ย้ายบ้านแล้วครับผม มีดอทคอมเป็นของตัวเองเรียบร้อยครับ
10000tip.com
หมื่นทิพ's Movie Review

เทพบุตรตบะแตก!!
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 116 คน [?]




ค้นหารีวิวหนังเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เทพบุตรตบะแตก!!'s blog to your web]
Links
 

 
หมื่นทิพ Version 16.4 - เทศกาลรวมเรื่องบันดาลใจ สไตล์หมื่นทิพ #4

สวัสดีครับผม ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของหมื่นทิพ ที่ตอนนี้กำลังเดินหน้ากับคอนเซปต์ The Inspirational Film Festival หรือ หนังดีบันดาลใจนะครับ แต่ช่วงนี้อาจไม่ค่อยได้เขียนเพิ่ม เหตุผลก็คือ กระผมมีธุระนิดหน่อย เพิ่งไปเข้าพิธีวิวาห์มาน่ะครับผม เลยต้องขอเวลาอีกนิดนะครับ ขอให้เวลาครอบครัวที่เพิ่งเกิดขึ้นอีกสักหน่อย แล้วผมจะกลับมาพิมพ์เยอะๆ เต็มรูปแบบอีกครับ

สำหรับหนังดีบันดาลใจที่ผมได้รีวิวไปแล้วนั้น ก็มีดังนี้นะครับ ลองคลิ้กอ่านตามโปสเตอร์ได้เลยครับ



สำหรับการแอบมาอัพครับนี้ ก็จะเป็นการเขียนถึง "เรื่องดีบันดาลใจ" ต่อครับ ถ้าใครติดตามหน้าแรกของบล็อกผมในช่วงสองสัปดาห์นี้ จะพบว่าผมกำลังชื่นชอบหนังโฆษณาชิ้นหนึ่ง (เป็นของ TMB ครับ กับคอนเซปต์ Make The Difference ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในตอนนี้... ผมคนหนึ่งล่ะที่กำลังสนใจ)

โฆษณาชุดนี้นำเอาเรื่องจริงของ กลุ่มนักเตะจากเกาะปันหยี มาถ่ายทอดให้เราได้รู้กัน ว่ากว่าพวกเขาจะมีวันแห่งความสำเร็จได้ เขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคสารพัด ซึ่งผมได้เขียนถึงเรื่องราวของพวกเขาไปแล้ว 3 ครั้งครับ ครั้งแรก คลิ้กไปอ่านได้ที่นี่นะครับ ส่วนครั้งที่ 2 คลิ้กไปอ่านได้ที่นี่นะครับ และครั้งที่ 3 คลิ้กไปอ่านได้ที่นี่นะครับ

สำหรับโฆษณาตัวที่ 4 ซึ่งเป็นบทสรุปของเรื่องราวนั้น หลายท่านน่าจะได้รับชมกันไปแล้วน่ะนะครับ ผมเองก็ขอยกเอามาแปะอีกครั้งในเว็บ เผื่อคนที่ยังไม่ได้รับชมกันครับ



ชมแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ... ส่วนผมเองนั้นรู้สึกหลายอย่างเลยครับ

อย่างแรก รู้สึกดีนะครับ


ยิ่งเนื้อเรื่องในโฆษณาสร้างจากเรื่องจริงมันยิ่งบันดาลใจไปกันใหญ่ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวครับ ที่พิสูจน์ให้เราเห็นว่า "คนเราถ้าตั้งใจทำอะไร ก็ทำได้เสมอ"

คำว่าเป็นไปไม่ได้นั้น เป็นแค่กำแพงลวงตาที่คอยสกัดกั้นคนที่ชอบยอมแพ้ หรือถอยกับอะไรง่ายๆ ให้ไม่กล้าฝ่ากำแพงไปสู่เส้นชัย... หลายคนกลัวกำแพงนั้น เลยไปไม่ได้ถึงไหน แต่คนอีกมากมายมีความกล้่า ฝ่าฟันมันเข้าไป แล้วเขาก็ได้รับความสำเร็จ ฝากชื่อไว้ในโลกให้ทุกคนได้ยกย่องกล่าวขวัญ

สำหรับกลุ่มนักเตะปันหยีนี้ แม้ในบทสรุปสุดท้าย เขาจะไม่ได้รับชัยชนะจากการแข่งขัน แต่สิ่งที่พวกเขาทำถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ต่อชีวิต เพราะเขาชนะในหลายสิ่ง...

