใหญ่เข้ามาพอดี อยู่ต่างจังหวัด ช่วงนั้นผมก็ต้องขึ้นลงต่างจังหวัด เป็นว่าเล่น ส่วนงานประจำ ซึ่งเป็นงานกะ สามารถที่จะวางแผนลาหยุด ค่อนข้างสะดวก เพราะเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยมีปัญหาอะไร จึงค่อนข้างทุ่มให้กับงานมากๆ ทั้งสองที่ สิ่งที่ตามมาก็คือ ไม่มีเวลาอยู่กับแฟนเหมือนแต่ก่อน

แรกๆก็คุยกันว่า มันจะดีแล้วเหรอ เหมือนเราขาดหายเวลาช่วงนี้ ไป ผมก็ได้แต่ปลอดเธอว่า เอาน่า ทนหน่อย คงไม่ถึงปีหรอก ผมลืมเล่าไปว่า แฟนผม ก็ทำงานโรงแรม 5 ดาวแห่งนึง ซึ่ง งานบริการ ก็คงเข้าใจกันนะครับ ว่าเครียดขนาดไหน เวลาเครียด แฟนผมมักอยากจะให้ผมพาไปทำในสิ่งที่เราสองคนชอบ ดูหนัง บางวันที่หยุดพร้อมกัน ดูวันเดียว 4 เรื่องเลยก็เคยมี

เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 เดือน ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้น แฟนผมเริ่มติดเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน เหตุเพราะ เพื่อนๆเข้าใจในปัญหาเพราะทำงานที่เดียวกัน มีเจ้านายคนเดียวกัน คุยกับผมแล้ว ผมไม่ค่อยเข้าใจ ได้ปลอบแล้วก็ให้ทำใจเย็นๆ อย่างเดียว ไม่สามารถ คุยลายละเอียดได้ ผมก็ยอมรับกับเธอตรงๆ ว่าให้ปรึกษาเพื่อนๆบ้างก็ดี

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 05:00:53 ]


ความคิดเห็นที่ 2

และแล้ว มันก็เกิดขึ้นจริงๆ ความใกล้ชิด ของเพื่อนผู้ชายคนนึงในกลุ่มเธอนี้เอง ซึ่งตัวผมเองก็เคยเจอด้วย ซึ่งตอนแรกๆ เธอก็จะเล่าให้ผมฟังหมด ทางโทรศัพท์ ว่าไปไหนมาบ้าง มีปัญหาอะไร แล้วปรึกษาเพื่อนคนไหน เพื่อนๆแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง

ขนาดมีข่าวใน ที่ทำงาน ว่าเธอ กับเพื่อนผู้ชายคนนั้น เป็นกิ๊ก กัน เธอก็ยังขอร้องให้ผมเป็นคนไปยืนยัน กับแฟนของเพื่อนผู้ชายคนให้หน่อย ผมเองก็ตอบตกลง แต่ด้วยความไม่ค่อยมีเวลา ก็เลยไม่ได้ไป เพราะว่าไม่ได้นัดกันอย่างจิงๆจังๆ จนเรื่องก็ผ่านไป หายไปเฉยๆ

หลังจากนั้น ก็พบว่า เธอก็เครียดขึ้นมากขึ้นทุกๆวัน จนบางครั้งผมทนไม่ได้ ต้องลงมาจากต่างจังหวัด เพื่อไปหาเธอที่บ้าน แล้วเธอก็ดีขึ้น แต่ก็ยังมีเหตุการณ์อย่างนี้ อีกเรื่อยๆ จนเธอเริ่มไปเที่ยวกลางคืนมากขึ้น กับเพื่อนกลุ่มนี้ และก็มีเพื่อนผู้ชายเธอคนนี้ไปด้วยทุกครั้ง แต่เธอก็จะรายงานผมตลอดว่า ไปเที่ยวที่ไหน ใครไปบ้าง

พอเธอไปเที่ยวบ่อยขึ้น ก็ไม่ค่อยกลับบ้าน บอกว่า ไปค้างหอเพื่อนผู้หญิงคนโน้นที คนนั้นที แรกๆ ผมก็เชื่อใจ เพราะรักเค้ามาก และก็ยังเชื่อมั่นในความรักของแฟนที่มี่ต่อ ผม ก็เลยไว้ใจ แต่ทางบ้านของเธอก็โทรมาบ่นกับผม ให้ช่วยพูดให้หน่อยว่า อย่าไปนอนที่หอเพื่อนบ่อยๆ เกรงใจเพื่อนบ้าง แต่เธอก็อ้างว่า เค้าสนิทกันมากแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ผมก็ยังเชื่อใจเธอ

พองานที่ต่างจังหวัดของผม เริ่มที่จะเบาลง ใกล้จบแล้ว ผมก็มีเวลามากขึ้น ก็เลยจะกลับมาใช้เวลากับ เค้าให้มากขึ้น แต่ก็พบว่า เธอก็จะให้เหตุผลว่า ติดเพื่อนไปแล้ว แต่ก็จะพยายามกลับมาเหมือนกัน เพราะเราก็วางแผนกันไปไกลแล้วเหมือนกัน

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 05:12:49 ]


ความคิดเห็นที่ 3

แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีก เธอก็ดูเหมือนจะไม่ดีขึ้นเลย ไม่กลับมาเหมือนก่อน ทั้งที่ ผมไม่ต้องไปต่างจังหวัดแล้ว ผมเริ่มเกิดความสงสัย เลยขอไปเที่ยวมั่ง เธอก็ให้มาเลย ผมก็ไปบ้าง ไม่บ้าง แล้วแต่โอกาส แต่ว่าทุกครั้งที่ผม ไปเที่ยวกลางคืนกับเธอ ก็จะไม่เจอผู้ชายคนนั้น แรกๆก็ไม่ค่อยสังเกต มานึกได้ตอนหลังที่จะรู้ความจริง

ความมีพิรุธก็เกิดขึ้น เมื่อเธอเริ่มไม่กลับบ้านบ่อย ทำอะไรตามใจตัวเองบ่อยๆ แม้เรื่องงานของเธอก็ยังมีปัญหาอยู่ดี จนในที่สุด ก็ทะเลาะกัน เรื่องไม่ค่อยกลับบ้าน ผมได้คุยกับที่บ้านเธอ ก็เครียดจนผมต้องพูดกับเธอจริงๆจังๆ แต่เธอเองก็โตพอที่จะบอกว่า เธอดูแลตัวเองได้ อย่าทำเหมือนเธอเป็นเด็ก ประมาณนั้น

เหตุการณ์เริ่มแย่ลง วันนึงผมชวนเธอไปดูหนัง เธอก็ไป โดยวันนั้น รถผมไม่ว่าง จึงต้องใช้รถบ้านเธอ ซึ่งก็ตกลงว่า ดูหนังเสร็จผมก็ไม่อยากให้เธอขับรถกลับบ้านคนเดียว จึงบอกว่า จะไปนอนที่บ้านเธอ คือ กลับบ้านเธอพร้อมกันเลย ผมคบกับเธอแบบ เข้านอกออกในบ้านเธอได้สบาย ที่บ้านเธอยอมรับผมมาตั้งนานแล้ว แต่แล้ว ในโรงหนังมีโทรศัพท์ เข้ามา ซึ่งผมบอกให้เธอปิดโทรศัพท์ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงแล้ว แต่เธอก็เลือกที่จะเปิดสั่น แล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามา เธอก็จะเดินไปรับข้างนอกโรง

ผมจึงคิดว่า มันต้องไม่ธรรมดา แล้ว จึงตัดสินใจคุยกับเธอ หลังจากหนังจบ แต่เธอไปไวกว่าผมอีก เธอบอกให้ผมกลับบ้าน เธอจะไปหาเพือนเธอ เพื่อนเธอกำลังมีปัญหาอยู่ ผมอึ้งเลย อึ้ง โครตๆ

ผมเลยบอกว่า มีปัญหาอะไรมากขนาดนี้เลยเหรอ มีอะไรให้ช่วยมั้ย ผมกับเธอจะเป็นคนที่ให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอ ตลอดระยะเวลาที่คบกันมา ไม่ค่อยจะก้าวก่ายเรื่องของแต่ละคน ส่วนใหญ่จะบอกกันออกมาเอง ไม่ต้องถามกัน แต่ เธอกลับให้เหตุผลว่า ผมไม่เข้าใจหรอกไปก็ไม่มีประโยชน์ อะไร ให้เค้าจัดการปัญหาของเค้าเอง แต่ขอร้องให้ผมกลับบ้านเถอะ แล้วเธอจะโทรไปหา

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 05:25:54 ]


ความคิดเห็นที่ 4

ความรู้สึก งง มึน ทำให้ผม ไม่ได้คิดอะไร ได้แต่ลงรถแล้วปล่อยให้เธอขับจากไป แล้วก็โบกมือเรียกรถแท็กซี่ แบบไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน

"พี่ พี่ครับ ไปไหนครับเนี่ย"

"อุ้ย ลืมไป ขอโทษที ครับพี่ ไป........................."

มันมึนครับ มึนมาก ว่าเรื่องมันได้เกิดขึ้นกับผมแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ที่โรงหนัง ผมก็เลยจำเป็นต้องสืบเรื่องราวเอง โดยที่ก็ยังเกรงใจ แฟนอยุ่ว่า ถ้ารู้ว่าเราสืบ เธอต้องไม่พอใจ และหาว่าผมไม่ให้เกียริตเธอแน่นอน แต่ผมก็ต้องทำ ก็เริ่มโทรไปคุยกับเพื่อนผู้หญิงบางคนของเธอที่ผม พอจะรู้จักบ้าง แต่ทุกคนก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่มีอยุ่คนนึง บอกออกมาแบบน่าสงสัย

จากนั้นมา ผมก็ยังไม่สืบอย่างเชิงลึก ตัดสินใจ ถามจากปากของแฟนผมก่อน ว่ามันมีอะไรมากเกินไปหรือยัง เพราะยอมรับ ว่าตอนนั้น ยังมีความเชื่อใจแฟนอยู่ ว่ามันอาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่เค้าต้องทำอย่างนี้ เพราะตลอดเวลาที่คบกันมา ทุกๆอย่าง จะทำอย่างมีเหตุและผล และคุยกันมาตลอดทุกๆเรืองจริงๆ

ผมลืมบอกไปครับ ว่า โทรศัพท์ที่เธอใช้นั้น เป็นชื่อผม ผมสามารถขอลายละเอียดการโทรได้ตลอด แต่แรกๆ ผมก็ยังไม่ทำ พยายามทำทุกสิ่งให้มันดีขึ้นดีกว่า พูดคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า แต่แล้วก็ไม่ได้คำตอบที่มีเหตุผลเหมือนแต่ก่อน

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 05:36:43 ]


ความคิดเห็นที่ 5

จนผมทนไม่ไหว จึงตัดสินใจ ต้องสืบแล้ว

ผมโทรหาเพื่อนผู้หญิงคนนึงที่ตอบอย่างน่าสงสัยในวันนั้น ซึ่ง เธอก็ยอมบอกทุกอย่างกับ เพราะเธอยอมรับว่า ไม่แน่ใจเรื่องแฟนผมเหมือนกัน ว่าจะเป็นจริงหรือป่าว ที่เค้าเป็นมากกว่า กิ๊กกันแล้ว เพราะตัวเพื่อนเองก็รับรู้เรื่องราวของผม กับ แฟนตลอด ว่าวางแผน ซื้อบ้าน แต่งงาน เป็นรูปเป็นร่าง จริงๆ

เธอยอมเล่าทุกเรื่องที่ผมถาม ผมถามว่า ไปเที่ยวกันมีผิดสังเกตบ้างไหม ก็ตอบว่า ก็มีบ้าง แบบแซวกันเล่นๆ ประมาณนี้ แต่ในกลุ่มก็เริ่มมีสงสัยกันบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดกันออกมา ส่วนเรื่องไปนอนหอเพื่อนเนี่ย ก็มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่เค้าไปนอน บ่อยมาก แต่ว่ามันเป็นหอเดียวกับที่ อ้ายเพื่อนผู้ชายมันนอนนะสิ เพราะตอนกลับจากเที่ยวทุกครั้ง ก็จส่งกันแค่ข้างล่างหอ จะขึ้นไปสามคน แล้วก็ไม่รู้ว่า ใครนอนห้องไหนกันบ้าง

ผมจึงโทรไปหา เพื่อนผู้หญิงที่อยู่หอเดียวกัน ในวันที่แฟนผมไม่กลับบ้าน ก็ได้คำตอบที่กุกๆกักๆ ว่ายังไม่ได้เค้ามาเลย วันนี้ ตัวเค้าเองไม่ได้ไปกับพวกเพื่อนๆ พอมาถึงตรงนี้ ผมจึงเชื่อไปกว่า 50% แล้ว ด้วยความที่เป็นคนไม่เชื่อข่าวลือมาก่อน ต้องหาคำตอบด้วยตัวเองก่อน จึงจะเชื่อ เลยลอง ถามกับเพื่อนผู้หญิงคนแรก ว่า เค้าคิดว่า เป็นจริงใช่มั้ย เค้าก็ตอบว่า น่าจะสัก 80% ขึ้นไป

ความเศร้าเข้ามาเยือน เพราะ ว่า ขนาดเพื่อนเค้าเอง ยังเชื่อขนาดนี้ ความเสียใจหลั่งไหลเค้ามา คิดกับตัวเองมากเลยว่า สิ่งที่ทำที่เหนื่อยมากๆนี่ เพื่อเราทั้งสองคนนะ ทำไมทำกันอย่างนี้ มันมีเหตุผลอะไร

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 05:47:50 ]


ความคิดเห็นที่ 6

ความน้อยใจ ความอ่อนแรง กำลังใจ หายไปหมด ที่เข้ามามีแต่คำถาม คำถาม แล้วก็ คำถาม ว่าทำไม อย่างโน้น อย่างนี้

ผมทนไม่ไหว จึงถามเธอตรงๆ เลย ว่ามีอะไรกับเค้าแล้วใช่ไหม

ก็ยังปากแข็ง

(ลืมบอกไปว่าผมตกลง กับเพื่อนผู้หญิงของแฟนผมว่า ไม่ต้องไปพูดกับแฟนผมหรือใครก็ตามในกลุ่ม ผมต้องการให้ เธอพูดออกมาจากปากของเธอเอง แล้วผมก็จะไปบอกว่า ผมมาถามข้อมูลจากเพื่อนเธอเอง)


บอกว่า ไม่มีอะไร เป็นแค่ เพื่อนที่สนิทมากๆ เลย ในกลุ่ม สามารถคุยกันได้ทุกเรื่องเลย อยากให้ผมเข้าใจเธอด้วย สำหรับผม ยังไง เค้าก็จะแต่งงานกับผมแน่นอน ให้ไว้ใจเธอ

ตัวผมเองยอมรับว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป รู้สึกหมดแรงจริงๆ จึงต้องตัดสินใจ ขอข้อมูลโทรศัพท์ มาดู แล้วก็พบว่า บางทีไม่ต้องได้ยินจากปากของเธอก็ได้ ข้อมูลโทรศัพท์มันก็ฟ้องแล้ว เพราะผมรวมเวลาการโทร เบอร์ที่บ่อยที่สุด ซึ่งน่าจะเป็นเบอร์ผม แต่กลับเป็นเบอร์ของ "คนนั้น"
เฮ้ออออออออออออออออออออออออออ

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 05:59:40 ]


ความคิดเห็นที่ 26

ต่อจาก ที่ผมเสียใจ กับการเช็ค การโทรของแฟนผมอยู่นั้น มันเจ็บปวดมากๆ ไม่อยากจะพูดเรื่องราวนี้ ให้กับใครฟัง ไม่ว่าจะที่บ้านของเธอ ที่บ้านของผม เพื่อนๆสมัยมหาวิทยาลัย ที่สนิทกัน ทั้งกับผมและ แฟนมากๆ เหตเพราะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย แฟนผม ค่อนข้างเพื่อนน้อยมากๆ (เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกับแฟน) ส่วนใหญ่แฟนผมจะอยู่กับผมตลอด แล้วก็จะสนิทกับเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกับผม แล้วเธอเองก็ยอมรับว่า อยากเจอเพื่อนอย่างนี้มั่ง เพราะว่าเพื่อนเธอที่เรียนด้วยกัน ดูเหมือนคบกันเพียงผิวเผิน ผมเองก็ไม่เป็นไร ก็ให้สนิทกับเพื่อนผมไปเลย บางคนจะสนิทกับแฟนผม มากกว่า ผมเสียอีก บางครั้งเพื่อนผมโทรมาหาผม แต่ถามว่า แฟนผมอยู่ไหนจะคุยด้วย ผมก็ยังงงๆเลย แต่ก็ไม่มีอะไร เพราะเพื่อนผมที่สนิทกับแฟนผม จะเป็นผู้หญิงด้วยกัน

ผมก็เข้าใจในการที่เธอได้เจอกับเพื่อนกลุ่มนี้ ซึ่งคล้ายๆกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของผม ผมจึงยอมให้แฟนผมมีเวลากับเพื่อนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ผมเองก็ยอมรับว่า รักแฟนผมมาก ถ้าหากจะเป็นอย่างนั้นที่ผมคิดจริงๆ ผมคงอยากจะเก็บมันไว้คนเดียว ไม่อยากให้ใครรู้ จนกว่าความจริงจะบอกของมันเอง

ด้วยความที่ต้องอยู่คนเดียว ค้นหา สืบเรื่องราวว่าเป็นมาอย่างไร ก็ทำให้เครียดหนัก งานการก็ไม่เป็นอันทำ แต่ดีหน่อย เพราะว่างานประจำที่ผมทำอยู่ มันเป็นงาน รูทีน คือประมาณว่า แบกอัพข้อมูล ค้นหาข้อมูลให้กับลูกค้า อะไรประมาณนี้ ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่นัก นี่ถ้าผมเป็นโปรแกรมเมอร์ หรือ ทำงานที่ต้องคิดอยู่ตลอดเวลามากกาว่างานที่ทำอยู่แล้วละก็ ผมคงต้องไปเช็คสมองแน่

ทำให้ผม ตัดสินใจ เที่ยวครับ พร้อมกับสืบไปเรื่อยๆ แต่ผมบอกกับตัวเองว่า ถึงจะสืบจนเจอคำตอบแล้ว ว่ามั่นใจ 99.99 % ผมก็จะต้องได้ยินจากปากของเธอ ถึงจะยอมจบเรื่องราว ไม่ว่าจะให้อภัยเธอหรือไม่ แต่เธอต้องบอกกับผมเอง

แต่นี่แหละครับ จุดเริ่มต้นของ กรรมของความรักที่ผมตั้งเป็นชื่อเรื่อง จุดเริ่มต้นที่ผมตัดสินใจ ปล่อยตัวไปเที่ยวเล่น เมาไปทุกๆที่ มีเพื่อนเก่าบ้าง ใหม่บ้าง เจอกันที่เที่ยวบ้าง เพราะผมรู้สึกว่า ถ้าผมจะเที่ยวบ้างเพื่อหาความสุข มันก็เป็นสิทธิของผมแล้วที่สามารถทำได้

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 14:57:26 ]


ความคิดเห็นที่ 27

แล้วผมก็มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิต จากที่ไม่เป็นคนเจ้าชู้มาก่อน เพราะรักเธอมาก เพื่อนสมัยเรียน เคยชวนไปเที่ยว อาบอบนวด ยังปฏิเสธ ไปง่าย ๆ เหตผลเพียงแค่ ผมรักแฟนผม ไม่อยากให้เธอเสียใจ เพราะผม ไม่ค่อยปิดบังอะไรเธอ อยู่แล้ว จะบอกทุกๆอย่างกับเธอ

แต่ด้วยการที่ผม ไม่เคยเป็นคนเจ้าชู้มาก่อน ผมก็เลยไม่ได้เป็นคนเข้าหาผู้หญิงก่อน แรกๆ จะมีผู้หญิงเข้ามาก่อน ผมก็ตามน้ำไปเรื่อยๆ จนมีความสัมพันธ์ อย่างที่เข้าใจ ที่ผมไม่ได้คิดอะไรมาก ด้วยเพราะเหตุผล ที่เธอทำกับผมได้ แล้วทำไมผมจะทำไม่ได้ ผมก็เลยคิด ประชดไปเลย แล้วกับที่ผม เป็นคนที่ทำอะไรด้วยตนเองมาตลอด มีปัญหาก็จะแก้ปัญหาด้วยตนเองตลอด ที่บ้านผม จะรับรู้เฉพาะสิ่งที่ผมทำอยู่ ปัญหาของผมจะไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟัง ผมคิดว่า ผมแก้ปัญหามันได้ บวกกับ ผมไม่อยากเล่าให้เพื่อนๆ ฟังด้วย ก็เลยทำให้ตัดสินใจอะไรไปง่ายๆ

จากที่แรกๆ ผู้หญิงเข้ามาเอง แล้วก็ผ่านไป ต่อมา ก็เป็นผมเองที่เข้าไปหาบ้าง แล้ว คนแล้วคนเล่า แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แล้วผมก็ป้องกันทุกคน และหนึ่งในนั้น ก็มีผู้หญิงคนนึงที่ หน้าตาค่อนข้างดี หน้าที่การงานก็ใช้ได้ ซึ่งผมเห็นเธอมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจ ด้วยเหตผล ของความรักของผม และ เธอเองก็มีคนจีบเยอะเหมือนกัน เพราะว่า เธอทำงานที่เดียวกับผม

ด้วยความที่ผมไม่ได้คิดมากอะไร ก็เลยลองหยอดดูว่า เธอจะสนใจคนอย่างผมบ้างหรือเปล่า โดยแรกๆ ยอมรับว่าไม่ได้ จีบหรอก ถ้าเธอไม่ได้สนใจ ผมก็จะไม่สานต่อ แล้วผมก็ทำกับผู้หญิงทุกคนอย่างนี้ ทุกคนที่ผ่านเข้ามา เพราะผมเป็นคนไม่ชอบตื้อ แต่ว่า เธอเอง (ผมขอเรียกเป็นนามสมมุติว่า "กิ๊ก" ละกัน) ก็ให้ความสนใจผมอยู่เหมือนกัน ผมเองก็ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งมาจากที่จริงๆ แล้วกิ๊กเองก็มีปัญหา เรื่องความรัก และครอบครัว เธอเอง แต่ว่า กิ๊กเองก็ยังไม่ได้แต่งงาน

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 15:19:26 ]


ความคิดเห็นที่ 28

จนเมื่อเริ่มคุยกัน ก็เปิดอกกัน ทุกเรื่อง เพราะว่าเราก็โตๆกันแล้ว แต่ว่า กิ๊กจะอายุน้อยกว่าผม ประมาณ 4-5 ปี เห็นจะได้ โดยเฉพาะ เรื่องความรักของเธอ และของผม ก็คือแลกเปลี่ยนกัน ตัวเธอเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนที่จะคุยได้ลึกซึ้งเท่าไหร่ และเธอเองเป็นคนนิสัยไม่ค่อยชอบพูดเรื่องปัญหาของตัวเองให้ใครฟัง ซึ่งมันตรงกับนิสัยผมอยู่พอดี

แต่เมื่อได้ไปเที่ยวกันแรกๆ กิ๊กเองก็ยอมรับว่า งง มากที่ผมเข้าไปชวนเธอ เริ่มอยากที่จะรู้จักเธอ เพราะเธอเองก็เห็นผมมานานแล้ว แต่ไม่เคยคุยกันเลยสักคำพูดเดียว แม้แต่มองหน้าทักทาย จนเธอก็ยังบอกว่า ผมเพิ่งเข้ามาทำงานหลังจากเธอ หรือเปล่า แต่จริงๆ ผมทำงานก่อนเธอประมาณ 3 ปี แล้ว เธอเพิ่งเข้าทีหลังผมเอง แต่เธอก็ทำงานมาได้ 1 ปีแล้ว ไม่รู้ว่างง กันหรือเปล่า

จากนั้น ความสัมพันธ์ก็เริ่มมีมากขึ้น จากที่ไปเที่ยวกลางคืนกัน บ่อยๆ ก็มีไปดูหนัง ฟังเพลงบ้าง แต่ผมก็ยังงง กับตัวเองเหมือนกันว่า ผมเองเป็นคนธรรมดา หน้าตาก็ไม่ได้ดีอะไร แต่ก็ไม่น่าเกลียด แต่ทำไมเธอให้ความสำคัญกับผมมาก กว่าที่ผมได้รับ จากผู้หญิงคนอื่นๆ เสียอีก อาจเป็นเพราะ เราคุยกันทุกเรื่อง นิสัยตรงกันมาก ในขณะนั้น ผมเองก็ยังมีผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาแล้วยังไม่ผ่านไป ซึ่งกิ๊กเองก็ยังคงมีคนมาจีบเธอ ค่อนข้างเยอะ

