Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 10





สต็อกใกล้จะหมดล้าววว...

...............

(10)

สถาบันปรจิตวิทยา หรือ The Institute of Parapsychology นั้นเป็นองค์กรทางวิทยาศาสตร์เพื่อการวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับพลังจิต แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม แต่หลักๆ มีอยู่ 6 สาขา ได้แก่ 

เทเลพาธี – การสื่อสารทางจิต พรีคอกนิชัน – การรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า แคลร์วอแยนท์ – เห็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดในสถานที่ห่างออกไป ไซโคไคเนซิส – การเคลื่อนย้ายวัตถุ รีอินคาร์เนชัน – การกลับชาติมาเกิดใหม่ สุดท้าย ฮอนต์ติง – ปรากฏการณ์วิญญาณ

ขวัญอรุณรู้จัก ‘ไอ.พี.’ พอๆ กับที่ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปรู้จัก คือเป็นองค์กรที่รวบรวมเอาผู้มีความสามารถพิเศษดังกล่าวมาไว้ด้วยกัน แต่นอกเหนือจากนั้นเธอก็ไม่ทราบอะไรอีก 

หญิงสาวจ้องมองเปลวไฟที่กำลังลุกเป็นดวงในตะคันดินเผาข้างหัวนอน พวงพริกแห้ง กระเทียม หอม แขวนอยู่บนขื่อมองเห็นกระจุกตัวอยู่เป็นเงารางๆ ในความมืด กระบุงกระจาดหลายใบมีสมุนไพรบรรจุอยู่ บ้างเรียงซ้อนเป็นชั้น บ้างถูกวางแบไว้กับพื้นรอบเสื่อผืนกะทัดรัดซึ่งเธอใช้เป็นที่นอน

อาการบาดเจ็บของเจ้าบ้านที่กำเริบขึ้นอย่างกะทันหันทำให้การสนทนาระหว่างเธอกับเขายุติลงชั่วคราว แม้ขวัญอรุณจะร้อนใจอยากรู้เรื่องของดอกเตอร์ไทวะ ทว่าก็ไม่อาจใจดำเห็นชายหนุ่มต้องฝืนทนทรมานด้วยความเจ็บปวด ดังนั้นเมื่อกทลีเชิญตัวมายังห้องเล็กๆ ซึ่งอยู่ติดกับห้องของเขา เธอจึงยอมตามมาโดยง่าย 

ขวัญอรุณไม่รังเกียจที่จะนอนในห้องเก็บของ อย่างน้อยก็ยังได้อยู่ในที่ปลอดภัยและวางใจได้ ร่างบางนอนกระสับกระส่ายครุ่นคิดตลอดคืนจนผล็อยหลับได้ความอ่อนล้า กระทั่งเสียงกุกกักจากภายในครัว ทำให้เธอสะดุ้งตื่นตาสว่างผุดลุกจากที่นอนอย่างไม่อาจสงบใจนอนต่อ

กิจวัตรประจำวันของคนที่นี่เริ่มขึ้นก่อนฟ้าสาง ดาวประจำยามยังทอประกายอยู่เหนือขอบฟ้า แจ่มชัดท่ามกลางเมฆหมอกบนผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้มอมดำ กลิ่นควันไฟลอยกรุ่นอวลอยู่ในอากาศ แสงไฟสีแดงแตกประกายวูบวาบอยู่ใต้หม้อดินเผาก้นดำเขม่า

กทลีง่วนอยู่กับการนึ่งข้าว ปิ้งปลาและต้มยา เด็กหนุ่มยิ้มอย่างเป็นมิตรเมื่อเห็นเธอ เขาต้องทำงานสามสี่อย่างในมือเพียงคนเดียวเพราะเช้านี้นางเสื่องไม่กล้าขึ้นมาช่วยงานจนกว่าผู้เป็นนายเรือนจะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

ขวัญอรุณเห็นเขาหยิบสมุนไพรในกระด้งขึ้นมาโขลกใส่กระทงใบเล็ก พืชทั้งหลายล้วนเป็นของในครัวเรือนที่เธอรู้จักอย่างเหง้าขมิ้นชันสด ไพล ใบชะพลู ใบหนุมานประสานกาย สมัยยังเล็กยายก็เคยใช้สมุนไพรเหล่านี้รักษาแผลซนให้เธอบ้างในยามฉุกละหุก

“ฉันช่วยนะ ทำแบบนี้ใช่ไหม” หญิงสาวอาศัยจังหวะที่กทลีผละมือไปดูหม้อฉวยครกหินมาตำต่อ กทลียิ้มกว้างปล่อยให้เธอช่วยงานไปโดยไม่ขัด 

