...HOW CAN YOU SAY GOODBYE TO SOMEONE YOU CAN'T IMAGINE LIVING WITHOUT...
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

เรื่องเล่าของฉัน ตั้งแต่วันที่มีเธอ Chepter 10

“ปาร์ตี้หรือคะ” เสียงหวานๆดังขึ้นพร้อมกับคิ้วที่ขมวดหากันน้อยๆ
“ใช่จ้า” คุณวิชุดาตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนเสริม
“ช่วงนี้ดูเหมือนแขกเค้าจะพาลูกหลานไปงานกันเยอะไปหมด แม่เลยคิดว่าอยากให้ลูกไปทำความรู้จัดกับคอแจสรุ่นเดียวกันเสียบ้างไง”
เนื่องจากความชอบดนตรีแจสของคุณเอกราชทำให้ครอบครัวนี้ได้รับอิทธิพลเรื่องดนตรีแจสเป็นอย่างมาก
ปานวาดได้ฟังดนตรีแจสมาตั้งแต่เด็ก และยังเคยถูกสอนให้เล่นเครื่องดนตรีอย่างฟลุ๊ค หรือเปียโนด้วย
แต่พอริ่มเติบโตขึ้นมา เวลาก็ทำให้เธอไม่ได้มีเวลาสำหรับพวกมันมากนัก จนห่างหายไปนาน
“ปีนี้อาสิรัชจะมาหรือเปล่าคะ” ปานวาดถามเสียงสดใสขึ้นเล็กน้อย
“เจ้ารัชหรอ... อืมมมม ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ครั้งที่แล้วเค้าส่งหลานชายมางานแทน” คุณเอกราชตอบลูกสาว
“แต่ก็ไม่แน่นะลูก หนูก็รู้ว่าคุณอาเค้าไม่ค่อยจะพลาดงานนี้หรอก” คุณวิชุดารีบเสริมเพราะกลัวลูกสาวจะไม่ไปงาน
สีหน้าของปานวาดสลดลงเล็กน้อย... ส่งตัวแทนหรอ /ทำไมอาไม่มาเองนะ/
วศินที่นั่งเงียบอยู่ซักพักจึงมีโอกาสถามแทรกความเงียบขึ้นมา “เอ่อ งานอะไรหรอครับ”
“...อ้อ! จริงด้วย คุณคะ ลูกพัทยังไม่เคยไปนี่คะ”
“เอ้อ จริงสิ พ่อก็ลืมไปเลย” คุณเอกราชยิ้มกว้าง
“เราอาจจะชอบก็ได้นะพัท เป็นงานปาร์ตี้น้ำชาที่รวมคนที่สนใจเรื่องเดียวกันมาคุยกัน... ก็งานคนแก่น่ะนะ... แต่ว่าคนที่ไปแต่ละคนเนี่ย หูทองกันทั้งนั้น”
“งั้นหรือครับ...”
“ไปด้วยกันสิลูก แม่จะได้ไปแนะนำลูกกับญาติของเราเลย บางคนยังไม่รู้เลยนะว่าลูกกลับมาแล้วน่ะ” คุณวิชุดาชวน เธอมักจะได้ยินเสียงไวโอลินดังมาจากห้องของลูกชายบ่อยๆ จึงรู้ว่าลูกชายก็สนใจเรื่องของดนตรีเหมือนกัน
“...เอาสิครับ ผมก็อยากไป” วศินยิ้มกว้างพลางคิดในใจ
/เผื่อจะเจอคุณสิรัชอะไรนั่นด้วย/ เค้ารู้สึกหงุดหงิดกับชื่อนี้อย่างประหลาด
“นั่นไง... พี่เค้าก็ไปแล้ว หนูก็ไปเถอะนะลูก”
“...ก็ได้ค่ะ”
และหลังจากที่ทุกคนทานอาหารเสร็จ ก็เป็นหน้าที่ของลูกสาวและลูกชายที่จะต้องปฎิบัติหน้าที่ทำความสะอาด
วศินจึงได้มีโอกาสอยู่กับน้องสาวของเค้าสองคน
“ปาน” เค้าเรียกน้องสาว
“คะ”
“คุณอาสิรัชน่ะ ใครหรอ”
ปานวาดชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปตอบคนถาม
“คุณอาสิรัชก็คือคุณอาไงคะ คุณอาของเรา” เธอตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันกลับไปล้างแก้วน้ำ
“แล้วทำไมเราต้องอยากเจอเค้าด้วยล่ะ” วศินถาม โดยพยายามทำท่าทางตั้งใจเช็ดโต๊ะจนเกินเหตุ
“ก็ไม่ได้อยากเจอเป็นพิเศษอะไรนี่คะ”
“ไม่จริงหรอก” วศินท้วงคิ้วขมวด “ก็ตอนที่คุณแม่ชวน....”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่คุณอาเป็นคนน่ารัก แล้วปานก็สนิทกับคุณอาตอนเด็กๆเท่านั้นเอง”
ปานวาดพูดขัดขึ้นพลางกระชากเสียงเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณว่าเธอไม่ต้องการตอบคำถามนี้
“อ้อ...หรอ...” วศินเข้าใจอาการนั้น

