ยินดีต้อนรับค่ะ ^ ^
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
16 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 

ทัวร์ญี่ปุ่นกะ Apple Japan ตอนที่ 1

จริง ๆ ไปจนกลับมาเป็นเดือนแล้ว จนเพื่อนร่วมทริปเขียนบล็อคจบไปหมด

แต่อยากจะเขียนมั่ง ก็แต่ละคนก็มองกันคนละมุมอ่ะเน้อ แจนขอนำเสนอในมุมตัวเอง

ทริปนี้ไปด้วยกัน 7 คนกะ มีปาป๊า มาม้า แจน แจ๊ก จิ๊บ โจ๊ก และเก๋ (??) เด็กข้างบ้าน

ที่เลือกไปกะทัวร์ก็เพราะไม่อยากให้ปาป๊า มาม้าลำบากกะการไปเป็นกะเหรี่ยงอยู่ต่างเมือง

ถ้าไปเอง แจนก็คงเลือกกางแผนที่เที่ยวเองแน่นอนอยู่แล้ว

เลือกไปกะ Apple Japan เพราะชื่อเสียงเค้า อ้อ ราคาก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน

ทริปนี้ไปหลังสงกรานต์แป๊บเดียว คือไปวันที่ 17 กลับ 22 เมษา ราคาคนละ 49,900 บาท

บริษัททัวร์นัดเจอกันตอน 2 ทุ่มวันที่ 17 ที่เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย



ลัลล้า จะได้ไปเที่ยวแล้วนี่นา (ไม่แต่งหน้ากันทุกคนเลย เพราะกะขึ้นไปนอนเต็มที่)



พอผ่าน ตม.แล้วก็ไปเดินชอปปิ้งไปเรื่อย ได้กล้องมาตัว กระเป๋า 2 ใบ รองเท้า 1 คู่ 555

ไม่นับรวมที่ไปสอยจากรางน้ำมาอีกกระบุงโกยก่อนหน้านั้น

อ้อ เรื่องกระเป๋าเนี่ย มีเรื่องน่าขายหน้าด้วย ตอนมาม้าเลือกกระเป๋า kipling

แจนก็ไปลองสะพายให้มาม้าดู หมุนไปมา พอจ่ายตังเสร็จก็ใกล้เวลาขึ้นเครื่อง

ตอนกะลังจะตรวจของเหลวในกระเป๋า ก็หันมาจับกระเป๋าตัวเอง งงมาก

เพราะหิ้วกระเป๋า kipling เค้าออกมาด้วยเฉยเลย อายมากกกกกกกกกกกก

ต้องวิ่งกลับไป ไกลด้วยนะ กระหืดกระหอบพอสมควร แล้วบอกพนักงานว่า

ขอโทษค่ะที่หิ้วติดออกมา แต่ว่าไป ทางร้านก็หละหลวมเนาะ

โชคดีที่แจนเป็นคนดี เอาของไปคืน ไม่งั้นพนักงานต้องควักกระเป๋าตัวเอง น่าสงสาร

วันนี้โดยสารไปกะ TG622 พอขึ้นเครื่องได้แป๊บเดียวก็หม่ำเลย มันคือฉู่ฉี่กุ้ง



บินประมาณ 5 ชั่วโมง ที่นั่งเล็กมาก ตั้งแต่นั่งเครื่องบินมา ไม่เคยรู้สึกเมื่อยขนาดนี้มาก่อน

ทัศนวิสัยไม่ค่อยดีค่ะ มีสัญญาณเตือนให้คาดเข็มขัดตลอดทางเลย ตกหลุมอากาศบ่อยมาก

ไม่ได้นอนแม้แต่นิดเดียว แง้ว เหนื่อย เพลีย หิวด้วย (กินไปตั้งเยอะทำไมหิวฟะ)

มาดูการเดินทางในทริปนี้กันก่อนดีกว่า



เครื่องบินลงที่สนามบินคันไซ เมืองโอซาก้า แล้วก็ไปนารา ไปนาโกย่า ภูเขาไฟฟูจิ

โตเกียว แล้วก็ปิดท้ายก็ขึ้นเครื่องที่สนามบินนาริตะ ดูจากหมุดเหลือง ๆ ในรูปเอาละกัน

