รักมอมแมม - - No.9


10-12. [แม่ไก่ + เรียวรุ้ง] วันพืชมงคล : อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่ตัวเอกทำอาชีพกสิกรรม
(ทำไร่ ทำนา ทำสวน ฯลฯ) หรือชื่อเรื่องมีคำว่า ทุ่ง นา สวน ไร่ ฟาร์ม หรือที่เกี่ยวกับการเกษตร

[ตอบโจทย์] อ้อมขวัญและก้าน ทำอาชีพเกษตรกรรม







หนังสือเรื่อง :รักมอมแมม
ผู้แต่ง: No.9
สำนักพิมพ์: ฟิสิกส์เซ็นเตอร์
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2549
จำนวน 248 หน้า
ราคา 165 บาท





[คำนำสำนักพิมพ์]


ทำไมคนอย่างอาจารย์อ้อมขวัญ ต้องทิ้งอนาคตหน้าที่การงานที่กำลังรุ่งโรจน์
มาทำไร่ทำสวนคลุกฝุ่นคลุกดินแดง ๆ ให้เนื้อตัวมอมแมม ด้วยนะ ถ้าไม่ใช่ ไอ้ไส้ติ่ง หรือ กานต์พิสุทธิ์
พ่อตัวดีที่คอยแต่หาเรื่องดี ๆ มาให้ เธอได้ปวดหัวตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
ที่มาชวนไปเธอพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งกันดารให้เป็นผืนทอง

เฮ้อ...แค่ได้ยินก็อยากจะบอกศาลาความเป็นเพื่อนแล้ว
แต่เพราะพิธีรับน้องตอนเรียนมหาวิทยาลัย ที่ให้คู่บัดดี้ผูกข้อมือติดกัน
และให้ดื่มน้ำมนต์สาบานคำมั่นว่าจะไม่ทิ้งกัน ถ้าใครทิ้งกันก็จะโดนคำสาปอาถรรพ์
เลยทำให้อ้อมขวัญทิ้งกานต์พิสุทธิ์ไปไม่ได้ หรือเพราะคำว่า บัดดี้ ที่มันฝังรากลึก
ลงไปในหัวใจของอ้อมขวัญกันแน่ ที่ยึดเธอไว้ไม่ให้ไปจากไอ้ไส้ติ่งได้






[ความรู้สึกเมื่ออ่านจบ]


'รักมอมแมม' เป็นนิยายแนว 'เพื่อนสนิท' อีกเรื่องที่หนอนอ่านแล้วซึ้งค่ะ เรื่องนี้หนอนซื้อมาในงานหนังสือ
โปรฟิสิกเซ็นเตอร์สามเล่มร้อย ถ้าไม่ได้โปรนี้คงไม่ซื้อเพราะว่าดูจากหน้าปกมันไม่โดน แล้วยังคำโปรยก็ยังไม่สะดุดอีก
แต่หยิบๆ มาให้ครบเล่มงั้นล่ะ ไม่คาดหวังนัก เพราะมันถูก..คิดว่าถ้าไม่ดีค่อยเอาไปขาย

แต่ป๊าดด .. พออ่านจบแล้วชอบมั๊ก .. ทั้งๆ ที่ภาษาก็ไม่ได้สละสลวยมากมาย เหมือนนามปากกานักเขียนดังๆ ที่เคยอ่าน
แต่..เนื้อเรื่องกลับตรึงความรู้สึกได้ดีทั้งเล่ม อ่านแล้วอินจนไม่อยากวางเลย
หรือไม่ก็เป็นเพราะหนอนชอบพรอตแบบนี้ด้วยมัง ถ้าคนไม่ชอบก็คงเฉยๆ



[ คำเตือนหนอนจะ สปอยๆๆๆ ]



เล่าเรื่องย่อ...หน่อย...


' เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เราจะดูแลกันดั่งพี่ดั่งน้อง...
เราจะรักบัดดี้เหมือนเรารักตัวเอง...'


ด้วยคำสาบานในงานรับน้องตอนปี 1 ทำให้ 'อ้อมขวัญ' ต้องคอยดูแล 'กานต์พิสุทธิ์'
บัดดี้ที่ร่วมดื่มน้ำสาบาน ตลอดสามปีที่อยู่มหาวิทยาลัย ประหนึ่งไส้ติ่งที่เกาะติดอยู่กับร่างกายเธอ
ไร้ประโยชน์ ตัดทิ้งก็ไม่ได้ ไม่ใส่ใจก็ไม่ดี ดูแลกันไปกันมา ต้นรักที่อยู่ในใจจึงงอกเงยขึ้น ... โดยไม่รู้ตัว

ในปีที่สี่ของภาคการศึกษา กานต์พิสุทธิ์ ได้ไปหลงรักรุ่นน้องคนหนึ่งเข้า ทำให้ทั้งสองคนมีเหตุทะเลาะกันจนต้องห่างกันไป
และด้วยที่เขาเป็นคนมีนิสัย เรื่อยๆ กินเหล้า เมา เที่ยว ไม่สนใจการเรียนอยู่แล้ว สามปีที่ผ่านมาได้นั้น
ก็เพราะมีนางเอกคอยติว คอยเคี่ยวเข็ญ พอปีสุดท้ายมาติดหญิงผลการเรียนของเขาตกลงฮวบๆ..
และในที่สุดเขาเรียนไม่จบ ในขณะที่อ้อมขวัญ บัณฑิตเกียรตินิยมสามารถสอบเข้าบรรจุเป็นอาจารย์ของมหาวิยาลัยได้..

