Get the Look: Jingle Bell Doll
คลิปนี้เหมือนทำขึ้นเพื่อความบันเทิงจริงๆ นั่งดูตัวเองแล้วยังขำ 😄      
Santa Claus is coming to town!
อีกไม่กี่วันจะถึงวันคริสต์มาส แล้ว เราสนุกกับการเตรียมตัวไปงานปาร์ตี้คริสต์มาสกันดีกว่า
ปุ้ยหยิบ แรงบันดาลใจจาก Jingle Bells มาเล่นเป็นคอนเซปทของคริสต์มาสนี้
เสียงกระดิ่งน่ารักๆ ที่ก้องกังวาน เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส “การฉลองฉลองเริ่มแล้ว เย้...”
การผสมผสานสีทองระยิบระยับเข้ามาประดับอยู่บนใบหน้าและ เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระดิ่งสีทองและโบสีแดง
ปุ้ย เล่นสนุกกับคอนเซปท์จาก Jingle Bells กระดิ่งสีทองใบน่ารักนี้

โดยได้แรงบันดาลใจในการแต่งหน้าจากตัว การ์ตูน Jessica Rabbit ที่ดวงตาอันยั่วยวนของเธอ เป็นรูประฆังคว่ำ
ส่วนสีสันที่ใช้ ก็เป็นสีสันที่เราคุ้นตากันในเทศกาลคริสต์มาส อย่างสีทอง สีเขียวและสีแดง นั่นเอง
                       
ผิวหน้า (Face) ~ ผิวหน้าเนียนๆ แบบตุ๊กตา
ด้วยการลงรองพื้นเนื้อครีมที่ให้ความฉ่ำวาว 

ดวงตา (Eyes) ~ ดวงตารูประฆังใบน่ารักแบบตัวการ์ตูน
Jessica Rabbit
ประยุกต์กับเทศกาลคริสต์มาสด้วยอายชาโดวสีทอง แวววาว
และเขียวอ่อนที่เหมือนเงาสะท้อนจากต้นคริสต์มาส
แต่งเติมความกลมโตด้วยขนตาปลอมถึง 2 ชั้น

พวงแก้ม (Cheeks) ~ พวงแก้มสีแดงระเรื่อแบบตุ๊กตา ด้วย
 สี Cactus Flower จาก Nars
เรียวปาก (Lips) ~ เรียวปากที่เอิบเอิ่มแบบสดใสๆ
ด้วยสี Cactus Flower และไฮไลท์สี ทอง
ทรงผม (Hair) ~ วิกผมบรอนซ์สีอ่อนทรงสไลด์แบบตุ๊กตาบาร์บี้
เข้ากับสีสัน่อนๆ แวววาวของ ดวงตา

การแต่งตัว (Outfit) ~ สวมใส่ชุดที่ดีไซน์มาเป็นพิเศษเป็นทรงกระดิ่ง 

เพื่อให้เข้ากับคอนเซทป์ Jingle Bells ของเรา
ติดโบว์สีแดง เป็นสัญลักษณะของงานคริสต์มาส
และใส่รองเท้าสีทองกับถุงเท้ายาว เพื่อให้ดูน่ารักเข้ากับกระโปรงฟูฟ่องค่ะ
ขอให้ทุกคน สนุกกับเทศกาลที่แห่งความสุขนี้ ให้เต็มที่นะคะ

STYLIST: hptz. (Somphob Kittisaratham)
PhotoGraphy: Akkanut chaitosa (hitabo.multiply.com)
Makeup Inspiration:
Promise Tamang Phan
Product:
MAC // Prep and Prime Skin Base Visage
LUNASOL // Water Cream Foundation [OC02] [OC03]
RMK // Super Basic Liquid Concealer [01]
MTi // Sign Collection Base [CUBIT W4]
MAC // Prep and Prime Transparent Finishing Powder
NARS // Blush and Bronzing Duo [Albatross]
Oriental Princess // Beneficial Phenomenal Stop Age Concealer [01 Hideaway]
RMK // Super Basic Concealer [03]
Botanics // Stick Concealed
KATE // Liquid Eyebrow [Br-3]
Majolica Majorca // Neo Automatic Eyeliner [Br 999]
Urban Decay // Eyeshadow Primer Potion [Sheer Nude]
RMK // Shiny Metallic Gold
4U2 // i-Pro Professional Eye Makeup Palette [Modern*]
Coastal Scents // China Jade Mica [Chromium Oxide Green]
Etude House // 66 Big Eye Multi Lighter
Kiss Beauty // Perfect Eyeliner (Glitter) [05]
Majolica Majorca // Mascara Lash Expander Frame Plus
MEILIN // UV Powder Cake [01]
MAC // Mineralize Blush [The Soft Meow] edited edition
NARS  // Creme Blush [Cactus Flower]
MAC // Triple Fusion Mineralize Skinfinish
Oriental Princess // Eyelash [06]
Alisza // Eyelash [A-135]
Mei Linda // Eyelash [5471]
Make up Store // Lipstick  [Baby]      
Chanel // Levres Scintillantes Glossimer [126 Silex (Limited Edition)]
MAC // Dazzleglass [Moth to Flame]    



Create Date : 22 ธันวาคม 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:48:31 น.
Counter : 1230 Pageviews.

0 comment
[Get the look] Modern Smokey Eyes ~ I wanna Dance all night


สโมกกี้ อาย เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่มีความมั่นใจ ทรงเสน่ห์ และลึกลับน่าค้นหา
ทั้งหมดนี้บ่งบอกรสนิยมของผู้หญิงที่มีความเซ็กซี่จากดวงตา

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศิลปะการแต่งเติมหมอกควันและความมืด ไม่ได้ทำให้เกิดความหม่นหมองเสมอไป
ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูน่าสนใจ และหลงไหลที่ได้เห็น ตังหากหละ

วันนี้ปุ้ยมาเผยเคล็ดลับของสาวสวยสุดเซ็กซี่ กับสโมกกี้อายแบบโมเดิร์นๆ กัน

โดยการแต่งหน้าสโมกกี้อายให้สวยงามนั้น จะเน้นที่การเบลนด์สีให้กลมกลืนด้วยการนำเสนอมิติอ่อนเข้มของสีได้อย่าง ชัดเจน
และการลงรองพื้นให้ผิวเรียบเนียนกับเทคเจอร์ของผิวที่สวยงามก็ ช่วยส่งเสริมให้สโมกกี้อายดูน่าสนใจขึ้น

มาดูกันว่า แต่ละขั้นตอนนั้นเรามีคอนเซปท์อย่างไรกันบ้าง
         
ผิวหน้า (Face)
~ ผิวที่เรียบเนียนด้วยการลงรองพื้นเนิ้อครีมเข้มข้น
และผิวแม็ทด้วยแป้งฝุ่นที่ไม่มีกลิตเตอร์
สร้างมิติให้กับใบหน้าด้วยการปัดไฮไลท์และเฉดดิ้ง


