Group Blog
 
 
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

พิธีฉลองเสาชิงช้า


พิธีโล้ชิงช้า
ที่มาแห่งพิธีโล้ชิงช้า
จากการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับพิธีโล้ชิงช้าในหนังสือ “ของดีกรุงเทพฯ" พบว่า พิธีนี้ถือเป็นพิธีกรรมวันปีใหม่แบบโบราณของพราหมณ์ในดินแดนชมพูทวีป โดยมีที่มาจากคัมภีร์เฉลิมไตรภพซึ่งบันทึกเอาไว้ว่า...

พระอุมาเทวีทรงมีความปริวิตกว่า โลกจะถึงกาลวิบัติ พระนางจึงทรงพนันกับพระอิศวรโดยให้พญานาคขึงตนระหว่าง “ต้นพุทรา” ที่แม่น้ำ แล้วให้พญานาคแกว่งไกวตัว โดยพระอิศวรทรงยืนขาเดียวในลักษณะไขว่ห้าง เมื่อพญานาคไกวตัว เท้าพระอิศวรนั้นไม่ตกลง แสดงว่า โลกที่ทรงสร้างนั้น มั่นคงแข็งแรง พระอิศวรจึงทรงชนะพนัน

ดังนั้น พิธีโล้ชิงช้าจึงเปรียบเสาชิงช้าเป็น “ต้นพุทรา” ช่วงระหว่างเสาคือ “แม่น้ำ” ส่วนนาลีวันผู้โล้ชิงช้าคือ “พญานาค” โดยมีพระยายืนชิงช้านั่งไขว่ห้างอยู่บนไม้เบญจมาศ

นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ โดยเชื่อกันว่าพระอิศวรจะเสด็จลงมาเยี่ยมโลกมนุษย์ ปีละครั้งในเดือนยี่ ครั้งหนึ่งกำหนด 10 วัน คือจะลงมาในวันขึ้น 7 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เสด็จขึ้นกลับ คณะพราหมณ์จึงได้จัดพิธีต้อนรับขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่พระนคร

สำหรับการประกอบพิธีโล้ชิงช้านั้น ถือได้ว่าเป็นพิธีการที่สนุกสนานครึกครื้น เริ่มด้วยการตั้งโรงราชพิธี จากนั้นให้พราหมณ์อันเชิญพระอิศวร ครั้งได้ฤกษ์ดี ทางราชการจะให้ขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์ชั้นพระยาพานทองแต่งตัวโอ่โถงสมมุติเป็นพระอิศวร เรียกว่า พระยายืนชิงช้า เสร็จแล้วให้มีกระบวนแห่ไปที่เสาชิงช้า

เมื่อพระยายืนฯ ไปถึงเสาชิงช้าก็เข้าไปนั่งในโรงราชพิธี จากนั้นให้ผู้ที่จะโล้ชิงช้าขึ้นชิงช้าทีละ 4 คน(โล้ 3 กระดาน รวมเป็น 12 คน) โดยมีเชือกที่ถือยึดไว้แน่นทั้งสี่ด้าน สองคนหันหน้าเข้าหากัน พนมมืออยู่กลางกระดาน มือสอดเชือกไว้ อีกสองคนอยู่หัวท้ายมีเชือกจับมั่นคง ถีบโล้ชิงช้าเพื่อฉวยเงินรางวัล 1 ตำลึง

ส่วนการที่จะฉวยเอาเงินรางวัลได้นั้น คนที่อยู่หัวกระดานเป็นคนฉวย โดยเงินนั้นผูกแขวนไว้กับฉัตรสูงที่ปักไว้แล้วมีคันทวยยื่นออกไประยะห่างพอที่จะโล้ชิงช้ามาถึงได้ คนดูที่อยู่ข้างล่างก็ "ตีปีก" เชียร์กันอย่างสนุกสนาน