แรกๆ ผมก็ไม่ได้เล่าเรื่อง ผู้หญิงอื่นๆ ให้กับเธอได้ฟัง เพราะผมก็ไม่ได้คิอะไรกับเธอมาก คิดว่าจะเก็บเธอไว้เป็นเพื่อน คุยเรื่องปัญหา ของผม เพราะผมไม่ได้คุยให้ใครฟังเลย ยกเว้น กิ๊กคนเดียว แต่แล้ว มีอยู่คืนนึงที่เธอรู้สึก เครียด กับเรื่อง แฟนของเธอ ก็เลยอยากไปเที่ยว ก็โทรชวนผมออกไป พอดีผมกำลังจะไปกับเพื่อนผมอยู่แล้ว (เพื่อนผู้ชาย ที่ทำงาน) แล้วผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ว่าดูเหมือนเธออยากจะไปกับผมมากๆ โดยไม่สนใจว่าผมจะไปกับใคร หรืออยู่กับใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือหญิงก็ตาม

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 15:33:13 ]


ความคิดเห็นที่ 29

โดย ตัวกิ๊ก ผมก็ยอมรับว่า มีข่าวกับคนที่ทำงาน เยอะเหมือนกัน แต่กิ๊กเองก็บอกว่าเป็นแค่ ข่าวลือ ผมก็เชื่อนะ เพราะจากที่คุยกันแล้ว ด้วยตัวเธอจะมีแต่ผู้ชายเค้ามาคุย เยอะมากๆ บางคนก็คุยแบบเพื่อน บางคนก็คุยจีบ เธอเองก็ไม่ได้ ปฏิเสธไปทุกคนหรอก เพราะกิ๊กเอง ก็ยอมรับว่า อยากจะคุยเล่น แก้เหงาไป ก็เลยเป็นข่าวเยอะหน่อย

แรกที่ไปเที่ยวกับผม กิ๊กจะระวังเป็นพิเศษ กับข่าวที่เกิดขึ้น ไปกับผมทีไร ต้องถามให้ละเอียด ว่ามีคนที่บริษัทไปไหม ไปที่ไหน ย่านที่ใกล้ที่บริษัทหรือป่าว เพราะกิ๊กเริ่มเบื่อข่าวที่ไม่เป็นจริงแล้ว เธอก็เคยปรึกษาผมอยู่เหมือนกันในเรื่องนี้ ผมก็โอเค พยายามระวังให้เธอ บางทีนัดกันไปดูหนังหลังเลิกงาน ผมยังต้องขับรถไปรับเธอ อีก 2 ป้ายรถเมล์ เลย ขนาดนั้น

แต่ว่าคืนนั้น ดูกิ๊กจะซีเรียสมาก ผมก็ตามใจ เธอ ทั้งที่บอกว่ามากับเพื่อนที่ทำงาน แต่ว่าไปกันแค่สองคนเท่านั้น กิ๊กก็ยืนยันที่จะไปด้วย ผมก็ไปรับเธอที่บ้าน แต่ว่ายังไม่ได้เข้าบ้าน เพราะตอนนั้น ผมยังไม่รู้จักเธอมากถึงขนาดเข้าบ้านเธอได้ มันเป็นเพียง ผิวเผิน เท่านั้น

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 15:39:58 ]


ความคิดเห็นที่ 44

ครับ ผมก็ไปรับกิ๊กที่บ้าน โดยจอดรถรอ แล้วให้เธอออกมาเอง ซึ่งเธอก็อย่างว่า นะครับ เธอสวยอย่างที่เพื่อนผม อึ้ง เพราะทุกครั้งเพื่อนผมจะเห็น กิ๊กเฉพาะในชุดฟอร์มที่ทำงานเท่านั้น แต่เวลาออกเที่ยวกลางคืน เธอจะเป็นอีกคน

ซึ่งตรงนี้ ทำให้ผมเริ่มประทับใจเธอ ต่อจากเรื่องนิสัยใจคอ และหน้าตา เราก็ไปเที่ยวกัน สามคน เพื่อนผมเอง ก็มีท่าทีที่แปลกไป ตามประสาผู้ชายที่เจอ ผู้หญิงที่น่าสนใจคนนึง ยิงคำถามต่างๆกับ กิ๊ก โดยไม่เกรงใจผมเลย ผมเลยต้องเบรก นิดหน่อย ก่อนที่เพื่อนผมจะคิดไปไกลกว่านี้ เรียกว่า แสดงความมาก่อนให้มันได้เห็น ตอนนี้ ผมเพิ่งรู้ตัวว่า นิสัย เจ้าชู้แบบผู้ชายของผม มันมาจากไหนเนี่ย ที่ทั้งๆที่แต่ก่อนไม่มีให้เห็น หรือมันจะเป็นเพราะ จิตใต้สำนึกของคนเราเอง

แล้วผมก็คุยกับ กิ๊กกันไปในรถ อย่างสนิทสนม ทำให้เพื่อนผม เริ่มเข้าใจ ความสัมพันธ์ ของผมทั้งสองคน ซึ่งก่อนหน้าที่จะมารับ กิ๊กนั้น ผมไม่ได้บอกเพื่อนผม เพราะถือว่า ฉุกเฉิน พอสมควร ไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วเราทั้งสามก็เลือกร้านที่จะไปเที่ยวกัน เปรียบที่โน่น ที่นี่ต่างๆ นานา และแล้ว ก็ไปถึงที่หมาย

ผมก็ไม้ได้ ถามไถ่ กิ๊กถึงปัญหาที่เธอ เครียดๆอยู่ แต่ผมก็พอจะรู้อยู่เหมือนกัน เพราะได้คุยกันมาก่อนหน้านี้ แล้วสักระยะ เพราะว่า เวลาที่ผมไปทำงานที่เป็นเวลา ปกติ (เพราะผมจะทำงานเป็นกะ บางกะ จะเป็นเวลาคาบเกี่ยวกับการทำงานปกติ ของ office คือ 9 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น ) จะคุยกันด้วยสายภายในกันตลอด ครั้งนึงก็ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชม.

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 20:37:55 ]


ความคิดเห็นที่ 45

ซึ่ง ปัญหา ของเธอ หลักๆ ณ ตอนนั้น ก็คือเรื่อง ความรัก นั่นเอง คือ แฟนของเธอ ห่างเหินเธอไป ติดเพื่อน ติดเกม ไม่ค่อยสนใจเธอเท่าแต่ก่อน ที่คบกันใหม่ๆ ซึ่งเธอเองก็สับสน ว่า แฟนเธอมีคนใหม่หรือป่าว แต่เธอก็มีความเชื่อว่า ไม่ใช่ เพราะเธอเข้าใจนิสัย แฟนเธอดี ความเป็นเด็กยังมีอยู่เยอะ เอาแต่ใจตัวเอง แบบเด็ก

เป็นส่วนที่ทำให้ เธอค่อนข้างจะ สับสนในความรักของเธอ เพราะว่า เธอสามารถที่เลือกคนที่สามารถ ดูแลเธอได้มากกว่า แฟนเธอ แต่ด้วยสำนึกของตัว กิ๊กเอง และความรักที่มีต่อแฟนเธอ ก็ยังทำให้เธอลังเล

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 20:58:56 ]


ความคิดเห็นที่ 51

ผมก็เลย ปล่อยให้ความสนุก เข้าช่วยให้ กิ๊กคิดกับมันมากนัก ผมรู้ว่า เธอต้องการอะไร ณ ตอนนี้ ก็เหมือนกับที่ผม ต้องการเหมือนกันครับ

ผมขอ ท้าวความ ตอนเป็นเด็กของตัวผมหน่อยแล้วกัน สมัยเรียน มหาวิทยาลัย ว่าผมนั้น มานั่งมองตัวเองย้อนกลับไปแล้ว ก็พบว่า เป็นคนที่จริงจัง กับชีวิต ตัวเองเกินไป ชอบวางแผนชีวิต ว่าจะต้องตามนั้น ตามนี้ แต่มันก็ไม่ได้สูงเกินตัวเองไปนักเท่าไหร่ ซึ่งก็จะมีแฟนเป็นที่ปรึกษา แค่ที่ปรึกษา เท่านั้น ส่วนการตัดสินใจ ผมจะตัดสินใจเอง แค่ได้รับความคิดเห้นจากแฟน ผมเท่านั้นเอง ซึ่งความเป็นคนร่าเริงก็ไม่ค่อยจะได้มี จะมีก็แต่ตอนอยู่กับเพื่อนๆ ซึ่งจะไม่ใช่ผมที่เป็นคนนำด้านนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนมากกว่าที่ชอบทำตัวสนุกสนาน ส่วนพอเจอเรื่องซีเรียส อะไร ที่ต้องทำด้วยกันในกลุ่ม เพื่อนๆทุกคนก็จะวางใจ ให้ผมเป็นผู้นำ ตลอด

ซึ่ง ณ ตอนที่ผมได้เริ่มคุยกับ กิ๊กนั้น ก็คุยกันถึงว่า อาจจะเป็นปัญหานี้ ก็ได้ ที่ผมจริงจังกับชีวิตมากเกินไป หรือป่าว ที่ทำให้ แฟนผม ไปติดอยู่กับกลุ่มเพื่อนเค้าที่มีความสนุกสนาน เหมือน กลุ่มของเพื่อนผมสมัยเรียน ผมเลยให้คำตอบกับตัวเอง และ กับ กิ๊ก ว่า ผมจะลองเปลี่ยนตัวเองเพื่อหาคำตอบดู ผมลองทำตัวให้สนุกสนาน มากขึ้น หัดเล่นมุก หัด ขำ ขำ บ้าง แรก ๆ ก็ฝืนๆ เหมือนกัน แต่ก็ขำตัวเองเหมือนกัน ไม่เคยนึกว่าจะมาพูดอะไรอย่างนี้ ประมาณ เวลา จีบสาว ก็เอาคำพูด เน่าๆ ขำๆ มาชูนำ ให้เป็นสะพานไปเพื่อสานความสัมพันธ์ ต่อ อะไรประมาณนี้

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 22:13:45 ]


ความคิดเห็นที่ 52

ซึ่ง เวลาที่ผมไปเที่ยว ผมก็จะทำตัวอย่างนั้น ตลอด จากที่เป็นคน ฟังแต่ดนตรี ร็อค อย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่าเป็นคนเล่นดนตรีด้วย จะเกลียด และ ไม่ฟัง เพลง แดนซ์ เลย แต่เดี๋ยว นี้ ได้ยิน hip hop ที่ไร สะโพกมันโยกเองอัตโนมัติ เลย ก็ยังแปลกใจตัวเองเหมือนกัน

แต่ผมค้นพบคำตอบ ของมันว่า ใช่แล้วหละ ที่เราเป็นคนซีเรียส เกินไป วางแผนอะไรแล้วทำให้ได้ มันเป็นสิ่งดี ที่คนทุกๆคนควรจะทำ แต่มันจะขาดสิ่งปรุงแต่งด้วยความสนุกสนาน ไป เหมือน ขาดน้ำจิ้ม ขาดเครื่องปรุงประมาณนั้น เพราะ กิ๊กเองก็บอกว่า เวลาผมสนุกสนาน ผมน่ารักมาก จนเธอพูดอะไรบางอย่างไม่ออกเหมือนกัน

แล้วคืนนั้น เองที่กิ๊ก ก็เริ่มเมา ด้วยความซีเรียส หรือสนุกไปกับ ผม ก็ไม่ทราบ จูบ แรก ก็เกิดขึ้น กลางผับในคืนนั้น ความรู้สึกของผม นั้น ตกใจมาก เพราะเป็น กิ๊กเองที่เหมือนว่า จะเป็นคนที่พยายามเต้นเข้ามาใกล้ผมทุกที จนเกาะเอวผมเต้น แล้วหน้าเราก็ใกล้กันใกล้กัน ผมก็เบี่ยงบ้างแรกๆ เธอเองก็เบี่ยงบ้าง จนระยะเวลานึง ผมเองก็ใจเต้น เพราะว่าไม่ได้คิดจะทำอย่างนี้ตั้งแต่แรก

แล้วหน้าเราก็หยุด ในท่ายืนที่ตรงกัน ผมมองตาเธอ เธอมองตาผม เหมือนต่างคนต่างถาม แต่ไม่มีคำพูดใด หลุดออกมาจากปากแต่ละคน แล้ว กิ๊กกับผม ก็ค่อยเอียงหน้าเล็กน้อย พร้อมๆกัน เพื่อ ประกบปากกัน ช่วงเวลานั้น ผู้ไม่รู้สึกถึงเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ผับเลย เหมือนผมยืนอยู่กันแค่สองคนจริง

ซัก 1 นาทีได้มั้ง ผมก็ผละตัวออก เพราะเหมือนผมฉุกคิด ถึงความคิดแรกที่มีต่อ กิ๊กว่า จะเป็นเพื่อนคุยกันไม่ใช่เหรอ แล้วผมก็มองหน้าเธออีกครั้ง หน้าเธอแดงกล่ำ ตาเริ่มเบรอ เหมือนคนเมา

"กิ๊ก ไหวมั้ย อยากอ้วกหรือป่าว"

"ป่าว อยากทำอย่างอื่น ม่ายช่าย 5 5 5 "

ผมคิดในใจ เมาชัว

"กลับมั้ย ไม่ไหวแล้วอ่ะ"

"ยัง ยัง ยังสนุกอยุ่เลย แป๊ปนีง "

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 22:26:24 ]


ความคิดเห็นที่ 54

เมื่อผับใกล้เลิก ผมเห็นเธอ เริ่มเต้นเป๋ๆ แล้วด้วย ก็เลยไม่ถามเธอแล้ว ก็กระซิบข้างหูเพื่อนผมว่า เฮ้ย ท่าทางไม่ไหวหวะ กลับเหอะ เพื่อนก็ได้แต่พยักหน้า เหมือนงง ๆ อะไรบางอย่าง แล้วผมก็ถือกระเป๋าของ กิ๊ก แล้วก็จูงมือเธอ ออกมาจากผับ ซึ่งก็เป็นครั้งแรกเหมือนกัน ที่ผมจับมือเธอ

พอเดินออกจากผับ เธอก็เหมือนเดินไม่ไหว ทำเหมือนเป๋ไปเป๋มา แล้วก็ อ้วกใต้ต้นไม้ไปหนึ่งดอก ส่วนผมก็พยายามพยุงเธอแล้วก็ ลูบหลังเธอให้ แต่ก็ยอมรับว่าตัวผมเอง ก็มึนๆเหมือนกัน เพราะเวลาผมก้มไป เสยผมให้กับกิ๊กนั้น เหมือนหน้ามืดวูบเหมือนกัน พออ้วก เสร็จ ผมก็หิ้วปีกเธอขึ้นรถ โดยนั่งข้างหล้ง ส่วนเพื่อนผม ก็ทำหน้าตาเหมือน ไฟโด้ ดีโด้ หน้างงๆ นั่นแหละ

"เฮ้ย เพื่อน กรูนั่งข้างกลังมรึงไม่ว่านะ กิ๊กเค้าไม่ไหวหวะ "

"เออ ไม่เป็นไร แค่รู้สึก เหมือนเป็นกระดูก หรือไม่ก็เจ้าของกระดูก กำลังขับรถให้เจ้านายอยู่ แค่นั้นเอง"

"อ้าว เฮ้ย พูดอย่างนี้ คิดมากนี่หว่า เป็นอะไรมากป่าวว่ะ"

"ป่าว ป่าว ย้อเย่น"

ผมตั้งใจว่าจะไปส่งกิ๊กที่บ้าน ก่อน แล้วค่อยว่ากัน ยังคิดไม่ทันเสร็จ เธอก็ส่งเสียงดังขึ้นมา เหมือนคนเมา ไม่ใช่สิ คนเมาแล้ว

"ทำไม่ ยังไม่เลิกเลย ออกมาทำไม พี่"

"เลิกแล้ว เค้าเปิดไฟแล้วไม่รู้เหรอ เมาอ่ะเดะ "

"ใครว่า เมา แมว ต่างหาก 5 5 5 5"

ชัวร์ ครับ ชัวร์

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 22:39:40 ]


ความคิดเห็นที่ 56

"ไปไหนต่อป่าวป่ะ ยางมายอยากกลับบ้านเลย"
เธอ พูด เสียงยานบ้าง เร็วบ้าง

"อ้าวไม่กลับบ้านแล้วจะไปไหนหละ "

"ไม่รู้สิ ไม่อยากกลับบ้าน "
แล้วเธอ ก็ดูเหมือน น้ำตาคลอเล็กๆ ซึ่งผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เพราะเธอเมาแล้ว หรือ เธอจะร้องไห้จริงๆ

"อ้าวพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปไหนดีวะเพื่อน"

เพื่อนผมมันนั่งนิ่งผิดปกติ ไม่มองมาข้างหลังเลย ซึ่งผมพยายามมองหน้ามัน มันก็ไม่มองตอบ เอาแต่ทำหน้าเหรอหรา แล้วก็พยักไหล่ เอียงคอ พูดว่า "ไม่รู้ แล้วแต่มรึง" แบบไม่ออกเสียง

"ไปกินข้าวต้มไหม "

"มาย หิว อ่ะ เดี๋ยว ออ้วกกก อีกกก หรอกกกก อึก"
เธอตอบ

ผมมองหน้าเธออีกครั้ง แล้วก็พยายามมองตาเธอ แล้วก็คิดในใจ ใจผมเต้น แรงมาก ว่าจะเอาไงดี ผมหันไปมองเพื่อนผมอีกที มันก็เห็นว่า ผมกำลังหันกลับไปมองมัน มันก็หันหน้ากลับไปมองถนนต่อ แล้วก็ทำท่าเหมือนเดิม พยักไหล่ พูด "ม่าวรู้ แล้วแต่มรึง" แบบไม่ออกเสียงอีกรอบ

ในใจผม ก็รู้อยู่แก่ใจดี ว่ามันจะต้องเกิดอะไรขึ้นแน่นอน แต่ด้วย ความเป็นตัวผมเอง ผมไม่ใช่คนที่ชอบฉวยโอกาสจากผู้หญิงง่ายๆ แต่ว่า ผมก็ชอบเธอเหมือนกัน ความคิด แต่ผมมาคิดอีกที ตอนหลัง ว่า ทำไมความคิด เกี่ยวกับความรัก ที่มีต่อแฟน ทำไมมันไม่มีผุดขึ้นมาในหัวผมเลยตอนนั้น มันเป็นเพราะอะไร คงจะเป็นเพราะว่า ปวดร้าว แค้นเล็ก ผิดหวัง จากสิ่งที่เราเคยทำดีมา แล้วได้รับผลตอบแทนอย่างปวดร้าว ก็เลยไม่คิดที่จะทำดีต่อไปมั้ง

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 22:53:10 ]


ความคิดเห็นที่ 58

ผมหันกลับไปมองหน้าเธออีกครั้ง แต่เธอก็เหมือนหลับแบบสลึม สลือ ผมจึงเอามือทั้งสองข้างของผม จับหน้าเธอให้มองมาทางผม สั่นหน้าเธอ แล้วก็เรียกให้เธอรู้สึกตัว

"กิ๊ก กิ๊ก กิ๊กกกก"

"เหอ เหอ อาราย"

"กิ๊ก ขอบพี่มั้ย ชอบพี่มั้ย"

"อืม อืม ถามทามมายยยย อ่ะ"

"ก็ พี่ก็ขอบกิ๊กนะ แล้วถ้าพี่ตัดสินใจอ่ะไรไปแล้ว ก็ไม่อยากเป็นคนที่ฉวยโอกาส อย่างน้อยพี่ก็ได้ถามออกมาแล้ว"

"แล้วพี่รัก กิ๊กมั้ย"

ผมอึ้งกับคำถาม แบบตาโต เลย เพราะว่า ตอนนี้ ความคิดของผม แค่ชอบเท่านั้น ยังไม่ถึงกับรักอ่ะ แต่ด้วยความเห็นแก่ได้ ของผู้ชาย ซึ่งมันเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว ตอนที่ผมเคยไปกับ ผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมาก็เลยตอบไปว่า

"ร๊าก รักจ้า" สั้นๆ

"แล้วกิ๊กอ่ะ"

"อืม" สั้นกว่าแฮะ

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 23:03:11 ]


ความคิดเห็นที่ 62

ค่ำคืนนั้น เป็นค่ำคืนที่ผม จำได้เกือบทุกอย่าง ทุกเหตการณ์ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นความถูกต้องหรือไม่ แน่นอน ผมกลับเอามาคิดตอนรุ่งเช้า ผมรู้ว่ามันไม่ถูกต้องซะทีเดียว แต่ด้วยความเห็นแก่ตัวที่ผมเองก็ยอมรับมันว่า เป็นความเห็นแก่ได้ ของผู้ชายคนนึง ยอมรับผิดแต่โดยดี

แต่หลังจากคืนนั้น ผมก็ได้คุยกับกิ๊กว่า เธอรู้สึกอย่างไร เธอบอกว่า ผมไม่ผิดหรอก อย่าโทษตัวเองเลย เป็นเพราะเธอด้วย ที่ยอม ก็รู้สึก เมานะ แต่ก็ โอเค กับผม เพราะชอบผม ด้วย เธอให้เหตผลว่า ถ้าหาก เธอไม่ได้ โอเค กับผมตั้งแต่ต้น เธอก็คงไม่ไว้ใจผมขนาดนี้หรอก แต่เธอก็ถามและสงสัยว่า มันจะเป็นยังไงต่อ เพราะ เธอเองก็ยังมีแฟนอยุ่ ถึงจะยังมีปัญหาอยุ่ ก็ตาม ผมเองก็เหมือนกัน

ซึ่งผมก็ตกลงกับเธอว่า ในเมื่อมาถึงตรงนี้ แล้วเราคงต้องคุยกันอย่างละเอียดขึ้นกว่านี้ เยอะ โดยเรื่องแฟน ของแต่ละคนก็ให้ ตัดสินใจเอาเอง แต่ก็คงจะบอกกันให้รับรู้ด้วย ว่ายังไง ส่วนความสัมพันธ์ ของเราทั้งสองคน ก็ค่อยๆปล่อยให้ความรู้สึกบอกกันเองทั้งคู่แล้วกัน ถ้ามันคิดว่า ใช่มากกว่า แฟน ก็บอกมา ผมเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน

ส่วนเรื่อง มีอะไรกัน นั้น ผมถามเธอว่า เธอยังจะคิดมีอะไรกับแฟน อยู่หรือป่าว เธอก็บอกว่า ไม่มีอะไรกับแฟนมานานแล้ว แต่ถ้าแฟนขอขึ้นมาก็กลัวว่า เค้าจะสงสัย
ผมก็เลยบอกให้ กิ๊กตัดสินใจว่า ถ้าคิดจะมีอะไรกับผม ก็ต้องตัดใจที่จะมีอะไรกับแฟน หรือไม่ก็ไม่มีอะไรกับผมเพื่อจะมีกับแฟน ซึ่งเธอก็ขอคิดดูก่อน

จากคุณ : lagaze - [ วันฉัตรมงคล 23:36:12 ]


ความคิดเห็นที่ 73

จากเรื่องคืนนั้น ที่ผมเล่ามานี้ ผมอยากจะเล่าแบบ สลับไปมาระหว่างกัน นะครับ เพราะเหตการณ์ จริงก็เป็นอย่างนี้เหมือนกันครับ ทำให้ผมไม่รู้ตัวอะไรบางอย่าง จนผมได้รับบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนเป็น ผลจากการกระทำของผมเอง ซึ่ง ผมยัง เศร้าๆ อยู่เลย ณ ปัจจุบันนี้

ต่อ ครับ ต่อ

ส่วนตัวผมเอง ก็ไม่มีอะไรมากับแฟนผม ตั้งนานเหมือนกันครับ ถ้าจำไม่ผิดก็ตั้งแต่ ตอนที่ผม ต้องไปต่างจังหวัดบ่อยๆ ไม่ค่อยมีเวลานะครับ แต่พอ เสร็จจาก งานนั้น ก็พอมีเวลาบ้าง ก็มีบ้างที่ขอมีอะไรกับ แฟน แต่ก็ถูกปฏิเสธ เรื่อยมา ตอนนั้นแฟน ผม ผ่าตัด ซีด ที่มดลูก มาได้ไม่ถึงปี นะครับ ก็เลยยังมีอาการอยู่ ซึ่งผมก็ไม่ค่อยได้ มีอะไรกันมาตั้งแต่ผ่าตัดแล้ว คือลดลงกว่าก่อนผ่าเยอะ แต่ยิ่งผมไปต่างจังหวัดบ่อย ก็เลยไม่มีเลยครับ

การถูกปฏิเสธ เรื่องอย่างนี้ ก็ทำให้ผม เอามาคิดด้วยเหมือนกัน ผมว่า ผู้ชายทุกคนก็คงคิดเหมือนผมเหมือนกัน ทำให้ผมแน่ใจกับ การกระทำของแฟนผมมากขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ได้ยินจากปากของเธอเองก็ตาม

จากคืนนั้น ทำให้พฤติกรรม ของ กิ๊กเปลี่ยนไป อย่างเห็นได้ ชัด ผมเองก็รู้ตัว ว่า กิ๊กคงรู้สึกกับผมมากขึ้น เพราะเรื่องอย่างว่า บวกเข้าไปด้วย แต่ตัวผมเองนี่สิครับ กลับค่อยๆมีความรู้สึกมากขึ้น ทีละนิดเท่านั้นเอง แต่ก็รู้สึกดี ที่ได้ไปไหนด้วยกัน กว่าตอนเจอกันใหม่ๆ เพราะผมรู้สึกดีมากๆ กับ การมีอะไรกันของเธอ ถ้าจะเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้ว เธอสุดยอดมากครับ

