Group Blog
 
 
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
15 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
The Phantom of the Opera 25ปีของปีศาจโรงละครในลอนดอน

The Phantom of the Opera 25ปีของปีศาจโรงละครในลอนดอน


ไม่ต้องพูดถึงความโด่งดังของนิยายThe Phantom of the Opera แต่งโดย Gaston Leroux นักเขียนชาวฝรั่งเศสที่แต่งเรื่องนี้ไว้กว่าร้อยปี
นิยายถูกนำมาทำหนังตั้งยุคหนังเงียบขาวดำ และละครเวทีมากมายหลายฉบับ
และในช่วงปี80 The Phantom of the Opera ฉบับละครเพลงของ Andrew Lloyd Webber
นับเป็นผลงานที่โด่งดังมากที่สุดต่อเนื่องและยาวนานมากว่า 25 ปี
และยังถือว่างานละครเพลงชิ้นนี้เป็นผลงานดนตรีที่โดดเด่นในประวัติการแต่งเพลงของ ALW
ละครเปิดแสดงต่อเนื่องที่ลอนดอนมาเป็นปีที่25 และยังคงเปิดแสดงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก แปลเปิดแสดงเป็นภาษาอื่นๆ
ในลอนดอนและนิวยอร์คไม่มีแนวโน้มจะปิดตัวลง ล่าสุดมีการจัดคอนเสิรท์ฉลองครบรอบ 25 ปี ที่ละครได้เปิดแสดงครั้งแรกในลอนดอน
คอนเสิรท์จัดขึ้นที่ Royal Albert Hall ลอนดอน แสดงเป็นรูปแบบคอนเสิรท์ตามรอยการฉลองครบรอบ
ของละครเพลง Les Miserable ที่เคยจัดไปแล้วสองหน


แนวทางของThe Phantom of the Opera หนังสือดั้งเดิมมีความโดดเด่นในการเล่าเรื่องจากปากคำของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
ที่ผ่านมาแทบจะเป็นสารคดีรายงานข่าวกึ่งๆนิยายเขย่าขวัญ โดยเน้นรายละเอียดที่ตัวปีศาจโรงละครสุดแสนจะลึกลับ ท้าทายจินตนาการผู้อ่านเพราะภาพที่ปรากฎในหัวคนอ่านมาจากการบอกเล่าจากพยานทั้งสิ้น
ยืนพื้นด้วยเรื่องราวของรักสามเศร้าของตัวละครเอก


ละครเพลงเวอร์ชั่นนี้เล่าเรื่องต่างออกไปจากนิยาย ละครเวอร์ชั่นนี้มีจุดยืนแข็งแรงอยู่กับความเป็น romance ความลึกลับเขย่าขวัญเจือมาบางๆมาก
รักทรมานระหว่างปีศาจโรงละครกับสาวน้อยนักร้องโอเปร่า การต่อสู้ชิงรักหักสวาทหนึ่งหญิง สองชาย เป็นแกนหลักที่บทเทน้ำหนักให้เต็มๆ
ถือว่าผู้สร้างเลือกจุดยืนได้ถูกทางและทำถึงใจ
คนเขียนบทอาศัยช่องว่างจากนิยานยดั้งเดิมเติมรายละเอียดเหตุการณ์ที่ต่างไปจากตัวบทประพันธ์ดั้งเดิม โดยเฉพาะสไตล์การเล่าเรื่องพร้อมกับ
การเพิ่มสีสันความสนุกให้เหล่าตัวประกอบที่เป็นคนเบื้องหน้าเบื้องหลังโรงโอเปร่าออกมาเฉือดเฉีอนวาทะกันสุดมันแกมเฮฮาเป็นระยะๆ
และมีผลต่อเส้นของเรื่อง สีสันตรงนี้มาช่วยไม่ให้เรื่องรักสามเส้าเลยเถิดเป็นความเลี่ยนหวานน่าเบื่อ
การเบรคตัวละครหลักด้วยตัวประกอบทำได้ถูกจังหวะพอเหมาะทำให้ละครมีหลากมิติดูสนุกขึ้น
ทั้งฝ่ายนักแสดงนำในคณะโอเปร่า ฝ่ายการจัดการ ทีมงานเบื้องหลังทั้งหลายเป็นภาพสะท้อนที่ราวกับจำลองสังคมจริงมาไว้บนเวที
ตั้งแต่ต้นเรื่องที่มีการขายโรงละครให้กับผู้อุปถัมภ์รายใหม่ เราได้เห็นพฤติกรรมตอบสนองเหตุการณ์ที่น่าสนใจจากตัวละครต่างๆ
และผู้คนเหล่านี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลทำให้ตัวละครหลักต้องตัดสินใจลงมือกับชะตากรรมของตัวเองในตอนท้ายด้วย

หากบทไม่แน่นการกำกับไม่เป๊ะ ความสนุกจากหมู่มวลของละครอาจจะเด่นกลบเรื่องในส่วนรักสามเศร้าไป
หรือ ความสนุกอาจจะแห้งกว่านี้ หากผู้กำกับเกร็งว่าหมู่มวลจะเด่นกว่ารักสามเศร้า อาจจะกดความสนุกสีสันลงไป
แต่นี่ถือว่าเป็นการนำเสนอทั้งสองส่วนได้ลงตัวพอเหมาะพอเจาะ


นอกจากบทที่หาจุดยืนได้มั่นคงตามแนวทางของตัวเอง
ตัวดนตรีและคำร้องประพันธ์ได้โดดเด่นไพเราะติดหู เนื้อร้องเองถ่ายทอดเนื้อหาเนื้อเรื่องได้อย่างไม่มีที่ติ โดยเฉพาะเนื้อร้องที่เลือกบรรยายความรู้สึกสิ่งที่เกิดกับตัวละครและเรื่องราวได้ล้ำลึก ไม่ว่าจะเป้นเพลง The music of the night เลือกใช้คำที่อลังการงานสร้างแต่ได้ความรู้สึกโรแมนซ์และดุเดือด
Wishing You Were Somehow Here Again ความโหยหาความรักจากพ่อที่จากไปนาน
และยังมีเพลงอีกหลายเพลงที่ประพันธ์ได้ลงตัวสำหรับเดินเรื่องในละคร หรือตัดออกมาฟังเป็นเอกเทศได้อย่างไพเราะสมบูรณ์ในตัวมันเอง All I ask of you หวานจับใจ Masquerade เพลงฉลองปีใหม่หน้าโรงโอเปร่าที่ทั้งอลังการและมีเนื้อหายอดเยี่ยม

