เราพบกันในนามความรู้สึก
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2548
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 

ฉันต้องอยู่ได้แม้วันนี้ไม่มีเธอ

เปิดม่านหัวใจอย่างเงียบ ๆ


วันนี้ได้ยินเสียงนกร้องเร็วกว่าทุกวัน นั่นเป็นเพราะฉันตื่น
นอนเร็วกว่าทุกวันหรือเป็นเพราะนกเร่งรีบออกหากินกัน
แน่ ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเมฆสีเทาครึ้ม
สลับเทาเข้มลอยละล่องด้วยแรงของลม

และคงอีกไม่นานหรอกที่เม็ดฝนจะโปรยปรายหล่นลงมา
ความมืดหม่นของท้องฟ้าวันนี้ มันช่างเหมือนกับใจของ
ฉันเมื่อวันนั้นเหลือเกิน วันไหนหรือ ก็วันที่....

วันที่ฉันรู้สึกซึมเศร้า รู้สึกเสียใจ มันเป็นความเสียใจที่
ให้รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน....ฉันก็เพิ่งสัมผัสความรวดร้าว
และทรมานอันเนื่องมาจากการสูญเสียก็ครั้งนี้แหละ


ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า...........ชีวิตระหว่างเราจะต้องมา
ลงเอยกันแบบนี้..........แค่ปล่อยจิตใจให้ล่องลอยกลับ
ไปสู่วันวานเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น ก็ยังอดทำให้
ฉันรู้สึกสั่นสะท้านในหัวอกขึ้นมา แล้วก็ให้รู้สึกร้อนผะผ่าว
รอบ ๆ ดวงตา จนต้องถอนหายใจออกมาแรง ๆ แต่
การผ่อนลมหายใจแรง ๆ กลับกลายเป็นการขับน้ำใส ๆ
ที่เอ่อล้นเบ้า ให้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างที่มิอาจทัด
ทานได้

ความรู้สึกทำไมมันยังคงเกาะติดกับเราได้นานขนาดนี้เชียว
ทำไมทุกครั้งที่ย้อนนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ระหว่างเรา ฉัน
เป็นต้องเกิดอาการยากสะกดกลั้นอย่างนี้เสียทุกที


ใครไม่เคยพบกับการสูญเสีย ไม่เคยพบกับการพลัดพราก
คงไม่มีวันเข้าใจในสิ่งที่ฉันได้ประสบพบมา แล้วถ้าหาก
เป็นการสูญเสียด้วยการต้องพลัดพรากจากกันทั้งที่เราต่าง
มีลมหายใจกันอยู่ จากกันทั้ง ๆ ที่เราต่างมีใจให้กันอย่าง
สุดซึ้ง

ฉันยังจำแววตาคู่นั้นที่ทอดมองตามฉันขณะที่รถของฉัน
ค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยห่างออกไปทุกที ทุกที

เมื่อคิดถึงตอนนี้ครั้งใด...........
ฉันก็ไม่อาจกลั้นความรู้สึกที่เก็บไว้ในก้นบึ้งของจิตใจฉัน
ได้อีกต่อไปแล้ว

มารู้สึกตัวอีกทีก็ให้รู้สึกว่าตัวเองสะอึกสะอื้น น้ำตาไหล
พราก เหมือนฝนที่โปรยปรายไม่ขาดเม็ด ถ้าหากวัด
ปริมาณน้ำตาที่ไหลรินนับตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ ก็คงทำ
ให้เขื่อนซักเขื่อนที่แห้งขอด ล้นเอ่อปริ่มขอบเขื่อนได้เป็น
แน่แท้

หลังจากที่ปล่อยทิ้งตัวเองจมอยู่กับภวังค์แห่งห้วงความหลัง
จนหนำใจแล้ว สติก็ค่อย ๆ กลับคืนมา ฉันปาดน้ำตาที่
อาบแก้มทั้งสองข้าง จนมือซีด

ก็เป็นจังหวะฝนที่ตั้งเค้าอยู่นานแล้ว พร้อมใจกันหล่น
ร่วงสู่พื้นดิน เสียงฟ้าร้องสนั่นก้อง คงไม่ต่างกับเสียงร้อง
ของหัวใจที่คร่ำครวญเพรียกพาความรู้สึกของวันวาน
แม้จะรู้ว่ามันไม่มีทางหวนกลับคืนมาได้อีกต่อไปแล้ว
ประดุจดั่งสายน้ำที่ไหลไปแล้วมิเคยไหลย้อนกลับมาอีก
เลย

