Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Mamma Mia! ชีวิตหนักๆที่เลือกมองได้

.....แม่ที่ไม่ได้แต่งงานให้กำเนิดลูกสาว เลี้ยงลูกมาตามลำพังมา 20ปี
มารดาไม่เคยแย้มบอกลูกสาวว่าใครเป็นพ่อของเธอ
วันนึงลูกสาวไปค้นสมุดบันทึกของแม่ ลูกสาวพบว่าช่วงเดือนที่เธอกำเนิดในครรภ์มารดา
ผู้เป็นแม่มีอะไรกับผู้ชายสามคน ภายในเดือนเดียวกัน
ชายหนึ่งในสามคนคือพ่อของเธอ ลูกสาวจึงแอบเชิญชายสามคนมาในงานแต่งงานของเธอ
โดยที่ไม่ให้ผู้เป็นแม่รู้ จนคืนก่อนวันแต่งงานตัวละครทั้งหมดจึงได้เผชิญหน้ากัน....

ตัวละครและตัวเรื่องดังกล่าวสามารถเขียนเป็นละครชีวิตเรียกน้ำตาเข้มข้นเรื่องนึง
เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยปมความขัดแย้งระหว่างแม่ลูก แม่กับแฟนเก่าสามคน
ความเข้าใจผิดระหว่างตัวละครแต่ละตัว การโหยหาผู้เป็นพ่อ การโกหก ปกปิดเรื่องจริง
โดยการเผชิญหน้าของตัวละครแต่ละตัวในการพบกันสามารถสร้าง
ความสะเทือนใจได้มากมายหลายจุด รวมไปถึงช่วงท้ายที่ผู้เป็นแม่จะเฉลยว่าใครคือพ่อ

สำหรับเรื่องย่อข้างบนเมื่อนำมาเล่าในรูปแบบละครเพลง Mamma Mia!
ตรงข้ามกับมุมมองแนวละครชีวิตเข้มข้นเรียกน้ำตาโดยสิ้นเชิง
Mamma Mia! เป็นละครเพลงชวนหัวครื้นเครงสุดมันจนคนต้องลุกมาเต้นกระจายเรื่องนึงในประวัติศาสตร์ละครเพลง
ละครบรรจุเพลงไพเราะกว่า 22 เพลงที่โด่งดังของ ABBA คนดูได้สนุกกับเพลง และขำขันหรรษากับเรื่องราว
ละครเพลงเปิดแสดงครั้งแรกที่ ลอนดอน มีนาคมปี1991 ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์
ต่อมาละครเรื่องนี้เปิดแสดงทั้งที่ ออสเตรเลีย แคนนาดา และทั่วอเมริกา เป็นละครเพลงที่ประสบความสำเร็จบนบอร์ดเวย์ และแปลเป็นภาษาต่างๆเปิดแสดงหลายประเทศทั่วโลก

อะไรทำให้ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จขนาดนี้ นอกจากปัจจัยเรื่อง เพลงเพราะ ดนตรีหลายตอนสนุกครื้นเครง
อีกส่วน
คงเป็นเพราะมุมมองของเรื่องที่เกิดขึ้นในเรื่องคนเขียนคนสร้าง
เลือกมองปมปัญหาชีวิตในแง่ดี มีความสุขกับชีวิต ให้กำลังใจ เต็มไปด้วยความรัก ใช้ความรักแก้ปัญหา
ถ้าย้อนกลับไปอ่านที่ย่อหน้าแรก คนที่มองโลกในแง่ร้าย มันคือละครโศกนาฎกรรมสุดสลดเรื่องนึง
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ละครเพลงเรื่องนี้เลือกที่จะยืนอยู่ในแบบ ละครสุขนาฎกรรม
ตัวละครเลือกที่จะไม่ซีเรียสกับปมปัญหา
และพร้อมที่จะเข้าใจและยอมรับสถานการ์ณที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
ยิ่งได้เพลงสนุกๆของ ABBA ที่มีอยู่แล้วมาเรียงร้อยเนื้อเรื่องให้เข้ากันโดย Catherine Johnson ผู้เขียนบท
แต่งและผูกเรื่องได้อย่างชาญฉลาด และนำเพลงที่คุ้นหูมาใส่ในจังหวะจะโคนที่พอเหมาะพอดี
เพลงจำนวน 22 เพลงเข้ามาทำหน้าที่เดินเรื่องและบอกอารมณ์ตัวละครในสถานการณ์ต่างๆอย่างกลมกลืน
หลายๆฉากเต็มไปด้วยความเฮฮาสนุกสนาน ยกตัวอย่างเช่น
ฉากที่ตัวแม่ดอนน่าเข้าฉากมาพบหน้ากิ๊กเก่าสามหน่อที่เคยมีอะไรกันในอดีต ดอนน่าตกใจ ตั้งสติไม่อยู่
เพลง Mamma Mia!(ประมาณคำอุทาน อุ๊ย แม่เจ้า!) ใช้บรรยายความรู้สึกตกใจ และความผูกพันของดอนน่ากับ ผู้ชายสามคนได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าตลอดเรื่องนอกจากอารมณ์เฮฮาสนุกสนาน คึกคักแล้วในละครยังบรรจุช่วงอารมณ์ตัดพ้อต่อว่าในความเข้าใจผิด โดยใช้เพลงฮิต SOS, The winner takes it all รวมทั้งเพลง Knowing me, knowing you เป็นเพลงถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร

รวมทั้งเพลงที่บรรยายความผูกพันธ์ระหว่างแม่ลูกอย่าง Slipping through my finger เพลงช้าที่มีเนื้อร้องเกี่ยวกับความผูกพันธ์ที่แม่มีต่อลูกสร้างความประทับเป็นอย่างยิ่ง


คนดูทั่วโลกทั้งฉบับภาษาอังกฤษ และฉบับแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก มีผู้ชมมากกว่า สามสิบล้านคนทั่วโลกได้ดูละครเรื่องนี้ และขณะนี้ละครเรื่องนี้ยังคงเปิดแสดงอย่างต่อเนื่องทั่วโลกมากกว่า 17 ปี

ในที่สุดละครเพลงเรื่องนี้ถูกนำมาถ่ายทอดบนจอเงินเป็น Mamma Mia! The movie แสดงโดยนักแสดงรุ่นใหญ่ อย่างเมอริล สตรีพเปิดฉายทั่วโลก และเมืองไทยได้ชมไปหลายสัปดาห์แล้ว
Mamma Mia! The movie เนื้อหาของเรื่องและรูปแบบยังคงเหมือนกับฉบับละครบนเวที
แต่ที่ออกจะแตกต่างคือการนำเอาบท เรื่องราว ลำดับเรื่องและรายละเอียดของตัวละครจากฉบับละครเพลงมาแก้ไขเพิ่มเติม
ให้ลึกลงไปมากขึ้น ตัวละครแต่ละตัวมีที่มาที่ไปซับซ้อน และมีความสัมพันธ์ตัวละครแต่ละตัวเด่นชัดมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นตัวละครอย่าง ตัวแม่ดอนน่า มีการเพิ่มประฉากสนทนาของตัวแม่กับเพื่อนรุ่นแม่ทั้งสาม
ให้คนดูได้เห็นว่าอดีตของแต่ละครคนเป็นอย่างไร และความผูกพันธ์ แน่นแฟ้นแค่ไหน
ในช่วงแรกของหนัง เพื่อนๆรุ่นแม่มีการปรับทุกข์แบบขำๆ พูดถึงการให้ยืมเงิน การทำธุรกิจอยู่ให้รอด เลี้ยงตัวเอง ในขณะที่ฉบับละครไม่มาการคุยลึกขนาดนี้
ฉบับละครเพลงคนดูเห็นเพียงภาพสามเพื่อนสาวที่คบมานานนม กลับมาพบกันพูดคุยเรื่องเก่าๆ ในบรรยากาศจิกกัด เฮฮา เน้นร้องเพลงเน้นเต้นมากกว่า