ขวัญอรุณนึกถึงชายหนุ่มเจ้าของเรือนที่ยังนอนเจ็บอยู่ภายในห้อง เมื่อคืนใบหน้าของเขาขาวซีดเสียจนคนที่น้ำตากบหน้าอย่างเธอยังมองออก กว่ากทลีจะเตรียมอาหารและยาเสร็จก็เป็นเวลาย่ำรุ่ง ไม่รู้ป่านนี้อาการจะเป็นอย่างไรบ้าง

ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู แสงเงินแสงทองปริ่มเรืองรองขอบเมฆพลิ้วสายดุจเส้นไหม หมอกหนาปกคลุมทั่วยอดเขาและทิวไม้ ร่างบางหยุดยืนเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างระหว่างเป็นลูกมือช่วยเด็กหนุ่มยกสำรับยาและอาหาร 

อรุณรุ่งแห่งสุวรรณโคมคำงามจับตาดุจอัญมณีน้ำงามแห่งลุ่มน้ำโขง ภาพวาดทิวทัศน์ฝีมือจิตรกรเอกยังไม่เทียบครึ่งหนึ่งของความงามที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เธอเกือบหลงใหลไปกับความน่าประทับใจดังกล่าวก่อนจะฉุกใจคิดถึงความป่าเถื่อนของชนผู้ด้อยอารยะอันน่าสะพรึงกลัว 

ขวัญอรุณมองบาดแผลบนแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาแสยงปนสงสารเวทนา เมื่อคืนแอบเห็นไกลๆ ว่าสาหัสมากแล้ว ทว่าพอได้เข้ามาช่วยประคองเครื่องยาใกล้ๆ เธอจึงเห็นว่าแผลสดเป่งบวมนั้นมีอาการหนักหนากว่าที่คิดและสยดสยองกว่าหลายเท่า 

“ใครกันเหี้ยมโหดได้ถึงขนาดนี้ ฟาดกันเหมือนไม่ใช่คน” ความโกรธทำให้หญิงสาวเผลอบ่นออกไปโดยไม่ทันคิด 

“อย่าโทษใครเลย เป็นความผิดของผมเอง” ทั้งที่โดนเรียกตัวถึงสามครั้งสามหน ถ้าเขายอมเข้าวังไปดูอาการกษัตริย์หนุ่มเพียงสักแวบก็คงไม่โดนลงพระอาญา

แถนหลวงไม่เคยตำหนิสุวรรณมุขทวารในเรื่องนี้ การดำรงพระราชอำนาจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีทั้งความเด็ดขาดและเข้มแข็ง หากทรงละเว้นไม่ลงอาญาเขาฐานฝ่าฝืนคำสั่ง ก็จะเป็นเยี่ยงอย่างอันเลว ไม่สามารถปกครองข้าราชบริพารอื่นๆ ให้อยู่ใต้พระราชอำนาจได้ 

“ใครเหรอคะ คนที่ทำร้ายคุณ” 

“กทลี สูออกไปทางนอกก่อนเถิด” แม้เด็กหนุ่มฟังภาษาที่เขาใช้สนทนาไม่ออก แต่การให้บุคคลที่สามออกไปจะสะดวกสบายใจกว่าหากต้องกล่าวถึงบุรุษที่กำลังพาดพิงถึง

ร่างหนาผุดลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าผืนยาวขึ้นตวัดคลุมกายท่อนบนซึ่งพันทบไว้ด้วยผ้าพันแผล เขาผุดลุกไปยังหน้าต่าง ตัดสินใจเริ่มต้นกล่าวสิ่งที่ยังคั่งค้างต่อ 

“ขวัญอรุณ” เขาเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การแนะนำตัวสั้นๆ เมื่อคืน “ไทวะเดินทางมาที่นี่ด้วยความสามารถพิเศษของตนเอง แต่ของคุณไม่ใช่ ไม่มีอะไรอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมคุณถึงหลุดมาอยู่ในอดีต คืนนั้นผมเข้าฌานและถอดจิตเดินทางไปยังอนาคต ในงานเทศกาลผมเห็นคุณที่กำลังจมน้ำจึงเผลอคว้ามือออกไปช่วยเอาไว้ คุณซึ่งมีตัวตนแต่ผมเป็นเพียงแค่ดวงจิตไม่มีแม้กายหยาบกลับสัมผัสแตะต้องกันได้”

“หมายความว่าเป็นวิญญาณอย่างนั้นเหรอคะ” เธอนึกไม่ออกเลยว่าวิญญาณจะแตะต้องคนเป็นได้อย่างไร 

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ผมที่มีเพียงวิญญาณกลับดึงคุณให้เดินทางย้อนเวลากลับมาด้วยความบังเอิญ เหมือนกับมีพลังบางอย่างที่มากมหาศาลช่วยดลให้ผมช่วยคุณสำเร็จทั้งที่ไม่น่าเป็นไปได้” 