ดวงตา (Eyes)
~ โมเดิร์นสโมกกี้อายที่คมชัด ดูลึกลับ มีเสน่ห์ แต่ไม่ดูเข้มจัดจนเกินไป
ด้วยการไล่โทนสีเข้มทั้ง 3 สี กับสีอ่อนที่ทำให้ดวงตาโดดเด่น
และกลิตเตอร์ที่ทำให้ดวงตามีเสน่ห์น่าสนใจขึ้น
กับการเขียนคิ้วที่เรียวคมให้เข้ากับ ดวงตา


พวงแก้ม (Cheeks)
~ พวงแก้มสีส้มที่ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น ด้วยการปัดแนวเฉียงจากใต้ขมับ
แล้วเพิ่มเพิ่มเทคเจอร์ของผิวให้แวววาว ในจุดที่สนใจ
ด้วยไอเท็มแวววาวสีที่เข้ากับสีผิวและสีของพวงแก้ม

เรียวปาก (Lips)
~ เรียวปากที่แฝงเสน่ห์เล้นลับ ด้วยลิปสติกสีนู๊ดที่ไม่แย่งซีนจากดวงตา
แต่เพิ่มมิติด้วยกลอสสีชมพูเข้มอมส้มลงบริเวณด้านในของริมฝีปาก
แล้วเพิ่มมิติของเรียวปากด้วยประกายของกลอสใสๆ


ทรงผม (Hair)
~ สวยเซ็กซี่ด้วยการสยายผมลอนคลายๆ ดูสบายๆ แบบไม่จงใจจนเกินไป


การแต่งตัว (Outfit)
~ เสื้อผ้าเลือกสไตล์ที่เราชอบ แต่ถ้าให้เหมาะกับสโมกกี้อาย ควรเป็นสีเข้ม
และเล่นเทคเจอร์ด้วยเนื้อผ้าที่ส่องประกายเล่นกับแสงไฟ
ส่วนเครื่องประดับ เรื่องแบบพอดีๆ ไม่ดูเกะกะ มากไป
แม้สโมกกี้อายจะแต่งได้ไม่ยากนัก แต่การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ก็ทำให้สโมกกี้อายสีดำธรรมดาๆ ที่ดูยากจะเข้าถึงนั้น ดูน่าสนใจและมีเสน่ห์ น่าหลงไหลมากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย
ลองไปสนุกกับสโมกกี้อายแบบโมเดิร์นๆ กันดูนะคะ แล้วจะติดใจ



      








Guest
: Tassanee Atsawsakundee

Product:

MAKE UP STORE // Skincare System Skin Serum
MAC // Prep and Prime Skin Base Visage
MAC // Studio Tech Foundation [NC20]
RMK // Super Basic Liquid Concealer [01]
MAC // Prep and Prime Transparent Finishing Powder
MEILIN // UV Powder Cake [01]
Bizhicai // Eyebrown Pencil [2 Brown] [3 Black Brown]
MAC // Powder Blush [Style]
NARS // Blush and Bronzing Duo [Albatross/Torrid]
BoBBI BROWN // Illuminating Bronzing Powder [Bahama 7]
MAC // Triple Fusion Mineralize Skinfinish
Botanics // Stick Concealed
Kiss Beauty // XXL Eyeshadow Cream [No. 8 Gray]
LUNASOL // Star Shower Eyes [02 Medium Night]
KATE // Glam Trick eyeshadow palette #BR-1
Kiss Beauty // Perfect Eyeliner (Glitter) [05]
Gino McCray // Glitter Eyeliner [03 Pink]
BOBBI BROWN // Long-Wear Gel Eyeliner [Black Ink]
Majolica Majorca // Curl, curl, curl toward the sky Lush Bone (Base Mascara)
Majolica Majorca // Mascara Lash Expander Frame Plus
Mei Linda // Eyelash [311]
Make up Store // Lipstick [Breathless]  
Chanel // Levres Scintillantes Glossimer [126 Silex (Limited Edition)]
MAC // Dazzleglass [Moth to Flame]

Credit: Voice TV
Photography: 
Akkanut chaitosa



Create Date : 18 ธันวาคม 2553
Last Update : 5 มกราคม 2564 17:55:29 น.
Counter : 2194 Pageviews.

8 comment
[Get the look] Picnic look ~ Com’ on, Let’s go into the garden.



สวัสดีค่ะๆ วันนี้อากาศดีมากๆ เลย ปุ้ยก็เลยถือโอกาสพาเพื่อนๆ ไปปิกนิก เที่ยวเล่นในสวนกัน
วันนี้ปุ้ยขอแต่งสวยแบบสดใสๆ โดยผสมผสานสไตล์ที่สาวๆ ชื่นชอบทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี ตาโตและผิวฉ่ำๆ ดูสดใส
น่าสนุกใช่มั้ยหละ มาเริ่มกันเลย

Foundation (ผิวหน้าสดชื่นแจ่มใส)
⤑ เริ่มด้วย Prep and Prime Face Protection จาก Mac ช่วยควบคุมความมันและปกป้องผิวจะแสงแดด
⤑ แล้วตามด้วย Skin Serum จาก Make up store ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น และป้องกันไม่ให้รองพื้นเป็นคราบ
ทาลงบริเวณที่รองพื้นมักจะเป็นคราบเช่น บริเวณใต้ดวงตา ส้นจมูก หน้าผากและข้างปีกจมูก
⤑ จากนั้นลงรองพื้น ด้วย LUNASOL Liquid Foundation สีที่พอดีกับสีผิว
ด้วยแปรงดูโอไฟเบอร์ช่วยให้เกลี่ยรองพื้นได้ สม่ำเสมอทั้งใบหน้าและให้ระดับความปกปิดที่พอดีไม่หนาจนเกินไป
⤑ ต่อไปใช้ ครีมไฮไลท์ของ MTi ใช้แปรงเกลี่ยบางๆ ลงที่บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม สันจมูก หน้าผาก และคาง
จากนั้น ใช้พัฟฟองน้ำ กดเนื้อครีมให้เนียนเรียบไปกับผิวหน้า
⤑ สุดท้าย ใช้แป้งฝุ่นโปรงแสงจาก La mer เพื่อเซ็ทเนื้อครีม และใช้แปรงปัดแป้งขนนุ่มๆ ปัดต่อให้ทั่วใบหน้า