นักแสดงต้องมีความสามารถในการร้องแบบเกือบๆจะเป็นโอเปราติก ซึ่งเป็นการร้องที่ต้องใช้พลังมหาศาล
นอกจากจะรูปงามแสดงเก่งเสียงต้องถึง แถมจะต้องแข็งแรงอีกด้วยเพราะหลายๆช่วง ทั้งวิ่งทั้งร้องก้อมี
นางเอกเองโดนเหวี่ยงลงไปกองกะพื้น คลานกลิ้งไปมาแล้วต้องร้องแบบนี้อาทิตย์ละ 8 รอบ เห็นทำมาหลายแคสแล้ว

ฉากจากละครเรื่องนี้ โคมไฟแชนดาเลีย คือวัตถุพยานสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดไม่มีโคมไฟระย้าไม่ใช่ The Phantom of the Opera
ฉากที่โคมไฟลอยละลิ่วขึ้นสู่กลางโรงละครพาคนดูย้อนอดีตไปสุ่ยุครุ่งเรืองของโรงละครแห่งนี้ การออกแบบให้โคมระย้าลอยขึ้น และตกลงไปสู่กลางเวที เป็นการออกแบบที่ฉลาดทำดูดีทีเดียว
นอกจากนี้การเปลี่ยนฉากต่อฉากหลายๆช่วงเกิดขึ้นภายในพริบตา บางฉากใช้วิธีเลื่อนเข้าออก ยกผ้าม่านขึ้นอย่างง่ายแต่มีประสิทธิภาพมาก
ฉากที่ปีศาจโรงละครพานางเอกลงไปทะเลสาปใต้โรงละครเป็นการออกแบบที่ยอดเยี่ยมที่น่าจดจำเรื่องนึงของละครที่เคยชมมาทั้งหมด
ถึงแม้ฉากจะโดดเด่นแค่ไหนอลังการแค่ไหน ท้ายที่สุดฉากก็ยังเป็นตัวรับใช้เนื้อหาของละคร เนื่องด้วยตลอดสองชั่วโมงกว่าๆคนดูยังจดจ่อกับตัวละคร ตัวเรื่อง บทเพลงและความสามารถในการร้องการแสดงของนักแสดง ฉากที่อลังการตรงหน้าไม่ข่มให้ เนื้อเรื่อง ตัวละครและนักแสดงกลืนหายไปกับเทคนิคบนเวที

มีโอกาสดูมาเรื่องนี้สี่ครั้งในรอบยี่สิบปีนักแสดงทุกคนแสดงได้เต็มหน้าที่ทุกครั้งทั้งๆที่แต่ละคนแสดงบทเดิมๆมากว่า สามสี่ปี ไม่เกิดอาการนักแสดงช้ำแสดงเซ็งๆเหมือนที่รู้สึกกับนักแสดงเด็กรับบทซิมบ้าใน The Lion King

จะขอกล่าวถึงนักแสดงบทปีศาจโรงละคร ถือเป็นบทที่ใครเล่นแล้วเกิดส่งให้นักแสดงดังมากกว่าเดิม
คนแรก Anthony Warlow เป็นนักแสดงออสเตรเลียน สมัยปี 1991 เป็นนักแสดงที่ร้องดี แสดงดี แถมหล่อกว่าตัวพระเอกเสียอีก แต่บนเวทีนักแสดงจะโดนเมคอัพทำให้เละจนไม่เหลือความหล่อก้อตาม จากบทปีศาจโรงละครที่ออสเตรเลีย Anthony Warlow ได้บันทึกเสียงลงในอัลบั้มละครเพลง Jekyll & Hyde เพลงเด่นจากเรื่องนี้ This is a moment เพลงเอกจากเรื่องนี้คนมักจะเปิดเสียงของพ่อ Anthony Warlow คนนี้บ่อยๆ รวมทั้ง The Complete Symphonic recording ละครเพลง Les Miserable เขาได้ร้องอยู่ในอัลบั้มนี้ด้วย

ถัดมา John Owen-Jones ได้ดูที่ลอนดอนในปี 2003 เป็นphantomที่ดูดร๊อปเรื่องความหล่อลงไปหน่อย แต่ความสามารถในการร้องแสดงสูสีกับคนแรก เป็นนักแสดงที่รับบทนี้ยาวนานต่อเนื่องคนนึง ตอนนี้เป็นนักแสดงละครแถวหน้าคนนึงของที่เวสเอนด์และบอร์ดเวย์

Ramin Karimloo เป็นนักแสดงเชื้อสายอิหร่าน เสียงดี หล่อเหลากินขาดกว่าสองคนแรก กลายเป็นนักแสดงที่ขายดีในขณะนี้ แน่นอนตอนอยู่บนเวทีเมคอัพหน้าเละและหน้ากากกลบความหล่อเหลาไปกว่าครึ่ง แต่อีกครึ่งซีกที่เหลือทำให้แม่ยกชืนใจไม่มากก้อน้อย
Ramin ได้แสดงเป็นแคสแรกใน Love never dies (Phantomภาค2ด้วย)
และเป็นPhantomหลักในการแสดงฉลองครบรอบ 25 ปีที่ผ่านมา

และล่าสุดที่ได้ดู Scott Davies เป็นphantom ที่เสียงใช้ได้ ทุกอย่างทำได้ลงตัว แม้จะไม่หล่อเหลาเท่าสามคนแรกก้อตาม
ส่วนนักแสดงฝั่งหญิงดูจะลอยตัวหมดทุกคน

