Welcome to Kookkies's Webblog
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
6 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
มัลดีฟ กพ.2009/ ในเรือ-บนฝั่ง

มัลดีฟ Maldives
ตอนที่ 1 เรือ liveaboard

date: 29 มค - 5 กพ 2009
dive: 166-181
boat: Eagle Ray

Note: blog นี้คงค่อยๆเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ เพราะเรื่องราวและรูปเยอะมากจ้าาาา



ไปมัลดีฟ เพราะได้ยินชื่อเสียงมานาน
ทั้งทางที่ดี (แดดใส น้ำสวย ทรายขาว)
และทางที่ไม่ดี (เรืออาจจะไม่เดินทางตามเส้นทาง)
แต่ก็ลองเสี่ยงดวงดูหน่อย

ปรากฏว่าโชคดี
เพราะคนไปน้อย
(ชวนใครก็มะมีใครปายด้วย...เพราะกลัวถูกเรือเบี้ยวทริป)
เลยได้นอนห้องเดี่ยว

ทริปราคาไม่แพง เพราะได้ตั๋วโปรบางกอกแอร์เวย์ บินตรง Bkk-Male-Bkk
กำหนดการ 8 วัน 7 คืน ดำน้ำ 16 ไดฟ์

เอ้า...ลุยโลด


รายละเอียดการเดินทาง และ divesites


แผนการ คือ ดำน้ำสามเกาะ
North Male Atoll
South Male Atoll
Ari Atoll
เส้นสีแดง คือ เส้นทางเดินเรือของเรา ทิศทางตามลูกศรสีน้ำเงิน
เริ่มจาก airport ลงมา south male atoll และข้าม channel มา ari atoll
ดำน้ำๆๆๆ แล้วข้ามกลับมา north male
(การข้าม channel ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.)

จุดสีม่วง คือ divesites
1. Kuda Giri
2. Los Muli
3. Medu Faru
4. Ran Veli Thila
5. 5 Rocks
6. Migili corner
7. Rangili Manta point
8. Kalahandi
9. Himandho Thila
10-11-12. Dhonkalo Thila
13-14. Maya Thila
15. Maaga Kan Thila
16. Hulu Faru


พอมาถึงสนามบิน Male ประมาณค่ำๆ
ก็ถูกพาลงเรือที่เรียกว่า Dhoni
พาไปที่เรือ liveaboard ที่จะเป็นที่พักของเราในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

เรือ dhoni สารพัดประโยชน์
โปรดสังเกตน้ำใสสะท้อนแสงไฟระยิบระยับที่ท่าเรือ airport



เรือ (เช้าแล้วจ้า)



ขึ้นมาบนเรือ ก็เจอห้องนั่งเล่นนี้



ห้องนี้เป็นห้องเอนกประสงค์
นั่งเล่น นอนหลับ คุย ฟังเพลง กินข้าว บรีฟ เตรียมกล้อง แชร์รูปถ่ายกัน
ปล. รูปนี้ถ่ายตอนเช้า เลยมีแสงสวยๆ



รางสำหรับชาร์ตแบต มีทั้ง 110 V และ 220 V
และตัวแปลงหัวเสียบพร้อม



ทางลงไปห้องนอน



ทางเดินหน้าห้อง
มีทั้งหมด 7 ห้อง



ห้องนอน



ปลายเตียงมีตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำในตัว เย้...
เพราะเรือ liveaboard บ้านเราที่เคยไป มักเป็นห้องน้ำรวมอะ อิอิ



ในห้องน้ำ แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง สุขภัณฑ์สวยงาม
สะอาด เรียบร้อย



ดาดฟ้าท้ายเรือ สำหรับคนที่ชอบแสงอุลต้าไวโอเลตเข้าเส้นเลือด
มีบันไดเดินขึ้นไปดาดฟ้าชั้นบนอีก



ดาดฟ้า



ทางเดินข้างเรือ



dhoni อยู่เคียงข้างเรือใหญ่เสมอ
ไปไหนไปด้วย เวลาข้าม channel ก็วิ่งไปก่อน
เพราะใช้เป็นที่อัดแทงค์ แต่งตัว และโดดน้ำ
เวลาอัดแทงค์ เรือ dhoni จะแยกตัวออกไปไกลๆ เพื่อไม่ให้เสียงรบกวนผู้พัก
จะสังเกตว่า ท้ายเรือมีแค่ platform เล็กๆ และไม่มีบันไดลงน้ำ
แต่ใช้สำหรับลงดิงกี้เท่านั้น