ส่วนเรื่อง ปัญหาของแต่ละคน ก็ดูเหมือนกิ๊กจะคุย น้อยลงกว่าตอนแรกๆ ส่วนตัวผมจะพูดมากขึ้นซะอีก บางครั้งก็มี ผมคุยไปซักระยะ กิ๊กจะขอตัวทำธุระ ซึ่งแรกๆ จะไม่มีอาการอย่างนี้ให้เห็น ณ ตอนนั้น ผมก็ไม่ได้คิดอะไร แต่มาคิดทีหลังนี้เอง เลยเข้าใจทีหลังว่า ความรู้สึกของ กิ๊ก ก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นมา ทั้งๆที่เราก็ตกลงกันแล้ว แต่ว่าข้อเสียของ กิ๊ก ณ ตอนนั้น ก็คือ จะไม่พูดไม่บอก ต้องถามถึงจะบอกจะพูด ซึ่งตอนนั้นผมเอง ยังรู้สึกอะไรไม่มาก ก็เลยไม่ได้ถามออกมา

จากคุณ : lagaze - [ 6 พ.ค. 49 10:48:33 ]
ความคิดเห็นที่ 74

ผมขอตัดกลับมาที่ แฟน บ้างแล้วกันนะครับ

ในช่วงที่ผม เที่ยวมากๆ นี่ก็ยังมีคุยโทรศัพท์ กับแฟนอยู่ ยังถามอยู่ ยังจับพิรุธอยู่เรื่อยมา แต่ผมก็บอกกับแฟนเหมือนกันว่า "ถ้าเธอติดเพื่อนมาก อยากไปกับเพื่อนมาก ก็ไม่เป็นไร งั้น ผมก็ขอเที่ยวบ้างแล้วกัน" เธอก็โอเค แต่ก็ขอกับผม ไว้เรื่องนึง ก็คือ เรื่อง ผู้หญิง อย่าให้มีแล้วกัน ผมก็ตอบ โอเค ไปงั้นๆ ไม่สนใจอยู่แล้ว แล้วการที่ผมบอกเธอว่าขอเที่ยวบ้าง ก็ให้เธอตายใจ ว่าผมคงไม่ไปยุ่งกับเธอตอนกลางคืน แน่ๆ ถ้าผมไปเที่ยว

แล้วช่วงนั้น ผมก็โทรไปหา เพื่อนผู้หญิง ของ แฟน ที่ให้ข้อมูลผม อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน แล้วก็ได้ข้อมูลมากๆขึ้นๆ และเพื่อนเค้าเอง ก็เห็นอะไรมากขึ้นๆ ทุกวัน จนเค้าก็บอกกับผมว่า เค้าไม่คิดว่ามัน แค่ 80 แล้วหละ ตอนนี้ 95 แล้ว ซึ่งผมเองก็บอกเค้า ว่า ผมก็ทำใจแล้ว ตอนนั้น รอแต่เวลาที่จะให้แฟนผม บอกกับผมจากปากของเธอเอง ผมอยากจะดูว่า เค้าจะเห็นแก่ตัว หรือจะอยู่อย่างนี้ ไปได้ตลอดเลยเหรอ

ซึ่งเวลาผ่านไป ผมก็เที่ยว แฟนผมก็ยังคงมีพฤติกรรมเช่นเดิม ขนาดที่บ้านของแฟนผม เค้าก็โทรมาหาบ่อยขึ้น บ่นเรื่องไม่กลับบ้าน บ่นต่างๆ นาๆ ผมก็ได้แต่รับคำ แล้วก็บอกว่า จะช่วยพูดให้ แต่เค้าไม่ฟังผม ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง แต่ช่วงเวลานี้ ถามผมว่า เจ็บปวดแค่ไหน มันตอบไม่ได้เป็นคำพูดเลย บางครั้ง นอนไม่หลับ ต้องลุกขึ้นมานั่งเขียนอะไรไปเรื่อยๆ เขียนเป็นคำถาม ต่างๆ วุ่นวายสับสน ท้อแท้ เบื่อ ไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี เพราะใจนึง ก็รู้ว่า ถ้าไปจับผิดถึงที่ ก็จบแน่ แต่ถ้าอยู่อย่างนี้ ต่อไปก็ทรมาน ตอนนั้น ผมก็ยังทำใจไม่ขาดซะทีเดียว

ก็มีแต่ กิ๊กนี่แหละที่ผมสามารถระบายให้เค้าได้ฟัง เค้าก็รับฟัง บางครั้งผมเล่าเรื่อง ไปเรื่อยๆ ถึงจุดที่โดนใจผม ก็ร้องไห้ออกมา บอกตรงๆ แต่ก่อน ผมไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นมาก่อน แม้แต่ พ่อแม่ คนสนิทที่สุด จะมองภาพผมเป็นคนเข้มแข็งอยู่ตลอด พอผมร้องไห้ กิ๊กก็จะร้องตามแล้วเราก็จะจับมือกัน เหมือนปลอบโยนกันตลอด พอผมสะอึก พูดไม่ออก กิ๊ก ก็จะเล่าเรื่องของเค้าบ้าง เพื่อเปลี่ยนเรื่อง ไม่ให้มันเจ็บปวดต่อเนื่อง

จากคุณ : lagaze - [ 6 พ.ค. 49 11:05:59 ]


ความคิดเห็นที่ 75

ณ ตอนนั้น ผมมองว่า กิ๊กอยากจะทำให้ผม ลืมความเจ็บปวดให้ได้ มั้ง ก็เลยยอมไปกับผมทุกที่ ทั้งเที่ยวกลางคืน เที่ยวต่างจังหวัด ไปกันสองคนก็ไป ซึ่ง กิ๊กก็ยอมรับว่า ขนาด แฟนของกิ๊ก ยังไม่เคยไปด้วยอย่างนี้มาก่อนเลย บางอย่างที่ผมทำ ก็บอกอย่างนี้เหมือนกัน ขนาดแฟนเธอยังไม่ทำให้ขนาดนี้ เลย ประมาณนี้

วันนึง เป็นวันหยุด เสาร์ หรือ อาทิตย์ นี่แหละ ผมทำงานกะกลางคืน แล้ว กลับบ้านตอนเช้า ถึงบ้าน ผมก็อาบน้ำนอน ไม่เกิน 8 โมงจะหลับสนิท แต่ตอนก่อนนอน กิ๊กก็โทรหาผม ถามว่า ตื่นแล้วไปไหนหรือเปล่า กิ๊กอยากไปดูหนัง ผมก็รู้สึกเหนื่อยๆ ด้วย ก็เลยอยากจะปฏิเสธ เธอบ้าง ผมบอกว่า อยากนอน ยาว แล้วเธอก็ถามว่า จะตื่นกี่โมง ผมบอก ช่วงบ่าย 3 โมงประมาณเนี้ย เธอบอกว่า เดี๋ยว 3 โมงจะโทรหาอีกที ผมก็ โอเค แล้วหลับไป

พอตื่นมาสักพัก ล้างหน้าล้างตา กิ๊กก็โทรมา

"ตื่นยังเนี่ย.."

"อ๋อ ตื่นแล้ว ว่าไงจ๊ะ" ผมจะพูดหวานกับเธอตั้งแต่คืนนั้นมา

"อืม ออกมารับที่หน้าปากซอยหน่อยสิ "

"หา หน้าปากซอยที่ บริษัท เหรอ พี่อยู่บ้านแล้ว"

"ป่าว ป่าว ก็หน้าปากซอยบ้านพี่นั่นแหละ"

"หา ............................ "

"เฮ้ย .... แล้วมาได้ไงเนี่ย"

"อ้าว ก็นั่งรถเมล์ มาไง ถามได้ คงเดินมาหรอก เร็วสิ อยู่คนเดียว เนี่ย"

"ด ดด เดี๋ยว เดี๋ยวนะ นี่มุกป่าวเนี่ย"

"จามุกทำมาย เนี่ย ก็อยู่ หน้าซอย.............. เนี่ยไง ที่พี่เคยบอกกิ๊กไง "

"แล้วจะไปไหนเนี่ย แล้วทำไมไม่บอกว่าจะมาก่อนหละ จะได้รู้ตัวก่อน"

"ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพิ่งตัดสินใจเมื่อก่อนขึ้นรถอ่ะ แล้วก็ไม่อยากโทรไปกวน เห็นพี่หลับอยู่ พอดีกิ๊กออกมาจากบ้านแล้ว ยังไม่อยากกลับบ้าน"

"เออ เออ รอแป๊ปนึงแล้วกัน เดี๋ยวออกไปรับ"

จากคุณ : lagaze - [ 6 พ.ค. 49 11:19:00 ]


ความคิดเห็นที่ 76

ผมเดินออกไปรับ กิ๊ก พร้อมกับ คิดไปคิดมา ว่า จะทำยังไงดี ดูเหมือนว่า กิ๊กจะรู้สึกกับผมมากขึ้น ถึงขั้น จะจริงใจด้วยใช่ไหมเนี่ย แต่ตัวผมเอง ตอนนั้น ก็ยอมรับว่า ไม่ถึงขั้นนั้น เหมือนคนที่จีบกันใหม่ๆ อะไรประมาณนั้น ซึ่งผม งง และก็ตกใจมาก จนผมตัดสินใจบอกอะไรบางอย่างกับเธอ หลังจากที่ เธอได้เข้าบ้านผมแล้ว

ผมบอกเธอเรื่องผู้หญิงคนอื่นๆ ของผม ที่ยังคงมีอยู่ นอกจากแฟน ของผม และผมก็บอกเหตุผล ด้วยว่า ทำไปเพราะ ความเจ็บปวด ความประชด ต่างๆนาๆ เพื่อให้เธอลดตัวเองลงก่อน ที่จะเลยเถิดไปไกล แล้วคนที่เจ็บมากก็คือ กิ๊ก เอง

กิ๊ก เอง ก็อึ้งๆ ไปเหมือนกัน แต่ก็ยิงคำถามเรื่อง ผู้หญิงคนอื่นๆ อีก ว่าเป็นใครบ้าง รู้จักที่ไหนบ้าง ผมก็ตอบหมดทุกอย่าง ด้วยเพราะว่า ตอนนั้น ตัวกิ๊กเอง ก็ยังไม่เคียร์ ปัญหาของตัวเองได้ขาด ผมเองก็เหมือนกัน บวกกับ ความจริงใจ ที่ผมคบกับเธอในลักษณะนี้ ผมไม่ได้หลอกเธอเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ผมไม่ได้ต้องการสิ่งๆเดียวที่ต้องการจากผู้หญิงคนอื่นๆ กับเธอ ผมอยากแสดงความจริงใจกับเธอ และ ผมคิดว่า อยากให้เธอชั่งใจก่อน ดีๆ

จากคุณ : lagaze - [ 6 พ.ค. 49 11:29:01 ]


ความคิดเห็นที่ 77

กิ๊กเอง ก็ยอมรับ ว่า เค้าไม่มีสิทธิห้ามผมเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว เพราะเธอเองก็ยังไม่ใช่แฟนผม หรือเรายังไม่ได้คบกับแบบ แฟน เต็มตัว บอกว่า ผมทำแล้วสบายใจก็ทำไปเหอะช่วงนี้ เพราะผมเจ็บปวดมาก กิ๊ก เข้าใจการกระทำของผม และก็เชื่อถึงความจริงใจ เพราะ ถ้าผมต้องการจะหลอกเธอ จะบอกเธอทำไม รอให้จับได้ แล้วก็เลิกกัน ก็จบแล้ว แต่เธฮก็อยากจะเตือนผมไว้ว่า มันไม่ดีหรอก อย่าไปทำอย่างนั้นเลย

ผมเองก็รู้ตัวดี ว่าทำไม่ดีอยู่ แต่ก็อย่างว่า แหละครับ ผมยอมรับ ว่า ตอนนั้น ก็กลายเป็นคนเจ้าชู้อย่างเต็มตัวไปแล้วก็ว่าได้ ผู้หญิงบางคนที่ยังไม่ได้ สิ่งที่ผมต้องการ ก็ยังมี ผมก็อยากดำเนินการต่อ แต่ผมเองก็คิดไว้ในใจ ว่า สักระยะนึงให้ลืมความเจ็บปวดมั้ง

หลังจากวันที่เล่าให้เธอฟังจนหมด เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง ผมจะบอกเธอตลอดว่า วันนี้ ไปกับใครมาบ้าง วันนั้น ไปกับอีกคน แล้วคนนี้ เป็นยังไง นิสัยดียังไง ไม่ดียังไง เธอเองก็รับฟังมาโดยตลอด จนผมก็คิดว่า กิ๊กคงคิดได้ว่า คงไม่ควรถลำลึกกับผมมาก เพราะ กิ๊กจะเจ็บมากกว่านี้ แต่ว่า การกระทำของ กิ๊กเองก็ยังเหมือนเดิม บางครั้งยังมีกระแนะ กระแหน ว่าทีไปกับคนนั้น คนนี้ ได้ ไปกับเค้าบ้างไม่ได้เหรอ ประมาณนี้ แล้วก็มีทะเลาะกันบ้าง เหมือนงอนๆ ไปแต่ก็ไม่บ่อย เพราะ กิ๊กเป็นคนงอนไม่เก่ง ไม่เหมือนผู้หญิง ส่วนใหญ่

หลังจากนั้น เราก็ยังคุยกันเหมือนเดิม โดยเฉพาะ จะเน้นคุยกันถึง ปัญหาของแต่ละคน แล้วก็แทรกเสริมด้วย เรื่องผู้หญิงของผม เป็นเรื่อง ขำ ขำ ไป แต่แล้วเรื่องของแฟน ผมก็มาถึงจุดคลายแม็กซ์ ซึ่งผมคุยกับกิ๊กไปก็ร้องไห้ไปเหมือนกัน

แต่จะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้ติดตามต่อไปนะครับ
ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ ง่วงมากเลย เพิ่งนอน ได้ 3 ชม. เอง ครับ

อรุณสวัส แล้วกันนะครับ

ปล. ต้องขอโทษ เพื่อนที่อาจจะรู้สึกค้างบ้าง แต่ก็อยากให้ติดตามไปเรื่อยๆ นะครับ ขอบคุณ เพื่อนๆ ทุกคนที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ครับ

จากคุณ : lagaze - [ 6 พ.ค. 49 11:44:48 ]


ความคิดเห็นที่ 98

หลังจากที่ตกลงคบกับ กิ๊ก แบบ กิ๊ก กัน ไปอย่างนั้น ระหว่างนั้น ผมก็ยังตามสืบ ถามเกี่ยวกับเรื่องของแฟนผมจาก เพื่อนของเธอ แล้วก็ดูพฤติกรรมการโทรออาของเธอว่า ลดลงบ้างไหม แต่กลับพบ ว่ายิ่งหนักขึ้นไปเรื่อยๆ เธอก็คงยังเที่ยวกลางคืน บ่อยขึ้นกว่าเดิม ยังไม่กลับบ้านในวันที่ไปเที่ยวเหมือนเดิม แต่ผมก็จะโทรไปหาเธอตอนกลางคืนที่เธอไปเที่ยว ก็ได้คำตอบว่า เครียด อยากเที่ยว ไม่อยากเครียด กับที่ทำงานมาก เลิกงานแล้วก็ไปกับเพื่อน แล้วสบายใจ ผมก็บอกเธอว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ ไปทำงานก็เครียดอยู่ดี ไม่แก้ปัญหาไปเลย จะได้จบๆ แต่เธอก็กับอารมณ์ เสีย แล้วก็รำคาญผม ตอบส่งๆ มาว่า ก็มันแก้ไปแล้วแต่คนอื่นไม่ยอมรับจะให้ทำยังไง โดยเฉพาะ คนที่ไม่ยอมรับ มันก็คือคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเค้า

โดย ส่วนตัวแฟนผม ก็เป็นคนชอบความสนุกสนานอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ของคนทั่วไป แต่ถ้าเป็นเรื่อง งานแล้ว เธอจะไม่ยอมให้เรื่องเล็กๆน้อยๆ ผ่านไปง่ายๆ แล้วก็มีความมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองทำในเรื่องงาน มากๆ ประมาณว่าสาวมั่ม นะแหละ บางครั้ง ผมคุยกับเธอเรื่องงาน ก็พบว่า บางสิ่งเธอต้องการให้มันออกมาดี แต่เธอก็จะลืมนึกถึงคนอื่น ไปจนทำให้มีผลกับ งาน ก็เลยทะเลาะกัน แฟนผมเป็นคนไม่ยอมเลยเรื่องงาน ถ้าเค้าไม่ผิด

จนสุดท้าย วันนึง ระหว่างนั้น เธอโทรมาบอกผมว่า เธอจะลาออก ผมตกใจมากๆ แต่ก็เริ่มเข้าใจเมื่อเธอเล่า ว่าเธอทะเลาะกับ เจ้านาย ซึ่งสิ่งที่ทะเลาะ ก็เพราะว่า เธอรู้แล้วว่าเธอ เครียดเรื่องงานมากๆ นี่ก็มาจากเจ้านายเธอนั่นแหละ เพราะว่า เธอกับเจ้านายนิสัยเหมือนกันเลย เรื่องงานไม่ได้ อะไรไม่เข้าตา ต้องจัดการ แล้วความคิดของตัวเองต้องมาก่อน ซึ่งแรก เธอก็ชอบเพราะ เหมือนกัน เข้ากันได้ แต่พอมาเริ่มทะเลาะกัน ก็เริ่มเข้ากันไม่ติด

ตอนนั้น เธอบอกว่า เธอตัดสินใจเขียนใบลาออกเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ยื่นให้เจ้านายเซ็นไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้านายเธอก็ยอมเซ็นง่ายๆเหมือนกัน แล้วพึ่งจะโทรมาบอกผม ว่า มีผลเดือนหน้า คือทำอีกเดือนเดียว
ผม อึ้ง การกระทำของแฟนผมมากๆ ทำไมเธอไม่คิดจะปรึกษา ผมก่อนเลยเหรอ

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 13:40:51 ]


ความคิดเห็นที่ 99

แต่ ใจนึงผมก็คิดว่า ก็ดีเหมือนกัน เผื่อว่าเราจะได้มีโอกาสอยู่กันมากขึ้น คุยกันมากขึ้นกว่านี้ เธอคงไปเที่ยวน้อยลง เธอไม่ต้องเครียดแล้ว ให้เธอหยุดพักสักระยะ นึงก็ดีเหมือนกัน ซัก เดือนสองเดือนคงดี เพราะว่า ที่บ้านเธอเองก็ไม่ได้ลำบอกอะไร แถมยังได้คนช่วยขายของซึ่งจะทำเป็นงาน พิเศษของที่บ้านเธอ เฉพาะ เสาร์-อาทิตย์

เธอ ก็บอกกับผมเหมือนกันว่า อยากจะพักเรื่องงานตรงนี้ สักพัก เพราะเหนื่อยมาก ที่คิดซีเรียสอย่างนั้น ระหว่างพักงานก็ยังสามารถ ช่วยที่บ้านได้ มีรายได้ บ้าง ถึงจะไม่มากเท่าที่ทำงานอยู่ สักพักแล้วค่อยว่ากัน เพราะจะได้ถือโอกาสเปลี่ยนงานเลย ผมก็ดีใจเหมือนกันนะ

จนถึงเดือนที่เธอ ลาออก เธอไม่ต้องไปทำงานแต่เช้า กลับดึกๆแล้ว ดูเธอมีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ซูบเซียวกว่าตอนทำงานอยู่ เธอคิดว่า มันเป็นเพราะเครียดด้วย แต่พอมาอยู่บ้านหลายๆอย่างก็ไม่ต้องไปคิด แต่พออยู่บ้านได้สัก อาทิตย์เดียว เธอก็จะกลับไปเจอเพื่อน บ้าง เธอโทรมาบอกผมเหมือนกัน ด้วยความที่ช่วงนี้ ดูเธอคุยกับผมได้ดีขึ้น ผมก็โอเค แต่ในใจก็คิดว่า ต้องไปกับ "คนนั้น" แน่ๆ

แต่ด้วยความที่ อยากจะพิสูจน์อีกสักครั้ง ก็เลย ปล่อยไป ถ้าหากเป็นอย่างนั้น จริง ผมคงทนรอต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ต้องจับแบบคาหนังคาเขา

วันที่เธอไปหาเพื่อนเธอ เป็นวันศุกร์ ซึ่ง ที่บ้านเธอต้องเตรียมของ ซื้อของเพื่อเตรียมนำไปขาย ในวันเสาร์ แต่เช้าตรู่ ซึ่งเธอเองก็บอกกับที่บ้านว่า จะเลยแวะไปซื้อของบางอย่างให้เลย แล้วกลับมาค่ำ เตรียมของต่อ แต่ปรากฏว่า ที่บ้านเธอโทรมาบอกผม ตอนเที่ยงคืน ว่า ไม่ได้กลับบ้านอีกแล้ว จะทำยังไงกันดีเนี่ย งานที่ออกมาแล้ว น่าจะช่วยที่บ้านได้เต็มที่ กับแค่เพื่อน ไม่น่าจะทำอย่างนี้ ผมก็เลยโทรไปหาเธอ ก็ปิดเครื่อง ผมเลยเช็ค โทรศัพท์อีกครั้งปรากฏว่า ก่อนเธอออกจากบ้าน เป็นเบอร์ "คนนั้น" จริงๆ แสดงว่า ไม่ได้ไปกับเพื่อน ต้องไปกับแค่ "คนนั้น"

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 13:55:52 ]




Create Date : 14 พฤษภาคม 2549
Last Update : 14 พฤษภาคม 2549 21:36:43 น.
Counter : 310 Pageviews.

4 comments
วัดภาวนาโซล ประเทศเกาหลีใต้ จัดโครงการปฏิบัติธรรมนานาชาติ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม นานาชาติโทชิหงิญี่ปุ่น Turtle Came to See Me
(13 มี.ค. 2562 20:11:50 น.)
Don't Worry Be Happy - Bobby McFerrin ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(24 ก.พ. 2562 16:10:07 น.)
:: ฉันเห็น :: กะว่าก๋า
(15 มี.ค. 2562 07:14:59 น.)
--- น ก แ ส ก --- ภูเพยีย
(11 มี.ค. 2562 10:24:51 น.)
  
ความคิดเห็นที่ 101

หลังจากที่ผมวางสายกับเพื่อนของแฟนไปแล้ว ก็มานั่งคิดตอนนั้น ว่า จะไปจับให้ได้ คาหนังคาเขาเลยหรือป่าว

ความคิดตอนนั้น ก็วุ่นวาย สับสน ไม่รู้ว่าจะทำดีหรือไม่ ใจนึงก็อยากทำมากๆ อีกใจนึงก็กลัว ไม่อยากเห็นภาพ ตอนนั้น หัวผมแทบระเบิด

แล้วผม ก็โทรหา กิ๊ก แล้วเล่า ให้ กิ๊ก ฟัง แล้วถามว่า ควรไปไหม แต่ว่า กิ๊กให้คำตอบ แบบไม่ได้คิดเลย่า

"ไม่ต้องไปหรอกพี่ พี่ทำใจไปเลยดีกว่า แล้วก็ไปบอกเลิกกับเขา ด้วยเหตผลอื่นก็ได้ เพราะถ้าพี่ ไป พี่ ก็เจ็บปวดอยู่ดี มันไม่มีอะไรดีแล้วตอนนี้ นะ เชื่อ กิ๊ก เถอะ ถ้าพี่ ห้ามใจตัวเองไม่อยู่หละ ทำร้ายเค้าขึ้นมา เรื่องถึงตำรวจมันจะเป็นยังไง อย่าเลย"

ผมก็เชื่อกิ๊กมากนะ แต่ตัวผมเองก็อยากจะให้แฟนผมรับสารภาพด้วยตัวเค้าเองด้วย ผมจึงคิดหาวิธียังไงดี จนผมปิ้งได้เดียบางอย่างออกมาได้

ผมจึงโทรหา แฟนผม ทั้งๆที่รู้อยู่ ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว

"ฮัลโหล อยู่ไหนเนี่ย"

"ฮัลโหล อยู่หอเพื่อน ไม่กลับบ้าน มีไรป่าว ง่วงนอน"

นั่นไง มาแล้ว ออกอาการก่อนเลย

"แล้วทำไมไม่กลับบ้านหละ พรุ่งนี้ ขายของไม่ใช่เหรอ ไม่ไปช่วยหรอ"

"เออ รู้แล้ว ไปช่วยสิ แล้วของก็ซื้อแล้ว พรุ่งนี้ ค่อยกลับไปทำ ทันอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง โตแล้ว มีความรับผิดชอบ"

"รู้ว่ามีความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมานอน หอเพื่อนนี่ มีอะไรค่อยคุยกับทางโทรศัพท์ก็ได้นี่"

"ก็มันมีปัญหา แล้วมันก็ไม่ได้ อยู่กับใคร มันอยู่คนเดียว ก็กลัวมันทำอะไรโง่ๆ "

"อ้าย เพื่อนผู้ชายเนี่ยนะ รู้แล้วว่าอยู่คนเดียว แล้วไปอยู่กันมันเนี่ยนะ"

"ไม่ใช่ จุ๊ จุ๊ เบาๆได้ไหม เพื่อนผู้หญิงสิ จะบ้าเหรอ ไปอยู่กับผู้ชาย พูดมาได้ไง"

"ทำไม ต้องให้พูดเบา ๆ นี่ก็ไม่ได้พูดดังอะไร ตกลงอยู่กับใครกันแน่"

"ป่าว ก็เพื่อนเค้าหลับแล้ว ไม่อยากกวน"

"ทำไมเกรงใจกันจัง "

"นี่ ถ้าโทรมาหาเรื่องก็พอเลย แค่นี้แล้วกัน"

"อ้าว นี่แหละ เธอแหละ เป็นคนหาเรื่อง หาเรื่องวางสายใช่ไหม"

"ไม่ ก็คุยไม่รู้เรื่อง นี่ ไว้คุยพรุ่งนี้ แล้วกัน ง่วงนอน แค่นี่นะ "

"เฮ้ย เดี๋ยวสิ ทำไมต้องรีบวางอย่างนี้ ด้วย"

"โธ่ พูดไม่รู้เรื่องแล้ว ไปนอนแล้วนะ แค่นี้นะ" กลิ๊ก ตุ๊ด ตุ้ด

"ฮัลโห......"

