ตัวตนและความสำเร็จของไมเคิล
ตัวตนและความสำเร็จของไมเคิล
บทความดีๆ จากกรุงเทพธุรกิจ



Heal the World, make it a better place for you and for me and the entire human races. There are people dying. If you care enough for the living, make a better place for you and for me.” (Here the world we’re living, save it for our children.)

ผมคงจะพลาดหลายๆ แง่คิด หลายๆ มุมมอง ที่ได้จากภาพยนตร์ “This is it” ถ้าไม่ได้เจ้าลูกชายที่คะยั้นคะยอให้พาไปดู

ผมยอมรับว่า ดีใจมากที่ได้มาดื่มด่ำกับความรู้สึกถอยหลังไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน สมัยที่ Michael ดังเป็นพลุแตก

Single ที่ตัดออกมาทีละเพลงติด Chart American Top 40 เกือบทุกเพลง

เมื่อได้ฟังทีละเพลงแล้ว ชวนให้คิดถึงบรรยากาศในตอนนั้น คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงท่าเต้นลูบเป้า ท่าเต้นถอยหลัง Moon Walk รวมทั้งรองเท้าดำเงาวับกับถุงเท้าสีขาว ที่พากันหัดร้องหัดเต้นและแต่งตัวเลียนแบบจนเป็น fashion ในยุคนั้น

แต่พอดูไปได้ประมาณ 30 นาที ผมรู้สึกชื่นชมตัวตนของ Michael มาก และไม่พ้นที่ผมต้องวิเคราะห์ถึงความสำเร็จของเขา จากรายละเอียดที่พอจะเก็บได้ดังนี้



แรงบันดาลใจ (Inspiration) ทุกเพลงที่แสดงบนเวที มีเรื่องราวที่มาที่ไป รายละเอียดของ Theme การแสดงแต่ละเพลง ไม่ว่าจะเป็น Thriller เรื่องผีๆ หรือ Beat it ยกพวกตีกัน I can’t stop loving you ความรัก แรงบันดาลใจไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัว Michael เอง เพราะแม้แต่แดนเซอร์ก็เป็นการคัดสรรมา ประกวดกันมาเป็นรอบๆ จากทั่วทุกมุมโลก แต่ละคนคือคนที่มีแรงบันดาลใจเช่นเดียวกันกับ Michael ทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นการจ้างมาแล้วค่อยมาฝึกกัน

ในองค์กรหากผู้นำมีแรงบันดาลใจในการริเริ่มและมุ่งมั่นในสิ่งที่จะไปให้ถึง อีกทั้งสามารถคัดสรรผู้ตามที่มีแรงบันดาลใจเป็นหนึ่งเดียวกัน งานที่ออกมาย่อมดีกว่าการทำตามคำสั่งอย่างแน่นอน



ความจริงใจ ความรัก (Love) บนเวทีตอนซ้อมใหญ่มีอยู่เพลงหนึ่งที่ Michael จะต้องหยุดร้องก่อนร้องท่อนสุดท้ายของเพลง แต่เขาหยุดอยู่นานพร้อมหลับตา ผู้ร่วมซ้อมสงสัยว่าทำไมหยุดนานเหลือเกิน ที่จริง Michael หยุด ไม่ได้แค่ทำเสียง เก็บเสียงเพื่อรอเปล่งออกมาในตอนท้าย แต่หยุดเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ในเนื้อหาของเพลงนั้น ซึ่งเป็นพลังที่จะเปล่งเสียงออกมาให้ได้อย่างกินใจ

ในองค์กรหากคนส่วนใหญ่ให้ใจในการทำงาน ไม่เพียงแต่ทำงานให้เสร็จๆ ตามเวลา ค่าจ้าง หรือเพื่อให้มีส่งมอบนายหรือลูกค้า เท่านั้น งานที่ออกมาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง



ความประณีต (Neatness) Michael ต้องการให้งานที่จะออกมากลมกล่อมได้อารมณ์เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับการแสดงและเสียงเพลงที่ดีที่สุด จึงมีการซ้อม แก้ไขการเล่นบางท่อนบางตอนใหม่บ่อยๆ จนนักเปียโนเล่นไม่ถูก ต้องเล่นซ้ำๆ อยู่หลายรอบจนหน้าเสีย เคยบ้างไหมที่เราต้องทำงานนั้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ ไม่เพียงเพื่อให้ลูกค้าพอใจ แต่ให้ลูกค้ารักและประทับใจในสินค้าและบริการของเราต่างหาก

ความเป็นผู้นำ (Leadership Style) เสียงดนตรี แสงไฟ และเอฟเฟคท์ต่างๆ เมื่อไรขึ้น เมื่อไรลง ต้องดูที่ท่าเต้น มือ เท้า จังหวะก้าวของ Michael เท่านั้น แตกต่างจากการแสดงบางแห่งที่ดนตรีนำ นักแสดงตาม ในการดำเนินงานขององค์กรต้องมีผู้นำที่เป็น leader (มากกว่าเป็น Boss) ที่นำให้ทุกคนเดินและหันไปในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่ต้องได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เล่นไม่เป็นเพลง”