หลังจากนั้นเหตุการณ์ในบ้านก็ผ่านไปตามปกติ จนกระทั่งถึงวันงาน

“งั้นแม่ไปรอข้างล่างนะจ๊ะลูก” คุณวิชุดาบอกลูกสาวแล้วปล่อยให้เธอแต่งตัวตามลำพัง
ชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนสดใสกับคาดิแกนสีขาวเข้าชุดถูกวางอยู่บนเตียงสีครีมอ่อน
ปานวาดมีเวลาอีก 3 ชั่วโมงเพื่อแต่งตัว ซึ่งสำหรับปานวาดแล้วถือได้ว่า เหลือเฟือเลยทีเดียว
เธอเริ่มนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อเริ่มเปิดลิ้นชักเลือกเครื่องประดับอย่างไม่รีบร้อน ต่างหูและสร้อยต่างๆถูกจัดเก็บอยู่ในกล่องขนาดต่างๆอย่งเป็นระเบียบ เพราะความที่ไม่ค่อยได้เข้างานสังคมมากมาย เครื่องประดับเหล่านี้(ซึ่งเคยเป็นของคุณวิชุดามาก่อน)จึงแทบจะไม่เคยออกมานอกกล่องของมันเลย บางกล่องปานวาดไม่แน่ใจว่าเคยเห็นมาก่อนเสียด้วยซ้ำ
และระหว่างที่ค่อยๆหยิบกล่องต่างๆออกมาเปิดเลือก สายตาของเธอก็ไปเจอเข้ากับกล่องกำมะหยี่สีเทาใบหนึ่ง
มันเป็นกล่องเพียงใบเดียวที่ปานวาดรู้ดีว่ามันคืออะไร
เธอค่อยๆเปิดกล่องอย่างทะนุถนอม กระดุมพลอยสีน้ำเงินยังคงแวววาวอยู่ไม่เปลี่ยน...