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 14:18:11 ]
-----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 102

ตอนแรก กะว่า จะพูดตามไอเดีย ที่คิดขึ้นมาได้ แต่ด้วยอารมณ์ ที่ผมมีอยู่ข้างใน มามากกว่า เลยไม่สามารถทำได้ ผมเลยคิดว่า ไม่เป็นไร ไว้พูดพรุ่งนี้ แล้วกัน

แล้วผมก็พยายาม หลับตานอนไปในคืนนั้น แต่ว่าไม่สามารถ หลับได้ เป็นสิ่งที่คิดอยู่ในใจตลอด ผมลุกจากที่นั่งมาเขียน อะไรไปเรื่อยๆ แล้วก็คุ่นคิด ไปเรือยๆ มันฟุ้งซ่านไปกัน ใหญ่

ผมไม่ทันได้ ตัดสินใจ ผมคว้า กุญแจรถ ขับรถออกจากบ้าน ไปจอดใกล้ๆ ที่ที่ เธออยู่ แต่ใจนึง ก็คิดถึงคำพูดของ กิ๊ก ขึ้นมา ผมก็เลย ถามตัวเองว่า นี่เราทำอะไรเนี่ย มาทำไมเนี่ย ตรงนี้ แล้วผมก็รอในรถไปเรื่อย ๆ คิดๆ คิดๆ ไปเรือยๆ

ก็เลยตัดสินใจ รอว่า ยังไงเธอต้องออกมาแต่เช้า ไม่งั้นเธอจะกลับไปเตรียมของไม่ทันแน่ๆ แล้วผมจะแสดงตัว ถ้าเธอไม่ได้ อยุ่คนเดียว ก็จะแสดงตัวให้รู้ไปเลย ว่าผมรู้แล้ว เธอจะทำยังไงต่อไป ตอนนั้น ประมาณ ตี 4 ซึ่งผมไปถึงก่อนแล้ว ครึ่งชม. ผมรอจน 7 โมงเช้า ปัจจุบันมานั่งถามตัวเองว่า รอเข้าไปได้ไง ตั้ง 3-4 ชม. ไม่รู้เหมือนกัน

ผมรอบนรถแบบมอง กระจกข้าง กระจกมองหลังตลอด แต่ก็ไม่เห็นเธอออกมา จน 7 โมงเช้า ผมจึงโทรหาเธอ เพราะ คิดว่า เธอยังไม่ตื่น

"ฮัลโหล"

"ฮัลโหล อืม อยู่บ้าน กำลังเตรียมของอยู่" พูดดีเลย

"อ้าว นึกว่ายังไม่ตื่น แล้วออกมาจากหาเพื่อนกี่โมงหละ"

"ก็ ตี5 ครึ่งมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน มันมืดๆ ทำไมหละ"

"ป่าว ก็มารอตั้งแต่ตี 4 ไม่เห็นเดินผ่านเลย"

"หา....... รอที่ไหน"

"ก็หน้าปากซอย หอเพื่อนเธอแหละ"

"อ้าว เหรอ แล้วไปรอทำไม ตอน ตี 4 เนี่ยนะ"

"อ้าวทำไม ก็กะว่า จะไปรับอ่ะแหละ เห็นปิดมือถือ ทำไมไปรับไม่ได้เหรอ"

"ป่าว แต่ตอนตี 4 เนี่ยนะ ยังไม่ตื่นอ่ะสิ ตื่นตอนตี 5 ถึงเปิดเครื่อง"

"ก็นอนไม่หลับ ก็เลยขับรถออกมารอ ไม่มีอะไร แล้วเป็นไง เหนื่อยป่าว หลับไปแป๊ปเดียว ตื่นแต่เช้า"

"ก็ไม่นะ ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ หลับแล้วก็ตื่น แค่นั้น" ออกตัวเลยนะ

"ก็นึกว่าทำ ก็ดีแล้ว"

"ทำอะไร พูดอะไร ไม่เห็นรู้เรื่อง " แทงใจดำหละสิ

"เออ เออ ช่างมันเหอะ แล้วจะเข้าไปหาที่บ้าน"

"อืม ก็แล้วแต่ แล้วไม่เหนื่อยเหรอ กลับไปนอนก็ได้นะ"

"ไม่หรอก ไม่เหนื่อย"

"อืม มาก่อได้ จะได้ช่วยกันขนของ" ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 14:36:59 ]
----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 103

วันนั้น ผมเข้าไปหาเธอที่บ้านต่อ แต่ก็เจอคนที่บ้านเธอ แล้วก็เห็น วุ่นวายกับการเตรียมข้าวของเพื่อไปขาย ผมก็เลยไม่ได้พูดอะไรกับเธอ ก็มัวแต่ช่วยเธอขนข้าวของ ยกของ ก็เลยคิดว่า ให้ผ่านไปก่อนก็ได้

แล้ววันรุ่งขึ้น ผมก็ต้องไปทำงาน ก็เลยคิดว่า จะโทรหาเธอที่บ้าน แล้วค่อยคุย เมื่อ โทรไป ซึ่งเป็นตอนเย็น ภาระกิจที่เธอต้องเตรียมของจัดของ ก็หมดไปในวันนั้น แต่ว่า เธอไม่อยู่บ้านนี่สิ ผมไม่รู้จะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 14:43:41 ]
----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 107

ต่อจากนั้น ผมจำไม่ได้ ว่าอีกกี่วันผ่านไป ที่ผมได้คุยกับเธออีกที เพราะ ผมโทรเข้ามือถือเธอที่ไร ก็เป็นอันทะเลาะกันทุกที

จนมาวันนีง ผมโทรหาเธอที่บ้าน แล้วเธอก็เป็นคนรับสาย ผมคิดในใจ วันนี้ แหละ คงเป็นว้นที่ ผมต้องบรรลุ ผลการกระทำของเธอให้ได้

"ฮัลโหล "

"ฮัลโหล อืม ว่าไง"

"เป็นไง ไหงวันนี้ อยู่บ้านได้หละ"

"อ้าว ไม่ได้ออกไปทุกวันนี่ เดี๋ยวนี้ ไม่ไปเที่ยวแล้ว"

"แล้ว เหรอ แต่ก็เกือบทุกวันนี่ "

"นี่ จะหาเรื่องอีกแล้วเหรอเนี่ย ไม่อยากคุยนะ อย่างนี้ "

"ป่าวไม่ได้หาเรื่อง พูดความจริง แล้วก็มีความจริงมาบอก"

"อะไรอีกละ ถ้าจะชวนทะเลาะละก็ ไม่ต้องเลย ไม่มีอารมณ์"

"ไม่รู้สิ แต่จะฟังหรือเปล่าหละ"

"ก็บอกมาสิ ไม่บอกจะรู้มั้ยเนี่ย"

"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก มีคนมาบอกว่า เธอไปนอน ห้องของเพื่อน ผู้ชายคนนั้น"

"ใคร ใครเป็นคนบอก"

"เอาน่า อย่ารู้เลยว่า ใคร แต่มันเป็นความจริงนี่ ใช่ป่ะ"

"ไม่ ใครบอกหละ บอกมาเถอะ อยากรู้ว่า เป็นคนเดียวกับที่ฉันคิดหรือป่าว เพราะว่า มันมีคนเคยมาบอกอย่างนี้ แล้วเหมือนกัน"

"ไม่ใช่คนที่คิดแน่นอน ตอบมาก่อนสิ ว่าจริงหรือไม่จริง"

"ทำไม นี่ไม่เชื่อใจใช่ไหม เชื่อคนอื่น ที่ไม่รู้จัก มากกว่า แฟนตัวเองใช่ไหม"

"ก็ไม่นะ ไม่เชื่อคนอื่นมากกว่า แฟนหรอก แต่พฤติกรรม และการเฝ้าติดตาม ของ ฉันเองที่ เป็นตัวบอกว่า มันจริงหรือไม่ บอกมาเหอะ"

"บ้าเหรอ อะไรเนี่ย ทำไมต้องตอบด้วยหละ"

"ตอบมาเหอะ แล้วเธอก็จะรู้หลังจากตอบเองแหละ ว่า ทำไม"

"ก็ ไม่ ไม่จริง อ่ะ สิ จะบ้าเหรอ ไปอยู่กับผู้ชาย ทำไมเธอดูถูกแฟนตัวเองอย่างนี้ หละ"

"ไม่ได้ ดูถูกหรอก ตกลงคำตอบ ว่า ไม่จริง ใช่ มั้ย ไม่ได้ ไปนอน กับผู้ชายคนนั้นใช่ไหม"

"ใช่ เธอจะบ้าไปแล้ว เน้นอยู่นั่นแหละ"

"โอเค มันเป็นอย่างที่ฉันคิดแล้วหละ"

"เป็นอะไร คิดอะไร งง "

"ก็ เธอ โกหก หนะ สิ"

"โกหก ตกลงไม่เชื่อใช่มั้ย ก็ได้ ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เป็นแฟน กัน ไม่เชื่อกัน ก็ไม่ต้องคบกันแล้ว"

"ไม่ ต้อง มาคิด จะเลิกกัน ง่ายๆ แบบนี้ หรอก เพราะฉัน คิดมานาน กว่าเธอมากแล้ว"

"อ้าว เหรอ งั้น ตกลงจะเลิกใช่มั้ย"

"ใช่ คงเลิกแหละ แต่ก่อนเลิก ฉันอยากจะบอกเธอให้ได้รู้ว่า ฉันรู้ความจริงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วที่ทนต่อให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ มันเพราะอะไร เพื่อรออะไร"

"อะไรความจริงอะไร งง บ้าไปแล้วนะเธอ"

"ฉันรู้ว่า เธอคบกับมันมานานแล้วหละ แล้วที่เธอไปค้างที่หอ เพื่อน เนี่ย ก็หอมัน ไปเที่ยวก็กับมัน ไปทำอะไรอีกเยอะ รวมถึงมีอะไรกับมันด้วย ฉันรู้มาตั้งนานแล้ว"

"ก็ตกลงก็ไม่เชื่อกันอยู่แล้วนี่ ก็เลิกไปเลยดีกว่า"

"ไม่ต้องพูดอย่างนั้นหรอก เพราะฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องพูดอย่างนี้ แต่ว่า จะบอกอะไรให้ ว่าฉันไม่ได้ พูดเพราะเชื่อคนอื่นหรอก ฉันมีหลักฐาน"

ผมพูดไปทั้งๆที่ไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลย

"หลักฐานอะไร "

"อยากจะเห็นมั้ยหละ"

"เออ เอามาดูสิ จะดูสิว่า ใคร อะไร ที่มันทำให้เธอโง่ขนาดนี้"

"นี่ โธ่... ไม่อยากจะพูดเล้ยยยยยยยยยยยย"

"ไม่ต้องมาใส่อารมณ์ เลย ไม่มีหละสิ ถ้ามีก็เอามาดู ไม่ใช่ว่า ทำแล้วไม่ยอมรับ แต่นี่ไม่ได้ทำนะ"

"ก็ได้ ในเมื่อเธอยืนยันอย่างนี้ ฉันจะบอกให้ก็ได้ แต่ขอถามอะไรอีกอย่างนึงว่า จะได้ ยืนยันอะไรบางอย่างได้มากกว่านี้"

"อะไรเนี่ย อะไรอีก "

"แล้วนอกจากที่บอกแล้ว เธอเคยจับมือ แบบคนรัก กับผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า"

"เฮ้ยยยยยยยยยย อะไรอีกเนี่ย ไม่มี เธอจะบ้าเหรอ แต่ถ้าแบบ เพื่อนฝูงอ่ะ มี แบบ ตบมือ เฮฮาอ่ะ มี "

"จับมือถือแขน เดินกันไม่มี แน่ใจ"

"ใช่ไม่มี"

"โอเค บอกให้ก็ได้ ว่าหลักฐานคืออะไร เธออยากเห็นรูปที่เธอ จับมือมัน เดินจูงมือกันหรือเปล่าหละ"

"รูป จะมีได้งัย" เริ่ม เสียงเบาลง ครับ

"ก็เนี่ยอยู่ในมือฉันเนี่ย แล้วจะเอาไปให้ดู เป็นรูปที่ถ่าย ก่อนเข้า หอของมัน เธอเดินออกมาจากลิฟ แล้วก็เดินจูงมือกัน ไปเปิดประตูห้อง"
ผมบอก ไปทั้งๆ ที่ ไม่มี หลักฐานอยู่ในมือหรอก

"จะมีได้ไง ก็ไม่ได้..."
"ไม่ต้องโกหกแล้ว เธอคงไม่เชื่อแน่ว่าฉันจะทำได้ถึงขนาดนี้"

"ทำไม"

"ทำไม่ ก็นักสืบ สิ ไม่งั้นจะได้ รูปขนาดนี้ เหรอ นี่มันยังถามเลย ว่า จะเอารูปที่อยู่ในห้องกันด้วยหรือเปล่า"

"หา........" อึ้ง ครับ อึ้ง ไปนาน ปล่อยให้ผมพูดคนเดียว

"แค่นี้ ก็ไม่รู้ว่า จะทำยังไงต่อไปในชีวิตแล้วฉัน เคยวางแผนอะไรไว้ หมดกันเลย สิ่งสวยงานที่ได้คุยกันมาตลอดมันจบไปเลย นี่ถ้าเห็น รูปในห้องด้วยแล้ว คงต้องมีเลือดตกยางออกกันบ้าง ไม่เธอ ก็มัน หรือไม่ก็ฉัน "

นิ่งไปอีกครับ นานเลย แต่ผมก็ได้ ยิน เสียงสะอื้น ออกมาเบาๆ เหมือนกัน

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 15:20:43 ]
----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 108

ผมพูดต่อไปว่า

"ขนาด ภาพแค่นี้ มันก็ไม่ต้องไปเฝ้าติดตามอะไรอีกแล้ว จริงๆ ก็กะจะไม่มาถามมาพูดอะไรต่อไปอีกแล้ว กะจะหายไปเฉยๆ เลยด้วยซ้ำ จะได้ ไม่ต้องเจอกันอีกเลย เธอจะได้ไม่รู้ว่า ฉันฉลาดขนาดไหน ให้รู้โง่ไปจนตายเลย แต่จริงๆ ในความเป็นจริง แล้ว เธอนั่นแหละ ที่โง่ โง่งงงงงงง โง่งงงงงงงงงง โง่เหมือน ควาย เลย ที่ทำอย่างนี้ ได้"

ผมใส่อาราณ์ ระเบิดใส่ เธอ เพราะว่า เธอเงียบฟังมาตลอด ยอมรับครับ ว่า พิม พิม อยู่นี้ ก็ยังนึกถึงอารมณ์ ณ ตอนนั้น ว่า เป็นยังไง ที่พิม พิม อยู่นี้ ก็ยังกระแทก แป้นพิม ไปด้วยเลย ไม่มีวันลืมเลย ผม

"ฮือ ฮืฮ ฮือ" เธอปล่อยเสียงร้องไห้ มาในโทรศัพท์

"ทำไม ร้องไห้ ทำไม ไม่มีอะไรจะพูดเลยใช่มั้ย เลยร้องไห้ นะ รู้มั้ย ว่ามันทรมาน มากแค่ไหน ที่ต้องยอมทนว่า สักวัน เธอจะสำนึก แล้วกลับมาเอง สักวันเธอ จะเห็นความรัก ที่ฉันมีให้เธอ แต่นี่ ไม่เลย ยังทำกันมากขึ้นๆ ทุกวัน ไม่รู้ว่า จะทนต่อไปทำไม คนที่โง่ ที่สุด รู้ตัวไว้ ด้วย ว่า เป็น เธอ "

ผมใส่ ต่ออีกเป็น ชุด ครับ โดยปกติ แล้วผมเป็นคนไม่ชอบพูดจาหยาบ คาย เท่าไหร่ ขนาด เพื่อนผู้ชายด้วยกัน แล้ว ผมก็มีบ้างแต่ ก็ดูไม่น่าเกลียดอะไร แต่กับ ผู้หญิง จะด่า กัน ก็มีแต่ บ้า ติงต๋อง อะไร ประมาณนี้ ที่ผม ใส่ แฟน ไปนี่ ถือว่า แรงมาก สำหรับผม แล้วที่ผ่านมา คบกัน ประมาณ 10 ปี นี่ ผมไม่เคยด่า เค้าแรงขนาดนี้เลย

แต่ก็เหมือนได้ ปลดปล่อยออกมามากเหมือนกัน ช่วงเวลาที่ผมทำงาน ต่างจังหวัด บ่อยๆ จนถึงวันที่ผมด่า เธอไป ก็รวมๆ แล้วได้ ประมาณ 6 เดือนครับ ซึ่งก็ค่อนข้างนาน ผมมานั่งนึกย้อนกลับไป แล้วก็สงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ทนได้นานขนาดนี้ ได้ ยังไง

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 15:39:25 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 121

"ฮือ ฮือ ฟาง ฉัน บ้างได้ ไหม เนี่ย"

"หา ยังจะพูดอะไรอีก มีอะไรจะแก้ตัวหรือป่าว หละ หลักฐานที่อยู่ในมือเนี่ย เธอไม่จำเป็นต้องเห็นมันหรอก แค่ตัวเธอเอง จะรู้อยุ่แก่ใจดีที่สุด ฉันคงรู้แล้วว่า มันเป็นจริงอย่างที่ฉันไม่อยากให้มันเป็นจริงมาตลอด พยายาม ให้กำลังใจตัวเอง และก็ยกย่องเธอ ว่าเธอคงไม่ทำอะไรอย่างที่คิด ปลอบเท่าไหร่ ยกย่องเท่าไหร่ มันก็เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น รู้มั้ย ว่าฉันเสียเงินจ้าง นักสืบ ไปเท่าไหร่ ครึ่งนึกของเงินเดือน ฉันเลย ฉันไม่ต้องทำอะไรแล้ว เดือนนี้ "

"ฉันนนน . ...."

"ทำไม ฉันทำไม"

"ฉัน รัก เค้า ฮือ ฮือ ฮืออออออออออ"

"หา อะไรนะ รัก มัน แล้วฉันหละ ทำไมเธอพูดอย่างนี้ หละ โธ่ เว้ยยยยยยยยยย "

ผมจำได้ ว่า ผมวาง โทรศัพท์ ด้ง มาก จนคนที่ทำงาน สงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น ผมก็บอก ไม่มีอะไร ทะเลาะกับคนที่บ้านนิดหน่อย แล้วก็ไปหาที่สงบ นั่งร้องไห้ ในห้องน้ำคนเดียว พยายามสงบสติ อารมณ์ มากๆ พยายาม แล้ว แต่ คำสุดท้ายที่เธอ พูดออกมา มันยังก้องอยู่ในหัวผม มันค้างอยู่นาน มากๆ

พอสักพัก ผมก็ออกมาจากห้องน้ำ ก็ไม่รู้ว่า จะทำใจให้สงบนิ่งอีกได้ หรือป่าว แต่มีอยู่อย่างนึงที่ผมคิดถึง แล้วก็คิดว่า จะพูดให้เธอ ฟัง ใช่ กิ๊ก เป็นคนเดียวที่ผมคิดถึง อยากพูดคุยด้วยมากที่สุด ผมไม่รอช้า ผมโทรหาเธอ เล่าให้เธอฟัง ว่าผมจับผิด และ ทำให้เธอพูดออกมาจากปากของเธอเองได้ แล้ว โดยที่ผมไม่ต้องไปเห็นด้วยตาเลยด้วยซ้ำ

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 21:01:29 ]
--------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 122

ผมเล่า ให้กิ๊กฟัง ทุกอย่าง ว่า ผมจับผิดแล้วทำให้เธอพูดออกมาได้ยังไง ซึ่งเธอเองก็ยัง อึ้ง เหมือนกัน ที่ผมต้องการจะเล่าให้เธอฟัง เพราะว่า เธอเป็นคนเดียวที่ผมเล่าให้ กิ๊ก ฟังมาตลอด เธอก็เลยถามว่า แล้วผมจะเอายังไงต่อไปหละทีนี้

ผมก็ ยังไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะยังไง เพราะว่า ความรักที่ผมมีให้เธอ มันมากมายเหลือเกิน แต่การกระทำของเธอมันก็มากมาย เหมือนกัน แต่เท่าที่ผมรู้นิสัย แฟนผม คือ เวลาเค้าเจอปัญหา หนักอก เค้าจะปรึกษาผม แต่ถ้าผมไม่อยู่ หรือ ทะเลาะ กับเธอ จะหาที่ที่นึง เพื่อไปอยู่คนเดียว ไม่ให้ใครไปเจอ สักพัก แล้วเธอก็จะกลับมาเอง

หลังจากผมด่า เธอไปยกใหญ่ ไม่นาน ที่บ้านเธอก็โทรมาหาผม ถามว่ามีอะไรกัน ทะเลาะกันหรือเปล่า ผมก็ได้แต่บอกว่า ก็ทะเลาะกันนิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก เดี๋ยวเค้าก็ดี เองแหละ เพราะตอนนั้น ผมคิดว่า ยังไม่อยากให้ที่บ้านเค้า รู้ความจริง ถ้าเค้ารุ้ เค้าก็จะเครียด แล้วก็รุมด่า กันเข้าไปอีก จะทำให้ กลายเป็นโศกนาฏกรรมของความรัก ก็ได ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้น ผมตัดสินใจ ไม่บอกที่บ้านเค้า

ที่บ้านบอกว่า เห็นเธอ ร้องไห้ แล้วก็วิ่งออกไปนอกบ้าน ถามก็ไม่ตอบ บอกว่า จะไปหาเพื่อน ผมคิดในใจ ว่า เธอก็คงไปบอกข่าวให้ "คนนั้น" รู้นั่นเอง ว่า ผมรู้เรื่องราวทั้งหมดมาตลอด

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 21:12:25 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 123

แต่ที่บ้านเธอ ก็เข้าใจผม ที่บ้านเธอ จะเข้าข้างผม ก็ว่าได้นะ เพราะเค้าเองก็ไม่ชอบพฤติกรรม ของแฟนผมเอง หรือแม้แต่ เพื่อนกลุ่มที่เค้าสนิทสนมด้วย เพราะที่บ้านเค้าก็เคยเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนเค้ามานอนที่บ้าน แต่ว่าเป็นผู้หญิงหมด ประมาณ 3 คน ซึ่งที่บ้านก็ยอมรับว่า ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

เค้าก็พยายามให้พูดกันดี ๆ ใจเย็น ใช้เหตผล คุยกันดีๆ ทุกอย่าง ย่อมมีทางแก้ปัญหา ผมก็รับปากรับคำไปอย่างนั้นเอง เพราะยังไม่อยากให้เค้ารู้ความจริง

ส่วนแฟน ผมก็ไปหาเพื่อนเค้าจริงๆ ซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันนั่นแหละ แต่เป็นคนนึงที่รู้เรื่องเค้าตลอดมา ผมมารู้ทีหลัง เพราะเพื่อนผู้หญิงที่ผม เคยคุยแล้วก็สอบถามข้อมูล โทรมาบอกผมว่า แฟนผม ไปเมาที่ร้านเหล้าที่พวกเธอไปเที่ยวกันประจำ เมาจนไม่รู้เรื่องเลย ต้องแบกกันกลับ ถามอะไรก็ตอบไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ที่รู้ก็คงเป็นเรื่องของผมแหละ เพราะไม่มีเรื่องงานแล้วตอนนี้

