"No, thank you. I have had an elegant sufficiency..."
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
14 ตุลาคม 2550

The Kingdom

เป็นหนังอีกเรื่องนะคะ ที่ดิฉันมีความเห็นต่างจากคนอื่นๆ

ในช่วงเวลาปิดเทอมของบ้านเรา
โดยปรกติมักมีหนังที่ "ตั้งท่า" เรียกเราออกจากบ้าน
เรียกเรามาเสียเงินตีตั๋ว เรียกเราให้อยากดูหนัง
หากแต่ว่า หน้าหนังจากใบปิดและหนังตัวอย่าง
ของหนังในบ้านเราขณะนี้
ล้วนไม่มีเสน่ห์มากพอ ที่จะกระแทกตา
และโดนใจ เรียกคนออกมาดูเท่าที่ควรเลย

The Kingdom
ที่ได้ดูผ่านตาจากหนังตัวอย่าง
จึงถูกจัดอยู่ในหมวด "ไม่ชวนมอง"

ทั้งๆที่เมื่อเราดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว
หนังไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดที่ใบปิดแสนเชย บอกใบ้เรา

The Kingdom บอกเล่าเรื่องราว
ที่แต่งขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง
เหตุระเบิด ณ กรุงริยาด สร้างเรื่องราวให้ทาง FBI
ถูกส่งไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ในนิคมอุตสาหกรรมน้ำมันของชาวอเมริกัน
เนื่องจากเป็นเหตุระเบิดอุกอาจ กลางกรุง และกลางวันแสกๆ

หนังนำเสนอในแง่มุมอเมริกันชนจ๋า
เชิดชูความเก๋าของอเมริกันชน ว่าเก่งและเจ๋ง
เป็นผู้เชี่ยวชาญ แถมรู้จักงานชนิดนี้ดี... เกินกว่าใครๆ
หนังลืมจนเผลอ ว่าได้แอบกัดและจิกตัวเองไปอย่างง่ายๆ
ในตอนหนึ่ง ที่สมาชิก FBI ไปสอบปากคำพยานชาวอเมริกัน
ที่ญาติผู้เสียหายตั้งคำถามต่อตำรวจท้องถิ่นว่า
"ชีวิตเมียชาวซาอุฯ มีค่ามากกว่าชีวิตเมียชาวอเมริกันอย่างนั้นหรือ ?"
...โธ่ถัง
แล้วความสามารถของชนชาติอื่นเล่า ด้อยกว่าชนชาติอเมริกันรึ ?

หนังพยายามและจงใจสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น
ด้วยความต่างของสีผิว จึงมีตัวละครอย่างฟอกซ์เข้ามาเป็นหัวหน้าทีม
ด้วยความต่างของเพศ จึงมีตัวละครของการ์เนอร์มาเป็นตัวถ่วงดุลย์
ในแง่ของเพศและความสามารถ
ด้วยความต่างของภาษา จึงมีตัวละครชาวซาอุฯ ที่ได้แรงบันดาล
ในการเป็นตำรวจจากอสูรย์ตัวเขียว หรือ Hulk
และด้วยความต่างของทั้งหมดทั้งมวล
จึงเป็นตัวผลักดันให้หนังเรื่องนี้ ขับเคลื่อนไปข้างหน้า
ด้วยจังหวะและลีลาเร่งเร้า ทวีความตื่นเต้นจากต้นจนจบ

หนังใช้ดาราระดับแม่เหล็กเชียวนะคะ
ซึ่งต้องขอสารภาพค่ะ ว่าอยากดูหนังเรื่องนี้เพราะคูเปอร์
แล้วก็คุ้มจริงเชียวที่ได้เห็นการแสดงของเขา
เห็นประกายความเก๋าของคูเปอร์
ในการสร้างบุคลิกของตัวละคร ให้เราดูแล้วรู้เลยว่า
คนนี้แหละเก่งจริง เป็นผู้เชี่ยวชาญจริง
คูเปอร์มาในบทผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิด
ที่สอดแทรกอารมณ์ขันไว้ได้พอเหมาะพอดี

ฟอกซ์เป็นหัวหน้าทีม ที่ดูอย่างไรเสีย
ก็ยังมีอารมณ์แค้นขณะออกราชการสนาม
แต่ฟอกซ์เป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งนะคะ
เล่าเรื่อง และชักชวนให้เราต้องฟังในสิ่งที่เขาพูด
ดูได้จากฉากที่ต้องเล่นหลากอารมณ์กับเด็กๆในเรื่อง

การ์เนอร์บู๊น้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับละครชุด Alias นะคะ
แต่เชื่อได้เลยค่ะว่า ยังมีคนรักเธอแน่ๆ
จากตัวละครสาวแกร่งในเรื่องนี้
แต่ดูอ่อนไหวเกินไปนิดในช่วงต้นเรื่อง
ทำให้เราเชื่อไม่ลงหน่อยๆค่ะว่า นี่เป็นมืออาชีพจริง

