[Get the look] かんおうかい ~ Sakura blossom


วันนี้ปุ้ยจะมาแนะนำการแต่ง สวย เพื่อให้สาวๆ ได้สวยเจิดจรัส และเปล่งประกายกลางงานเลี้ยงเต้นรำกันค่ะ 

ก่อนอื่น เราเริ่มจาการหาแรงบันดาลใจ โดยอาจจะมาจากธีมของงานเลี้ยง หรือเดรสโค้ดที่เจ้าภาพกำหนดไว้
ปุ้ยถึงโอกาสหยิบตัวอย่างมาจกางาน แต่งของพี่สาวของปุ้ยเอง
Party Theme: ดอกซากุระโปรยปราย ท่ามกลางความรักของคนสองคน (The Snowing Sakura Love’s Tale)

โดยให้เพื่อนๆ ผู้ร่วมงานช่วยสร้างบรรยากาศด้วย Dress code: สีพาลเทล (Pastel) และเสื้อผ้าสไตล์วินเทจ (Vintage Style)
ซึ่งการแต่งตัวให้เข้ากับรรยากาศของงานเป็นเรื่องที่ท้าท้าและสุก สนานค่ะ
หลังจากปิ๊งกับชุดสไตล์วินเทจจากร้าน Be 70's ปุ้ยก็ได้แรงบันดาลใจจากดอกซากุระสีชมพู ที่เปล่งประกายท่ามกลางผืนผ้าสีทองระยิบระยับ
โดยการแต่งหน้าให้ดูโด่ดเด่นนั้น จะเน้นที่การรองพื้นให้ผิวเนียนกริ๊บและลูกเล่นที่ดวงตาให้มีเสน่ห์น่าจับตา มอง

Face: ผิวหน้าเนียนกริ๊บด้วยการลงรองพื้นเนื้อครีม เข้มข้น
และเพิ่มแสงเงาให้หน้า ด้วยไฮไลท์ มีประกายวิ้งๆ สี ทอง
เพื่อเล่นกับแสงไฟ และการสร้างเงาที่ทำให้ใบหน้าดู มิติ
Eyes: กลีบดอกซากุระพริ้วไหวบนสโมกี้อาย หรูหราแบบมีระดับ
ระยิบระยับด้วยกลิตเตอร์สีชมพู รวมทั้งการเติมกลีบดอกซากุระเล็กๆ
เป็นลูกเล่นที่ปลายหางตาค่ะ
Cheeks: พวงแก้มที่ดูโด่นเด่น ด้วยการไล่สีแบบดอกซากุระ
Lips: เรียวปากอ่อนหวานแบบกลีบดอกซากุระ
ด้วยลิปสติกสีชมพูพีชและกลอสใสๆ มีประกายวิ้งๆ
Hair: สวยเก๋ด้วยทรงผมที่ทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นไม่ซ้ำ ใคร
ด้วยการเกล้าผมจับลอนเป็นวงกลมและตกแต่งด้วย ดอกไม้ สีชมพู

Outfit:
เลือก เสื้อผ้าที่เข้ากับคอนเซฟท์ของงาน
ด้วยการตัดเย็บจากผ้าไหมญี่ปุ่นลายดอกซากุระปักเลื่อมสี ทอง
ซึ่งมีสไตล์เป็นแนวยุค 70 ออกแนวเก๋ๆ ดูน่า สนใจ
แม็ทเครื่องประดับด้วยมุกเม็ดใหญ่ๆ ที่ตุ้มหู
เพราะจะได้ไม่ดูโล่งจนเกินไป
แล้วเลือกกำไรมุกเม็ดเล็กๆ ที่ข้อ มือ
เล็บที่เรียวยาวและผสมผสานสีชมพูอ่อนกับสีชมพูเข้มประกายระยิบ ระยับ

ส่วน รองเท้าเลือกสวมใส่รองเท้าส้นสูง หุ้มส้นสีทองอ่อน
มีประกายระยิบระยับเข้ากับ ชุด

การแต่งสวยไปงานเลี้ยงให้ดูโดดเด่นนั้น
ควรเลือกให้เข้ากันทั้งเสื้อผ้า หน้าและผม
รวมทั้งเครื่องประดับด้วยค่ะ จะทำให้เราดูดีแบบลงตัว ที่สุด

เห็นมั้ยคะ เพียงเท่านี้เราก็สามารถสวยเจิดจรัส ได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ หวังว่าทุกคนจะสนุกและเพลิดเพลินไปกับดอกซากุระดอกนี้นะ คะ


ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องการแต่งตัว แบบ Pastel Vintage แล้ว ปุ้ยจะเล่าเกี่ยวกับแฟชั่นในสไตล์นี้ ให้ฟังค่ะ