ครั้งหลังสุดที่ดูที่ลอนดอนราวกับว่ามีการปรับเปลี่ยนฉากใหม่สีสดใสกว่าเก่า รวมทั้งระบบแสงที่ชัดคมกว่าแต่ก่อน คงเป็นเพราะการนำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลมายกเครื่องในระบบแสงเสียงของโรงที่เล่นมากว่า 25 ปี
แต่ที่น่าเสียดายคือ ระบบเสียงที่ติดตั้งระบบดิจิตัลทั้งโรง เสียงจากวงดนตรีสด เสียงร้องสดจะถูกส่งออกมาจากลำโพงอีกทาง
แน่นอนว่าระดับเสียงความกระหึ่มชัดคมใส(เกินจริง)ทำให้เสน่ห์ของการฟังดนตรีสดๆที่บรรเลงจากหลุมหน้าเวทีหดหายไปไม่น้อยทีเดียว

อีกประการหนึ่งที่รู้สึกได้ว่าละครเปลี่ยนไป เมื่อได้ดูภาคต่อ Love never dies
สิ่งที่อาจจะเคยมี แต่ไม่เคยสังเกตจาการชมครั้งก่อนโน้นๆหรืออาจจะถูกเพิ่มมาทีหลังคือ
ตัวละคร Raoul ดูจะเปลี่ยนไปจากชายหนุ่มโรแมนติกสุดขั้ว หวานแหว๋วใส่ อบอุ่น
รักนางเอกมากๆขนาดยอมตายแทน
มาคราวล่าสุดดูตัวละครนี้ ไหงออกแนวเอาแต่ใจตัวเองออกจะขี้โอ่ในความรวยไม่หวานอบอุ่นเหมือนแต่ก่อน
จะเปลี่ยนไปเพื่อให้เข้ากับตัวละครตัวนี้ที่ไปปรากฎตัวในภาคสองหรือเปล่า ไม่แน่ใจ

ไหนจะความรู้สึกของนางหนูคริสตีนกับพ่อปีศาจ มันออกมาวาบหวามมากกว่าก่อนมาก
ตั้งแต่ฉากลงไปใต้ดินได้เห็นภาษากายไม่ว่าการลูบไล้เรื่อนร่างรู้สึกร้อนฉ่า ยัยหนูเองก้อสะท้านทรวงตอบ
การส่งรับอารมณ์กันระหว่างพ่อปีศาจกะนังหนูคริสติน มันออกไปทางชู้สาวหนักกว่าคราวก่อนๆ ที่เคยดู(ช่วงที่ก่อนมีภาคต่อออกมา)

รวมทั้งฉากสุดท้าย ตอนร่ำลาของครีสตีนและPhantom คริสตีนเอาแหวนมาคืนและจูบลา พ่อphantom ที่ดูคราวก่อนๆโน้นเราคิดว่าฉากนี้คือการพบกันครั้งสุดท้ายของสองคนนี้
น้ำตาผมนี้แหมะๆ เป็นฉากที่งดงามทั้งภาพ การกระทำตัวละคร สีหน้า ดนตรี อารมณ์ ลงตัว สวยงามมากมาย
แต่หลังจากที่ภาคต่อออกมา รู้แล้วว่าสองคนนี้จะได้พบกันอีกในเวลาสิบกว่าปีให้หลังในภาคสอง
เราเลยไม่เศร้าไปกับฉากนี้สักกะนิด
ออกจะตลกที่เห็น phantom ร้องครวญคราง ผมก้อว่ามันในใจ ไอ้บ้าเดี๋ยวอีกหน่อย เอ็งก้อไปแย่งนังคริสตีนกลับมาอีก จะมาร้องไห้บ้าบอเสียหมาไปทำซากอะไร จบๆไปได้แล้ว
ความรู้สึกเราเปลี่ยนไปเพราะ มีภาคต่อหรือเปล่า

ไปดูครั้งนี้แล้วประทับใจภาคแรกน้อยลง ผมรู้สึกอย่างงั้นจริงๆ





Create Date : 15 มิถุนายน 2554
Last Update : 8 ธันวาคม 2554 17:53:14 น. 24 comments
Counter : 3687 Pageviews.

 
กด like บทความนี้เลยค่ะ

เราว่า John Owen-Jones ดูเป็น Phantom ที่ภูมิฐานดี

แต่ Ramin เป็น Iran เต็มตัวเลยนะคะ ไม่ใช่ลูกครึ่ง
เขาย้ายมาอยู่แคนาดาตั้งแต่ตัวเล็กๆ และมาทำงานในอังกฤษค่ะ



โดย: popera IP: 61.90.102.107 วันที่: 15 มิถุนายน 2554 เวลา:14:12:46 น.  

 
สวัสดีคะ

เรื่องยังไม่เคยดูละครเวที ดูแต่ที่เอามาทำหนังคะ เพลงเพราะมากๆ สงสารตัวแฟนท่อมสุดๆ


โดย: เจ้าช่อมาลี (PP_Skywalker ) วันที่: 15 มิถุนายน 2554 เวลา:14:14:39 น.  

 
ขอบคุณคุณ popera สำหรับข้อมูลพระเอกรามิน นะครับ
แก้ไขเรียบร้อยแล้ว


โดย: kinglear วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:13:56:43 น.  

 
แวะมาทักทายตอนสายๆวันอาทิตย์ครับ


โดย: bbandp วันที่: 19 มิถุนายน 2554 เวลา:15:29:45 น.  

 
อยากทราบนิดนึงค่ะ เวลาไปดูละคร จำเป็นไหมค่ะว่าต้องใส่ชุดราตรียาว evening dress ...เพราะเห็นมีคนบอกต้องแต่งแบบนี้


โดย: Amit IP: 192.168.6.147, 202.173.220.75 วันที่: 7 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:31:13 น.  

