Day 7 เที่ยววันสุดท้าย Arashiyama กลางสายฝน
11 มิถุนายน 2566

แล้วก็เป็นตามคำพยากรณ์อากาศ ที่เกียวโตฟ้าฉ่ำฝนตั้งแต่เช้า 
เนื่องจากโฮสเทลอยู่ห่างจากสถานีรถไฟพอสมควร เลยไม่ฝากกระเป๋าไว้ที่พัก
เช็คเอ้าท์แล้วลากกระเป๋ามาฝากล็อกเกอร์ที่สถานีเกียวโต จะได้ไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาอีก

วันนี้ไม่มีแพลน กะว่าหาคาเฟ่นั่ง หาดอกไม้สวยๆดู ช่วงนี้ดอกไอริสกับไฮเดรนเยียกำลังบาน
เสิชเจอว่าศาลเจ้า Umenomiya-taisha อยู่ไม่ไกลจากอะราชิยาม่า เปิดให้เข้าขมสวนที่มีดอกไอริสกำลังบานพีคอยู่
เลยขึ้นรถเมล์จากสถานีเกียวโต กะว่าจะไปที่นี่แหละ
ปรากฎนั่งรถผิดสาย คันที่ขึ้นไม่ผ่านศาลเจ้าที่ว่า เลยยืนโหนลงสุดสายที่อะราชิยาม่าแทนก็ได้

6 วันแรกไม่เจอฝนซักเม็ด มาเจอวันสุดท้าย ค่อยสมกับมาเที่ยวฤดูฝนซะหน่อย ☔



สะพานโทเก็ตสึเคียว กับฟ้าเน่าๆ 😁





เป็นวันอาทิตย์ ถึงฝนจะตก คนก็มาเที่ยวเยอะอยู่ดี
ร้านกาแฟ Arabica ก็ยังต้องต่อคิว ถ้าอากาศดี ก็คงรอซื้อแล้วมานั่งเล่นริมแม่น้ำได้อยู่



เดินต่อ เลือกเข้าซอกซอยที่ยังไม่เคยไปดีกว่า



เดินมาซักพัก เจอป้ายวัด Hogon-in เปิดให้เข้าชมสวน 
ไหนๆก็ตั้งใจมาชมสวนอยู่แล้ว เข้าวัดนี้แทนก็ได้ เสียค่าเข้า 500 หรือ 700 เยนนี่แหละ จำไม่ค่อยได้แล้ว 55





เจออะจิไซ หรือไฮเดรนเยีย เป็นต้นฤดู พุ่มนี้ยังไม่บานเต็มที่



บรรยากาศในสวนของวัด



Peaceful garden นี่เรียกเอง แบบว่าเดินแล้วสงบสุข
ฝนตกเปาะแปะ มีลำธารเล็กๆ มองล่างก็เจอมอสเขียว มองบนก็ร่มไม้เขียว เสียงนกร้องจุ๊บๆจิ๊บๆ



ส่วนชื่อของสวนนี้ ที่คนทั่วไปเค้าเรียกกัน คือ The Lion’s Roar Garden
สิงโตจะคำราม หรือหาวก่อน ชิลขนาดนี้





ออกจากวัด แล้วเดินมาเจอร้านน่ารัก เป็นร้านขายขนมปัง 
ซื้อขนมปังเค้ากะขอนั่งกินขนมหลบฝนซักหน่อย แต่ไม่มีที่นั่งภายในร้าน พนักงานบอกสามารถไปสั่งกาแฟนั่งคาเฟ่ข้างๆได้





มีสวนที่อะจิไซบานกำลังสวย



คาเฟ่ข้างกันที่ว่า ที่เห็นยืนๆอยู่ คือคนกำลังรอคิวเข้าไปนั่งในร้าน 
ทางเราก็อดเข้าเช่นเคย 



เดินจนถึงถนนเส้นหลัก คนเดินแน่นเต็มฟุตบาท บ้างก็ลงไปเดินกลางถนน รถก็ติด 
จุดนี้เราเซ็งสุดๆ เรียกว่าไหลตามๆกันไป แล้วอากาศยิ่งร้อนๆชื้นๆด้วยนะ 
ฝ่าฟันมาถึงป่าไผ่จนได้ ถ้าเป็นประเทศอื่นที่มีมิจฉาชีพเยอะๆ ต้องมีคนโดนล้วงกระเป๋าตรงซอยเข้าป่าไผ่แน่ๆ
แต่นี่ประเทศญี่ปุ่นไง 55 ไม่มีคนล้วงกระเป๋า 