Highlight and Contour (การเพิ่มมิติแสงเงาให้กับใบหน้า)
ใช้ ไฮไลท์สี Albatross จาก Nars ที่ มีประกายวิ้งๆ สีทอง โดยใช้แปรงปัดแป้งขนาดเล็ก
ปัดเบาๆ ใต้ตาบริเวณหัวตา สันจมูก หน้าผาก และ คาง ค่ะ
จากนั้นใช้ เฉดดิ้งสีน้ำตาลของ Bobbibrown มาสร้างเงาให้กับใบหน้า โดยปัดบางๆ ลงบริเวณ
ขากรรไกร กรอบหน้า ใต้โหนกแก้ม และปีกจมูกค่ะ
Plate: Blusher (พวงแก้มที่ดูสดใส น่ารัก)
ใช้บรัชออน สี Torrid จาก Nars
ปัดเป็นวงกลมบริเวณใต้ดวงตา
โดยทิ้งระยะลงมาจากดวงตาเล็กน้อย จะช่วยให้ใบหน้าของเราดูสดใส อ่อนวัยค่ะ

Eyebrow Liner (คิ้วแบบผสมผสานญี่ปุ่นกับเกาหลี)
ใช้ Fasio Eyebrow Mascara สีใกล้เคียงกับสีผม ปัดเคลือบสีเส้นขนและเป็นพื้นให้กับเส้นคิ้ว

แล้วตามด้วย MAC Brow Shadow สีน้ำตาลเข้มใช้แปรงหัวตัดวาดเส้นคิ้วให้คมชัด 

ให้คิ้วโก่งเหมือนสาวญี่ปุ่นแต่หนาเข้มเหมือนสาว เกาหลี
แล้วผสมสีน้ำตาลเข้มกับสีครีมแรเงาลงที่หัว คิ้ว

       
Eyeshadow (ดวงตากลมโตแบบสาว ญี่ปุ่น)
⤑ ใช้ Botanics Concealor ทาให้ทั่วเปลือกตา
เพื่อให้ดวงตาดูกระจ่างขึ้น และช่วยให้อายชาโดวติดผิวได้ดี ขึ้น
⤑ สร้างขอบเขตให้กับดวงตา ด้วยอายชาโดวสีน้ำตาลอ่อนของ Lunasol
ที่มีประกายวิ้งๆ เม็ดใหญ่ๆ 
ใช้แปรงขนสัตว์ขนแน่นๆ หัวแบนๆ
ทาอายชาโดวลงบริเวณ 3/4 ของเปลือกตาด้านบน 

ส่วนด้านล่างก็เบลนด์อายชาโดวด้วยแปรงหัวตัด บริเวณหาง ตา
⤑ จากนั้นใช้อายชาโดวสีเบจเบลนด์เลยรอยพับตาขึ้นไปประมาณ 1 ซม.
ส่วนด้านล่างเลนด์ตั้งแต่หัวตาจนถึงกลาง ดวงตา
⤑ แล้วอายชาโดวสีน้ำตาลอ่อน
เบลนด์ทับลงไปบริเวณรอบพับตาให้เข้มขึ้นอีก ครั้ง
⤑ ต่อด้วยอายชาโดวสีน้ำตาลเข้ม เบลนด์ตั้งแต่ขอบตาจนถึงรอยพับตา
และเบลนด์ด้านล่างด้วยแปรงหัวตัดบริเวณหาง ตา
⤑ จากนั้นใช้กลิตเตอร์สีทองอ่อน เบลนด์ทับลงไปปริเวณกลางเปลือกตา
และหัวตา ช่วยให้ดวงตามีประกายมาก ขึ้น
⤑ สุดท้าย เติมกลิตเตอร์สีขาว แต้มลงที่หัวตา เพิ่มมิติอีก ระดับ

Eyeliner (เขียนขอบตาให้ตาดูกลมโต)
ใช้ Liquid Eyeliner สีดำของ Oriental Princess ที่วาดเส้นได้ง่าย ลากหางให้ยาวและตวัดหางให้สูงประมาณ 45 องศา
แล้วเน้นความหนาที่บริเวณหางตาให้หนาเป็นพิเศษ จะช่วยให้ตาดูกลมโตขึ้น
จาก นั้นใช้ ฺBobbiBrown Gel liner สีดำสนิท ระบายขอบตาด้านในที่อยู่ใต้แผงขนตา
โดยการดึงเปลือกตาให้เปิดขึ้นด้วยการใช้คอตต้อลบัด ทำให้เขียนขอบตาด้านในได้ง่ายขึ้น

ส่วนด้านล่างนั้น ลากเส้นบางๆ ให้ชิดขอบตา ตั้งแต่หางตาไปยังหัวตา 

แล้วมาเน้นความหนาเฉพาะบริเวณหางตาทำให้ตาดูโต ขึ้น


False Eyelashes (ขนตาที่ช่วยให้ตาดูกลมโตขึ้นอีกระดับ)
ดัดขนตา แล้ว ปัดมาสคาร่า ด้วย Majolica Majorca
ส่วนขนตาปลอมนั้น ควรเลือกขนตามีเส้นขนตาแต่ละเส้นมีความหนามากๆ
เพื่อให้ดูเหมือนปัดมาสคาร่าหนาๅ เอาไว้ 
ส่วนลักษณะเส้นนั้นแล้วแต่ความชอบเลย
ปุ้ยเลือกเส้นแบบขนไขว้กัน ทำให้ดูเหมือนการเรียงเส้นของขนตาธรรมชาติ
อย่าง CANMAKE เบอร์ 08
และตกแต่งให้เส้นขนตาแตกเป็นธรรมชาติมากขึ้นโดยดัดหลายๆ รอบด้วยที่ดัดขนตา
ติดกาวแล้วนำมาวางที่โคนขนตาเลย ที่นี้ก็จัดให้เข้าที่
และวันนี้เราจะเพิ่มความกลมโตของดวงตาด้วย การติดขนตาล่างด้วย ปุ้ยใช้ Mei Linda เบอร์ 29 

ปุ้ยแนะนำว่าควรเลือกขนตาล่างที่มีความยาวไม่มากและไม่หนาจนเกิน ไป
เพราะขนตาบนของเราหนาแล้ว ถ้าขนตาล่างหนาด้วยจะทำให้ดูเยอะไปหมดค่ะ
ทากาวที่ขนตาแล้วนำมาติด ลงตามแนวขนตาล่างชิดไปทางหางตา โดยติดให้อยู่ใต้แผงขนตาจริง
จากนั้นก็ใช้ Gel liner มาทาทับลงไปบริเวณก้านขนตา ทำให้ดูกลมกลืนไปกันขนตาจริงค่ะ
เสร็จแล้วเราได้ดวงตาที่กลมโตขึ้น มากๆ เลยเห็นมั้ยหละคะ

Lip Color (เรียวปากสดใเหมือนสาวเกาหลี)
ปุ้ยใช้ Lip Gloss Viva Glam สี CYNDI  จาก MAC เกลี่ยให้ทั่วริมฝีปาก
จากนั้นซับออกด้วยกระดาษทิชชู่ 
เพื่อให้ได้สีแดงอมส้มแบบจางๆ
ทำให้ได้เรียวปากที่ดูสดใส มีเลือดฝาด เหมือนสาวเกาหลี เลย