เอ้า เช้าแล้ว ลงจากเครื่องได้ก็ยืดเส้นยืดสาย



จากเครื่องบิน เราต้องนั่งรถไฟเข้าไปในสนามบินอีกแป๊บนึง




อากาศขมุกขมัวมาก แอบเซ็งที่เจอฝนตกตั้งแต่วันแรก

โปรแกรมของวันนี้คือ เดินทางจากโอซาก้าไปนารา เพื่อไปวัดโทไดจิ

จากนั้นก็ไปเกียวโตเพื่อไปวัดคินคะคุจิ (ปราสาททอง) วัดคิโยมิสึ

แล้วคืนนี้จะไปค้างที่นาโกย่า


นาราเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกใจที่มีวัดวาอารามมากมาย

ดูรูประหว่างทางไปนารานะคะ อากาศยังไม่ดีขึ้นเลย ทึม ๆ ที่กลัวที่สุดคือ

จะไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิพรุ่งนี้ ว่าแล้วก็นั่งสวดมนต์ดังคร่อก ๆ ๆ ๆ



หลับไป 1 ตื่นใหญ่ รถก็มาจอดที่วัดโทไดจิแล้ว เคยอ่านการ์ตูนบ่อย ๆ

เด็ก ๆ นักเรียนเค้าต้องมาทัศนศึกษาที่วัดนี้กันทุกคน แล้วก็จริง ๆ ด้วย

เดินไปทางไหนเจอแต่ทัพนักเรียนและกวาง มาม้าสนุกใหญ่กะการให้อาหารกวาง

เค้าเชื่อกันว่ากวางเหล่านี้เป็นบริวารของเทพเจ้านะคะ อย่าทำร้ายน้องกวางหละ



กวางพวกนี้ได้ยินเสียงกรอบแกรบของถุงพลาสติกไม่ได้เลย แถมเดินตื๊อไม่เลิก

กว่าจะหลุดจากฝูงกวางมาได้ก็หลายอึดใจ แต่จุดมุ่งหมายเราคือวัดข้างในตะหาก

วัดโทไดจิแปลว่าวัดใหญ่ทางทิศตะวันออก ไม่แปลกที่อะไร ๆ ก็ใหญ่ไปหมด

นี่แค่ประตูทางเข้านะ ก็ใหญ่โตได้ขนาดนี้



เดินเข้าไปนิดนึงก็เจอตัวอุโบสถ ที่เค้าว่ากันว่าเป็นอาคารไม้หลังใหญ่ที่สุดในโลก



ให้สังเกตว่าก่อนเข้าไปในวัดหรืออุโบสถในญี่ปุ่น จะมีมุมให้ล้างมือ ล้างหน้า บ้วนปาก

เค้าว่ากันว่า เพื่อให้ร่างกายสะอาดผ่องแผ้ว แต่เอาเข้าจริงก็แค่ล้างมือค่ะ

ไม่กล้าบ้วนปาก เพราะไม่รู้ว่าน้ำมาจากไหน



พอล้างมือเสร็จ หันกลับมาเห็นอุโบสถ ใหญ่จริง ๆ ด้วย เทียบไซส์จากตัวคนข้างล่าง



คุณไกด์บอกว่า อุโบสถที่เราเห็นนี่ผ่านการบูรณะมาสองรอบแล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้ว

ของดั้งเดิมใหญ่กว่านี้ 3 เท่า โอ้โห

ข้างในประดิษฐานหลวงพ่อโต (ไดบุทสึ) ที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ สูงถึง 15 เมตร



เดินเลาะไปเรื่อย ๆ จะเจอโมเดลของอุโบสถในยุคแรก ยุคสอง และยุคสาม

เรียงจากรูปตามลำดับเลยนะคะ







ดูจากโมเดลก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าอุโบสถที่ใหญ่กว่านี้ 3 เท่า หน้าตาจะเป็นยังไง

เดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอเสาต้นนึง ตรงกลางเจาะรูเล็ก ๆ เค้าเชื่อกันว่าให้อธิษฐาน

