365วันของฉันมีแต่เรื่องการเดินทาง
<<
สิงหาคม 2560
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
28 สิงหาคม 2560

ไปชิมอาหารไทยอร่อยมากที่“เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก”



           

มีโอกาสได้ไปชิมอาหารไทยตำรับชาววังที่ “เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก”บอกได้เลยไม่ธรรมดา อร่อยเด็ดมาก เช่นเดียวกับโรงแรมนี้ที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะเป็นบูติคโฮเต็ลแห่งแรกของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดีแห่งค่ายช้าง      

      

 

หลังบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด  ภายใต้เครือ ทีซีซี กรุ๊ป ได้ฤกษ์เผยโฉมโรงแรมแห่งใหม่ “เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก” โรงแรมแห่งแรกใน เดอะ เวลล์เนส คอลเล็คชั่น  เมื่อไม่นานมานี้ โรงแรมนี้ก็ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีมากทีเดียว

จุดเด่นคือตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ  เป็นเรือนเก่าสร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดิมถือเป็นเรือนพักอาศัยของพระนมของรัชกาลที่ 6 ส่วนหนึ่งของอาณาบริเวณวังเทเวศร์ ตั้งเป้าเป็นเดสทิเนชั่นใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยว ชื่นชอบวัฒนธรรม รักสุขภาพ และธรรมชาติ

 

โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก ตั้งอยู่ที่ 164-172 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กทม. จุดเด่นถือเป็นเรือนเก่าที่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดิมเป็นเรือนพักอาศัยของพระนมของพระองค์ท่าน

เรือนพักอาศัยนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาบริเวณวังเทเวศร์ ประกอบด้วยห้องพัก 38 ห้อง ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพิ่มความงดงามขึ้นด้วยงานฝีมือจิตรกรรมบนผนังและงานเขียนกาพย์กลอนที่มีชื่อเสียงของอดีตจนถึงรัชสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของไทยและเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านบทกวีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งสยามอันประเมินค่าไม่ได้ บนพื้นที่กว่า 900 ตารางเมตร

ที่นี่ร่มรื่นด้วยหลายหลายพันธุ์ไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นไทรอายุกว่า 120 ปี  นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเรื่อง ‘เวลล์เนส’ (Wellness) หนึ่งในแนวคิดสำคัญของโรงแรม เพื่อให้แขกผู้พักอาศัยสัมผัสประสบการณ์ของการผ่อนคลาย และดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร โรงแรมจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวเป็นพิเศษ รวมถึงสวนออร์แกนิค ซึ่งผู้มาเยือนสามารถเลือกวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารได้ด้วยตัวเอง

สระว่ายน้ำกลางสวนและบาร์ริมสระเสิร์ฟเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แขกจึงสามารถพักผ่อนใต้ร่มไม้ในระหว่างวัน หรือสูดอากาศบริสุทธิ์ท่านกลางสวนเขียวขจีใจกลางเมืองที่ หลบเร้นจากความวุ่นวายภายนอก”

เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนและท่องเที่ยวเอง ซึ่งต้องการดื่มด่ำกับวิถีชีวิตแบบไทยๆ และความสงบที่หาได้ยากใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนเองในลักษณะแบบนี้มากขึ้น

โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก ประกอบด้วยห้องพัก 38  ห้อง ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมแห่งสยาม ผสมผสานการออกแบบระหว่างบรรยากาศแบบวิถีไทยดั้งเดิมในสมัยรัชกาลที่ 6  และความสะดวกสบาย ผ่อนคลายแบบร่วมสมัย ตกแต่งด้วยองค์ประกอบทางศิลปะอันละเอียดอ่อน เพื่อให้แขกสัมผัสได้ถึงบรรยากาศการพักผ่อนอันสงบอันอบอุ่นและซึมซับศิลปวัฒนธรรม จากโคลงกลอนที่เขียนอย่างประณีตด้วยฝีมือช่างไทยให้แต่ละห้องมีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง 

โรงแรมแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอาคารหลัก กลุ่มอาคารด้านหน้าทั้ง  20 ห้องตั้งอยู่ใน ซิตี้ วิง (City Wing)  ในขณะที่อีก  18  ห้องตั้งอยู่ในบริเวณกลุ่มอาคารในสวนที่เรียกว่า การ์เด้น วิง (Garden Wing)  ซึ่งกลุ่มอาคารนี้เคยเป็นเรือนพักอาศัยหลักของพระนมของรัชกาลที่ 6 ห้องพักตั้งอยู่ในชั้น 1 และ 2 สำหรับผู้พักที่ต้องการความสงบท่ามกลางสวนอันร่มรื่น   ‘เวลล์เนส’ (Wellness) คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญของโรงแรม

เพื่อให้แขกของโรงแรมสัมผัสประสบการณ์ของการผ่อนคลาย และดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร จึงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวเป็นพิเศษ รวมถึง สวนออร์แกนิคซึ่งสามารถเลือกวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารโดยเชฟได้ด้วยตัวเองในขณะที่ อิมพีเรียล สปา (Imperial Spa) ช่วยให้แขกของโรงแรมผ่อนคลายกับวิถีการนวดแผนโบราณแบบไทยแท้ โดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการถ่ายทอดจากสถาบันสุขภาพโพธาลัย ซึ่งสั่งสมองค์ความรู้จากวัดโพธิ์จากรุ่นสู่รุ่น

 

 

โรงแรมยังให้ความสำคัญกับด้านอาหาร (Cuisine) เพื่อให้ย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายใหม่ของนักเดินทางที่ต้องการเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ของรสชาติอาหาร ทั้งไทยดั้งเดิมและอาหารยุโรป ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีการรับประทานอาหารในสมัยรัชกาลที่ 6

ห้องอาหาร เดอะ ระวีกัลยา ไดนิ่ง (The Raweekanlaya Dining) ได้รับการสร้างสรรค์เมนูอาหารอย่างพิถีพิถัน โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้รับประทานและความยั่งยืน วัตถุดิบในการปรุงอาหารจึงได้รับการคัดสรรเพื่อให้แน่ใจว่ามีคุณประโยชน์และเป็นวัตุดิบจากธรรมชาติอย่างแท้จริง เช่น ข้าวกล้องหอมมะลิเกษตรอินทรีย์ เกลือสมุทร และวัตถุดิบออร์แกนิคตามฤดูกาล ซึ่งล้วนผลิตจากกลุ่มเกษตรท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตในชุมชน ผลิตภัณฑ์คุณภาพต่างๆ ยังมีที่มาจากผู้ผลิตชั้นนำทั้งในและต่างประเทศซึ่งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก 

 

 

นอกจากนี้แขกผู้เข้าพักสามารถเลือกวัตถุดิบ ผักสวนครัวจากสวนเกษตรอินทรีย์ของเรา ซึ่งเชฟจะรังสรรค์เมนูจานพิเศษนี้ จากสิ่งที่ลูกค้าเลือกวัตถุดิบจากสวนของเราเองในคอนเซ็ปต์ “You Pick We Cook” คือเก็บมาก็นำมาให้เชฟปรุงทานได้เลย

วันนี้เรามาชิม 6 เมนูได้แก่

 

1.Mar Hor-Sweet Ground Peanut on Pineapple  - ม้าฮ่อ

 

2.Shirmp Toast – ขนมปังหน้ากุ้ง

 

3.Northern Style Egg Noodle with Chicken Shank Curry Served with Pickled Mustard Green, Shallots, Lime and Chill Oil –ข้าวซอยไก่แบบเหนือกับของแนมตามประเพณี ราคา 380 บาท

 

4.Coconut Rice with Central-plain Papaya Salad with Sweet Pork Floss & Red Chicken Curry  - ข้าวมันส้มตำไทยและหมูเค็มฝอยและแกงแดง ราคา 420 บาท

 

5.Southern Style Rice Salad with Budu Dressing, Sheet Fish, Local Vegs and Grilled Seafood –ข้าวยำน้ำบูดูสายบุรี ปลาเนื้ออ่อนทอด ผักเนมและอาหารทะเลย่าง ราคา 420 บาท

 

6.Sala Seedless in sylup สละลอยแก้ว

บอกได้เลยอร่อยเลอค่ามาก จนจะต้องกลับไปอีกหลายๆครั้ง

ขอขอบคุณ มร.นิชันท์ โกรเว่อร์  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

 

และคุณกัญญา จิระวัฒนานันท์ (กิปปุ) ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.raweekanlaya.com

 




Create Date : 28 สิงหาคม 2560
Last Update : 28 สิงหาคม 2560 9:07:45 น. 0 comments
Counter : 1940 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14


 
travelistaนักเดินทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




นักข่าวสายท่องเที่ยว ผู้มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ปัจจุบัน คอลัมนิสต์ คมชัดลึกและมติชน เดินทางครบทุกจังหวัดในประเทศไทยและมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เขียนพ็อกเก็ตบุ๊คท่องเที่ยวไทยมาแล้วกว่า 25 เล่ม
[Add travelistaนักเดินทาง's blog to your web]