Hair Styling (ทรงผมน่ารักๆ แบบสาวเกาหลี)
ปุ้ยแนะนำให้เลือกทรงที่รวบขึ้น เพราะวันนี้เราจะไปปิกนิกกันก็เลยอยากได้ความคล่องตัวซักเล็กน้อย ค่ะ
หลังจากที่ม้วนผมเป็นลอนไว้เรียบร้อยแล้ว ปุ้ยจัดทรงด้วยการแบ่งผมเป็น 2 ส่วน ด้านซ้ายและขวา
แล้วทรงที่ละข้าง จับผมโดยให้เหลือปอยผมทิ้งไว้ซักเล็กน้อย แล้วเกล้าด้วยหนังยางเอาไว้แล้วสอดปลายผมทิ้งไว้ให้เป็นก้อนกลมๆ
จากนั้นเก็บปลายผมด้วยกิ๊บดำ แล้วนำปอยผมที่เหลือมาจัดแต่งให้เป็นทรงตามที่เราต้องการได้เลย
แล้วยึดให้อยู่ทางด้วยกิ๊บดำ ทำแบบเดียวกัน กับผมอีกข้างที่เหลือ
ส่วนด้านหน้า
จับหน้าม้าปาดเฉียง แล้วติดด้วยกิ๊บให้อยู่ทรง เป็นอันเรียบร้อย

เสร็จแล้วเราจะได้ลุคที่ สดใสน่ารักแบบผสมผสานสาวญี่ปุ่นกับเกาหลีไว้ด้วยกันแบบ นี้

การแต่งตัวก็เลือกตามสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเองเลย ค่ะ อย่างปุ้ยชอบสีขาวดำ และกางเกงขาสั้น ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวก
แล้วเลือกหมวกเก๋ๆ ซักใบติดตัวไปด้วย เท่านี้เราก็พร้อมจะไปปิกนิกกันได้เลย

หวังว่าทุกคนจะ สนุกและเพลิดเพลินไปกับปิกนิกในวันสดใสแบบนี้นะคะ
ดู VDO Howto get the look ได้เลยยยยยยยย

       

                       
จักรยาน: JAVA MINI by https://www.navabike.com
สถานที่: สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

ช่างภาพ: นายยุทธ
Product:

MAC // Prep and Prime Face Protect Protection Visage SPF 50/PA++
MAKE UP STORE // Skincare System Skin Serum
LUNASOL // Modeling Water Liquid Foundation [OC01]
MTi // Sign Collection Base [CUBIT W4]
LA MER // The Powder [Translucent]
NARS // Blush and Bronzing Duo [Albatross/Torrid]
BoBBI BROWN // Illuminating Bronzing Powder [Bahama]
FASIO // Eyebrow Mascara Waterproof  [321 Light Brown]
MAC // Brow Shader  [Maple/ Soft Charcoal]
BOTANICS // Concealer Stick
LUNASOL // EYES [EX01 Sheer Gold Beige Brown]
Oriental Princess Beneficial // Oriental Eye Extra Fine Liner [Black]
BOBBI BROWN // Long-Wear Gel Eyeliner [ฺBlack Ink]
Majolica Majorca //  (Base Mascara)
Majolica Majorca // Mascara Lash Expander Frame Plus
CANMAKE // Eyelash [No.08]
Mei Linda // Eyelash [29]
Blistex // Lip Infusion
MAC // Lip Gloss Viva Glam [CYNDI]   
Dior Addict // Ultra Gloss [Pearl 267] 


Credit: VoiceTV

 



Create Date : 08 ธันวาคม 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:38:02 น.
Counter : 1327 Pageviews.

8 comment
How to: Commencement Makeup by " PuY~ is me "

Commencement Makeup by  " PuY~ is me "

 

จากที่ได้เขียน Commencement Guideline (เตรียมพร้อมเพื่อวันรับปริญญา วันแห่งความทรงจำของบัณฑิตสาวยุคทนสมัย) จบไปแล้วนั้น

 

คราวนี้มาพูดถึงเทคนิการแต่งหน้า แบบลงรายละเอียดทุกขั้นตอน กันบ้าง
คิด ว่าหลายๆ คนคงรอคอยมากนานแสนนาน คราวนี้มาตามสัญญา มิให้ผิดหวังค่าาาาาาาา

 

หลักสำคัญของการแต่งหน้างานรับ ปริญญา มี 3 ข้อที่ต้องคำนึง นั่นก็คือ
1. Learned Polite การใช้โทนสีสุภาพและเป็นธรรมชาติ

2. Look Photogenic การแต่งหน้าให้ถ่ายรูปออกมาสวย

3. Long Lasting การแต่งหน้าให้อยู่ทนนาน

 

เอารูป Before - After มาให้ดูยั่วนำ้ลายกันก่อนค่ะ

ขอเริ่มจากการสรุป เทคนิคการแต่งหน้างานรับปริญญา

1. การใช้เบสเมกอัพ

สำหรับคนที่หน้าค่อนข้างมัน อย่าลืมลงเบสควบคุมความมัน และที่สำคัญที่สุดลงครีมกันแดดด้วยนะคะ
2. รองพื้นให้เรียบเนียน

ควรใช้รองพื้นแบบน้ำหรือครีม เพื่อคงคงทนตลอดทั้งวันค่ะ
ควรหลีกเลี่ยงการใช้รองพื้นแบบแป้งผสมรองพื้นนะ คะ เพราะว่าติดไม่ทนและโดนเหงื่อแล้วอาจจะเป็นคราบ
3. ไฮไลท์ เฉดดิ้งลงน้ำหนักให้ชัดเจน มากกว่าการแต่งหน้าปกติ 

การลงสีที่จัดกว่าความจริงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวันนี้ 

เพราะเมื่ออยู่กลางแดดและถ่ายรูปแล้ว สีในรูปจะดรอปลงอีก 20-30 % เลย
4. สีหลักๆ ที่ใช้ในการแต่งตา ควรเป็นสีที่สุภาพ

เช่น สีชมพู น้ำตาล ทอง ส่วนสีเข้มๆ เน้นบริเวณหางตาและใกล้ขอบตาค่ะ ช่วยให้ตาดูโตขึ้น
น้องๆ ที่ไม่เคยแต่งหน้า งานนี้ต้องแต่งให้เข้มนิดนึงค่ะเพราะว่าทุกคนแต่งหมด 

ไม่ต้องกลัวว่าเราจะดูแต่งหน้าจัด เพราะว่าทุกคนแต่งจัดทั้งนั้นค่ะ 

ถ้าเราแต่งแนวธรรมชาติ เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ แล้วเราจะดูดรอปลงไปทันที