 
เออ ไม่ต้องขนาดนั้นครับ ชุดที่ว่าจะใส่ๆกันถ้ามันเป็นรอบที่จัดพิเศษ รอบเปิดตัวละครคืนแรก รอบที่มีคนสำคัญๆอย่างราชวงศ์เสด็จมา หรือรอบพิเศาที่จัดจะมีการระบุการแต่งตัว
รอบปกติทั่วไป ผมไปดูทีไร ใส่ยีนส์ เสื้อสุภาพ รองเท้าผ้าใบ สบายๆ
จะมียีนสืเสื้อยืดเวลาไปดูละครเพลงมันส์ๆบางเรื่อง อย่าง
we will rock you/ mamma mia!/ hair


โดย: kinglear วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:44:25 น.  

 
อันนี้ตามมาเมาท์ที่นี่ดีกว่า เอิ๊กๆๆ

เห็นนักวิจารณ์หลายคนเค้าว่ากันว่าคุณ JOJ เป็นแฟนธอมที่เจ๋งมากๆในรอบตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาเลยค่ะ คาดว่าจะต้องตามไปเก็บดู จะยอมพลาดคุณ JOJ ไปได้ไงเนี่ย...

เพื่อนที่เคยได้ดูคุณ JOJ เล่นบอกว่า ตอนที่คุณเค้าร้องว่า How you repaid me นั่นถ้าเพื่อนเป็นคริสทีนคงทรุดลงไปกองกะพื้นแล้วบอกว่า..หนูขอโต้ดดดดด

แชร์ความเห็นเรื่องเรื่องการตีความบทและตัวละครดีกว่าค่ะ เราว่ามันแล้วแต่จะตีความเนอะ บ้างก็ว่าคริสทีนเห็นพี่แฟนธอมเป็น Father figure มิได้รักใคร่ฉันชู้สาวแต่อย่างใด บ้างก็ว่าจริงๆแล้วคริสทีนก็รักพี่แฟนธอมนั่นละแต่เป็นรักแบบเด็กสาวกรี๊ด idol ส่วนตัวเองหลังจากอ่านทั้งนิยาย ดูทั้งละครแล้วก็เชื่อเอาเองว่าจริงๆแล้วเค้าก็รักกันน่ะแหละ แต่พอสาวเจ้าเห็นหนุ่มอัปลักษณ์สาวเจ้าก็เลยเปลี่ยนใจไปหารักเก่าสมัยแฟนฉัน!!!! ฮ่าๆๆ เอาขำๆนะคะ คือ มิโปรดคริสทีนมาแต่ไหนแต่ไรอะค่ะ ฮา...

แต่ฉากสุดท้ายนั่นน่้ำตาคลอจริงๆค่ะ อีตอนที่พี่แฟนธอมตะโกนว่า Go now and leave me นั่น เริ่มน้ำตาคลอตั้งกะตอนนั้นเลย แหะๆ พอตอนเขามาคืนแหวนก็..น้ำตาไหลเป็นน้ำตกล่ะค่ะ สงสารพี่แฟนธอมจับใจ..

เดี๋ยวนึกไรได้จะมาเมาท์ต่อค่ะ ดีจังค่ะ มีคนคุยด้วยเรื่องนี้ ^^


โดย: agarwaen IP: 58.136.4.44 วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:1:55:27 น.  

 
ผมเชื่อมาตลอดว่าความสัมพันธ์ของคริสทีนกะปีศาจมันไปในทางพ่อลูกซึ่งเป็นพ่อหรือแม่ที่มีอำนาจเหนือกว่า อาจจะมีความรู้สึกชู้สาวบ้างเล็กน้อย แต่มันมีกำแพงกันอยู่ทางกายภาพ ในจินตนาการผมคิดว่าฟานท่อมมันพิการบางส่วนด้วย ครั้งแรกที่ดู บางฉากเห็นชัดเจนว่าตัวปีศาจมีลักษณะไม่มีเพศด้วยซ้ำไป
ตัวละครอยู่ได้ในพื้นที่ของโรงละครและเขตมืด
การแข่งขันระหว่าง ฟานท่อม กับ ราอูล เมื่อคำนึงถึงโลกของความเป็นจริง
ฟานท่อมแพ้หมดจด
แต่ที่
รามินแสดงไว้ มันไปอีกทางออก ไปทางที่ฟานท่อมฉบับหนังทำไว้
แถมด้วยพลังการแสดงดีมาก ร้องทีทะลุหลังคา บวกความเท่ห์สมาร์ท
หล่อทะลุเมคอัพ
เวอร์ชั่นนี้โลกของฟานท่อมสูสีกับโลกของราอูล
คริสทีนเลือกฟานท่อมในเวอร์ชั่นนี้ก้อไม่แปลกครับ
เพราะบริบทสังคมไม่กี่ปีนี้เปลี่ยนไปมาก พวกคนเผ่ากลายพันธ์Xmenยังออกมาสร้างภาคต่อโครมๆ เลดี้กาก้ารวยทะลุฟ้าจากการขายlookความบ้าบอแฟนซี ถ้าแฟนท่อมฉบับรามินจะออกจากโลกความมืดมาอยู่ในสังคมปกติกับคริสทีน คนเริ่มจะรับได้แล้วมั้งครับ ฟานท่อมรามินในภาคแรกคนเลยชอบกันน่าดู


โดย: kinglear IP: 58.8.244.56 วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:00:17 น.  

 
ฮ่าๆๆ แหม.. พี่แฟนธอมฉบับหลังๆออกจะทันสมัยว่างั้นใช่หรือเปล่าคะ ^^

ตัวเองคิดต่างกับคุณ Kinglear เล็กน้อยค่ะ เพราะคิดเอาว่าแฟนธอมเป็นคนที่สังคมไม่ยอมรับ อยู่คนเดียวมาตลอด ความสามารถในการอยู่ในสังคมต่ำเพราะหน้าตาอัปลักษณ์ จะพิการด้วยก็อาจเป็นได้ ไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง เมื่อฟูมฟักเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมาก็เหมือนเป็นสิ่งดีๆสิ่งเดียวในชีวิตที่เขามี ก็พาลคิดเอาเองว่านี่เป็น "ของฉัน" รัก หวง ห่วงและมีความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ซึ่งจะต่างจากที่คุณ Kinglear มองพอสมควรค่ะ เลยอาจจะเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงมองว่าน่าจะมีความรู้สึกในทางชู้สาวของแฟนธอมต่อคริสทีน