เริ่มจาก
Vintage Fashion/Clothing ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็หมายถึงการแต่งตัวแนวย้อนยุคค่ะ
คำว่า
Vintage แปลว่าการบ่มไวน์ หรือในอีกความหมายหนึ่ง มาจากคำว่า Antique ถ้ากล่าวในแง่ของแฟชั่นแล้ว ก็
จะหมายถึงการใส่เสื้อผ้าแบบเก่า ~ เก่าในช่วง
1920s จนถึง 1980 ค่ะ
เสื้อผ้าเก่าในที่นี้ จะหมายถึงเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว เช่น เสื้อผ้าของคุณแม่ คุณน้า คุณอา คุณป้าสมัยที่ท่านยังสาวๆ
แล้วเรานำกลับมาใส่ได้อีก นั่นคือ เสน่ห์ของคำว่า วินเทจ เลยค่ะ


ซึ่งเสื้อผ้าเหล่านี้ จะมีเอกลัษณ์ที่แม้แต่นักดีไซน์เนอร์สมัยนี้จะเลียนแบบ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
โดยจะเน้นจำนวนชิ้นของเสื้อผ้าที่น้อย และลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ในสมัยช่วงยุคนั้นๆ
และสิ่งสำคัญคือ เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้เรารู้สึก และระลึกถึงความทรงจำ ในยุคที่เสื้อผ้าถูกผลิตมาด้วยค่ะ
ดูจากแนวคิดแล้วถือว่า แฟชั่นแนววินเทจ นี่ มีเสน่ห์น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ
ความทรงจำไม่ได้ถ่ายทอดได้แค่เพียงผ่านรูปถ่าย แต่สามารถส่งผ่านมาทางแฟชั่นได้อีกด้วย วิเศษจริงๆ เลย

ส่วน Pastel นี่ ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เพราะในวิกิพีเดีย ไม่มีพูดเรื่องสีพาสเทลกับแฟชั่นเลย
Pastel คือ สีชอล์ค หรือสีฝุ่นที่อัดเป็นแท่ง สำหรับวาดรูปค่ะ
แต่ใน Dictionary มีบอกไว้ว่า
Pastel ถ้าเป็น Adj. หมายถึง สีซีด หรือสีจาง คงจะมาจากความหมายนี้
การออกแบบแฟชั่นที่ใช้ผ้าสีซีดๆ จางๆ เค้าก็เลยเรียกกันว่า เสื้อผ้าสีพาสเทลค่ะ
การใส่เสื้อผ้าสีพาสเทลทำให้ สาวๆ ดูน่ารัก อ่อนหวาน สดใส น่าทะนุถนอม
เหมือนดอกไม้ที่เริ่มผลิบาน
และดูมีความเป็นผู้หญิงในตัวสูงมากๆ ที่สำคัญยังทำให้ดูอ่อนวัย ด้วยนะ


เสื้อผ้าสไตล์พาสเทลนี้ มีสีที่ดูสบายๆ จึงเหมาะกับการใส่ไปงานที่ไม่เป็นทางการมากนัก เช่น งานเลี้ยงปาร์ตี้ตอนกลางวัน
ไปเดทกับแฟนหนุ่ม ไปสนุกกับเพื่อนสาว เดินเล่นในสวน เป็นต้น
หรือจะเหมาะมากๆ กับงานแต่งงาน เพราะเป็นสไตล์สีที่
ไม่มากไป ไม่น้อยไป ดูหวานๆ พอดีๆ
แถมยังช่วยสร้างบรรยากาศให้งานแต่งงานดูมีสีสันแบบน่ารัก อ่อนหวาน ส่งเสริมให้ความรักของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ดูหวานชื่นขึ้นไปด้วยค่ะ ^ ^

หวังว่าเพื่อนๆ จะได้รู้จัก แฟชั่น พาสเทลและวินเทจสไตล์กันมากขึ้นนะ คะ

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง Vintage Fashion จาก Wikipedia ค่ะ
ขอบคุณรูปที่นำมาตัดแต่งจาก Polyvore ด้วยค่ะ




Product:
MAKE UP STORE // Skincare System Skin Serum
MAC // Prep and Prime Skin Base Visage
MAC // Studio Tech Foundation [NC20]
KATE // Lasting High Coverage Liquid Foundation [OC-C]
RMK // Super Basic Concealer [Refilled 01]
NARS // The Multiple [OCPACABANA]
LA MER // The Powder [Translucent]
NARS // Blush and Bronzing Duo [Albatross/Torrid]
Coastal Scents // 10 Professional Blush Palette
BoBBI BROWN // Illuminating Bronzing Powder [Bahama 7]
FASIO // Eyebrow Mascara Waterproof  [321 Light Brown]
MAC // Brow Shader  [Maple/ Soft Charcoal]
LUNASOL // SHINING EYES [EX03 Shining Brown]
LUNASOL // Aurorized Nuance Eyes [Ex02 Aurorized Pink]
LUNASOL // LIGHTING FOR EYES [04 Neutral]
KATE // Eyeshadow [BK-1]
Gino McCray // Glitter Eyeliner [03 Pink]
Coastal Scents // True Black Gel Liner
Majolica Majorca // Mascara Lash Expander Frame Plus
Mei Linda // Eyelash [N 107]
Make up Store // Lipstick [Baby]    
Dior Addict // Ultra Gloss [Pearl 267]  





Create Date : 26 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2555 3:23:36 น.
Counter : 4818 Pageviews.

