นักเขียนไส้แห้งรายงานตัว

<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 พฤศจิกายน 2552
 

9 วัน 4 ประเทศ ตอนที่ 2 ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่โรม

หลังจากวันแรกเป็นวันเดินทาง วันที่ 2 ลุยกรุงไคโร มาต่อกันดีกว่า

เช้าวันที่ 3 หลังจากบุฟเฟ่ห์อาหารเช้าที่โรงแรมในไคโร ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารหลากชนิดทั้งอาหารเช้าแบบฝรั่งไปจนถึงอาหารแบบโลค่อลของอิยิปต์แท้ๆ ไอ้เราก็ได้แต่มอง อยากลองก็อยาก แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรควรจะกินกับอะไร

8โมงเช้า ทุกคนพร้อมเดินทางที่สนามบินนานาชาติไคโรพอมีเวลาช้อปปิ้งเล็กน้อยที่สนามบิน เลยได้ปิดท้ายด้วยกระเป๋าผ้าพื้นสีดำพิมพ์ลายสุดเก๋ ราคาเพียง 5 ยูเอส ตกเป็นเงินไทยก็ไม่ถึง 200 บาท นับว่าถูกมากๆ สำหรับกระเป๋าผ้าไซด์ใหญ่ขนาดนี้



แล้วก็ได้ของฝากจากอิยิปต์อีกเล็กน้อย เป็นภาพวาดบนกระดาษปาปิรุส ซึ่งคาดว่าจะมอายุอย่างน้อยๆ ก็ 100 ปี แต่ถ้าเก็บรักษาดีๆ อาจอยู่ได้หลายพันปี เหมือนที่เห็นในพิพิธภัณฑ์ (แม้ว่าเราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่ามันจริงรึเปล่าก็ตาม)

ภาพวาดม้วนใส่กระบอกเพื่อให้ง่ายต่อการเดินทาง หน้าตาตาแบบนี้


เดินทางกันต่อดีกว่า บินจากกรุงไคโรสู้กรุงโรม ใช้เวลาราวๆ 3เกือบ 4 ชั่วโมง ในที่สุดเราก็มาถึงกรุงโรมตอน 10.05 น. มาถึงสนามบินลีโอนาร์โด ดาวินชี่ เข้าแถวตรวจคนเข้าเมืองอยู่พักนึงกว่าจะออกมาได้เสียเวลาไปพอสมควร

เจ้าหน้าที่ของบริษัททัวร์ชื่อบริษัททราฟังก้า (เป็นชื่อที่ตั้งตามชื่อสนามรบในสมัยจักรวรรดิโรมัน (ขออภัยหากจำผิด) มาตั้งเป็นชื่อบริษัท) ซึ่งเป็นบรษัทที่ co กันกับบริษัททัวร์ที่เมืองไทยมารอรับอยู่แล้วที่สนามบิน

เพียงครู่เดียวเราก็เดินทางสู่เมืองโรมโดยรถโคชขนาด 50 ที่นั่ง (แน่นอนว่านั่งกันสบายอีกตามเคย ทั้งทริปมี 16 คน รวมไกด์)


ใกล้ถึงแล้ว กรุงโรม...

ในสมัยอาณาจักรโรมันโบราณเรื่อยมา แม้แต่ในปัจจุบันก็เถอะ ก็ยังกล่าวกันว่า "ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่โรม" ซึ่งเราไม่แปลกใจเลย...

พิซซ่า อาหารชื่อดังประจำชาติอิตาลี (แม้จริงๆ แล้วจะเป็นอาหารของชนชั้นแรงงานเพิ่มประทังความหิวพอให้อิ่มท้องก็ตาม)


ไม่กี่นาทีต่อมา เราก็ถึงจุดหมาย
ที่แรกที่เราจะไปเยือนกัน คือนครวาติกัน
นครรัฐซึ่งมีอิสระในการปกครองตนเอง ตั้งอยู่กลางกรุงโรม