ถ้าสามารถรอดผ่านช่องในเสานี้ไปได้ คำอธิษฐานจะเป็นจริง ซึ่งก็จริงด้วย

แจนขอไปว่าขอให้ผ่านช่องนี้ไปได้ เพราะอายคนเค้า คนมองกันหลายสิบเลย 55



เฮ้อ ทุลักทุเลจัง ขนาดตัวเล็ก ๆ นะ

แชะอีกรูปก่อนออกจากวัดละกัน โชคดีที่พกร่มไปด้วย



ถึงตอนนี้ก็กลางวันแล้ว หิวโซกันเลย อาจเพราะไม่ได้นอน เพลียมาก ๆ

ในคู่มือทัวร์บอกว่าอาหารมื้อนี้เป็น "นาเบะ" ซึ่งเป็นหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น เสิร์ฟเนื้อหมูสไลด์

พิเศษ กุ้งมังกรสด พร้อมผักสดนานาชนิด เช่นผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง ผักตั้งโอ๋ญี่ปุ่น

พร้อมทั้งเต้าหู้อ่อนกับซอสญี่ปุ่น ฟังดูน่ากินมะ ไปดูกัน

ออกจากวัดแป๊บเดียวก็ถึงร้าน ตอนมาถึงก็งง เพราะไม่เหมือนร้านอาหารเท่าไหร่



อ๋อ ชั้นล่างขายของที่ระลึกและของกิน ต้องขึ้นไปข้างบนหรอก




ทุกคนพร้อม ประจำที่นั่งหน้าหม้อ (อาหารกลางวัน) ของตัวเอง ฮี่ฮี่






เค้าให้กินอุด้งกับข้าวก่อน ส่วนหม้อไฟจะมาบอกทีหลังว่าให้เปิดได้ คงรอให้มันสุกอ่ะนะ





ในที่สุดก็ให้เปิดหม้อไฟได้






เอ๋ ??!!?? ไหนล่ะกุ้งมังกรของดั๊น แอบผิดหวังเล็ก ๆ มีเนื้อหมูหนา ๆ และหอยเชลล์

เลยไปถามไกด์ ไกด์บอกว่าสงสัยคนพิมพ์จะพิมพ์ผิด จากหอยเชลล์เป็นกุ้งมังกร ฮือ ๆ

กินด้วยอาการงง ๆ ไม่ถูกปากเท่าไหร่ เพราะเจ้านาเบะเนี่ย ไม่มีน้ำเลย จืด ๆ แห้ง ๆ

เสร็จแล้วก็ขึ้นรถค่ะ มุ่งหน้าไปเกียวโต จุดมุ่งหมายคือ วัดคินคะคุจิ (ปราสาททอง)



ถ่ายรูปหน้าปราสาทเป็นหลักฐานว่า (กรู) มาเหยียบแล้วโว้ย




จริง ๆ แล้วถ่ายรูปมาเยอะนะคะ โดยเฉพาะรูปสวย ๆ แต่ฝีมือคนอื่นล้วน ๆ

ตัวอย่างเช่นรูปนี้



แต่แจนถ่ายได้เท่าที่เห็นอ่ะค่ะ แหะแหะ วัดคินคะคุจิหรือปราสาททอง ในอดีต

เป็นบ้านพักตากอากาศของโชกุนอาชิคางะ โยชิมิทสึ หรือท่านโชกุนของอิ๊กคิวซังนั่นเอง

ท่านสร้างไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1939 ผนังปิดด้วยแผ่นทองอลังการ แต่ต่อมาเปลี่ยนโชกุน

ก็เปลี่ยนจากการเป็นบ้านพักมาเป็นวัด และในปี 1994 ได้รับการยอมรับให้เป็น

มรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น จุดเด่นคือตัวปราสาท 3 ชั้นสีทองตั้งตระหง่านในสระน้ำ

ภายในวัดจัดสวนแบบเซน สะท้อนคติธรรมทางพุทธศาสนา (แต่เราไม่เข้าใจแฮะ)

เสร็จแล้วพวกเราก็นั่งรถไปวัดคิโยมิสึ หรือวัดน้ำใส ในเนินเขาฮิงาชิยาม่า



พอลงจากรถก็เดินไปตามถนนสายกาน้ำชา คนเยอะมั่ก ๆ ๆ แต่คุณไกด์บอกให้

ไปชมวัดก่อน พอเสร็จจากวัดค่อยออกมาชอปปิ้ง ได้เล้ย



กรี๊สสส ได้เจอซากุระต้นแรกของทริปนี้แล้ว แชะซักหน่อย




ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ แดงได้อีกนะเนี่ย




จากวัดนี้ เราจะมองเห็นเมืองเกียวโตทั้งหมด แต่เนื่องจากเตี้ย เลยถ่ายได้แค่นี้ T T



เดินมาเรื่อย ๆ ก็ถึงจุดเด่นของวัดนี้ เค้าเข้าแถวกันกินน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สายที่ไหลจากเขา