8 comment
DIY: มาทำกระทงสวยๆ ด้วยวิธีง่ายๆ กันค่ะ


สวัสดีค่ะ ใกล้ถึงวันลอยกระทงแล้ว สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้ก่อนออกจากบ้าน นั่นก็คือ กระทงใบงามๆ นั่นเอง

ปุ้ยมาชวนเพื่อนๆ ทำกระทงประดิษฐ์กันใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ ค่ะ

ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าอุปกรณ์มีอะไรบ้าง

1 มะพร้าวสด 1 ลูก (ใช้ทำฐานกระทงแทนหยวกกล้วยที่เน่าเสียได้ง่ายเกินไป และแทนโฟมที่ย่อยสลายยาก)

2 ดอกไม้ ปุ้ยเลือกเดอกเบญจมาศดอกใหญ่ๆ และดอกหงอนไก่ที่สีแดงสดๆ

3 มาลัยดอกพุด ที่รอยมาแบบสำเร็จรูปแล้ว

4 ลำต้นพลับพลึง ที่ให้แม่ค้าหั่นให้เหลือที่ส่วนที่นำมาพับกลีบกระทงได้

5 อุปกรณ์ติดยึด ได้แก่ เข็ม ด้าย และไม้กลัด

6 อุปกรณ์สำหรับกรีดตัด ได้แก่ มีด และกรรไกร

7 โอเอซิส สำหรับปักดอกไม้

8 ธูปและเทียน อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลย

ปุ้ยแนะนำว่า เพื่อนๆ ควรเลือกอุปกรณ์ที่สามารถย่อยสลายได้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมแบบรักโลกและสิ่งแวดล้อมไปด้วย



วิธีประดิษฐ์กระทง

ขั้นตอนที่ 1 จัดดอกไม้ประดับเทียน โดยตัดช่อดอกหงอนไก่สีแดงมาแล้วแบ่งช่อเล็กๆ ขนาดที่รอบเทียนได้พอดี
จากนั้นใช้เข็มกับด้ายเย็บให้ติดกัน ต่อไปนำมาลัยดอกพุด มาแบ่งออกในความยาวที่ล้อมรอบเทียนได้พอดีแล้วผูกเชือกติดกันไว้เป็นวงกลมค่ะ เท่านี้เราก็ได้ทำให้เทียนดูมีคุณค่าขึ้นมาทันที

ขั้นตอนที่ 2 ทำฐานของกระทง โดยนำผลมะพร้าวสดมาเฉาะแล้วดื่มน้ำกับคว้านเนื้อออกให้หมด
แล้วนำไปตัดออกให้เหลือ ครึ่งลูกในแนวนอนค่ะ ซึ่งควรตัดให้ได้ครึ่งหนึ่งพอดี หรือสูงกว่าครึ่งก็ได้
เพื่อให้เหลือฐานที่เว้าและมีปริมาตรภายใน พอที่จะทำให้กระทงลอยอยู่บนน้ำได้สบายๆ
และเหลือกาบมะพร้าวไว้ให้หนาพอที่จะปักกลีบกระทงลงไปได้ด้วยนะคะ

ขั้นตอนที่ 3 การพับกลีบกระทง นำต้นพลับพลึงมากรีดให้ได้ขนาดเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้า ขนาดพอดีๆ สำหรับการพับเป็นกลีบกระทง
แล้วเริ่มพับกลีบกันเลย ปุ้ยประยุกต์จากการพับกระทงกลีบแบบเพชรรุ้ง
เริ่มด้วย พับจากด้านซ้ายทบเข้ามาตรงกลางแล้ว ทบต่อไปอีกชั้น จนกลายเป็นมุมสามเหลี่ยมแบบนี้
แล้วพับมุมด้านล่างทั้งสองข้างทบเข้าหากับตรงกลาง เท่านี้ก็จะได้กลีบกระทง 1 กลีบแล้วค่ะ

เราพับไปเรื่อยๆ แล้วพักเก็บไว้ก่อน พอได้บริมาณพอเหมาะแล้วก็นำมาประกอบเข้ากับฐานกระทงในที่สุด

ขั้นตอนที่ 4 ประดับด้วยดอกไม้ ตัดดอกเบญจมาส มาประดับโดยรอบกระทงด้านในที่เหลือที่ว่างอยู่ โดยภายในวางก้อนโอเอซิสเล็กๆ ไว้เป็นที่ยืดดอกไม้

จากนั้น แบ่งกลีบดอกหงอนไก่มาประดับไว้ตรงกลางกระทง

ขั้นตอนที่ 5 นำธูปและเทียนมาปักไว้ตรงกลาง เพียงเท่านี้ก็ได้กระทงประดิษฐ์ที่สวยงามและน่าภูมิใจเป็นที่สุดแล้วหละค่ะ