ชีวิตของฉัน.........นับแต่นี้..........
จักต้องเข้มแข็ง ต้องผ่านความเจ็บปวดนี้ไปให้ได้

ทำอย่างไรที่ฉันจะพูดถึงอดีตได้โดยไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวด
ไม่ต้องรู้สึกเสียใจ แต่ตรงกันข้ามทำอย่างไรที่ฉันจะอยู่
ได้อย่างแข็งแกร่ง มั่นคงทางอารมณ์ และเป็นสุขใจทุกครั้งที่พูดถึงอดีต

เสียงเพลงจากซีดีที่เปิดทิ้งไว้แว่วมาให้ได้ยิน สลับกับ
เสียงฝนกระทบใบไม้ด้านนอก เพลงนั้นคงบรรเลงมานาน
แล้วแต่ใจฉันมิได้เปิดรับฟัง จนถึงประโยคสุดท้ายของ
เพลงนั่นแหละ ที่ฉันได้ยินว่า " I always love you "


================================







 

Create Date : 05 สิงหาคม 2548
8 comments
Last Update : 14 สิงหาคม 2548 10:17:24 น.
Counter : 440 Pageviews.

 



บันทึกความทรงจำวันที่สอง

ความรู้สึกของฉันวันนี้รู้สึกดีขึ้น อบอุ่นขึ้นมาไม่น้อย นั่นอาจเป็น
เพราะว่าวันนี้ ฉันได้มีโอกาสขยับ
เขยื้อนกายออกไปจากสิ่งแวดล้อม
เดิม ๆ ไม่ต้องเห็นแต่บรรยากาศเก่าๆ
ที่จะพาใจให้หม่นเศร้าลงไปอีก

ได้มีโอกาสนั่งรถไปไกลห่างจากบ้าน
ที่อาศัยอยู่มานาน

ได้เห็นสองฟากฝั่งที่มีต้นไม้ขนาด
ใหญ่ตรึงติดกับพื้นดิน และเห็นใบไม้
สีเขียวเข้ม ที่หยาดฝนยังทิ้งร่องรอยไว้ด้วยเม็ดฝนกลมกลิ้งไปมาบนใบไม้
บางใบด้วย


จุดหมายปลายทางของฉันวันนี้คือ
การไปทำบุญ ทำสังฆทานให้กับ
เอ่อ....ใช่แล้วค่ะ

เรื่องระหว่างเรามันปิดฉากลงอย่าง
ร้าวราน โดยเริ่มจากการจากกันทั้งๆ
ที่มีลมหายใจกันอยู่ แล้วก็กลายเป็น
การจากกันอย่างชั่วนิรันดร์

จากกันอย่างที่คำร่ำลาไม่มีให้กันเลย
สักคำ คิดแล้วฉันต้องถอนหายใจ
ยาวๆ อีกแล้ว พร้อม ๆ กับที่พยายาม
กลืนก้อนอะไรซักอย่างที่มันวิ่งขึ้นมาจุกอกจุกคออย่างกระทันหันนั้นไว้


วันนี้ฉันไม่อยากร้องไห้........
ฉันน่าจะมีความสุขได้มากกว่าเมื่อ
วาน เป็นเสียงหัวใจฉันบอกกับตัว
เองเบา ๆ ฉันพยายามสลัดศีรษะไป
มาเหมือนกับที่พยายามสลัดความ
หมองหม่นให้ห่างพ้นจากห้วงคำนึง
แม้สักแค่หนึ่งนาทีก็ยังดี

ฉันภาวนาและอุทิศส่วนกุศลส่งความ
สุขไปให้หมดทั้งชีวิตจิตใจของฉัน
โดยหวังว่าทางปลายทางนั้นจะได้รับ

และคงจะยกโทษและอภัยให้กับฉัน
ที่ฉันเป็นฝ่ายผลักและก้าวพ้นออกมา

ทุกวันนี้ฉันจะต้องไปวัดและทำบุญ
ใส่บาตรเหมือนกับเพื่อเป็นการปลอบใจตัวเอง และเป็นการไถ่บาปกลาย ๆ

ฉันรู้สึกผิด ไม่ใช่สิ สำนึกผิดตลอด
เวลาที่ผ่านมานับแต่วันนั้น หากย้อน
เวลากลับไปได้