ซึ่งน้ำแต่ละสายมีความหมายแตกต่างกัน



แต่แจนไม่ได้กินหรอกนะ เพราะคนเข้าคิวยาว และไม่กล้ากินน้ำจากเทือกเขา

ขนาดเค้าบอกว่าน้ำประปาในญี่ปุ่นเนี่ยกินได้ แจนยังไม่กินเลยอ่ะ

ระหว่างทางก็ถ่ายรูปไปเรื่อย ปรากฎว่ามีเหตุไม่คาดฝัน มีหนุ่มเกาหลี 10 คน

เดินเข้ามาหาเก๋บอกว่า you're so beautiful, can I take a photo with you??



แล้วก็กรูเข้ามาเป็นสิบเลยค่ะ เก๋เอ๊ย แกได้ขึ้นปกหนังเอ็กซ์ 10 ต่อ 1 แน่ ๆ

คนเกาหลีชอบของแปลกก็ไม่บอก 5555

พอออกจากวัดก็เดินเลาะไปตามถนนสายกาน้ำชา ซื้ออะไรกินไปเรื่อย





จิ๊บกินชูครีม เก๋กินอะไรไม่รู้ แป้ง ๆ รสชาตบอกไม่ถูก

พอขึ้นรถได้ก็ตีตั๋วนอนยาวเลยค่ะ ไปตื่นก็มืดแล้ว เข้าเมืองนาโกย่า แวะกินข้าวเย็น

ในโปรแกรมทัวร์บอกว่า มื้อนี้เราจะได้ชิมบุฟเฟต์บาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งเนื้อสันใน

เนื้อสันนอก เนื้อหมูสไลด์ ปลาหมึกสด ไก่หมัก ผักสดนานาชนิด ซูชิ อุด้ง ของหวาน



หน้าตาร้านไม่เลวเลย ไหนดูไลน์บุฟเฟต์หน่อยซิ










ตัก ๆ ๆ แล้วเอามาย่างกะเตาถ่าน




โอว เนื้อนุ่มมาก ๆ เลย ขนาดเห็นชิ้นหนา ๆ พอกัดเข้าไปก็นุ่มลิ้น ไม่เหมือนเนื้อบ้านเรา



คุณไกด์รู้ใจ พกน้ำจิ้มแจ่วมาด้วย 555 จริง ๆ ไม่จิ้มก็อร่อยอยู่แล้วนะ กินกับข้าวร้อน ๆ

น้ำลายไหลอีกแล้วตู แล้วก็กินขนมหวาน ผลไม้ กระจุ๊กกระจิ๊ก ส่วนเจ้าเก๋ไปจกสายไหมมา



ออกจากร้านอาหารแป๊บเดียวก็ถึงที่พัก คืนนี้พักกันที่ Nagoya Tokyu Inn






โรงแรมใช้ได้เลยเชียว ห้องพักก็โอเค




และชอบมากกกกกก กับชักโครกของเค้า ปุ่มเต็มไปหมดเลย






อ่านภาษาญี่ปุ่นและจีนไม่ค่อยออก ต้องลองเอาเอง ก็มีปุ่มฉีดน้ำข้างหน้าข้างหลัง

อันนี้ต้องอาศัยการขยับก้นตามน้ำด้วย กร๊ากกกก มีปุ่มเสียงฟลัช

กรณีคุณตดเสียงดัง ให้กดปุ่มฟลัชน้ำกลบเกลื่อนไปเลย 555555

มีปุ่มควบคุมอุณหภูมิน้ำ อุณหภูมิฝารองน้ำ เจ๋งมะ ไม่งั้นอากาศเย็น ๆ

นั่งปุ๊บคงได้กระโดดเหย็งเลย ชักโครกเค้านี่เดิ้นจริง ๆ เลย และเป็นยังงี้แทบทุกที่

รวมทั้งสถานที่สาธารณะด้วยนะคะ เจ๋งสุด ๆ

ราตรีนี้ยังอีกยาวนัก พวกเราก็นัดรวมตัวไปเดินเล่นรอบ ๆ โรงแรม ข้าง ๆ มีร้านขายยา

ให้เราได้สอยเครื่องสำอางค์มาเป็นน้ำจิ้มได้บ้าง และบรรดาหนุ่มและแก่ก็ไปซื้อน้ำกลั้วคอ