เป็นยังไงคะ ประดิษฐ์กระทงด้วยมือเรา ไม่ยากอย่างงที่คิดใช่มั้ยหละ

กระทงใบนี้ปุ้ยขอตั้งชื่อว่า รักกันชั่ววันฟ้าดินสลาย ค่ะ

ซึ่งปุ้ยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่องชั่วฟ้าดินสลาย

โดยคอนเซปท์ของกระทงใบนี้ จะใช้สีขาวแทนความรักที่บริสุทธ์และสีแดงแทนความรักที่หลุ่มหลง

ความรักทั้ง 2 แบบนี้สามารถผนวกรวมกันอยู่ในกระทงใบงาม เจิดจรัส ล่องลอยไปท่ามกลางแสงจันทร์นวลผ่อง

มีแสงเทียนแห่งความบริสุทธ์คอยนำทาง และคละคลุ้งไปด้วยควันแห่งความลุ่มหลง

 

ปุ้ยหวังว่า การประดิษฐ์กระทงใบนี้จะมีประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ มาเล่นสนุกกับกิจกรรมประดิษฐ์กระทงกันนะคะ

นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์วัฒนาธรรมแล้ว ก็ถือว่าเป็นการหากิจกรรมทำร่วมกันกับคนที่เรารัก ก็ได้ สนุกและประทับใจค่ะ

วันนี้ต้องไปก่อนแล้ว ขอให้ทุกคนสนุกกับเทศกาลลอยกระทงนะคะ




 

Thanks...

STYLIST : hptz. (Somphob Kittisaratham)

Costume : Nane Kledsine


 



Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:37:19 น.
Counter : 6853 Pageviews.

7 comment
[Get the look] November Full Moon (Loy Kratong)
" วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริงวันลอยกระทง...”
 

ใกล้วันลอยกระทงแล้ว น่าตื่นเต้นมากๆ เลย ปุ้ยชอบประเพณีเฉลิมฉลองเก่าแก่ของไทยเรา อย่างประเพณีลอยกระทงมากๆ 
พ่อแม่จูงลูกจูงหลาน ส่วนชายหนุ่มก็จูงมือหญิงสาว ออกมาเที่ยวชมงานเทศกาลที่จัดกันสนุกสนานในทุกหนทุหแห่งที่มีแหล่งน้ำขนาด ใหญ่
ในมือของทุกคนต่างประคับประคองกระทงที่ระดับประดาด้วยดอกไม้สวยงาม เพื่อนำไปขอคมาและขอพรจากเจ้าแม่คงคา

อย่างปีนี้บ้านเมืองเราประสบปัญหาอุทกภัยหนักด้วย ปุ้ยก็ขอให้ทุกคนร่วมใจกันอธิฐานขอคมาเจ้าแม่คงคา
ให้ท่านช่วยดูแลบ้านเมืองเรา อย่าให้เกิดอุทกภัยร้ายแรงอีกเลยนะคะ
"ยุพดี แม้ภายนอกเธอจะดูเก่งกาจและแกร่งเพียงใด แต่ภายในใจเธอกลับอ่อนไหวยิ่งนัก"

นอกจากประเพณีการลอยกระทงนี้ จะเป็นประเพณีเก่าแก่ที่งดงามแล้ว ก็เป็นประเพณีที่แสนโรแมนติกมากๆ ซะด้วย
ทำให้ ระลึกไปถึงความสวยงามแบบสมัยเก่า ที่เมื่อไม่นานนี้ ปุ้ยได้ชมภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรัก
ที่เวลาไม่อาจกีดกั้น ปิดบังความสัมพันธ์อันล้ำลึก
เมื่อความรักจักต้องอยู่คู่กันตราบจนวัน ~ “ชัวฟ้าดินสลาย”

ปุ้ยได้รับแรงบันดาลใจอย่างมาก จากหญิงสาวผู้หลงไหลในความอิสระแต่กลับบูชาความรักอย่างลึกซึ่ง
ชื่อของเธอ คือ ยุพดี แม้ภายนอกเธอจะดูเก่งกาจและแกร่งเพียงใด แต่ภายในใจเธอกลับอ่อนไหวยิ่งนัก
อีกทั้งรักที่เคยชอกช้ำแต่คราวอดีต ที่ไม่อาจหวนย้อนกลับไปแก้ไข แต่เธอก็ยังคงเชื่อมั่น ในความรัก

ไม่แม้แต่ บทบาทและอารมณ์ที่น่าหลงไหลเท่านั้น การแต่งองค์ทรงเครื่องของเธอก็เป็นแรงบันดาลใจอย่างมากเลยทีเดียว
คอนเซปท์ของเราในวันนี้ คือ การผสมผสานระหว่างศิลปะความงามแบบย้อนยุค ความสง่าสำรวมด้วยท่วงที
แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดที่จะทำให้ทุกคนตกอยู่ในห้วงอารมณ์ รัก

การแต่งหน้าโทนสีเอิร์ธโทน โดยใช้เทคนิกการเล่นแสงเงามากกว่าการเล่นสีสรร
และสัญลักษณ์ที่โดเด่นที่สุด คือ การทาลิปสีแดงๆ นั่นเอง

