wellcome to dog world. Photobucket
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 

Day13 TG677 Narita - Bangkok เดินทางกลับไทยจ้า











diary Japan trip 
รีวิวก่อนหน้าทั้งหมด >>> ... กดตรงนี้



Plan Trip 13 วัน  วันเดินทาง : 31 DEC 2015 - 12 JAN 2016
trip ครั้งนี้เราไปทาง 3 เขตคือ 

- คันไซ (Kansai) 3 คืน ... Namba, Dotobori, Shinsaibashi, Himeji castle, Umeda, ร้านasics
- คิวชู (Kyushu)  2 คืน ... Yufuin, Beppu, Hakata, yatai Fukuoka
- คันโต (Kanto)   6 คืน ... Tokyo Disneyland, Takaragawa Onsen 2 คืน, Ueno, ตลาดปลา tsukiji, Harajuku, Shinjuku





 กระทู้ก่อนหน้านี้ >>> กดตรงนี้ ....  วันที่12  ซ้ำตลาดปลา tsukiji, Shinjuku, ข้าวห่อไข่ Rakeru, แว่นตา Jin







เริ่มบันทึก Diary ต่อ ... วันอังคารที่ 12 มกราคม 2016




วันสุดท้ายในญี่ปุ่น วันนี้จะบินกลับไทยแล้ว
เราเช็คตารางรถไฟแล้วว่า
ต้องการขึ้นรถไฟไปสนามบินประมาณเที่ยง  จึงไม่รีบร้อนออกจากรร.


ตื่นกันสบายๆ กินอาหารเช้าที่รร. (ฟรีที่ชั้น2) 
และก็ก่อนออกเดินทางกินราเมนที่ซื้อมาอีก 2 ถ้วยในห้องพัก (ไปกดน้ำร้อนที่ชั้น3) 
คือขี้เกียจเก็บกลับกรุงเทพ เพราะกระเป๋าเต็มแล้ว



















เก็บของเข้ากระเป๋าเรียบร้อย
เช็คพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินให้เรียบร้อย
ก็ลงมา check out ที่ชั้น2  และก็ลงลิฟท์มาที่ชั้น 1













ถ่ายรูปกับกระเป๋าใบเก่งของพวกเราซะหน่อย
13 วันในญี่ปุ่นกับของกินของฝากที่ซื้อกลับอีกมากมาย
ทั้งหมดถูกอัดอยู่ในกระเป๋าในรูปนี้ 
















ประมาณ 11 โมงกว่าๆ  เราเดินลากกระเป๋าใบโตจากรร.
มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟ Skyliner ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่จะมุ่งตรงเข้า narita airport
สถานีรถไฟ skyliner อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ JR ueno 

นี่เป็นเหตุผลที่เราเลือกพักที่โซน ueno 
เพราะ ueno เป็นเหมือนชุมทางรถไฟหลายสาย
ทั้งออกนอกเมืองไปเที่ยว ski, onsen และ ไปสนามบิน
สะดวกสบายมาก













เดินสัก 8 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ JR ueno











เดินผ่าน JR ueno ข้ามถนนไปอีกฝั่ง   เพื่อเดินเลียบถนนไปทางซ้ายมือ
สัก 2 นาทีก็จะเจอ ทางเข้าสวนสาธารณะ ueno
นั้นละติดๆกันก็คือ  .... สถานีรถไฟ skyliner 



















เดินเข้ามาในสถานี จะเป็นทางลงใต้ดิน
ลงมาก็จะเจอตู้ขายตั๋วรถไฟยาวเยียดแบบในภาพ











ตั๋วรถไฟมี 2 แบบ
Ltd.Exp รถธรรมดาจอดทุกป้าย วิ่งอ้อมออกนอกเมือง
ราคา 1240 yen ... (ประมาณ 370 บาท)
และ ด่วนพิเศษจอดน้อยป้าย วิ่งตรงเข้า narita airport 
ราคา 2450 yen (ประมาณ 730 บาท)


เราเลือกตั๋วราคา 1240 yen (รถไฟสายสีส้ม)
 เที่ยวเวลา 12.14




















ซื้อตั๋วเรียบร้อย ก็เดินลงไปที่ชานชาลา
นั่งรอรถไฟไม่นาน รถไฟก็มา เลือกที่นั่งตามสบายใจ คนไม่มากนัก
เรานั่ง Ltd.Exp เที่ยวเวลา12.14