มาแชะรูปนิดนึงพอให้รู้ว่ามา bamboo grove แล้วค่า
เพิ่งรู้ว่าตอนนี้เค้าทำช่องทางพิเศษสำหรับคนที่จ่ายเงินขึ้นรถลาก จะได้ถ่ายรูปสวยๆกับป่าไผ่ โดยไม่มีคนเดินเที่ยวฟรีร่วมเฟรมด้วย
ตรงซุ้มซ้ายมือนั่นแหละ มีป้ายห้ามคนทั่วไปเข้า



ยิ่งใกล้เที่ยงคนก็ยิ่งมาแน่นขึ้นเรื่อยๆ กลับมาดูรูปตอนเดินกลับจากป่าไผ่คือไม่มีรูปในอะราชิยาม่าอีกเลย
นัยว่าหมดอารมณ์ไม่อยากถ่ายรูปอะไรทั้งสิ้น อยากออกไปจากที่นี้แล้ววว

ระหว่างนั่งรถเมล์สายเดิม กลับมาสถานี มีนักท่องเที่ยววัยรุ่น คุยกันเสียงดังมาก แล้วคือจ้อไม่หยุด
และแล้วมีผู้โดยสารบนรถเมล์ตะโกนอย่างดังว่า SHUT UP!! น้องเค้าถึง sorry แล้วสลับโหมดมาคุยเบาๆกันต่อ

ก็เรียกได้ว่าเกียวโตที่เราเจอมารอบนี้ ค่อนข้างดุกว่าเดิมเยอะมากๆ
คงเพราะ overtourism คนพื้นที่ก็คงอึดอัดกับสภาพแบบนี้ไม่น้อย แต่การท่องเที่ยวก็นำรายได้มาสู่เมืองด้วยเช่นกัน
เป็นเมืองที่เราเคยชอบมากๆ แต่บอกตรงๆว่ากลับมารอบที่สามนี้ ไม่ค่อยแฮปปี้กับเกียวโตเท่าไหร่

มาถึงสถานีเกียวโตเพื่อมาหาข้าวเที่ยงกิน แต่ทุกร้านมีคิวยาวต้องรอคิวยาวเหยียด คนมันเยอะขนาดนั้นอ่ะ
เลยซื้อชานมไข่มุก Gongsha กินรองท้อง แล้วขึ้น Haruka ไปสนามบินตั้งแต่บ่ายต้นๆนั่นล่ะ



บินกลับพรุ่งนี้เช้าตรู่ คืนนี้เราเลยจองที่นอนในสนามบินนี่แหละ 
เอากระเป๋ามาฝากไว้ก่อน แล้วนั่งรถไฟมากินข้าวเที่ยงที่ Rinku outlet
ไก่ทอดซอสส้ม จาก Panda Express อยู่ในฟู้ดคอร์ท 



มาเดินเล่นฆ่าเวลาไป



Rinku Park ฝั่งนู้นนนก็คือ สนามบินคันไซ ห่างกันสถานีรถไฟเดียว 



ตกเย็น กลับมาพักผ่อนกับที่พักคืนสุดท้ายที่เดินไปสนามบินได้ใน 5 นาทีเอง



First Cabin แนะนำให้จองมาก่อน ที่นี่มักจะเต็มตลอด



ห้องพักรูหนูสุดหรูของเรา



เช้าตรู่ของวันกลับ เดินลากกระเป๋าข้ามฝั่งไปสนามบินถึงภายใน 5 นาที 
เช็คอินเสร็จ ต้องรอเค้ามาเปิด security check ตอน 6.30 น. ผู้โดยอย่างชั้นมาไวเกิ๊นนน



นั่งเวียตเจ็ตกลับนครพิงค์ เวียงเจียงใหม่แล้วเจ้า




Create Date : 10 เมษายน 2567
Last Update : 11 เมษายน 2567 19:26:16 น.
Counter : 446 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
"ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" แอบมาทำอะไรที่ "คลองลำไทร"??? ("นิว ชัยพล" จะตามรอยไป) peaceplay
(10 ก.ค. 2567 10:17:05 น.)
มาเที่ยวบ้านเรา ณ จันทบุรี เมืองน่าเที่ยวที่ไม่เป็นสองรองใคร เจ้าหญิงไอดิน
(8 ก.ค. 2567 10:50:00 น.)
เดินทางไปเกาหลีครั้งแรกในชีวิต ผ่าน ตม. เกาหลี มาได้ ดีใจสุบ Tonkaow20
(4 ก.ค. 2567 09:42:20 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ กม.ที่ 355 "3 in 1" จันทราน็อคเทิร์น
(4 ก.ค. 2567 16:19:26 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสทะเลคราม, คุณดอยสะเก็ด

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Khimyo.BlogGang.com

khimyo
Location :
ลำพูน  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]