ต้องลงเรียนซ่อมอีกเป็นเทอมไม่พอ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หญิงดันมาทิ้ง แถมหัวหน้าครอบครัวก็มาจากไปพร้อมกับหนี้สิน
บ้านโดนธนาคารยึด แทบไม่มีที่ซุกหัวนอน เหลือที่ดินไกลปืนเที่ยง 1 ผืน ทิ้งไว้ให้เป็นมรดก
คนไม่เอาอ่าวอย่าง 'กานต์พิสุทธิ์' จึงต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่อย่างเร่งด่วน .. และเป็นที่แน่นอนว่า ...
การปรับปรุงตัวในครั้งนี้ ก็ไม่พ้น 'อ้อมขวัญ' อีกตามเคย ที่คอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจ

การต้องฟันฝ่าอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ในชีวิตครั้งนี้ ทำให้เขา..รับรู้ได้ถึงความเอื้ออาทรของเพื่อนซี้..ที่มีให้มาตั้งแต่ต้น
สุดท้าย.. จึงพบว่า หัวใจของเขา และ ความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่ตัวเองมี ได้เปลี่ยนแปลงไป .. กลายเป็นความรักในที่สุด

ชอบตอนที่.. พระเอกแอบไปรู้เรื่องที่นางเอกสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ แล้วมีที่ท่าจะสละสิทธิ์เพราะเขา
เขาจึงพยายามผลักดันให้เธอไป จนทั้งสองเกิดมีปากเสียงกันขึ้น ทำให้นางเอกหนีเตลิดเปิดเปิงไปหลังไร่
จนไปพบ..แปลงดอกไม้ที่พระเอกปลูกไว้โดยบังเอิญ (ร้องไห้แง เลยตอนนั้น... ซึ้ง...)




...





"บัดดี้..." เพราะคำนี้คำเดียวไม่ใช่หรือ ?


จากจุดเริ่มต้นในวันรับน้องวันนั้น..ความสัมพันธ์ถึงดำเนินมาจวบจนวันนี้
จุดหมายปลายทางของเรื่องราวที่หล่อนเคยถามหามันตอบหล่อนมาแล้วไงว่า

' ดูสิ...ไม่มีด้ายสายสิญจน์ผูกข้อมือแกกับฉันติดกันอีกแล้ว...ชีวิตเราก็เหมือนกัน
อยากทำอะไรก็ไปทำเถอะอ้อม ฉันดูแลตัวเองได้ '


มันบอกมันดูแลตัวเองได้ มันไม่ต้องการให้ใครไปยุ่มย่ามในชีวิตมัน นั่นคือสิ่งที่หล่อนกำลังหาหนทางให้มันเป็นเช่นนั้น...
สัมฤทธิผลแล้วนี่นา น้ำตาที่ไหล...ความเสียใจที่มี หล่อนยังร้องไห้คร้ำครวญอีกทำไม ? ไปตามทางของหล่อน ความฝันของหล่อน
อนาคตของหล่อน... มิต้องแบกภาระใดๆ อีกต่อไป

สายลมหนาวกรรโชกพัดมานำความหนาวเหน็บต้องผิวกาย หากมิเท่าหัวใจสักนิด ที่สัมผัสความเย็นยะเยือกจนเหน็บหนาวไปถึงไหนๆ
สายลมที่พัดพลิ้ว นำพากลิ่มหอมอ่อนๆ พัดโชยเอื่อยเข้ามาต้องจมูก... อ้อมขวัญเงยหน้าขึ้นเพื่อตามหาที่มาของกลิ่นหอมนั้น

แม้ความมืดจะปกคลุม หากแสงจันทร์วันเพ็ญที่สาดส่องเข้ามาทำให้อ้อมขวัญเบิกตามองเบื้องหน้า ผืนดินตรงนี้...หล่อนไม่เคยเห็น
ใครมายกแปลงขุดร่องลงดอกไม้ไว้ สีขาวดาษดื่นล้อแสงจันทร์ กลีบต้องลมระริกไหว

อ้อมขวัญเดินทอดน่องชมแปลงดอกไม้ หน้าแปลงทุกแปลงเขียนป้ายติดไว้ บอกชนิดและประเภทของมัน อ้อมขวัญเบิกตาโต

' แปลงกุหลาบของอ้อมขวัญ ' หล่อนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากด้วยความรู้สึกเต็มตื้น
มองแปลงดอกไม้ที่ปลูกเป็นระเบียบทอดยาวไปไกล เดินต่อไปข้างหน้า