ไม่เคยดูที่คุณรามินเล่นเป็นแฟนธอมใน POTO เลยค่ะ และคาดว่าก็จะไม่ได้ดูถ้าพลาดรายการ 25 ปีพี่แฟนธอม ไปและถ้าคุณเขาไม่กลับมารับบทแฟนธอมใหม่นะคะ แต่อยากจะดูที่คุณ JOJ เล่นมากค่ะ คิดว่าคงตรงใจเรา

จริงๆแล้วโลกมันคงเปลี่ยนไปแล้วล่ะค่ะ แต่ตัวเองก็ยังรักแฟนธอมที่เป็นปีศาจ เป็นอัจฉริยะทางดนตรี เป็นสถาปนิก มากกว่าแฟนธอมที่แค่หน้าตาอัปลักษณ์และโรแมนติกนะเออ

ขอถามเป็นความรู้หน่อยค่ะว่าดูตรงไหนคะว่าพี่แฟนธอมไม่มีเพศ สงสัยจริงจังเลยค่ะ เผื่อจะได้เก็บไปสังเกตตอนไปดูรอบหน้าด้วย ช่วยคลายข้อสงสัยหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ



โดย: agarwaen IP: 58.136.4.44 วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:29:23 น.  

 
คุณ agarwaen ผมว่าใช่ครับ แบบว่าปีศาจมันเทห์ขึ้น
เรื่องว่าฟานท่อมไม่มีเพศ
ดูตรงไหนที่แฟนท่อมไร้เพศเหรอครับ เป็นความรู้สึกนะครับ ช่วงแรกสมัยแรกๆที่ได้ดู หลายๆช่วง ตัวปีศาจ กรีดกรายนิ้ว ภาษากายหลายๆที มันกระเดียดไปทางผู้หญิงๆมากๆ ผิดกับยุคหลังๆที่แมนขึ้นๆๆ จนการกรีดนิ้วมีน้อยลงๆๆ ท่าเดินในชุดทักซิโ้ดกับการกรีดนิ้วน้อยๆ ผมว่าแต๋วมากอะครับ 555

การเดินของฟานท่อมหลายๆช่วง ซีกนึงจะเกร็งแข็งเป็นท่อนเดียวนะครับ ในหนังสือจำได้ว่าตอนเด็กเขาโดนจับใส่กรงเป็นสัตว์ประหลาดออกงานวัดฝรั่ง ผมเลยเดาเอานะว่าไอ้ที่พิการนะ ไม่ใช่ส่วนหัวเพราะไม่ประหลาดพอ น่าจะลามไปครึ่งซีกทั้งตัวถึงจะประหลาดพอเก็บเงินคนดูได้ ดีไม่ไม่ดี เจ้าส่วนนั้น ก็น่าจะพิการด้วยครับพี่เขาถึงเกรี้ยวกาจวีนแตก วิปริต ผมใช้คำนี้เลยนะครับ

การอยู่ตัวคนเดียวตั้งแต่เด้กจนโตบนคนนอกสังคม ยิ่งไม่มีโอกาสรู้ว่าเพศในสังคมเป็นอย่างไร ใช้สัญชาตญาณล้วนๆ น่าจะเป็นอีกปัจจัยนึงครับที่อธิบายข้อนี้

ผมคิดเยอะไปหรือเปล่าครบนี่
555


โดย: kinglear IP: 58.11.30.111 วันที่: 28 กรกฎาคม 2554 เวลา:18:59:08 น.  

 
ไม่ได้คิดมากหรอกค่ะ ก็นี่ละมังคะ เสน่ห์ของเรื่องนี้... เสน่ห์ที่ทำให้คนทั่วโลก "อิน" กับบทละคร อินกับคาแรกเตอร์ของตัวละครจนมานั่งคิดกันได้เป็นใหญ่โต ฮ่าๆๆ

ที่คุณ Kinglear พูดมาเรื่องความพิการและภาษากายก็มีประเด็นนะคะ เอิ๊กๆๆ นั่งดู Youtube ฉบับไมเคิล ครอว์ฟอร์ดเล่นคุณลุงก็กรีดกรายจริงๆน่ะแหละค่ะ แต่เราไม่ค่อยรู้สึกว่าแต๋วอะค่ะ เอิ๊กๆๆ อาจะเป็นเพราะมีเพื่อนผู้ชายหลายคนที่แต๋วกว่านี้ก็เป็นได้ ฮ่าๆๆๆ แต่เห็นด้วยเรื่องความพิการค่ะ จะออกงานวัดมันก็ต้องประมาณเด็กสองหัว หรืออะไรประหลาดๆเยอะๆ คงไม่ใช่แค่หน้าตาอัปลักษณ์เพียงอย่างเดียวแน่ๆ

ชีวิตพี่แฟนธอมช่างน่าสงสารเนอะ ถูกจับไปออกงานวัดยังไม่พอตอนอยู่ในราชสำนักยังถูกกระทำซ้ำเติม ไม่แปลกที่จะออกมาในแนวจิตแตก บ้าคลั่งได้ขนาดนั้นเนาะ ว่าแล้วกลับไปอ่านหนังสืออีกรอบดีกว่า เอิ๊กๆๆๆ

ปล.นี่ยังแอบรอเขาปล่อยตั๋วแฟนธอมเบญจเพศรอบสองอยู่เลยค่ะ เห็นราคาในเวปอื่นๆแล้วอยากจะเอาหัวโขกฝาตาย แพงไปโลกหน้าแล้วนั่น.. ถ้าไม่ได้จริงๆสงสัยจะต้องอดใจรอดีวีดีเหมือนกันนะนี่



โดย: agarwaen IP: 58.136.4.42 วันที่: 28 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:06:45 น.  