พวกเขาชนะสารพัดอุปสรรค ที่ขวางไม่ให้พวกเขาได้เล่นฟุตบอล ทั้งการไร้สนามเล่น, พอมีสนามก็อุดมด้วยตะปูและเสี้ยน

พวกเขาชนะกรอบเดิมๆ ที่ชาวเกาะปันหยีพากันเห็นเรื่องการเล่นบอลเป็นเรื่องตลก และ "เป็นไปไม่ได้"

พวกเขาชนะใจตนเอง กล้าก้าวเข้ามาแข่งขันในสนามจริง โดยไม่กลัวว่าจะแพ้หรือชนะ แค่ทำให้เต็มที่เท่านั้น

พวกเขาชนะใจชาวเกาะปันหยี ที่ตอนแรกไม่เคยคิดมาก่อน ว่าลูกหลานแห่งเกาะปันหยี จะมีโอกาสไปแข่งเตะลูกหนังกับคนอื่นเขา

คนเรามักชอบมองว่า "ความสำเร็จ" จะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อเราได้รับ "ชัยชนะอันดับ 1" เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว เมื่อเราลงมือพยายามทำอะไรสักอย่าง เราจะได้พบกับชัยชนะหลายๆ อย่างอยู่ตลอดทาง

คุณค่าแห่งความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ "ตัวผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ" แต่มันอยู่ที่ "แต่ละก้าวที่เราเดินเข้าไปหาความสำเร็จ" ต่างหาก เพราะแต่ละก้าวนั้น มันจะขัดเกลาให้เราเก่งขึ้น แกร่งขึ้น เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น ดังนั้นยิ่งเราก้าวมาก เราจะมีประสบการณ์มาก และเราจะมีโอกาสทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จมากขึ้น...

แต่ถ้าเรากลัว ไม่กล้า ไม่ทำอะไรเลย เราอาจจากโลกนี้ไปท่ามกลางคำถามคาใจว่า "ฉันเกิดมาเพื่ออะไร"

ถ้าคุณอยากรู้ว่า คุณจะทำสิ่งนั้นได้ไหม จะได้รับความสำเร็จขนาดไหน คุณไม่ต้องไปถามใครหรอกครับ (ยิ่งหมอดู คนทรงนี่ ได้โปรดครับ อย่าเลย) แต่คุณต้องลงมือทำด้วยตนเอง

อย่างที่สอง รู้สึกชอบ


ต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับ ว่าบ้านเรานั้นมีแนวคิดหลายอย่างที่เป็นกรอบ คอยครอบความคิดและความกล้าของคน ให้ไม่กล้าทำอะไรนอกกรอบ ประเภทแนวคิดว่า "แข่งอะไรแข่งกันได้ แต่แข่งบุญวาสนามันแข่งกันไม่ได้" หรือ "ชีวิตเราจะได้ดีแค่ไหน ก็สุดแท้แต่บุญจะนำ กรรมจะแต่ง" ซึ่งแนวคิดพวกนี้เป็นอะไรที่ "บีบ" ให้เราไม่ค่อยกล้าก้าว ไม่ค่อยกล้าแตกต่าง

อย่างที่ คุณพี่บัณฑิต อึ้งรังษี เคยบอกนั่นแหละครับ ว่าความคิดประเภทนี้ต้องเปลี่ยนได้แล้ว ไม่งั้นคนไทยไปไม่ถึงไหนกันพอดี

ผมเลยชอบในโฆษณาตัวนี้ ที่สื่อถึงพลังแห่งความพยายามของมนุษย์เป็นหลัก

กลุ่มนักเตะปันหยีไม่ได้รอฟ้าบันดาล และไม่ได้หมดอาลัยในชะตากรรมอันจำกัด แต่พวกเขาตัดสินใจก้าวเดิน ขีดชะตาของตน ด้วยการกล้าลงมือทำ

