Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 

92 ศพมีนา-พฤษภาอำมหิต : เกิดอะไร? อย่างไร? และทำไม? (ตอนต้น)


โดย เกษียร เตชะพีระ

*ท่ามกลางวิวาทะ "ใครรับผิดชอบต่อ 92 ศพมีนา-พฤษภาอำมหิต?" ที่สนั่นอื้ออึงร้อนแรงขึ้นมาอีกด้วยกระแสหาเสียงเลือกตั้ง น่าจะเป็นประโยชน์ที่สังคมไทยจะตั้งสติและสดับตรับฟังข้อมูล ค้นคว้าศึกษาเรื่องนี้ในทางวิชาการด้วยจุดยืนและมุมมองสันติวิธี อย่างเป็นภาววิสัยและสงบเย็น

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะทำงานยุทธศาสตร์สันติวิธี ซึ่งมีศาสตราจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นประธาน โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง "บทเรียนจากการชุมนุมและความรุนแรงทางการเมืองในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2553" ที่พยายามประมวล ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์ประท้วงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสรุปบทเรียนสำคัญ 2 ประเด็นว่า "การชุมนุมประท้วงที่เริ่มต้นโดยสันติเปลี่ยนไปสู่ความรุนแรงได้อย่างไร? และอะไรเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว?"

แทนที่จะปล่อยให้ใครต่อใครใช้ 92 ศพเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้ง สังคมไทยควรใช้โอกาสการเลือกตั้งเป็นประโยชน์ในการทบทวนสรุปบทเรียน ไม่ให้เกิดศพทำนองนี้อีกในอนาคต

เกิดอะไร?

คณะทำงานยุทธศาสตร์สันติวิธีได้ประมวลเหตุการณ์ประท้วง (ที่อยู่นอกสถาบันการเมืองปกติ) ทั่วประเทศ ทั้งโดยฝ่าย นปช. และฝ่ายที่ตอบโต้, ทั้งที่เป็นเหตุการณ์ประท้วงโดยสันติวิธีและที่เป็นเหตุการณ์รุนแรงเชื่อมโยงกับการประท้วง ซึ่งปรากฏรายงานในหนังสือพิมพ์หลัก 6 ฉบับ โดยสอบทวนทุกแหล่งข่าวจากอีกแหล่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย เพื่อความน่าเชื่อถือและลดอคติ พบว่า : -


*จากวันที่ 13 มีนาคม-6 กรกฎาคม พ.ศ.2553 เกิดเหตุการณ์ทั้งสิ้น 408 เหตุการณ์ ส่วนใหญ่ (40%) เกิดในกรุงเทพฯ ที่เหลือเกิดหนาแน่นในภาคอีสานและภาคเหนือ ทว่า เบาบางในภาคใต้และภาคตะวันออก โดยมีจังหวะเวลาการเกิดเหตุประท้วงเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน 2 ช่วงใหญ่ ที่สถานการณ์รุนแรง ได้แก่ 10 เมษายน และ 14-19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 (ดูแผนที่ประกอบ)

หากถือว่าเหตุการณ์รุนแรงคือการจงใจทำร้ายชีวิตร่างกายผู้คนหรือทำลายทรัพย์สินโดยตรง ซึ่งอาจแยกย่อยเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) สองฝ่ายใช้กำลังเข้าปะทะหรือเผชิญหน้า 2) มีการยิง 3) มีระเบิดจากฝ่ายหนึ่ง 4) วางเพลิงและอื่นๆ แล้ว ก็สามารถจำแนกประเภทเหตุการณ์ประท้วง โดยทุกฝ่าย 408 เหตุการณ์ได้ดังนี้ (ดูตารางที่ 1)

คณะทำงานฯตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ประท้วงส่วนใหญ่ (60.54%) เป็นไปโดยสันติวิธี

อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นและยึดครองพื้นที่แม้เป็นสัดส่วนข้างน้อยของการประท้วงโดยสันติ แต่ก็ถือเป็นวิธีการหลักของการเคลื่อนไหว เพราะกินเวลาต่อเนื่องยาวนาน (ยึดครองสะพานผ่านฟ้าลีลาศและถนนราชดำเนิน 32 วัน, ยึดครองแยกราชประสงค์ 47 วัน หากตัดวันทับซ้อน 12 วันออก ก็กินเวลาโดยรวมที่มีการยึดครองพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯถึง 67 วัน) ส่งผลรบกวนและสร้างความคับข้องใจแก่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ทั้งด้านธุรกิจ ชีวิตความเป็นอยู่และการจราจร



กล่าวเฉพาะการเคลื่อนไหวประท้วงของ นปช. ส่วนใหญ่แล้ว (79.2%) เป็นไปโดยสันติ ส่วนการประท้วงแล้วเกิดเหตุรุนแรงเชื่อมโยงกันด้วยนั้นรวมศูนย์ในกรุงเทพฯและปริมณฑล และกว่าครึ่ง (56.2%) ของเหตุประท้วงรุนแรงดังกล่าว ความรุนแรงเริ่มต้นขึ้นโดยกองกำลังไม่ทราบฝ่าย (ดูตารางที่ 2)

ผลลัพธ์โดยรวมจากเหตุการณ์ประท้วงมีนา-พฤษภาอำมหิต 2553 ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายและถูกจับกุมคุมขังที่เป็นฝ่ายต่างๆ ดังตารางด้านล่างนี้ (ดูตารางที่ 3)

และหากกล่าวเฉพาะผู้เสียชีวิต 92 ราย โดยนำมาวิเคราะห์แยกแยะว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครอยู่ ฝ่ายไหนในความขัดแย้ง? และเขาหรือเธอเสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงที่ฝ่ายใดเป็นผู้ริเริ่มปฏิบัติการแล้ว? ก็จะปรากฏผลดังตารางข้างล่างนี้ (ดูตารางที่ 4)

คณะทำงานได้ชี้ปัญหาสำคัญของความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดย "ผู้ใช้ความรุนแรงที่ไม่อาจระบุได้" หรือที่มักเรียกกันว่า "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" (ซึ่งแปลว่าเราไม่รู้ว่าคนลงมือเป็นใคร? สังกัดหรือมาจากฝ่ายไหนบ้าง? มีกองกำลังอยู่ฝ่ายเดียวหรือต่างฝ่ายต่างก็ทำ? ฯลฯ) ว่า : -

● เป็นผู้ริเริ่มปฏิบัติการในเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิตของประชาชนโดยตรง 11 ราย

● ทำให้ทหารเสียชีวิต 5 รายจากการโจมตีด้วยระเบิดที่สี่แยกคอกวัว

● ซุ่มยิงระยะไกล (สไนเปอร์) ใส่ผู้สนับสนุนเสื้อแดง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย

คาดเดากันกว้างขวางว่า "ผู้ใช้ความรุนแรงที่ไม่อาจระบุได้" เป็นใครบ้าง? แต่ยังไม่มีข้อเท็จจริงระบุชัด ทั้งฝ่ายรัฐบาลและ นปช.ต่างเชื่อว่าเป็นแผนการส่วนหนึ่งของฝ่ายตรงข้ามกับตน ความไม่รู้ในเรื่องนี้ทำให้ความจริงโดยรวม-->ความรับผิดชอบ-->ความยุติธรรม-->การให้อภัย-->และการปรองดองสมานฉันท์ยากที่จะเกิดขึ้นได้ในสังคมไทยหลังความขัดแย้งมีนา-พฤษภาอำมหิต

ฉะนั้นหากไม่ต้องการให้ความจริง-->ความรับผิดชอบ-->ความยุติธรรม-->การให้อภัย-->และการปรองดองสมานฉันท์บังเกิดขึ้นในสังคมไทย (อาจเพราะเกรงมันจะคุกคามสั่นคลอนอำนาจ ฐานะของตน) ก็จักต้องปิดบังอำพรางกลบเกลื่อนและขัดขวางการสืบหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้เอาไว้ อย่างสุดความสามารถต่อไปและตลอดไป

และสังคมที่ธำรงรักษาไว้ซึ่งความเท็จ-->ความไม่พร้อมรับผิด-->ความอยุติธรรม-->ความเจ็บแค้น-->และการขัดแย้งหวาดระแวงชิงชังอย่างยั่งยืน ย่อมเอื้อให้เกิด "ความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำอีก" - มิไยว่าจะเลือกตั้งแล้วหรือไม่ก็ตาม

Credit : มติชนออนไลน์ 1 กรกฏาคม 2554

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์

H O M E




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2554
0 comments
Last Update : 2 กรกฎาคม 2554 12:54:53 น.
Counter : 3317 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.