ผิวหน้า (Face) ~ เน้นการแต่งผิวให้นวลผ่องดังแสงจันทร์ โดยการลงรองพื้นแบบบางเบา
และให้โทนสีที่อ่อนกว่าผิวจริงเล็กน้อย และผิวสัมผัส (Texture) ที่ไม่มีความันวาว
ทำให้ผิวหน้าดูผ่องใสและนวลเนียนแบบสาวยุคโบราณ รวมทั้งเทคนิคารเล่นแสงเงาที่โครงหน้าให้เข้าที
เพื่อไม่ให้ผิวหน้าที่สว่างกว่าผิวจริงนั้นดูโอเวอร์ (หรือที่เรียกกันว่า หน้าวอก)
แต่อย่าลืมว่าไอเท็มที่ใช้จะต้องเป็นเนื้อแม็ทด้วย นะ

ดวงตา (Eyes) ~ ดวงตาที่ซ้อนเร้นเสน่ห์แห่งเงาจันทร์ การเน้นลูกเล่นการเพิ่มเงาให้กับเบ้าตา
ทำให้ตาดูมีความเว้าลึก คล้ายตาของคน ฝรั่ง และเพิ่มเสน่ห์ด้วยเทคนิคการเขียนขอบตาให้หนา
แต่มีลายเส้นที่พริ้วดูอ่อนไหว รวมทั้งการใช้ขนตาปลอมเข้ามาช่วยทำให้ตาดูมีเสน่ห์ขึ้น
โดยทิ้ง ขนตาให้หนาและตกที่หางตา

พวงแก้ม (Cheeks) ~ แก้มที่ดูผ่องใสเป็นธรรมชาติ ด้วยสีน้ำตาลพีช ไม่เน้นการลงน้ำหนักแต่
การทำให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยการปัดตามแนวโหนก แก้ม

เรียวปาก (Lips) ~ เรียวปากที่ทรงเสน่ห์และย้วนยวนด้วยสีแดง ที่เป็นสัญลักษณ์ความงามของสาวยุคเก่า
เลย โดยพื้นที่ของรูปปากต้องระบายสีแดงให้เต็มเรียวปากโดยเฉพาะความหนาที่จะ ทำให้ปากดูเอิ่มเอิบและทรงเสน่ห์เวลาเอ่ยวาจา
< /span>

ทรงผม (Hair): ทรงผมหวานๆ แบบย้อนยุคด้วยเทคนิค ลอนเปียก

การแต่งตัว (Outfit): การแต่งตัวแนววินเทจที่ดูหรูหราแบบสมัยก่อนนั้น อย่างเดรสผ้าชีฟอง สีโอรส
ปุ้ยลองปรึกษาน้องฮิปโป (Stylist) น้องฮิปได้ชุดของพี่ที่สนิทคนหนึ่งเขาเคยใช้ชุดไปถ่ายงานยุค 20's
ซึ่งในยุคนั้นเค้าจะนิยมใส่เดรสเป็นทรงกระบอกทิ้งตัว ไม่เน้นทรวดทรง สีจะเป็นแนวพาสเทลหรือไม่ก็สีโทนเดียว
ไม่มีลวดลายกราฟิก (Silhouette) ซึ่งชุดที่เราเลือกมา ก็เป็นชุดที่มีดีเทลในตัวเองอยู่แล้ว ด้วยการใช้ไหมญี่ปุ่นมาทำให้ชุดดูมีลูกเล่นมากขึ้น
เพราะฉะนั้นเรื่องเครื่องประดับ จึงไม่ควรจะใส่เยอะ

ถ้ากลัวว่าช่วงบนจะโล่งเกินไปก็ควรใส่สร้อยแค่เส้นเดียว (อาจจะเป็นเส้นใหญ่ๆเลยก็ได้) เข้าคู่กับต่างหูที่ดูเข้ากัน
ลง มา ตรงช่วงมือ กำไลและแหวน ควรจะเลือกเครื่องประดับแค่ชิ้นเดียวเช่นกัน ถ้าจะใส่กำไลก็ต้องถอดแหวนซะ
กำไลก็ใส่ได้แค่วงเดียวเท่านั้น เพราะมิฉะนั้น การที่เราใส่อะไรมากไปกับชุดที่มีดีเทลอันน่าสนใจอยู่แล้ว
นอกจากจะไปเป็นการแย่งความสนใจออกไปจากชุด ยังจะทำให้ตัวของคุณดูเยอะแยะ พะรุงพะรัง
และความสวยงามในเรือนรางของอิสตรีจะจางหายไปเลยที เดียว

และการใส่ถุงน่องในสมัยก่อนนั้น คือ ชิ้นหลัก (Key piece) ของวินเทจในหลายๆ ยุคเลยก็ว่าได้
จึงขาดไม่ได้ที่เราจะนำถุงเท้าไนลอนสีขาวมาเข้าคู่กับชุดยุค 20’s โดยเลือกใช้สีขาว
เพราะจะทำให้ดูเรียบร้อยและดูหรูหราเข้ากับคาแร็ก เตอร์