ไม่มีสนามบอลก็สร้างซะ สนามบอลมีตะปูก็ฝึกที่จะเลี่ยงซะ หรือตอนแข่งบอลนัดสุดท้าย แม้หลายๆ อย่างจะส่อแววว่าพวกเขาน่าจะแพ้ แต่พวกเขาก็สู้เต็มที่ ลองพยายามพลิกเกมด้วยสองมือ สองขา แม้ผลลัพธ์จะเป็นความแพ้ในเกมกีฬาก็เถอะ แต่อย่่างน้อยพวกเขาก็ยังเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ

ทำให้นึกถึงปรัชญาในสนามกอล์ฟที่บอกว่า "จงตีลูกให้ถึงดวงจันทร์ เพราะถึงจะพลาด ลูกก็ยังลอยอยู่ท่ามกลางดวงดาว" แม้ในวันนั้น นักเตะปันหยีจะยังไปไม่ถึงดวงจันทร์ แต่ก็ถือว่าพวกเขาลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า ให้คนทั้งจังหวัดได้เห็นแล้วว่า นักเตะจากเกาะปันหยี ก็มีดีไม่น้อยเช่นกัน

อยากให้มีโฆษณาบันดาลใจแบบนี้เยอะๆ ครับ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีหนังสือและข่าวเกี่ยวกับพลังแห่งความพยายามแบบนี้มากๆ... เบื่อพวกข่าวคนทรง คนเห็นผี คนแก้กรรม แล้วครับ คนเราจะได้เลิกฝากอนาคต ฝากความหวังไว้กับคนอื่น หรืออะไรก็ไม่รู้อีกมากมาย

คนเราชอบบอกว่า "มองไม่เห็น ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่" ... แต่คนเรากลับชอบลบหลู่ความพยายามของมนุษย์ด้วยกัน และดูถูกความสามารถของตนเองอยู่เรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เราก็เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าความพยายาม ความสามารถของคนนั้น มีอานุภาพเนรมิตสิ่งยิ่งใหญ่ได้มากแค่ไหน ไปโลกพระจันทร์ก็ทำได้ ทำให้กลางคืนมีแสงดุจกลางวันก็ทำได้ ทำให้คนบินได้ก็ทำได้... หันมาศรัทธาพลังแห่งความสามารถของคนกันเถอะครับ

... ได้เวลาคว้าเอาอำนาจในการควบคุมชีวิตตน มาไว้ที่มือตัวเองแล้วล่ะครับ

รู้สึกอย่างที่สาม คือ ตื่นเต้นครับ


ผมอดคิดไม่ได้นะ ว่าถ้าคนไทยเรามีแรงฮึดที่จะทำตามความฝัน แล้วก็พากันมุ่งหน้าพยายามแบบเหล่านักเตะปันหยีแล้ว ประเทศไทยของเราจะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน

แบบที่คุณบัณฑิต อึ้งรังษี ฮึดจนได้เป็นวาทยกรชื่อดัง... แบบที่ดร. วรภัทร ภู่เจริญ ที่ฮึดจนไปถึงองค์การ NASA ได้... แบบที่เหล่านักเตะปันหยี ที่ฮึด จนทำให้ลูกหลานชาวเกาะปันหยีอีกมาก ได้มีโอกาสทางกีฬาฟุตบอลกันถ้วนหน้่า...

ขอเพียงทุกคนฮึดทำอย่างถูกทาง (นั่นคือทำในสิ่งที่ดี และมีประโยชน์) สิ่งยิ่งใหญ่มากมาย ต้องเกิดขึ้นในประเทศของเราอย่างแน่นอน...

มองไปต่างประเทศสิครับ อย่างอเมริกาที่เขาไปได้ไกลในด้านต่างๆ ก็เพราะเขากล้าที่จะทำ และส่งเสริมให้ลูกหลานมี "ความกล้า" เป็นมรดกอันล้ำค่า

เราจึงควรพิจารณาดีๆ ครับ ว่านับจากนี้ไป เราจะมอบมรดกที่ชื่อ "กล้า" ให้ลูกหลาน แทนมรดกเดิมๆ ที่ชื่อว่า "กรอบ" ได้หรือยัง