ฉันคงเลือกที่จะปฎิบัติใหม่ กลับไป
ลบไปแก้ไขในส่วนที่ฉันละเลยมองข้ามไป แต่เหนืออื่นใด ฉันจะกลับ
ไปมอบความรักให้เพิ่มพูนเป็นร้อยเท่าทวีคูณ ทั้ง ๆ ที่เดิมฉันก็ให้ความรักของฉันจนแทบไม่เหลือช่อง
ว่างให้ใครได้อีกแล้ว

คิดมาถึงตรงนี้ ฉันกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้น
มาอย่างประหลาด ภาพความสุขเก่าๆ ระหว่างเรามันเวียนวนผ่านมา
ไม่ขาดสาย จนฉันเผลอยิ้มออกมา
เผยให้เห็นฟันขาวๆ ซี่เล็ก ๆ ที่เรียง
กันไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไหร่ของ
ฉัน

อืมม์..........และแล้ววันนี้ฉันก็ไม่ได้
ร้องไห้เหมือนอย่างทุกวัน แหงน
มองดูท้องฟ้า ก็เหมือนฟ้าเป็นใจ
ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า มีเมฆขาวลอยปุก
ปุย ไปทั่ว มองแล้วให้สุขใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันก็ดีใจแล้ว แต่
พรุ่งนี้สิ............ฉันยังไม่แน่ใจว่า
ฉันจะเข้มแข็งได้เหมือนวันนี้หรือ
เปล่าฉันจะปรับเปลี่ยนตัวตนจากคน
ที่จิตใจอ่อนไหวเหงาเศร้ากับอดีต

ให้กลับกลายเป็นคนที่เข้มแข็งกว่านี้
ได้หรือไม่ ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว ขอหลับตาลงกับหมอนนุ่ม ๆ แล้วก็ปิดสวิทซ์ระบบสมองทั้ง
หมด เพื่อพรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นกันใหม่

======================


 

โดย: ยี่หร่า@ 6 สิงหาคม 2548 0:37:05 น.  

 



วันที่สามความคิดถึงเบียดแทรก
หัวใจเข้ามา



"....มันเกิดอะไรกับคำว่ารัก
ที่คิดว่าซึ้งใจเกินคำไหนใด ๆ
ที่แท้ก็ร้ายกับเรากว่าทุก ๆ คำ
หัวใจเขาทำด้วยอะไร

*ชั่วฟ้าดินสลาย
สัญญาใจคนไหนบอก
รักแล้วไม่ลวงหลอก
คนที่บอกอยู่ที่ไหน

ก็ฟ้ายังฟ้าอยู่
ดินก็ดูไม่เป็นไร
แล้วรักก็จากไป
ที่สลายคือใจคน

ที่บอกว่ารักก็จากไปแล้ว
ที่ช้ำไปแล้วก็ยังไม่แคล้วกันไป
คิดถึงเสมอหัวใจเฝ้าเพ้อพะวง
ยังหลับไม่ลงยังคงร้องไห้ *

ชั่วฟ้าดินสลาย จะไม่รักใครสักคน


======================

วันนี้ไม่รู้นึกอย่างไรถึงหยิบแผ่นซีดี
เพลงนี้มาฟัง ขณะนั่งจิบกาแฟยาม
เช้า ควันกรุ่น ๆ ของกาแฟในถ้วย
ที่ม้วนตัวไปมาอยู่เหนือถ้วยกาแฟ
ตรงหน้าฉันทำให้ฉันมองเพลินอยู่นานเชียว

จนบางส่วนของควันนั้นลอยปลิวผ่านหน้าฉันไปพร้อม ๆ กับขมวดม้วนใจฉันพาย้อนหวลไปถึงวันหนึ่งที่หนาวเหน็บแห่งฤดูหนาวที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนักในบ้านเรา

วันที่มีหมอกปกคลุมพื้นที่ทั่วกรุงและ
รวมไปถึงพื้นที่ในใจฉันด้วยวันนั้น

เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน..........