รถไฟวิ่งออกนอกเมือง วิวชานเมืองสวยดี
เราก็นั่งดูไปเพลินๆ เฮียก็หลับตามสไตล์ละจ้า

























ประมาณบ่ายโมง  ก็มาถึงสถานีรถไฟในสนามบิน
สถานีรถไฟ จะมีทางออกเชื่อมเข้ากับ narita airport ได้เลย











เราตื่นตาตื่นใจกับตู้ขายอาหารอัตโนมัติ
มันอยู่ตรงสถานีรถไฟ ใกล้ทางออกเข้าสนามบิน

คือมันยัดอาหารสดเข้าไป เป็นพวกแซนวิส ขนมปัง อะไรแบบนี้เลยอ่ะ
ไม่เคยเห็นท้งที่มาญี่ปุ่นก็หลายครั้ง อาจวางขายเฉพาะที่

















เดินเข้าสนามบินนาริตะ มุ่งตรงไปที่ประจำของเรา
คือ หน้าร้าน subway  ... เพื่อเก็บกระเป๋ารอบสุดท้าย ก่อนเช็คอินตั๋ว

เราจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็น ..ชุดสบายๆ.. เพื่อขึ้นเครื่อง
แล้วนำชุดกันหนาวที่ใส่มา pack ลงกระเป๋าใหญ่เพื่อโหลดใต้เครื่อง














pack กระเป๋ารอบสุดท้ายเสร็จ 
แวะออกมาที่นอกตึกสนามบิน สูดอากาศหนาวอีกครั้งก่อนขึ้นเครื่อง
เห็นป้ายบอกอุณหภูมิคือ .... 4.5 องศา .... ที่เวลา 15.08 












บ่าย 3 โมงแล้ว  ไปโหลดกระเป๋ากัน
เข้าช่อง check in internet ได้เลย 

โชคดีที่เราทำเช็คอินล่วงหน้ามาแล้ว 
เพราะคิวเช็คอินปรกติแถวยาวมาก
เนื่องจาก TG 677 ใช้เครื่อง ฺBoeing 380 ในการบิน





















โหลดกระเป๋าด้วยใจระทึก เพราะกระเป๋าหนักมาก
จริงๆเราก็ชั่งน้ำหนักมาแล้วว่าผ่าน แต่มันเป็นที่ชั่งแบบมือถือ
การบินไทยให้คนละ 30 กิโลคนละไม่เกิน 2 ใบ

กระเป๋าเราสีแดง 30 กิโลเป๊ะๆ  /  กระเป๋าเฮีย 26.3 โล
ก็เลยวางใบม่วงลงไปอีกใบ กะว่าจะหิ้วขึ้นเครื่อง
น้ำหนักรวมเป็น 59.8 กิโล ... เย้ๆๆๆ รอดไป











ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเองในการโหลดกระเป๋า และ ออกตั๋วโดยสาร
สบายๆสุดๆ พวกลูกค้าที่เข้าคิวปรกติแอบมองเราแบบเคืองๆ 555











แวะซื้อ ..หน้ากากปิดปากอนามัย .. ที่ร้านของฝากใกล้ๆเคาเตอร์เช็คอิน
มาโตเกียวรอบที่แล้ว ซื้อจากร้านนี้กลับไปใช้ 
ใช้ดีมาก มันหอมกลิ่นอ่อนๆ

มาญี่ปุ่นรอบนี้มุ่งหน้าไปหาซื้อที่ซุปเปอร์ และ ร้านขายยาทุกทีแต่ไม่เจอ
สรุปก็กลับมาซื้อที่ร้านนี้เหมือนเดิมเลย











ไปเข้าด่านกัน ตรวจวัตถุระเบิดต่างๆ
ตรวจกระเป๋า และ ตรวจ ๆๆๆๆ 

































เข้าด่านต่อไป ด่านสุดท้ายละ












ผ่านด่านออกมา มุ่งหน้า ...มิชชั่นต่อไป
shopping จ้า ...... ขนม ขนม ขนม ขนม ขนม ^^













ซื้อขนมของฝากก็หนักไปทาง chocolate royce
แต่ของตัวเองไม่มี royce เลยจ้า คือเฉยๆกับช๊อคโกแลตยี่ห้อนี้มาก

ขนมส่วนตัวเรา คือ Shiroi Koibito (白い恋人) 
ขนมยอดฮิตแดนฮอกไกโด คุกกี้สอดไส้ครีมสไตล์ยุโรปแผ่นบางๆ 
ซึ่งมันอร่อยมาก กรอบบาง หวานน้อย 