การโล้ชิงช้านี้สำคัญอยู่ที่คนท้าย คือจะต้องเล่นตลก คือพอคนหน้าจะคาบถุงเงิน คนท้ายจะทำกระดานโล้ ให้เบี่ยงไปเสียบ้าง ทำกระดานโล้ให้เลยถุงเงินเสียบ้าง จึงจะเรียกเสียงฮา จากคนดูได้
สำหรับเรื่องเล่าปากต่อปากว่า ถ้าใครโล้ชิงช้าแล้วตกลงมาจะถูก "ฝัง" ไว้ที่ใต้ชิงช้านั้น เรื่องนี้ไม่เคยปรากฏว่ามีการตกหรือได้ฝังใครเลย และไม่มีตำราเล่มไหนบอกไว้ทั้งนั้น คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดๆ ติดมาจากการฝังหลักเมืองมากกว่า

การโล้ชิงช้านี้ ได้มีติดต่อกันมาหลายรัชกาล จนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 7 จึงได้ยกเลิกประเพณีการโล้ชิงช้าไปเสีย และพิธีนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลย ซึ่งล่าสุดเมื่อคราวเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 222 ปี ถึงได้รื้อฟื้นพิธีจำลองกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ประวัติการซ่อมบูรณะเสาชิงช้าที่สำคัญ

พ.ศ.2327 รัชกาลที่1 ก่อสร้างเสาชิงช้า
พ.ศ.2361 รัชกาลที่2 เกิดฟ้าผ่าบนยอดเสา แต่ไม่เสียหายมากนัก
พ.ศ.2463 รัชกาลที่6 เสาชิงช้าผุทั้งหมดจึงมีการเปลี่ยนเสาไม้ บริจาคไม้โดย บริษัท หลุย ที เลียวโนเวนส์
พ.ศ.2478 ได้มีการซ่อมกระจังเดิมที่ผุหัก และได้ใช้มาจนทุกวันนี้
พ.ศ.2490 เกิดไฟไหม้ที่โคนเสาแต่ได้มีการซ่อมประทังไว้
พ.ศ.2513 เสาชิงช้าผุชำรุดมาก จนต้องเปลี่ยนเสาโครงสร้างทั้งหมด




กำหนดการประกอบพิธีบวงสรวงถอดเปลี่ยนเสาชิงช้า
วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2549
ณ บริเวณเสาชิงช้า ลานคนเมือง และวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร
________________________________________
เวลา 10.30 น. คณะกรรมการอำนวยการบูรณะเสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร
ข้าราชการ ประชาชน ผู้ร่วมงาน พร้อมกันที่ประรำพิธี ณ บริเวณเสาชิงช้า ลานคนเมือง
เวลา 10.50 น. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมกัน ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศน์
เวลา 11.00 น. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
- ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 16 รูป ณ พระวิหารหลวงวัดสุทัศน์
- พระสงฆ์อนุโมทนากรวดน้ำ
เวลา 12.30 น. - พระสงฆ์ คณะพราหมณ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แขกผู้มีเกียรติ และผู้ร่วมงาน พร้อมกันที่ประรำพิธี ณ ลานคนเมือง
- ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจุดธูปเทียนที่โต๊ะบวงสรวง
- พระราชครูวามเทพมุนึประกอบพิธีบูชาฤกษ์ บูชาครูอาจารย์ ขออนุญาตถอดกระจังเสาชิงช้า
- เจิมเครื่องมือช่าง
เวลา 12.50 น. - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
- พระสงฆ์ให้ศีล รับศีล 16 รูป
- พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พรมน้ำพระพุทธมนต์ ให้คณะช่างผู้ทำการถอดหมุดเหนือยอดกระจังเสาชิงช้า
เวลา 13.29 น. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพร้อมคณะกรรมการอำนวยการบูรณะเสาชิงช้า กรุงเทพมหานครถือสายสูตร
ซึ่งเชื่อมโยงมาจากยอดกระจังเสาชิงช้า คณะช่างทำการถอดหมุดเหนือยอดกระจังเสาชิงช้า
- ผู้ร่วมพิธีตั้งจิตอธิษฐาน ร่วมอนุโมทนาการถอดเปลี่ยนเสาชิงช้า
- พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา
- เจ้าหน้าที่ประโคมสังข์ ฆ้อง บัณเฑาะว์
- นำกระจังที่ถอดลงมาวางบนนั่งร้านที่จัดเตรียมไว้
- ถวายเครื่องไทยธรรม
- ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกรวดน้ำอุทิศกุศลถวายเทพเทวา ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถวายครูอาจารย์
- เสร็จพิธี

