บันทึกจากใจแม่ถึงลูกๆ และน้องแมวหมา
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Magic snow ตอนที่ 2 (29-30 ธค.)

เช้าวันที่ 29 ธันวาคม 2009
ตื่นนอนตอนเช้า แบบไม่อยากลุกจากที่นอนเลย เดินไปตึกข้างๆไปทานอาหารเช้าเป็นอาหารญี่ปุ่น ได้โซบะร้อนๆ กับข้าวสวย และหมูชุบแป้งขนมปังป่นทอด อร่อยมากๆดีกว่าอาหารเช้าของเมื่อวาน


ระหว่างรอเวลาออกรถ ก็เดินเก็บภาพหน้าที่พัก



เช้านี้ต้องเดินทางไกล จากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก ราว 2 ชั่วโมง ไปแวะ ดูหมู่บ้านอังกฤษ (English village) สร้างในปี 2008 เป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่สวยงาม น่ามาเรียนมากเลย และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ดังเรื่อง F4 ฉบับเกาหลี (เสียดายที่ไม่เคยดู)








สงสารต้นไม้มากเลย เจออากาศเย็นๆและหิมะตกด้วยแล้ว เหมือนยืนตายเลย ใบไม่ทันร่วงแห้งคาต้น มีคนบอกว่าถ้ามาเที่ยวช่วงเดือนตุลาคม จะสวยมาก แต่จะยังไม่มีหิมะ (มีแต่ใบไม้เปลี่ยนสี)





เดินตามกันไปที่อาคารเรียนของตัวละคร F4


ห้องเรียนหรูมาก เฉพาะ 4คนลูกเศรษฐีเท่านั้น เรียนแยกจากเด็กคนอื่น


เดินออกมาเจอนักเรียนจริงๆ มีแต่เด็กๆ ใส่เสื้อตามสี


กลุ่มนี้สีน้ำเงิน


โรงเรียนสวยน่ามาเรียนมากเลย แต่อากาศหนาวแบบนี้อยากนอนอยู่บ้านมากกว่า


น้องฝ้ายมาจากเมืองหนาว (Seattle) ยังบอกว่าหนาวกว่าที่เคยเจอ


อาคารด้านหน้าทางเข้า


ภาพฝีมือน้องนุ่น


ดารานำในเรื่อง


พระเอกหล่อมากๆ



ได้เวลาไปทานมื้อเที่ยง วันนี้ได้ทานไก่ตุ๋นโสม อร่อยมากๆ อิ่มแล้วเพิ่งจะนึกได้ว่าต้องถ่ายภาพสักหน่อย อร่อยเกลี้ยงไม่เหลือเลย


ระหว่างทางเดินขึ้นรถมีอาม่านั่งขายสตอร์เบอรี่ และลูกพับแห้ง เลยอุดหนุนอย่างละกล่อง ทานแล้วอร่อยมากๆ พยายามหาที่ซื้อ แต่ก็ไม่มีให้ซื้อ เสียดายจริงๆ


ไปเดินเล่นแถวตลาดทงแดมุน ไกด์พาไปซื้อเครื่องสำอาง ข้ามถนนมาก็เจอห้างแบบประตูน้ำ มีเสื้อผ้าไม่มียี่ห้อ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดเล็ก


เดินเล่นสักพัก ก็ได้เวลานัด ปรากฏว่าคนอื่นๆเขาเดินไปอีกห้าง และมีของน่าซื้อมากกว่า

บ่ายแก่ๆแล้ว ต่อไปก็เป็นรายการสนุกของเด็กๆ สวนสนุก Lotte World ย้ายจากวันอังคารเช้า ที่ 29 มาเป็นตอนเย็นแทน

อากาศที่หนาวเย็น ไม่ได้เป็นอุปสรรค ฝูงคนหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น ทราบมาว่าเป็นช่วงปิดเทอมพอดี เด็กๆที่นี่แก้มใส ผิวสวยกันทุกคน



ได้บัตร free pass ก็ไม่มีความหมายค่ะ เล่นอะไรไม่ได้เลย พวกเด็กๆแยกกันกับผู้ใหญ่ พากันไปเล่นเครื่องเล่นกันเป็นกลุ่มๆ สุดท้ายก็ไม่ได้เล่นอะไรสักอย่าง เหตุเพราะคนเยอะมากคิวยาว เวลามีไม่พอ คาดว่าต่อคิว พอได้เล่นก็ได้เวลากลับ กลุ่มน้องนุ่นจึงพากันหาที่เล่นก็ได้เข้าไปที่บ้านผีสิง ไม่น่ากลัวเพราะฟังภาษาเกาหลีไม่ออก


