Day 1 โกเบ โอซาก้า ดวงชะตามีเกณฑ์จะต้องไปคนเดียว
ผ่านมาเกือบๆ 4 ปี เพิ่งได้กลับมาเที่ยวเมืองนอกอีกครั้ง ไปประเทศที่คุ้นเคยที่สุดทสำหรับเรา คือ ญี่ปุ่น
ออกนอกราชอาณาจักรไทย ครั้งสุดท้ายตอนปี 2019 ช่วงโคโรน่าไวรัสกำลังระบาดในจีน ตอนนั้นยังไมมีคำว่า โควิด ด้วยซ้ำไป

รอบนี้จุดเริ่มต้นของทริปมาจากเพื่อนชวนไป เพราะตั๋วโปร บินตรงเชียงใหม่-โอซาก้า จองได้ราคาไปกลับเก้าพันนิดๆ ช่วงต้นมิถุนา
บินถึงญี่ปุ่นวันจันทร์ บินกลับอีกจันทร์ถัดมา ก็คือนอนที่นู้น 7 คืน กับสมาชิกทัวร์ 3 คน
กะไปเที่ยวขำๆ ขอไม่ออกความเห็นไม่หาข้อมูลอะไรทั้งสิ้น จะเป็นผู้ตามที่ดี

เพื่อนเราก็วางแผนกลับไปเยือนถิ่นเก่า นางเคยมาเรียนญี่ปุ่นที่โอซาก้านี่แหละ อาชีพเก่าก็เป็นล่ามญี่ปุ่น
เพื่อนบอกเราจะเซฟคอสด้วยการไปนอนบ้านคนรู้จักแถวฮิเมจิ แล้วเที่ยวแถวๆโอซาก้า ฮิเมจิ เกียวโต บางวันออกเที่ยว
บางวันอาจจะทำขนมจีนน้ำเงี้ยวตอบแทนเจ้าบ้าน เที่ยวแบบชิลๆ ประหยัดๆ สองหมื่นสบายๆ อ่ะ เหมือนทุกอย่างจะลงตัวราบรื่น
แต่....

ก่อนเดินทาง 1 เดือน เพื่อนหัวหน้าทัวร์เจอเหตุจำเป็นไม่คาดคิด ที่อาจจะไปเที่ยวนำทัวร์แบบเดิมไม่ได้แล้ว
ตอนนั้นเราก็เลยหาข้อมูลเที่ยวเผื่อเอาไว้ จนกระทั่ง 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง ถึงได้คอนเฟิร์มว่าทริปนี้ เหลือสมาชิกเพียงคนเดียว ก็คือตัวฉันนั่นเอง
ส่วนเพื่อนอีก 2 คนยอมทิ้งตั๋วกันหมด ถึงได้เริ่มจองโรงแรม จองพาส แลกตัง เอาตอนนั้นแหละ อย่างมันส์ 

จริงๆก็แอบโล่งใจที่ทุกคนแคนเซิลนะ เพราะพอได้แพลนเที่ยวใหมที่ทำเองก็เหมือนก่อกิเลส อยากไปเที่ยวตามแพลนของตัวเองมากกว่าแล้วล่ะ
แพลนใหม่ ไม่เหลือเค้าเดิม เปลี่ยนที่นอนแทบทุกคืน ประมาณว่าไป 7 คืน นอน 6 ที่พัก และไปในที่ที่ไม่เคยไป คือภูมิภาค Chubu 

ป่ะ เข้าเรื่อง
ออกเดินทางจากเชียงใหม่ คืนวันอาทิตย์ เป็นเที่ยวบินสุดท้ายของวัน ที่นั่งบนเครื่องว่างมาก
คนเดียวเหมา 3 ที่นั่ง มาถึงสนามบินคันไซเช้าตรู่ เห็นแดดแรงเบอร์นี้ นี่คือตอนแดดตีห้ากว่าๆ 