 
เรื่องตั๋วคอนเสิรต์ฉลองเบญจเพศ
ราคาตั๋วแพงนี่คาดไว้แล้วว่าต้องแพงสะบั้นสั่นประสาท
ใครๆก้ออยากดูทั้งนั้นครับ
ถ้าป้าซาห์รา กะลุงไมเคิ้ล มายืนพื้น ค่อยน่าลุยหน่อยครับ แต่พอเห็นนักร้องนำ แบบว่าดูพี่เขาพอแระ เลยออกอากาศองุ่นเปรี้ยวได้ อุอุ จริงๆถ้าไปดูปีี้อาจจะบักโกรกไปอีกสองสามปีเลยครับ มีบุญรอดีวีดีอะครับ


โดย: kinglear IP: 58.9.194.7 วันที่: 28 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:53:46 น.  

 
เห็นในข่าวเขาว่าลุงโคม วิลคินสันมาค่ะ แต่ว่ายังไม่มีข่าวแว่วออกมาว่าจะมารูปไหนอย่างไร ลุงไมเคิลเห็นมัวไปเป็นพ่อมดในThe wizard of Oz ของท่านเซอร์อยู่ เห็นทีจะไม่ได้มามังคะ เอิ๊กๆๆ แต่น่าจะมีเซอร์ไพรซ์อะไรบ้างนะคะ

ไอ้เรื่องตั๋วแพงน่ะเข้าใจค่ะ แค่เห็นในเวปที่เขาเอามาขายแล้วมันก็สยองขวัญมาก คือ ถึงจะรักจะชอบจะอยากดูยังไงก็ทำใจไม่ลงจริงๆค่ะ ไอ้ตั๋วถูกๆก็อยู่ใน restricted area ซึ่งก็ทำใจไม่ได้อีกนั่นแหละ ตอนนี้เลยรอตั๋วรอบสอง ถ้าเกิดฟลุคๆได้ขึ้นมาก็มีเฮอะค่ะ เอิ๊กๆๆ จะยอมกินแกลบไปอีกสองปีอย่างที่คุณว่า ฮ่าๆๆ (ตอนนี้ก็กรอบแล้วล่ะค่ะ เอิ๊กๆๆ)

ดีวีดีคงซื้อแน่ๆอยู่แล้วค่า

ปล. คุณ Kinglear มีฉบับลุงโคมเล่นบ้างไม๊คะ อยากเห็นลุงเล่นเต็มๆเรื่องจัง ที่เห็นกระจายๆอยู่มันมาเป็นชิ้นส่วนยังไงไม่รู้ค่ะ


โดย: agarwaen IP: 58.136.4.57 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:46:09 น.  

 
เราเคยดูละครเวทีแต่ที่เขาแอบถ่ายในยูทูปนะคะ

เราตีความว่าคริสทีนรักทั้งราอูลทั้งแฟนทั่มค่ะ ท่านเซอร์ก็เคยพูดอย่างนี้ คริสทีนเลือกราอูล เพราะ เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยกันได้ค่ะ

ส่วนเพราะอะไรแฟนทั่มถึงรักคริสทีน เรามีความเห็นว่า แฟนทั่มเห็นความโดดเดี่ยวของเธอ หลังจากที่พ่อตายค่ะ เป็นความโดดเดี่ยวแบบเดียวกับตนเอง แฟนทั่มมีความสามารถทางดนตรี แต่ไม่สามารถแสดงให้ผู้ชมรับรู้ได้ คริสทีนจึงเป็นตัวแทนของเขา เมื่อคริสทีนประสบความสำเร็จในการงาน เขาก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน เรายังคิดอีกว่าเพลง think of me เป็นเพลงที่ระบายความรู้สึกส่วนหนึ่งของแฟนทั่มด้วยค่ะ

ลุงไมเคิลเสียงดี แสดงดี แต่ท่าทางกรีดกรายมากๆค่ะ ตรงนี้เราไม่ค่อยชอบ

ทีแรกที่ได้ฟังซีดีLND รู้สึก เอ้ย ทำไมเนื้อเรื่องเละเทะจังอ่ะ จากที่แต่ก่อนเรียก คริสทีน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเรียก นังคริสทีน ซะแล้วค่ะ 555+

ที่ คุณ agarwaen กับคุณ kinglear คุยกันเรื่อง25th Phantom เขาบอกว่านักแสดงนำ คือ Ramin กับ Sierra นะคะ

ป.ล.เราต้องรอดีวีดีอย่างเดียวแน่นอน ไม่กะตังค่ะ T^T


โดย: emichan IP: 58.9.204.25 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:22:11 น.  

 
คุณ agarwaen ฟานท่อมฉบับลุงColm มีแต่ซีดีเวอร์ชั่นแคนาดาครับ สมัยก่อนล่าเทปคาสเซตเจอก้อน้ำหูนำ้ตาไหลแล้วครับ
อุ๊บ รู้อายุกันหมด--อุอุ ไม่เคยดูแกสดๆนะครับ
ช่วยที่POTOเปิดแสดงผมยังเรียนอยู่เร้ย ไม่มีกะตังค์ไปดูเอง ลุงColmผมอิ่มลุงแกตั้งแต่ฟังles miz เวอร์ชั่นสองชุดแรก เวสเอนต์ บอร์เวย์ ยงจะครบรอบles miz สิบปีอีก แต่ลุงแกก้อเก่งนะครับเสียงเด็ดขาด เพียงแต่ออกมาเยอะไปหน่อยครับ

คุณ emichan ที่ลุงไมเคิลแสดงกรีดกรายขนาดนั้นมันมาจากการตีความของทีมสร้าง คนทำบท ทำเพลง คำร้อง ผ้กำกับ ตรงนี้สำคัญมากคล้ายกับวางโครงบ้านหลังแรก หลังที่จะสร้างต่อๆมาต้องดูหลังนี้เป็นตัวอย่างครับ หลังๆก้อเริ่มเป๋ๆนิดๆหน่อยๆ ตัวปีศาจชักแมนขึ้นแม่ยกกรี๊ดอย่างที่เห็น
ส่วนคอนเสริทนะ ถ้าวางตัวแคสแรกมาแสดงละก้อ ผมว่าจะขายตัวขายที่ขายควายจะลงทุนคัวกเนื้อไปดูเลยครับ พอเป็นพี่รามิน กะน้องเซียร์ ก้อรอดูดีวีดี เพราะได้ยลคนทั้งสองมาแล้ว
เกือบหมดตัวเชียว 555


โดย: kinglear IP: 110.168.183.45 วันที่: 30 กรกฎาคม 2554 เวลา:1:52:00 น.  