“เดี๋ยวก่อนนะคะ นี่จะบอกว่าคุณเองน่ะเหรอที่พาฉันข้ามเวลามา” ขวัญอรุณมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ สับสนว่าควรขอบคุณความโชคดีหรือก่นด่าความโชคร้ายที่รอดตาย “ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันไม่มี ‘พลัง’ ที่จะเดินทางข้ามเวลากลับเองได้ ไม่เหมือนกับดอกเตอร์ไทวะ”

“ใช่”

“แต่คุณส่งฉันไปได้ใช่ไหมคะ”

“ผมไม่แน่ใจว่าจะมีความบังเอิญเกิดขึ้นอีก” เขาตอบเรียบๆ

“แล้วฉันจะเดินทางกลับอย่างด็อกเตอร์ไทวะได้ยังไงล่ะคะ” เธอกรีดร้อง ใบหน้าซีดเผือด

“อ่อ...อันที่จริงเขายังไม่ได้เดินทางกลับไปไหน” ร่างสูงผินมองนอกหน้าต่าง ไม่ต้องเหลียวกลับมามองเขาก็ทราบดีว่าขวัญอรุณกำลังจับจ้องแผ่นหลังเพื่อรอคอยคำตอบ

“...แต่ติดหงักอยู่ที่นี่สองปีกว่าแล้ว”



ถ้าหากเรียกคนที่มาอยู่ก่อนว่า ‘รุ่นพี่’ เธอก็มีรุ่นพี่และอาจารย์ไปพร้อมเพรียงกัน แม้จะคิดอยู่เหมือนกันว่าแถนหลวงช่างพูดภาษาไทยสมัยใหม่ได้ฉะฉานราวกับเป็นเจ้าของภาษา ทว่าขวัญอรุณสันนิษฐานเอาเพียงว่าเขาอาจเรียนรู้จากดอกเตอร์ไทวะที่เคยมาเยือนสุวรรณโคมคำ แต่ไม่นึกว่าแท้จริงชายหนุ่มกลับกลายเป็นคนๆ เดียวกัน 

ดอกเตอร์ไทวะผู้มีพลังพิเศษแห่งสถาบันปรจิตวิทยา ความสามารถของเขาคือ ‘การเคลื่อนย้ายมวลสาร’ ด้วยพลังจิต หากไม่ใช่การเคลื่อนย้ายวัตถุสิ่งของ แต่เป็นการเคลื่อนย้ายตนเองจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง แบบเดียวกับที่ผู้ฝึกกรรมฐานขั้นสูงสามารถสำเร็จอภิญญา ด้วยการหายตัว เหาะเหินเดินอากาศ การย่นระยะทาง การเดินบนน้ำ และอื่นๆ ได้

ชายหนุ่มเองก็เช่นเดียวกันความสามารถนี้เขาได้มาตั้งแต่เกิด โดยไม่ได้แสวงหาก็สามารถทำได้เอง เริ่มแรกจากการหายตัวไปปรากฏในสถานที่ใกล้ๆ จนเมื่อเติบใหญ่ความสามารถก็พัฒนาขึ้นเป็นเงาตามตัว จากใกล้แค่ช่วงตึกกลับกลายเป็นไกลข้ามทวีป เขาสามารถควบคุมมันได้ในช่วงเวลาที่ยังเด็ก ทว่าเมื่อพลังจิตกล้าแข็งทุกสิ่งก็อยู่เหนือการบังคับกะเกณฑ์

ไทวะเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความสามารถ ‘อินฟินิตี้หรือไร้ขีดจำกัด’ ไม่เพียงเคลื่อนย้ายมวลสารข้ามสถานที่ ยังสามารถเคลื่อนย้ายมวลสารข้ามมิติเวลาได้อีกด้วย!

กระนั้นเขากลับไม่อาจกำหนดควบคุมการเดินทางเหล่านั้นได้ อีกทั้งยังไม่เคยพาใครข้ามเวลาด้วยมาก่อน ชายหนุ่มติดอยู่ในยุคโบราณเป็นแรมปี แม้พยายามทำสมาธิรวบรวมจิตมากเพียงไหน ก็ไม่สามารพากายหยาบเดินทางข้ามเวลากลับไปยังยุคสมัยของตนได้ มีเพียงจิตอันแก่กล้าที่สามารถโลดแล่นไปดูความเป็นไปของคนที่เขารัก 

มองเห็นเพื่อนรักที่ต้องตายจากไปโดยไม่อาจช่วยเหลือ...

เห็นหญิงสาวผู้ที่เขาปรารถนาให้เธอมีความสุข แต่งงานไปกับชายที่สามารถสร้างครอบครัวด้วยอย่างอบอุ่น...