จัดพิธีฉลองเสาชิงช้าใหม่ ในวันที่ 11-13 กันยายน พ.ศ.2550

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่









ฉลองเสาชิงช้า.....ฉันไม่ใช่เด็กเมืองหลวง.....แต่ก็อยู่เมืองกรุง........พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วจ้า

     เสาชิงช้า เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมอันงดงามที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานคร และโบราณสถานอยู่คู่เมืองมานานร่วม 2 ศตวรรษ กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก เมื่อกรุงเทพฯได้จัด "พิธีสมโภชน์ฉลองเสาชิงช้าใหม่" ในวันพุธที่ 12 กันยายน 2550 มาดูประวัติความเป็นมาก่อนค่ะ

สร้างในสมัย : 8 เมษายน 2327(ร.1)

เมื่อพูดถึงกรุงเทพมหานคร หรือ กรุงรัตนโกสินทร์ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ คนไทยและชาวต่างชาติน่าจะนึกถึง โดยเฉพาะโบราณสถาน ไม่ว่าจะเป็น พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว ฯลฯ
แต่มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมื่อนึกถึงกรุงเทพ นั่นก็คือ เสาชิงช้า

     ปฏิมากรรมยักษ์สีแดงก่ำ ที่ตั้งอยู่ ระหว่าง ศาลาว่าการกรุงเทพฯ และ วัด สุทัศน์เทพวรารามนั้น เราเรียกกันสั้นๆว่า เสาชิงช้า มากว่า 2 ศตวรรษ และ แม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้เห็นแต่เสาแดงที่ตั้งสงบนิ่งโดยปราศจากกระดานหรือที่ยืนชิงช้า แต่ในอดีตนั้น ชิงช้ายักษ์นี้ เป็นที่ประกอบพระราชพิธีอันสำคัญ มาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 และ มาสิ้นสุดเอาในสมัย รัชกาลที่ 7 ก่อนจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง จาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็น ประชาธิปไตย ได้เพียงปีเดียว

เป็นที่ทราบกันดีว่า ศาสนาฮินดูนั้นเป็น ศาสนาที่มีบทบาทในสังคมไทย เทียบคู่มากับ พุทธศาสนามาเนิ่นนาน เมื่อมาถึงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระองค์ทรงพระราชทานที่ให้กับเหล่านักบวชพราหมณ์ ในเขตพระนครที่ไม่ห่างจาก พระบรมมหาราชวังมากนัก นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงโปรดให้สร้าง เทวสถาน เพื่อให้เป็นที่สถิตย์ของเทพเจ้าฮินดู พร้อมทั้งเสาชิงช้ายักษ์ เหมือนกับ สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ เหตุที่เชื่อกันว่า ควรมีการโล้ชิงช้านั้น สมเด็จพระกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงสันนิษฐานว่าน่าจะมีไว้แก้บน และการแก้บนนี้จะต้องทำต่อหน้ากษัตริย์ เนื่องจาก กษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ( ตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช) แต่เนื่องจากกษัตริย์เองก็มีพระราชกรณียกิจที่ต้องทำมาก จึงได้ทรงแต่งตั้งให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาเป็นผู้แทนพระองค์ และตัวแทนที่ว่านี้เรียกว่า พระยายืนชิงช้า