เมื่อ 18 ปีก่อน ... ปานวาดได้รับของสิ่งนี้จากใครคนหนึ่ง

สิรัชออกมายืนรับลมที่ระเบียงของห้องบอลรูม เนื่องจากความเหนื่อยที่ต้องทักทายคนจำนวนมาก
“คุณอาขา วันนี้หนูสวยมั้ยคะ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาหาชายหนุ่มคนหนึ่ง
“ปานวาดของอาสวยอยู่แล้ว สวยเหมือนภาพวาด สวยสมชื่อปานวาดเลยค่ะ” สิรัชตอบเอาใจเด็กหญิง
“สวยเหมือนภาพวาดคืออะไรคะ” เด็กหญิงสงสัย
“ก็สวยเหมือนนางในนิยายในคะ”
เด็กหญิงปานวาดทำหน้าครุ่นคิด
เธอคิดถึงหนังสือปกสีน้ำตาลเล่มหนึ่งโดยข้างในมีแต่เส้นขยุกขยิกที่เธอไม่เข้าใจ
ก่อนจะทำจมูกย่นแล้วตอบว่า
“หนูไม่อยากสวยเหมือนนิยายค่ะ”
“ฮะๆๆ งั้นหนูอยากสวยเหมือนอะไรล่ะคะ”
“ปานอยากสวยเหมือนดอกไม้ เหมือนดอกไม้สีขาวดอกใหญ่ๆที่อยู่บนโต๊ะพวกนั้น”
เด็กสาวชี้มือไปทางโต๊ะอาหารที่มีแจกันดอกลิลลี่สีขาววางประดับอยู่
“จริงหรอ แต่อาว่า ปานของอาสวยกว่าดอกไม้ตรงนั้นอีกนะคะ”
“จริงหรอคะ” เด็กหญิงดีใจ เธอคิดว่าดอกไม้บนโต๊ะนั้นสวยมาก เมื่อมีคนบอกว่าเธอสวยกว่า เธอจึงดีใจ
“จริงสิคะ” สิรัชยิ้มกว้างตอบ ปฎิกิริยาที่น่ารักของปานวาดไม่เคยทำให้เค้าเบื่อที่จะคุยหรือพูดเอาใจเด็กหญิงคนนี้เลย
“ถ้าอย่างงั้นให้ปานวาดเป็นเจ้าสาวของคุณอาได้มั้ยคะ”
“โอ้โห ถ้าอาได้เจ้าสาวสวยเหมือนหนู มันคงจะเป็นเกียรติของอามากเลยจ้า”
“งั้นก็ต้องหมั้นหนูไว้ก่อนสิคะ ไม่งั้นหนูไปเป็นเจ้าสาวคนอื่นนะ” เด็กหญิงพูดพร้อมกับพยายามทำหน้าจริงจัง
“ฮะๆๆๆ งั้นจะให้อาหมั้นด้วยละไรดีล่ะคะ เค้กส้มดีมั้ย หรือจะเอาดอกลิลลี่ตรงนั้นดี”
“ไม่ได้นะ เวลาหมั้นเค้าต้องใช้แหวนกัน” เธอพูด พลางนึกถึงเรื่องในหนัง “แล้วก็ต้องใส่ตลอด เหมือนที่คุณแม่ใส่สิคะ”
“แต่คุณอาไม่มีแหวนหรอกนะคะ หมั้นด้วยเค้กส้มแทนดีกว่าเนอะ” สิรัชพยายามเลี่ยง
“ไม่เอานะ! ปานจะเอาแหวนหมั้น” เด็กหญิงอ้อน...
แม้ตอนนั้นเธอจะยังเด็กมาก กิริยาของเธอที่แสดงออกไปก็ดูเหมือนเด็กๆ
สิรัชจึงไม่รู้เลยว่าน้ำตาที่เริ่มคลอขึ้นมาของเธอเป็นน้ำตาของจริง...
ไม่ใช่น้ำตาที่มาจากความอยากมีอยากได้ แต่เป็นน้ำตาที่มาจากความกลัว
กลัวคนที่เธอรัก จะปฎิเสธการขอความรักของเธอ...
“...งั้นอย่างงี้แล้วกันนะคะ”
ว่าแล้วสิรัชก็ถอดกระดุมพลอยที่ข้อมือของชุดสูทออกและดึงริ้บบิ้นผูกผมเส้นน้อยของปานวาดออกมา
จากนั้นก็กลัดกระดุมเข้ากับเส้นริบบิ้น แล้วนำมาคล้องคอให้กับเด็กหญิง
“โอ้โห สวยมากเลยค่ะ เข้ากับชุดสีม่วงเลย” สิรัชพูดเอาใจเด็กหญิงอีกครั้ง
“ไม่ใช่แหวนนี่คะ” เด็กหญิงยังดื้อดึง
“เป็นสร้อยแทนไงคะ เครื่องประดับเหมือนกันไง”
“อ้าวรัช ก็ว่าทำไมไม่เข้าไป ถูกเจ้าหญิงจอมซนกวนอยู่หรอกหรอ” คุณเอกราชหยอกน้องชาย เขาเดินมาตามน้องชายเพราะเห็นว่าออกมานานแล้ว
“ฮะๆๆ ไม่ได้กวนอะไรหรอกครับพี่”
“คุณพ่อขา คุณแม่ขา ปานหมั้นกับคุณอาด้วยคะ”
“ของหมั้น? เจ้าสาว? นี่เล่นอะไรกันคะเนี่ย” คุณวิชุดาทำเสียงงง ซึ่งก็ไม่ต่างกับคุณเอกราชตอนนี้
“แหะๆๆ” สิรัชหัวเราะแห้งๆ
“หมั้นไงคะ เหมือนในหนังฝรั่งที่หนูดูกับคุณแม่แล้วคุณแม่ร้องไห้ไงคะ”
เมื่อได้ยินคำอธิบาย คุณวิชุดาจึงเปลี่ยนสีหน้าจากสงสัย เป็นตกใจ
“เอาน่า...คุณ ลูกก็ยังเล็กน่า” คุณเอกราชเข้าใจสีหน้าของภรรยาว่าเธอคิดอะไร แต่เค้าไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องใหญ่แบบนั้น
“ไม่เกี่ยวหรอกนะคะ ยังไงเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละค่ะ ปาน เอากระดุมคืนคุณอาเดี๋ยวนี้เลยนะลูก”
“ไม่เอาค่ะ นี่เป็นของหมั้นของปาน ปานจะเก็บไว้ ปานเป็นเจ้าสาวคุณอา”
“ไม่ได้นะลูก คืนเดียวนี้ ลูกยังไม่ได้เป็นเจ้าสาวของใครทั้งนั้น!” คุณวิชุดาเสียงเข้มขึ้นพลางจะหยิบกระดุมพลอยเม็ดนั้นออกจากคอของเด็กหญิง
และคำพูดของคุณวิชุดาก็ทำให้น้ำใสๆเริ่มเอ่อขึ้นมาจากตาของเด็กหญิงอีกครั้ง...
“ปาน...ปานเป็นนะคะ ปานมีของหมั้น...ปานเป็น...”
“เอาน่าๆ คุณก็ปล่อยไปเถอะ ลูกยังเด็ก โตขึ้นแกก็เข้าใจเองแหละ” คุณเอกราชใจอ่อนกับน้ำตาลูกสาว
“...จะเป็นแบบนั้นแน่หรอคะ” คุณวิชุดายังคงกังวล พร้อมกับมองไปยังมือที่กำกระดุมพลอยเอาไว้แน่น
“เด็กก็คือเด็กนะครับพี่ดา อย่าคิดมากเลยครับ” สิรัชพูดก่อนจะพยายามหาเหตุผลมาเสริมว่า
“อีกอย่าง ผมก็ยังไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิดแกเลย”
“แต่กระดุมพลอยมันก็หลายตังอยู่ไม่ใช่หรอรัช เอามาเป็นของขวัญให้เด็กจะดีหรอ” คุณวิชุดายังไม่ยอม
“แต่ยังไงแกก็คงไม่คืนแล้วล่ะครับ อีกอย่างดูแกจะชอบเสียด้วย”
“เอาน่า... อย่าคิดมากเลยคุณ” คุณเอกราชเป็นคนพูดตัดบทสนทนาก่อนจะเปลี่ยนประเด็นไปชวนน้องชายไปออกรอบวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