5. แก้มใช้โทนสีธรรมาชาติ
เช่น ชมพูอมส้ม ส้ม หรือน้ำตาลค่ะ เพื่อให้ดูสุภาพ ปัดเป็นวงรีเฉียงขึ้นไปทางโหนกแก้มค่ะ
6. ลิปสติกก็ใช้โทนสุภาพ 

เช่น สีชมพูอ่อนๆ ชมพูอมส้ม สีส้มออกนู๊ดๆ ก็ได้
แล้วตามด้วยกลอสเพื่อให้ปากดูสวยน่ารัก สุภาพแต่สมวัยค่ะ



ส่วนทรงผม ทำทรงที่สุภาพแล้วเข้ากับใบหน้าค่ะ

แต่มีข้อระวังหน่อยคือ สระผมรอไว้ตั้งแต่เย็นวันก่อนหน้าวันงาน แล้วไม่ต้องลงครีมนวดผมค่ะ ผมจะได้อยู่ทรงแบบที่ช่างทำผมทำให้

และมีข้อระวังสำหรับคนที่รับปริญญาช่วงหน้าฝน ช่วงนี้อากาศชื้นมากค่ะ ถ้าใครทำผมลอนๆ ต้องระวังว่าผมจะคลายตัวออกง่ายนะคะ
อ่านรายละเอียดการเตรียมตัวเรื่องทรงผมได้
ที่นี่ค่ะ ...........



Try VDO Version --- Get the look: Ecstatic Graduate


 

เริ่มการวิเคราะห์ใบหน้ากันก่อน

 ⋯⋯⋯ จุดเด่น ⋯⋯⋯
โครงหน้า เป็นรูปไข่ แทบจะไม่ต้องแก้ไขอะไร

เพียงแต่ใช้วิธี Contour คัดโครงหน้าให้ขึ้นมาเท่านั้น

รูปร่างดวงตา ไม่เล็กไป ไม่ใหญ่ไป เป็นรูปแบบมาตรฐาน

ส่วนสภาพผิว หลังจากผ่านการดูแลมาอย่างดี 
ช่วยให้การแต่งหน้าง่ายขึ้นเยอะค่ะ


⋯⋯ จุดที่ต้องแก้ไข ⋯

1. คิ้ว คือ ขนคิ้วขึ้นไม่เป็นระเบียบ แถมยังขึ้นแบบความหนาแน่นไม่สม่ำเสมอ
ต้องแก้ไข โดยเขียนคิ้วให้เต็มรูปคิ้วทั้งหมด
2. ใต้ตาเริ่มมีริ้วรอย และหย่อยค้อย Y Y

แก้ไขโดยการใช้ คอนซีลเลอร์และไอเท็มที่มีวิ้งๆ ช่วยอำพรางริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ค่ะ

3. ผิวหนังมีรอยกระเล็กๆ และพื้นผิวมีรอยแผล เป็นตั้งแต่เด็กเป็นรอยนิดหน่อย

นอกนั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รองพื้นเอา อยู่
4. โครงหน้าบริเวณกราม ซึ่งกรามเริ่มใหญ่ขึ้นตามวัย

การแก้ไข จะใช้เทคนิคการ Contour เข้ามาช่วยสร้างกรอบหน้าให้ชัดเจน และ Shading ให้กรามดูเล็กลงค่ะ
5. ริมฝีปาก สีเข้มมากและใหญ่

ทำให้เด่นเกินส่วนอื่นๆ ในใบหน้า แถมถ้าถ่ายรูปมาสีจะสดแดงมาก

วิธีแก้ไข ลองคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นลบขอบปากออกไป

ทำให้ปากดูเล็กลง แล้วลงลิปที่ปกปิดสีปากได้ดี และสีอ่อนกว่าสีของริมฝีปากจริงนิดหน่อย
 

Step 01: Apply Smooth Foundation การลงรองพื้นให้เนียนกริ๊บ

ในการแต่งหน้าสำหรับถ่ายรูปรับปริญญานี้ จะเน้นขั้นตอนการลงรองพื้นมากหน่อย
เพราะว่า การแต่งหน้ารับปริญญาจะไม่มี
Point Makeup ค่ะ เน้นดูดี แบบองค์รวม ซึ่งจะต้องดูดีไปซะทุกส่วนค่ะ

ซึ่งเราจะเน้น การรองพื้นให้เรียบเนียนและควรใช้รองพื้นแบบน้ำหรือครีม เพื่อความคงทนตลอดทั้งวันค่ะ
ควรหลีกเลี่ยงการใช้รองพื้นแบบแป้งผสมรองพื้นนะคะ เพราะว่าติดไม่ทนและโดนเหงื่อแล้วอาจจะเป็นคราบได้ค่ะ

 

Items ที่ใช้ Smashbox //Photo Finish Color Correcting Foundation Primer #BALANCE

Kiss //Mat Chiffon Uv Whitening Base #01

KATE //Liquid Foundation # OC-B

01-1 หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ใช้  Smashbox Photo Finish ทาให้ทั่วหน้า
เบสตัวนี้จะช่วยให้ผิวเราดูเรียบเนียนและละเอียด ขึ้นค่ะ

และอีกคุณสมบัติหนึ่งข้อ คือ กันรองพื้นลอยออกจากผิว และเป็นคราบค่ะ


ข้อควรระวังต้องใช้แต่น้อยนิดเท่านั้น ถ้าลงเยอะไป จะเป็นคราบค่ะ

How to: ลงให้บางเบา คือ ค่อยๆ กดออกมาทีละนิด ลงทีละส่วนๆ ไปจะได้ควบคุมปริมาณได้

อย่ากดมาทีเดียวแล้วแต้ม 5 จุด เพราะถ้าปริมาณเยอะเกินไปแล้ว จะเอาออกไม่ได้ 

เพราะสุดท้ายเสียดายต้องปาดให้ทั่วหน้า จะกลายเป็นเยอะไป จะเป็นทำให้รองพื้นเป็นคราบนะคะ
Trick: เบสสีๆ นั้น สีเขียวสำหรับอำพรางรอยแดง ส่วนสีชมพูหรือแซลมอน ช่วยอำพรางรอยคล้ำรอยดำ ค่าาา

 

01-2 สำหรับคนที่หน้ามัน

ลงต่อด้วย Base Make ที่ช่วยเรื่องควบคุมความมันของผิว
แต่เบสตัวนี้อย่าลงเยอะอีกเช่น กัน เพราะว่า จะทำให้หน้าดูหนา แล้วก็มีโอกาสเป็นคราบได้ง่าย
ให้ลงบางๆ เฉพาะส่วนบริเวณผิวหน้าที่มันค่ะ

 

01-3 ต่อด้วยการลงรองพื้น
วันนี้ปุ้ยเลือกใช้
KATE Liquid Foundation สีอ่อนสุด กดรองพื้นลงที่หลังมือก่อน
แล้วค่อยๆ แต้มลงที่ผิวหน้าทีละนิดค่ะ