ดิงกี้



ครัว



ห้องกัปตัน ดูไม่มีอะไรที่เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เลย



ไลน์อาหาร
ทุกมื้อจะมีประมาณนี้
ข้าวขาว ข้าวผัด ผัดผัก สลัด แกงแบบแห้งๆ ปลาทอด และผลไม้
อาหารไม่เลี่ยนมาก เผ็ดนิดหน่อยจากเครื่องเทศ



ตอนเช้าเป็นขนมปัง ใส้กรอก ปาจาติ ไข่ดาว ชา กาแฟ
กินได้สองวัน ก็ขอเปลี่ยนอาหารเช้าเป็นข้าวต้ม ไข่เจียว ปลาทอด ทุกวัน
อิอิอิ



วันสุดท้าย จัดปาร์ตี้ที่ดาดฟ้าท้ายเรือ



ไลน์อาหารปาร์ตี้
เป็นอาหารพื้นเมืองมัลดีฟเป็นส่วนใหญ่



staff ในเรือ มีไม่น้อยเลย
ตอนที่ไป ขาดเบอร์ 12 คนเดียว



บรีฟก่อนดำน้ำ



เวลาจะดำน้ำ ไปแต่งตัวใน dhoni
มีตะกร้าใส่สมบัติให้คนละใบ วางไว้ใต้เก้าอี้
อุปกรณ์พวกนี้ จะไม่เอาขึ้นเรือใหญ่ นอกจากกล้องถ่ายรูป



dhoni แบบสวยๆแบบนี้ก็มี
เอาไว้บริการนักท่องเที่ยว



เรือใบสองเสา



เรือแล่นผ่านรีสอร์ท



Coast guard



ในระหว่างทริป
เขาไปแวะที่เกาะแห่งหนึ่ง
เพื่อให้ชมวิถีชีวิตชาวเกาะ
และโปรโมทให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายของที่ระลึก

บ้านที่สร้างขึ้นใหม่ จะเป็นคอนกรีตบล็อค



กำแพงบ้านแบบเก่า จะสร้างจากก้อนปะการัง
และเชื่อมด้วยคอนกรีต
แต่การสร้างแบบนี้ ปัจจุบันถูกห้ามแล้ว



ผู้หญิงกำลังทำงาน
เก็บใบมะพร้าวเพื่อใช้มุงหลังคา



ยามเย็น ก็มานั่งเล่นรับลมหน้าบ้าน



คนมัลดีฟ ชอบนั่งชิงช้า



เด็กๆบนชิงช้า ขณะที่แม่ทำงานบ้าน



หนุ่มๆก็นั่งชิงช้า ดูเพื่อนๆเล่นบอล



มัสยิดในหมู่บ้าน



ดอกไม้
พืชพันธุ์ส่วนมาก ก็เหมือนบ้านเรา



ร้านชำบนเกาะ สำหรับนักท่องเที่ยว
ของขายมีไม่เยอะ
พวกสินค้าประจำวัน ของกินเล่น น้ำดื่ม



ร้านขายของที่ระลึก



สินค้าไม้แกะสลัก



สายสร้อย



ท่าเรือยามเย็น



ยามเย็นของวันหนึ่ง
ระหว่าง dive 7 และ 8
เรือก็มาแวะที่ picnic island
เพื่อจัด candle light party on the beach



เกาะต่างๆใน maldives เป็นเกาะที่มีเจ้าของทั้งนั้น
เกาะนี้มีคนเฝ้า และคอยทำความสะอาดหาด ปลูกต้นไม้ด้วย
และคนที่แวะเข้ามา จะต้องเสียค่าขึ้นเกาะให้เจ้าของ
ไม่มีเกาะที่เป็น public นะจ๊ะ (ยกเว้นเมืองหลวงละมัง)



ไลน์ party food





ลูกเรือมาก่อกองทรายเป็นรูปฉลามวาฬบนหาด
เป็น surprize สำหรับลูกค้า
เพราะทริปนี้ไม่เจอฉลามวาฬในน้ำ
มีแต่แมนต้าเพียบบบบบ..........



