บันทึกจากใจแม่ถึงลูกๆ และน้องแมวหมา
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
31 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Magic Snow Korea 1 วันที่ 26-28 ธค.52

วันแรก เป็นแรกของการเดินทาง นัดเจอกัน 2 ทุ่ม แต่ไกด์ทัวร์บอกว่าถ้ามาได้ทุ่มครึ่งก็มา เพื่อทำการเช็คอินก่อน

ครั้งนี้เดินทางด้วยสายการบิน Korean Air (KE) ออกตอน 4ทุ่ม 45


เครื่องบินค่อนข้างใหม่ สะอาดและนั่งสบาย ไม่นานนักก็พามาถึงสนามบินนานาชาติอินซอน ก่อนเวลาเล็กน้อย ราว ตี 5 ครึ่ง



ภาพสนามบิน มีสวนหย่อม ถ่ายได้แค่สวนตะบองเพชร ยังมีอีกหลายสวน แต่ไม่ได้ถ่ายภาพมา

กว่าจะผ่าน ตม.และรับกระเป๋าเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และรถพร้อมออกเดินทางก็ เกือบๆ 7.00 น.ท้องก็หิวเพราะอาหารเช้าบนเครื่องบินได้ข้าวต้มถ้วยเล็กๆ อร่อยแต่ไม่อิ่ม เช้านี้เลยเข้าไปหาข้าวปั้นมารองท้องพร้อมกาแฟ ทัวร์ไม่มีอาหารมื้อนี้ให้ ผิดหวังนิดๆ ทั้งๆที่มีเวลาเยอะน่าจะให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตา ทานอาหารเช้าแล้วค่อยไปเที่ยว

ทางทัวร์เห็นว่ามีเวลาเหลือเลยพาไปคลองชองแกชอน ก่อนไปเกาะนามิ พอลงจากรถเจอกับอากาศ -11 องศาซี แทบไม่อยากจับกล้องถ่ายภาพเลย มือมันแข็งชามากๆ เวลาออกจากถุงมือ






เขาว่าคลองนี้มีอายุกว่า 600 ปี ไหลผ่านเมืองหลวง ภายหลังได้มีการปรับปรุงใหม่ทำให้น้ำใสสะอาด ความยาวของคลองกว่า 6 กิโลเมตร

อากาศหนาวเย็น และแสงยังน้อยทำให้ถ่ายภาพให้สวยได้ยาก เลยหมดอารมณ์ที่จะถ่ายภาพ

8.35 น.รถบัสก็พามายังหมู่บ้านนัมซานฮันอก เดิมเป็นกิจกรรมที่จะพามาชมในวันที่ 4 แต่เนื่องจากตรงกับวันอังคาร เลยย้ายมาวันที่ 2 แทน


หมู่บ้านจำลองตามแบบเกาหลีโบราณ


ห้องบูชาบรรพบุรุษ ชาวเกาหลีกตัญญูมากเลย จะจัดโต๊ะบูชาให้ทั้งหมด 4 โต๊ะ สำหรับ บรรพบุรุษ 4 รุ่น



ห้องครัว


ห้องเก็บของ


สภาพแวดล้อมในหมู่บ้าน


มีไหไว้ดองกิมจิเยอะมาก ถ้าเป็นเมืองไทยคงเป็นไหปลาร้า



หลังจากนั้นคณะทัวร์ก็เดินทางไปยังโซลทาวเวอร์ หอสูง + ภูเขา สูงถึง 480 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล


รถบัสพามาส่งไม่ถึงหอคอย ต้องเดินขึ้นเขา ท่ามกลางอากาสหนาวเย็น เดินแค่ไหนก็ไม่มีเหงื่อ


ทางเข้าไปยังหอคอย เจอซุ้มคริสต์มาส


และครอบครัวหมีเท็ดดี้แบล์


สวยแปลกตาดี เพราะมีส่วนของกุญแจ ว่ากันว่ากุญแจเป็นเรื่องของคู่รักที่ต้องการมัดใจทั้ง 2 คนไว้ไม่ให้ไปเป็นอื่น



ตะลึงกับกำแพงกุญแจ ตามความเชื่อหรือแผนขายกุญแจกันแน่ น่าสงสัย


ชมวิวบนหอคอย เห็นไปไกล


ขากลับผ่านร้านขายของที่ระลึก เสียดายที่ไม่ได้ซื้อเลย เล็งไว้หลายชิ้นล้วนสวยงาม แต่ก็ไม่เจออีกเลยจนถึงวันกลับ ครั้งหลังต้องจำไว้ว่าเจอของถูกใจต้องซื้อทันที


ขากลับแวะซื้อถุงมือจากร้านข้างทาง นึกว่าจะถูกโก่งราคา แต่พบว่าที่เกาหลีราคาเดียวทุกที่ ไม่ต้องกลัวถูกหลอกแบบบ้านเรา


ขากลับเดินลงอย่างสบาย แวะเข้าห้องน้ำข้างทาง ที่นี่ห้องน้ำสะอาดและไม่คิดเงิน บางห้องที่นั่งอุ่น มีน้ำอุ่นให้ล้างมือ สุดยอด การท่องเที่ยวเขาทำงานเก่งจัง


อาหารกลางวัน เป็นมื้อแรกรสชาดดี อร่อยมากๆ อาจเพราะหิวหรือเปล่า แต่ทุกคนลงความเห็นว่ามื้อนี้อร่อยมากๆๆๆ

หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปยังเกาะนามิ ไปดูสถานที่ถ่ายทำหนังทีวียอดฮิตในอดีต จำไม่ได้เลยว่าได้เคยดูหรือเปล่า แต่ก็พอคุ้นๆกับความหล่อของพระเอกนะ


หล่อแบบนี้น่าจะมีคนคุ้นหน้าพระเอกนะ


เดินตามไกด์ทัวร์จนมาถึงอีกฟากของทะเลสาบ และมาถึงที่วิวสวย เป็นฉากหน้าปกซีดีเรื่อง Winter Sonata


ขอเป็นภาพน้องนุ่นก็แล้วกัน ภาพที่ถ่ายคู่กัน ยังไม่มา ไว้มาแปะทีหลังก้แล้วกัน

อากาศเย็น+หนาว หิมะตก มีลมอ่อน ๆยิ่งหนาวเข้าไปอีก ต้องหลบไปผิงไฟเป็นระยะๆ





มีนิทรรศการเกี่ยวกับหนังสือ


เดินเล่น ถ่ายภาพแล้วขึ้นเรือข้ามฟากก่อนเวลานัดเล็กน้อย

แถวท่าเรือมีร้านขายอาหาร แวะชิมไส้กรอกย่าง และหมึกย่าง ปลาหมึกของเกาหลีตากแห้งแบบไม่เค็ม ได้รสชาดดีหวานและนุ่ม ๆกรอบๆ อร่อย แถมไม่เหม็นคาวแบบปลาหมึกบ้านเรา (บ้านเราเค็มๆคาวๆ)


ได้เวลาเดินทางต่อค่ะ

ที่พักคืนแรก ที่ Sorak Daemyung Resort ที่นี่มีบ่อน้ำแร่อยู่ใต้ดิน ทางโรงแรมสูบน้ำมาใช้ทำสวนน้ำ และบ่อแช่น้ำแร่ แต่กว่าจะมาถึงก็ค่ำ มีเวลาไม่มากเพราะต้องเดินทางไปทานข้าวมื้อเย็นนอกโรงแรม แถมโรงแรมก็ทำห้องให้ไม่เสร็จ มีบางห้องกำลังทำความสะอาด ห้องพักใช้ได้ ที่ขาดคือพรมเช็ดเท่าในห้องน้ำ และผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ซึ่งไกด์ได้แจ้งมาก่อนแล้ว

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2552




ตื่นเช้ามาถ่ายภาพวิวภูเขาหน้าโรงแรม อากาศหนาวมากเลยต้องถ่ายภาพจากในห้อง ผ่านกระจกหน้าต่างอาหารเช้าเป็นบุฟเฟ่ ที่ไม่เจริญอาหารเอาเสียเลย ยังดีที่มีจานกระเบื้องให้ใช้ แต่แก้วน้ำเขาใช้แก้วกระดาษ มีกาแฟจืดๆชืดๆ รสจางๆใส่แก้วกระดาษ น้ำผลไม้สำเร็จรูป มีให้ทานดีกว่าไม่มีให้ทาน


ออกไปชมวัดชินฮึงซา วัดเก่าแก่ในนิกายเซ็น สร้างในปี คศ.662 ทิวทัศน์สวยงาม เดินฝ่าลมหนาวไปถ่ายภาพ บางคนในคณะก็แวะรับไออุ่นในร้านค้า


