*~..ขอบคุณ วันเวลา...ทุกสิ่ง นำทางให้เราได้พบกัน..~* ............ *~ Keep on walking with my heart ~* ............
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
1 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
*~หรั่ง ร็อคเคสตร้า~*

คงจะดีไม่น้อยถ้าแต่ละคนปันพื้นที่ในหัวใจให้กับ ‘ธรรมะ’
ดังเช่นผู้ชายคนนี้ ‘หรั่ง ร็อคเคสตร้า’ หรือ ‘ชัชชัย สุขาวดี’

หรั่ง ร็อคเคสตร้า ซึ่งหลายคนรู้จักเขาในฐานะ ‘ร็อคเกอร์’
ผู้มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถถ่ายทอดทุกบทเพลงออกมา
ได้อย่างละเมียดละไมและทรงพลัง
เรียกเสียงปรบมือกึกก้องมาแล้วทุกเวทีคอนเสิร์ต

แม้ในยามที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในภาวะ
ความไม่ไว้วางใจถึงศีลธรรม และความผิดชอบชั่วดีของผู้นำ
อันพึงมีต่อประเทศชาติ
หรั่งก็หาญกล้าขึ้นมาขับขานบทเพลงปลุกใจ บนเวทีพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย โดยไม่หวั่นเกรงภัย
เพื่อช่วยกระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยออกมาแสดงความรู้สึกร่วมกัน
ในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่ง

“ผมคิดว่าทุกวันนี้คนเราควรจะมีความ รับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม
ซึ่งผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้บ้านเมืองอยู่รอด
โดยเฉพาะผู้นำประเทศ ต้องยึดหลักเรื่องนี้ไว้ประจำตัว
เพราะถ้าขาดสิ่งนี้เมื่อไร บ้านเมืองก็จะมีแต่ความวุ่นวาย

ดังนั้น มนุษย์ทุกคนควรจะแบ่งพื้นที่ในห้องหัวใจ
ไว้สำหรับการนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
มาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะเรื่องของศีลธรรม
เพราะเป็นตัวการสำคัญในการควบคุมจิตใจ
ให้เกิดสำนึกผิดชอบชั่วดีต่อสังคม
เพราะถ้าเมื่อไรก็ตามที่เรามีศีลธรรมอยู่ในหัวใจแล้ว
ก็จะไม่เกิดอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง มากเกินไป
จนนำไปสู่กิเลสในชีวิตยากที่จะหาทางแก้ไขได้”

หรั่งเล่าว่าถึงแม้ชีวิตในวัยเยาว์ของเขา
แทบจะไม่ค่อยได้เข้าไปฟังเทศน์ฟังธรรมที่วัดเท่าไรนัก
ด้วยต้องจากถิ่นเกิดสุราษฎร์ธานี มาตั้งแต่อายุ 13 ปี
เพราะต้องเดินทางมาศึกษาที่โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร
เพื่อเรียนวิชาการทางด้านดนตรีและเก็บเกี่ยวความรู้
ที่ได้รับให้เกิดความชำนาญมากที่สุด
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบวิชาชีพต่อไป

“ผมเข้ามาเรียนที่โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ
ก็ได้เล่นกลอง ทรัมเปต เฟรสช์ฮอร์น คีย์บอร์ด และเรียบเรียงเสียงประสาน
จนพอรู้งานอยู่บ้าง จากนั้นจึงได้รับบรรจุใน
ตำแหน่งนักร้องประจำวงซิมโฟรี ออเคสตรา ราชนาวี ของกองทัพเรือไทย”

ในขณะที่เขาได้รับการบรรจุ
ให้เป็นนักร้องประจำวงซิมโฟนีของกองทัพเรือไทยอยู่นั้น
เขาก็มีโอกาสได้รับใช้ประเทศชาติหลายครั้ง
ด้วยการใช้เสียงเพลงร้องปลุกใจคนให้เกิดความรักชาติร่วมกัน
แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับในเรื่อง ของศาสนามากนัก
กระทั่งเขาได้รวมตัวกับเพื่อนๆทำผลงานเพลงในชื่อ ‘ร็อคเคสตร้า’
ออกมา ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่โดดเด่นไปทาง
การนำหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนามาใช้เป็นชื่อเพลงแทบทั้งสิ้น
เพื่อให้คนฟังได้ตระหนักในหลักธรรมคำสอน

“ผลงานเพลงชุดแรกๆของผม ส่วนใหญ่
จะมีชื่อเพลงเพียงแค่พยางค์เดียวเท่านั้น
เพลงแต่ละชื่อก็จะเน้นไปที่เรื่องคำสอน ทางศาสนาแทบทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘โลง’ ที่ถ่ายทอดออกมาเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่า
คนเราไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีร่ำรวย หรือว่า ยาจกผู้ต่ำต้อย
ก็ไม่สามารถหลีกหนีกฎของธรรมชาติคือการเวียนว่ายตายเกิดไปได้
หรือเพลง ‘วิ่ง วิ่ง วิ่ง’ ที่หลายคนชอบกันนักหนานั้น
ผมก็พยายามที่จะสอดแทรกเนื้อหาทางธรรมเข้าไปให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่า
ในโลกใบนี้เราสามารถวิ่งหนีอะไรได้ทุกอย่าง
แต่ไม่สามารถวิ่งหนีความจริงไปได้
เพราะฉะนั้นทางที่ดีเราต้องมีสติ และพิจารณาปัญหาโดยละเอียด
เพื่อแก้ไขปัญหาที่เข้ามาให้ผ่านไปได้อย่างชาญฉลาด”