ซึ่งแน่นอนครับว่าเราต้องไม่ละเลยที่จะสอนลูกหลานให้กล้าในสิ่งที่เหมาะ กล้าอย่างมีขอบเขต เพราะเราก็ต้องยอมรับว่าชาติตะวันตก แม้ลูกหลานจะกล้า แต่บางทีก็กล้าอย่างไม่เหมาะสม กล้าผิดทางก็มี เราก็ต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะเกลามรดกแห่งความกล้า ให้มีพิษภัยน้อยที่สุดด้วย

ครับ... แล้วผมก็ลองคิด ว่าหากคนไทยกล้าสร้าง กล้าทำ มันต้องมีอะไรเจ๋งๆ เกิดขึ้นในบ้านเราแบบนับไม่ถ้วนทีเดียว

กล้าในที่นี้ อาจไม่ใช่แค่ กล้าทางวัตถุหรือการทำงานเท่านั้นนะครับ เราอาจลอง "กล้า" ในทางอื่นๆ อย่างกล้าที่จะเป็นประเทศแรกที่ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ อยู่อย่างพอเพียง ฯลฯ

คิดถึงแล้ว ตื่นเต้นจริงๆ ครับ

หวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่าโฆษณาตัวนี้ กับเรื่องราวดีๆ ของนักเตะปันหยีจะทำให้คุณกล้า Make the Difference ขึ้นมาในชีวิตนะครับ

โอกาสนี้ผมเลยขอเอาบทสัมภาษณ์ของคนทำหนังโฆษณาชุดนี้มาให้ชมกันด้วยครับ



และตามด้วยบทสัมภาษณ์ของ คุณประสิทธิ์ เหมมินทร์ เจ้าของเรื่องราวบันดาลใจแห่งนักเตะปันหยีนี้ครับ




จากบทสัมภาษณ์ของคุณประสิทธิ์นี้ ทำให้ผมคิดถึงชื่อตอนที่ 4 ของโฆษณาชุดนี้ครับ... มันชื่อว่า เปลี่ยนโลก

เปลี่ยนโลก... ฟังดูใหญ่นะครับ อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกว่ามันใหญ่เว่อร์ แค่เด็กจากเกาะกลุ่มหนึ่งเตะบอล มันจะเปลี่ยนโลกได้เชียวหรือ... แต่จากที่ฟังคุณประสิทธิ์แล้ว ผมว่าชื่อตอน เปลี่ยนโลก นั้น เหมาะมากๆ ครับ

เพราะสิ่งที่คุณประสิทธิ์และผองเพื่อนได้ทำ คือการกล้าก้าว กล้าทำ อันเป็นการกรุยทางให้ลูกหลานชาวเกาะปันหยี ได้มีโอกาสทางการเล่นฟุตบอลมากขึ้น โลกบทเกาะบันหยีเปลี่ยนไป ก็เพราะพวกเขานี่แหละ เป็นคนกลุ่มแรกที่เพาะเมล็ดพันธุ์ไว้

ดังนั้นการกล้าทำ กล้าก้าวของพวกเขานั้น สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกได้ครับ ถ้าเราริเริ่มทำอะไรสักอย่าง ก็จะมีคนรุ่นต่อมาเจริญรอยตาม ทำตาม เช่นเรื่องง่ายๆ อย่างการหยุดรถให้คนข้ามตรงทางม้าลาย หากเรายังคงไม่สนใจทางม้าลายต่อไป แล้วก็ส่งต่อพฤติกรรม "ไม่หยุดให้คนข้าม" ให้ลูกหลาน มันย่อมไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ

แต่หากคุณเริ่มสอนลูก และเริ่มที่ตัวเอง อีกไม่เกิน 10 ปีครับ รับรองได้ว่าทุกชีวิตที่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย จะมีความปลอดภัย เพราะใครต่อใครจะพากันหยุดให้คนข้าม

เราจึงควรคิดให้ดีนะครับ ว่าทุกสิ่งที่เราทำตอนนี้ คือมรดกที่จะส่งต่อให้ลูกหลาน และเป็นการหล่อหลอมสังคมให้เป็นไปตามที่พวกเราร่วมกันทำ... ถ้าเราร่วมกันสร้างความสามัคคี แพร่เมล็ดพันธุ์แห่งความดี ปลูกต้นกล้าแห่งความกล้า จะเท่ากับเรากำลังเริ่มกระบวนการเปลี่ยนโลก (หรืออย่างน้อยก็คือ เปลี่ยนประเทศของเรา) ให้มีทิศทางไปตามที่เรากรุยทางเอาไว้