ลำดับเพลงที่อยู่ในหนังมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง และตัดเพลงออกไป เพราะต้องการทำให้เนื้อเรื่องกระชับ
ฉับไว โดยเฉพาะเพลงช้า ที่ต่อว่าต่อขานคนรัก อย่าง Knowing me, Knowing you, One of us
หรือเพลงอบอุ่นอย่าง Thank you for the music และเพลงที่ไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ที่เกิดระหว่าง
ลูกสาวโซฟีกับหนึ่งในพ่อผู้ต้องสงสัย กับเพลง The name of the game และเพลง Under Attack ที่บรรยายายความฝันสุดเซอร์ของนางเอกคืนก่อนแต่งงาน
ที่ต้องตัดเพลงเหล่านี้ทิ้งเพราะหนังต้องการเล่าเรื่องให้เร็วไม่เยิ่นเย้อ ถ้าหากขืนดำเนินเรื่องตรงตามละครทั้งหมด
คนดูวงกว้างที่ชินกับหนังเดินเรื่องรวดเร็วหวือหวา ประมาณหนังของ ผู้กำกับ Micheal Bay หรือ
หนังจากกลุ่ม Jerry Buckhimer อาจเบื่อและร้องยี้ก้อเป็นได้
และหนังอาจจะคว่ำสนิทแบบที่The Phantom of The Opera ประสบมาเพราะ The Phantom เดินเรื่องมั่นคงตามฉบับละครเพลงเกือบเต็มรูปแบบไม่มีการตีความใหม่ๆ คนที่ชินหนังเดินเรื่องเร็วเกิดเบื่อ ไม่ชอบใจเพราะหนังไม่สดแบบละคร เมื่อเกิดจังหวะเรื่องที่เยิ่นเย้อ หนังจึงไม่ประสบความสำเร็จในวงกว้างเท่าที่ควร


สำหรับ Mamma Mia! ทั้งฉบับหนังรอดตัวไปกับความกระชับฉับไว
และหลายเพลงในหนังมีการตีความใหม่ๆเขาไป อย่างเช่น เพลง Dancing Queen บนเวทีมีแค่ตัวละครแม่
และสองเพื่อนสาว ทั้งสามคนบนเวทีเรียกหาความเปรี้ยวความซ่าของตัวเองในอดีตกลับคืนมาด้วยเพลงนี้
พร้อมปลุกระดมความสนุกคึกคักในหมู่คนดู ในขณะที่ฉบับหนัง สามสาวเธอได้ปลุกระดมความซ่าส์ของผู้หญิงกรีกทั้งเกาะออกมาโชว์ลีลา Dancing Queen หมู่ที่ท่าน้ำ เป็นฉากที่ทรงพลังเรียกว่าเป็น Women Empower ในโลกภาพยนตร์ฉากสำคัญอีกฉากนึงเลยทีเดียว

ขณะที่คนไม่เคยดูละครเมื่อดูจบคงอยากไปสัมผัสประสบการณ์สดๆบนเวทีหลายๆช่วงต่างจากหนังมีความสดกว่า อย่างเช่นช่วงท้ายของหนังมีการนำ Encore สุดมันแบบในละครมาแสดงให้ดู
ในหนังสนุกคึกคักแค่ไหน ในละครสดๆนั้นสนุกมกว่าในหนังมากมาย


ทีมงานจากละครเพลงลงมือสร้างด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ Phyllida Lloyd
คนทำบทคนเดิม Catherine Johnson การเลือกนักแสดงทำได้ลงตัวไม่ขาดไม่เกิน
Meryl Streep เป็นแม่เหล็กของหนังเรื่องนี้ทำได้สมบรูณ์แบบ แม้ว่าเคยแสดงบทชีวิตหนักๆมามาก
แต่ต้องมาร้องเพลงเต้นรำ แสดงอารมณ์ก้ำกิ่งแนวบทชีวิตกับบทเฮฮาควบคู่กันไป
ไหนความหนักอึ้งของแม่ที่ต้องหาเลี้ยงลูก
ไหนจะพ่ายรัก มาอยู่เกาะที่เคยฝันกับอดีตคนรักที่ไม่มีวันพบกันอีก
ไหนจะลูกสาวกำลังออกจากอ้อมอกเธอไป แต่งงาน
จู่ๆ กิ๊กเก่าโผล่มา อารมณ์เลี้ยงลูกวัยรุ่นมันสุดจะเหนื่อยแต่รักลูกสาวคนเดียวคนนี้มากมาย
ไหนดูแลกิจการเอง มีหนี้มีสิน ไหนจะงานแต่งงาน ไหนจะลูกเขยใหม่
อารมณ์หลากหลายอยู่ในตัวละครดอนน่าตัวนี้
Meryl Streepแสดงได้ดีหมดจด
รวมทั้งการร้องเพลงแสดง เต้น ไม่ว่าจะเพลงฮา Mamma Mia!
เพลงซึ้งระหว่างแม่ลูกใน Slipping through my fingers
เพลงต่อว่าคนรักใน The winner takes it all ว่ากันว่าตอนถ่ายทำฉากนี้ เธอแสดงและร้องแบบเทคเดียวผ่าน เป็นฉากร้องเดี่ยวที่ทรงพลังมากๆและถ่ายทอดเอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม
ขณะที่เพื่อนสนิทสองคน Julie Walters, Christine Baranski เป็นลูกคู่ปลอบโยน ให้กำลังใจ จิกกัด สร้างความฮาตลอดเรื่อง