แล้วแม็ทสีแดงที่เล็บมือ เพื่อให้เกิดการผสมผสานอย่างลงตัว

ง่ายๆ เพียงเท่านี้ปุ้ยก็สามารเปลี่ยนลุคตัวเองเป็นสาวที่แกร่งกล้า และทรงเสน่ห์ได้แล้วค่ะ
 

 

                 

จงเดินตามความรัก แม้นว่าหนทางนั้นจะคดเคียวหรือขรุขระเพียงใดก็ตาม
จงดำเนินชีวิตด้วยความรัก แล้วเราจะรู้สึกถึงความเป็นอิสระ”

ปุ้ยขอให้มนต์สะกดแห่งคืนวันพระจันทร์เต็มดวง จงตึงตราอยู่ในหัวใจของชายหญิงทุกคน ตราบชั่วฟ้าดินสลาย


Product List
MAKE UP STORE // Skincare System Skin Serum
Revlon // ColorStay Foundation [03]
OHMU // Triple Magic Foundation
MTi // Sign Collection Base [CUBIT W4]
MAC // Prep and Prime Transparent Finishing Powder
Coastal Scents // 6 Contour & Blush Palette
Coastal Scents // 10 Professional Blush Palette
FASIO // Eyebrow Mascara Waterproof [321 Light Brown]
MAC // Brow Shader [Maple/ Soft Charcoal]
BOTANICS // Concealer Stick
Coastal Scents // 28 Eye Shadow Neutral Palette
Oriental Princess Beneficial // Oriental Eye Extra Fine Liner [02 Black]
BOBBI BROWN // Long-Wear Gel Eyeliner [ฺBlack Ink]
Revlon // DoubleTwist Volumizing Mascara [723 Blackened Brown]
PRECIOSA // Eyelash [4789]
Blistex // Lip Infusion
Revlon // Super Lustrous Lipstick [725 Love that Red]

Thanks...
STYLIST : hptz. (Somphob Kittisaratham)
Costume : Nane Kledsine




Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:36:27 น.
Counter : 3150 Pageviews.

4 comment
[Get the look] Pink Rose in Gorgeous Dinner
สวยโรแมนติกด้วยแรงบัลดาลใจจากกุหลาบแสนหวานในดิน เนอร์ใต้แสงเทียน

มาแล้วค่ะ VDO How to ตัวที่ 2 ตามคอนเซปท์ Sweet November
ก้าวเข้าสู่เดือนแห่งความโรแมนติกแล้ว ปุ้ยจะชวนเพื่อนๆ ไปดินเนอร์หวานๆ ใต้แสงเทียนกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม เพื่อให้คู่เดทของเราประทับใจกับความหวานซึ๊งที่เรามอบให้ และจะได้
ตราตึงความทรงจำอันงดงามแบบนี้ไว้ในใจตลอดไป ค่ะ

เคล็บลับง่ายๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะแต่งตัวแนวไหน
ปุ้ยแนะนำให้เปิดตัวด้วยโทน หวาน เพราะความสวยหวานอ่อนโยน
เป็นสิ่งที่คู่ควรกับผู้หญิงทุกคน และเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงไหลสำหรับผู้พบเห็นไม่ว่าใครก็ตาม ค่ะ

           

Concept: หวานสวยด้วยสีชมพูจากแรงบันดาลใจของกุหลาบ
และเผยเสน่ห์ความน่ารักด้วยการเป็นตัวของตัวเอง
ซึ่งการแต่งตัวโทนหวานแบบนี้สามารถนำไปใช้ได้ ทั้งกลางวันและกลางคืนเลยนะ
Step by step: แรงบันดาลใจจากกุหลาบสีหวาน นำไปสู่ขั้นตอนการแต่งสวยของเราค่ะ
Face ~ การลงรองพื้นให้เรียบเนียน ดูนุ่มนวลและน่าถนุทถนอม และเพิ่มมิติแสงเงาให้ใบหน้าดูชวนมอง
Eye ~ ดวงตาที่หวานซึ้งดังกุหลาบสีหวาน โดยการผสมผสานโทนสีพาสเทลอย่างสีชมพู ม่วง น้ำตาลอ่อน และเหลืองได้
อย่างลงตัว ประกอบกับเทคนิคตกแต่งขนตาปลอมให้ตาดูหวานแบบ ธรรมชาติ
Cheek ~ ดูเอียงอายด้วยแก้มหวานๆ สีชมพู
Lip ~ รอยยิ้มอ่อนหวานที่ใครๆ ก็ประทับใจ

Hair: ทรงผมจับลอนหลวมๆ รวบด้านข้างขึ้นเผยให้เห็นต้นคออันเรียวงามดูมีเสน่ห์ และรวบผมหน้าขึ้นด้วยเปียกเล็กๆ
ทำให้ดูหวานแบบสบายๆ ค่ะ