เมื่ออาศัยอยู่สุวรรณโคมคำนานวัน ไทวะจึงยึดอาชีพเป็นหมอยารักษาชาวบ้าน แม้ไม่ได้เป็นจิตแพทย์อย่างที่ร่ำเรียนมา ทว่าความรู้ด้านวิชาแพทย์จากหนังสือที่เขาเคยอ่านก็มากพอจะรักษาเยียวยาโรคพื้นฐานสมัยโบราณ ซึ่งไม่ได้ซับซ้อนเหมือนกับโรคเกิดใหม่ในปัจจุบัน 

จากเคยมีแค่พ่อมดหมอผี พอชาวบ้านได้พบกับหมอซึ่งสามารถรักษาโรคให้หายได้ราวกับปลิดทิ้งจริงๆ ไม่ใช่แค่การเป่าเสกสร้างขวัญกำลังใจตามความเชื่อ ไทวะในชื่อแถนหลวงจึงกลายเป็นปู่เจ้าที่ชาวบ้านนับหน้าถือตา ในชุมชนที่ทุกคนก็ให้ความเคารพยกย่อง จนได้เข้าไปถวายงานเป็นแพทย์ประจำพระองค์ เป็นอาจารย์และที่ปรึกษาในพญาสุวรรณมุขทวาร

“ที่แท้คุณก็เป็นคนสำคัญที่นี่” ขวัญอรุณทึ่งที่เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่สองปี “ถ้าคุณทำงานให้พระมหากษัตริย์ แล้วใครกันยังกล้าทำร้าย”

“จะมีใคร...ก็พระองค์คำ” ไทวะเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเหลียวกลับมาสบดวงหน้าไร้สีเลือดฝาดของหญิงสาว “พญาสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำคนที่ช่วยคุณขึ้นจากน้ำ แถมยังเอาดาบพาดคออยู่เมื่อวานอย่างไรเล่า ขวัญอรุณ”

คนฟังได้แต่นิ่งอึ้ง นาทีนี้เธอควรเริ่มก่นด่าความซวยของตนเองได้แล้ว...

“เพิ่งอิ่มข้าว เจ้าก่จักไปหนใดอีกเล่า องค์คำ” 

สุวรรณมุขทวารผินพระพักตร์ไปตามเสียงตรัสถามของพระมารดา 

พระนางอุรสาเทวีเสด็จตรงเข้าห้องมาด้วยท่าทางแช่มช้อย แม้ผ่านการมีบุตรมาถึงเจ็ดคนความงามของนางก็ไม่ได้เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา อดีตมเหสีแห่งโพธิสารหลวงยังคงมีร่างแน่งน้อยอ่อนองค์ปานก้านบัวสาย ริ้วรอยแห่งวัยหาปรากฏบนวงพักตร์อ่อนโยนดุจแสงจันทราในคืนฤดูหนาว

พระนางขึ้นชื่อลือนามเรื่องความเยือกเย็นเป็นหนึ่ง เคร่งครัดเด็ดเดี่ยวเป็นสอง แลฉลาดเฉลียวไม่ด้อยไปกว่าพระสิริโฉมเสียแต่อาภัพต้องมามีบุตรเช่นเขา หาไม่นางก็จะยังเป็นราชินีแห่งนครใหญ่ ได้นั่งเคียงบัลลังก์ทองกับสวามีไม่ต้องมาตกระกำลำบากถูกขับไล่เหมือนหมูหมา เกือบตายโดยไร้ซึ่งดินฝังกลบหน้า

ในฐานะโอรสจะไม่ยอมให้ใครมาดูแคลนมารดา ชายหนุ่มจะทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างสุวรรณโคมคำให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียม สิ่งใดที่โพธิสารหลวงมี สุวรรณโคมคำก็ต้องมีไม่ด้อยไปกว่ากัน ให้ไพร่ฟ้าข้าไท ท่วยปั่ว  ท่วยนางทั้งหลายได้ทำกินอิ่มปากท้องในแผ่นดินทอง 

ยิ่งบ้านเมืองเป็นปึกแผ่นเท่าใดเท่ากับเป็นการแสดงแสนยานุภาพให้ทางฝ่ายนั้นเห็นว่า ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี อาจไม่ใช่ผู้ทำให้บ้านเมืองวิบัติเสมอไป!