 
คุณ kinglear ขา... งี๊ดๆ บอกลายแทงไปหาลุงโคมให้หน่อยจิค๊าาา อิ อิ ลุงโคมแกเสียงทุ้มระทึกดีค่ะ อารมณ์ต่างจากลุงไมเคิลอย่างเห็นชัดเลย อยากเอามาฟังให้ระทึกเล่นน่ะค่ะ

ลุงเป็น original cast ของ les miz ด้วยนิคะ เกือบลืมไปเลย พึ่งจะฉลองกันไปนี่นา

ถ้าเป็นป้าซาร่ากะลุงไมเคิลตั๋วเท่าไรก็สู้ค่า จะยอมกินแกลบ กลัวแต่ป้าจะยังร้องไหวอยู่ม๊ายยย เล่นเรื่องนี้เปลืองพลังงานน่าดู

คุณ emichan แต่เราชอบลุงไมเคิลเวอร์ชั่นนั้นนะคะ ที่เขาตีความแบบนั้นน่าจะเพราะอยากแสดงว่าแฟนธอมไม่ใช่คนปกติอะค่ะ คือแสดงความเป็นอมนุษย์ออก
มาให้เห็น ส่วนเรื่องตีความกันใหม่จนเท่ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งของความทันสมัยที่ทำให้โลกของปีศาจและโลกของมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างที่คุณkinglear เคยว่าไว้ล่ะค่ะ

ปล.อย่าพูดเรื่องอายุ มันแสลงใจค่า ไม่น่าจะหนีกันเท่าไรนะคะ เอิ๊กๆๆ


โดย: agarwaen IP: 58.136.4.100 วันที่: 30 กรกฎาคม 2554 เวลา:18:16:16 น.  

 
คุณ agarwaen ครับ ถ้าอยากได้ซีดีเพลงฟานท่อมฉบับลุงColm
canadian cast ผมจะส่งฉบับลูกไปให้ได้นะครับ ถ้าอยากได้หลังไมค์ที่พันธ์ทิพย์เลยครับ ซีดีเพลงจากฃะครนี่หาฟังฉบับอื่นยากมากเลยนะครับ ไม่มีออกมาต่างแคส แบบ Les Miz หรือเรื่องอื่นๆ จะมีก้อเป็นเวอร์ชั่นภาษาอื่นไปเลย
พูดถึงลุง(ลัง)โคม ตอนนี้น่าจะเจ็ดสิบได้แล้วมั้งครับ คราวที่มาในคอนเสิรต์
Les miz ปีก่อนที่ O2 เสียงแกสั่นๆนิดๆแล้ว อายุเยอะมากๆ

ใช่ครับพูดถึงเทปคาสเซตแล้วจี๊ดใจ มันพานึกถึงอายุ555
ถ้าอายุน้อยกว่านี้ มีแรง จะบินโลว์คอสต์ไปลั่นล้าที่ลันดั้น
ตอนนี้กระดูกบางสังขารไม่ไหวครับ ปีก่อนไปยุโรปไปสบายๆ
กลับมายังเดี้ยงไปหลายวัน เสียการเสียงานหมด T T


โดย: kinglear IP: 58.8.161.126 วันที่: 1 สิงหาคม 2554 เวลา:11:36:25 น.  

 
คุณ kinglear คะ หลังไมค์ไปกวนแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

เรื่องเทปนี่มันจี๊ดมากค่ะ เคยไปตามหาเพลงเก่าๆ เจอในตลาดแม่สายที่เชียงราย อาเฮียเจ้าของร้านทำหน้าแบบว่า เอิ่ม ยังมีคนตามหาอยู่อีกรึนี่ มันโบราณมากเลยนะ แทบจะกรี๊ดใส่ค่ะ ฮ่าๆๆ ครั้งนี้ที่ไปมาก็เดี้ยงค่ะ กลับมาป่วยเสียอาทิตย์นึงเลย รู้สึกเหมือนกันว่าไม่ฟิตเหมือนตอนอายุน้อยๆ


โดย: agarwaen IP: 27.55.190.29 วันที่: 1 สิงหาคม 2554 เวลา:15:52:37 น.  

 
เราหลังไมค์ไปหาคุณagarwaen เรื่องเพลงลุงColm
canadian cast แล้วนะคะ

ป.ล.เรามีเพลงPOTO ฉบับญี่ปุ่นด้วยค่ะ ร้องดีใช้ได้เลย แต่บันทึกเสียงไม่ใสเท่าฝรั่งเขา

(emichan, integra, popera คือเราเองค่ะ พอดีมีหลายชื่อ ^^)


โดย: emichan IP: 58.9.189.144 วันที่: 4 สิงหาคม 2554 เวลา:19:35:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ kinglear และทุกคน มาขอแจมด้วย เพราะชอบทั้ง 2 เรื่อง ยังไม่ได้ไปดูหรอกค่ะ ตั้งใจว่า เป็นตายก็ต้องไปดูให้ได้

สำหรับ LND เดาเอาว่า ALW น่าจะเอาแนวคิดของ โจเอล ชูมัคเกอร์ มาทำพล็อตเรื่อง LND เพราะเดิมนั้น เพลง Love Never Dies ไม่ได้มีเนื้อร้องแบบนี้ จำได้ว่า งานแซยิดท่าน ALW เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว Dame Kiri Te Kawana (ไม่รู้ว่าสะกดถูกหรือเปล่า) ร้องเพลงนี้ด้วยเนื้อร้องอื่น ถ้าจำไม่ผิดชื่อว่า The Heart Still to Learn อะไรทำนองนี้ (แต่ไม่มีการ release ออกมาเป็นอัลบั้มนะคะ แต่ดูเหมือนจะมี compilation อยู่ชุด)