รองพื้นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ในปริมาณที่มากนะคะ ค่อยๆ ลงทีละนิด ไม่อย่างนั้น หน้าจะดูหนามากค่ะ
รองพื้นของ
Kate รุ่นนี้ เนียนและค่อนข้างหนา แต่ว่า พอลงไปที่หน้าแล้วจะมีธรรมชาติเหมือนไม่ได้ลงอะค่ะ
(คุณสมบัติ ค่อนข้างเหมือน
Lunasol เลยค่ะ แต่ดูหนากว่า)

How to: ใช้นิ้วแต้มรองพื้นแล้วแตะๆ ที่บริเวณผิวที่กว้างๆ ก่อน
เช่น หน้าแก้ม ทั้งสองข้าง หน้าผาก และคาง (แต้มทีละจุดนะคะ )

พอแต้มลงที่จุดนึง แล้วก็ให้นิ้ว กดย้ำๆ ให้เนื้อรองพื้นกระจายออกเป็นบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
โดยเว้นบริเวณกรอบหน้าไว้ซัก 2-3 ชม. ค่ะ

ทำแบบนี้ไปจนครบ จุดที่บอกไว้ แล้วใช้พัฟฟองน้ำมากดๆ ย้ำๆ ลงไปให้ทั่วไปหน้า
กดๆ ย้ำๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่า จะเนียน (ย้ำๆๆๆๆๆ ลงไป)
วิธีกดย้ำแบบนี้ ช่วยให้รองพื้นเรียบเนียนและติดผิวหน้ามากขึ้น ไม่ลอยออกมาเป็นคราบด้วย
(เทคนิคนี้ น้องก้อย แชร์ให้ฟังค่ะ)

Trick: - เลือกฟองน้ำที่เนื้อแน่นๆ นุ่มๆ นิดนึงนะคะ จะช่วยให้เนียนขึ้นจริง
- สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องผิวไม่เรียบ หรือมีรอยคล้ำ รอยสิว รอยแผลเป็น บลาๆๆๆ
ให้ลงรองพื้นซ้ำในจุดที่มีปัญหา แล้วก็ใช้พัฟกดๆ แล้วลงซ้ำ แล้วกด จนกว่าจะไม่เห็นรอยค่ะ

หรือถ้ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาของผิวหน้าได้
อาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้รองพื้นเนื้อครีมหรือรองพื้น
Stick ที่มีความเข็มข้นกว่าค่ะ

 

ดูในรูปนะคะ --ซ้ายมือ กดรองพื้นกระจายจากจุดหน้าแก้มเป็นวงใหญ่ขึ้นๆ

--รูปกลาง กดกระจายให้เป็นวงกว้างออกไปอีก จากจุดเดียว ปุ้ยกระจายได้ทั้งซีกหน้าเลยนะคะ และ

--รูปด้านขวา ใช้องน้ำกดย้ำๆ ลงไปค่ะ เนียนขึ้นเห็นๆ

  

Step 02: Adjust your face structure ปรับโครงหน้าให้เข้ารูป

หลังจากที่ลงรองพื้นเสร็จแล้วหน้าเราจะขาวเหมือนกระดาษเลยที เดียว
ขั้นตอนต่อมาคือการเพิ่มมิติให้ใบหน้า รวมทั้งการแก้ไขโครงสร้างและปรับรูปหน้าค่ะ โดยการใช้
Item ที่เป็นเนื้อครีม

ในขั้นตอนนี้จะแก้ไขปัญหาพื้นฐานของโครงหน้าในเบื้องต้นทั้ง หมดให้ได้ก่อนค่ะ
ซึ่งปัญหาพื้นฐาน ก็ได้แก่ รอยคล้ำใต้ตา ริ้วรอย ความสูงต่ำ กว้างยาวของโครงหน้าที่ไม่สมดุล เป็นต้น
(แล้วหัวข้อถัดไปจะเพิ่มเติมมิติให้ดูเป็นมืออาชีพ ในการปรับโครงหน้าแบบการใช้ไฮไลท์และเฉดดิ้งแบบฝุ่นนะคะ )

Item ที่ใช้ RMK //Super Basic Concealer #01

ZA //Shimmer Glimmer

Revlon //ColorStay Makeup with FoftFlex Combination/Oily Skin #Mocha

 

02-1 การลงคอนซีลเลอร์ เพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา
เช่นเคย ปุ้ยใช้ RMK คอนซีลเลอร์ในดวงใจ ปกปิด เรียบเนียน ไม่เป็นคราบ เกลี่ยง่ายที่สุดแล้ว
อย่างที่เคยบอก เนื้อครีมของ
RMK ค่อนข้างเข้มข้นมากและถ้าเจออากาศเย็นๆ ก็จะแห้งมากค่ะ
How to: ดัดแปลงนิดหน่อยผสมกับอายครีม เบสเมกอัพ หรือทินส์มอยเจอร์ไรซ์เซอร์ก็ได้ค่ะ

ปุ้ยใช้ผสมกับ ZA Shimmer Glimmer สีไม่เปลี่ยนแถมยังเพิ่มประกายวิ้งๆ ช่วยอำพรางริ้วรอยใต้ตาได้ดีนักเชียว
ใช้
ZA ปริมาณนิดเดียว แล้วใช้นิ้วแตะวนๆ RMK มาผสม ดังที่แสดงในรูปค่ะ



แล้วนำไปแตะบริเวณใต้ตา ค่อยๆ แตะๆ ให้กระจายออกไป (วิธีเดียวกับรองพื้น)
แล้วใช้นิ้วอีกนิ้วที่ไม่ติดเนื้อครีม กดย้ำๆ จากรอยขอบเข้าไปด้านในค่ะ

รอซักพักให้เนื้อครีมแห้งหน่อย แล้วกดย้ำๆ ลงไปให้เนียนขึ้นค่ะ

Trick: - สำหรับคนที่ใต้ตาคล้ำมาก ให้ใช้คอนซีลเลอร์สีแซลมอลลงไปก่อน แล้วตามด้วย สีที่พอดีกับสีผิวค่ะ
 

02-2 การลงไฮไลท์
เพื่อแก้ไขรูปหน้า ลดเงาที่ตกกระทบบนใบหน้าและอำพรางริ้วรอย

ใช้ Item คู่เดิม แต่ทีนี้ ให้ใช้ ZA มาขึ้นอีกนิดและ RMK น้อยลงอีกหน่อย
เพราะบริเวณที่ไฮไลท์ ไม่จำเป็นต้องปกปิดมากค่ะ

How to: บริเวณที่ลง ได้แก่ กลางหน้าผาก สันจมูก ร่องแก้ม คาง และมุมปาก (ดูในรูปค่ะ)