แจนขลุกอยู่ร้านขายยาได้ถึงสี่ทุ่ม ร้านก็ปิด เลยต้องกลับมาอาบน้ำนอน

วันนี้หลับเป็นตาย เพราะเหนื่อยและเพลียมาก รู้สึกได้เลยว่าสมองไม่ค่อยรับอะไรเท่าไหร่

ไว้ค่อยไปสดชื่นวันพรุ่งนี้ละกัน และภาวนาอย่าให้ฝนตกด้วย โอมเพี้ยง

เช้าวันที่ 2 วันนี้มีโปรแกรมคือไปทะเลสาบฮามานะ แล้วก็ภูเขาไฟฟูจิ

เช้าก็ทานอาหารเช้าในโรงแรม เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปทะเลสาบฮามานะกันเลย

เย้ ๆ ท้องฟ้าแจ่มใส สมกับที่เรานอนกรนภาวนาเมื่อวาน อิอิ





ทะเลสาบฮามานะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาไหลที่ใหญ่ที่สุด ลองมาชิมพายปลาไหลนะคะ

อร่อยดี ชอบ ๆ และยังเป็นที่ปิคนิคของหนุ่มสาว วัยรุ่น รวมถึงผู้สูงอายุ

ยิ่งอากาศดี ๆ ท้องฟ้าสว่างยังงี้ คนมากันเยอะเชียว แล้วเราก็แชะ ๆ



กล้องแจนก็มีแต่รูปคนอื่นอยู่แล้ว นี่คือเบื้องหน้า ลองมาดูรูปเบื้องหลังความสวย



ลงทุนไปหน่อยป่าวป้า เสื้อกางเกงยังต้องใส่อีกหลายวันนะ - -'

อยู่ที่นี่ก็เดินไปเดินมา สบาย ๆ ค่ะ แต่อ๊ะ แป๊บเดียวไปกินข้าวอีกแล้ว เพิ่งกินมาเอง



มาเป็นเซ็ท เพิ่งกินข้าวเช้ามา ใครจะกินหมดหว่า




ซูมให้ดู ขาดไม่ได้ มาแถวนี้ต้องมีปลาไหล




ซารุโซบะและปลาอะไรไม่รู้ทอด




ที่ขาดไม่ได้คือหม้อไฟ อันนี้ดีกว่าของเมื่อวาน แต่ดันมาวันที่เราอิ่มมาก ๆ นี่สิ

รสชาตดีใช้ได้เลย ซดน้ำจนเกลี้ยง เหลือแต่เนื้อ



กินเสร็จ อิ่มเกิน เลยต้องออกมาระบายความบ้าหน่อย




รั่ว ๆ ไม่สมประกอบ




พอแล้วค่ะ เรากำลังมุ่งหน้าไปฟูจิยาม่ากัน ระหว่างทางเจอไร่ชาเยอะเลย



แต่ทว่า โอว ท้องฟ้ามันครึ้ม ครึ้มลง ครึ้มลงทุกที ลุ้น ๆ จะได้ขึ้นฟุจิยาม่าถึงชั้นไหนเนี่ย



นั่งลุ้นไปตลอดทาง อ๊ะ ๆ เจอกองหิมะตามทางด้วย ตื่นเต้น ๆ




ในที่สุด เราก็ได้ขึ้นมาถึงชั้น 4 ก็ยังดีฟระ ถ่ายรูปคู่กะกองหิมะเพียงน้อยนิด





ส่วนกองหิมะใหญ่ สกปรกมาก ไม่กล้าเหยียบลงไป




หนาวนะคะนั่น มือชา หูชาไปหมดเลย แต่ปะป๊าโชว์พาว ถอดเสื้อหนาวออกหมด



ถ่ายเสร็จก็วิ่งจู๊ดไปหาเสื้อหนาวเลย 5555 พ่อใครหว่า

หนาวยังงี้ ต้องไปมุงรถเข็นปลาหมึกย่างโลด ไม้ละ 500 เยน เกือบ 200 บาท



จากชั้น 4 เราจะมองไม่เห็นยอดภูเขาไฟนะคะ เพราะมันใกล้เกิน ประกอบกับเมฆหมอกครึ้ม

แต่คุณไกด์บอกว่าเราจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิแบบเต็ม ๆ วันพรุ่งนี้ที่โรงแรมที่จะไปพัก