ตอนเมา เธอก็พรรณนา ว่า เธอไม่ดี เอง อยากตาย ไม่อยากอยู่เพื่อต้องทน รับผิดกับความผิดที่เธอได้ก่อขึ้นเอง อะไรประมาณนี้ ผมก็ถามว่า แล้วคนนั้น เค้าไม่อยู่เหรอ อยากรู้ว่า มันจะคิดยังไง จะพูดยังไง แต่เพื่อนเค้าก็บอกว่า ไม่อยู่ เค้าทำงาน แต่ว่า ตอนกลับเนี่ย เค้านั่งแท๊กซี่ มารับ แฟนผม ไป เพราะว่า เละ เลย เมาเละเลย

ตอนที่เพื่อนเธอ โทรมาบอก ผม เป็นวันรุ่งขึ้นแล้ว ผมก็เลยโทรไปหาเธอ ซึ่งเธอก็ไม่รับสาย ผมก็ไม่โทรไปอีกเลย คิดว่า เธอจะต้องโทรมาหาผมแน่ๆ ซึ่งก็เป็นจริง พอตกเย็นของวันนั้น เธอก็โทรมา แล้วก็อธิบาย ต่างๆนาๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 21:25:06 ]
----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 124

เธอบอกว่า แรกๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรเลย อาจเป็นเพราะ ผมห่างกับเธอไปช่วงนั้นๆ แล้วเธอก็มีแต่กลุ่มเพื่อนนี้ เท่านั้น เธอใกล้ชิด แล้วก็มีความสุขกันมาก ตอนไปเที่ยว ตอนอยู่ด้วยกัน

ผมก็มีอารมณ์ ขึ้นมาทันที เพราะการที่ผมห่างกับเธอไป เพราะผม ต้องการให้เราได้มีอนาคตที่ดี ร่วมกัน ผมไปทำงาน ที่มันทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย ทั้งเครียด ทุกอย่าง แล้วมาเจอเธอทำอย่างนี้ ถ้าผมต้องไปต่างประเทศ ซัก 1-2 ปี ก็คงต้องเลิกกันก่อนเลยใช่ไหม หรือก็ไม่ต้องต่างประเทศ เธอไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ

เธอก็ยอมรับทุกอย่างที่ผมพูดไป แล้วก็ขอโทษผมทุกอย่าง แต่ก็มีอารมณ์ เหมือนกัน ก็เป็นเรื่องทะเลาะกันไปทุกครั้ง ที่คุยกัน ผมก็ไม่ยอมเธอแล้วคราวนี้ เธอเองก็จะยอมรับ เฉพาะเรื่องที่เธอทำผิดเท่านั้น ถ้าพูดท้าวความไปเรื่องอื่น เธอก็ไม่ยอม โดย เฉพาะเรื่อง งานที่เธอได้ลาออก ผมก็ด่าเธอไปว่า ลาออกมาแล้ว นึกว่าจะดีขึ้น รู้อย่างนี้ ให้เครียดให้ตายเลยดีกว่า เธอก็หาว่า ผมมองว่าเธอไม่สู้ หนีปัญหา แต่ในใจผมก็คิดว่ามีส่วนจริงอยู่นะ ทำไมไม่สู้ไปก่อนหละ

ทะเลาะ ไป ทะเลาะมา ก็เหมือนคุยกันไม่รุ้เรื่อง ก็วางสายกันไป หลังจากนั้น ผมก็ไม่เป็นฝ่ายที่จะโทรหาเธอ เธอเองเป็นฝ่าย โทรมาหาผม ซึ่งบางครั้งผม ก็ไม่ได้ รับสาย เพราะว่า ผมติด ไปเที่ยวบ้าง ดูหนังบ้าง กับผู้หญิงที่ผมมีอยุ่ ณ ตอนนั้น แต่ผมไม่ได้ บอกกับ แฟนผม เท่านั้นเอง

ส่วน เรื่องผู้หญิง ของผมที่มีอยู่พอสมควร ผมยอมรับว่า ณ ตอนนั้น ที่จับผิดแฟนผมได้แล้ว ผมยิ่งหนักมากเรื่อง ผู้หญิง ไปเที่ยว ทั้ง กลางคืน ทั้ง ต่างจังหวัด โดยไม่คิดถึง อะไร หรือ ถึงใครเลย แม้แต่ กิ๊ก แต่ กิ๊ก เค้าก็ยอมทนผม เรื่องนี้ เธอพยายามเข้าใจ ผม แล้วผมก็จะบอกกับเธอทุกครั้ง ทุกคน ว่าผมไปไหน กับใครบ้าง แม้แต่เรื่อง แฟนผมเอง ก็เล่าให้เธอฟังทุกขั้นตอน

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 21:37:41 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 125

ตัว กิ๊ก เองก็มีไปเที่ยวกับ ผมบ้าง โดย เฉพาะ ต่างจังหวัด ผมอยากจะไปเที่ยวให้ ลืม ลืม มันให้ได้ ผมบอกเธอว่า ผมขอคิดอะไรให้รอบคอบอีกที ว่า จะเอายังไงกับ แฟนดี แต่ตอนนี้ มีคำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้แน่ใจ เท่านั้น ไม่อยากจะใช้ อารมณ์ ในการตัดสิน อะไรไปง่ายๆ ส่วนเรื่อง เวลา ผมก็ไม่รู้เมื่อไหร่ คงสักพัก ตัวผมเองก็รู้ตัวว่า ที่ประวิงเวลาไว้ เพื่ออะไร หลายอย่าง ทั้ง เรื่องผู้หญิงด้วย เพราะว่า บางคน ผมก็ยังดำเนินการ ไม่เรียบร้อย ซึ่งความคิดตรงนี้ แหละ ที่ทำให้ ผม ได้ รับกรรม

ส่วนเรื่อง ของ กิ๊ก เอง ก็ดู จะเคลียร์ ปัญหา เพราะเธอ เองก็พูดน้อยลงไปมากๆ เวลาถามทีไร ก็ตอบแต่เพียงว่า แฟนเหรอ ก็คุยอยู่นะ แต่เหมือนเพื่อนไปแล้ว เพราะ เค้าโทรมาทีไร ก็จะมีปัญหามาให้ กิ๊กได้ แก้แทนทุกที กิ๊กบอกว่า คงไม่สามารถ คิดกับเค้า แบบ แฟน ได้ แล้ว เพราะ กิ๊ก เองยอมรับว่า กิ๊ก เป็นคนไม่ชอบให้โอกาสใคร ซึ่งเมื่อผมได้ฟังก็จะ สอนเธอไปว่า มันไม่ดีนะ การให้โอกาสคน เป็นสิ่งที่ดี ที่เราหรือ คนที่เราให้โอกาสไม่สามารถมองเห็นได้ จะมารู้ตัวอีกที ก็ได้ รับความเต็มใจไปแล้ว เธอเองก็ยอมรับ ว่า มันไม่ดี แต่เธอเป็นอย่างนี้ มาตั้งแต่เด็ก

ด้วยเหตที่ว่า เธอเอง ถูกพ่อทิ้ง ตั้งแต่ แบเบาะ แล้วก็ไม่มาดูแลเธอเลย เธอเองก็ยังโกรธพ่อเธอถึงทุกวันนี้ ก็มีแต่ผมนี่แหละ ที่พยายามคุยให้เธอ ให้โอกาสพ่อเธอดูก่อน แล้วก็ใช้เหต ผล เยอะๆ เธอเองก็ยอมรับ กับผมว่า ผมทำให้เธอใจเย็นขึ้น มองโลกในแง่ดีขึ้น เธอได้ยินเรื่อง แฟนผม เธอก็จะให้ความเห็นว่า ถ้าเป็นเธอ แฟนผมคงจะตายไปแล้วมั้ง เพราะ ในร้อนมากๆ

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 21:48:15 ]
----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 127

ช่วงนั้น ที่ผมเที่ยวเยอะมากๆ แฟนผม ก็ยังโทรมาบ้าง เมื่อคุยทีไร ก็จะเป็นทะเลาะทุกที โดย ผมเองที่เป็นคนชวนทะเลาะไป ซึ่งวันนีงผมก็รำคาญเธอกับการโทรจิกผม ผมก็เลยบอกกับเธอว่า ผมอยู่กับผู้หญิง อย่าโทรมาบ่อยๆได้ไหม แล้วจะโทรไปเอง เธอ ถึงกับอึ้ง แล้วก็พูดว่า

"โฮ ทำไมมันเจ็บอย่างนี้ ทำไมต้องไปกับคนอื่นด้วย ไม่คุยกันให้จบก่อนหละ "

"ก็ทำไม ทีเธอยังทำได้เลย แล้วทำไม"

"แล้วจะไม่ฟัง เหตุผล บ้างหละ"

"เหตผล ของเธอนะหรือ แล้วมันจะสู้เหตผล ของฉันได้หรือป่าวหละ แค่นี้นะ แล้วจะโทรไปคุยแล้วกัน"

"เออ เออ โทรมานะ จะรอ"

ผมก็แกล้งปล่อยให้เธอรอไปนาน เป็นวันเหมือนกัน บางครั้งเธอรอไม่ไหว เธอก็จะโทรมาหาผม ซึ่งผมจำได้ ว่า ครั้งนึง ผมดูหนังอยู่กับ กิ๊ก นี่แหละ เธอโทรมา ซึ่งเวลาดูหนัง ผมมักจะปิดเสียงไว้ พอมาดูอีกที 36 miss call ผมตกใจเลย

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 21:55:31 ]
--------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 128

แล้วผมก็โทรกลับ ไปหาแฟน ว่ามีเรื่องอะไร โทรมาเยอะขนาดนั้น เธอก็บอกว่ามีเรื่องสำคัญ จะบอก แต่ขอคุยก่อน ซึ่งผมก็โอเค ก็เลยยอมคุยกัน

"ก็ไม่มีอะไรมาก อยากจะคุยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่จะคุยกันดีๆ หรือป่าว อย่าใช้อารมณ์นะ" เธอทำพูดใจเย็น

"ก็ได้ แต่บอกไม่ได้ ว่า อารมณ์ มันจะขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่ก็จะพยายามแล้วกัน " ยังมีฉุนๆ เล็กๆ

"ฉันรู้ว่าเธอ เป็นคนใจเย็น สามารถทำได้ อยู่แล้ว"

"อ้าวว่ามา"

"ก่อนอื่น ก็ต้องขอโทษเธอมากๆ ถึงคำขอโทษนี้ จะไม่สามารถที่จะ ทำอะไรได้มากกว่านี้แล้ว ความรู้สึกผิด มันมีมาตลอดเวลา ที่เกิดเรื่อง แรกๆ ยังมั่นใจว่า ไม่เกิดความรู้สึกอย่างนั้น กับเพื่อนได้ แต่ก็ยอมแพ้ กับความใกล้ชิดที่เธอเคยด่าฉัน"

"อ้าว ยอมรับแล้วเหรอ ทำไมตอนนั้น เตือนไปแล้วก็ยังเถียงด้วยความมั่นใจ ตอนนี้หมดความมั่นใจตัวเองไปแล้วเหรอ"

"ใช่ ยอมรับ ว่าความมั่นใจ หายไปเยอะ ตั้งแต่ไปคบเค้านั่นแหละ แต่เค้าก็รู้เรื่องเธอเหมือนกันนะ"

"หา รู้เรื่อง แล้วมันก็ยังทำเนี่ยนะ โฮ เลว จริงๆ ผู้ชายคนนี้"

"อืม เค้าก็ยอมรับว่า เค้าก็เห็นแก่ตัว เค้าบอกว่า รักฉันมาก เหมือนกัน "

"เออ ไม่อยากฟังหรอก เอาที่มันเกี่ยวกับเราสองคนพอ"

"ก็ได้ ก็เป็นความใกล้ชิดนะแหละ แล้วก็ช่วงนั้น ห่างๆ กับเธอ แล้วฉันก็หวั่นไหวไปเอง เพราะเค้าเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ทำให้เพื่อนๆ หัวเราะได้ตลอด แล้วความรู้สึกดี ก็เกิดขึ้น เอะ แต่เธอเองก็เคยเห็นเค้านะ จำไม่ได้เหรอ"

"ไม่รู้ ไม่อยากจำ คนไหนหละ"

"ก็คนนั้นไง ที่ตลก ๆ หน้าตาดี หน่อย แต่จะเหมือนเกย์ๆอ่ะ"

"อ๋อ ที่ตอนนี้น เธอเคยพูดถึงเค้า แล้วฉันถามเล่นๆว่าใครหน้าตาดีกว่ากัน ระหว่างมัน กับ ฉัน ใช่มั้ย"

"ใช่ แล้วฉันก็ตอบว่า ดีคนละแบบอ่ะ"

"ใช่ ตอนนั้นแหละ ที่ฉันเริ่มสงสัย"

"อ๋อ เหรอ"

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 22:13:53 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 129

"ฉันก็ยอมรับ ว่า ชอบเค้านะ แต่ก็มีเธอ ที่ทำให้ฉันคิด อยู่ตลอดว่า มันเป็นไปไม่ได้ แล้วก็บอกกับเค้าด้วย"

"แล้วทำยังไง ให้มันเกิดขึ้นหละ"

"ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ มันเป็นไปเอง"

"แล้วไปมีอะไรกับเค้า ตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ก็จำไม่ได้ หรอกนะ แต่ก็ช่วงที่เธอกลับมาแล้วแหละ แต่แรกๆ ตอนนั้น ยังไปเที่ยวไง ทุกคนก็กลับกันไปกันหมด ฉันก็ยังไม่อยากกลับ ก็มีเค้าอยุ่เป็นเพื่อน กันสองคนเท่านั้น แล้วสุดท้าย ก็ไปนอนที่หอเค้า "

"ก็เตรียมใจไปตั้งแต่ตอนนั่งกินกันแล้วสิ"

"ไม่ใช่ มันรู้สึกมึนๆ ด้วย "

"แล้วก่อนมีอะไรกัน คุยกันเรื่องนี้ ตรงๆเลยหรือป่าว"

"ก็ไม่ได้คุยนะ แล้วก็เคยถามเค้าเหมือนกันว่า ทำอย่างนั้นเพราะ อะไร เค้าก็ยอมรับ ว่า ปล่อยให้อารมณ์ มันนำไม่ได้ คิดอะไรรอบคอบเหมือนกัน"

"ว่า แล้ว ไอ้ ผู้ชาย อย่างนี้ แหละ เลว ของแท้ แหละ ขนาดฉัน ก็ยอมรับว่าไม่ดี เรื่องผู้หญิงเหมือนกันนะ ช่วงนี้แต่ทุกครั้ง ที่มีอะไรก็จะพูด จะถามก่อนทุกคน ไม่ยอมให้อารมณ์ มันนำ ความรู้สึกหรอก เพราะถ้าทำไปตามอารมณ์ แล้วปัญหามันก็จะตามมา อย่างนี้ไง"

"อืม ก็ใช่ เค้าไม่ใช่คนดี หรอก ที่คบๆมา สักพักก็รับรู้ถึงความเห็นแก่ตัวของเค้ามามาก ถ้าจะเทียบกับเธอแล้ว เธอเทวดามากๆเลย"

"อันนี้ ไม่รู้นะ แต่ว่า เธอไม่น่าโง่ขนาดนั้น เลย"

"ใช่ ฉันผิดเอง อยากด่าอะไรก็ด่าเถอะ"

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 22:23:42 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 132

"แล้วตอนนี้ หละ ยังคบกันอยู่มั้ย"

"ก็ไม่รู้สิ ก็ตั้งแต่ แรก ก็เหมือนไม่ได้คบนะ เหมือนมันเป็นไปเอง แต่ตอนนี้ ก็ทะเลาะ กัน เรื่องเธอเนี่ยแหละ เพราะความเห็นแก่ตัวของเค้า บอกกับฉันว่า ให้คบกับเค้าไปเลย ไม่ต้องกลับมาขอโทษ เธอด้วยซ้ำ "

"โฮ สุดยอด ผู้ชายแห่งยุค แล้วเธอว่าไง"

"ก็ไม่ว่าไง ก็บอกเค้าว่า เราทำผิดนะ ก็ต้องไปคุย แต่ก็ไม่ได้ บอกเค้าว่าจะคุยอะไร ถ้าถามว่าตอนนี้ ก็รู้ตัวนะ ว่าไม่ควรให้อภัยกับสิ่งที่ทำไป แต่ก็ อยากจะขอโทษ แล้วก็คงต้องแล้วแต่เธอว่าจะเอายังไง"

"ฉัน นะ เหรอ ยังไม่ได้ คิดเลย ยังสนุก บนความปวดร้าวอยุ่เลย ตอนนี้ ก็ผู้หญิงค่อนข้างเยอะทีเดียวแหละ"

"เหรอ ก็คงไม่คิดจะกลับมาคบกันแล้วใช่มั้ย ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ว่าอะไรแต่ขอให้บอกมาแล้วกัน แต่ฉันยังรักเธอนะ ยังคิดจะแต่งงานกับเธออยู่แล้ว เธอเป็นคนดีมาก มากจริงๆ ที่บ้านฉันก็ชมเธอตลอด ตลอดเวลาที่คบกันมา เกือบ 10 ปี นี้ ยังไม่เคยเห็นเค้าติเธอเลย แถมยังคิดว่า เค้ารักเธอ มากกว่า ฉันเสียอีก"

"เรื่องนั้น ช่างมันเถอะ มันไม่เกี่ยวกับที่ฉันว่าจะต้องตัดสินใจว่า จะเอายังไง แต่ก็งง ๆ เหมือนกันว่า เธอจะคบกับมันใช่ไหม ที่จะให้ฉันบอกเลิกเธอ"

"ก็ไม่หรอก แต่ก็อยากจะทำเท่าที่จะทำได้นะ"

"เอายังงี้ แล้วกัน ฉันขอใช้เวลาสักพักแล้วกัน ที่จะถามความรู้สึก ตัวฉันเอง ให้แน่ใจจริงๆ ว่าจะเอายังไง แต่ถ้าจะเอาคำตอบ ตอนนี้ ก็ได้ เพราะจริงๆ แล้วก็มีคำตอบอยู่แล้ว ถ้ารอไม่ได้ ก็ได้ แล้วแต่ เธอก็รู้ว่า ฉันเป็นคนยังไง ฉันต้องการมั่นใจ กับการตัดสินใจของฉันซะก่อน "

"เหรอ แล้วเมื่อไหร่ นานมั้ยหละ"

"ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงไม่นาน เป็น ปี หรอก แต่ถ้ารอไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ก็คงเป็นคำตอบที่คิดนั่นแหละ"

"โอเค ก็ลองดู ถามใจตัวเองก็ดีเหมือนกัน เพราะฉันก็อยากจะทำอย่างนั้น เหมือนกัน อยากจะทบทวนเวลาที่ผ่านมา การกระทำที่ผ่านมา ว่ามันคืออะไรกันแน่"

"ก็ดี "

"พอดี เลย เพราะว่า ฉันตัดสินใจอะไรบางอย่างที่จะบอกเธอวันนี้ ที่บอกตอนก่อนคุยนะ"

"อะไรอ่ะ"

"จำ ลุงฉันที่อยู่ เชียงใหม่ ได้ป่ะ ที่ตอนนั้นเราเคยไปเที่ยวกัน แล้วเจอเค้าอ่ะ"

"จำได้ ทำไม"

"เค้า หางานที่ เชียงใหม่ให้ฉันได้แล้ว จะเดินทาง อีก 2 วัน นี้ แล้ว เมื่อ วานซืน ก็ขึ้นไปคุยกับเค้ามาแล้ว เค้าโอเค ให้ทดลองงาน 4 เดือน แล้วค่อยคุยกันอีกที"

"หา ................." อึ้ง เหมือนกันครับ ผมนะ

"อืม ฉันอย่ากจะอยู่คนเดียวสักพักเหมือนกัน ลองดูว่าอยู่ได้ไหม ทั้งที่ เคยบอกเธอตลอดว่า ฉันอยุ่คนเดียวไม่ได้ แต่คงจะต้องลองทำดู เพราะว่า ถ้าอนาคตฉันไม่มีเธอ ฉันก็คงจะไม่รู้ว่าจะมีใครอีกได้หรือป่าว เพราะฉะนั้น ฉันควรจะอยุ่คนเดี่ยวให้ได้"

"อืม คิดได้อย่างนั้นก็ดี เพราะก็เคยบอกไปตั้งหลายทีแล้ว ว่า ถึงจะมีฉันอยู่ก็ตาม เธอต้องพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง เพื่อว่าสักวัน ฉันตายจากไปก่อน เธอก็ต้องอยู่ให้ได้"

"เข้าใจแล้วหละ"

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 23:06:08 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 133

"แล้วจะไป เชียงใหม่ ยังไง ต้องขนของไปด้วยไม่ใช่เหรอ ต้องไปอยู่เลยนี่ แล้วที่พักหละ ใครจัดการให้หละ"

"ก็ลุงนะแหละ เค้าไปดู หอพักให้แล้ว ส่วนวันไป จะมีญาติ คนนึงเค้าขับรถขึ้นไปพอดี รถเค้าก็ขนได้ แหละ "

"แล้วไปกี่โมง จะได้ เข้าไปช่วยขนของ"

"ก็แต่เข้าแหละ เพราะกว่าจะไปถึงคงเย็น"

"แล้วเค้าจะไม่มาช่วยขนของ หรือไปส่งเหรอ"

"คงไม่มาหรอก เพราะที่บ้านบอกว่า ถ้าไม่ใช่เธอ ก็จะไม่ให้ใคร เข้าบ้าน"

"หา.......... ที่บ้าน เค้ารู้แล้วเหรอ"

"อืม ฉันเล่าให้เค้าฟังเองแหละ"

"แล้วไปเล่าทำไมเล่า"

"พอแล้ว ฉันไม่อยากเอาเปรียบเธอมากกว่านี้ อีกแล้ว เธอจำไว้เลยนะ ว่า ในชาตินี้ ฉันจะไม่เกลียดเธอ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม ขอให้เธอยังคงคุยกับฉัน ไปจนฉันหรือเธอจะตายจากกันไป เลย เพราะ ฉันยังคงรักเธอไปจนวันตาย"
เธอพูดไปก็ร้องไห้ไป

"อย่าพูดอย่างนั้นเลย จะเดินทางแล้ว จะพูดเรื่องนี้ ทำไม แล้วจะร้องไห้ทำไมเนี่ย" ผมก็น้ำตาซึมๆ เหมือนกัน

"ถ้ายังไงแล้วก็จะไปช่วยขนของละกัน"

"อืม ขอบคุณมากนะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่เธอทำให้ฉัน ในชีวิตนี้ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสชดใช้ให้หรือเปล่า"

"อืม ช่างมันเถอะ ฉันก็แค่ถือว่า ฉันทำดี ไม่ทำให้ใครเดือนร้อน ก็พอแล้ว เออ เออ ส่วนเรื่องบ้านนะ ฉันตัดสินใจจะขายแล้วนะ"

"อืม ก็รู้อยู่แล้วหละ แต่ขอให้คิดอีกทีนะ ถ้าเธอตัดสินใจที่จะกับมาอยู่กับฉัน เรายังคงมีบ้านหลังนี้ ด้วยกันได้นะ"

"ไม่เป็นไรหรอ ถ้าฉันจะอยู่กับเธอ จริงๆ จะอยู่ที่ไหนมันต้องอยู่ได้อยู่แล้ว ใช่ป่ะ"

"มันก็ใช่ ก็แล้วแต่ละกัน"

จากคุณ : lagaze - [ 7 พ.ค. 49 23:18:27 ]
---------------------------------------------------
โดย: la-la-bell วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:43:40 น.
  
