irpc msn skype multiply twitter facebook pantip ...ปวดหัว
Group Blog
 
 
เมษายน 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 เมษายน 2555
 
All Blogs
 

ธรรมะทำไม

เทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ผ่านไปอีกปี กับการนับจำนวนคนเจ็บคนตาย ที่ดูจะเป็นธรรมเนียมปฎิบัติที่ขาดไม่ได้ ทั้งจากการเมาแล้วขับ และเหตุอื่น ๆ ที่มักหนีไม่พ้นการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมสาดน้ำ ส่งสุข สนุกสนาน(จริงอ่ะ)

คนไทยเรามีโอกาสเสียชีวิตกันได้บ่อยครั้งเหลือเกิน ในหนึ่งปี เรามีช่วงเวลาอันตรายไม่น้อยเลย ตั้งแต่สิ้นปี รับปีใหม่ หยุดตรุษจีน ไปเชงเม้ง หยุดสงกรานต์ เข้าพรรษา ลอยกระทง ฯลฯ หยุดยาวทีไร เป็นต้องมีการนับจำนวนกันตลอด

ทำให้คิดทุกครั้งที่ได้ฟังข่าวอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลว่า..ผู้สูญเสียญาติมิตร และบุคคลอันเป็นที่รัก จะทำใจยอมรับการสูญเสียกันอย่างไร เทศกาลงานบุญของไทย ได้ฝากแผลในใจไว้กับผู้สูญเสียกันมากน้อยแค่ไหน ผู้คนที่สูญเสียจะหันหาใครเยียวยาจิตใจกันได้บ้าง จะสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ขาดพ่อ แม่ พี่น้อง ลูก หลาน กันได้อย่างไร ถอดถอนความทุกข์กันอย่างไรหนอ...

....

....

บางคนก็ว่า "ธรรมะ" คือยารักษาใจในยามป่วย จริงหรือไม่ ต้องถามคนป่วยใจดู เพราะผู้คนบางกลุ่มอาจรู้จักธรรมะแม้ในยามที่ใจและกายปกติสมบูรณ์ดี

จากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่าเมื่อเรา "เป็นทุกข์" หรือ จมอยู่ในความทุกข์ ต่อให้พระเทศน์อยู่ตรงหน้า ก็ไม่รับไม่รู้อะไร จะไปนุ่งขาวห่มขาวพยายามนั่งสมาธิท่ามกลางผู้คนนั่งหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขในสถานปฎิบัติธรรม ก็ไม่อาจจะสัมผัส "ธรรม" ได้เลย กระทั่ง "สติ" และ "ปัญญา" เกิดแก่เราในระดับหนึ่ง จึงจะสามารถช่วยให้เราก้าวเท้าข้างหนึ่งออกจากห้วงทุกข์ได้

แต่ก็ไม่วายที่ ผู้เข้าวัดปฎิบัติธรรม นั่งสมาธิวิปัสนา จะยังถูกมองว่าเป็นผู้ประสบความทุกข์ยากลำบากใจ ถูกเหน็บแนมอย่างสนุกปากเป็นคำคล้องจองกันเลยทีเดียว ว่าเป็นพวก "อกหัก หลักลอย คอยงาน" ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น ผู้คนที่มีความสุข และมีความสมบูรณ์พร้อม ทั้งทางกาย ใจ สติปัญญา และ ทุนทรัพย์ ต่างหาก ที่รับรู้และเข้าใจธรรมะได้ดีที่สุด  

หลายท่านคงพบเหมือนผู้เขียนว่า ปัจจุบันนี้ ผู้คนในสังคมจากหลากหลายสาขาอาชีพหันมาให้ความสนใจกับการปฎิบัติธรรมกันมากขึ้น แม้แต่ชาวต่างชาติก็ยังมีความพยายามข้ามน้ำข้ามทะเลมาเข้าคอร์สปฎิบัติธรรมกันหน้าสลอน แม้ในโลกออนไลน์ ก็มีสื่อธรรมะเผยแพร่อยู่ไม่น้อย

น่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่า เราไม่ควรรอให้ความทุกข์มาเยือน และไม่ต้องรอให้ "เป็นทุกข์" ไม่ต้องรอให้ป่วยกายป่วยใจเสียก่อน จึงค่อยเริ่มปฎิบัติธรรม เพียงแค่เรา "เห็นทุกข์" ก็จะสามารถ "เห็นธรรม" ที่จะช่วยพาตัวเองไปสู่หนทางที่ทำให้เป็นสุขมากขึ้นได้

ประสบการณ์ในทางธรรม ต่างคนก็อาจมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันไป แต่ทุกคนล้วนแสวงหาจุดหมายปลายทางเดียวกันคือ "พ้นทุกข์" และได้พบ "สุขที่แท้จริง" หากท่านผู้อ่านมีโอกาสมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับธรรมะ และเรื่องราวเกี่ยวกับการค้นพบจุดหมายปลายทางเดียวกัน ก็น่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ร่วมสังคมออนไลน์ไม่น้อย ^^




 

Create Date : 18 เมษายน 2555
1 comments
Last Update : 18 เมษายน 2555 6:45:17 น.
Counter : 474 Pageviews.

 

แวะมาเยี่ยม...สวัสดีครับ

ชอบข้อความ... เราไม่ควรรอให้ความทุกข์มาเยือน และไม่ต้องรอให้ "เป็นทุกข์" ไม่ต้องรอให้ป่วยกายป่วยใจเสียก่อน จึงค่อยเริ่มปฎิบัติธรรม เพียงแค่เรา "เห็นทุกข์" ก็จะสามารถ "เห็นธรรม" ที่จะช่วยพาตัวเองไปสู่หนทางที่ทำให้เป็นสุขมากขึ้นได้...

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่นำมาแบ่งปัน นะครับ

 

โดย: **mp5** 18 เมษายน 2555 16:00:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Panjasila
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Panjasila's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.