มาครับ มาช่วยกันเปลี่ยนให้โลกนี้ ดีขึ้น เปลี่ยนประเทศนี้ให้ดีขึ้น กล้าในสิ่งที่ถูก มีกรอบที่เหมาะสม... เริ่มที่เรานี่แหละครับ แบบที่เหล่านักเตะปันหยีเริ่มที่ตัวเอง จนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ไปทั้งเกาะปันหยีนั่นเอง

หวังว่าบทความเล็กๆ จากโฆษณาสั้นๆ นี้ จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง "ในทางที่สวยงาม" แก่คุณผู้อ่านนะครับ

และตอนนี้เห็นทางเว็บ //www.makethedifference.org/ อันเป็นเว็บทางการของโครงการ Make THE Difference ของ TMB เขามีการให้ร่วมสนุกด้วยนะครับ ว่าถ้าคุณแชร์เรื่องราวนี้ไปให้เพื่อนๆ เยอะที่สุด ก็จะได้ลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับ 2 ที่นั่ง มูลค่าตั้งครึ่งล้านแน่ะ

ก็ถือว่าเอาข่าวดีมากระซิบให้เพื่อนๆ ชาวบล็อกลองลุ้นเผื่อจะได้ไปเที่ยวกับคนรู้ใจ หรือต่อให้ไม่ได้อย่างน้อยก็ได้ดูคลิปบันดาลใจดีๆ แล้วกันนะครับ



Create Date : 17 มีนาคม 2554
Last Update : 17 มีนาคม 2554 13:35:39 น. 9 comments
Counter : 1540 Pageviews.

 
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ อากาศเปลี่ยนแปลงช่วงนี้


โดย: Junenaka1 วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:14:07:55 น.  

 
ขอบคุณมากครับผม ดูแลสุขภาพเช่นกันนะครับ


โดย: หมื่นทิพ (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:23:28:23 น.  

 
ขอให้เข่าของน้องหายไวๆๆนะคะ เจ้เป็นห่วง


โดย: เจ้หน่อง (แสตมป์พี่คุนมีตังค์ ) วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:15:41:42 น.  

 
ขอบคุณมากครับเจ๋หน่อง โอ้ นี่มีทั้ง FB ทั้งบล็อกเลยหรือครับนี่


โดย: หมื่นทิพ (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:16:58:22 น.  

 
เพิ่งแต่งงานหรือครับ ยินดีด้วยนะครับ จะติดตามบล็อกต่อไปเรื่อย ๆ ครับ


โดย: kid^_^ วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:21:12:28 น.  

 
ขอบคุณมากๆ ครับผม


โดย: หมื่นทิพ (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:12:15:38 น.  

 
อย่าลืมไปชมหนังเรานะ

"หนังผี" ฉาย 12 เมษายนนี้

ไปดูแล้วเขียนวิจารณ์ลงบล็อคด้วยนะ

หนังสยองที่เราเชื่อว่าจะต้อง "ถูกใจหมื่นทิพย์ ?"

ตัวอย่างหนัง

//www.youtube.com/watch?v=NdsR9OUcqyM



โดย: แมลงปิศาจ IP: 125.27.50.29 วันที่: 8 เมษายน 2554 เวลา:15:55:47 น.  

 
โอ้โห พี่แมลงปิศาจแวะมาส่งเทียบเชิญเช่นนี้ ผมไม่ดูไม่ได้แล้วล่ะครับ

ส่วนตัวอย่างนั้นผมได้รับชมนานแล้วครับ (ทางเว็บพี่ Jedi) แล้วก็ถือว่าเป็นหนังสยองที่น่าดูเลยล่ะ แรงใช้ได้ในเรื่องฉากหวาดเสียว ไว้จะลองลิ้มตามคำเชิญครับ


โดย: หมื่นทิพ (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 11 เมษายน 2554 เวลา:19:45:29 น.  

 
ถึงจะเป็นคนไทย แต่ถ้าตั้งใจ ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ...


โดย: วายุภักษ์ IP: 127.0.0.1, 110.164.218.142 วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:11:05:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.