เริ่มเย็นแล้วก็มุ่งหน้าเข้าที่พัก คืนนี้พักที่ Fujinobo Ka-en Hotel ทัวร์ไทยลงเยอะมาก



คืนนี้พักแบบญี่ปุ่น ๆ นอนฟูกที่วางบนเสื้อตาตามิอีกที หน้าตาเป็นอย่างงี้นี่เอง




ห้องน้ำก็ใช้ได้ ปุ่มเยอะอีกตามเคย




ชุดยูกาตะสารพัดสีสารพัดไซส์ให้เลือกใส่




รองเท้าเกี๊ยะด้วย




ปล้ำอยู่ซักพักก็ออกมาเป็นแบบนี้




ชุดยูกาตะเค้าให้ใส่ซ้ายทับขวานะคะ ถ้าขวาทับซ้าย คนตายเค้าใส่กัน บรื๊ออ

เค้านัดเราไปหม่ำหกโมง เป็นบุฟเฟ่ท์กินเป็นรอบ ๆ ค่ะ ยังไม่ถึงเวลาเลยไปเดินเล่น

ที่ชั้นสามมีร้านขายของที่ระลึกและตู้เกมส์





เดินเล่นแป๊บเดียว ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ ดูไลน์บุฟเฟ่ท์ซะก่อน










เห็นมั้ยคะ ภาษาไทยชัด ๆ "ผัดกระเพรา" แสดงให้เห็นว่าคนไทยมาพักเยอะจริง ๆ



และไฮไลท์ของงานนี้ที่จะขาดไม่ได้ ขาปูยักษ์ เติมไม่อั้น






แต่กินแค่ 3 ขาก็เต็มกลืนแล้ว หม่ำเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมที่ชอบ

อย่างเช่น แจนเลือกที่จะนอนดูทีวี จิ๊บ เก๋ โจ๊ก แจ๊กไปแช่ออนเซ็นกัน

อิอิ แม้จะรู้ว่าไม่ได้มาบ่อย ๆ ควรจะลงไปแช่ ทำให้เลือดลมดี ผิวพรรณมีน้ำมีนวล

ระบบการเผาผลาญในร่างกายก็ดีด้วย แต่เมื่อกี๊กินเข้าไปเต็มพุงเลย

ขืนลงไปแช่ออนเซ็นมีหวังคนแตกตื่น กระโดดลงน้ำที น้ำไหลออกหมดบ่อเลย

(ข้ออ้างไปเรื่อย จริง ๆ แล้วเขินตะหากหละ ต้องแก้ผ้าแช่น้ำรวมกับใครก็ไม่รู้)

นับถือเก๋กะจิ๊บจริง ๆ เชียว พอกลับมา จิ๊บมีเรื่องเล่าว่าเก๋คงอาย เค้าให้ค่อย ๆ หย่อนขาลง

เก๋กระโดดตูมลงไปเลย แล้วตามมาด้วยเสียงกรีดร้องเหมือนลงกระทะทองแดง 55

คืนนี้หลับสบายมากเลยค่ะ แต่ฮีทเตอร์ทำงานมากเกินไป จะปิดก็ปิดไม่เป็น

เลยเปิดมันทั้งฮีทเตอร์ ทั้งแง้มหน้าต่างไปด้วย หลับสบายเชียวแหละ

ไว้ติดตามต่อภาค 2 นะคะ

ดูรูปเพิ่มเติมตอนที่ 1 คลิกเลยค่า




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2551
16 comments
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 10:00:29 น.
Counter : 15611 Pageviews.

 

เก็บรายละเอียดได้ทุกช๊อทเลย...ตามอ่านครับ

 

โดย: MM (ongchai_maewmong ) 16 พฤษภาคม 2551 10:27:01 น.  

 

ย่องมาขโมยรูป อิอิ

 

โดย: supergaye IP: 117.47.61.172 16 พฤษภาคม 2551 10:35:40 น.  

 

อยากแช่ออนเซ็นอีกอ่ะ กำไร

 

โดย: ป้าจะอิ๊บ (jipnaja ) 16 พฤษภาคม 2551 10:36:50 น.  

