Special Graphics1 Graphics2 Graphics3 Guestbook Family Reads Gallery General Code
เกร็ดความรู้ ♥~♥วันวาเลนไทน์~



















เกร็ดความรู้ วันวาเลนไทน์



วาเลนไทน์ (Valentine)
คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์
(Saint Valentine)
ผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดี
ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง
แต ่เขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหาร
ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270
หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว
ในจักรวรรดิโรมัน
ประวัติความเป็นมาของเรื่องนี้
เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 3
มีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส"
เขาเป็นคนที่มีความรัก
และความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์มาก
โดยทุก ๆ วัน
เขาจะแอบนำอาหารและของใช้ที่จำเป็น
ไปวางไว้ประตูหน้าบ้าน ของคนยากจน
โดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้
ซึ่งในสมัยนั้นศาสนาคริสต์
ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน
และถือว่าใครที่นับถือศาสนาคริสต์
จะมีความผิดร้ายแรงมาก
พวกคริสเตียนจึงถูกข่มเหง
และทารุณกรรมอย่างหนัก
เพื่อบังคับให้เลิกเป็น คริสเตียน
ใครที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์
จะถูกทรมานและฆ่าทิ้ง
" วาเลนตินัส "
ก็รวมอยู่ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญและทรมาน
บังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์
แต่เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุก ในข้อหาเป็นคริสเตียน



ในขณะที่เขาถูกจับขังคุกนั้น
ก็พบรักกับสาวตาบอด
ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้น
และด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา
พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของคนรักของเขา
ซึ่งเธอตาบอด หายเป็นปกติ
จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุม
และครอบ-ครัวของเขา
หันมานับถือศาสนาคริสต์
เมื่อความนี้ รู้ถึงจักพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ของโรม
พระองค์ทรงกริ้วมาก
สั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส อย่างหนัก
ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิต
ด้วยการตัดศีรษะ



ในคืนสุดท้าย
ก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น
เขาได้เขียนจดหมายสั้น ๆ
เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรัก ของเขา
และลงท้ายในจดหมายว่า
"จากวาเลนไทน์ของเธอ"
รุ่งขึ้นของเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270
วาเลนตินัสก็ถูกนำไปตัดศีรษะ
และเอาศพไปฝังไว้ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์
ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่
คร่อมสุสานของเขาไว้ เพื่อเป็น อนุสรณ์
รำลึกถึงชีวิตและความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา
คนทั่วไปประทับใจกับความรักของเขา
จึงยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
เป็น "วันวาเลนไทน์" ภาษาอังกฤษเรียกว่า
Saint Valentine's Day
หรือ Valentine's Day
หรือวันแห่งความรัก
ซึ่งต่อมาได้นิยมแพร่หลายไป
ทั่วยุโรปและอเมริกา
และเข้ามาในทวีปเอเชียด้วย



ทำไม? วันวาเลนไทน์ต้องให้ดอกกุหลาบ...
ด้วยความที่กุหลาบมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล
จึงทำให้ความสวยงามของดอก
และกลิ่นอันชวนพิสมัยของราชินีแห่งดอกไม้นี้
เป็นที่เลื่องลือมาช้านาน และล้วนกล่าวถึงความงาม
เป็นสื่อที่แสดงถึงความสุข ความมีไมตรีจิต
ความน่ารัก ความสวยงาม การบูชา
และการเกี้ยวพาราสี
ดังนั้น กุหลาบจึงเป็นเสมือนตัวแทน
แห่งความรัก และความอมตะ
จนมีตำนานกล่าวขานกันต่าง ๆ นานา
ตั้งแต่สมัยกรีก ตำนานเล่าว่า
"คลอรีส" เทพธิดาแห่งดอกไม้
ได้บันดาลให้ร่างของนางไม้กลายเป็นกุหลาบ
และยกให้เป็นราชินีของดอกไม้
จากนั้นต่อมาก็มีการมอบดอกกุหลาบ
แก่ "อีรอส" ลูกชาย ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก



ส่วนในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่า
ในสมัยที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนอยู่นั้น
พระโลหิตได้ไหลหยดลงบนต้นหญ้ามอสส์
และได้บังเกิดเป็นต้นกุหลาบที่มีดอกสีแดงสด
จึงมีการเรียกขานกุหลาบชนิดนี้ว่า "กุหลาบมอสส์"
นอกจากนี้ยังมีการสู้รบกันระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่
คือราชวงศ์ยอร์ค
ซึ่งใช้สัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบขาว
และราชวงศ์แลงแคสเตอร์
ใช้ดอก กุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์
และได้เรียกสงครามครั้งนี้ว่า "สงครามกุหลาบ"
ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1948-2028
และในสมัย ต่อมา พวกกุหลาบแดง
ได้มาแต่งงานกับพวกกุหลาบขาว
ซึ่งในปัจจุบัน " กุหลาบ "
ได้ถือเป็นดอกไม้ประจำชาติของชาวอังกฤษไป
ในประเทศไทยมีเรื่องราวเล่าขาน
ถึงความงดงามของดอกกุหลาบไว้
โดยปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์
ของพระมหาธีราชเจ้า รัชกาลที่ 6
ในเรื่อง "มัทนะพาธา"
หรือ "ตำนานดอกกุหลาบ"
ซึ่งได้ปรากฏชัดว่า ดอกกุหลาบ
ได้กลายเป็นดอกไม้ที่นิยมไปทั่วโลก



กุหลาบ...ราชินีแห่งบุปผชาติ

ด้วยความโดดเด่นของรูปโฉมอันพิลาส
กอปรกับกลิ่นหอม
ที่มีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้น่าหลงไหล
กุหลาบจึงเป็นดอกไม้ที่นิยมมาตั้งแต่อดีตกาล
โดยสันนิษฐานว่า
กุหลาบถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัย Taceous
หรือเมื่อประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว
โดยดูได้จากซากฟอสซิลที่ขุดพบโดยนักวิทยาศาสตร์
แต่หลักฐานที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดแน่นอน
จะอยู่ในราว 5,000 ปี ที่ผ่านมา
ตั้งแต่สมัย สุเมเรียน (Sumerians)
โดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ
ได้ขุดค้นพบน้ำที่มีกลิ่นกุหลาบในหลุมศพ
ของกษัตริย์ในสมัยนั้น นอกจากนี้
ยังค้นพบเครื่องประดับของชาวสุเมเรียน
ซึ่งมีรูปทรงเป็นดอกกุหลาบทำด้วยทองคำ



แต่ในบางแหล่งได้กล่าวไว้ว่า
กุหลาบมีกำเนิด ณ เทือกเขาคอเคซัส
ประเทศเปอร์เซีย หรืออิหร่านในปัจจุบัน
และมีชื่อเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า "คุล" Gol
หรือ Gul ซึ่งแปลว่า ดอกไม้
และคำว่า "คุลาพ"
หมายถึง กุหลาบอย่างที่คนไทยเราเรียกกัน
สำหรับประเทศไทยไม่ทราบแน่ชัดว่า
มีกุหลาบมาตั้งแต่สมัยใด
หากแต่มีการบันทึกของราชทูตฝรั่งเศส
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ว่าได้เห็นดอกกุหลาบอยู่ในกรุงศรีอยุธยา
และอีกหลายแห่งที่ปรากฎหลักฐานว่า
มีกุหลาบเข้ามาเมือง-ไทยแล้วก็คือ
กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก
ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์
ที่ได้กล่าวถึงความงามของดอกกุหลาบไว้ด้วย



ความหมายจากรูปร่างและสีสันของดอกกุหลาบ

ดอกกุหลาบนั้น ทั้งลักษณะและสีสันของมัน
สามารถสื่อความหมายถึงคนที่เรามอบให้ได้
ตามที่เราทุกคนเรียกมันว่า "ภาษาดอกไม้"
ดอกกุหลาบแต่ละแบบ แต่ละสี
สื่อความหมายไว้ว่าอย่างไรกันบ้าง..