ส่วนสามกิ๊กเก่าของตัวแม่ ทั้ง Pierce Brosnan, Stellan Skasgard , Colin Firth
ทั้งสามเป็นชายหนุ่มในอุดมคติของหญิงสาวสามแบบ ต่างก็แสดงแบบสบายๆ
จะมี Pierce Brosnan ที่ออกจะหนักกว่าหน่อยที่ต้องร้องเพลงมากกว่าเพื่อน
ในขณะที่ตัวลูกสาวผู้ก่อให้เรื่องชวนหัวทั้งหมดแสดงโดย Amanda Seyfried อาศัยความน่ารัก และเต็มไปด้วยความปราถนาในการพบหน้าพ่อ เอาตัวรอดในการปะกบดารารุ่นใหญ่ได้สบายๆ

บทสรุปของ Mamma Mia! The Movie คงจะอยู่ที่เพลง When all is said and done.
ปล่อยวาง ไม่หนีปัญหา จัดการชีวิตไปในสิ่งที่ควรจะเป็น ยอมรับ ทำใจ ไม่ยึดมั่นถือมั่น
พร้อมด้วยใจที่เบิกบาน ปัญหาอย่างสถาณการณ์ของเรื่องนี้ถ้ามองอย่างซีเรียส ยึดมั่นถือมั่นปมของเรื่องนี้คงแกะไม่ออก จบแบบโศกนาฎกรรมเป็นแน่แท้
แต่เพราะชีวิตเราเลือกได้กำหนดได้ คิดบวก ปัญหาโลกแตกคงไม่เกินที่จะมีทางออก
หนังเรื่องนี้บอกเราไว้อย่างชัดแจ้ง ตัวอย่างเรื่องย่อที่เปิดไว้ย่อหน้าบน ถ้ามองแบบขำๆ มีความรักความเข้าใจ
ปัญหาจะลุล่วงไปด้วยดี แบบที่หนังและละครเรื่องนี้แสดงให้เราดู



อ้างอิงข้อมูล
From ABBA to Mamma Mia! The official book
By Andres Hanser and Carl Magnus Palm
First publish November 2004 by Littlestar



Create Date : 02 ธันวาคม 2551
Last Update : 2 ธันวาคม 2551 1:46:45 น. 2 comments
Counter : 4845 Pageviews.

 
ได้ดูฉบับหนัง..ประทับใจมาก ต้องดูซ้ำเลยค่ะ
สงสัยว่า นักแสดงแต่ละคนนี่ร้องเพลงกันเองหรือเปล่า ..แม่กับลูกนี่ร้องได้ดีมากๆ โดยเฉพาะแม่ ทั้งร้องทั้งแสดงได้อารมณ์ดีจริงๆ


โดย: AUTUMN IN LOVE วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:3:13:12 น.  

 
ชอบมากกกกกกกกกกกกคะ เวอร์ชั่นนี้ทำดีมากๆๆๆๆๆ
แล้วยิ่งได้ Meryl Streep มาเล่น
นี่ สุดยอดเลยคะ ชอบๆ


โดย: whitepiano555 วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:5:06:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

kinglear
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add kinglear's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.