และในที่สุดเรื่องราววันนั้นก็ดูเหมือนจะค่อยๆเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้ใหญ่ทั้งสามท่าน...
โดยไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวนั้นยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของเธอ...
ปานวาดปิดกล่อง”ของหมั้น” และเริ่มเลือกเครื่องประดับต่อไป
ในที่สุดเธอก็เลือกชุดต่างหูมุกกับเส้นข้อมือ พร้อมกระเป๋าถือกับรองเท้าสีขาวเข้ากับคาดิแกน
เธอหวีผม คาดไว้ด้วยที่คาดผมประดับมุก และปล่อยให้ผมม้วนตัวเป็นลอนอ่อนๆที่ปลาย วันนี้ปานวาดแต่งหน้าอ่อนๆ
เมื่อแต่งตัวเสร็จเธอก็ออกจากห้องมาหาคุณแม่กับคุณพ่อที่ชั้นล่าง
เมื่อคุณเอกราชเห็นลูกสาวของเค้าแต่งตัว คำแรกที่หลุดออกมาก็คือ
“สวยจริงๆเลย” พร้อมกับรอยยิ้มอย่างภูมิใจ
“แหม...คุณล่ะก็” แต่เสียงนี่ไม่ใช่ของปานวาด... เป็นของคุณวิชุดาที่เดินตามปานวาดลงมา
“อ้อ...ฮะๆๆๆ สวยมากเลยคุณ” คุณเอกราชขำแก้เก้อ ก่อนจะชมภรรยาของเค้าอีกที
“คิกคิก...พี่พัทยังไม่เสร็จหรือคะพ่อ” ปานวาดถามพร้อมกับหัวเราะเบาๆให้กับหน้างงของพ่อและความเข้าใจผิดของแม่
“โทษทีครับพ่อ! ผม...ช้าไปหน่อย...” วศินค้างคำพูดไปเล็กน้อยเมื่อเห็นปานวาด
/สวย/ เค้าคิดในใจ
แม้ว่าเค้าจะรู้อยู่แล้วว่าปานวาดเป็นคนสวย แต่เค้าก็ยังไม่เคยเห็นเวลาที่เธอแต่งตัวเพื่อจะไปงานปาร์ตี้แบบนี้
“อ้าวๆๆ อึ้งไปเลยสิพัท น้องสวยใช่มั้ยล่ะ” คุณเอกราชแซวลูกชาย
“ครับ สวยครับ ชุดนี่คุณแม่เลือกใช่มั้ยครับเนี่ย เหมาะกับน้องมากเลย” พัทเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อกลบความเขินอาย
และเค้าก็ต้องแปลกใจว่าทำไมเค้าถึงต้องเขินอายเรื่องของเจ้ากระต่ายน้อยน้องสาวแท้ๆของเค้าด้วย?
“ต๊ายยยย คุณ ดูตาพัทสิ ปากหวานจริงๆ” คุณวิชุดาเขินคำยอ
“เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปกันเถอะ ครบองค์ประชุมแล้ว” คุณเอกราชยิ้มอารมณ์ดีแล้วเดินไปที่รถ
ตามด้วยคุณวิชุดาและปานวาด