พิธีกรรมอันน่าหวาดเสียวนี้มาสิ้นสุดลงเมื่อปีพ.ศ.2474 ในสมัยพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากเศรษฐกิจในสมัยนั้นตกต่ำถึงขีดสุด จำต้องมีการลดค่าใช้จ่ายลงไปเป็นอันมาก และพิธีนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลย

ที่มา : //travel.sanook.com/bangkok/bangkok_06429.php

ภาพนี้แปลกนะคะ ..........ดูอึมครึม .........แต่ก็สวยไปอีกแบบ

     เสาชิงช้าเดิมทรุดโทรมมาก ฉันได้ดูรายการกบนอกกะลาเขานำเสนอวิธีการกว่าจะได้เสาชิงช้ามา ต้องใช้ไม้สักทองถึง 6 ต้น ต้องขนส่งด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านในหมู่บ้านมีความภาคภูมิใจที่ทรัพยากรในท้องถิ่นของตนได้มีส่วนในสถานที่ทางประวัติศาสตร์นี้ ไม้สักทองนำมาจากจังหวัดแพร่ค่ะ





สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2549อธิบดีกรมป่าไม้ (นายฉัตรชัย รัตโนภาส) ได้สั่งการให้สถานีบำรุงพันธุ์ไม้สัก(สถานีวนวัฒนวิจัยงาว ในปัจจุบัน) จังหวัดลำปาง ทำการขยายพันธุ์ไม้สักมงคลทั้ง 6 ต้น ที่สำนักงานกรุงเทพมหานครจะตัดไปบูร-ณฏิสังขรณ์เสาชิงช้า ในท้องที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ซึ่งทางสถานี ฯ ได้ดำเนินการไปเก็บกิ่ง ตา มาทำการติดตา เก็บยอดไปฟอกฆ่าเชื้อ และขยายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และได้เก็บเมล็ดจากไม้สักดังกล่าว ซึ่งมีเมล็ดเพียง 5 ต้น ไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2549 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มตัดต้นไม้ต้นแรก และสามารถทำการ ขยายพันธุ์ไม้สักทั้ง 6 ต้นได้ในระดับหนึ่ง มีรูปด้วย


คนที่ตัดไม้ทำลายป่าจะคิดได้แบบนี้ไหมหนอ................

เล่าเรื่องงานฉลองเสาชิงช้าใหม่ต่อดีกว่าจ๊ะ...................................

     งานฉลองเสาชิงช้าไม่ได้มีขึ้นบ่อยค่ะ ครั้งหนึ่งในชีวิตเราจะได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสำคัญทางประวัติศาสตร์ งานฉลองเสาชิงช้า ได้จัดไปแล้วค่ะตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน พรุ่งนั้วันที่ 13 เป็นวันสุดท้ายนะคะ มีการแสดงมากมาย และมีนิทรรศการให้ชมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้วย เราเป็นคนไทยต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อก่อนถ้ามีใครถามว่ารู้จักเสาชิงช้าไหม ฉันก็จะตอบว่ารู้จัก แล้วเสาชิงช้ามีความสำคัญอย่างไร ฉันก็จะตอบแบบไร้เดียงสาว่า.....เป็นฉากหลังของละครเรื่องเปรตวัดสุทัศน์ ดูน่าเอ็นดูถ้าตอบแบบนี้จริงๆ มาดูกันค่ะว่าที่ผ่านมามีกิจกกรรมอะไรบ้างในงานฉลองเสาชิงช้า

11 กันยายน วันสุกดิบ (ในนิทรรศการเขาเขียนแบบนี้จริงๆนะ)