ความคิดเห็นที่ 3

หลังจากที่ผม วางสายเธอไป อีก 2 วันผมก็ไปช่วยเธอขนของขึ้นรถ เพื่อเดินทาง ไปเชียงใหม่ ผมไปแต่เช้าตรู่ เธอยังไม่ตื่น ผมขึ้นไปปลุกเธอที่ห้องนอน เธอตื่นมาเจอผม ไม่ทันได้ ทำอะไร เธอก็โผกอดผม ทั้งที่ผมสังเกตเห็นดวงตาของเธอได้เพียง แว๊บเดียว รู้สึกว่ามันจะปูดโปน เอามากเหมือนกัน ก็คงเป็นเมื่อคืน เธอคงร้องไห้ทั้งคืน เพราะรู้อยู่แล้วว่า วันนี้ เป็นวันที่ต้องเดินทาง ไปตามทางของเธอ เธอต้องอยู่คนเดียว ผมก็ผละเธอออกมาอย่างเบา แล้วก็ปลอบเธอ ว่า ให้เข้มแข็ง เข้าไว้ แล้วเวลาจะช่วยเธอเอง ถ้ามีอะไรก็โทรมาได้ นี่ ไม่ต้องห่วง จะคุยด้วย อยู่แล้ว เธอเองก็ยอมรับ ว่า ถ้าเธอไม่ทำตัวอย่างนั้น เธอก็ไม่ต้องไปอยู่เชียงใหม่ ตอนนี้ คงกำลังจะเตรียมงานแต่งงานของเราไปแล้ว แต่ผมก็ได้แต่ปลอบเธอ แล้วก็บอกกับเธอว่า ช่างมันเถอะ แล้วสักพักผมคงมีคำตอบให้เธอเอง

ถึงผมรู้สึกดีขึ้น ว่าผมไม่ต้องนั่งหาคำตอบอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเป็นความเครียดกับตัวเอง ว่า ผมยังรักเธอไหม รักเธอมากขนาดไหน รักเธอมากจนสามารถให้อภัย เธอได้ ไหม แล้วจะมีปัจจัยอะไรอีกที่จะเข้ามแทำให้มีปัญหาที่ตามมาอีกไหม ถ้าผมตัดสินใจไปแล้ว ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาที่ติดตามมาจาก เหตการณ์ที่ผ่านมา

แล้วผมก็คิดไปออกในตอนแรก ก็เลยเฝ้าแต่บอกตัวเองเรื่อยมาว่า เวลาคงจะช่วยผมได้เหมือนกับที่ผม ปลอบเธอไป เพราะผมใช้ความคิดมากเกินไปหรือเปล่า ผมอยากรับรู้ความรู้สึกของผมจริงๆ ก็เลยปล่อยให้เวลามันผ่านไปก่อนก็แล้วกัน เพราะผมยังมีความสนุกรออยู่ อีกตั้งหลายอย่าง
ด้วยความที่ยังวนเวียนอยู่ที่ เรื่องผู้หญิงทำให้ผมไม่อยากไปคิดมากกับ เรื่องว่าจะเอาอย่างไรกับ แฟน กรรมมันก็เริ่มบอกผม อยู่กลายๆ เพียงแต่ผมไม่รู้ตัวแค่นั้นเอง

เมื่อขนของขึ้นรถไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนขึ้นรถออกเดินทาง เธอขอจับมือ และ กอดผมอีกครั้ง ผมก็โอเคนะ แล้วเธอก็บอกให้ผม ขึ้นไปหาเธอบ้าง ไปเที่ยวก็โทรบอกแล้วกัน จะไปรับ ประมาณนี้ ผมบอกว่า ขึ้นไปแน่แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ อาจจะขึ้นไปพร้อมคำตอบเลยก็ได้

จากคุณ : lagaze - [ 8 พ.ค. 49 20:45:39 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 4

ผมยอมรับ ว่า เมื่อได้ส่งเธอขึ้นรถแล้ว ผมก็ขับรถกลับบ้าน ตัวผมเอง รู้สึกถึงความ อ้างว้าง เปลี่ยน เหงา แปล๊บขึ้นมาในใจ อย่างบอกมาเป็นคำอธิบายไม่ได้เลย แล้วน้ำตามันก็ไหลรินออกมา ทั้งที่ รู้สึกว่าตายังแห้งๆอยู่ แล้วมันก็เปียกโดย พลัน เลย ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น ผมบอกไม่ถูก แต่มันเสียใจ เหมือนจะต้องเสียอะไรสักอย่างในชีวิตไป แต่ก็สงสัยตัวเองทีหลังว่า มันไม่ได้รู้สึกโหยหา อยากจะได้ สิ่งนันกลับมา แค่เสียใจที่ต้องเสียมันไป ก็เท่านั้น

หลังจากนั้น ผมก็คงยังเที่ยวสนุก แถมยังเที่ยวมากขึ้นกว่าเดิมด้วย ซ้ำร้ายผมเที่ยวแบบ ลาน้ำเลย เหมือน เมาลาน้ำประมาณนั้น บ้านที่ขายออกไป เมื่อแบ่งส่วนของแฟนผมออกไปแล้ว ก็เป็นก้อนประมาณนึง ผมก็นำไปเที่ยว ทั้งกลางคืน หรือว่าจะเป็น ไปต่างจังหวัด ทั้งกับ กิ๊ก หรือกับ ผู้หญิงคนอื่นๆ ซึ่งเหตการณ์สำคัญ ก็เกิดขึ้นจนได้

จากคุณ : lagaze - [ 8 พ.ค. 49 20:58:42 ]
-----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 7

ที่เล่ามานี้ ผมก็เล่าให้ ก้บ กิ๊ก ฟังมาโดย ตลอด เธอก็จะรับฟังผมมาตลอดเหมือนกัน แล้วก็คอยบอกผมว่า คิดให้ดีแล้วกัน เพราะว่ามันจะมีผลกับ ทั้งชีวิตผมเลย ผมก็บอกแล้วจะคิดดูให้ดี ซึ่ง ช่วงเวลานั้น กิ๊กก็ดูเหมือนจะมีความรู้สึกกับผมมากขึ้น ทุกที เราก็ยังสนุก ไปเที่ยวด้วยกัน ตลอด มากกว่า ผู้หญิงทุกๆคนของผม ผมก็ดูเหมือนจะให้ความสำคัญ กับเธอมากกว่า ผู้หญิงคนอื่นๆ เช่นกัน ผมก็บอกเธอ อย่างที่ผมทำเช่นกัน แต่ก็จะได้ คำประชดประชัน เชิงเล่นๆ ว่า ก็เลิกให้หมดสิ จะได้ เชื่อ แล้วก็ หัวเราะเป็น ขำ ขำ ไป ซึ่งผมก็รับรู้ ความรู้สึกของเธอมาโดยตลอด

วันนึง ผมเคยชวน สาวคนนึง ว่าจะพาไปเที่ยว ตลาดน้ำ ที่นึง ซึ่ง เธออยากไปมาก แต่ว่า ผมบอกกับเธอว่า ถ้าจะไปเที่ยวตลาดน้ำเนี่ย ต้องไปแต่เช้าตรู่ เพราะว่า ตลาดจะวายช่วง 10 โมงเช้า จะมีเวลาเที่ยวน้อย ถ้าเราออกจาก กรุงเทพฯ สาย ถ้าจะให้ ชัวร์ ก็ไปค้างใกล้ๆกับ ตลาดน้ำ ก่อนสักคืน แล้วจะได้ไม่ต้องตื่นแต่เช้า แล้วรีบเดินทาง ไปมันจะเหนื่อยด้วย เธอก็ใช้เวลาคิดอยู่นาน เหมือนกัน เพราะก็รู้อยู่แก่ใจว่า ถ้าจะต้องไปค้างคืน มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน แต่จนแล้วจนรอด เธอก็ตกลงไปกับผมจนได้ ผมก็ได้แต่ ยิ้มที่มุมปาก คงเข้าใจนะครับ ของแบบนี้ ลองถ้าผู้หญิงไม่มีใจ หรือโอเคด้วย ผมคงไม่ไปทำอะไรเธอแน่นอนครับ

แต่ ผมก็บอกกับ กิ๊ก ด้วยเหมือนกันว่า จะไปที่ไหน ไปยังไง เพียงแต่ ผมไม่ได้ พูดตรงๆกับเธอว่า ผมต้องไปค้างก่อนคืนนึง ผมยอมรับว่า โกหกเธอไปว่า ต้องไปแต่เช้าตรู่ ต้องรีบนอน ประมาณนี้ แต่เธอก็บอกว่า จะไม่โทรหาผมนะ มีอะไรให้โทรมาเอง แต่ถ้าจะให้ดี ไม่ต้องโทรหาเธอเลยก็ได้ แล้วเธอก็วางสายไปดื้อๆ ตัวผมก็รู้ดีอยู่ว่า เธอไม่พอใจผม จะมีสักกี่คนที่จะไม่ยินดี ยินร้าย ถ้ารู้ว่า คนที่เราชอบ ต้องไปทำอะไร อย่างนี้ ตัวผมเองก็มีแต่ความคิดเรื่องนั้น อย่างเดียว โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลัง เล่นกับอะไรอยู่

และแล้ว คืนนั้น ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผ่านไปได้ด้วยดีจริงๆ ครับ ตอนเช้าก็ไปเที่ยวตลาดน้ำตามแผนทุกอย่าง แต่ว่า เมื่อ ตลาด วาย สาวเจ้า ก็ยังรู้สึกดี รู้สึกสนุกที่ได้มาเที่ยวกับผม รู้สึกดีทุกอย่าง พูดคุยกันอย่างถูกคนมากขึ้น เมื่อผ่านคืนนั้นมาแล้ว จนเธออยากให้ผมพาเธอไปเที่ยวทะเลสักครั้งนึง ผมก็บอกว่า ต้องหาเวลาว่างใหม่ก่อน แต่ก็ฉุกคิดขึ้นว่า ตลาดน้ำที่ผมไป ห่างจากทะเลที่ใกล้ที่สุด ประมาณ 80 -100 โล เองนี่ ขับรถไป ประมาณ 2 ชม. ก็คงถึงแล้ว ก็เลย ชวนเธอไปวันนั้น เลย เธอก็ดีใจ ตกลงไม่ต้องคิดเลย ซึ่งมันเป็นส่วนที่ไม่ได้วางแผนไว้เลย แล้วก็เป็นสิ่งที่ ไม่ได้ บอกกับ กิ๊กไว้ก่อนด้วย

จากคุณ : lagaze - [ 8 พ.ค. 49 21:18:21 ]
--------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 20

และแล้ว ผมกับสาวคนนั้น ก็ถึง ทะเล เราก็นั่งอยู่ชายหาด ทรายสวย ในเวลายามบ่าย แก่ๆ มันเป็นบรรยากาศ ที่ค่อนข้างดี ทีเดียว

แต่ก่อนหน้านี้ ผมจะปิดเสียงโทรศัทพ์ ผมไว้ก่อนแล้ว แต่เมื่อมาถึงทะเล ผมก็สังเกตเห็น สายไม่ได้รับ ที่โทรศัพท์ผมจึงปลีกตัว มากดู และ ก็ไม่ใช่ใคร เป็น กิ๊กนี่เอง แต่จำนวนครั้ง ก็ประมาณ 10 ครั้งสายที่ไม่ได้ รับ ซึ่งก็เยอะอยู่เหมือนกัน โดยปกติ ถ้ากิ๊ก โทรมาแล้วผมไม่ได้รับสาย เธอก็จะรู้ตัว ยิ่งผมบอกเธอว่าผมไปกับใครที่ไหน เธอก็จะรู้ เธอจะปล่อยเป็น สายที่ไม่ได้ รับ แค่ ครั้งเดียวเท่านั้น หรือถ้ามีธุระสำคัญ เธอจะปล่อยเป็นสายไม่ได้ รับ 2 ครั้ง อันนี้ ผมจะเข้าใจได้ เหมือนกัน ระหว่าง เธอกับผม

ผมตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะโทรกลับหรือไม่ ถ้าโทร จะโกหก ดีหรือเปล่า ถ้าไม่โทร จะกลับไปแก้ตัวยังไง ผมก็คิดถึงความรู้สึกที่มีต่อเธอ แล้วก็ตัดสินใจ โทร แล้วไม่โกหกดีกว่า

"ฮัลโหล"

"อืม ว่าไง"

"เป็นอะไร ทำไม เสียงแปลกๆ" ผมถามเธอ

"ป่าว ไม่มีอะไร เป็นหวัดมั้ง" เธอ คงโกหก ผม เพราะผมฟังออก เหมือนเป็นเสียงเธอ เป็นเสียงที่ติดจมูก ผ่านการร้องไห้อย่างหนัก

"แล้วว่าไง โทรมามีอะไรหรือป่าว"

"ป่าว แล้วทำไมไม่รับสายหละ โทรไปตั้งหลายที"

"อ๋อ ก็ ปิดเสียงไว้อ่ะ"

"อ๋อ แล้วอยู่ไหนเนีย เสียงดังจัง"

"อ๋อ ก็ อยู่ อยู่ทะเลอ่ะ"

"อ้าว ............"

"ก็พอดี พี่ เสร็จจาก ตลาดน้ำแต่เช้า แล้วก็เลย... ฮัลโหล"

ตุ๊ด ตูด ....

"ฮัลโหล ฮัลโหล"

ผมโทรกลับไปอีกที่ เธอก็ปิดเครื่องแล้ว

จากคุณ : lagaze - [ 8 พ.ค. 49 22:49:38 ]
--------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 24

หลังจากนั้น ผมกับสาวคนนั้น ก็กลับกรุงเทพ ด้วยกัน ก็ไม่ค่อยดึกเท่าไหร่ ประมาณ 3 ทุ่ม เมื่อผมส่งสาวคนนั้น ถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว ผมรู้ตัวว่า ผมต้องไปหาเธอ ผมต้องไปหา กิ๊ก แล้วผมก็ใช้เวลาไม่นาน มาจอดรถหน้าบ้าน กิ๊ก ผมโทรเข้าบ้านเธอ เพราะรู้ว่าเธอคงไม่เปิดโทรศัพท์ แต่แน่ เมือเธอรับสาย เธอก็บ่ายเบี่ยงที่จะคุยกับผม จนผมบอกเธอว่า ให้มาเจอกันหน่อย ผมจอดรถรอ เธอก็ตัดสินใจสักพัก แล้วก็ออกมา

ครั้งแรก ที่เห็น เหมือนกับที่ผมได้เห็นตอนที่ผม ไปส่งแฟนที่บ้าน เพื่อเดินทางไป เชียงใหม่ ตาเธอปูดโปน พอกัน ไม่สิ น่าจะมากกว่าด้วยมั้ง เธอพยายามไม่มองหน้าผม เลยสักครั้ง ระหว่างที่นั่งสนทนาในรถ

"อืม เป็นอะไรไปเหรอ แล้วร้องไห้ทำไม"

"ก็ไม่รู้สิ มันร้องออกมาเอง ไม่รู้เหมือนกัน"

"ไม่จริงหรอก เธอต้องคิดอะไร บอกมาเหอะ เรื่องที่พี่ไปทะเล แต่ไม่ได้ บอกไว้ก้อนใช่มั้ย"

"ก็ ก็" เธอ นิ่ง ไปสักพัก แล้วก็ว่าต่อ

"ถามหน่อย พี่ ชอบ ผู้หญิงคนนี้ มากเหรอ"

"ถามทำไม ก็ ไม่นะ ก็เหมือนคนอื่นๆนะ ถ้าจะชอบมากที่สุด ก็คงเป็น เธอแหละ พี่เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ"

"อ้าว แล้วแฟนพี่หละ"

"อันนั้น ไม่เกี่ยว พี่กำลังตัดสินใจอยู่" ผมบ่ายเบี่ยงเรื่องแฟน

"กิ๊ก ว่าไม่จริงหรอก ถ้าพี่ ไม่ชอบเค้ามาก ทำไมทำอย่างนี้"

"พี่ทำอะไร ไปทะเลใช่ไหม ฟังพี่ก่อนได้ไหม พี่จะอธิบายตั้งแต่ โทรศัทพ์ แล้ว แต่เธอก็วางไปก่อน"

"จะมาโกหก กิ๊ก ทำไม "

"ไม่ได้ โกหก ก็ตลาดน้ำมันวาย 10 โมงเช้า แล้วเค้าก็อยากไปทะเล พี่ก็นึกว่า ถ้ารีบไปก็จะไม่ค่ำ เพราะมัน 2 ชม. มันก็ถึงแล้ว แต่พี่ก็ยอมรับว่า มัน ฉุกเฉิน ไม่ได้บอกเธอก่อน เหมือนมันจะทำ ก็ทำเดี๋ยวนั้นเลย ไม่ได้คิดอะไร"

"ก็ไม่ได้ ว่า อะไรนะ ถ้าอยากจะไปกะใคร แต่ว่า กิ๊กมานั่งคิดดูแล้ว กิ๊ก คงไม่เอาแล้วหละ"

"ไม่เอาอะไรเหรอ"

"ก็ไม่ทนแล้ว ไง มันเจ็บมากๆ เลย ที่ต้องรู้ว่า พี่ไปกับใคร ที่ไหน ยังไง มันเจ็บขึ้นมา เจ็บมากพี่รู้มั้ย แรกๆ กิ๊ก ก็คิดว่า ที่พี่ทำ เพื่อลืมความเจ็บปวด กิ๊กก็อยากให้พี่สะบายใจ ก็ได้แต่ทน แต่พี่ไม่รู้หรอก ว่ากิ๊ก คิดอะไร เจ็บแค่ไหน แล้วก็จะบอกพี่ทุกทีว่า อย่าเลย มันไม่ดี อย่าไปทำกับเค้าอย่างนั้น เลย ให้กิ๊กรับรู้คนเดียว เจ็บคนเดียวพอแล้ว"

เธอ พูดไป ก็ร้องไห้ไป ตอนนี้ ผมเริ่มรู้สึกว่า ความเจ็บปวดของผม ที่ได้ รับจาก แฟนผม ทำให้ ผู้หญิงอีกคนต้องมาเจ็บปวดเพิ่มอีก มันเริ่มสำนึกขึ้นมาทีเดียว

"กิ๊ก พี่ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่ว่า ที่เราคบกันอย่างนี้ ก็เหมือนเราจะคุยกันไว้ก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ เธอเองก็ยังไม่เคลียกับฝั่งของเธอ พี่ก็ยัง แล้วพี่ก็เคยบอกเธอให้ระวังความรู้สึกไว้ด้วย ถ้ารู้สึกอะไรให้รีบบอกมา แต่ที่ผ่านมา ดูเหมือนเธอก็ไม่ได้บอกอะไรพี่ ก็นึกว่ามันจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่เหรอ"

"ใช่ เราคุยกัน กิ๊กก็รู้ว่า กิ๊กรู้สึกกับพี่มากขึ้น แล้วก็รู้ว่าพี่เคยเตือนกิ๊ก แล้ว แต่ว่ากิ๊ก เองก็ไม่ค่อยชอบบอกใครหรอกว่า รู้สึกยังไง แต่กิ๊กว่า พี่ก็รู้นะ ทำไมต้องให้กิ๊กบอกอีกหละ"

"แล้วแฟนเธอหละ "

"แฟน กิ๊กเหรอ กิ๊กว่า กิ๊กตัดเค้าได้มากกว่า พี่ เร็วกว่าพี่อีก"

"แล้วพี่จะรู้มัยเนี่ย เธอก็ไม่ค่อยได้บอกพี่เลย"

ระหว่างนั้น โทรศัพท์ ของผมก็ดังขึ้นมา ซึ่งก็เป็น สาวคนนั้น ที่ผมพึ่งส่งเธอถึงบ้านไป ผมก็ไม่รับสายแล้ว ก็ปิดเสียงโทรศัพท์ไว้

"ใครอีกหละทีนี้" เธอถาม

"ก็คนนั้นแหละ"

"ช่างมันเหอะ ไม่อยากรู้แล้ว ต่อไปนี้ พี่ไม่ต้องมาเล่าให้กิ๊กฟังแล้วก็แล้วกัน ไม่ว่าจะเรื่องของคนไหน"

"อ้าว ทำไมหละ"

"ก็ไม่อยากรับรู้แล้วไง จะมีใครจะไปกับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ตามสบายละกัน แต่ถ้าจะให้ดี อย่ามีเลยดีกว่า เพราะมันจะทำให้พี่ลำบาก ภายหลัง"

"อืม แล้วเรื่องของเราหละ จะยังไงเนี่ย"

จากคุณ : lagaze - [ 8 พ.ค. 49 23:19:15 ]
---------------------------------------------------ความคิดเห็นที่ 28

"ก็ไม่ยังไง ก็แล้วแต่พี่แล้วกัน แต่กิ๊ก จะไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว พี่ไม่ต้องมาบอกกิ๊ก ด้วย แล้วก็ให้กิ๊กรู้แค่นี้ คนเดียวพอแล้ว กิ๊ก เจ็บคนเดียวพอแล้ว "

"อ้าว ทำไมพูดอย่างนั้น แล้วยังไงเนี่ย ไม่เข้าใจ"

"เอาอย่างนี้ ดีกว่า กิ๊กว่า เราไม่ต้องคุยกันไปเลยดีกว่า กิ๊กว่า กิ๊กจะดีขึ้นได้นะ "

"ยังงั้นเลยเหรอ ตกลงว่า เลิกกันเลยเหรอ"

"ถ้าพี่พูดอย่างนั้น ก็แล้วแต่พี่นะ แต่ กิ๊ก จะอยู่ของกิ๊กอย่างนี้คนเดียวอ่ะ "

"อ้าวเหรอ........" ผม งง ครับ งง

"ฟังพี่นะ กิ๊กฟังพี่ให้ดี พี่กำลังคิดจะเคลียทุกอย่างอยู่แล้ว ถึงกิ๊กจะไม่ได้ ทำอะไรอย่างนี้ ก็ตาม มันไม่ใช่ตัวพี่หรอกอย่างนี้ นะ พี่อยากจะจบเรื่องราวของที่ให้ได้ แต่ขอให้พี่พบคำตอบของที่ เรื่องแฟนก่อนก็แล้วกัน เพราะพี่ก็คงไม่ทนให้มัน คารังคาซังอย่างนี้ หรอก แล้วพี่ก็จะมาคุยกับกิ๊ก ว่าพี่จะทำยังไงต่อไป"

"ก็แล้วแต่พี่สิ แต่กิ๊กจะอยู่ของกิ๊กอย่างนี้ แหละ"

"อืม ก็ตามใจ" ผม สบถ

ผมพูดไป ด้วยความรู้สึก สำนึกขึ้นมาบางอย่าง ที่เราได้ทำลงไป

หลังจากสนทนากันสักพักใหญ่ๆ ผมจำไม่ได้ ว่านานแค่ไหน แต่เธอก็ขอตัวเข้าบ้านไปนอนแล้ว เพราะว่า พรุ่งนี้ เธอต้องทำงาน ซึ่ง ผมเองก็เช่นกัน แต่เราก็กอดกันก่อนลงรถ ซึ่งผมเป็นคนขอเธอกอดเอง แล้วผมก็สังเกตว่า เธอจะกอดผมแน่น แน่นมากๆ ด้วย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นความรู้สึก ที่ไม่อยากทำอะไรบางอย่างกับผมก็ได้ ซึ่งผมรู้สึกขึ้นมาตอนนั้น แต่ก็ไม่ได้ พูดอะไร

จากคุณ : lagaze - [ 8 พ.ค. 49 23:40:45 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 29

หลังจากที่ กิ๊ก ลงรถ ผมขับรถกลับบ้าน ผมก็รู้สึก แปล็บๆ ขึ้นมา คล้ายๆ กับวันที่ผมไปส่ง แฟนไปเชียงใหม่เลย แต่เป็นความรู้สึก เสียใจ ความรู้สึกผิด แล้วกำลังจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป อีกแล้ว

จากคุณ : lagaze - [ 8 พ.ค. 49 23:41:55 ]
----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 162

หลังจากที่ผมกลับมาบ้าน ก็แน่นอนครับ นอนไม่หลับ เป็นธรรมดา ครับ แต่สิ่งที่คิด ขึ้น คือ ภาพที่ผมมองไปที่ดวงตาของเธอ ครับ ดวงตาที่บวมปูดขนาดนั้น ขนาดแฟนผมเอง ผมสังเกตแล้ว ปกติแฟนผมตาโตกว่า แต่ ตาของกิ๊กนั้น ตาจะเล็กกว่าเล็กน้อย แต่เวลามันปูดมันดูน่ากลัวมากครับ ความคิดที่วิ่งวนอยุ่ในหัวผมเนี่ย มันเป็นความรู้สึกที่ต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง สิ่งที่คิดได้อย่างแรกเลย คือ ความรู้สึกผิด กับสิ่งทีทำลงไป แล้วก็คิดทบทวน ว่าควรทำอย่างไรต่อไป

แล้วผมก็คิดไม่ออก ครับ ในคืนนั้น คงเป็นช่วงเวลาที่ผมยังสนุกอยู่ ระเริงกับการกระทำอย่างนั้น อยู่ ผมยอมรับว่า เหมือนคนติดยาเสพติด กลายๆ มันยังอยากจะไปเที่ยว ยังอยากจะสนุกอยู่ ตอนนี้ ไม่ได้ มีความรุ้สึกเสียใจกับเรื่องแฟนเลย มันเป็นสิ่งเสพ ที่ติดมา ผมยังคงเที่ยวอยู่ แต่ในใจก็ยังคิด ว่าจะเอายังไงดี พอมีเพื่อนชวนไปเที่ยวก็คิดว่า เอาน่า เดี๋ยวค่อยกลับมาคิด เที่ยวก่อน

ส่วนเรื่องกิ๊ก ก็คิดอยุ่นะครับ แล้วตอนที่กิ๊กเสียใจ กิ๊กก็หายไปพักนึง เป็นอาทิตย์ เหมือนกัน แต่จริงๆ ผมก็ต้องไปเจอเธอที่ทำงานอยู่แล้ว แต่ผมก็สังเกตว่า เวลาผมจะเดินผ่านไปทางเธอทีไร ก็จะไม่เห็นเธออยู่ที่โต๊ะเลย หรือบางครั้ง ผมเดินไป ก็จะเจอเธอกำลังลุกออกจากโต๊ะ ไปอีกที่นึงทุกที จนผมเองก็เริ่มอึดอัด ก็เลยต้องพูดกับเธอ

"กิ๊ก เป็นอะไรเนี่ย เป็นอะไร เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ"

"ป่าว ไม่ได้ เป็นอะไร ก็บอกแล้ว ว่า จะอยู่คนเดียว"

"อ้าว เอาจริงเหรอ นี่ยังไม่หายโกรธ อีกหรือ"

"ป่าว บอกว่า ไม่ได้โกรธ ไปเถอะ จะทำงาน" เธอ ทำตาลุก แล้วก็ดุผม จนผมหงอเลย

ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ก็เลยต้องเดินออกมา ผมกะว่า จะโทรไปคุยกับเธอดีๆ ที่บ้านดีกว่า