เท่าที่ทราบ แต่เดิมอิตาลีใช้เมืองฟลอเรนซ์เป็นเมืองหลวง แต่พอตกลงกับทางวาติกันได้ โดยยอมให้วาติกันเป็นรัฐอิสระ ปกครองตนเองได้ วาติกันจึงยินยอมเข้าร่วมกับเป็นส่วนหนึ่งของกรุงโรม

จากนั้นมาเมืองหลวงของอิตาลีจึงกลายเป็นกรุงโรม โดยมีนครวิติกัน ศูนย์กลางทางจิตใจของคริสต์ศาสนิกชนทั้วโลกเป็นหัวใจสำคัญ


อากาศที่โรมวันนั้น ค่อนข้างเย็นอยู่มาก น่าจะราวๆ 10 องศาต้นๆ
แต่ก็ยิ่งทำให้การเยือนวาติกันครั้งนี้ของเรายิ่งน่าสนใจยิ่งขึ้น
เมืองที่สวยอยู่แล้วก็ยิ่งสวยแปลกตา ราวกับอยู่ในสวรรค์

ทั้งที่ยอมรับตามตรงว่าก่อนหน้าที่จะออกมาชะโงกทัวร์นี้ วาติกันไม่เคยอยู่ในความสนใจเลย


ตอนแรกเรามีเวลาที่วาติกันเพียง 30 นาที ตามประสาชะโงกทัวร์ แต่เนื่องจากมีคนรอเข้าคิวเพื่อเข้าชมความงามของวาติกันจนแถวยาวเป็นกิโล (ซึ่งเราก็ยินดีต่อแถวรอ)

ทำให้เรามีเวลาที่นี่นานขึ้นถึง 1 ชั่วโมงเต็ม แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สาแก่ใจอยู่ดี



ภายในเต็มไปด้วยศิลปะวัตถุสำคัญมากมาย
ตั้งภาพวาด รูปปั้น เสา ประตู ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทั้งผนัง พื้นผิว เพดาน ล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่มีความสำคัญทั้งสิ้น

น่าเสียดายที่ภาพถ่าย รูปแกะสลัก "เพียต้า" ผลงานชื่อดังของไมเคิล แองเจอโล่ นั้น ถ่ายมาแต่ภาพดูไม่ได้เลย -*-

(นู๋ผิดไปแล้วค่า ที่ไม่ยอมลงทุนซื้อกล้องใหม่ อิแก่ที่มีอยู่นี่มันถ่ายภาพในที่แสงน้อยไม่ได้)

เอารูปปั้นสวยๆ ไปดูแทนก่อนแล้วกัน



หลังจากตื่นตากับความยิ่งใหญ่และงดงามของวาติกัน อย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน ก็ได้เวลาแล้ว

ไกด์ต้อนทุกคนกลับไปขึ้นรถ (เหมือนลูกเป็ดเลยแฮะ) เพื่อมุ่งหน้าสู่ที่ต่อไป

จุดหมายต่อไปของเราจัดอยู่ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่าอีกแห่งหนึ่ง
มันคือ โคลอสเซี่ยม สนามกีฬาซึ่งในสมัยโรมันโบราณ มีไว้สำหรับเป็นแหล่งประลองกำลังเพื่อความบันเทิงชนิดหนึ่ง

อย่างคนสู้กับคน หรือคนสู้กับสัตว์ แล้วขายบัตรให้คนเข้ามาดูกัน
หรือแม้กระทั่งให้นักโทษออกมาต่อสู้เพื่อจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ หรือไม่ก็ต้องพบกับความตาย

สนามแห่งนี้เคยจุคนได้มากถึง 5หมื่นคน ในยุคโรมันโบราณนี่ นับว่าไม่ใช่น้อยๆ

สำหรับเราชั้นล่างสุดดูน่ากลัวมาก เพราะมีลูกกรงเหล็ก แบ่งเป็นห้องๆ เอาไว้ขังนักโทษ หรือสัตว์ร้าย อดคิดไม่ได้ว่า ณ ที่นี้ เคยมีคนเสียชีวิตมามากมายขนาดไหนแล้ว