วันสุดท้าย เตรียมจะบินกลับ
ได้ไปเที่ยวในเมืองหลวง Male ก่อน 1 วัน

เรือ ferries ที่แล่นระหว่างเมืองหลวง กับ เกาะต่างๆ
จอดคอยคิวที่ท่าเรือหลักบนเกาะ male
Dhoni เป็นเรือท้องถิ่นที่ใช้ในการเดินทาง
ระหว่างเกาะในมัลดีฟมาหลายร้อยปีแล้ว



สุเหร่าใหญ่กลางเมือง
Islamic center



ตลาดปลา
ที่มัลดีฟ ไม่ใช้เรืออวน
เนื่องจากปลาที่จับส่วนใหญ่เป็นปลากลางน้ำ
เช่น ทูน่าครีบเหลือง ปลาอินทรี
ดังนั้น จึงใช้เรือขนาดใหญ่และจับด้วยเบ็ดราว



ร้านค้ากลางเมือง
ถนนจะแคบมาก รถสวนกันไม่ได้ จึงต้องวิ่งเป็นทางวันเวย์
คนส่วนมากใช้รถจักรยานยนต์ รถยนต์มีน้อย
แต่รถบรรทุกเล็กมีเยอะ
พื้นถนนเป็นอิฐตัวหนอน เรียงซ้อนกันแน่น



เชื่อว่า ชนชาวมัลดีฟสืบเชื้อสายมาจากพวกอารยัน
จากอินเดียตอนเหนือ
ซึ่งยึดครองมัลดีฟเมื่อประมาณสองพันห้าร้อยปีที่แล้ว
หลังจากนั้นก็สมทบด้วย Dravidians จากอินเดียตอนใต้
และ Buddhists จากศรีลังกา



ในศตวรรษที่ 12
มัลดีฟเป็นทางผ่านทางการค้ากับอินเดียและอัฟริกา
จึงมีชนชาวมาลายัน ชาวอัฟริกาตะวันออก และชาวอาหรับมาผสมผเสเป็นชนชาติ Maldivians ในปัจจุบัน มีภาษาพูดและภาษาเขียนของตนเอง คือ ภาษา Dhivehi และใช้ระบบการศึกษาของอังกฤษ

ในศตวรรษที่่ 16 (คศ 1573) มัลดีฟถูกโปรตุเกสยึดครองอยู่ 17 ปี
ต่อมา Mohammad Thakurufaanu ชาวมัลดีฟ รวบรวมพรรคพวกปลดแอกจากโปรตุเกส แล้วตั้งตัวเป็นสุลต่านปกครองอยู่ 12 ปี

ในศตวรรษที่ 17 ดัชท์ยึดครองหลายประเทศในอินเดียใต้
รวมทั้งศรีลังกา
สุลต่านจึงผูกมิตรกับดัชท์ในศรีลังกา จนกระทั่งศรีลังกาถูกอังกฤษยึดครองในปี 1796 จึงได้มาผูกมิตรและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการค้ากับอังกฤษแทน

ในปี 1887 สุลต่านทำข้อตกลงยินยอมอยู่ในอารักขาของอังกฤษ ผ่านทางกงสุลใหญ่อังกฤษในศรีลังกา ต่อมา จึงหลุดพ้นจากการเป็นรัฐในอารักขาและได้เอกราชคืนมาในปี 1965 และเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติในปีเดียวกัน

ในปี 1968 ประชาชนได้มีมติให้เปลี่ยนจากระบบปกครองโดยสุลต่านมาเป็นการปกครองระบบสาธารณรัฐ

สุสานโบราณ



อนุเสาวรีย์ หน้า National Museum



National Museum เป็นวังเก่าของสุลต่าน
เป็นอาคารสามชั้น และมีสวนและน้ำพุด้านหลังตึก
แต่ตอนนี้สวนโทรมแล้ว มีต้นไม้เก่าติดที่อยู่ แต่ไม่ได้ดูแลมาก
น้ำพุไม่มีน้ำ