ในแว่บแรกที่ฉันหันไปเห็น
ฉันก็พบกับสายตาที่ดูปรือจากความ
ง่วงนอนคู่นั้น แต่แม้จะดูสลึมสลือ
ฉันกลับเห็นประกายขี้เล่นแว่บขึ้น
มาผสมผสานอยู่ด้วยจนน่าประหลาด
ใจ

ทันทีที่ฉันเห็นฉันก็สัมผัสได้กับความ
อบอุ่นที่พลุ่งพล่านแผ่ซ่านไปทั่วกายา จนฉันต้องหลบตาลงต่ำ ด้วย
เกรงว่าคนรอบข้างตัวฉันขณะนั้นจะ
รับรู้ความรู้สึกนั้นของฉันไปด้วย

ถึงกระนั้นฉันก็เฝ้าแอบดูอยู่เงียบ ๆ
โครงสร้างที่ได้สัดส่วน ทำให้ฉันรู้สึก
ประทับใจ มันช่างดูดีไปหมด ผิวที่
ดูคมเข้มค่อนออกไปทางน้ำตาลแดง
ทำให้น่ามองมาก

มันเกิดอะไรกับคำว่ารัก.........
เสียงเพลงท่อนนึงของเพลงชั่วฟ้าดิน
สลายก็แว่วผ่านโสตประสาทฉันอีก
ครั้งหนึ่ง

จนฉันรู้สึกตัวต้องยกแก้วกาแฟจิบ
อย่างช้า ๆ กาแฟที่หอมกรุ่น และ
อุ่น ๆ มันช่างทำให้อ้อยอิ่งละเมียด
ละไมจิบอยู่นาน

ก็คงเหมือนกับที่ฉันอ้อยอิ่งเฝ้ามอง
อะไรที่บังเอิญทาบทาใจฉันอย่างแรง
ด้วยกระมัง

รอยยิ้มน้อย ๆ ก็ผุดขึ้นมา ณ บัดดล



=====================



 

โดย: ยี่หร่า@ 7 สิงหาคม 2548 7:31:52 น.  

 



ดนตรีแห่งชีวิตหน้าที่สี่

.........ตัวโน๊ตดนตรีชีวิตของฉันได้
เริ่มบรรเลงแล้ว นับจากวันที่เราได้
พบกัน ชีวิตของเราเริ่มประสานตัวโน๊ตเสียง สูง ๆ ต่ำ ๆ ด้วยกัน บางช่วงก็มีแทรกเสียงแฟลช ชาร์พ หรือบางทีก็อาจมีการบรรเลง ผิดคีย์
คล่อมจังหวะ ทำให้ต้องปรับคีย์
เสียงชีวิตกันใหม่


แต่แม้บางช่วงของเราจะบรรเลงผิดคีย์กันไปบ้างแต่เราก็มีความสุขด้วยกันตลอดมา ยามที่เราได้อยู่ใกล้ชิดกัน ก็ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของลมหายใจระหว่างเรา

ฉันยังจำได้เลยว่าเวลาอยู่ใกล้ชิดกัน
ขนาดนั้น เรามักจะจ้องหน้ากันนิ่ง
แบบว่าใครกระพริบตาก่อน หรือขยับ
ตัวก่อนถือว่าแพ้

และฉันก็มักจะชอบทำตาเจ้าเล่ห์ส่งให้แบบจ้องและอมยิ้มยั่วไปพร้อม ๆกัน ซึ่งผลก็มักจะออกมาว่าฉันมีชัยชนะซะทุกที

เพลงชีวิตระหว่างเราเริ่มต้นด้วยท่วงทำนองที่หวานซึ้ง และฉันก็หวังให้มันเช่นนั้นตลอดไป แต่ความไม่แน่นอนนั้นคือสัจธรรมแห่งชีวิตที่ฉันพยายามปฎิเสธมาตลอด

ท่วงทำนองที่บรรเลงหวานมาตลอด
เวลานั้น ถูกแปลงหรือต่อเติมตัวโน๊ต
ใหม่ตอนไหนฉันก็ชักจะลืมเลือนไป
แล้ว เท่าที่สัมผัสได้ภายหลังก็พบว่า
โน๊ตเพลงทำไมมันถึงได้เศร้านัก
เศร้าเสียจนต้องหลับตา เพื่อข่มความ
รู้สึกที่ฉาบลึกอยู่ภายใน มิให้มัน
ร้าวรานขึ้นมาอีก

คนเราบางครั้งก็แปลก ชอบสะกิด
สะเกาแผลที่ตกสเก็ดแล้วให้มีเลือด
ไหลซิบ ๆ อยู่ได้ทุกที ราวกับว่าเบื้อง
หลังความเจ็บปวดนั้นกลับมีความสุข
ลึก ๆ แฝงอยู่