“ลูกจักไปล่าไก่ป่าแลจักกลับมาก่อนสองยาม แม่เข้านอนก่อนเถิดบ่ต้องเปนพะวง”

“แผลเจ้ายังบ่หาย บ่หื้อแม่พะวงได้อย่างใด รอทุเลาจิ่งค่อยไปบ่ได้ฤา” 

“ลูกดีขึ้นนักแล้ว”

ร่างสูงผลัดฉลองพระองค์เป็นแบบทะมัดทะแมงเคี่ยนประคดคาดเอว รับกระบอกลูกดอกจากขยมรับใช้มาสะพายเฉียงเข้ากับอังสา หัตถ์ขวากระชับหน้าไม้ก่อนออกจากพลับพลาที่ประทับ โดยมีนางอุรสาเทวีตามมาส่งอย่างไม่วางพระทัยในดำรัสพระโอรสเท่าใดนัก

องค์คำฤาจักยอมละงานมาหาความสำราญ ครั้นบ่ได้เบ่งออกครรภ์มานางก่จักเชื่ออยู่ดอก!

“หัวค่ำน้ำค้างลงแล้ว แม่เข้าข้างในเถิด” กระแสรับสั่งอย่างห่วงใยทำให้ผู้เป็นมารดาได้แต่กล้ำกลืนคำทัดทานไว้ในอก 

สุวรรณมุขทวารเสด็จไปสมทบกับศรีสูรยะและเหล่าทหารติดตามที่เตรียมพร้อมรออยู่ ครั้นลับสายพระเนตรของผู้ให้กำเนิดกษัตริย์หนุ่มจึงเปลื้องสีพระพักตร์รื่นรมย์ กระโดดขึ้นหลังอาชาพ่วงพีผูกรออยู่นอกค่าย

กองทหารจำนวนยี่สิบนายพร้อมอาวุธครบมือ ท่าทางฮึกเหิมราวกับเตรียมออกไปกวาดล้างไพรีมากกว่าหมายล่าเหล่าเดียรัจฉานในดงป่า บุรุษผู้เป็นนายทัพควบพาหนะสี่เท้ากระโจนเข้าสู่ความมืดลึกลำเนาพง ชายฉกรรจ์ทั้งกองทะยานตามติดไปอย่างรวดเร็วดุจการเคลื่อนตัวของฝูงค้างคาว

สุวรรณมุขทวารพระสรวลกับตนเอง ทอดพระเนตรดวงเดือนข้างแรมเหนือก้อนขี้ฟ้าที่กำลังบ่ายหน้าจากเบื้องตีนนอนขึ้นสู่กลางหาว ก่อนเดือนเคลื่อนมาถึงกลางเศียรพระองค์คงจัดการจับไก่เถื่อนได้หมดยกเล้า และกลับมาทันเวลาที่ลั่นไว้ 



ข้อควรรู้เกี่ยวกับพงศาวดารคือ ส่วนใหญ่เป็นการแต่งขึ้นเกือบทั้งหมด 

ขวัญอรุณเริ่มคิดหนักว่าตำนานสุวรรณโคมคำถูกต่อเติมไว้มากน้อยแค่ไหน อาจมีเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่เป็นความจริงไม่ต่างจากหินก้อนเดียวถูกพรรณนาต่อเติมจนกลายเป็นกำแพงปราสาท

พญาสุวรรณมุขทวารองค์จริงห่างไกลจากจินตนาการของคนเล่าเรื่องอยู่มากโข ชายหนุ่มน่ากลัวจนเธอนึกขยาด ไม่อาจทำใจให้เชื่อว่าเขาเป็นคนเดียวกับที่เคยใฝ่ฝันถึงว่าอยากเจอสักครั้ง

เธอรีบปัดความคิดเรื่องคนหน้าเหมือนที่ริมฝั่งโขงออกไปจากสมอง ย่อมไม่มีทางที่จะเป็นคนเดียวกันไปได้อยู่แล้ว พญาสุวรรณมุขทวารไม่ได้มีพลังจิตเหมือนกับแถนหลวง เขาจะสามารถข้ามเวลาไปปรากฏตัวยังอนาคตได้อย่างไร 

กรณีเดียวที่เชื่อได้ก็คือเป็นวิญญาณของเขาไปหลอกหลอนเธอเท่านั้นแหละ 

“ว่าไปก็คล้ายมาก...” เมื่อคิดได้ว่าตนอาจถูกผีกษัตริย์หนุ่มรังควาญ คนข้ามเวลามาทั้งตัวก็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “หน็อยต้องใช่แน่ สองพันปีไม่ไปผุดไปเกิดทำให้เธอตกใจตอนอยู่ที่โน่น พอมาที่นี่ก็ทำให้ขวัญหนีดีฝ่ออีก เฮี้ยนจริงๆ คนอะไร”

เจ้าหล่อนสรุปเอาตามความเข้าใจ ยิ่งแถนหลวงเข้าวังไปแล้วกลับมาเล่าวีรกรรมต่างๆ ของชายหนุ่มให้ฟังมากเท่าไร เธอก็ยิ่งอยากอยู่ให้ห่างจากเขามากขึ้นเท่านั้น