เราลงทะเบียนผ่าน visit japan ไปก่อน ผ่านตม.ไวมาก แค่เปิด QR code ให้สแกน ก็ผ่านออกมาได้เลย
ไม่ถงไม่ถาม ไม่ได้เข้าห้องเย็นแบบรอบก่อนด้วย
ระยะเวลาตั้งแต่ลงเครื่องจนออกมาถึงสถานีรถไฟ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สุดจะประทับใจ 

Arrival hall สนามบินคันไซที่คุ้นเคย



สิ่งที่คุ้มค่ามากๆเวลามาญี่ปุ่นของเรา คือบัตรเติมเงิน
รอบนี้เอาบัตรพาสโม่ ที่ซื้อใช้ครั้งแรกที่โตเกียวตั้งแต่ปี 2011 เอาเติมเงินใช้ต่อ
ผ่านมา 12 ปีแล้ว ก็ยังใช้ได้อยู่ ชีวิตง่ายขึ้นมาก จ่ายเงินร้านสะดวกซื้อ ขึ้นรถไฟก็แปะๆเอา แถมปริ้นรายการใช้จ่ายออกมาได้ด้วย
ถึงสถานี Kansai Airport ก็เติมเงิน PASMO ที่ตู้เติมเงินเป็นอันดับแรก 

เข้าเมืองโอซาก้า นั่งนันไกไปลงนัมบะ เพื่อเอาของไปฝากไว้ที่พักก่อน
คืนแรกเรานอน J-ship Osaka Namba
เป็นโรงแรมแคปซูลเพื่อประหยัดงบ ที่เห็นได้ชัด รอบนี้ที่พักราคาแพงขึ้นเยอะ
นอนโฮสเทลแคปซูลอย่างต่ำก็คืนละ 800 ขึ้นไป อาจจะเพราะจองกระชั้นด้วยส่วนนึง
ฝากกระเป๋าเสร็จก็ออกเที่ยวต่อเลย 

จะไปโกเบ แต่หลงอยู่แถวสถานีโอซาก้า อูเมดะ งงมาก โกเบไปทางไหนคะ
ยิ่งช่วง rush hour วันจันทร์  เดินไปในหมู่ซาลาริมัง ใครอยากเบิร์นสมองแนะนำกิจกรรมนี้



แล้วก็มาถึงโกเบจนได้ กองทัพเดินด้วยท้อง หาเนื้อโกเบกินก่อน



ไม่ค่อยชอบกินสเต๊ก แล้วเจอว่ามีร้านที่ทำข้าวหน้าเนื้อจากเนื้อโกเบ เลยมารอคิวก่อนร้านเปิดครึ่งชม. ได้คิวที่ 2 



Kobe Gyudon Hiroshige
ทั้งร้านขายอยู่เมนูเดียว คือ ข้าวหน้าเนื้อโกเบ แต่เลือกขนาดกับเลือกไข่ดิบ/ไข่ออนเซ็นได้ นี่คือขนาดเล็กไข่ออนเซ็น



กินเสร็จออกจากร้าน ปรากฎคิวยาวขนาดนี้! เรื่องต่อคิวนิฮงจินไม่แพ้ชาติใดในโลก



ไม่ไกลจากร้านข้าวหน้าเนื้อ ก็มาถึงสตาร์บักส์สาขาคิตาโนะ นำบ้านเก่ามาทำร้านกาแฟ 
แถวนี้มีอาคารแบบตะวันตกที่เป็นเอกลักษณ์ของย่าน Kitano Ijinkan



เนื่องจากโกเบเป็นเมืองท่า เมืองที่มีการค้าขายติดต่อกับต่างชาติ ดังนั้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อนจึงมีชาวตะวันตกมาตั้งสร้างบ้านอยู่บนเนินเขาเหนือท่าเรือโกเบ
กลายมาเป็นย่านคิตาโนะในปัจจุบันนี้แหละค่ะ