หรั่งเล่าถึงการควบคุมสติของตัวเอง
ที่เขาใช้เป็นหลักยึดจนถึงปัจจุบันนี้ว่า
หลังจากที่เขาได้มีโอกาสทำผลงานเพลงและได้ร้องเพลง
เกี่ยวกับหลักคำสอนทางศาสนาแล้ว จึงเป็นตัวจุดประกายที่ทำให้เขารู้ว่า
การที่คนเราหันมายึดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าในการดำเนินชีวิต
ก็จะทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น
เขาจึงเลือกการควบคุมสติของตัวเองด้วยการไปนั่งเจริญวิปัสสนาที่วัด
เพื่อช่วยให้เขารู้เท่าทันจิตใจตัวเองมากยิ่งขึ้น และไม่ไหลไปตามกิเลสต่างๆ

“ทุกครั้งเวลาที่ผมว่างจากการร้องเพลง
ผมก็จะหาโอกาสไปทำบุญที่วัด และก็หาวันหยุดยาวๆ
เพื่อใช้สำหรับการทำวิปัสสนาเจริญสมาธิ
เพราะหลังจากที่ผมมีโอกาสได้ ไปนั่งสมาธิแล้วทำให้รู้สึกว่า
แท้จริงแล้วชีวิต ของมนุษย์มีเพียงแค่ 2 ช่วงเวลาเท่านั้นคือ
เวลาของการเป็นผู้ให้ และเวลาของการเป็นผู้รับ
อยู่ที่ว่าเราจะเลือกให้ตัวเองอยู่ใน ช่วงเวลาไหน”

แต่สำหรับร็อคเกอร์รุ่นเก๋าคนนี้
เขาเลือกที่จะให้ตัวเองอยู่ในช่วงเวลาของการเป็นผู้ให้
โดยเขาให้เหตุผลที่น่าฟังว่า

“การเป็น ‘ผู้รับ’ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต
แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เป็น ‘ผู้ให้’ ก็จะถือว่าสิ่งนั้นมีค่าและเป็นกำไรของชีวิต
เพราะสิ่งหนึ่งที่จะได้รับกลับอย่างที่ไม่มีวันใช้หมด
คือ ความสุขทางใจที่ได้เป็นผู้ให้

การที่เราวิ่งวนตามกิเลสตัณหาต่างๆ ที่เข้ามารุมเร้าในแต่ละวัน
ถ้าเราไม่รู้เท่าทันตัวเองก็จะตกเป็นทาสของมัน
เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำตัวเองให้เบาที่สุดก่อนที่จะลาโลกนี้ไป
ด้วยการละลายกิเลสที่อยู่ในใจให้หมดไป
ชีวิตของเราบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง
เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรไปยึดติดอยู่กับภาพหลอนต่างๆ
แต่ควรเปลี่ยนมาเป็นผู้มอบสิ่งดีๆให้ กับชีวิตของคนอื่นบ้าง”

เพราะความต้องการที่จะละลายกิเลส
ที่มีอยู่ภายในใต้จิตสำนึกให้หมดไปในที่สุด
ร็อกเกอร์เปี่ยมคุณค่าผู้นี้จึงได้น้อมนำ
กระแสพระราชดำริ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งเป็นองค์ต้นแบบในการทำความดีของเขา มายึดหลักในการดำเนินชีวิต
และสร้างสรรค์สิ่งดีๆสู่สังคมที่เขาอาศัยอยู่ให้ได้รับความสุขเช่นกัน

หรั่งบอกว่าขณะนี้เขากำลังทำโครงการ
‘We Love The King We Love Thailand’
ซึ่งเป็นการนำเสนอในรูปแบบของรายการวิทยุ
และศูนย์การสอนการแสดงดนตรี เพื่อปลุกกระแสแห่งความรักชาติ
และร่วมส่งเสริมผู้ที่มีแนวคิดและประพฤติตนเป็นคนดี
ในทุกภาคส่วนของสังคม อีกทั้งยังยกย่องให้เกียรติผู้กระทำความดี
เพื่อให้เป็นสังคมอุดมปัญญา ภายใต้ปรัชญาแห่งความพอเพียง
อันนำไปสู่ความสงบร่มเย็นของบ้านเมืองต่อไป

ในโครงการนี้ นอกจากเขาจะทำตัวเป็น
แบบอย่างในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงแล้ว
ยังขยายต่อความคิดนี้ให้กับชาวบ้านที่อยู่ในต่างจังหวัด
ให้เกิดความพอเพียง ด้วยการเข้าไปให้ความรู้กับชาวบ้าน
เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้พวกเขามีชีวิตอยู่อย่างเพียงพอ
สามารถอุ้มชูตัวเองและประเทศชาติได้ในอนาคต

และเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ที่จะมาถึงนี้ หรั่ง ได้ฝากไว้ว่า

“ขอเชิญชวนให้ชาวไทยทุกคนร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา
ด้วยการเข้าวัดไปร่วมทำบุญและฟังธรรม
ซึ่งการทำบุญนี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เงินทองมหาศาล
แต่ควรใช้จิตใจที่สะอาดเข้าไปรับรสพระธรรม
เพื่อเป็นแสงใจส่องทางให้ทุกคนก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีสติ”



Create Date : 01 เมษายน 2552
Last Update : 31 สิงหาคม 2553 10:37:09 น. 1 comments
Counter : 631 Pageviews.

 
เห็นด้วยทุกประการ


โดย: Um'sure วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:19:08:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
*~ต้นกล้า...ของหัวใจ~*
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

คือ ต้นกล้า ผลิใบ เพื่อแทนคุณ แผ่นดิน

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
Friends' blogs
[Add *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.