ศรัทธาและทุ่มเท (Belief & Devotion) นักดนตรีของ Michael ล้วนเป็นคนที่ศรัทธาในตัวของ Michael ชอบเพลงของเขา ร้องและเล่นเพลงของเขาได้ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เกรด 3 จนฝันที่เป็นจริงในวันนี้ วันที่ได้มาเล่นโดยผ่านการคัดเลือก เป็นการ “มา” ด้วยความทุ่มเท ศรัทธาต่อ Michael และยังศรัทธาต่อตนเองด้วย เทียบแล้วการทำงานด้วยความศรัทธาและทุ่มเทย่อมส่งผลที่เหนือกว่าการทำงานเพียงเพราะคำว่า “หน้าที่” และ “ความรับผิดชอบ” เท่านั้น

ความสุภาพ ความอ่อนน้อมถ่อมตน (Calm & Gentle) ตอนจะตำหนินักร้องประสานเสียง นักดนตรี นักเต้น Michael มักพูดเสมอว่า “ไม่เป็นไรนะ ลองใหม่ ขอให้อดทนกับผม ผมอยากให้งานออกมาดีที่สุด ก็มันเป็นการซ้อมไม่ใช่หรือ”, “That’s why we are here for.” เขาไม่เคยแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวให้เห็น ตบท้ายกล่าวขอบคุณทีมงานด้วย “We are family.”

เราๆ ท่านๆ ย้อนมาถามตัวเอง เคยโกรธลูกน้องแบบฉุนเฉียวและต่อว่ากลับไปอย่างรุนแรงหรือไม่?



พรสวรรค์ (Gift) Michael เล่นดนตรีเป็นหรือเปล่าไม่รู้ เพราะตลอดเรื่องไม่เห็นจับดนตรีสักชิ้น แต่กำกับได้ บอกได้ว่าต้องการอะไร มีการตลาดอยู่ในตัว รู้ว่าโทนแบบนี้ผู้ชมฟังไม่ได้อารมณ์แน่ ในการทำงานหากเรามีทุกข้อที่กล่าวผ่านมาแล้วบวกกับพรสวรรค์ที่ค้นพบว่า นั่นคือ เรา ก็จะวิเศษที่สุด ดังนั้น ถามตัวเองว่า ชอบงานที่ทำอยู่ไหม ใช่ไหม ถ้าไม่ชอบ ไม่ใช่ รีบเปลี่ยนซะเพราะ Gift จะเป็นตัวทวีคูณพาเราไปสู่จุดสูงสุด

ความจริงใจต่อโลก สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของผู้คนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต (Corporate Social Responsibility) Michael ได้สะท้อนและถ่ายทอดออกมาจากใจด้วยเพลง Earth Song, Heal the World ที่จริงเขาได้แสดงออกถึงความเป็นห่วงในเรื่องนี้มา ตั้งแต่ต้นๆ ยุค 1980 เขาไม่ได้ทำเป็น CSR ให้ตัวเองและทีมงาน แต่สะท้อนออกมาจากใจจริงๆ เพลงเหล่านี้แต่งก่อนคำว่า CSR จะถูกบัญญัติขึ้นมาใช้ในวงการธุรกิจด้วยซ้ำไป เทียบกับการทำ CSR ขององค์กรต่างๆ ในปัจจุบัน จริงใจแค่ไหน หรือแค่ทำเพื่อภาพลักษณ์ให้องค์กรดูดี หรือแก้ข้อขัดแย้งที่องค์กรของตนได้สร้างมลภาวะทิ้งไว้ให้กับโลก



วันนี้ เสียดายที่ Michael ตายไป แม้จะตายไปแล้วก็ยังทำเงินมากมายมหาศาล ถ้าไม่ตายเขาคงทำเงินไปช่วยเหลือเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสได้มากกว่านี้อีก วันนี้จะมีใครมาแทนหรือเปล่า ยังไม่รู้ แต่อย่างน้อยก็สามารถสะท้อนให้คนมีรู้จักให้และให้มากขึ้นเพื่อจรรโลง สังคมโลกให้ดีขึ้น

วันนี้เราๆ ท่านๆ ยังไม่ตาย ทำให้ได้นะครับ ทำให้กับตัวเอง ทำให้กับองค์กรที่ท่านรัก ทำให้สังคมและประเทศชาติของเรา เพื่อความรุ่งเรืองของอนาคตอันถาวร ทำให้คำเหล่านี้ Inspiration, Belief, Love, Devotion and Gift เป็นจริง

“This is it”!!!


เครดิต บุญชัย ปัณฑุรอัมพร
ที่มา //www.bangkokbiznews.com/.../ตัวตนและความสำเร็จไมเคิล-แจ็คสัน.html - 14 hours ago

ขอขอบคุณ น้องเต้าหู้กับน้องเต้าฮวย ค่ะ






Create Date : 22 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2552 12:19:07 น.
Counter : 781 Pageviews.

1 comments
สำนวนที่น่าสนใจใน นวนิยาย เรื่อง คู่กรรม อาจารย์สุวิมล
(26 ก.ย. 2564 18:56:42 น.)
ที่มา The Matrix Resurrections angy_11
(16 ก.ย. 2564 13:55:28 น.)
เพลง "Bohemian Rhapsody" haiku
(27 ส.ค. 2564 08:54:48 น.)
ตราไปรษณียากรที่ระลึก 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สายหมอกและก้อนเมฆ
(21 ส.ค. 2564 13:02:13 น.)
  
ทำไร
โดย: แนน IP: 192.168.1.102, 222.123.166.103 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:10:37:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jeeup.BlogGang.com

Jeeup
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด