MY LIFE, MY OPINIONS
 
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
17 กุมภาพันธ์ 2548

หกวานร

คอลัมน์ คุยกับประภาส


โดย ประภาส ชลศรานนท์


วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังถึงห้องๆ หนึ่งครับ ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ต้องการหาคำตอบของพฤติกรรมอย่างหนึ่งของ "สัตว์สังคม"

บอกก่อนเลยก็ได้ครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

ลักษณะของห้องที่ว่านี้เป็นห้องโล่งๆ ที่มีความสูงกว่าห้องทั่วไปสักสองเท่า ทั่วทั้งห้องตบแต่งให้ดูคล้ายป่าโปร่งๆ สามารถมองเห็นทุกส่วนของห้องได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน ที่สำคัญคนที่สร้างห้องนี้ขึ้นมาสามารถมองมาจากนอกห้องก็เห็นทุกส่วนของห้องได้ ตามมุมห้องมีหินก้อนเท่าลูกแตงโมวางประดับอยู่ประปราย นอกจากสิ่งประดับอย่างที่เห็นด้วยตาเหล่านี้แล้ว ห้องนี้ยังมีท่อโลหะเล็กๆ โผล่ออกมาจากเพดานและผนังเต็มไปหมด

กลางห้องมีบันไดอย่างที่เขาเรียกกันว่าบันไดลิงตั้งอยู่ บันไดนี้ตั้งตรงสูงขึ้นไปถึงเพดาน

ตามต่อไปเรื่อยๆ นะครับ บันไดอันนี้แหละครับคือพระเอกของเรื่องนี้

แล้วมนุษย์ผู้สร้างห้องก็ไปหาลิงมาหกตัว พวกเขาพาพวกมันเข้าไปอยู่ในห้องที่ว่านี้ ลิงหกตัวนั้นมาจากต่างที่ต่างครอบครัวกัน แรกๆ ก็ร้องเจี๊ยกจ๊ากโวยวายตามประสาลิง พอเริ่มปรับตัวได้ ลิงทั้งหกก็เริ่มผูกมิตรกัน บางตัวก็สนิทกันเป็นพิเศษ และมีบ้างเหมือนกันในบางคู่ที่ดูก็ออกว่าไม่ชอบขี้หน้ากัน

แต่ลิงทั้งหกตัวก็อยู่ด้วยกันอย่างสันติ อาจเป็นเพราะอาหารที่มนุษย์ผู้สร้างห้องนำเข้ามาแจกจ่ายนั้นไม่ขาดตกบกพร่องอะไร

อยู่มาวันหนึ่งฝ้าเพดานตรงที่บันไดพาดถึงก็ถูกเปิดออก

กล้วยหอมสุกเหลืองอร่ามหวีหนึ่งถูกหย่อนลงมาจากเพดาน และก็แขวนเท้งเต้งไว้ที่ยอดสุดของบันได จากนั้นฝ้าเพดานก็ปิดลงมา

เดาออกใช่ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น ลองให้ลิงอยู่กับกล้วยกันตามลำพังอย่างนี้ และยิ่งเวลานั้นเป็นเวลาของมื้ออาหารพอดีเสียด้วย ใช่ครับ... ลิงทั้งหกพุ่งตัวไปที่บันไดกลางห้องทันที

เกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นหรือครับ ท่านผู้อ่านบางท่านคงตั้งคำถามไว้ในใจแล้วว่า มนุษย์ผู้สร้างห้องของลิงทั้งหกนี้คงต้องทำกลไกอะไรบางอย่างไว้ให้ในห้องบ้างเป็นแน่

ทันทีที่ลิงตัวแรกเข้าไปถึงบันไดและมือของมันสัมผัสบันได ปลายท่อโลหะที่มีอยู่เต็มไปหมดบนผนังและเพดานห้องก็พ่นฉีดน้ำเย็นจัดออกมาอย่างแรง

น้ำนั้นเย็นเฉียบอุณหภูมิใกล้ๆ น้ำแข็งเลยครับ และก็พ่นออกมาด้วยแรงดันค่อนข้างสูง ลิงทั้งหกแตกกระจายไปหลบตามมุมห้องทันที เพราะดูเหมือนว่าผู้สร้างห้องนี้ขึ้นมาจงใจจะให้ตรงบริเวณที่บันไดตั้งอยู่มีท่อน้ำมากกว่าที่อื่นเป็นพิเศษ ลิงกับน้ำนี่ไม่ค่อยถูกกันอยู่แล้ว บางตัวร้องลั่นด้วยความตกใจ บางตัวแอบนั่งตัวสั่นอยู่หลังก้อนหิน

ถึงตอนนี้ห้องทั้งห้องก็เปียกไปหมดแล้ว หนำซ้ำความหนาวเย็นก็เริ่มแผ่ไปทั่วทั้งห้องด้วยฝีมือการลดอุณหภูมิของมนุษย์ผู้สร้างห้อง

เหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง เมื่อลิงทั้งหกอยู่ห่างจากบันไดได้สักพัก ท่อน้ำก็หยุดฉีดน้ำ ปุ่มที่ควบคุมอุณหภูมิห้องถูกมนุษย์ปรับเข้าที่เดิม

ลิงตัวที่โตที่สุดยังคงจ้องมองกล้วยหวีนั้น และด้วยความอยากได้ มันคลานเข้าไปหาบันไดอีกครั้ง หลังจากเดินวนรอบบันไดอยู่สองสามรอบ มันก็ทำท่าจะปีนบันได ลิงอีกห้าตัวค่อยๆ คลานเข้ามาสมทบ ไม่รู้จะด้วยกลัวถูกลิงตัวอื่นๆ แย่งกล้วยหรือด้วยความหิว เพราะถึงมื้ออาหารแล้ว เจ้าลิงตัวโตตัวนั้นรีบปีนบันไดขึ้นไปทันที

และก็ในทันทีเช่นเดียวกัน น้ำเย็นเฉียบถูกฉีดออกมาอย่างแรงไม่แพ้ครั้งแรก เจ้าลิงตัวโตนั้นโดนเข้าเต็มๆ หน้าจนแทบจะตกจากบันได

ห้องทั้งห้องหนาวและเปียกยิ่งกว่าเดิม

อาหารประจำมื้อถูกนำเข้ามาให้แล้ว พวกมันคลานเข้ามากินอย่างมูมมามด้วยความหิวและหนาวสั่น

เวลาผ่านไปอีกราวสัปดาห์ กล้วยถูกเปลี่ยนหวีใหม่ เพราะหวีเก่านั้นงอมจนเปลือกดำไปหมด มนุษย์ผู้สร้างห้องนี้ขึ้นมาบันทึกไว้ว่า หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาท่อน้ำได้ฉีดออกมาทั้งสิ้นห้าครั้ง สองครั้งแรกฉีดออกมาตอนที่กล้วยเพิ่งนำมาแขวนใหม่ๆ ครั้งที่สามฉีดออกมาตอนกลางคืนของคืนนั้น เพราะเจ้าลิงตัวโตพยายามจะลองปีนบันไดไปเอากล้วยอีก ในครั้งที่สี่ท่อฉีดน้ำออกมาในบ่ายของอีกวันหนึ่ง มันเป็นเวลาอาหารมื้อหนึ่งที่ผู้ให้อาหารนำอาหารมาส่งช้าไปหน่อย ลิงตัวหนึ่งทนหิวไม่ไหวจึงจะปีนบันไดขึ้นไป และไม่ทันถึงขั้นที่สองดีห้องทั้งห้องก็เปียกชุ่มไปหมด

ส่วนในครั้งที่ห้าที่ท่อน้ำฉีดออกมา คราวนี้ไม่ได้มีลิงตัวใดปีนบันไดขึ้นไปเอากล้วยแต่อย่างใด มีเพียงแค่ลิงสองตัวเล่นปล้ำกันและตัวหนึ่งกลิ้งไปถูกเสาบันไดเท่านั้น

แต่ถึงแค่นั้นน้ำเย็นจัดก็ถูกฉีดออกมาเช่นกัน

เวลาผ่านไปอีกราวเดือนหนึ่ง กล้วยถูกเปลี่ยนไปแล้วเจ็ดหวี แต่บันทึกของมนุษย์ผู้สร้างห้องกลนี้ ยังคงบันทึกไว้ว่าท่อน้ำเย็นทำงานไปเพียงห้าครั้งเท่าเดิม

ในบันทึกนั้นยังเขียนเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีลิงตัวไหนย่างกรายเข้าไปใกล้บันไดเลย

กลางเดือนที่สอง ท่อน้ำถูกฉีดอีกครั้ง เพราะลิงตัวเล็กตัวหนึ่งพยายามจะปีนบันไดอีก และหลังจากน้ำหยุดฉีดลง ลิงอีกห้าตัวก็เริ่มคำรามใส่ลิงตัวเล็กตัวนั้น

ขึ้นเดือนที่สาม มนุษย์นำลิงตัวเล็กออกมา และก็นำลิงตัวใหม่เข้าไปในห้อง

และไม่ทันถึงสิบนาทีดีกลิ่นกล้วยหอมก็เริ่มก่อคดี ลิงตัวใหม่คลานไปที่บันไดอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ สายตามองกล้วยด้วยความอยากกินสุดขีด และแน่นอนทันทีที่เข้ามาใกล้บันได ลิงห้าตัวที่อยู่มาก่อนก็พุ่งตัวเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับแยกเขี้ยวอย่างดุร้าย

น้ำเย็นยังไม่ถูกฉีดออกมา ลิงตัวใหม่หลบไปนั่งอยู่ข้างก้อนหินอย่างหวาดกลัว

หลังอาหารมื้อนั้น ลิงตัวใหม่คลานเข้าไปนั่งดูหวีกล้วยที่แขวนบนบันไดอีกครั้ง คราวนี้มันเข้าไปใกล้กว่าเดิม

หอมยวนใจอะไรอย่างนี้ ผมว่ามันคงคิด

ด้วยความที่มันเข้ามาใกล้บันไดเกินไป ลิงตัวโตจึงพุ่งเข้ามาเป็นตัวแรก และก็งับแขนของลิงตัวใหม่ด้วยความโกรธ ลิงตัวเก่าอีกสี่ตัวไม่รอช้าครับ รีบเข้ามาสมทบและมหกรรมหมาหมู่ในสังคมลิงก็อุบัติขึ้น

ถึงจะมีแผลไม่มากนัก แต่ลิงผู้มาใหม่ก็ถูกโจมตีอย่างนี้ถึงสามสี่ครั้งที่เผลอเข้าไปใกล้บันได และจากนั้นเป็นต้นมา ลิงใหม่ก็ไม่กล้าเฉียดกายเข้าไปใกล้บันไดอีกเลย

เวลาผ่านไปอีกสี่เดือน ท่อน้ำก็ยังไม่ถูกสั่งให้ทำงานอีกเลยแม้กล้วยจะถูกเปลี่ยนไปไม่รู้กี่สิบหวีแล้ว

และถึงตอนนี้ลิงตัวเก่าได้ถูกเปลี่ยนออกไปแล้ว 3 ตัว เท่ากับว่าในห้องตอนนี้มีลิงตัวเก่าที่เคยเจอปรากฏการณ์หนาวสะท้านโลกเพียง 3 ตัว และลิงตัวใหม่ที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์นั้น 3 ตัว รวมทั้งหมดเป็น 6 วานรดังเดิม

เดือนที่ห้า ลิงตัวใหม่ตัวที่สี่กำลังถูกนำเข้ามา ลิงตัวเก่าตัวหนึ่งกำลังจะออกไป

ไม่น่าเชื่อนะครับว่าบันไดธรรมดาอันนั้นได้กลายเป็นบันไดอาญาสิทธิ์ที่แตะต้องไม่ได้ไปเสียแล้วสำหรับหมู่วานร และก็เช่นเดิมทุกครั้งที่ลิงตัวใหม่จะถูกรุมกัดทันทีที่ย่างกรายเข้าไปใกล้บันได แต่ที่น่าแปลกใจอย่างที่สุดก็คือ ลิงกลุ่มใหม่สามตัวที่เข้ามาทีหลังนั้นแม้จะไม่รู้ว่าเหตุผลของการปกป้องบันไดคืออะไรก็ตาม แต่พวกมันกลับแสดงอาการข่มขู่ผู้เข้าใกล้บันไดอย่างดุร้ายก้าวร้าวกว่าลิงตัวเก่าที่เคยอยู่มาก่อนเสียอีก

และเมื่อบันทึกของมนุษย์ผู้สร้างห้องกลนี้บันทึกถึงตอนที่ลิงตัวเก่าถูกเปลี่ยนออกไปจนหมด ทำให้ห้องทดลองนี้มีลิงทั้งหกตัวเป็นลิงตัวใหม่ทั้งหมด บันไดก็ยังเป็นสิ่งต้องห้ามของพวกมัน

กล้วยยังคงถูกเปลี่ยนให้สดใหม่อยู่เสมอ และบันไดก็ยังคงไม่ถูกสัมผัสโดยลิงเลยแม้แต่ตัวเดียวมาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว

ลิงรุ่นใหม่ยังคงถูกเปลี่ยนเข้าไปอีกหลายรุ่น และเมื่อใดก็ตามที่ลิงตัวใหม่ที่เพิ่งเข้ามาพาตัวเองเข้าไปใกล้บันได ไม่ว่าจะด้วยจุดหมายใดก็ตาม การขู่คำรามก็จะเกิดขึ้น และถ้าผู้มาใหม่ไม่เชื่อฟัง การโจมตีอย่างรุนแรงก็จะตามมา

การทดลองของนักวิทยาศาสตร์เรื่องนี้บอกอะไรเราบ้าง

นักวิชาการหลายคนพูดถึง CORPORATE CULTURE ซึ่งมีคนแปลไว้ว่า วัฒนธรรมองค์กร แปลไทยเป็นไทยอีกทีก็คือ ธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกสั่งสมกันมาจากพนักงานรุ่นก่อนๆ และเมื่อพนักงานใหม่ๆ ที่เข้ามาก็จะปฏิบัติตามโดยไม่รู้ที่มาของเหตุผล เป็นธรรมเนียมที่ไม่มีลายลักษณ์อักษรบ่งบอกไว้ ไม่มีในกฎระเบียบข้อใดขององค์กรเลย

นักประวัติศาสตร์บางคนฟังเรื่องการทดลองนี้แล้ว นึกไปถึงในครั้งอดีตที่มีการสั่งประหารชีวิตผู้ที่ประกาศทฤษฎีอะไรก็ตามที่ขัดต่อหลักศาสนาของตัวเอง

นักศึกษาอีกหลายคนนึกถึงระบบรุ่นโซตัสของรุ่นพี่รุ่นน้องที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย

ผมคิดเอาว่าที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ลิงเป็นสัตว์ทดลองครั้งนี้ ก็เพราะลิงเป็นสัตว์ที่ฉลาดใกล้เคียงกับมนุษย์ และที่สำคัญลิงเป็นสัตว์สังคมเหมือนมนุษย์ ถ้าเราลองเปลี่ยนสัตว์ในการทดลองนี้ไปเป็นสัตว์ที่ต่างตัวต่างอยู่ไม่ได้อยู่กันเป็นสังคมอย่างเสือหรือนกบางประเภท ผลที่ได้อาจออกมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง เช่น ไม่ว่าอีกตัวหนึ่งจะพยายามปีนบันไดเท่าไรก็ตาม ตัวอื่นๆ ก็อาจจะไม่สนใจอะไร ได้แต่นอนหลบน้ำเย็นที่ฉีดออกมาไปเรื่อยๆ

การทดลองเรื่องลิงหกตัวยังไม่จบแค่นั้นครับ

หลังจากที่มนุษย์ทำให้บันไดตัวนั้นกลายเป็นบันไดอาญาสิทธิ์ไปแล้ว การแขวนกล้วยก็ถูกยกเลิกไป แต่ลิงทั้งหกตัวก็ยังไม่มีตัวไหนกล้าที่จะเข้าไปใกล้บันได

คงต้องรอสักวันหนึ่งที่บังเอิญมีลิงตัวไหนพลาดไปถูกบันไดเข้า แล้วก็มนุษย์ก็บังเอิญลืมเปิดน้ำฉีดลงมา ความคิดกบฏต่อความเชื่อเก่าๆ ก็อาจจะบังเกิดขึ้น

หรือว่าโลกเรานี้ก็คือห้องๆ หนึ่งที่ถูกใครก็ไม่รู้สร้างขึ้นมา สร้างเสร็จแล้วก็สร้างความเชื่อตามมาให้ด้วย และก็มีความเชื่อมากมายหลายอย่างที่เป็นความเชื่อที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนเหตุผล เป็นความเชื่อประเภทเดียวกับความเชื่อที่ว่าถ้าใครไปถูกบันไดแล้วจะมีน้ำฉีดออกมานั่นแหละครับ

มันอยู่ที่ว่าจะมีลิงตัวไหนกล้าปีนบันไดไปเอากล้วยที่แขวนอยู่

เพราะถ้ามันไม่ใช่เหตุผลจริงๆ มันต้องมีสักวันหนึ่งหรอกน่า ที่ไอ้เจ้าคนที่สร้างห้องนี้ขึ้นมามันลืมเปิดท่อน้ำบ้าง ...


ปล. ขอบคุณคุณ DanTeMuStDiEs จาก //www.thaiclubbing.com ด้วยครับ ที่นำมาเผยแพร่

ทำไมคนในสังคมถึงต้องเชื่อในสิ่งที่คนส่วนใหญ่เค้าเชื่อ ทั้งๆ ตัวเองก็ไม่รู้ด้วยนะ อาจจะเพราะ กลัวถูกโดดเดี่ยวละมั้ง


Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 2 เมษายน 2549 2:43:51 น. 0 comments
Counter : 454 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

popcorn2519
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวัดดีครับ สำหรับ คนที่หลงเข้ามาใน blog นี้ ^^ ตอนนี้ผมได้ทำการ แบ่ง blog ออกเป็น 3 กลุ่มนะครับ

กลุ่มแรก คือ My Blog ก็จะเป็นเรื่องต่างๆ ที่อยากจะเขียน ทั้งหนังที่ชอบ เรื่องที่อ่านมาแล้วโดน หรือ อาจจะสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน ที่อยากจะระบาย

กลุ่มที่ 2 คือ 2,900 ไมล์ ไกลบ้าน เป็นบล็อคที่สร้างมาเพื่อเขียนเรื่องราวช่วงหนึ่งของชีวิตที่จะต้องไปใช้ชีวิตในต่างแดนครับ ซึ่งสิ่งที่ผมประสบมาและถ่ายถอดอาจจะไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ก็ได้ อันนี้อาจเกิดได้จากความอ่อนแอทางภาษาซึ่งอาจจะทำให้เกิดผมเกิดความเข้าใจผิดได้ หรือเหตุการณ์และช่วงเวลาที่ตัวเองได้สัมผัส หรือสังคมที่ผมได้เข้าไปคลุกคลีด้วย แต่ข้อมูลทั้งหมดที่เขียนก็คือสิ่งที่ผมเข้าใจอย่างนั้นจริงๆครับ

และกลุ่มที่ 3 สังคม-การเมือง-การปกครอง ซึ่งเป็นกลุ่มใหม่เนื่องจากช่วงหลัง มีการนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการเมือง สังคม การปกครอง มาใส่เยอะ ก็เลยคิดว่าน่าจะแยกกลุ่มไปจากเรื่องส่วนตัวดีกว่า

ข้อความทุกข้อความทั้งที่นำมาจากที่อื่น และที่เขียนเอง ทั้งหมดเป็นความคิด ความรู้สึกส่วนตัว และความชอบของผมเองนะครับ ไม่ได้แปลว่าต้องถูกต้องเสมอไป ฉะนั้นกรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านล่ะกัน ทุกคนสามารถโต้แย้งได้ครับ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชม และคอมเมนต์ ครับ
POP
New Comments
[Add popcorn2519's blog to your web]