เวลาซื้อของพวกนี้ ไม่ต้องเข้าร้านแรกๆหรอก คนเยอะ
ร้านมีตลอดทางจนถึง gate นั้นละ
เราซื้อที่ gate 46 เลยมีครบทุกรส กว่าร้านข้างหน้าอีก











จัดการจัดขนมที่ซื้อลงกระเป๋าเดินทางของเรา
เราจะไม่ถือถุงของร้านในสนามบินขึ้นเครื่อง 
เพราะกลัวไปสับกับคนอื่นเวลาลงเครื่อง












นั่งรอขึ้นเครื่องที่ Gate46 
ตรงนี้มีปลั๊กชาร์ตมือถือได้ แต่ต้องระวังหายนะจ๊ะ เฝ้าให้ดี
























16.40 ถึงเวลา boarding เข้าคิวแถวยาวเชียว
ยืนเล่นมือถือรอไปซิ












สักพักเจ้าหน้าที่เดินเรียกลูกค้าที่ check in ทาง internet
ให้มาเข้าแถวพิเศษ ซึ่งเค้าให้เข้าเครื่องก่อนเลย 
สบายสุดๆเลย เดินตัวปลิ้วไม่ต้องเบียดคนอื่น
























ได้ที่นั่งแล้ว 17.12 โมง
ก็เช็คหน้าจอดูเมนูอาหารวันนี้ก่อนเลย















เล่นคุยผ่านหน้าจอกับเฮีย ตลกดี
นั่งติดกันแต่คุยกันผ่านจอ จริงๆเค้าไว้กันข้ามที่นั่งไกลๆ












เครื่องขึ้นตอน 5 โมงครึ่งได้มั้ง
แต่วิวข้างนอกเครื่องมืดแล้ว ที่ญี่ปุ่นมืดเร็วมาก













เครื่องเปิดไฟปุ๊ป  ก็เอาถั่วมากินเล่น (ถั่วเราซื้อมา) 
เราดูซีรีย์ญี่ปุ่นต่อเรื่องนี้ไม่จบสักที   เฮียอ่านหนังสือพิมพ์















เครื่องออกสักพักใหญ่ 
พนักงานก็เสริฟน้ำดื่มและถั่วถุงน้อย












อาหารบนเครื่องมื้อนี้เราเลือก .... ข้าวแพนงไก่ 
อีกเมนูที่ไม่ได้เลือกคือ ปลาเนื้อขาวนึ่งซอส

ข้าวแพนงไก่ ... อร่อยดี รสไม่จัดมากนัก กินกับข้าวหอมมะลึอร่อยกำลังดี
เครื่องเคียงที่ให้มาเป็นปลาอะไรไม่รู้ก็พอไหว 
แต่ขนมหวานมากๆๆๆ























19.20 เฮียดูหนังจากเครื่อง 
เราดูซีรีย์ญ๊่ปุ่นเรื่องเดิมจบพอดี  ขึ้นเรื่องใหม่บนเครื่อง
สักพักใหญ่เฮียก็หลับยาวเลย นอนตั้งแต่เวลา 19.40 ยาวจนถึงดานังเลย






















ตอนนี้จะเข้า ....ไทเป .... ละ
เราก็ยังคงไม่หลับ ดูซีรีย์ไป 
แอร์ก็เดินบริการน้ำดื่มตลอดเวลา


























เครื่องกำลังจะเข้าดานัง เวียดนาม
เราก็ยังคงดูซีรีย์ญี่ปุ่นต่อไป  เฮียก็หลับต่อไป





















ดูซีรีย์ญี่ปุ่นจบไปอีกเรื่อง  เลยดูหนังเกาหลีจากเครื่อง


















พอเข้าเขตดานัง เวียดนามแล้ว
แอร์ก็เดินเสริฟของว่าง .... พิซซ่า ... ที่ไม่ค่อยอร่อย












นั่งเพลินๆต่ออีกสักพักก็เข้าเขตไทย
และไม่นานก็เครื่องลง






















เข้าด่านตม.



