 

กำลังมีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเหมือนกันครับ ดูแล้วก็น่าไปดี(จริงๆแล้วแฟนอยากไปมากกว่า) ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ที่เก็บมาฝาก..ว่าแต่มีแหล่งซื้อของบ้างไหมครับ...พอดีผมชอบเดินดูของมากกว่า.

 

โดย: ณัฐ. (pulwadol ) 16 พฤษภาคม 2551 13:26:25 น.  

 

น้องแจน เป็นเด็กดีจริงๆ จ๊ะ ต้องปรบมือให้ บลาโว่!
(ดีค่ะ สงสารเค้า ... )

ตามไปเที่ยวด้วยคน มุม สวยมากๆ เลยค่ะ .... ยังไม่เคยบินตรงไปโอซาก้า เลยค่ะ กำลัง จะตามรอยน้องจิ๊ป กะน้องแจน อยู่จ๊ะ ^^

 

โดย: ป้ากิโล (Geerorogunso ) 16 พฤษภาคม 2551 14:37:40 น.  

 



แวะมาดู ว่าแอบเม้าท์เค้าอ่ะป่าวววว ^^

 

โดย: Gift IP: 222.151.225.66 16 พฤษภาคม 2551 22:23:16 น.  

 

 

โดย: s.o.s 17 พฤษภาคม 2551 16:06:17 น.  

 

ดูโปรแกรมทัวร์ applejapan มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้ไปสักที กะว่าจะไปปลายปีนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อยากลองไปแช่ออนเซ็นดูนะคะ แต่ถ้าจะอายน่าดูเหมือนกัน

 

โดย: จี IP: 118.172.125.21 20 กันยายน 2551 15:30:58 น.  

 

เดี๋ยวเก็บเงินไปเที่ยวมั่ง น่าไปจังเลยคะ

 

โดย: เบรานิ่ง IP: 124.157.141.203 27 เมษายน 2552 10:14:10 น.  

 

สนุกดีค่ะ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลย

 

โดย: kor IP: 125.25.46.32 2 สิงหาคม 2552 20:00:16 น.  

 

ตอนที่ไปน่ะ จากนาโงย่าไปโตเกียว นั่งรถไป หรือว่าไปรถไฟคะ แล้วนั่งนานไม๊คะ
กำลังจะซื้อทัวร์ไปเหมือนกัน

 

โดย: เก๋ IP: 125.25.23.148 18 สิงหาคม 2552 20:38:42 น.  

 

ถ้าจำไม่ผิด จากนาโงย่าไปฟูจิ็นั่งรถบัสไป แล้วจากฟูจิไปโตเกียวก็นั่งรถไฟไปค่ะ

 

โดย: ~ J a N Z a ~ 8 กันยายน 2552 10:04:36 น.  

 

555+ เราไปมาแล้วครับผม ไปช่วงซากุระบานพอดี ไป first touch 6D 4N ครับ ประทับใจมากๆครับ สถานที่เดียวกะ พวกคุณไปเลย มีอีกเรื่องนะครับคือ ร้านซาบูอะ น้ำจิ้มซี้อิ้วจืดมากๆ ถ้าไม่มีน้ำจิ้มแจ่ว จากไกด์นำเข้าจากเมืองไทยละก้อ มื้อนั่นอดตายแน่ๆๆๆ 5555 ดิสนีย์แลนด์ก้อดีนะ เสียอย่างเดียว ทั้ง 2 เล่น ได้ 3 อย่างเอง

 

โดย: field0183 IP: 58.8.198.223 23 เมษายน 2553 13:26:17 น.  

 

ไปกะ SBA ค่ะ แต่รวมกะ Apple ทัวร์คล้าย ๆ กันเลยค่ะ ต่างกันนิดหน่อย พักที่เดียวกันหลายที่เลยนะคะ ดูแล้วอยากกลับไปอีก

 

โดย: mariabamboo 19 สิงหาคม 2553 18:40:00 น.  

 

การบริการเป็นไงบ้างคะ

 

โดย: ืืืnok IP: 223.207.98.225 28 มกราคม 2556 18:02:40 น.  

 

ไปกินหรือไปเที่ยว

 

โดย: ำดดดพ IP: 49.48.83.116 11 ตุลาคม 2557 7:20:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Janza from the block
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





Friends' blogs
[Add Janza from the block's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.