แล้วค่อยๆ กดให้เนื้อครีมคอนซีลเลอร์กลืนเข้าไปกับผิวหน้า (กดเบาๆ และไม่ควรใช้นิ้วปาด จะทำให้เป็นคราบค่ะ)

จากนั้นรอเนื้อคอนซีลเลอร์แห้งแล้ว ใช้พัฟกดย้ำๆ เทคนิคเดิมค่ะ

อ้อ ในขั้นตอนนี้ ใครมี Nars The Multiple สี Copacabana ควักออกมาเลยค่ะ
ทาทับบางๆ ทีบริเวณ หน้าผาก สันจมูกและคาง แล้วใช้พัฟฟองน้ำกดทับๆ ให้กลืนเข้าสู่ผิว
จมูกจะโด่งขึ้นมาเป็นสัน อย่างกะไปหาคุณหมอศัลย์มาเลยทีเดียว มหัศจรรย์มากๆ
(ปุ้ยลืมหยิบมาเสียดาย จัง)

 

Trick: - การลงไฮไลท์ในขั้นตอนนี้ จะเป็นการแก้ไขรูปหน้านะคะ
บริเวณที่ลง จะทำให้บริเวณนั้นดูยกสูงขึ้น เช่น ร่องแก้ม ที่ดูลึกและมีริ้วรอย ก็อำพรางให้สูงขึ้น
มุมปากที่ตก ก็ยกให้สูงขึ้น จมูกที่แบน ก็ยกให้สูงขึ้น
ก็ให้สังเกตดูว่า ในใบหน้าของเรา มีต้องไหนที่ต้องยกให้สูงขึ้น ก็ลงไฮไลท์ไปบริเวณนั้นค่ะ
และการลดเงาตกกระทบ วิธีสังเกตง่ายๆ ลองส่องกระจก
แล้วเห็นเงาตกลงตรงไหน ตรงนั้นแหละ ให้ใส่ไฮไลท์ลงไปค่ะ

- สำหรับคนที่มีร่องแก้มที่ลึกจนเป็นริ้วรอยเป็นเส้นๆ ทำนองว่า ทาแป้งรองพื้นแล้วเวลายิ้ม แป้งแตกเป็นเส้นๆ
ปุ้ยแนะนำว่า อย่าไปลงรองพื้น คอนซีลเลอร์หรือแป้งให้หนาตรงนั้นอะค่ะ
แบบว่ายิ่งหนา ยิ่งแตกเห็นชัดขึ้น
ให้ลงบางที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วใช้วิธีไฮไลท์ด้วนไฮไลท์แบบฝุ่นจะดีกว่าค่ะ

 

02-3 การเฉดดิ้ง

เพื่อแก้ไขรูปหน้า และลดส่วนเกินบนใบหน้า

ใช้ Item อะไรก็ได้ ในขั้นตอนนี้ขอเป็นเนื้อครีมที่สีค่อนข้างเข้มกว่าผิวจริงของเราซัก 2-3 Step ค่ะ
ปุ้ยเลือกใช้รองพื้น
Revlon เบอร์เข้มสุดค่ะ
เฉดดิ้งในขั้นตอนนี้จะเน้นการแก้ไขรูปหน้าขั้นพื้นฐาน (ซึ่งเราจะไปเก็บรายละเอียดอีกทีในการลงเฉดดิ้งแบบ ฝุ่น)

How to: วิธีการเหมือนการลงรองพื้น แต่ว่าเฉดดิ้ง จะลงช่วงกรอบหน้าที่เราเว้นรองพื้นเอาไว้
แล้วใช้พัฟกดๆ ให้กลืนเข้ามากับรองพื้นสีปกติที่ลงไว้ด้วยค่ะ (อย่าปาดนะคะ ใช้วิธีกดๆ มันก็กลืนได้ค่ะ)
จะเห็นว่า สีของเฉดดิ้งค่อนข้างเข้ม ไม่ต้องกลัวนะคะ เพราะว่าเดี๋ยวลงแป้งฝุ่นทับ
มันจะดูอ่อนลงไปจนแทบไม่เห็นเลย

 

Trick: - พื้นที่ในการลง ขึ้นอยู่กับโครงหน้าของแต่ละคนด้วย โดยเทคนิคที่ตรงข้ามกับไฮไลท์
การลงเฉดดิ้ง ตรงไหนที่เราอยากให้มันลดพื้นที่หรือดูต่ำลง ก็ลงบริเวณนั้นไปค่ะ
อย่างของปุ้ย ใบหน้าด้านข้างมีบริเวณกว้างเกินไป และโหนกแก้มเริ่มสูงแล้ว
ก็จะลงบริเวณที่เห็นในภาพค่ะ และลงตรงข้างๆ สันจมูกทั้งสองข้าง ทำให้จมูกดูสูงโด่งขึ้นค่ะ

ส่วนใครที่ มีหน้าผากกว้าง ให้ลงบริเวณไรผมด้านบน
หรือหน้าผากผายออกให้ลงตรงปีกหน้าผากบริเวณ เหนือขมับ

ใครที่มีกรามใหญ่ ก็ลงบริเวณกรามไปด้วยค่ะ



Step 03 Set Loose Powder แป้งฝุ่นช่วยเซ็ท

เพื่อดูดซับความมันของเนื้อครีมที่ลงไปทั้งหมด ไม่ใช่การลงให้หน้าเนียนนะคะ
เพราะฉะนั้นเราจะแป้งฝุ่นให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อไม่ให้สีรองพื้นกับไฮไลท์และเฉดดิ้งของเราถูกกลืนไปกับสีแป้ง

Items ที่ใช้ La Mer //The Powder #Translucent

MAYBELLINE //Mineral Power Natural Perfecting Powder Foundation #Original Rose

 

 

03-1 การลงแป้งฝุ่น
ขั้นตอนนี้เพื่อเซ็ทรองพื้นกับคอนซีลเลอร์ที่ลงไว้ ให้เรียบและอยู่ทน
โดยปริมาณที่ลงแป้ง อย่าให้มากไป จะทำให้หน้าดูหนา และเป็นคราบได้ค่ะ

ปุ้ยเลือกใช้ แป้งฝุ่นเโปรงแสงของลาแมร์ (La Mer The Powder) เนื้อละเอียดมาก เนียนเรียบ ไม่เป็นคราบ
ราคาแพงกว่าแป้งฝุ่นยี่ห้ออื่น แต่ว่าคุณภาพดีกว่ามากนะคะ แถมใช้ได้นานมากๆ คุ้มกับการลงทุนค่ะ