ทางเข้า National Museum



บัลลังค์ของสุลต่าน



ที่นอนราชกุมาร



ชุดโต๊ะที่นั่ง เป็นบรรณาการจากกงสุลอังกฤษ



เสื้อผ้าสุลต่าน


หมวก



รองเท้า เข็มขัด



เครื่องประดับรานี



ชุดน้ำชา ด้านล่างเป็นเตาเล็กๆเพื่อให้น้ำร้อนตลอดเวลา



เหยือกใส่น้ำ หรือใส่เหล้าก็ไม่รุ



อาวุธโบราณของสุลต่าน
เป็นฉมวกที่ประดิษฐ์ลวดลายสวยงาม และปืนยาวเป็นส่วนใหญ่



กลอง
ด้านข้างเคลือบแลคเกอร์เขียนลาย เป็นงานศิลปะท้องถิ่นจนถึงปัจจุบัน
วิธีการทำน่าจะคล้ายๆงานพวกเครื่องเขินของบ้านเรา



โคมไฟ เชิงเทียน และแชนเดอร์เลีย







ดอกไม้ในสวนสุลต่าน



แถมด้วยแผนที่ Male และ Airport จาก google map
จะเห็นท่าเรือ และมีเรือ ferries แล่นไปมาระหว่างสนามบิน-male ทุกสิบนาที
ค่าเรือ 1 $US

เสียดายไม่มี flt กลางวัน ไปตอนมืดแล้ว
เลยไม่เห็นสนามบินจากทางอากาศ



ซูมให้ดูท่าเรือ
และสถานที่เที่ยว เช่น Sultan palace
ถนนสีเหลือง เป็นถนนช้อปปิ้ง



ซูมอีก
ไปเที่ยว fish market ด้วย
มีร้านอาหารไทยอยู่ที่ถนน Ameer Ahmed Magu ชื่อ Sala Thai
เดินจากท่าเรือไปทางขวาไม่ไกล






Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2552 17:28:56 น. 10 comments
Counter : 2898 Pageviews.

 
ฝันอยากจะไปที่นี่มานานแล้วเหมือนกันค่ะ ยังไม่ได้ไปเลยอ่ะ ดูท่าทางน่าสนุกเนาะ


โดย: ANGEL_CS วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:19:45 น.  

 
ตามลงเรือมาด้วยค่ะ


มัลดีฟส์


โดย: แม่ซากานะ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:45:08 น.  

 
โอ้ววว ว้าวว
อยากไปมาก ๆ เลยค่ะคุณ


โดย: คุณนายเหรียญบาท วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:57:32 น.  

 
สวยมากเลยค่ะ เป็นอีกที่ที่ใฝ่ฝันอยากไปเยือนจังเลยค่ะ


โดย: tiktoth วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:27:36 น.  

 
สุดยอดแห่งความอลังการ


โดย: ด.ญ คณิตกร วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:35:18 น.  

 
ทริปในฝันเหมือนกันค่ะ ^^


โดย: ยิปซี IP: 58.8.119.127 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:12:51 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ สำหรับมัลดีฟส์

น่าจะมีเรือจัดสำหรับคนดำน้ำตื้นบ้างนะคะ ไม่ทราบว่าคุณคุกกี้จองผ่านเอเจนต์เมืองไทยหรือต่างประเทศคะ


โดย: fatcoco IP: 222.123.34.214 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:19:24 น.  

 
แวะมาทักทายและเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกครับ

ตามมาเที่ยวด้วยนะครับ น่าไปมากครับ


โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:35:22 น.  

 
เรือก็ ไฮดีครับ

ดูแล้วบรรยากาศ โรแมนติก มาก ๆ
ไปตั้งหลายวัน พี่คงได้ลายเส้นสวยมาเพียบแน่ ๆ

ถ้าไม่จมหนีไปซะก่อน คงได้เจอกัน มัลดีฟ

ปล. เดี๋ยวเดือนหน้าผมจะไปดำ น้องซากุระ
น้องคิกขุอาโนเนะ น้องฟูจิ น้อง snow ว้าว
จะไปนั่ง หัวจรวจแทน แบกแทงค์ลงน้ำ


โดย: หนุ่มกรุงเก่า IP: 58.97.62.27 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:6:42:07 น.  

 
หาที่ไหนได้อีก นำเทียวทั้งใต้น้ำและบนบก รูปก็สวย เขียนบรรยายก็ได้ลึก ได้ทั้งความสวยงามและความรู้ ต้องรีบไปเรียนดำน้ำแล้ว ขอบคุณที่แบ่งปันความสุขจ้า


โดย: เด๊ะดูด้วย IP: 146.23.250.105 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:07:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

*Cookies*
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ค้นหาใน google.co.th
Friends' blogs
[Add *Cookies*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.