ทางไปเล่นเครื่องเล่นนอกอาคาร ฝ่าลมหนาวออกไปเดินสักพักก็ต้องยอมแพ้ เข้าหาที่อุ่นๆดีกว่า


เดินไปเจอลานสเก็ตน้ำแข็ง แต่ก็เข้าไปไม่ได้ เพราะต้องออกจากสวนสนุกก่อนแล้วตีตั๋วเข้ามาใหม่ มันเป็นคนละเจ้าของ แต่ทางทัวร์ เขียนเหมือนให้เข้าใจผิดว่าสามารถเข้าไปเล่นได้ แล้วไกด์ก็มาแจ้งใหม่ว่าเล่นไม่ได้


ไปแวะทานกาแฟ แต่ครั้งนี้สั่งน้ำผลไม้มาทานดีกว่าเพราะใกล้เวลาอาหารค่ำแล้ว เดี๋ยวตาค้างนอนไม่ได้ทั้งคืน



ภาพนี้ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำใกล้จุดนัดพบ ตรงประตูทางออกทิศใต้ หาง่ายจำง่าย


ไปดูละคร Nanta Show สนุกมากๆในเวลาชั่วโมงครึ่ง หมดไปอย่างรวดเร็ว ดูไปก็ฮาไปตลอด ช่างคิดช่างสร้างกันจริงๆ


หมดไปอีกหนึ่งวัน กลับเข้าที่พักที่ โรงแรม Novotel Ambassdor Doksan Seoul แบบหมดสภาพ โรงแรมอยู่ใกล้ห้างขายส่ง ก็ไม่มีแรงจะเดินไป ขอนอนดีกว่า น่าเสียดายมากเลยเพราะของในนั้นราคาถูกมากๆ ยกแพค 6 ชิ้นถูกกว่าชิ้นเดียวในซุปเปอร์ อย่างพวกมาม่า และขนมกรอบ ครั้งหน้าไปใหม่จะขนกลับมาแก้แค้นค่ะ

30 ธันวาคม 2009

อาหารเช้าที่โรงแรม เป็นครั้งแรกที่ได้อาหารเช้าของโรงแรม เป็นบุฟเฟ่ที่อร่อยมาก มีทั้งอาหารฝรั่ง จีนและเกาหลี

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของที่นี่ หลังอาหารเช้าไปชมศูนย์โสม เพิ่งจะรู้ว่าโสมมี 2 แบบคือโสมเลี้ยงกับโสมธรรมชาติ ชาวบ้านเพิ่งจะได้กินโสมเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ก่อนต้องไปหาโสมป่าตามป่าเขา แต่ตอนหลังมีการปลูกโสมกันแล้ว และรัฐบาลให้โควต้าในการปลูกที่จำกัด การปลูกแต่ละครั้งเก็บเกี่ยวได้ในปีที่ 4-6 และหลังจากนั้นต้องปรับปรุงดินด้วยพืชตระกูลถั่วไปอีก 10 ปี หลังจากลองปลูกสตอร์เบอรี่ ถ้าให้ผลหวานก็สามารถปลูกโสมได้อีก เพราะโสมดูดสารอาหารในดินจนเกลี้ยง

ทั้งนี้เป็นอุบายหรือเปล่าที่ไม่ให้โสมมีมากเกินไปเลยทำให้การปลูกโสมกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก

หลังจากนั้นก็ไปชอปปิ้งที่ตลาด เมียงดง

ไปหาซื้อเครื่องสำอาง


ร้านนี้ได้ของแถมเยอะมาก


เดินเล่นมีอะไรที่น่าสนใจ ราคาไม่แพงเหมือนไปชอปที่ญี่ปุ่น



เขาว่าอร่อยเลยแวะมาชิม โดนัทร้านนี้อร่อยสมกับที่ร่ำลือ น้องฝ้ายบอกว่าที่ญี่ปุ่นคิวยาวมาก ทำให้พอได้คิวก็จะสั่งหลายชิ้นไปฝากเพื่อนๆ ให้ช่วยกันชิม


นั่งเล่นหลบความหนาว

จุดนัดพบคือตึกที่ทำการไปรษณีย์ พอจะมีที่พัก และห้องน้ำสะอาดให้เข้าไปใช้
ได้เวลาขึ้นรถ ไปรับประทานอาหารกลางวันตอนบ่ายสาม






Create Date : 02 มกราคม 2553
Last Update : 3 มกราคม 2553 14:27:27 น. 4 comments
Counter : 3203 Pageviews.

 
สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะเข้าไปทักทายที่บล๊อคนะครับ โปรแกรมเดียวกันจริงๆ ด้วย เพียงแต่ทริปผมคงจะไม่หนาวเท่านี้แน่นอน เพราะทริปรอบผมไม่ได้เห็นหิมะตกอย่างที่ทริปรอบนี้เห็นที่เกาะนามิ ของผมเขียนไปแล้ว 3 ตอน น่าจะยังเหลืออีก 2 ตอน อิอิ ไม่รู้จะชวนไปชมยังไงเพราะว่าโปรแกรมเดียวกันเลยครับ

การได้ชม หรือเที่ยวตามโปรแกรมเนี่ย ผมว่าขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ในแต่ละที่นะครับ ไกด์มีส่วนสำคัญกับเรื่องนี้มาก และที่สำคัญคือโชค อิอิ อย่างเช่น เจอคนมหาศาลใน Lotte world หรือ รถติดหนักระหว่างเดินทางอย่างนี้เป็นต้น

ฮอกไกโดเป็นอีกที่ที่อยากไปครับ ไว้ต้องหาโอกาสไปครับ ส่วนปี 2553 มีโปรแกรมบังคับแล้วเพราะลูกพี่ลูกน้องของแฟนผมเค้าแต่งงานที่ตุรกี ต้องไปแหงๆ เลยไม่ต้องคิดจะไปเที่ยวประเทศอื่น

ไปต่างประเทศบ้านผมยังคง limit ไว้ที่ 1 ครั้งต่อปี เก็บเงินไว้เที่ยวเมืองไทยและกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดครับ อีกอย่างคือ เงินมีเที่ยวแค่ปีละ 1 ประเทศ อิอิ


ขอส่งความสุขในปีใหม่นี้ให้พี่ และครอบครัวมีความสุขสมหวัง สุขภาพกายใจสมบูรณ์แข็งแรง มีครอบครัวที่อบอุ่น พบแต่สิ่งที่ดีๆ ตลอดปีใหม่นี้ครับผม

สวัสดีปีใหม่ครับ


โดย: punndaddy วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:7:48:10 น.  

 
ขอบคุณมากเลยค่ะ พ่อน้องปุณ ขอให้ครอบครัวน้องปุณ พบแต่สิ่งดีๆเช่นกันค่ะ


โดย: แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:14:49:47 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาตามพี่เผ้กเที่ยวเกาหลีด้วยคนครับ ดูภาพบรรยากาศแล้วน่าสนุกสนานจังเลยนะครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:14:23:24 น.  

 
มาตอบเรื่องเลนส์ครับ

เลนส์ติดกล้องผม Nikon 16-85mm VRII ครับ ตัวนี้คุณภาพดีครับ ผมชอบ แต่ภาพที่สกีรีสอร์ทถ่ายด้วย 70-300 VR นะครับ

ตอนไปเกาหลี เอา Canon G11(Compact) ไปด้วย ก็ช่วยได้ในหลายๆ สถานการณ์เหมือนกันครับ


โดย: punndaddy วันที่: 24 มกราคม 2553 เวลา:21:13:32 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ดีใจและมีความสุขมากตั้งแต่ได้เลี้ยงแมว ได้แมวเป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ชีวิตจึงผูกพันธ์กับแมวมาก แมวตัวแรกชื่ออาแหงว มันร้องเก่ง บางครั้งเหมือนจะโต้ตอบกับเจ้าของได้ เวลาเราเรียกมัน มันจะขานรับ น้ำเสียงร้องของแมวก็มีความแตกต่างกัน แล้วแต่อารมณ์

ทำงานด้านสุขภาพ มาสิบกว่าปี ออกมาอยู่บ้านได้ระยะหนึ่งแล้ว ลูกๆก็โตกันแล้ว อีกไม่กี่ปีก็คงไม่อยากเล่นกับแม่แล้ว แม่ก็ต้องหาอะไรทำเช่นกัน

เลี้ยงแมวนี้ไม่ค่อยเป็นภาระมาก กลางวันแมวจะนอน ปล่อยทิ้งไว้ในห้องได้

Friends' blogs
[Add แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.