เวลา 14.00 น. มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงการสถาปนาเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกรุงเทพฯกับจังหวัดแพร่ ที่ได้มอบไม้สักทองทั้ง 6 ต้นให้มาบูรณสังขรณเสาชิงช้า จากนั้นมีพิธีมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดภาพถ่าย "มหัศจรรย์เสาชิงช้า" ต่อด้วยการเปิดนิทรรศการฉลองเสาชิงช้าและการเปิดกิจกรรมทัศนศึกษารถรางชมเมือง ฉันชอบไปนั่งบ่อยๆเวลาว่างๆ ค่ารถ 50 บาทค่ะ ช่วงเย็นมีพิธีเจริญพุทธมนต์(สวดมนต์เย็น) และการแสดงประชันปี่พาทย์ซึ่งหาชมได้ยากมาก

12 กันยายน ฉลองเสาชิงช้า

ช่วงเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 81 รูป และการสวดชุมนุมเทวดา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงเสด็จพระราชดำเนิน มีกิจกรรมแสง สี เสียงและนิทรรศการประวัติเสาชิงช้า มหรสพเฉลิมฉลองและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น โขน ละคร ลิเก ลำตัด เป็นต้น

13 กันยายน ฉลองต่อเนื่อง

เป็นการเฉลิมฉลองต่อเนื่อง โดยมีการเสวนาเรื่องความสำคัญ ความเป็นมาของเสาชิงช้า ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ภาคเช้า และการมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายเสาชิงช้า รถรางนำเที่ยว และภาคค่ำมีการแสดงมหรสพเฉลิมฉลองอีก 1 วัน ชื่อ "เมดเลย์มหรสพกรุงรัตนโกสินทร์แรกสร้างกรุงเทพฯถึงปัจจุบัน" โดยมีการร้อยเรียงละครชาตรี ลิเก ปี่พาทย์ภาษา แตรวง และลูกทุ่ง โดยครูมืดจากกรมศิลปากร ต่อด้วยการแสดงหุ่นละครเล็กทั้ง 9 ชุด แสดงร่วมกับวงดุริยางค์ทหารบก จนถึงเวลาสี่ทุ่ม

kaekyo มีโอกาสไปร่วมงาน 2 วันแรกเพราะอาจารย์บังคับ แต่ก็เต็มใจนะคะ เป็นวิชาเรียนศิลปวัฒนธรรมเจ้าค่ะ

ถ้าเพื่อนๆพี่ๆมีโอกาสก็ไปกันให้ได้นะคะ วันสุดท้ายนี้เสียดายจริงเชียว ไม่ว่างไป ต้องเคลียร์งานนำเสนอและมีสอบด้วย....เศร้า....

ขอขอบคุณ
ที่มา : Blog คุณ kaekyo

H O M E




 

Create Date : 15 กันยายน 2550
3 comments
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 20:34:22 น.
Counter : 5143 Pageviews.

 

อืมๆ น่าสนใจครับ

 

โดย: jantzen 15 กันยายน 2550 1:54:44 น.  

 

จริงๆทำงานใกล้ๆเสาชิงช้า
เดินสัก15-20นาทีก็ถึงนะ
แต่ไม่ได้ไปดู อ้าง คือยังเป็นเวลาทำงานอยู่
เดือนนี้ ช่วงเวลาทำงานเปลี่ยนจากเวลา
ปกติมาเป็น 12:00 น. - 21:00 น. แต่ เวลามาทำงาน
มักไปก่อนกว่า1 ชม.เสมอๆเหละ
ที่ตั้งเสาชิงช้า

และบริเวณใกล้เคียง
โบศพราหม์
ศาลเจ้าพ่อเสือ
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร
สนง กรุงเทพมหานคร
เรือนจำคลองเปรม(อันเก่าเวนี้เป็นสวนสาธารณะร่มรื่นมาก)
ประตูผี (ใครอย่าคิดว่าไม่มีใน กทม)

 

โดย: ซ่อนรอยยิ้ม 15 กันยายน 2550 7:49:35 น.  

 

ข้อมูลละเอียดมากเลยค่ะ ขอบคุณท่นำมาเผยแพร่นะค่ะ อ่านเพลินดี

 

โดย: :: เมเม๊ ลิทึม 17 สิงหาคม 2553 10:42:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.