ฉันเองก็เป็นแบบนั้นออกบ่อยไป
จนอดแปลกใจตัวเองไม่ได้

ฉันเริ่มหยิบสมุดโน๊ตเพลงเล่มหนา ๆ
ข้างกายมาเปิดดูอีกครั้ง ในขณะที่
พยายามไล่สเกลโน๊ต ฉันกลับจำตัว
โน๊ตท่อนสุดท้ายได้ซะนี่ จนฉันเผลอบรรเลงซ้ำ แต่พอได้ยินทำนองแล้วฉันกลับรู้สึกซ้ำ ๆ ขึ้นมาอีกคือ
ความรู้สึกช้ำ ๆ ระบมในหัวใจอย่าง
ช่วยไม่ได้ขึ้นมาอีกครั้ง.........




 

โดย: ยี่หร่า@ 10 สิงหาคม 2548 21:43:08 น.  

 


หัวใจฉันก้าวเดินแล้ว...ต่อให้มีอะไรเกิด
ขึ้นฉันก็หยุดลงข้างทางไม่ได้แล้ว


====================

.....วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนกว่าฉัน
จะได้พบความจริงบางอย่าง จากโครง
สร้างที่เคยดูแข็งแรงสมบูรณ์ มีบางอย่าง
ผิดปกติที่ฉันเริ่มสังเกตเห็นอย่างเงียบ ๆ

ขาที่เคยพยุงร่างได้อย่างทะมัดทะแมง
กลับอ่อนล้ากำลังลง โชคดีว่ามันเกิดแค่
ขาข้างเดียว

ฉันรู้ว่าถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับสรีระของ
ฉันบ้าง ฉันก็คงแทบคลุ้มคลั่งโทษเวร
โทษกรรม โทษไปสารพัดอย่าง เพราะ
มันคงยากที่จะทำใจให้ยอมรับในสิ่งที่
กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

แต่น่าประหลาดใจมากว่า ฉันกลับพบ
แววตาคู่นั้น ยังเปล่งแสงประกายระยิบ
ระยับอย่างมีความสุขอยู่ทุกวินาทีที่ขยับ
ก้าวผ่านพ้น

ฉันพอจะรู้แล้วว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น...
ฉันไม่อยากจะคิดนำไปอย่างเข้าข้างตัว
เองว่าคงสืบเนื่องมาจากฉันกระมัง

เพราะตลอดเวลาฉันไม่เคยคิดทอดทิ้ง
หรือปันใจออกห่างไปไหนเลย ก็อย่าง
ที่บอกตอนต้นนั่นละค่ะ....เมื่อ....


" หัวใจฉันก้าวเดินแล้ว...ต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นฉันก็หยุดลงข้างทางไม่ได้แล้ว"


มันคือความจริงอย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ ฉัน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมฉันถึงเลือกที่
จะอยู่เคียงข้าง มันคงเป็นความผูกพันที่
ค่อย ๆ สะสมแล้วตกผลึกอยู่ข้างใน

ต่อให้มีปัญหาใหญ่กว่านี้ฉันเองก็คงจะ
แกร่งพอที่จะรับรู้ รับสภาพที่ต้องเผชิญ
ได้ไม่ยากนัก

ฉันไม่สนใจและก็ไม่แคร์ต่อสายตาคู่อื่นๆ ที่มองเราอย่างแปลก ๆ

ถ้าทุกคนเลือกได้ ถ้าทุกคนโชคดีดังที่
หวัง ในโลกก็คงมีแต่ความสุข ไม่มีใคร
มีความทุกข์โศกเหลือให้เห็นซักคนนึง
เลย


วิถีชีวิตระหว่างเรายังคงดำเนินไปอย่าง
ราบเรียบแต่มั่นคง มิได้ถึงกับหวือหวา
แต่นับแต่ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงทาง
สรีระวันนั้น ความฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์
ดูค่อนข้างรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอาการ
ที่แสดงออกคล้าย ๆ กับการหวง ฉันไม่
อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่า เป็นอาการหวง
ฉัน แบบที่ใครไหน ๆ จะเข้ามาใกล้ชิด
ฉันบ้าง ก็จะพบสายตาเป็นทุกข์ ดูไม่
สบายใจ

ฉันไม่อยากให้ต้องเป็นแบบนั้นเลย
ฉันอยากเห็นแววตาที่ร่าเริงทุกโมงยาม
อย่างที่เคย ๆ เป็น