Outfit :สำหรับเสื้อผ้านั้นเราสามารถประยุกต์ใช้ในโทนสี ชมพู ม่วง เหลือง น้ำตาลเบจ ทอง ครีม พีช และขาว
ปุ้ยเสื้อผ้าเลือกเดรสหวานๆ พิมพ์ลายดอกกุหลาบสีชมพูเล็กๆ เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์หวานๆ
ส่วนเครื่องประดับเลือกมุกเล็กๆ มาประดับทั้ง ตุ้มหู สร้อยคอและสร้อยข้อมือ
ซึ่งเครื่องประดับมุกจะช่วยให้เราดูหวาน อ่อนโยน และไม่ดูโอเว่อร์จนเกินไป
แล้วอย่าลืมฉีดน้ำหอมกลิ่นอ่อนหวานเพื่อเพิ่ม เสน่ห์ให้ครบครัน

ส่วนรองเท้าคู่ที่ใส่สบาย สีเข้ากับชุด และสำหรับการออกเดทแบบเป็นทางการ อย่าลืมใส่ถุงน่องแบบวิ้งๆเพื่อให้เราดูเนี๊ยบและเป็นการให้เกียรติคู่เด ท ด้วยค่ะ

 



Trick: เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการออกเดท
♥ เริ่มต้นด้วยรอยยิ้มด้วยรอยยิ้มหวานๆ กับคำทักทายที่เหมาะสม
♥ การพูดคุย ไม่ควรพูดแต่เรื่องของตัวเองมากจนเกินไป ผู้หญิงน่ารักต้องเป็นผู้ฟังที่ดีและให้คำชมเชยที่จริง ใจ
♥ ควรรับประทานอาหารแต่น้อย หลีกเลี่ยงอาหารที่รับประทานยากด้วยนะคะ
♥ รับประมานอาหารเสร็จแล้ว ควรขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพื่อแอบเติมลิปกลอสค่ะ
♥ หากมีการดื่มไวน์ ควรให้คู่เดทเป็นผู้ชวนชนแก้วค่ะ การถือแก้วไวน์ให้จับเบาๆ ที่คอแก้ว แล้วดื่มโดยให้แก้วครอบจมูก
ระหว่างที่ดื่มอาจจะมองคู่เดท ส่งสายตาแบบหวานๆ ไปด้วย ทำให้การชนแก้วครั้งนี้ดูมีความหมาย
♥ ระหว่างออกเดทควรเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด แต่ก็ควรสงวนท่าทีให้สุภาพเข้าไว้ค่ะ
♥ ตอนจ่ายค่าอาหารควรหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมา หากเค้าต้องการรับหน้าที่นั้น เค้าจะบอกเราเอง แล้วทีนี้เราก็ควรจะให้เค้าทำหน้าที่ที่แสนจะภูมิใจนั้นไป พร้อมกับคำว่า ขอบคุณค่ะ

จบท้ายการเดท ด้วยคำขอบคุณที่ทำให้เค้าประทับใจ
เช่น วันนี้สนุกมากเลยค่ะ คราวหน้าไป Have lunch กันบ้างนะคะ ปุ้ยขออาสาพาคุณไปเที่ยวเอง”
รับรองว่าเค้าจะอมยิ้มกลับบ้านไปแน่นอน

 

 

ปล. สลับกันระหว่าง สีของไฮไลท์กับบรัชออน ค่ะ ไฮไลท์ใช้ Albatross ส่วนบรัชออนเป็น Torrid นะคะ ขออภัย

ปุ้ยหวังว่าเพื่อนๆ จะประทับใจกับเดทดินเนอร์ที่แสนจะโรแมนติกนี้นะ คะ คราวหน้ามาพบกันใหม่ ถ้าใครมีแรงบันดาลใจอยากเห็นนลุคแบบไหน รีเควสมาได้เลยค่ะ

Product List

MAKE UP STORE // Skincare System Skin Serum
MAC // Prep and Prime Skin Base Visage
LUNASOL // Water Cream Foundation [OC02] [OC03]
RMK // Super Basic Concealer [Refilled 01]
OHMU // Triple Magic Foundation
Nars // The Multiple [Copacabana]
MAC // Prep and Prime Transparent Finishing Powder
NARS // Blush and Bronzing Duo [Albatross/Torrid]
MAC // Mineralize Blush [The Soft Meow] edited edition
FASIO // Eyebrow Mascara Waterproof [321 Light Brown]
KATE // Lasting Eyebrow W [BR-3 Dark Brown]
LUNASOL // SHINING EYES [EX03 Shining Brown]
LUNASOL // Natural Color Eyes [05 Natural Colorful]
LUNASOL // Lighting for Eyes [04 Neutral]
Majolica Majorca // Neo Automatic Eyeliner #BR622
BOBBI BROWN // Long-Wear Gel Eyeliner [Espresso Ink]
Majolica Majorca // Curl, curl, curl toward the sky Lush Bone (Base Mascara)
Majolica Majorca // Mascara Lash Expander Frame Plus
Maquillage // Eyelash Curler
Oriental Princess Beneficial // Effortless Tricky Eyelashes [02 Fashionable]
Make up Store // Lipstick [Baby]
BB // Crystal Moist Lipgloss [14]




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:35:18 น.
Counter : 1533 Pageviews.