มีอาคารที่อนุรักษ์เอาไว้อยู่หลายหลัง สามารถจ่ายเงินเข้าชมด้านในได้ 
ส่วนเราเน้นถ่ายรูปด้านนอกก็พอ

Weathercock House



Moegi House สีเขียวสดใส



ย่านนี้คือดี สะอาด เนี้ยบ ดูมีอันจะกิน



แต่ร้อนไม่ไหว เห็นรถเมล์ผ่านมา โดดขึ้นรับแอร์ก่อนเลย เห็นเป็นรถสายท่องเที่ยวloop bus อย่างแย่ก็นั่งวนมาที่เดิม
แล้วก็ตัดสินใจตอนขึ้นแล้วเจอแอร์ฉ่ำๆว่าขอนั่งสุดสายละกัน จะได้นั่งพักนานๆ ถือโอกาสนั่งชมเมืองโกเบไปด้วย



สุดสายที่ Harbourland ถ้านั่งต่อก็จะวนกลับมาคิตาโนะ
ก็ลงตรงนี้แหละ 



เดินมาที่ห้างโมเสก กะมาถ่ายรูปกับโกเบพอร์ตทาวเวอร์ แต่เค้าปิดปรับปรุง
เลยเห็นสภาพเป็นแบบนี้ 





แถวๆนั้นมีพิพิธภัณฑ์อันปังแมน เรื่องนี้เราได้ดูตอนเป็นเด็กด้วย 
น่าสนใจว่าทำยังไงให้ยังได้รับความนิยมจนถึงตอนนี้
ของไทยมีเจ้าขุนทอง ก้านกล้วย ที่ถูกสร้างมาแล้วค่อยๆหายไปจากความทรงจำ



ชิงช้าสวรรค์ 



นั่งเครื่องมาไม่ได้นอน บวกเพลียแดด กลับโอซาก้าดีกว่า



หลังจากนี้จะไม่เข้าโอซาก้าอีกแล้ว เลยฮึบเฮือกสุดท้ายไปเช็คอินป้ายกูลิโกะแมนซักหน่อยเป็นพิธี
ชีสเค้กเจ้าดัง ริคุโระโอจี้ซัง จริงๆทุกร้านแถวนี้ก็มีคิวทุกร้านแหละ



ชินไซบาชิคนกลับมาแน่นเอี๊ยดเหมือนยุคก่อนโควิดละจ้า



เดินมาถึงโดทงบุริจนได้ ถ่ายก็ป้ายกูลิโกะแล้ว จบ!! นอน!!



ว่าจะซื้อทาโกะยากิกินให้สมกับที่อยู่โอซาก้า แต่แต่ละร้านคิวยาวมาก ถอดใจ



สุดท้ายก็ได้กินนะ ซื้อจากซูเปอร์ใกล้ๆกับที่พัก เป็นมื้อเย็นราคาประหยัด




Create Date : 06 ตุลาคม 2566
Last Update : 12 ตุลาคม 2566 14:54:13 น.
Counter : 714 Pageviews.

0 comments
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 355 "3 in 1" ตะลีกีปัส
(8 ก.ค. 2567 10:59:38 น.)
ศึกษาประวัติไทยทรงดำ ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำเขาย้อย เพชรบุรี นายแว่นขยันเที่ยว
(5 ก.ค. 2567 01:00:05 น.)
No. 1280 เรื่อง 3 IN 1 ตะพาบ ไวน์กับสายน้ำ
(4 ก.ค. 2567 06:01:01 น.)
2 วัน 1 คืน โทยามะ แดนสวรรค์ใต้เงาขุนเขาเจแปนเอลป์ (ตอนที่ 2: Takaoka city) เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
(3 ก.ค. 2567 21:45:39 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Khimyo.BlogGang.com

khimyo
Location :
ลำพูน  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]