ประตูชั้นนอกของวัดมีลวดลายสวยงาม


เดินไปถึงพระพุทธรูป ถ่ายภาพ ทำบุญแล้วก็เดินกลับ ไม่ได้เดินไปดูประตูวัดชั้นใน แต่มีหลายคนในคณะที่เดินไปถึง หนาวมากๆๆๆ ถอดถุงมือเป็นมือชาเลยค่ะ

หลังจากนั้น ไปสกีรีสอร์ท เป็นที่เล่นสกีแห่งใหม่

ระหว่างทางแวะร้านเช่าชุดเล่นสกี ราคาคนละ 15000 วอน เท่ากับ 450 บาท เป็นเสื้อและกางเกงกันน้ำกันลม


ส่วนอุปกรณ์นั้นยังไม่เช่าจากที่นี่ เพราะไม่ต้องการแบกอุปกรณ์ขึ้นรถ และที่โรงแรมก็มีให้เช่า ราคาก็ไม่ได้แตกต่างกัน


ถึงโรงแรมแวะรับกุญแจที่ตึกนี้ แล้วไปพักที่อีกตึก ลักษณะของโรงแรมเหมือนคอนโดมากกว่า เป็นห้องใหญ่มีห้องนอน ห้องดูทีวี มีครัวและห้องน้ำ พื้นห้องอุ่นมากน่านอน มีเตาผิงไฟฟ้า ทำได้สวยงาม ห้องพักใหม่มาก เครื่องนอนสะอาดเหมือนเพิ่งเปิดครั้งแรก ไกด์บอกเพิ่งเปิดให้พักเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้เอง



เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาที่ลานสกี ภูเขาไม่สูงมาก ลานสกีเหมาะสำหรับมือใหม่มากๆ


น้องนุ่นมาในชุดสกีสีแดง


น้องฝ้ายได้ชุดสีชมพู


ได้อุปกรณ์แล้วลงสนามเลย ไกด์น่ารักมากช่วยฝึกเบื้องต้นให้



มีเวลาเล่นสกีราว 3 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายรวมค่าเช่าชุดและอุปกรณ์ คนละ 45,000 วอน คิดเป็นเงินไทยราว 1,350 บาท ค่าสนามไม่ได้เสียเพราะไม่ได้ซื้อตั๋วขึ้นกระเช้า แต่น้องฝ้ายเดินขึ้นกระเช้าโดยไม่มีปัญหา ทั้งๆที่ไม่มีบัตรผ่านติดที่หน้าอก


ไม่นานน้องนุ่นกับน้องฝ้ายก็แยกย้ายไปเล่นได้อย่างคล่องแคล่ว ไกด์บอกว่าเล่นเก่งใช้ได้

พ่อกับแม่แวะหากาแฟทานที่ร้านสวยๆร้านนี้

กาแฟ 2 แก้ว เป็นเงิน หมื่นห้าพันวอน (แก้วละ 210 บาท)


เดินเข้าเดินออกหาไออุ่นจากเครื่องฮีทเตอร์ในร้านอาหารเป็นระยะๆ แล้วก็ไปถ่ายภาพเด็กๆ แดดกำลังจะหมด อาทิตย์กำลังตกดิน


วิวตรงที่พัก มีดวงจันทร์ค้างฟ้า


เล่นเสร็จแล้วแต่ละคนก็เป็นแบบนี้ แก้มแดงเป็นลูกตำลึงสุก




Create Date : 31 ธันวาคม 2552
Last Update : 2 มกราคม 2553 16:24:41 น. 0 comments
Counter : 3155 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ดีใจและมีความสุขมากตั้งแต่ได้เลี้ยงแมว ได้แมวเป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ชีวิตจึงผูกพันธ์กับแมวมาก แมวตัวแรกชื่ออาแหงว มันร้องเก่ง บางครั้งเหมือนจะโต้ตอบกับเจ้าของได้ เวลาเราเรียกมัน มันจะขานรับ น้ำเสียงร้องของแมวก็มีความแตกต่างกัน แล้วแต่อารมณ์

ทำงานด้านสุขภาพ มาสิบกว่าปี ออกมาอยู่บ้านได้ระยะหนึ่งแล้ว ลูกๆก็โตกันแล้ว อีกไม่กี่ปีก็คงไม่อยากเล่นกับแม่แล้ว แม่ก็ต้องหาอะไรทำเช่นกัน

เลี้ยงแมวนี้ไม่ค่อยเป็นภาระมาก กลางวันแมวจะนอน ปล่อยทิ้งไว้ในห้องได้

Friends' blogs
[Add แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.