' แปลงดาวเรืองของอ้อมขวัญ ' หยดน้ำตาเริ่มซึมเอ่อ

' ทุ่งทานตะวันของอ้อมขวัญ ' ต้นเล็กๆ ยังมองไม่เห็นว่าเป็นดอกอะไร ถัดมาเป็นเรือนไม้เพาะชำ

' เรือนกล้วยไม้ของอ้อมขวัญ ' หญิงสาวยิ้มกับกลิ่นหอมและความสวยงามที่ตนเองมิเคยเห็น ยิ่งกว่านั้นความรู้สึกอย่างหนึ่ง
เป็นความอบอุ่นแล่นปราดเข้ามาในจิตใจ ขับไล่ความรู้สึกเดียวดายอ้างว้างหนาวเหน็บเมื่อครู่นี้หนีหายไปเสียสิ้น...
เจ้าหล่อนเดินกลับออกมา เมื่อทัศนาดงดอกไม้ในยามค่ำคืนจนหนำใจ

จึงได้เห็นป้ายอันสุดท้าย...' สวนดอกไม้ของอ้อมขวัญ '

หยาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตา หากครานี้มิใช่เสียใจ หากครานี้มิใช่เสียใจ
บอกกับตัวเองว่า หล่อนจะไม่ไปไหนทั้งนั้น...ไม่ว่าใครอีกคนจะขับไล่ไสส่งยังไงก็ตาม

อนาคตของหล่อน..ความหวังและความฝัน... มีพื้นที่อยู่ที่นี่ ... ณ ที่ตรงนี้ที่หล่อนยืน





ซึ่งไปกับคำพูดที่พระเอกพูด..ตอนบอกรักเธอ


' วันที่เราช่วยกันขุดดินเหย็งๆ ลงต้นกล้าในไร่...วันนั้น นอกจากต้นส้ม ต้นลำไย ต้นผักกาด
มันยังมีต้นรักที่เราลงกล้าไปในหัวใจโดยไม่รู้ตัว...แต่ว่ามันเติบโตช้า...เราเลยมองไม่เห็น
ไม่รู้สึกว่ามีต้นรักที่ว่านี้ขึ้น '

' ต้นรักของเรา...มิได้เติบโตใหญ่งอกงาม เพราะสิ่งที่หล่อเลี้ยงมันนั้นเป็นความรักเพียงส่วนน้อย
แต่มิตรภาพและความห่วงใยของความเป็นเพื่อนเป็นส่วนใหญ่...หากสุดท้ายแตกหน่อออกใบ
เป็นความรักได้ยังไงมิทันได้รู้ตัว...แต่มันคือความรัก '




และยังซึ่งไปกับคำพูดที่เธอบอกเขากลับ...



' ต้นรักของเรา...มิเติบโตใหญ่แผ่กิ่งก้านออกดอก หรือผลก็ไม่เป็นไร ขอเพียงรากของมันแข็งแรง
พอที่จะยึดลำต้นให้มั่นคงยืนหยัดที่จะต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้ผ่านพ้นไปด้วยกันได้
ให้มันหยั่งลึกลงในหัวใจสองดวง ตราบเท่าที่มันและหล่อนยังหายใจอยู่ เท่านี้ก็เป็นพอ '




สปอยเต็มขั้นเลย เหอๆ..


...........................................หนอน



Create Date : 28 เมษายน 2554
Last Update : 22 เมษายน 2557 14:09:14 น.
Counter : 1236 Pageviews.

3 comments
ภพผูกรัก บทที่ 4/2 lovereason
(16 ก.ย. 2564 09:15:52 น.)
ชวนอ่านชวน "ชมสวน" : ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาช้ายังดีกว่าไม่มา
(15 ก.ย. 2564 21:10:59 น.)
เรื่องราวของ คำว่า "อัศวิน" อาจารย์สุวิมล
(11 ก.ย. 2564 13:25:46 น.)
真不明白 Zhēn bù míngbái ไม่เข้าใจจริงจริง Kavanich96
(10 ก.ย. 2564 07:48:43 น.)
  
น่าสนใจค่ะ แพ้ทางนิยายแนวนี้ซะด้วย
โดย: กล้ายางสีขาว IP: 183.88.42.155 วันที่: 28 เมษายน 2554 เวลา:19:18:33 น.
  
เรื่องนี้ชอบค่ะ ชอบ น่ารักดีค่ะ ฮาได้ใจมาก ๆ เลย
โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:9:52:00 น.
  
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับรีวิว นู๋นายเป็นคนแต่งเรื่องนี้เองค่ะ
พอดีเข้ามาหาปกนิยายเก่าๆ ของตัวเอง จะเอาไปทำระเบียนหนังสือ
เลยมาเจอเข้า อ่านแล้วคือแบบปลื้มปริ่มมากๆ
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^^
โดย: รัชริล พริมา ฟ้าเคียงดาว IP: 171.5.201.233 วันที่: 12 กันยายน 2558 เวลา:6:46:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Intooneweb.BlogGang.com

nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]

บทความทั้งหมด