12 comment
[Get the look] "Sweet Mellow" ♥
ห่างหายจากการทำฮาวทูแต่งหน้าไปนานมากๆ ห่างหายจากการทำฮาวทูแต่งหน้าไปนานมากๆ
ช่วงนี้ปุ้ยกลับมาเริ่มทำฮาวทูแบบเป็นวีดีโอสั้นๆ อาจจะไม่ได้ทำให้สาวๆ เห็นรายละเอียดขั้นตอนต่อเนื่องชัดเจน
แต่อยากทำออกมาเพื่อเป็นแรง บันดาลใจ ให้สาวๆ ลุคขึ้นมาแต่งสวย เปลี่ยนโฉมตัวเองกันดูบ้างค่ะ
Vlog Get the look ตัวแรกนี้ ปุ้ยหยิบฮาวทูที่ปุ้ยชื่นชอบที่สุดมาลองทำดูค่ะ
เป็นลุคที่ปุ้ย แต่งในทุกๆ วัน เรียกว่า เป็น Routine Makeup ของปุ้ยเลย ลุคที่ดูหวานๆ เข้าได้กับทุกสถานการณ์

การแต่งหวานในลุคนี้ปุ้ยได้แรง บันดาลใจมาจากความหวานของผลไม้ ที่เพิ่งจะสุกงอมเป็นความหวานแบบพอดีๆ
ซึ่งการแต่งสวยแบบนี้เหมาะ สำหรับทุกๆ โอกาสเพราะว่าเป็นสไตล์การแต่งสวยแบบพอดีๆ ไม่มากไปและน้อยไป
สามารถนำไปประยุกต์ใช้กันได้ทุกสถานการณ์ทั้งกลางวันและกลางคืน ค่ะ

โดยโทนสีหลักที่ใช้เป็นสีเอิร์ธโทนที่ดูเป็นธรรมชาติ

 

การแต่งสวยในแต่ละขั้นตอนด้วยการตอบโจทย์ของแรงบันดาลใจที่ชัดเจน
จะทำให้เราสวยแบบถูกทิศทางค่ะ
ลองมาดูกันว่าแรงบัลดาลใจ ของเราจะนำไปสู่ความสวยในแต่ละขั้นตอน
ยังไรได้ บ้าง

Face ~ ผิวสาวสุขภาพดีที่เนียบเรียบและดูนุ่มนวลและชุ่มชื้น

Eyes ดวงตาที่มีเสน่ห์แวววาวเหมือนผิวของผลไม้โดยผสมผสานเอิร์ธโทน
อย่างสีน้ำตาลกับลูกเล่นกลิตเตอร์สีทอง

Cheeks ~ แก้มของสาวสุขภาพดีที่ชอบทานผลไม้เป็นสีชมพูพีช

Lips ~ เรียวปากแสนอ่อนหวานและแวววาว

Hair: ทรงผมจับลอนหลวมๆ ดูหวาานๆ แบบสบายๆ ด้วยการปล่อยผม
ซึ่งทรงผมที่เหมาะเจาะกับลุคนี้สามารถประยุกต์ได้ ทั้งปลอยผมและรวบไว้แบบหลวมๆแล้วทิ้งปอยให้ดูอ่อนหวาน

Outfit: เสื้อลายจุดกลมๆสีทองที่เข้ากับดวงตากลมๆเหมือนผลไม้ลูกเล็กๆ
ส่วนเครื่องประดับเป็นแบบเก๋ๆ สีทองและดำ
เพื่อมาเบรคไม่ให้ผลไม้ลูกนี้ดูหวานเลี่ยนจนเกินไป ค่ะ

สำหรับการประยุกต์ใช้นั้นเสื้อผ้ารองเท้าและเครื่องประดับเลือกแบบไหนก็ได้ ทั้งนั้นเลยโดยสีหลักๆ ที่เหมาะสม ได้แก่ สีน้ำตาล ทอง ครีม พีช ขาวและดำ

ปุ้ยหวังว่าการแต่งสวยแบบ Sweet Mellow ในลุคแรกของเรานี้ จะมีประโยชน์สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการแต่งสวยนะ คะ

สามารถเข้าไปดูวีดีโอได้ที่นี่ค่ะ >>>VDO<<<
ยังไงก็ลองดูแล้ว ติชมกันให้เต็มที่เลยนะคะ จะได้นำไปปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

 




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:34:20 น.
Counter : 1405 Pageviews.

6 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

PuY~isme
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 114 คน [?]



ปุ้ยเชื่อว่า มนต์วิเศษที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนสวยได้ คือ ความสุขที่มาจากหัวใจค่ะ ^ ^ สวย สร้างสรรค์ และแบ่งปัน http://www.puyisme.com
All Blog