คืนนั้น ผมก็โทรไปคุยกับเธอที่บ้าน เธอเองก็ยอมคุยดีด้วย จนผมเองก็ งง งง กับการที่เธอคุยดีด้วยง่ายๆ

"ทำไมคุยดี ง่ายๆ อย่างนี้เหรอ เมื่อกลางวันยังวีนอยุ่เลย"

"ก็ไม่มีอะไรหรอก ตอนนั่งรถกลับมาบ้าน ก็คิด ว่ามันก็ไม่ดี เหมือนกัน ที่ทำกับพี่ไปแบบนั้น แล้ว ตัวกิ๊ก เอง ก็อึดอัด ไม่อยากจะคุยกับพี่แบบตอนกลางวัน กิ๊กคงใจเย็นขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากพี่ด้วย ถึงพี่จะทำไม่ดี แต่พี่ก็มีเหตผลของพี่ สู้เราคุยกันดีๆ กิ๊กอยากทำอะไร ก็เรื่องของกิ๊ก พี่อยากทำอะไรก็เรื่องของพี่ อยากเล่าให้ฟัง ก็ได้ ไม่อยากก็ไม่ว่าอะไร เราทั้งคู่ควรจะทำอย่างนี้ดีกว่า จะได้สบายใจ เวลาต้องเจอกันที่ที่ทำงาน โอเคมั้ย"

"ก็ โอเค แล้วไม่โกรธแล้วเหรอ เพราะพี่รู้ว่า พี่ทำไม่ดี พี่ก็เสียใจ ที่เธอเสียใจเหมือนกัน เอาเป็นว่า รับฟังพี่หน่อยแล้วกัน พี่ขอโทษนะ"

"ไม่ต้องขอโทษหรอก พี่เก็บคำนี้ ไปบอกกับคนอื่น เหอะ กิ๊ก คิดว่า สักวัน พี่ต้องบอกกับเค้าแน่นอน"

"อืม นี่ พูดเหมือนมีอะไร แอบแฝงเลยนะเนีย"

"ไม่รู้สิ อยากจะคิดอย่างนั้น ก็คิดแล้วกัน"

จากคุณ : lagaze - [ 9 พ.ค. 49 22:33:54 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 172

ดูเหมือนกิ๊ก จะลดความรู้สึกตัวเอง ลง ไปมากๆเลย เพราะผมรับรู้ถึงความรู้สึก ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเรื่อยมา จนมาถึงวันที่ผมกลับจากทะเล กับสาวคนนั้น จากเวลานั้น เรื่อยมา ผมก็ไปกับกิ๊ก น้อยลง แต่ก็คงมีไปกันอยู่บ้าง จากที่ไปกันเกือบทุกวัน กินข้าว ดูหนัง ซื้อของ เที่ยวกลางคืน สลับกันไป แต่หลังจากวันนั้น อาทิตย์ นึง ประมาณ 2-3 ครั้งเท่านั้น หรือประมาณว่า วันเว้นวัน หรือ 2 วันด้วยซ้ำ

แต่ผม กลับรู้สึกกับกิ๊กมากขึ้น รู้สึกว่า ความรู้สึกที่เธอให้ผมมาตั้งแต่แรก ผมไม่ทันตั้งตัว ตกใจ กับสิ่งที่เธอให้ผมมา แต่ตอนนี้ นั้น มันเหมือนกำลังดี ถึงจะเที่ยวกัน ไม่ถี่เหมือนแต่ก่อน เวลาผมถามอะไร อยากให้เธอพูดอะไร เธอก็จะบอกประมาณ ขอไม่บอกได้มั้ย ไม่รู้สิ คิดเอาเอง อะไรประมาณนี้ มันทำให้ผม รู้สึกว่า เธอเปลี่ยนไป เธอลดลงไปหรือป่าว แต่ผมกับรู้สึก ท้าทายในใจ ว่าจะต้องทำให้เธอมีความรู้สึกมากขึ้น ดีขึ้นให้ได้ จากการที่ผมทำไม่ดีกับเธอ

แล้วผม ก็ ก็ ก็ เออ......................... รู้สึก ................... รักเธอครับ

ครับ รัก จริงๆ ผมถามตัวเองว่า มันรักแบบไหน ผมยอมรับว่า แรกๆ ผมก็ยังไม่ถึงขั้นนี้ จริงๆ แต่ตอนนี้ มัน รัก ครับ รักแบบ อยากได้เธอมาเป็นแฟนเลย

ซึ่งระหว่างนี้ ที่ผมรู้สึก รัก ขึ้นมา มันก็มีความรู้สึก ขัดขืนขึ้นในใจเหมือนกัน ว่า ผมเอง ก็ยังมีแฟนอยู่ แต่ว่า ผมก็ประวิงเวลา ว่าจะเอายังไงกับแฟน ผมก็เกิดความสับสน ว่าจะรัก กิ๊ก ได้เหรอ ตอนนี้ เลยห้ามใจตัวเองไว้ก่อนดีกว่า อีกทั้ง ยังมีเรื่อง ผู้หญิงคนอื่นๆ อีก แล้วผมก็คิดได้ ว่าจะต้องเลิกให้ได้ ก่อนทุกคน แต่เรื่องแฟนผม ผมต้องคิดโดยไม่เอาความคิด ที่จะคบกับ กิ๊ก มาคิด ไม่งั้น คงไม่ยุติธรรมแน่

ผมจึงตัดสินใจ ด้วยตัวผมเอง ที่จะบอกเลิกกับผู้หญิงทุกคน และก็จะเก็บแฟนผมไว้เป็นคนสุดท้าย เพราะผมต้องการแน่ใจว่า จะเอายังไง ระหว่างนี้ ผมไม่บอกกับกิ๊ก ว่าผมตั้งใจเลิกกับผู้หญิงทุกคน อ้อ เลิกยุ่งกับผู้หญิงทุกคน ไม่ไปเที่ยว กับเค้า แล้วนะครับ ไม่ใช่ เลิกคบ เพราะผมถือว่าไม่ได้ คบกับผู้หญิงทุกๆคนที่ผ่านเข้ามา

แล้วผมก็พบว่า การบอกเลิก ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน เพราะคงต้องมีเหตผล มากกว่า ว่า จะเลิกเพราะต้องการเลือกผู้หญิงคนนึง เท่านั้น ซึ่งการบอกเลิกกับผู้หญิงทุกๆคนนั้น เป็นบาปของผม ที่ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลของบาปมันเมื่อไร เพราะทุกคนที่ผมบอก ไม่มีใคร ยิ้มได้กับมันเลย มีแต่ เดินสะบัดหนี หรือไม่ก็ นิ่งไปเฉยๆ เฮ้ออออออออออออออออออออ เศร้าครับ เศร้ามากๆ ทั้งผู้หญิง และ ผมเอง

กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรมมมมมม

จากคุณ : lagaze - [ 9 พ.ค. 49 22:49:15 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 176

ผม ขอ ตัด ไปฝั่งแฟนผม อีกครั้งนะครับ

ระหว่างที่เธอ ไปอยู่เชียงใหม่ เธอก็ยังโทรมาหาผม ผมก็พูดคุยกับเธอ โดยแรกๆ ก้จะพูดคุยกันเรื่อง งาน เรืองความเป็นอยู่ของเธอ แต่พอคุยสายกันไปนานๆ แล้ว เธอก้จะร้องไห้ ทนไม่ไหว่ คร่ำครวญ ว่าจะต้องอยู่คนเดียว เพราะการกระทำของเธอ แท้ ไม่น่า เลย ผมก็บอกเธอไปว่า ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไปอยู่ที่เชียงใหม่เลย ก็อยู่กรุงเทพ หางานที่กรุงเทพ แล้วก็มาคุยกันก็ได้นี่

เธอให้เหต ผล ที่มาเชียงใหม่ว่า เธอต้องการตัด "คนนั้น" ให้ได้ เพราะเธอเอง ก็ไม่เคยคิดจะคบ "คนนั้น" อยู่แล้ว แต่เธอบอกว่า "คนนั้น" เค้าคงไม่ยอม เธอรู้นิสัยดี จึงต้องมาอยู่ไกลๆ แล้วใช้เวลาสักพัก ถ้าเค้าคนนั้น เจอใครใหม่ ก็จะค่อยๆ จางไป ซึ่งเวลาเธอเล่าเรื่อง "คนนั้น" ขึ้นมาผมก็จะบอกพอแล้ว ผมไม่อยากฟัง แฟนผมเองก็เข้าใจ ยังจะบอกอีกว่า "คนนั้น" เค้าก็กลัวผมมาก ไม่อยากมาเจอประจันหน้ากับผม เพราะการที่ผมตามสืบ ได้ขนาดนั้น ซึ่งตอนนั้น เอง ที่ผมเฉลยให้เธอฟัง ว่าผมไม่ได้ จ้างนักสืบจริงๆ หรอก เป็นผมเองที่สืบเอง แล้วเอาข้อมูลมาสรุป แล้วก็คิดหาวิธีที่ทำให้เธอเชื่อว่าผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ซึ่งเธอก็อึ้งว่า ผมทำให้เธอเชื่อ จนถึงตอนที่คุยกันนี้เลย

แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นในการพูดคุย เพราะผมบอกเธอว่า อีกไม่นาน จะขึ้นไปหาเธอ โดยไม่บอกว่าเพราะอะไร เธอก็ทำเสียงดี ใจ ว่าไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยิน ว่าผมจะขึ้นไปหาเธอ ซึ่งในใจผมก็คิดว่า ที่ขึ้นไปหาเธอคงเอาคำตอบไปให้เธอ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไง แต่ตอนที่ขึ้นไปหาเธอแล้วคงรู้แล้ว

แต่บางครั้ง ความสงสารเธอ ผมก็ยังมีอยู่ เพราะเวลาเธอเหงา เวลาเธอกลับจากที่ทำงาน แล้วมาที่ห้องเธอ เธอจะต้องเจอว่า เธอจะต้องอยู่คนเดียวเธอก็จะคิดมาก บางครั้งเธอบอกว่า เคยคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งผมได้ยินอย่างนั้น ก็จริงจังกับเธอว่า ถ้าเธอทำอย่างนั้น มัน โง่ กว่าสิ่งที่เธอเคยทำผิดมาอีก เธอก็เข้าใจ แล้ว ถึงไม่ได้ทำมัน

จากคุณ : lagaze - [ 9 พ.ค. 49 23:07:27 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 183

บางครั้ง เธอ ก็ทนไม่ไหว ว่าผมจะขึ้นไปเมื่อไหร่ จะพยายามคะยั้นคะยอให้ผมขี้นไป วันนี้ พรุ่งนี้ ผมก็ไม่พอใจ เธอว่าทำไมได้หรอก แล้วก็ยังไม่อยากขึ้นไปตอนนี้ ซึ่งจริงๆ ก็ยังไม่มีคำตอบนั่นแหละ ถึงยังไม่ขี้นไป บวกกับ ผมเก็บเธอไว้ คนสุดท้าย

เหตที่ผมเก็บเธอไว้ คนสุดท้ายเนี่ย ผมไม่อยากเอาความคิดที่ต้องเลิกกับทุกคน เพื่อจริงจังกับ กิ๊ก มาคิดรวมกับเรื่องแฟนผม เพราะว่า ผมว่ามันไม่เกี่ยวกัน แต่กับผู้หญิงทุกๆคน ผมยอมรับ ว่า ผมเลิกเพราะ กิ๊ก คนเดียวเลย แต่กับแฟนผม ผมอยากจะใช้เหตผล กับอดีตที่ผมคบกับเธอมา สิ่งที่ผมกับเธอทำร่วมกันมา สิ่งที่ผมทำให้เธอ เธอทำให้ผม สิ่งที่ผมเคยทำพลาด สิ่งที่เธอทำพลาด ไม่ใช่เพราะกิ๊ก แน่ๆ

แล้วผมก็คิดได้อย่างนึงว่า ต้องคิดถึงอนาคตด้วยว่า ถ้าผมต้องกลับไปอยู่กับเธอ แล้วจะเป็นยังไง ความเป็นไปได้ ซึ่งผมก็มีเคยถามเธอว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วเธอจะกลับมาอยู่กรุงเทพ หรืออยากให้ผมขึ้นไปอยู่ เชียงใหม่ หรือถ้า เราคงไม่ได้ คบกัน เธอจะอยู่เชียงใหม่ไปเลยใช่ไหม หรือยังไง ก็ยังจะกลับมาอยู่กรุงเทพ หลายอย่างๆ ผมใช้เวลาคิดกับเรื่องของ แฟน มาก มากจริงๆ ซึ่งเธอก็เลือกที่จะตามใจผมทุกอย่าง ถ้าจะให้เธอไปอยู่กรุงเทพเธอก็ยอม

บางครั้ง ก็คิดจนปวดหัว ก็จะหาเรื่องโทรไปคุยกับ กิ๊ก แต่คุยเรื่องอื่นนะครับ บางที ก็บอกกิ๊ก เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงอื่นๆ ว่า คนโน้นจำได้ไหม เลิกไปแล้วนะ เพราะอะไรก็เล่าให้กิ๊กฟัง เกือบหมดทุกคน ซึ่งกิ๊กเอง ก็รับรู้ไป แล้วก็ถามว่า อ้าวทำไม แล้วรู้สึกยังไง ผมก็รับสภาพ บอกไปว่า เศร้าครับ

แล้วผมก็เลิกกับผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ทุกคน ครับ ทุกคนจริงๆ โดย จริงๆ ผมก็ใช้เวลานานพอสมควรครับ กว่าจะเลิกได้หมด ที่เขียนมาเนีย มันง่ายมากๆครับ แต่ทำจริงๆ แล้ว โฮ มันบอกไม่ถูกครับ เราต้องเล่นละคร เหมือนมันมากกว่า การพูดโกหกอีก ครับ อย่าให้ผมเล่าละเอียดเลยครับ ตรงนี้ ยอมรับ ผมเองยังรับตัวเองไม่ได้เลย เฮ้ออออออออออออออ
แก้ไขเมื่อ 09 พ.ค. 49 23:21:56

จากคุณ : lagaze - [ 9 พ.ค. 49 23:16:39 ]
--------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 186

ระหว่างนี้ ผมก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ กิ๊ก อีกอย่างนีงคือ เรื่อง ผู้ชาย ครับ คือ เธอก็บอกกับผมตรงๆเหมือนกันนะครับว่า ตอนนี้ มีผู้ชายเข้ามา แล้วเธอก็ไม่ได้ ชอบใครเป็นพิเศษหรอก แต่ว่า เธอก็อยากจะคุยกับทุกคน คุยไปเรื่อยๆ ใครเข้ามาจีบ ก็พยายามเลี่ยง ถ้าจีบมากๆ ตรงๆ ก็ไม่คุย แต่ถ้าคุยเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เนียเธอคุยไม่เลือก ครับ เธอยอมรับว่า เธอไม่อยากคิดมากกับเรื่อง ของผม กับแฟนผม เพราะยังไม่รู้ว่า มันจะลงเอยอย่างไร แต่อย่างนั้น เมื่อพูดถึงแฟนผมขึ้นมา เธอก็จะไล่ให้ผม กลับไปคบกับ แฟน เถอะ เธอให้ความเห็นว่า เธอเสียดายสิ่งต่างๆ ที่ผมทำร่วมมากับแฟน แล้วก็รู้ว่า ผมรักแฟนผมแค่ใหน ผมก็จะสบถกลับไปว่า ยังหาคำตอบอยู่ ยังไม่รู้เลย

ส่วนเรื่องผู้ชาย ที่เข้ามาคุยกับเธอ ผมมองออกทุกคนเลย ว่ามันไม่ใช่มาแบบ เพื่อน พี่ หรือ น้อง หรอก เพราะทุกคนที่เข้ามาคุย ก็คือต้องการจีบ แหละ แต่ไม่พูดตรงๆ เพราะกลัวว่า กิ๊ก จะไม่คุยด้วย เธอเองก็รู้ แต่ก็เป็นความสุขของเธอ เธอก็มีสิทธิเหมือนกัน ใครห้ามเธอไม่ได้ หรอก ซึ่งตรงนี้ ผมมีความรู้สึกแปลก กับคำพูดเธอทีเดียว เหมือนเป็นความรู้สึก ที่ไม่เคยมีกับเธอมาก่อน "หึง" คำนี้ คงพอจะใช้ได้

แต่ที่แปลกที่สุดก็คือ เธอจะไปเที่ยวกับผู้ชาย ที่เข้าคุยกับเธอบ้าง บางครั้งเธอก็บอกผม บางครั้งเธอก็ไม่บอก ซึ่งทำให้ผมเริ่มไม่พอใจ ก็มีทะเลาะกันบ้าง ซึ่งในบรรดา คนที่เธอไป ก็จะมีไม่กี่คน เพราะเธอไม่ได้ ไปกับทุกคน เธอก็จะมีเหตผลของเธอตลอด แต่ว่า เธอก็จะพาน้องสาวเธอพ่วงไปด้วย ตลอด ซึ่งผมก็วางใจได้ ในระดับนึง

ส่วนเรื่อง ของแฟนเธอนั้น ผมก็คุยกับเธอมาตลอด ดูเหมือนว่าผมไม่ได้ เล่า ให้ท่านผู้อ่านฟัง ดูเหมือนมันหายไปจากเรื่องเล่าของผมเลย ซึ่ง จริงๆ แล้ว เวลาถามเธอทีไร เธอก็บอกว่า คงเป็นไปไม่ได้ แล้ว แต่ก็ยังคุยกัน แต่มันเหมือนเป็นเพื่อนที่อายุน้อยกว่า เวลาคุย กิ๊ก เหมือนจะต้องสอนต้องแนะนำทุกอย่างที่เค้าถามมา ถ้าจะเอามาเป็นแฟนเหมือนเดิม มันคงไม่ได้ เพราะต่างคนต่างโตแล้ว ต้องดูแลตัวเองได้ จนสามารถดูแลคนอื่นได้ ซึ่ง มันก็คือ การเลิกกัน เพื่อเป็นเพื่อนกัน

จากคุณ : lagaze - [ 9 พ.ค. 49 23:34:32 ]
-------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 202

และแล้ว ผมก็พบคำตอบของผม หลังจาก ที่ผมใช้เวลานานพอสมควร รวมเวลาที่ผมตั้งใจ ว่าจะเลิกกับผู้หญิง ทุกๆคน จนถึงเวลาที่ต้องให้กับ แฟนผม เป็นคนสุดท้าย ก็ประมาณ 6-7 เดือนได้ เพราะตอนที่ผมยังไม่มีคำตอบ ผมไม่แนใจ ว่าใครจะเป็นคนสุดท้าย เพราะถ้าผมเลือกที่จะกลับไปคบกับแฟนผม ผมคงต้องบอกกับ กิ๊กเป็นคนสุดท้าย

แต่แล้ว ผมคิดว่า การที่ผมได้พบกับแฟนผมมา เป็นเวลานานนับ เกือบ 10 ปี นี่ ก็เหมือนว่า เรายังเด็กๆกันอยู่ คุยกันก็เรื่อง วัยรุ่น หรือวัยที่โตขึ้น ตามเวลา เวลาที่เรามาคุยกันเรื่อง อนาคตจริงๆ ก็ตอนมาทำงานแล้วสักพัก ความผูกพันมันย่อมมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เธอทำกับผมนั้น ผมไม่ได้โกรธ เธอ หรอก เพราะ ผมเองก็ยังเคยคุยกับ เธอเรื่องของ "พรหมลิขิต" ผมบอกกับเธอว่า ผมเชื่อนะ ผมเชื่อว่า ถ้าเราเจอคนที่ใช่ เราจะรู้เอง แต่ไม่ใช่ตอนนั้นแน่ แต่ถ้ามันไม่ใช่ มันจะต้องมีจุดบอกอะไรเราสักอย่าง ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก ว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะฉะนั้น เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ที่ดีที่สุด

แล้วสิ่งที่เธอทำ มันทำให้ผมคิดขึ้นมาทันที ว่า แฟนผมอาจจะไม่ใช่แล้วก้ได้ แล้วก็เรื่องอื่นนอกจากนี้ แล้วก็ยังมีอีกหลายอย่าง ผมกับ แฟน เป็นคนที่นิสัยไม่ค่อยจะใกล้เคียงกันสักเท่าไหร่ ผมใจเย็น เธอใจร้อน ผมเป็นคนมีเหตผล เธอไม่คอยจะมี ผมเป็นคนใจดี เธอเอาแต่ใจ และอีกมากมาย ที่ตรงกันข้าม ที่เราคบกันมาได้ เพราะเราคิดว่า มันเป็นสิ่งดี ที่ไม่เหมือนกัน แล้วเราค่อยปรับเปลี่ยน อะไรที่เราไม่เข้ากันมากๆ ซึ่งบางครั้งเองระหว่างที่ผมคบกับเธอก่อนหน้านี้ ก็คิดมากเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ก็ยอมรับได้ มันไม่หนักหนาอะไร แล้วอีกเหตผลนึงที่ผมคิดว่า เป็นเหตผลสำคัญก็คือ ถ้าหากผมจะคบกับแฟนผมต่อไป แต่งงานกันไปแล้ว ซึ่งต่อไปมันคงเป็นไปไม่ได้ เลยที่จะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมา ผมคงคิดถึงสิ่งที่เธอทำขึ้นมาแน่ ผมพยายามลองสังเกนแล้วว่า ถ้าลองคุยโทรศัพท์กับเธอ ณ ตอนที่เธออยู่เชียงใหม่ ขึ้นมา แล้วก็ทะเลาะกัน ผมก็จะคิดมันขึ้นมาเลยทันที ผมจึงคิดว่า มันคงจะเป็นผลให้กับ บุคคลทีสาม ที่จะเกิดขึ้นมาแน่ๆ

คงรู้แล้วนะครับ ว่า ผม ต้องบอกเลิกใครเป็นคนสุดท้าย

แต่ผมเน้นครับ ผมไม่ได้ นำเรื่องที่จะต้องไปจริงจังกับ กิ๊ก มาคิดจริงๆ เลย ทั้งในใจผม มองหาเหตผลทุกอย่างยกเว้นเรื่องนี้

จากคุณ : lagaze - [ 10 พ.ค. 49 00:04:37 ]
--------------------------------------------------


โดย: la-la-bell วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:56:54 น.
  