ทั้งบุกไปสลายซ่องโจรป่าจนแตกราบคาบชั่วข้ามคืน ลงทัณฑ์พ่อค้าวาณิชใจคด รวมไปถึงตัดสินคดีความด้วยความเที่ยงธรรม แม้คู่กรณีเป็นชาวบ้านที่ถูกรังแกและอีกฝ่ายเป็นญาติอำมาตย์ผู้ใหญ่ในราชสำนักที่พระองค์รู้จักคุ้นเคยดี

‘พระองค์ต้องแบกรับภาระ ระหว่างความไว้วางใจของประชาชนกับความคาดหวังของเสนาอำมาตย์ แม้แต่ในยุคของเราก็ยังหาคนเที่ยงธรรมแบบนี้ได้ยาก’ 

แถนหลวงกล่าวในระหว่างที่นั่งสอนเธออ่านเขียนหนังสือ นอกจากนี้เขายังถ่ายทอดวิชาการใช้สมุนไพรพื้นบ้านรักษาโรคและบาดแผลในเบื้องต้น มีนางเสื่องและกทลีคอยสอนการบ้านงานเรือนและวิถีการดำรงชีวิต ส่วนทุมมายังคงเกลียดชังเธอและแสดงออกอย่างชัดเจนทุกครั้งเมื่ออยู่ลับตาชายหนุ่ม 

“อีทุมมามันหลงปู่เจ้าหน้ามืดตามัว หันหญิงผู้ใดอยู่ใกล้ก่หึงเพิ่นไปทั่ว” นางเสื่องบ่นพึมพำ ร้องขอไม่ให้ ‘คนโปรด’ ถือสาหาความนำเรื่องร้อนไปฟ้อง ขวัญอรุณถึงรู้ว่าเพราะอะไรทุมมาจึงไม่ชอบหน้าเธอนัก

แม้หญิงสาวจะไม่ได้คิดอะไรกับคนที่เธอยกย่องว่า ‘ท่านครู’ แต่ท่าทีของสาวรุ่นน้องที่มีต่อดอกเตอร์หนุ่มทำให้ขวัญอรุณนึกหมั่นไส้ขึ้นมา ดังนั้นผ่านไปหนึ่งปีพอพูดได้รู้ความแบบไม่เพลี่ยงพล้ำเสียที เจ้าหล่อนจึงหาทางแกล้งให้ฝ่ายนั้นร้อนรนลมเพชรหึงออกหูเล่น 

“เฮ้ย...อีนางหน้าวอก สูจักเอาอย่างใดก่ว่ามา”

“เอาอย่างใดนี่หมายเถิงอย่างใดฤาทุมมา แค่บอกว่าท่านครูพอใจผ้าที่ฉันช่วยแม่เสื่องทอ อันใดเธอต้องเคืองด้วยเล่า” ขวัญอรุณทำหน้าเป็น “แลยังชมว่าแยกสำรับยาได้ถูกขนาน ผู้ใดทำหื้อก่บ่พึงใจเท่า” 

“สูเยาะหยันกูรึ อีขวัญ” ทุมมาร้องขุ่นเคือง ตั้งแต่ทำงานรับใช้ปู่เจ้าแถนหลวงมานางยังไม่เคยได้รับคำชมสักครั้งอย่างดีก็แค่คำขอบใจ แต่เท่านั้นก็ทำให้หัวใจสาวพองโตเก็บไปนอนฝันถึงได้หลายคืน อีนังหน้าไม่อายมาอยู่ได้ปีเดียวกลับเป็นตัวโปรดเกินหน้า 

“อียากไร้ อีอนาถา ได้ท่านอุ้มชูก่จักกำเริบมาเหยียบหยามข้าไทตามอำเภอใจ” 

“เอ๋า...หยามเมื่อใด แค่เล่าหื้อฟังดอกหนา” ขวัญอรุณทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ปู่เจ้าบ่มีวันแลสูดอก อีคนจัญไรบ่มีหัวนอนปลายตีน ผู้ใดเอาเปนเมียก่วิบัติอับจน”

“กลัวแต่ท่านครูจักบ่คิดอย่างหั้น ทุมมาก่หันด้วยตาว่าฉันบ่ได้เจรจาเกินความสัตย์” ขวัญอรุณกะพริบตาถี่ เอียงคอเล็กน้อย 

“อี...อีคนบ่มียางอาย ผีป่าผีเม็งจักมาเอาตัวสู!” 

“คงบ่เท่าหญิงบางผู้ แม้นผีก่ยังบ่ใคร่ได้ตัวดอกกระมัง” 

“อ๊าย...” พอทะเลาะกันหนักเข้าทุมมาเถียงไม่ออกเพราะหัวไม่ไวเหมือนหญิงสาว จึงโมโหหันไปขว้างปาข้าวของใส่กระจัดกระจาย นางเห็นแม่ลิงวอกหลบหลีกได้ว่องไวหัวเราะคิกคักวิ่งหนีไปก็เจ็บใจที่ไม่อาจทำอะไรได้ 

“ไปแกล้งทุมมาทำไม” แถนหลวงส่ายหน้า

“ขวัญไม่ได้แกล้งนะคะ ท่านครูต่างหากแกล้ง”  

“แกล้งยังไง”

“อ้าว ก็แกล้งไว้หนวดไว้เครา ทำตัวเป็นผู้ทรงศีลหนีรัก ไม่ยอมรับไมตรีจากสาวๆ น่ะซี้” 

ขวัญอรุณพอจะเดาออกถึงเหตุผลแท้จริงของแถนหลวง เขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงเพราะไม่ใช่คนของช่วงเวลานี้ หากต้องจากไปโดยทิ้งลูกเมียไว้ให้ลำบากก็สู้อย่ามีเสียเลยดีกว่า

“ทุมมายังเด็ก อีกหน่อยก็จะเจอคนที่เหมาะสม”

“สิบเจ็ดสิบแปดไม่เด็กแล้วนา สาวโบราณออกเรือนตั้งแต่สิบสองสิบสามด้วยซ้ำ” ด้วยความที่เด็กสาวเหล่านั้นมีวุฒิภาวะเกินวัย จึงทำให้พวกหล่อนดูมีอายุมากกว่าความจริงไปด้วย ดังทุมมาที่อายุน้อยกว่าขวัญอรุณห้าปี เลยดูเหมือนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน  เป็นความผิดของเธอที่ไม่ต้องการเปิดเผยอายุแท้จริงถึงโดนทุมมาแสดงท่าทางข่มออกมาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ 

ก็แหม...ปูนนี้แล้วยังไม่ได้ออกเรือน พวกผู้หญิงในหมู่บ้านจะได้มองว่าเป็นตัวประหลาดประไร 

“ก็ยังเด็กอยู่ดี” คุณหมอหนุ่มส่ายหน้า

“อาฮะ งั้นสมมติว่าท่านครูเกิดต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปล่ะ จะครองตัวเป็นโสดตลอดไปจริงๆ เหรอ” เธอออกจะเสียดายรูปร่างหน้าตาเขาอยู่ไม่น้อย ถ้าจับโกนหนวดเคราตัดผมเสียใหม่ เชื่อว่าแถนหลวงต้องเคยเป็นหนุ่มรูปหล่อมาก่อนกลายเป็นหมีแบบนี้แน่ๆ

“ให้ขวัญหาสาวให้ม๊า...”

“อย่าดีกว่า” แถนหลวงดึงผ้าพาดไหล่ สายตามองผู้อ่อนวัยกว่าด้วยความปรานี “แล้วถ้าเป็นขวัญจะทำยังไง”

“อะไรคะ”

“ถ้าเกิดต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป จะครองตัวเป็นโสดหรือว่าออกเรือน” เขาย้อนถามเสียงนุ่ม “เคยลองคิดหรือยัง”

ขวัญอรุณเงียบอึ้งไปอึดใจก่อนเปล่งเสียงหัวเราะ โบกมือไปมา “ไม่มีทางหรอกค่ะ อย่างขวัญน่ะใครมาสนก็รสนิยมแปลกพิลึกล่ะ ทั้งอยู่นอกเทรนด์สาวสมัยนี้ นิสัยรึก็ไม่เรียบร้อยกระโดกกระเดก ให้เอาไปเป็นแม่ยังพอว่า แต่เป็นเมียนี่คงไม่ไหว”

ความกระดากอายในน้ำเสียงร่าเริงทำให้เขาอดคลี่ยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ร่างสูงเหลือบตาขึ้นมองฟ้าพลางลอบถอนหายใจ

เฮ้อ เจ้าไม่คิดแต่คนอื่นคิด กลัวเขาจะเอาไปเป็นแม่ของลูกสิเล่า เจ้าขวัญ!


....................

จบตอน

เชิงอรรถ

ท่วยปั่ว = ทวยราษฎร์





Create Date : 05 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:26:18 น. 20 comments
Counter : 1576 Pageviews.

 
timeskip ช่วยมากค่ะ นางเอกเราจะได้ตอบโต้ถนัดๆเสียที ฮ่าๆๆ


โดย: Pinkc IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:6:48:23 น.  

 
อ่านตอนนี้แล้วค่อยคลายเครียดหน่อย เบาๆ แต่ฟินเฟร้อเหมือนเดิม ขอบคุณนะคะมาลงเรื่องแต่เช้าเลยวันนี้หายป่วยรึยังเอ่ย หายไวๆ นะคะคุณนราเกตต์


โดย: เจ้า แต้ม IP: 171.7.20.149 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:6:51:12 น.  