ร้านขายของที่ระลึกข้างทาง ช่วยเพิ่มสีสรรให้นักท่องเที่ยวหัวดำอย่างเรามาก ไกด์จะถือธงชาติไทยขนาดราวๆ 1 ฟุต เดินนำหน้า เผื่อใครมองหาตัวไม่เจอ เพราะคนจะเยอะมาก

แล้วอยู่ๆ ก็มีฝรั่งผมทองคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "ไทย แฟล๊ก" หรือธงไทย
พี่ที่ไปทริปเดียวกันหันไปถามทันทีว่ารู้จักด้วยหรอ พี่แกตอบแบบมั่นใจมากว่ามวยไทย 55+


30 นาทีต่อมาเราก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่ก็เป็นอะไรที่หลายคนรอคอย

แล้วก็ไม่ผิดหวังเลย

เราก้าวลงจากรถอีกครั้งและเดินตามพี่ไกด์ข้ามถนนเข้าศซอยเล็กๆ ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบยุโรปแท้ๆ อย่างร้านกาแฟริมถนน ร้านขายไอติมเจลาโต้ชื่อดัง (แม้อากาศในตอนนั้นน่าจะต่ำกว่า 10 องศาแล้วก็ตาม) ร้านขนมปัง ในทีสุดเราก็เดินมาถึง น้ำพุเทรวี่

ปฏิมากรรมหินอ่อนแบบบาร๊อคเล่าเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก
สวยชนิดที่ต้องร้อง "ว้าว" ออกมาอีกครั้ง (หลังจากร้องเหมือนกันที่กิซา กับ วาติกัน)

เชื่อกันว่าถ้าได้โยนเหรียญด้วยมือซ้าย ข้ามไหล่ขวา ลงไปในน้ำพุ (หรือมือขวาข้ามไหล่ซ้ายหว่า) แล้วจะทำให้เรามีโอกาสกลับมาเยือนที่นี่อีก

แน่นอนค่ะ ว่าดิฉันโยนเหรียญไทยไป 2 เหรียญ ทำมันทั้ง 2 ข้าง55+ แต่ไม่รู้จะได้กลับมาอีกไหมนะ



งามทุกมุม และคนเยอะจริงๆ
ไกด์เตือนให้ระวังกระเป๋า เล่นเอาต้องคอยคลำๆ ไปที่กระเป๋า กล้อง และพาสฟอร์ตอยู่ทุก 5 นาทีเลยทีเดียว (เราอาจจะติดมากไปหน่อย)

แต่ก็คุ้มนะที่ได้มาเยือน


ใกล้ๆ น้ำพุเทรวี่เลยไปจนถึงย่านบันไดสเปน จะมีร้านรวงของบรรดาแบรนเนมระดับโลกเปิดอยู่เต็มไปหมด

แต่เรามากับชะโงกทัวร์มีหรือจะมีโอกาสแวะ ได้แต่เดินโฉบผ่านตามประสา55

แต่ก็ดีนะ ไม่เปลือง55



หลังจากน้ำพุเทรวี่กับบันไดสเปน
(เพิ่งรู้ว่าได้ชื่อนี้เพราะตั้งอยู่ใกล้กับสถานทูตสเปน)
ก็ได้เวลาเข้าที่พัก ระหว่างทางสองข้างทางเมืองโรมยามหัวค่ำช่างสวยบาดใจ
เสียดาย กล้องไม่ค่อยดีอีกตามเคย สภาพแสงน้อยนี่อย่าหวังเลยว่าจะได้รูปดี
แง...