ย้อนกลับมาที่ LND ที่บอกว่าเอาแนวคิดของ โจเอล ชูมัคเกอร์ มาทำพล็อตเรื่อง ถ้าทุกท่านเคยไปดูหนัง POTO ที่ Gerard Butler กับ Emma Rossum แสดง Joel เคยให้สัมภาษณ์ว่า จริง ๆ แล้ว Christine รัก Phantom ด้วยสัญชาตญาณดิบของคนที่มีอะไรตรงกันเยอะ แต่ที่เลือก Raoul เพราะตอนนั้น Christine ยังเด็ก แล้ว Phantom ก็ดูน่ากลัว เจ้าอารมณ์ และรุนแรง Raoul นั้น หล่อเหลา สำอางค์ แล้วก็เป็นเพื่อนมาตั้งแต่เล็ก ซึ่งก็ปรากฏอยู่ในเนื้อเพลง Look with your heart (ฟังครั้งแรก ร้องไห้เลย)

ส่วนเพลง Beneath the Moonless Sky โห... เป็นเพลงที่ X มาก เร่าร้อนสุด ๆ เนื้อเพลงนี้ให้ความรู้สึกของความรักที่ดิบ เถื่อน primitive มาก ๆ ฟังแล้วปาดเหงื่อเลย

จริง ๆ ควรประทับใจเพลง Love Never Dies นะคะ แต่ไม่เลย เพราะมีความรู้สึกว่า Sierra ร้องได้ไม่หวานเท่า Katherine Jenkins อาจจะเป็นเพราะเสียงของ Sierra ยังไม่ mature เท่า

ส่วน Phantom คนอาจจะมองว่าภาพลักษณ์ดูเปลี่ยนไป แต่ส่วนตัวคิดว่ายังร้ายเหมือนเดิม แต่ร้ายลึก ร้ายนิ่ง ไม่ร้ายอาละวาด โฉ่งฉ่าง เหมือนใน POTO นะคะ จะเป็นเพราะรู้สึกได้รับการยอมรับมากขึ้น เหมือนที่มิสเฟล็กซ์ร้องไว้ freak อย่างพวกเขา dare to walk about men.

สรุปก็คือ อยากดูอ่ะ สงสัยต้องขยันเก็บตังค์มากกว่าเดิมแล้ว จะได้ไปดูดังใจหวังสักที


โดย: นัชชา IP: 61.19.226.253 วันที่: 8 สิงหาคม 2554 เวลา:13:28:26 น.  

 
คุณนัชชาคะ POTO คงยืนโรงไปอีกนานเลยค่ะ เอิ๊กๆๆ ไม่ไปง่ายๆดอก แต่ LND สงสัยต้องไปดูที่เมลเบิร์นแล้วล่ะค่ะ ไม่กี่วันที่ลอนดอนก็จะเลิกเล่นแล้วเนี่ย...

เรื่องเสียงร้องของเซียร่า ส่วนตัวแอบคิดว่าเซียร่าเหมาะจะเป็นคริสทีนใน POTOมากกว่านะคะ เพราะยังมีความเป็นสาวน้อยอยู่เยอะ


โดย: agarwaen IP: 58.136.4.31 วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:8:50:47 น.  

 
เจอคอเดียวกันตามมาชุมนุมกันที่นี่อีก
คุณagarwan LND ที่ลอนดอนปิดไปผมว่าไม่แน่จะเอาเวอร์ชั่นที่เมลเบิร์นกลับมาเปิดอีกทีนะครับ
เพราะจำได้ว่าALW เคยทำแบบนี้สองสามหนแล้ว
อย่างAspect of love / sunset boulevard เปิดๆปิดๆ
มาก่อนครับ
คุณนัชชาถ้าเก็บตังค์ทัน ที่เมลเบริน์น่าดูนะครับ


โดย: kinglear IP: 58.8.195.96 วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:18:58:59 น.  

 
ถ้าคุณนัชชาพลาดที่เมลเบิร์นไปจริงๆ ผมได้ข่าวล่าสุดว่า โปรดักชั่นนี้มีแผนการถ่ายทำดีวีดี แล้วออกวางขายครับ
คิดว่าคงเป็นปีหน้า แต่ละครจะแสดงไปนานไหม ไม่แน่ใตจครับเพราะโรงที่เปิดแสดง โรงละครใหญ่มาก จำได้ว่าใหญ่กว่าศูยน์วัฒนธรรมบ้านเราอีก ยิ่งโรงใหญ่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น คนเต็มยาก ละครจะปิดเร็วขึ้น อาจจะไปแสดงที่ซิดนีย์อีกปีสองปี แล้วไปที่ เพิร์ท อะดิเลด ดาร์วิน ประมาณนี้ครับ
ยังไงมีดีวีดีออกมาแน่แน่
ส่วนฟานท่อมภาคแรกยังอยู่อีกยาวครับ


โดย: kinglear IP: 58.8.195.96 วันที่: 10 สิงหาคม 2554 เวลา:9:29:49 น.  

 
ที่นี่จะกลายเป็นแหล่งชุมนุมคนรักแฟนธอมเลยไม๊คะ จะได้มาสิงเป็นเรื่องเป็นราว ฮ่าๆๆๆ เรื่องปิดๆเปิดๆเนี่ย ALW ก็ช่างลักปิดลักเปิดซะจริงๆ แต่ถ้าท่านจะเปิดอีกจริงๆก็น่าจะปรับเนื้อเรื่องซะหน่อยนะคะ เอิ๊กๆๆ เสียงวิจารณ์หนาหูเหลือเกิ๊นนนน

ดีวีดีถ้ามีออกก็คงซื้อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ว่า... ในที่สุดพี่แฟนธอมสุดที่รักก็มีภาคต่อ!! ไรทำนองนั้นอะค่ะ ฮ่าๆๆๆ





โดย: agarwaen IP: 58.136.4.103 วันที่: 10 สิงหาคม 2554 เวลา:21:45:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kinglear
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add kinglear's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.