กุหลาบแดง
หมายถึง ความรักและความปรารถนา
เป็นดอกไม้ของคิวปิดและอีรอส (คุณกามเทพ)
เป็นสิ่งนำ โชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ

กุหลาบขาว
หมายถึง ความมีเสน่ห์
ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ
และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
เช่นเดียวกับดอก กุหลาบแดง

กุหลาบสีชมพู
หมายถึง ความรัก
ที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด

กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม
หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน
ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข

กุหลาบตูม
หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย

กุหลาบบาน
หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน
ความอ่อนหวาน สดชื่น

ว่ากันว่า..
สำหรับหนุ่ม-สาวชาวอาทิตย์อุทัย หรือชาวญี่ปุ่น
จะแตกต่างกับ ชาติ อื่น ๆ
คือในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือ วันวาเลนไทน์
สาว ๆ จะเป็นคนให้ ช็อกโกเลต (Chocolate)
รูปหัวใจขนาดเล็ก-ใหญ่
แล้วแต่ความชอบน้อย-มาก
(ซึ่งตัวเองทำเอง ) แก่หนุ่ม ๆ ที่เธอชอบ
หลังจากวันนั้นอีกหนึ่งเดือน
คือวันที่ 14 มีนาคม
หนุ่ม ๆ ก็จะมอบดอกกุหลาบ
เพื่อเป็นการขอบคุณสาวผู้ให้
แต่สำหรับในเมืองไทยนั้น ส่วนใหญ่ผู้ชาย
มักจะเป็นฝ่ายให้ดอกกุหลาบกับผู้หญิงมากกว่า















Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 20 ตุลาคม 2550 19:38:11 น. 0 comments
Counter : 1273 Pageviews.

ยอดสน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เวปนานาสาระธรรมะ
โดยพี่น้องชาวบล็อกแก็งค์
เวป"ศาลา-สาละ"
เชิญเยี่ยมชมที่นี่จ้า

ศึกษาธรรมะ-เวปทำดี

สนทนาธรรม-น้อง"ป่ามืด"

Linkของแต่งบล็อก
หลายแบบหลากสไตล์
เลือกชมเลือกหาได้ที่นี่จ้า
น้อง"แบม"

น้องนัท "จอมแก่นฯ"

น้อง"พลอยสีรุ้ง"

น้อง"หนี่ฯ(แพรวขวัญ)"

Linkกรอบ-Flashสวยงาม
เชิญศึกษาได้ที่บล็อกนี้
(อาจารย์ผู้สอนจขบ.นี้จ้า)
ขอบคุณมากค่ะ น้อง "อั๊กกิ"

บล็อกให้สาระความรู้
"การตกแต่งบล็อก"
ขอบคุณมากค่ะ "น้องไหม"

มุมสบายๆ คลายเครียด
กับคนสวยรวยอารมณ์ขัน
ขอเชิญที่บล็อกนี้จ้า
น้อง"หยิ๋งแป๋ม"

มุมขยับลูกคอ
มั่นใจเสียงใส เสียงดี
เชิญที่นี่นะจ๊ะ นะจ๊ะ :)

web page tracking

COLOR CHART

THEME - UPDATED

BORDERS - UPDATED

X'mas & Countdown X'mas Clock

BACKGROUNDS

CHRISTMAS SETS

BACKGROUNDS & URL

GLITTER ANIMATION

BEAUTIFUL GRAPHICS

COOL ICONZ

DOLLS

WEBSETS

    Follow me on Twitter

    eXTReMe Tracker

    visitors

    I hope you will enjoy your stay here.

    Please note!!

    The graphics on my site

    are things that I have found

    and or collected, on the net..

    therefore I take no credit

    for any of them.

    Thanks to the many sites

    where I found them.

    and thanks ..

    the very talented people who did.

    Think on these words:

    Enjoy life today, yesterday is gone,

    tomorrow may never come.

    Webboard Manager Online

    Group Blog
     
    <<
    กุมภาพันธ์ 2549
     1234
    567891011
    12131415161718
    19202122232425
    262728 
     
    2 กุมภาพันธ์ 2549
     
    All Blogs
     
    Friends' blogs
    [Add ยอดสน's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.