ขนาดสะพานก็ยังมีรูปปั้นสวยๆ ให้ประทับใจ


พอเข้าโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่ชานเมือง (อันนี้เข้าใจเพราะว่าโรงแรมในเมืองคงจะแพงน่าดู แล้วเราก็มาแบบทัวร์ราคาประหยัดต้องทำใจ)
ก็เป็นอันว่าเข้าโรงแรมแล้วก็หมดสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น (เพราะไม่มีอะไรให้ไปดูไม่เหมือนพักในโรม)

แต่ไอ้ห้องน้ำนี่สิ มันอะไรหว่า
มีอ่างเล็กๆ อยู่ข้างๆ ชักโครกด้วย แต่เตี้ยกว่าชักโครก ใครรู้ว่าไว้ทำอะไรช่วยบอกที55



เถียงๆกันไป ไม่รู้มันเอาไว้ทำอะไร

ก. โถฉี่ของผู้ชาย (มันเตี้ยกว่าชักโครกนะ ถี่ยังไงเนี่ย)
ข. โถไว้ปล่อยของเก่าเวลาเมา -*-
ค. โถไว้อาบน้ำเด็ก
ง. โถไว้ล้างอวัยวะบางส่วน
จ. ถูกทุกข้อ


**************************
เดี๋ยวจะมาต่อ วันที่ 4 ค่ะ



Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 18:03:58 น. 6 comments
Counter : 1525 Pageviews.  
 
 
 
 
อ่างอันนี่ที่บ้านก็จะเอาไว้ใช้ล้างเท้าแล้วก็อวัยวะบางส่วนจ้ะ ดีจังค่ะได้ไปวาติกันด้วยเราเองอยู่อิตาลีแท้ๆยังไม่เคยไปเลยอ่ะ
 
 

โดย: ดอกหญ้ากับลมหนาว IP: 151.59.102.209 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:18:20 น.  

 
 
 
ไปกับทัวร์อะไรบอกได้ไหมค่ะ โดยรวมแล้วโอเคไหม ถ้าจะให้คุณพ่อคุณแม่ไปเหมาะสมไหมคะ ถ้าไม่รบกวนช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ทางอีเมลล์ก็ได้ค่ะ oauy@hotmail.comขอบคุณมากๆค่ะ
 
 

โดย: ลิซ IP: 203.144.144.165 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:08:44 น.  

 
 
 
อยากทราบเหมือนกันค่ะว่าไปทัวร์อะไร เพราะกำลังเล็ง ๆ อยู่เหมือนกัน เข้าไปดูเว็บ thaifly แล้วมีทัวร์ประมาณนี้เลย คือ สวิส อิตาลี ฝรั่งเศส แล้วก็อียิปต์ เลยสงสัยมากว่าใช่อันนี้หรือเปล่า รบกวนช่วยตอบกลับด้วยนะคะ จะคอยติดตามนะคะ เล่าเรื่องได้ดีมากเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ
hellojaa@gmail.com
 
 

โดย: จ๋า IP: 203.156.186.210 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:46:18 น.  

 
 
 
ขอบคุณมากๆๆๆๆ เลยนะคะ ที่ทำรีวิว

กำลังคิดจะไปกับทัวร์ 9 วัน แบบนี้เหมือนกันเลยคะ

พอบอกได้ไหมคะ ว่าไปกับทัวร์อะไร

strawberry_cookies4@hotmail.com
 
 

โดย: tangmo12 IP: 58.8.128.77 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:21:00:05 น.  

 
 
 
รบกวนบอกได้มั้ยว่าไปกับทัวร์อะไร ขอบคุณค่ะ

nueng0211@yahoo.com
 
 

โดย: Nueng IP: 203.144.144.164 วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:0:14:09 น.  

 
 
 
มีคนบอกว่าเป็นโถที่ใช้ล้างอวัยวะบางส่วนค่ะ โรงแรมที่เคยไปพักใกล้ๆสถานีรถไฟในกรุงโรมก็มีเหมือนกันค่ะ ไม่แน่ใจว่ามีเหมือนกันทุกโรงแรมหรือปล่าวนะคะ สงสัยๆเหมือนกัน
 
 

โดย: sunisa IP: 87.72.241.38 วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:6:00:28 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

meaw-angle
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




นักเขียนสะพายปราด้า(ป้าดา) อ่าน ELLE (แอ๋ว) หาแซวเพื่อนบ้าน (เวลานิยายตัน) สุดท้ายคลานกลับมาตายรัง
[Add meaw-angle's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com