ที่ดิฉันชอบมากๆ ถึงมากที่สุด
กลับเป็นตัวละครตำรวจท้องถิ่น 2 นาย
หน้าตาใกล้เคียงกันมากไปนิดนะคะ
ดูแล้วอาจงงๆค่ะว่า ใครเป็นใคร
ตัวละคร 2 ตัวนี้ทำให้เราเชื่อได้สนิทใจเลยค่ะว่า
เขาเป็นเพียงผู้รักษากฏหมายท้องถิ่นธรรมดา
ที่มีศาสนาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวใจเหมือนคนทั่วไป
ที่รักความสงบ ไม่ได้มีอุดมการณ์อะไรใหญ่โตเกินตัว
หากทว่ารักชาติยิ่งชีพ... เท่านั้นเอง
ดังนั้น ด้วยสำเนียงอเมริกันที่แปลกแปร่งของ 2 ตัวละคร
จึงฟังดูแล้วซื่อ และสื่อเข้าไปถึงใจเราได้นะคะ

ด้วยเพราะเราไม่ได้แตกต่างกันจริงๆหรอกค่ะ
ต่างอุดมการ ต่างศาสนา ต้องถึงกับฆ่ากันเชียวหรือ ?

คนที่มีอาวุธในมือและสามารถประหัตประหารคนอื่นๆ
ให้ได้ตายไปนั้น เป็นเพียงคนที่ป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม
เป็นเพียงบัวที่ยังไม่โผล่ และคงไม่มีวันจะพ้นน้ำขึ้นมาได้
ความดักดานที่ยังแอบซุกซ่อนอยู่ในใจเหล่านี้
หรือเราจำเป็นต้องเข่นฆ่ากัน ให้ได้ตายไปด้วยกัน
เหมือนที่หนังเรื่องนี้สรุปไว้ ?

คนที่ตั้งท่าจะเสพฉากบู๊ และฉากไล่ล่า
ต้องขอบอกว่า อาจไม่เต็มอิ่มเท่าที่ควรนะคะ
เพราะหนังยังเล่นกับรายละเอียดในบทสนทนา
หากแต่แทรกมุขได้จังหวะจะโคนดีเหลือเกิน
ทำให้ได้หัวเราะหึหึ คลอคู่ขนานไปกับเนื้อเรื่องที่เคร่งขรึม
ทว่าช่วง 20 นาทีท้ายๆของเรื่อง ก็สามารถตรึงคนดู
ไว้ได้ไม่น้อยไปกว่าฉากบู๊ใน The Bourne Ultimatum
สามารถบอกเล่าผ่านภาพให้เราได้กลั้นใจ ลุ้น
และเอาใจช่วยตัวละคร (หรือว่ามนุษย์เราชอบการไล่ล่า การฆ่ากันจริงๆ)
เหล่านั้น

หนังสนุกใช้ได้นะคะ โดยเฉพาะช่วงท้ายของเรื่อง
แถมยังมี "บางสิ่ง" ที่เราพากลับออกมาจากโรง
แม้ว่าสารที่สื่ออาจจะไม่เด่นชัดนัก
ว่าเกิดจากอะไร เกิดเพื่อใคร และจะหาทางออกจากวังวนนี้ได้อย่างไร ?
แต่สุดท้ายแล้ว หนังอาจตั้งคำถามเหล่านี้
เพียงเพื่อให้เราค้าหาคำตอบ ...ก็อาจเป็นได้

เรื่องนี้ดูได้เพลินๆนะคะ สาระมาพอๆกับฉากบู๊ไล่ล่าล่ะคะ
ขอแสดงความนับถือค่ะ




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2550
3 comments
Last Update : 14 ตุลาคม 2550 22:40:20 น.
Counter : 345 Pageviews.

 

 

โดย: wbj 14 ตุลาคม 2550 22:54:42 น.  

 

แต่เรากลับชอบเรื่องนี้นะคะ
ดูแล้วน้ำตาไหลเลย สงสารตอนเจมี่ ฟอกซ์ (จำชื่อในหนังไม่ได้) ไปหาลูกของแฟริสน่ะค่ะ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ โอยย มันเศร้า

 

โดย: bewnana 15 ตุลาคม 2550 9:07:26 น.  

 

โอ้
เล่าเรื่องได้น่าสนใจจริงๆ ครับ
ทำให้คนที่ยังไม่ได้ดู อยากพิสูทธ์
แล้วว่ามันจะเป็นอย่างบทความด้านบน
รึป่าว ผมว่าเเค่เห็นใบปิด ผมก็ไม่อยากดูแล้ว
แต่มองอีกมุม มันก็น่าสนใจ และบงบอกถึง
เนื้อในหนังได้ ยิ่งได้ดูตัวอย่างหนังแล้วก้ทำให้
นึกไปถึงหนังหลายๆ เรื่องที่ออกทำนองนี้ง่ะ แต่ที่
น่าสนใจอีกอย่างก็คงจะเป็นตัวละคร ที่เด่นๆ หลาย
ๆ คน โดยเฉพาะ เเม่สาว การ์เนอร์ ผมชอบนะ
แต่เรื่องนี้คงไม่เห็นความเซ็กซี่ของเธอละมั้ง เฮ่อ
...ผิดหวังๆ

 

โดย: haro_haro 15 ตุลาคม 2550 10:34:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Gloomy Sunday
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Gloomy Sunday's blog to your web]