 
แถนหลวงแอบคิดอะไรอยู่น้อ ️


โดย: Beerbeer IP: 171.101.224.196 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:7:19:23 น.  

 
ค่อยดูสดใสร่าเริงขึ้นมาหน่อย มะงั้นสงสารหนูขวัญน่าดู


โดย: Sugar IP: 49.229.90.155 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:8:03:00 น.  

 
คุณเกตต์หายป่วยยังคะ หายไวๆ นะคะ
ยังรอตอนต่อๆ ไปอยู่นะคะ อิอิ


โดย: Khunprawn IP: 58.11.243.98 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:8:49:53 น.  

 
ขอร้องละค้า ไม่เอาหมอเป็นพระเอกนะค้าาาา เป็นพี่ได้ห้ามเป็นผัวคะ อิอิอิ


โดย: นงนง IP: 49.229.29.52 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:9:10:18 น.  

 
ใครจะเอาไปเป็นแม่ของลูก องค์คำแน่เลย เมื่อไรจะมารับซะที


โดย: nasa IP: 110.77.248.95 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:11:13:33 น.  

 
ปรับตัวได้แล้วสินะขวัญ ได้เจอพระองค์คำอีกทีจะเป็นไงเนี่ย 55


โดย: Neung IP: 49.230.236.5 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:11:18:03 น.  

 
แถนหลวงเป็นหมีตัวโตไปซะแล้ว
ผ่านไปปีแล้ว ใครหนอใครคิด งุงิๆ


โดย: patch IP: 49.229.91.113 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:11:31:31 น.  

 
ผ่านไปหนึ่งปีเร็วแท้ อย่าเพิ่งหมดสต๊อกนะจ๊ะ


โดย: ตัวอ้วน IP: 1.46.128.244 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:12:10:32 น.  

 
เหมือนมาอ่านระลึกความหลังค่ะ รอเร็วๆว่าเมื่อไห่จะถึงตอนที่ต่อจากคราวนู้นนซะที
ปล หายไวๆนะค้าาาา


โดย: First IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:14:45:11 น.  

 
โอ้โห ขวัญอรุณอยู่มาปีนึงแล้ว แบบว่าเวลาผ่านไปเร็วจังพระองค์คำไม่มาเย้าอะไรบ้างอ่ะ รู้สึกดีที่แถนหลวงเอ็นดูขวัญอรุณแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก อยากให้นางเอกของเราเข้าวังเร็วๆจัง ไม่รู้ว่าฉากแอบปีนต้นไม้เก็บลูกจันกินจะยังมีป่าวน้อ. เป็นกำลังใจให้พี่เกตต์หายป่วยเร็วๆนะคะ


โดย: kawee IP: 49.229.43.8 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:15:10:21 น.  

 
เนื้อเรืองชวนติดตามมากๆเลยค่ะ ลุ้นได้ทุกตอนสิน่าเรื่องนี้


โดย: คนสวย IP: 223.207.115.206 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:15:28:07 น.  

 
จะตอนต่อไปไหมหนอ อ่านถึงตอนนางเอกปีนเอาลูกจันทน์ป่ะ


โดย: กรรดึก IP: 134.196.207.193 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:17:35:29 น.  

 
ประโยคสุดท้ายพูดให้ตัวเองหรืิให้องคำนำ


โดย: ดา IP: 171.5.245.55 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:19:42:01 น.  

 
เจ้าไม่คิด แต่คนอื่นคิด ใครๆๆๆบอกมาเลย 5555++


โดย: sakeena IP: 171.96.185.37 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:21:34:27 น.  

 
เวลาผ่านไปเร็วจัง 1 ปีแล้ววว


โดย: ทราย IP: 118.173.61.89 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:18:12:23 น.  

 
ใจหายเลยผ่ายไปหนึ่งปีแล้วไม่รู้ว่าคนฝั่งอนาคตเป็นอย่างไรบ้างเน้อ สงสารคุณยายวารี


โดย: อุษาสะพรั่ง IP: 192.99.14.34 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:16:38:13 น.  

 
ใครคิดจะเอาหนูขวัญไปเป็นแม่ของลุกน๊าาาา 555


โดย: ณกานต์ IP: 223.206.244.53 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:18:54:11 น.  

 
เฮ้ย เวลาผ่านไป1ปี ไวมากค่ะะะะ
ขวัญสามารถต่อปาก ต่อคำกับทุมมาได้แล้ว เยี่ยมไปเลย
พี่ไทวะ น่ารักจังค่ะ ฮาาาาาา หนูปันใจให้พี่ไปแล้วเต็มๆ


โดย: หนูแรคคูน IP: 1.1.176.189 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:59:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.