“อ้าว พี่คะ มาสิคะ” ปานวาดเร่ง ขณะที่เห็นวศินง่วนติดกระดุมข้อมือเสื้อสูทอยู่
“อ่า...เดี๋ยวๆๆ ใกล้แล้วๆ” วศินเร่ง แต่ยิ่งเร่งก็ยิ่งลนลาน
ปานวาดเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจ...และเดินเข้าไปหา พร้อมกับบอกว่า
“มาค่ะ ปานช่วย”
ปานวาดแย่งกระดุมออกมาจากมือของพี่ชายแล้วติดให้เขา
เธอใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็ติดเสร็จทั้งสองข้าง
“เรียบร้อยค่ะ” เธอพูดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับพัท
“ขอบคุณครับ” พัทยิ้มตอบอย่างมีสเน่ห์
วงหน้าขาวๆกับคางคมๆ และผมที่เซ็ทเอาไว้แบบลวกๆแต่ดูเก๋ไก๋
ประกอบกับริมฝีปากชมพูอ่อนๆที่ถูกเคลือบไว้ด้วยลิปบาล์มของผู้ชาย
วันนี้พัทดูดี จนทำให้ปานวาดรู้สึกปั่นป่วนในอกเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรค่ะ” ปานวาดตอบพลางเผลอจ้องมองริมฝีปากสวยๆของพี่ชายอย่างลืมตัว
...พัทเอง เมื่อยิ่งเห็นหน้าของน้องสาวชัดๆ ในระยะใกล้ก็เช่นเดียวกัน...
ตึก! พัทของใจเต้น ดัง จนกลัวปานวาดของเค้าจะได้ยิน
“เอ่อ...ไปที่รถเถอะ...” แล้วเค้าก็ออกเดินนำเธอออกไป
และก็ได้เวลา ไปที่งาน ปาร์ตี้...

To b cont

งานเลี้ยงถูกจัดที่ลานหน้าบ้านของเจ้าของสมาคมแจส โดยเป็นลานหญ้ากว้างและแบ่งบางส่วนออกเป็นบ่อน้ำรูปร่างธรรมชาติ คล้ายกับจะจำลองทะเลสาบเข้ามาไว้ในพื้นที่ โดยรอบของทะเลสาบจำลองแห่งนี้ก็มีศาลาริมน้ำน้อยใหญ่เรียงรายอยู่อย่างสวยงาม
ภายในงานจัดเป็นงานเลี้ยงคอกเทลแบบง่ายๆ มีเสียงดนตรีแจสเปิดคลอเบาๆสร้างบรรยากาศให้กับผู้ที่อยู่ในงาน เสียงพูดคุยจอแจเต็มไปด้วยความสนุกสนานอบอุ่น ราวกับว่าทุกคนเป็นญาติมิตรเครือเดียวกันหมด
เอา สวัสดีคุณประภาซะสิเจ้าพัท คุณเอกราชชวนลูกชายเข้าไปทักทายหญิงสูงอายุแต่ดูแข็งแรงผู้หนึ่ง
สวัสดีครับผม วศินไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมก่อนจะเงยหน้ามาพบกับสายตาอ่อนโยนของผู้ที่ตนไหว้
สวัสดีจ่ะ คนนี้ใช่มั้ยคะคุณดาที่ว่าไปอยู่เมืองนอกมาน่ะ
ใช่ค่ะ คุณวิชุดาตอบด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เพิ่งจะกลับมาได้เมื่อไม่นานมี่แหละค่ะ




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2552
3 comments
Last Update : 14 สิงหาคม 2552 4:17:32 น.
Counter : 1993 Pageviews.

 




สวัสฎีกาครับ



มีความสุขมาก ๆ รักษาสุขภาพ นะครับ

 

โดย: เซียน_กีตาร์ 14 สิงหาคม 2552 12:47:21 น.  

 

สวัสดีค่ะ
ขอความกรุณาเป็นหูเป็นตาแมวตัวนี้ทีนะคะ

 

โดย: สาวชาววัง 1 ตุลาคม 2552 10:07:21 น.  

 

อ๊ะ ดองเหมือนกันเลย

 

โดย: verdancy 6 ธันวาคม 2553 21:00:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


TMRmaybe
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add TMRmaybe's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.