ช่วงเวลาที่ผ่านไประหว่างนี้......
ฉันรู้ว่าทำให้ต้องลำบากใจ ต้องคอย
ระวังมิให้ต้องพบกับสายตาดุกร้าว แทน
ความอ่อนโยน ฉันเข้าใจ....และเข้าใจ
เสมอมา ไม่เคยรู้สึกโกรธ เพราะรู้ว่าลึก
ลงไปในแววตาคู่นั้น

คิดอย่างไรกับฉัน......
ฉันสัมผัสได้แม้แค่เสี้ยววินาทีของการ
กระพริบตาก็ตามที ความรู้สึกพิเศษที่
ฉันสัมผัสได้ที่ใจ ใจที่ต่างตรงกัน มัน
ช่างเป็นสิ่งที่วิเศษมากเลยสำหรับฉัน

แต่ขณะเดียวกัน .....
ฉันก็ต้องพยายามให้ผู้ที่อยู่รายล้อมชิด
ใกล้ฉันเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นและกำลัง
เป็นไปอยู่ บางครั้งฉันก็รู้สึกเหนื่อยและ
ล้ากับการต้องเป็นกาวใจ ต้องคอยเชื่อม
ให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน มองโลก
ในแง่ดีให้แก่กัน

แต่ท้ายที่สุด.......

ฉันก็ยินดีที่จะพูด......พูด....และพูด....


เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ตรง
กันและเข้าใจต่อกัน

ถ้าหากฉันมิได้คิดเกินเลยไป ฉันว่าฉัน
เห็นแววตาที่ทอดมองมาอย่างซาบซึ้งส่ง
ให้ ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า......


การที่เรารู้จักหยิบยื่นความสุขบ้าง เรา
จะค้นพบความน่าแปลกอีกอย่างของชีวิต
คือการมีความสุขยิ่งกว่า

ความสุขบางทีก็อยู่ที่เรากำหนด เฉกเช่น
กับความทุกข์ ถ้าเราวางไว้บนบ่า มันก็
จะเพิ่มความหนักอึ้งให้เรา

ความจริงบางอย่างก็ทำให้เราไม่สบายใจ
เกิดทุกข์ใจได้ แต่หากเราไม่พยายาม
เรียนรู้และยอมรับ เพื่อจะได้ฝ่าฟัน
อุปสรรคให้ลุล่วงได้ ก็คงจะคล้าย ๆ...


กับการยืนอยู่ข้าง ๆ สนามแข่ง แล้วก็
บอกตัวเองว่าถ้าฉันลงไปร่วมแข่งด้วยแล้ว
ฉันต้องแพ้แน่นอน


หากคิดแบบนี้....น่าเสียดายมากค่ะ

มันเป็นการแพ้ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังไม่ได้ลอง
ลงไปแข่งในสนามเลย มันเป็นการแพ้
ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรเลย

น่าเสียดาย.....น่าเสียดาย







 

โดย: ยี่หร่า@ 13 สิงหาคม 2548 18:30:57 น.  

 



ท้องฟ้าด้านนอกยังมืดมิด ยังอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงยามเช้า


ความเงียบสงัดยามนี้ทำให้ฉันได้นั่งคิด
ทบทวนอะไรไปเรื่อยเปื่อยได้อีกแล้ว แต่
ทว่าความคิดของฉันวันนี้ เริ่มต่างจากวัน
ที่ผ่าน ๆ มามากทีเดียว

ฉันจมกับความรู้สึกเดิม ๆ มานานพอสมควรแล้ว ฉันควรจะเรียกความรู้สึกดี ๆ
ให้กลับคืนมาเป็นฉันที่หัวใจไม่รู้สึกขาดวิ่น
เสียที นั่นสินะ ฉันเริ่มเห็นด้วยกับคำ
กล่าวข้างต้น ซึ่งเพื่อนสนิทและคนรายล้อม
ฉันเฝ้าพร่ำบอกฉัน


เพื่อนฉันยังตอกย้ำอีกว่า....
เพื่อนจ๋าเพื่อน ความรักเป็นสิ่งที่ดีจ้ะ
แต่เพื่อนก็ต้องรักตัวเองด้วยนะจ๊ะ

สิ่งที่เพื่อนสูญเสียไปนั่นหนะ...