ความคิดเห็นที่ 1

แล้วผมก็เลือกที่จะเดินทางไปเชียงใหม่ ในวันปีใหม่ที่เพิ่งจะผ่านมานี้ ครับ ในใจผมก็คิดอยู่ว่า จะเริ่มต้นยังไง กับการที่จะต้องบอกเธอ แต่ว่า ก่อนมานี้ เธอดูเหมือนเธอจะดีขึ้นมากๆ แล้ว เพราะว่า เวลามันก็ล่วงเลย มาหลายเดือน เรื่องงานของเธอก็มีปัญหาบ้าง เธอโทรหาผม บ้าง ผมก็ช่วยแก้ปัญหาให้เธอบ้าง แต่โดยรวมแล้ว ดีกว่า ตอนที่เธอทำงานที่กรุงเทพมาก สภาพจิตใจของเธอก็ดีขึ้นมาก การอยู่คนเดียวของเธอก็ดูจะราบรื่นมาก เธอชิน แล้วเธอก็สามารถทำได้ แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจ กับเธอมากๆ ผมเฝ้าบอกเธอว่า การอยู่คนเดียวได้ มันแสดงถึง ตัวตนของเธอจริงๆ ผมดีใจที่เธอทำได้ ครับ
ผมเลือกเดินทาง ทาง เครื่องบิน ไฟต์ หัวค่ำ ไปถึงก็ประมาณ 4 ทุ่มได้ ซึ่งเธอจะสามารถมารับผมได้ ลืมบอกไปอย่างนีงครับ เธอใช้เงินก้อนที่เราขายบ้านได้ ไปซื้อรถ (จริงๆแล้วไม่พอที่จะออกรถครับ ต้องขอพี่บ้านช่วยอีกนิดหน่อย ตอนนั้น ผมปฏิเสธที่จะช่วยส่วนที่ขาดกับเธอไป) มือ 2 คันนึงมาใช้งาน ซึ่ง ใครที่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่ ก็คงจะทราบๆ กันอยู่นะครับ เรื่องการคมนาคมของเชียงใหม่ จะไม่สะดวกเลยถ้าไม่มีรถ

จากคุณ : lagaze - [ 10 พ.ค. 49 23:13:16 ]
-----------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 2

เมื่อผมไปถึงสนามบิน ซึ่งมีการดีเลย์ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง แต่ก็มิใช่ปัญหา เพราะว่า ผมก็โทรบอกเธอก่อนขึ้นเครื่อง แล้วเธอก็กะเวลามารับได้พอดี เห็นเธอยืนรออยู่ไกล ภาพที่เห็นนั้น คุ้นตาผมมาก แต่ดูหน้าตาเธอสดชื่นขึ้น คงเพราะได่ มาอยู่เมืองหนาว ด้วย การงานที่ไม่ต้องเครียดเหมือนเมื่อก่อน ห่างไกลจากปัญหาต่างๆในชีวิตของเธอ หลายอย่างๆ ผมดีใจ ที่ได้ เจอเธออีกครั้ง แต่ ถะว่า มันดีใจแบบได้เจอคนที่เราไม่ได้ เจอกันมานาน เท่านั้นเอง เธอยิ้มแสดงถึงความดีใจมากๆ เมื่อได้เจอ บทสนธนาแรกๆ ก็เป็นเรื่องจิปาถะต่างๆ ผมก็เข็นรถขนกระเป๋า มาเรื่อยๆ ระหว่างคุย พอมาถึงรถของเธอ ก็ขนกระเป๋าขึ้นรถเรียบร้อย เธอขอผมกอดเพื่อ รำลึกสิ่งต่างๆ มากมาย ผมยอมรับนะครับ ว่า ก็อยากกอดเธอมากเหมือนกัน แต่ ไม่ใช่ในฐานะแฟนจริงๆ มันเหมือนเป็นเพื่อนเก่า เพื่อนสนิท ที่ไม่ได้เจอกันนาน ความรู้สึกที่เธอกอดผม ผมบอกได้ ว่ามันคืออะไร แต่กับของผมนี่สิ ไม่รู้ว่าเธอจะรับรู้ได้หรือเปล่า

ผมทำหน้าที่ขับรถ เอง เพราะผมเอง ก็เคยมาเชียงใหม่มาก่อน เคยมาอยู่เป็น อาทิตย์ ๆ เหมือนกัน พอจะจำทางได้บ้างเหมือนกัน แต่ก็มีเธอกำกับ เพราะ เธอจะไว้ใจผมเรื่องพวกนี้ มาก เธอเองเป็นคนใจร้อน ขนาดผมเป็นคนขับ ถ้ามีรถคันไหนมาปาด มาแซง แบบเสียมารยาท เธอจะเป็นคนด่าทันที ซึ่งผมก็นั่งเฉยๆ เมื่อมาถึงที่ห้องพักของเธอ ผมถามเธอว่า จะให้ผมนอนที่ไหน มีห้องว่างอีกไหมเป็นรายวันก็ได้ แต่เธอก็ทำหน้าไม่ดี ตอบย้อนกลับว่า จะไม่นอนด้วยกันหรือ ผมนึกในใจ ว่าแล้วว่า เธอต้องคิดแบบนี้ ผมก็เลยยังไม่พูดอะไร แต่ก็พยายามแสดงสิ่งที่ผมต้องบอกเธอในการมาเชียงใหม่ครั้งนี้ ว่า ผมขอปูที่นอน นอนที่พื้นก็แล้วกัน แต่เธอเอง ก็ไม่ยอม อยุ่แล้ว ซึ่งเป็นนิสัยของเธอ ผมก็ทราบดี ผมจึงต้องยอมนอน บนที่นอน แต่ด้วยความจริง ถึงผมจะเคยทำอะไรไม่ดีกับผู้หญิงมาเยอะก็จริง แต่ผมก็จะไม่ยอมให้เรื่อง บนเตียงมาเป็นเหตผล ของอะไรก่อนอย่างอื่นอีกแล้ว

ซึ่งแน่นอน เธอก็แสดงเจตนารมณ์ ออกมาก่อน ผมเข้าใจดี แต่ผมก็ปฏิเสธเธอ เธอก็งอนผมเป็นปกติอยู่แล้ว ถ้าเป็นสมัยเมื่อผม ยังคบกับเธอ ผมจะมีหน้าที่ง้อเธอลูกเดียวครับ แต่มาถึงตอนนี้ แล้ว ผมเฉย ครับ ไม่พูดอะไร แล้วก็หลับไป เธอก็ไม่พูด ทำเป็นงอนถึงเช้า เธอก็ต้องไปทำงาน เพราะเธอวางแผน หยุด อีกวัน ผมจึงต้องฉายเดี่ยววันแรก เรื่องไปเที่ยวนี่ คงไม่มีอะไรมากนะครับ

จากคุณ : lagaze - [ 10 พ.ค. 49 23:17:03 ]
-------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 3

แล้ววันที่เธอได้ หยุด ผมก็ได้เที่ยวกับเธอ โดยไปเที่ยวกันถึงเชียงราย เพราะว่า ต้องเลยไปงานแต่งงาน ของรุ่นน้องที่ทำงานของเธอด้วย ก็เลยถือโอกาสเที่ยวไปเลย ผมก็เลยคิดว่า คงจะต้องคุยกับเธอเรื่องที่ผมต้องบอกเธอตอนก่อนกลับก็แล้วกัน ช่วงนี้ ให้เธอมีความสุขไปก่อน กับการที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่แล้ว เธอเองก็รับรู้ว่า สิ่งที่ผมปฏิบัติต่อเธอนั้น มันช่างห่าง ไม่เหมือนกับคนที่จะคบกันเป็นแฟนแล้ว เธอจึงถามผมด้วยความกดดันว่า ผมไม่เหมือนเดิมแล้วใช่ไหม ซึ่งเธอก็ไม่อยากให้ผมทำอย่างนี้กับเธอ เธอต้องการคำตอบ แล้วต่อไปเธอจะได้รู้ว่า ควรทำตัวอย่างไร เธอไม่ต้องอึดอัดอีกต่อไป เธอรอมานานมากแล้ว เธอต้องการรู้คำตอบ ถึงคำตอบจะไม่ได้ เป็นอย่างที่เธอต้องการ ก็ยังดีกว่า มานั่งอึดอัดอย่างนี้
ผมจึงตัดสินใจบอกเธอ ว่า

“เรื่องที่ผ่านมานะ ฉันไม่โกรธเธอหรอก ถือซะว่า มันผ่านไปแล้ว ก็แล้วกัน ไม่โกรธจริงๆ แต่ว่าเราคงจะคบกันต่อไปไม่ได้ แล้วหละ ตอนนี้ ฉันคิดว่า มันจะเป็นสิ่งทีทำให้ ไม่เข้าใจกันต่อไปในอนาคตแน่ ถ้าเรายังคบกันต่อไป เวลาเราทะเลาะกัน ฉันคงจะคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งมันคงทำให้เราทั้งคู่รู้สึกไม่เหมือนเดิมแล้วหละ แต่ว่า ฉันลองทำดูแล้ว เวลาที่ผ่านมานะ แล้วมันก็อดคิดถึงเรื่องนั้นไม่ได้ ทุกที”

“ฉันก็ทำใจมาตั้งนานแล้วหละ รู้อยู่แล้วว่า เธอต้องตอบอย่างนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะฉันเองก็ยอมรับในสิ่งที่ฉันทำ แต่เราก็ยังคุยกันได้ ไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยเราก็รู้จักกันมานานมากเหมือนกัน ถ้าเราเป็นเพื่อนกัน ก็คงสนิทมากเลยรู้ไหม”

“ใช่ ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ ”

“ฉันไม่ใช่ไม่เสียใจนะ ฉันเสียใจที่สูญเสียสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไป แล้วก็อยากให้เธอรู้ไว้ด้วยว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ” เธอเริ่มสะอื้น

“ขอบคุณมาก ขอบคุณมากๆเลย สำหรับ ทุกสิ่งที่ผ่านมา คิดแล้วก็ใจหายนะ”

“ใช่ แต่ตอนนี้ เราก็โตกันมาก พอที่จะคุยกันได้ด้วยเหตุผล แหละ ฉันก็ว่า มันยังดีกว่า ที่จะต้องมานั่งรออย่างกดดันด้วย”

“อืม แต่ฉันก็ยังเก็บความรักของเราไว้ นะ ฉันสามารถนึกถึงมันแล้วก็ยิ้มกับมันได้ ตลอดที่คิดขึ้นมา อย่างตอนนี้ ฉันยังคิดถึงมันอยู่เลย มันดีนะมันดีจริงๆ”

“ใช่ สำหรับฉัน ฉันก็อดที่จะร้องไห้ให้กับมันไม่ได้ทุกทีที่นึกถึงมัน ชั้น ขอกอดหน่อยได้ มั้ย ขอกอดที่มีความรักไม่ว่าจะรักอย่างไหนก็ตาม ฉันอยากจะรู้สึกดีกับมัน แล้วก็จะเก็บมันไว้ในใจเสมอ”

ผมก็โอเค แล้วผมก็นึกถึงสิ่งที่ดีๆ ที่เราเคยทำให้กัน เพราะความรัก แล้วผมก็กอดเธอด้วยความรัก

เมื่อเธอได้สัมผัส กอดที่มีความรัก ของผม เธอก็รับรู้ได้ว่า มันไม่เหมือนกับ กอดของผมตอนที่อยู่ทีสนามบินเลย มันต่างกันลิบเลย

“ฮืออออออออ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ อือออออออออออ” เธอสะอื้นสุดๆ

“อ้าว ร้องไห้อีกแล้ว เดี๋ยวไม่ให้กอดนะ ขี้แยอีกแล้ว”

“ก็มันรู้สึกได้นี่ หฟือด มันใช่เลย กอดอย่างนี้ แหละ ฮืออออออออ ที่ไม่ได้สัมผัสมานาน”
เธอพูด พร้อมกับร้องไห้ สะอื้น

“คิดในแง่ดี นะ ลองคิดดู อนาคต เราแก่หัวงอกันแล้ว มานั่งคุยนึกถึงอดีตกัน มันคงดีไม่ใช่น้อยนะ”

“คงงั้นแหละ”

จากคุณ : lagaze - [ 10 พ.ค. 49 23:17:52 ]
--------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 4

หลังจากที่ผม ได้บอกเธอไป ผมก็รู้สึกดีขึ้น แต่ก็เสียใจเหมือนกัน เพราะรู้ว่าเธอก็คงหวังให้เป็นอีกอย่างมากกว่า ถึงแม้ว่าเธอจะพูดออกมาอย่างนั้นก็ตาม เพราะผมรู้จักเธอดี แต่เธอก็เปลี่ยนแปลงตัวเธอเองได้ มากเหมือนกัน เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ เธอคงพูดได้ไม่ใจเย็นอย่างนี้แน่ คงอาจจะเป็นเพราะเธอได้ลองอยู่คนเดียวมาซักระยะแล้วมั้ง หาคำตอบกับตัวเองได้ แล้ว
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออ

ผมก็ยังได้อยู่ เค้าดาวน์ กับเธอที่เชียงใหม่ แล้วจึงค่อยกลับลงมากรุงเทพ ตอนเธอมาส่งที่สนามบิน เชียงใหม่ ดูเธอก็จะยังอาทรกับผมอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็บอกเธอว่า มีอะไรก็โทรมา เรายังคุยกันได้ไง เธอก็โอเค ขึ้น ซึ่งต่อมา ณ ปัจจุบัน มันคงเป็นอะไรที่เพื่อนๆ คง มองว่า ที่ผมเล่ามา มันเหมือนเป็นหนัง ละครไทยดีๆนี่ เอง เพราะปัจจุบัน เธอคบอยู่กับ ทอมคนนึง ซึ่ง ผมก็ยังคุยกับ เธอ และ ทอม แฟนเธออยู่ ประจำเลย แต่อาจจะไม่บ่อยนัก เธอให้เหตผลว่า ไม่เห็นเป็นอะไร มันคงมีแค่เรื่องของใจเท่านั้น ที่ต้องคิดกัน เรื่องอย่างว่าก็จะไม่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องกันอีก แล้วก็ไม่เสียหาย ไม่เปลืองตัวด้วย ผมก็ดีใจกับเธอ ที่เธอมีรักใหม่ อย่างคิดไตร่ตรอง ไม่เหมือนที่ผ่านมา ผมงี้ เหมือนยกภูเขาออกจากอกได้เลย






หลังจากที่ผม กลับมาถึงกรุงเทพ แน่นอน ครับ ผมอยากจะบอกความในใจกับ กิ๊กมากที่สุด เพราะว่า สิ่งที่ผมทำ ผมเลิกกับทุกคน ผู้หญิงคนอื่นๆได้ ผมทำเพื่อเธอคนเดียว ผมจะไม่ทำให้เธอเจ็บอีกแล้ว ผมจะกลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ แต่ ด้วยความที่ ตอนนั้น เธอก็ยังคุยอยู่กับ ผู้ชายหลายคน ผมจึงยังไม่แน่ใจว่า ถ้าผมบอกเธอไป แล้วเธออาจจะไม่เห็นค่ามัน หรือ เธออาจจะไม่สนใจผมง่ายๆ เลยก็ได้ ซึ่งผมก็บอกกับตัวเอง ว่า เอาอย่างนี้ แล้วกัน ผมจะดูเธออีกสักพัก ก่อน ว่า ที่เธอคุยอยู่กับคนอื่นๆ เธอมีใจให้เค้าแล้ว ผมก็ต้องตัดใจ ปล่อยให้เธอไปเจอกับคนที่เธอคิดว่า ดี

จากคุณ : lagaze - [ 10 พ.ค. 49 23:18:29 ]
--------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 5

ผมเริ่มต้นด้วยการบอกกับเธอว่า ผมเลิกกับผู้หญิงทุกคนได้ แล้ว ที่เคยบอกเธอไว้ว่า ผมต้องการเคลียตัวเองเหมือนกัน ไม่อยากเป็นอย่างนั้น ไปตลอด เพระว่ามันไม่ใช่ ตัวผม ผมต้องกลับมาเป็นคนเดิม และ ผมก็เลิกกับแฟนของผมไปแล้วเหมือนกัน ซึ่ง เหตุผล ที่เลิกกับแฟนผมมันไม่ได้ เกี่ยวกับตัวกิ๊ก เลย ผมใช้เหตุผลเกี่ยวกับ ตัวผม และก็แฟนผม ซึ่ง เธอฟัง เธอก็ประหลาดใจผม ทั้งเรื่องผู้หญิงทั้งหลายคน และก็เรื่องแฟนผมเอง เธอบอกกับผมว่า ทำไมต้องทำอย่างนั้น ผมคิดจะทำอะไรกันแน่ ผมก็ตอบว่า ผมต้องการทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มันดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ สิ่งที่ผมได้ ทำไป ผมรู้แล้ว ว่ามันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่ความไม่ดีเหล่านั้น ถ้ามันจะย้อนกลับมาหาตัวผม ผมก็ยอมรับ ผลของการกระทำของผมเอง ต่อแต่นี้ ไปผมคงต้องทำบุญ ทำทาน ตั้งสมาธิกับตัวเองให้มากๆ ซึ่งผมเองก็ชวนเธอไปทำบุญบ่อย ๆ

จากการที่ผ่านมาสักพักแล้ว ที่ผมได้บอกเธอว่า ผมเคลียทุกอย่างแต่ก็ยังไม่ได้ ถามเธอถึงการคบกันจริงๆจัง ผมปล่อยให้เวลาผ่าน ไป ประมาณ 1 เดือน แล้วเฝ้าสังเกต ความรู้สึกเธอ การกระทำของเธอ ทั้งกับ ผม และกับคนอื่นๆที่เธอคุยด้วย แล้วผมก็พบกับการกระทำ ที่เหมือนเดิมของเธอ ที่มีกับผม บางครั้งก็ถามเธอว่า ทำอย่างนี้ เหมือนเป็นแฟนกันเลย เธอก็ทำเป็นพูดเล่น ว่า แล้วไม่ใช่เหรอ อะไรประมาณ นี้ ซึ่งมันทำให้ผมคิด ส่วนคนที่เธอคุยด้วย ผมก็รู้ทุกคน เธอเองก็ยอมรับว่า เธอก็เล่าให้ผมฟังทุกคน บางคนจีบเธอ เธอก็รู้ แต่ว่า คนนั้น เค้าไม่พูด เธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ปล่อยเลยตามเลย ส่วนตัวเธอไม่ได้คิดอะไร ซึ่งผมก็ตัดสินใจบอกกับเธอจนได้

“กิ๊ก พี่มีอะไรจะบอกเธอ”

“อะไรเหรอ”

“เราก็คบกันมานาน แต่พี่เองก็ไม่รู้ว่า ตกลงเราเป็นอะไรกัน เราน่าจะพูดกันนะ”

“ก็พี่จะเอายังไงหละ ก็ไม่เห็นพูดเลย ”

“ก็พี่ไม่รู้นี่ ว่าเธอจะโอเคกับพี่เหรือป่าว”

“แล้วไม่ถามจะรู้เหรอ”

“งั้น พี่ถามเลยก็ได้ เรามาคบกันจริงๆจังเลยมั้ย พี่เคลียตัวพี่ได้หมดแล้ว ส่วนพี่ก็อยากให้เธอเคลียเหมือนกัน”

“กิ๊ก ไม่เห็นต้องเคลียเลย กิ๊กไม่ได้มีอะไร ไม่ได้ มีใครอยู่แล้ว แค่คุย เป็นเพื่อนกับทุกคน”

“ถ้างั้น เราก็คบกันเลยได้ใช่มั้ย”

“ไม่อ่ะ ”

“อ้าว หมายความว่าไง” กรรมมมมมมมมมมมมมมมม

“ตั้งแต่ วันที่ กิ๊ก ร้องไห้ให้กับพี่ คืนนั้น จำได้ไหม ”

“จำได้ จำได้แม่นเลยด้วย”

จากคุณ : lagaze - [ 10 พ.ค. 49 23:19:16 ]
---------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 7

“นั่นแหละ มันทำให้กิ๊ก คิดกับเรื่องนี้มากๆเลย กิ๊กมีคำตอบมาตั้งนานแล้ว แต่ดูเหมือนพี่ไม่พูด กิ๊กก็ไม่ค่อยชอบพูดก่อนอยู่แล้ว กิ๊กก็เป็นผู้หญิงด้วย กิ๊กก็เลยบอกกับตัวเองว่า พยายามทำตัวให้เป็นเหมือนเดิม แล้วก็ไม่รับรู้เรื่องอื่นๆ ของพี่ แต่กิ๊ก ก็ยอมรับนะว่า เวลาอยู่กับพี่ โดยไม่คิดเรื่อง ผู้หญิง เรื่องแฟนพี่ กิ๊ก มีความสุข รู้สึกอบอุ่นมากๆ แล้วก็ผูกพันมากๆ ไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร เพราะเราเองก็เจอกันมาได้ ไม่นาน ปีนึงเองมั้ง แต่พอคิดว่า กิ๊ก จะจริงจังกับพี่ กิ๊กจะคิดถึงเรื่อง ที่พี่ทำ กิ๊ก เจ็บ ตลอดเลย แล้วกิ๊กก็ไม่อยากจะคิดมันเลย ก็เลยปล่อยให้เวลามันผ่านไปเหมือนกัน”

“อ้าว แล้วที่ผ่านมาหละ เธอก็ดูเหมือนว่า พี่ก็เป็นแฟนเธอได้ไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ไง แต่ความรู้สึกเจ็บ มันทำให้กิ๊ก กลัว กลัวว่า ถ้าได้คบกับพี่จริงจัง แล้ววันนึง กิ๊กจะต้องเจ็บแบบเดิมอีก กิ๊ก คงรับมันไม่ไหวแล้วหละ เพราะว่า มันหนักมาก จริงๆ”

“อ้าว เหรอ อย่างนี้ พี่ก็อกหักหละสิ”

“ไม่หรอก การอกหักนะ คือการที่ พี่รักใครคนนึง แล้วเค้าไม่รักตอบต่างหาก แต่กิ๊ก ก็รักพี่นะ รุ้สึกดี แต่ความรู้สึก เจ็บ มันยังตามมาด้วยเหมือนกันนะ พี่เข้าใจกิ๊กมั้ย”

ผมไม่มีคำพูดอะไร ออกไป แต่ใจความของความรู้สึกของกิ๊กมันบอกอะไรผมอย่างนึง มัน มัน เหมือนกับสิ่งที่ผม ได้บอกเลิก กับ แฟนเก่า ผมเลย นี่แหละที่ทำให้ผม รับรู้ถึง กรรม กรรมของความรัก อย่างแรก ซึ่งต่อไปมันต้องมีตามมาอีกแน่ๆ ก็ได้แต่ทำใจยอมรับ

แต่เธอเองก็ยังให้ความหวังผมอยู่ว่า สักวันนึง เธอเอง อาจจะลืมสิ่งที่ผมทำได้ อย่างหมดจดก็ได้ ตอนนี้ ให้เรา เป็นเพียง พี่ชาย น้องสาว ที่ห่วงใยกัน มากกว่า พี่น้องคนอื่นๆ แล้วกัน ซึ่งผมก็ได้แต่หวัง ว่า มันจะเป็นไปได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว มันคงเป็นไปไม่ได้ หรอก เพราะขนาด ตัวผมเอง ผมยังไม่สามารถลืม ความเจ็บปวดที่แฟนเก่าทำกับผมเลย แต่ก็ไม่ได้ แค้นแฟนเก่าแล้วเท่านั้น เอง

จากคุณ : lagaze - [ 10 พ.ค. 49 23:20:05 ]
--------------------------------------------------
โดย: la-la-bell วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:59:58 น.
  
ความคิดเห็นที่ 14

กรรมก็คือการกระทำ...จะช้าหรือเร็วเราก็ต้องรับผลของการกระทำนั้นๆค่ะ ซึ่งเราก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลของกรรมที่เราเคยทำเช่นกัน และก็เข็ดมากๆ จนคิดกับตัวเองว่าจะไม่ทำแบบที่เคยทำนั้นอีก...

เลยเก็บบทความดีดีมาฝากค่ะ อาจจะยาวไปสักหน่อยนะคะ เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องคู่ที่เหมาะสมค่ะ มีทั้งหมด 4 ข้อด้วยกัน ดังนี้

๑) มี ศรัทธา ไปในแนวทางเดียวกัน เช่นถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกัน เชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือนๆกัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน เป็นต้น เมื่อศรัทธาไม่ตรงกันก็คุยเรื่องไม่ตรงกัน เมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกันก็คุยกันได้ไม่นาน เมื่อคุยกันได้ไม่นานก็เบื่อกันเร็ว อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้น ขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกันยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทเลยครับ ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคงย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศเดียวกัน ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒) มี ศีล อันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน คือมีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน พรานหนุ่มกับพรานสาวทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้ แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพที่ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต อย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหว และนั่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวน สำส่อนไปเรื่อยโดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น ย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อถือความสะอาดผัวเดียวเมียเดียว ศีลที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้วย่อมทำหน้าที่สร้างความอบอุ่นเชื่อมั่นในกันและกัน สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ

๓) มี จาคะ อันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน อย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกันในทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอด เช่นอีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น การเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล ยิ่งหากต่างฝ่ายต่างคิดเจือจานคนอื่น เห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่าน่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มี อย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อยๆ ยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กันแน่นแฟ้นขึ้น จาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียงย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่ เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกัน ไม่มีวันล้มพร้อมกัน

๔) มี ปัญญา เสมอกัน กล่าวทางโลกคือคุยกันรู้เรื่อง กล่าวทางธรรมคือมีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยเป็นไปไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด อีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา หรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่าอะไรๆไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย แต่อีกฝ่ายหนึ่งแค่เรื่องน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่ง ปัญญาที่ร่วมเสริมส่งกันและกันย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา และความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน

หากอดีตกาลคุณเคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ (อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้) ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้ ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด เหมือนเข้ากันได้ทุกอย่าง เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความเข้าใจกระจ่าง

และขอเพียงเกื้อกูลกันนิดๆหน่อยๆ เช่นฝ่ายหนึ่งมาถามทาง อีกฝ่ายบอกทางให้ เท่านี้ก็จะเกิดแรงปฏิพัทธ์ขึ้นอย่างรุนแรง ชนิดที่ฝ่ายชาย (ซึ่งมีธรรมชาติเป็นรุก) อาจยื่นข้อเสนอเดินพาไปส่ง และฝ่ายหญิงก็ตกลงรับข้อเสนออย่างยินดีเต็มใจทันที แล้วการตกลงร่วมทางกันไปจนกว่าจะตายก็ติดตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีเหตุการณ์น่าปวดหัว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคู่บุญประเภทนี้


แน่นอนว่าสายตาทั่วไปมองแล้วย่อมนึกอิจฉา โดยไม่มีใครเข้าใจต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงมีคู่ที่น่าอิจฉาได้ปานนั้น รู้แต่ว่ามีจริง แต่ไม่รู้ว่ามีขึ้นมาได้อย่างไร ต้องต่อว่าใครที่แกล้งลำเอียง ความจริงคือคู่บุญได้รับความยุติธรรมจากธรรมชาติกรรมวิบากต่างหาก แต่อาจเป็นความยุติธรรมที่ลึกลับ เพราะนำอดีตชาติมาแสดงให้เห็นเป็นภาพยนตร์ตามโรงไม่ได้


ขอให้คุณเจ้าของกระทู้เจอคนคนนั้นไวไวนะคะ ช่วงนี้ก็หมั่นทำบุญเยอะๆนะคะ โชคดีค่ะ ^^,

จากคุณ : ฟากฟ้าฝั่งฝัน - [ 10 พ.ค. 49 23:34:15 ]
โดย: la-la-bell วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:00:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

La-la-bell.BlogGang.com

la-la-bell
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด