Nada_pom
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็อยู่ไปวันๆหายใจทิ้ง มันไม่หนุกไง แพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกับเราดีก่า จะให้มันก็ต้องไปกับเพื่อน มัวๆกันไปก็สนุกเหมือนกันนะ ได้รสชาติดี

"ชื่นมื่นงานแต่งบิว"เข้ามาดูกันเลยนะจ๊ะ เหมือนงานเลี้ยงรุ่นเลย แฮะ แฮะ


New comming Up

"My Fevorite Guy"เจอะแล้วแฟนเราเองคนนี้ ดูแล้วก็อย่าอิจฉาละกัน





เข้ามาทักตรงนี้หน่อยดิตัวเอง

Group Blog
 
 
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Nada_pom's blog to your web]
Links
 

 

Better Together 4th Tripe










ดีใจจังจะได้ไปเที่ยวจักหวัดกาญ จะว่าไปคนเป็นโสดก็ดีงี้แหละ เอาเป็นว่าทริปนี้มีผู้ชายไปด้วยนะค่ะ แต่ว่าพี่เขามีแฟนแล้วละ แต่รสนิยมเดียวกันค่ะคือ "ชอบเที่ยว" ทริปนี้มีกุ๊กไปด้วย she ก็ชอบเที่ยวเหมือนกันค่ะ
อุ้ยลืมแนะนำผู้ชายในทริปนี้ คือ พี่หนุ่ย พี่ผู้อุปการะเราทั้งทางโลกและทางธรรม (ไม่น่าเชื่อว่าพี่แกชวนเราไปนั่งวิปัสสนาด้วยกันมาก่อน
เอาเป็นว่าทริปนี้ก็จัดขึ้นโดยคุณพี่หนุ่ย เที่ยวกาญจนบุรี ด้วยเงิน 900บาท พี่แก serch เจอะทางเนต ถือว่าถูกนะ เลยต้องตามมาดูกันหน่อยแล้วว่ามันมีอะไรบ้างทำไมถึงถูก
เรานัดกันหน้าโรงแรม..อะไรนะ มากันพร้อมหน้าพร้อมตาและ เหลือรถตู้ที่จะมารับเรา ทำไมยังไม่มาซะทีน่า
จากที่นัดไว้ 8โมง ปาเข้าไป 8 ครึ่งแล้ว พอมาปุ๊บ โอ้ยแม่เจ้า..ฝรั่งเต็มรถเลยค่ะคูณ มีคนไทยหัวโดอยู่ 3 คนนี้แหละ
เอา...ไปกันเลยครบแล้ว ก็นั่งรถไปประมาณ 3ชั่วโมงกว่าแล้ว ที่แรกที่เราแวะก็คือ "สุสานทหารสัมพันธมิตร" เป็นสุสานของทหารเชลยศึก บรรจุศพทหารถึง 6,982หลุม
ไปต่อที่สะพานแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายมรณะที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงงานของเชลยศึก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นตัดสินใจสร้างทางรถไฟความยาว 415 กิโลเมตร โดยผ่านป่าภูเขาจากบ้านโป่งในประเทศไทย ไปยังเมืองบูซายัตในประเทศพม่า มีเชลยศึกเสียชีวิตในการสร้างทางรถไฟทั้งสิน 12,599 ราย (แอบจิ๊กข้อมูลมาจากเวปคนอื่นอีกที ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะ)


พร้อมจะไปแล้ว

สุสานทหารสัมพันธมิตร

พี่หนุ่ยเก๊กหล่อ






เยื้องๆกับสะพานมีพิพิทภัณฑ์สงคราม จัดแสดงหัวรถจักรของญี่ปุ่น รถทหาร ปืนชนิดต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีหุ่นจำลองของพวกเชลยศึกที่ถูกทหารญี่ปุ่นทรมานด้วย ดูแล้วก็หดหู่ เดินไปเดินมาก็หลงกับเพื่อนอีก 2คนอีก วังเวงจัง
หลังจากนี้ไกด์บอกเราว่าจะไปล่องแพกัน ว้าวต้องสนุกแน่ล่องแพตอนเที่ยง
อืม..แต่พอไปเห็นสภาพแพปุ๊บ โอ้ว...มันไม่มีหลังคาเหรอ ทำไมมันดูบอบบางจัง เป็นแค่ไม้ไผ่ต่อกันแล้วก็ยกระดับที่นั่งขึ้นนิดหนึ่ง เสียวจะไม่รอดนะ ร้อนซะขนาดนี้จะให้พายไปจิงๆงะ แต่มันก็พายมาแล้วแหละ เคยเห็นฝรั่งกินแรงป่าว
ผู้ชายก็เยอะนะแต่มันไม่พาย แถมนินทาเราอีก(เพราะเราช่วยเขาพายไง) อย่าเมาท์นะฉันฟังรู้เรื่องย่ะ
พายไปถึงรีสอร์ทแล้วกินข้าวเที่ยงอย่างเอร็ดอร่อยเพราะหิวมาก แอบดูฝรั่งกินกันท่าทางจะอร่อยเหมือนเรานะ จัดจองห้องพักกันเสร็จก็นั่งพักสักครู่เตรียมตัวไปนั่งช้างต่อ
สะพานแม่น้ำแคว

พิพิทภัณฑ์สงคราม

หน้าสู้แดด

เพื่อนร่วมทัวร์



รถที่มารับเราต่อเป็นรถกะบะมีที่นั่งเหมือนรถสองแถว ก็ขนกันไปหมดละค่ะ 10คนเห็นจะได้ ไปถึงยังสถานเลี้ยงช้างต้องขอโทษว่าจำชื่อบ่ได้ แต่จะมาอัพที่หลัง นั่งบนหลังช้างชมธรรมชาติรอบสถานเลี้ยงช้างประมาณครื่งชั่วไมงได้ แล้วก็ให้อาหารช้าง ช้างหลายเชือกมีอายุมากทีเดียว ก่อนหน้านี้ช้างเหล่านี้เคยทำงานลากซุงมาก่อนแต่เมื่อป่าหมด ก็หมดอาชีพสำหรับควาญช้างไปด้วย ก็เลยนำช้างมาร่วมอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวแทน
ช้างกินกล้วยทั้งหวีเลย

คนขี่ช้างจับตั๊กแตน

น้ำตกโทรโยคน้อย






แล้วก็ไปน้ำตกโทรโยคน้อยที่มีโขดหินสูง บางโขดหินดูเหมือนหัวกะโหลกด้วย น้ำที่ตกลงมากระทบโขดหินนั้นไม่แรงมากนัก สีผิวของโขดหินดูเหมือนสีของดินมากกว่า เสร็จจากตรงนี้เราก็นั่งรถไฟกลับไปยังสะพานแม่น้ำแคว ทัศนียภาพสองข้างทางสวยงามมาก ระหว่างสถานีก็มีอาหารขึ้นมาขายบนรถ บ้างก็ขายอยู่ข้างล่าง พลาดได้ไงขออุดหนุนแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นซะหน่อย เมือรถไฟถึงสถานีแล้ว เราทั้งหมดก็กลับสู่ที่พัก คืนนี้เราจะนอนบนบ้านแพริมน้ำ

บนรถไฟ


วิวริมน้ำ



ดูเหมือนว่ารีสอร์ทที่เรามานอนนั้นจะมีแต่ฝรั่งแห่ะ หลังจากทานมือเย็นเสร็จ แยกย้ายกันไปนอน แต่ทางรีสอร์ทมีเสนอบัตรเข้าชมการแสดงแสงเสียงแม่น้ำแคว ฟังแล้วน่าสนใจจิงแต่ราคาบัตรแพง เขาเลยให้พิเศษราคาคนไทย 250บาทต่อคน ก็เลยโอเค พอขึ้นรถไปสมทบกับฝรั่งอีก 3 คน ก็นั่งคุยกันไปเลยเหมือนเจอะคนที่เที่ยวเก่งเหมือนกัน(แถมได้โชว์ภาษางูงูกินปลาอีกต่างหาก) เขาก็เล่าให้ฟังว่าตอนนี้บ้านเขาหนาวก็เลยหนีมาหาแดดที่นี้
รถพาเราไปส่งที่บ้านหลังหนึ่งซื่งเราก็นึกกันไม่ออกว่าการแสดงครั้งนี้มันจิงหรือลวง เพราะเรานึกถึงความอลังการณ์ของพรุ ของแสงไฟบนแม่น้ำแคว (ตามภาษาคนไม่รู้เทศกาลและเวลา) อย่างว่าเราไม่ใช่คนในพื้นที่ ไปถึงได้รู้ว่าโดนหลอกซะแล้ว มีเพียงรถไฟจำลอง หมู่บ้านจำลอง แม้แต่พรุก็จำลองมา หือ หือ เศร้าใจจัง กลับไปนอนดีก่า
วันนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายเราจะไปน้ำตกเอราวัณกัน ที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางที่จากชั้นที่ 1ถึง 7 ประมาณ 2กิโล น้ำที่นั้นเขียวฟ้าสวยมากๆ ขอบอก ความชันของเส้นทางก็ใช้ได้ อย่างเราก็ต้องขึ้นถึงชั้น 7 อยู่แล้ว โปรแกรมสุดท้ายของวันนี้คือไปเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ที่มีข่าวว่าเขื่อนร้าวในตอนนั้น แล้วเราก็ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันกลับพี่หนุ่ยกับกุ๊กนั่งรถต่อไปชล ส่วนป้อมก็กลับกรุงเทพฯ หวังว่าสักวันคงได้มาเที่ยวกาญในมุมมองที่เรายังไม่เคยเห็น

วิวสวยอีกแล้ว

ไฮ เด็กญี่ปุ่น

น้ำตกเอราวัณ














 

Create Date : 18 ตุลาคม 2550
3 comments
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2550 15:50:26 น.
Counter : 383 Pageviews.

 

ทริปนี้ไปมาเมื่อไหร่หว่าไม่เห็นบอกกันบ้างเลย อิจฉา(อีกแล้วว่ะ) อิอิ

 

โดย: ling IP: 124.120.174.210 18 ตุลาคม 2550 20:00:55 น.  

 

ทำไมเสียงกุ๊กมันดูแปลกๆ ดูผู้ใหญ่ยังไงไม่รู้

 

โดย: toodmeuk IP: 222.123.247.176 25 ตุลาคม 2550 9:59:56 น.  

 

อยากไปบ้างจัง มีน้ำตลอดปีหรือเปล่า เมื่อไรหัวหน้าทีมจะพาหนีเที่ยวบ้าง

 

โดย: NA IP: 203.151.12.2 25 ตุลาคม 2550 16:12:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.