บันทึกจากใจแม่ถึงลูกๆ และน้องแมวหมา
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 

ไปเมืองกาญจน์ 18-19 กค.2552

เดิมทีวางแผนไว้ 4 วัน 3 คืน แต่มีเหตุให้ต้องย่อเหลือ 2 วัน 1 คืน
เป้าหมายหลักคือ พาน้องนุ่นไปดูร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 สมัยที่ญี่ปุ่นบุกเข้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกัน ตั้งแต่ประเทศไทยและมาเลเซีย รวมทั้งสิงคโปร์

เมื่อนายทหารอังกฤษยอมแพ้ ขอสงบศึก ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรเลยตกเป็นเชลย ถูกกวาดต้อนมาที่เมืองกาญจน์ เพื่อสร้างทางรถไฟ เพราะญี่ปุ่นต้องการบุกต่อไปยังพม่าและอินเดีย


ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ โดยสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่าทาง

มีความยาวจากหนองปลาดุกถึงสถานีตันบีอูซายัดรวม 415 กิโลเมตร เป็นทางรถไฟอยู่ในเขตประเทศไทยประมาณ 303.95 กิโลเมตรและอยู่ในเขตพม่า 111.05 กิโลเมต

ทางรถไฟสายนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้แรงงานเชลยศึกของสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศเมียนมาร์

ปัจจุบันเส้นทางนี้ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตก เป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิด เดินรถบนเส้นทางนี้ทุกวันและจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ - น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ จุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากคือช่วงสะพานข้ามแม่น้ำแคว และช่วงโค้งมรณะหรือถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นสะพานโค้งเลียบแม่น้ำแควน้อยยาวประมาณ 400 เมตร


ข้อมูลบางส่วนจาก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ทางรถไฟที่สร้างลำบากที่สุดตอนหนึ่งคือ บริเวณสะพานถ้ำกระแซ การก่อสร้างทางรถไฟในช่วงนี้มีเทือกเขาสูงชันติดกับลำน้ำแควน้อย วิศวกรญี่ปุ่นจำเป็นต้องสร้างเลียบลำน้ำ ทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามภูเขา ยาว 400 เมตร ซึ่งเป็นช่วงที่เชลยศึกต้องเสียชีวิตมากที่สุด คือประมาณ1,000 กว่าคน


การสร้างทางรถไฟเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ในวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ.1943 ใช้เวลาทั้งหมด 17 เดือน

ทางรถไฟสายนี้ได้ใช้งานเพียง 1 ปีเท่านั้น จนถึง วันที่ 15 สิงหาคม ปี ค.ศ 1945 ญี่ปุ่นก็แพ้สงคราม ทางรถไฟจึงตกเป็นของรัฐบาลอังกฤษ ทางรัฐบาลไทยจึงได้ขอซื้อทางรถไฟสายนี้ในราคา 1,250,000 ปอนด์สเตอร์ลิง และได้ทำการรื้อรางออกไปบางส่วน บริเวณรอยต่อชายแดนไทยพม่า

เมื่อทางรัฐบาลไทยได้ซื้อทางรถไฟสายนี้แล้ว จึงทำการซ่อมแซมทางรถไฟจนถึงสถานีน้ำตกเท่านั้น เพราะเส้นทางที่เหลือรัฐบาลไม่มีงบประมาณพอ ที่ทำการซ่อมแซม ทำให้เส้นทางที่เหลือซึ่งก่อสร้างด้วยวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องทรุดโทรมอย่างหนักจนปัจจุบันทางรถไฟที่เหลือจึงกลายเป็นป่าปกคลุมตลอดทาง

ข้อมูลจาก
//www.geocities.com/railsthai/article15.htm

กางแผนที่กำหนดจุดท่้องเที่ยวและหาที่พัก
ในช่วงเวลา 2 วันหนึ่งคืน เสาร์และอาทิตย์

วันแรก ออกเดินทางแต่เช้า ล้อหมุนตอน 7.00 น. บวกลบ สายเล็กน้อย มีรถติดบ้างไม่มากนัก จุดหมายแรกคือสุสานพันธมิตร ในตัวเมืองกาญจนบุรี





น้องหมาน่ารักที่สุสาน



น้องนุ่น



หลังจากเก็บภาพและไว้อาลัยเหล่าทหารผู้เสียชีวิตในสงครามแล้วก็มุ่งหน้าไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว เจอรถไฟกำลังจอดพอดี





รอให้รถไฟผ่านไป นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติก็เดินไปที่สะพานทันที







คนๆนี้ไม่ยอมเดินบนสะพาน ได้แต่ยืนรอ


วิวสวยๆแถวสะพาน


แล้วก็ตรงไปวัดหลวงตามหาบัวเพื่อไปดูเสือ ควรไปถึงก่อนเที่ยงเพราะเป็นเวลานำเสือออกจากกรง

ไปถึง 11 .เศษ น้องนุ่นต้องไปเปลี่ยนเสื้อใหม่ เพราะสีส้มไม่เหมาะ สีเดียวกับจีวรพระ เสืออาจเข้าใจผิดตรงเข้ามาเล่นได้

เมื่อได้เวลาเจ้าหน้าที่จะบอกให้นักท่องเที่ยวหลบไปอยู่หน้าน้ำตก เวลาปล่อยเสือคือเที่ยงตรง พอดีฝนตกลงมาปรอยๆ เขาปล่อยเสือแถวน้ำตกก่อน


ภาพนี้บอกว่าเสือไม่ได้ออกมาเดินเล่น แต่ออกมาทำธุระส่วนตัว






เสือเดินมาใกล้นักท่องเที่ยวมากเลย หลายคนคุยกันว่าเสือกระโดดได้ไกล ดีนะที่มีคลองกั้นไว้

ฝนยังตกปรอยๆ ท้องเริ่มหิว อีกอย่างวันนี้คนเยอะ ตรงจุดให้อุ้มลูกเสือ และเข้าไปถ่ายภาพเสือ เขาให้เข้าทีละคน และบางจุดต้องจ่ายเงินเพิ่ม เลยตัดสินใจว่าพอแล้วค่ะ ได้ภาพเสืออย่างหนำใจแล้ว ต้องขอบคุณเลนซ์เทลเล ที่นำมา สามารถดึงภาพได้อย่างสวยงาม


กางแผนที่หาร้านอาหาร พบว่าร้านเรณู ได้รับการแนะนำน่าจะอร่อย


น้องนุ่นระหว่างรออาหาร






อร่อยไหมดูจากร่องรอยที่เหลือ ความจริงอาหารก็งั้นๆ แต่หิวมากเลย อะไรมาก็หมด


อิ่มแล้วมาดูนกขุนทองช่างจ้อ ใครผ่านก็สวัสดีคร้าบ


เอื้องเงินของร้าน


โฮย่าหัวใจ H.kerrii มีแต่ใบ ไม่มีดอกสักดอก


ตุ๊กตาเริงระบำ กล้วยไม้ออนซีเดี้ยมพันธ์หนึ่ง


ฝักหรือผลของหิรัญญิการ์

มื้อเที่ยงผ่านไป ได้เวลาล้อหมุนต่อ กางแผนที่อีกแล้ว ไปไหนดี ตรงไปทางหลวงสาย 323 ก่อนถึงที่พัก แวะช่องเขาขาดก่อน มีคนแนะนำว่าควรมา





ข้อมูลเพิ่มเติมของช่องเขาขาด
//www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E2544780/E2544780.html

//www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6-4/no05-09-38/unseeninthailand/sec04p002.htm












คู่พระคู่นาง


อีกภาพตรงช่องเขาขาด

จบตอนที่ 1 ค่ะ (ยังมีต่อ)




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2552
2 comments
Last Update : 21 กรกฎาคม 2552 11:00:32 น.
Counter : 1553 Pageviews.

 

แวะไปเที่ยวด้วยนะครับ

น่าสนุกจังเลยนะครับ

 

โดย: sak (psak28 ) 21 กรกฎาคม 2552 12:25:02 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ

 

โดย: NuAeaw 21 กรกฎาคม 2552 21:16:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ดีใจและมีความสุขมากตั้งแต่ได้เลี้ยงแมว ได้แมวเป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ชีวิตจึงผูกพันธ์กับแมวมาก แมวตัวแรกชื่ออาแหงว มันร้องเก่ง บางครั้งเหมือนจะโต้ตอบกับเจ้าของได้ เวลาเราเรียกมัน มันจะขานรับ น้ำเสียงร้องของแมวก็มีความแตกต่างกัน แล้วแต่อารมณ์

ทำงานด้านสุขภาพ มาสิบกว่าปี ออกมาอยู่บ้านได้ระยะหนึ่งแล้ว ลูกๆก็โตกันแล้ว อีกไม่กี่ปีก็คงไม่อยากเล่นกับแม่แล้ว แม่ก็ต้องหาอะไรทำเช่นกัน

เลี้ยงแมวนี้ไม่ค่อยเป็นภาระมาก กลางวันแมวจะนอน ปล่อยทิ้งไว้ในห้องได้

Friends' blogs
[Add แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.