ไปรับของที่เคาเตอร์ King power
ที่เราฝากไว้ตอนวันบินไปญี่ปุ่น   เฮียซื้อไวน์เพิ่มอีก 2 ขวด











ออกจากด่านแล้ว ก็ลงมาที่ชั้น1 
หาข้าวกินรองท้องกันก่อนกลับบ้าน
อยากกินอะไรร้อนๆ สบายๆท้อง 
เรากินที่ร้านด้านล่างสนามบินเพื่อความสะดวก
ต้มเลือดหมู ... เป็นคำตอบสุดท้าย ^^  คิดถึงอาหารไทยสุดๆ

























อิ่มแล้วมาเรียก taxi กลับบ้าน


















กลับถึงบ้าน คิดถึงที่สุด 











เช้ามารื้อของออกจากกระเป๋าที่อัดแน่นจ้า
ของเพียบเลย













ของที่ซื้อมาบางส่วน  ก็ตามนี้เลย 































นาฬิกา Baby-G ... 3 เรือน
ของหลาน ของเพื่อน และของเรา

นี่ยังขาดของคุณนายแม่ เป็น casio รุ่นเหล็กๆอ่ะ 
ถวายไปแล้วเลยไม่ได้ถ่ายรูปซูม















ขนมปังคาราเมลกรอบกลิ่มเมเปิ้ล 
อร่อยมากๆๆๆ จนต้องซื้อกลับมาให้ที่บ้านกิน
เนื้อขนมปังนุ่มๆ ที่ด้านหน้าจะมีคาราเมลกรอบๆ ฟินมาก
ซื้อจากสถานี ueno















ของฝากเจ้าพวกนี้ก็มี 
เป็นไก่ย่างซอสซื้อจาก ueno เหมือนกัน


















Trip ญี่ปุ่น13วัน  ก็จบลงที่ตรงนี้ละ
สำหรับคำนิยามของ trip นี้คือ 
หลากหลาย เหนื่อยชะมัด และออนเซ็นสุโค้ยยยย

เป็น trip ที่เดินทางสนุกมาก ใช้รถไฟชินคันเซนจนคุ้ม
ประทับ takaragawa onsen มาก สวยมาก
เบื่อๆวันที่อยู่โซนโตเกียว เพราะเคยเที่ยวมาแล้ว
และเราชอบธรรมชาติ มากกว่าแสงสี

เสียค่าใช้จ่ายไป .... ประมาณ 2 แสน 5 หมื่นบาท
เฉลี่ยต่อคนคือ 127,950 บาท
ขอขอบคุณเจ้าภาพงานนี้  เฮียสุดใจดี ออกให้หมดจ้า 












สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆของ trip นี้  

จ่ายที่ไทยก่อนเดินทางคือ
- ตั๋วเครื่องบินไปกลับญี่ปุ่น-ไทย                                   คนละ   25,000   บาท 
- ตั๋ว Disney land                                                       คนละ     2,000   บาท 
- ตั๋ว JR rail pass (ใช้เดินทาง 7 วัน)                             คนละ     7,900   บาท
- ค่าประกันการเดินทาง รวมถึงประกันสุขภาพต่างแดน     คนละ     1,000    บาท
                                                                           รวมเป็น    35,900   บาท



ใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น แลกเงินสดไป 227,000 บาท (สองแสนสองหมื่นเจ็ดพันบาท)
เหลือเงินกลับมาตีเป็นเงินไทยประมาณ 7000 บาท

- ค่าที่พัก 10 คืน ประมาณ   35000 บาท 
- ค่าโรงแรมที่ Takaragawa onsen 2คืน    15,751 บาท
- ค่าฝากกระเป๋าใบใหญ่่ข้ามเมือง 3 ครั้ง
- ค่าเข้าลานสกี
- ค่าอาหาร
- ค่ารถไฟต่างๆ  (นอกวันที่ใช้ตั๋ว JR rail pass)
- ค่าตู้ locker (เราฝากของกันบ่อยมาก เพื่อสะดวกในการท่องเที่ยว)
- ค่า taxi (โซนคิวชู เราใช้ taxi บ่อยมากเพราะสะดวกกว่า)
- ของกิน ของฝากต่างๆ

** ของชิ้นใหญ่มีราคาเช่น 
ชาฝากคุณหมอของเฮีย, รองเท้าวิ่งasics 2 คู่, นาฬิกา 4 เรือน, แว่นสายตา, แว่นกันแดด, เสื้อกันหนาวยูนิโคล่,  ของจากร้านมัสซึโมโตะ เป็นต้น







ขอให้มีความสุข กับ Trip ของคุณ








แถม clip วันเดินทางกลับ 2 ตอน
https://www.youtube.com/watch?v=S101qZlK63c&index=21






 

Create Date : 19 สิงหาคม 2559
0 comments
Last Update : 24 สิงหาคม 2559 15:42:19 น.
Counter : 1246 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


หมาดำปราณบุรี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




^^ | welcome to dog world
2 3 4
New Comments
Friends' blogs
[Add หมาดำปราณบุรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.