ก็แค่ความผูกพันที่เกิดกับสุนัขตัวนึงนะจ๊ะ

เค้าไปดีแล้วหละ ฉันก็เคยเลี้ยงสุนัขมา

เหมือนกัน เวลาที่เค้ามาจากไป ฉันก็ร้อง

ไห้ฟูมฟายอย่างที่เธอเป็นเหมือนกัน แต่

ชีวิตมันต้องก้าวต่อไป อย่าเพิ่งหยุดหัวใจ

ไว้แค่นี้เลยนะจ๊ะ



=======================


พอเพื่อนพูดมาถึงตรงนี้ฉันก็รับรู้ว่า ใคร ๆ
ก็พากันห่วงความรู้สึกของฉัน ฉันรู้สึกซาบ
ซึ้งเหลือเกิน

นั่นซีนะ.........
สุนัข หรือหมาที่ฉันรักมากตัวนึงมาลาจาก
ฉันไปโดยที่ฉันไม่ทันเห็นหรือร่ำลากันเลย
ซักนิด.........

หมาตัวโปรดของฉันตัวนี้เองที่ทำให้ฉัน
ต้องมาคร่ำครวญจนหลาย ๆ คนอาจกำลัง
คิดว่าฉันอกหักจากชายหนุ่มหรืออย่างไร
ถึงมานั่งรำพึงรำพันได้ถึงเพียงนี้

ฉันเพียงอยากจะพูดถึงรำลึกถึงหมาของฉัน
แม้ฉันจะเคยเลี้ยงมาหลาย ๆ ตัวแล้ว แต่
ฉันก็ไม่รู้สึกผิดเท่าที่เลี้ยงหมาตัวนี้เลย

เพราะฉันต้องตัดใจ.........
พาเค้าย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นที่ ๆ ไม่ใช่บ้าน
ที่เค้าเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ๆ

เพียงเพราะว่า มันดุมาก มีเชื้อผสมบางแก้ว
แล้วก็กัดคนไว้หลายคน จนใคร ๆ กลัวกัน
ไปหมดแล้ว โดยเฉพาะใครเข้าใกล้ฉัน
หรือของ ๆ ฉันมันจะตาขวางเอาทีเดียว

ยังมีเรื่องโหดร้ายทารุณที่ฉันทำไว้กับเค้า
' ไซมู' คือชื่อของเค้า แล้วฉันจะค่อย ๆ
บันทึกลำดับเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆ

แล้วหลาย ๆ คนคงจะเข้าใจว่าทำไมฉันถึง
ได้เศร้าโศกซะเหลือเกิน

ฉันเริ่มถอนใจยาวอีกแล้ว .....
ความคิดถึงเริ่มวนเวียนกลับมาอีกครั้ง
ฉันคงต้องพักไว้แค่นี้ ก่อนที่หัวใจฉันจะ
เสทือนขึ้นมาอีก

แต่ก่อนที่ฉันจะหยุดพิมพ์ข้อความใด ๆ
ต่อไปสำหรับวันนี้ ฉันก็อยากบอกว่า

ฉันรักเธอมากนะ ' ไซมู ' ขอให้หลับ
สบายตลอดไปนะจ๊ะ





 

โดย: ยี่หร่า@ 16 สิงหาคม 2548 4:20:10 น.  

 

อยากอ่านเรื่องของ"ไซมู"ต่อ ถ้าว่างเมื่อไรช่วยเล่าต่อนะครับ

 

โดย: ปชช IP: 203.188.60.30 26 สิงหาคม 2548 10:53:07 น.  

 

ขอบคุณ คุณ ปชช ที่ให้ความสนใจ
เรื่องของ " ไซมู" อะค่ะ

ขอเวลายี่หร่าแป๊บนะคะ....

แบบว่าถ้าพิมพ์ต่อเกรงว่า
เจ้าของบล็อคจะซึมเศร้าเอานะซีคะ
แล้วคนอ่านเองอ่านไปก็อาจจะพบ
ว่าทำไมถึงได้โหดจัง แง ๆ

อิ อิ


 

โดย: ยี่หร่า@ 30 สิงหาคม 2548 7:02:49 น.  

 

มาอ่านจ้ะ มาสายไปเยอะหลายปีเรย
คิดถึงคุณยี่หร่าและเพื่อนๆๆเน้อ

 

โดย: ก้อนหินสีชมพู 4 ตุลาคม 2554 22:35:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ยี่หร่า@
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ยี่หร่า@'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.