How to: กะเทาะแป้งออกมาในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ใช้พัฟกดแป้งให้ทั่วๆ ใบหน้า
Trick: - ปริมาณที่พอเหมาะ ที่ว่า รู้ได้อย่างไร
ใช้พัฟแตะแป้งลงที่หน้าทีละน้อยๆ แล้วใช้หลังมือแตะผิวหน้าทดสอบดูว่า หน้ายังเหนอะๆ อยู่รึป่าว
ถ้ายังเหนอะ ก็ลงเพิ่มอีกนิด แล้วทดสอบอีก ทำอย่างนี้จนกว่า จะรู้สึกว่าหน้าไม่เหนอะแล้ว ค่ะ

- จริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นแป้งฝุ่นยี่ห้อแพงๆ นะคะ
เพราะเราใช้เพื่อจุดประสงค์ให้ดูดซับความมันของเนื้อครีมออกไป

ใช้แป้งเด็กก็ได้นะคะ เนื้อแป้งเบาดี อย่างพวกจอห์นสันเพียว เอสเซนเชี่ยว ก็ได้ค่ะ


03-2 ลงแป้งมิเนอรอล เพิ่มความเนียน

ขั้นตอนนี้ไม่จำเป็น แต่ว่า อยากบอกต่อ
ถ้าอยากให้หน้าเนียนกริบ ลองใช้
Mineral Power ลงทับไปอีกนิดนึง แต่ว่า อย่าลงทั่วทั้งหน้านะคะ
Trick: -  เลือกสีที่ตรงกับสีผิวที่สุดค่ะ บริเวณที่ลง คือ
ช่วงแก้มด้านล่างลงไปข้างๆ มุมปาก (เพราะเป็นบริเวณที่สีผิวไม่สม่ำเสมอ) และหน้าผากด้านบนติดกับไรผม
ปุ้ยแนะนำว่าอย่าลงช่วงกลางหน้านะคะ อยากให้โชว์รูขุมขนกับความใสของแก้มไว้นิดนึงค่ะ

- ปริมาณที่ใช้ ประมาณเท่าขี้เล็บได้ค่ะ โดยเฉพาะของยี่ห้ออื่นๆ และยี่ห้อที่ผสมกันเอง
ถ้าใช้เยอะมันจะดูหนาเกินไปค่ะ
ของ
MAYBELLINE อนุญาตให้ใช้เยอะหน่อยได้ เพราะว่าไม่ค่อยหนาเท่ายี่ห้ออื่นๆ
ปริมาณที่เห็นในรูป ปุ้ยใช้ลงที่บริเวณคอ แล้วที่เหลือติดแปรง เอามาลงที่หน้าค่ะ

- แปรงที่ใช้ ปุ้ยแนะนำว่า ให้ใช้แปรงที่แถมมากับกระปุกแป้งยี่ห้อที่ซื้อมาค่ะ
เพราะเค้าทำ การวิจัยมาแล้วว่า แป้งของเค้า ต้องใช้แปรที่มีขนยาวเท่านี้ มีความแข็งเท่านี้ๆ

 

How to: เคาะแป้งลงบนภาพชนะที่ใช้พัฟ (เห็นเค้าว่า สาวก MMU ต้องมีทุกคน)
ปริมาณน้อยนิด (น้อยจริงๆ ขอย้ำ)
แล้วใช้แป้งสำหรับพัฟแป้ง รูปร่างหน้าตาอย่างที่เห็นในภาพ หรือแป้งที่แถมมากับยี่ห้อนั้นๆ พัฟแป้ง
แล้วมาทาแบบวนๆ ให้เน้นเฉพาะช่วงแก้มด้านล่างลงไปข้างๆ มุมปาก
ส่วนบริเวณที่เหลือ เผยผิวใสกับไฮไลท์เฉดดิ้งไว้ค่ะ
เสร็จแล้ว เพิ่มระดับความเนียนกิ๊กใช้ได้เลยทีเดียว

 

Trick: -  เมื่อเราลงแป้งเสร็จแล้ว หากใครมือหนักจะเห็นว่าหน้าเราก็จะขาวกลับเป็นกระดาษอีกครั้งนึง
แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ว่าสิ่งที่เราทำการแก้ไขโครงสร้างใบหน้าจะหายไป
เดี่ยวรอซักพัก พอแป้งเริ่มผสมกับน้ำมันบนใบหน้า สีก็จะเริ่มออกมาให้เห็นเหมือนเดิมค่ะ

- แต่สำหรับใครที่ขี้เกียจหรือว่าไม่มีเวลา สามารถข้ามขั้นตอนการลงไฮไลท์และเฉดดิ้งแบบเนื้อครีมไปก็ได้
จะใช้ เป็นแบบฝุ่นหมดเลยก็ได้ค่ะ
แต่ว่า ขอให้เพิ่มการลงรองพื้นให้ทั่วหน้า จนถึงไรผม
เพื่อให้ไฮไลท์และเฉดดิ้งแบบฝุ่นที่เราลงสามารถเกาะติดผิวหน้าได้ ดีขึ้นค่ะ

 

Step 04  Lighten and Shade a Photogenic face ถ่ายรูปสวยด้วยใบหน้าที่มีมิติ

ขั้นตอนต่อมาคือการเพิ่มมิติให้ใบหน้า และคัดโครงหน้าแบบมืออาชีพ

บางคนอาจคิดว่า ขั้นตอนนี้ดูซ้ำซ้อนกับขั้นตอนการลงไฮไลท์และเฉดดิ้งแบบเนื้อครีม
แต่จริงๆ แล้วการเพิ่มมิติให้ใบหน้า และคัดโครงหน้าในขั้นตอนนี้ เป็นการลงรายละเอียดมากขึ้น
เพิ่มเติมจากการแก้ไขขั้นพื้นฐาน

ซึ่งในขั้นนี้เรียกว่าได้ว่าเป็นการเพิ่มมิติให้หน้าดูบาลานซ์ และมีเสน่ห์ ดึงดูดสายตาของผู้ชมมากขึ้น

Items ที่ใช้ ได้แก่ NARS //Blush #Nico, #Sertao, #Deep Throat

NARS //Single Eyeshadow #Edie

 

04-1 Contour and Shading
ขั้นตอนนี้เราจะคัดโครงหน้าและสร้างกรอบหน้าให้เห็นชัดขึ้นมา ค่ะ

เลือกสีแป้งเฉดดิ้งที่เราชอบมาเลยค่ะ วันนี้ปุ้ยจะใช้ NARS สี Sertao เป็นสีน้ำตาลแดงอิฐออกส้มๆ นะคะ
How to Contour: ใช้แปรงที่มีลักษณะแบนๆ หัวคล้ายๆ พัด หน่อยค่ะ
ยิ่งถ้าเป็นขนสัตว์ได้ยิ่งดี จะทำให้สีติดกับผิวได้ดีกว่าค่ะ

บริเวณที่ลง ดูในรูปนะคะ ปุ้ยจะลงจากด้านล่างไปสู่ด้านบนค่ะ

 

แตะฝุ่นเฉดดิ้งออกมานิดนึง
บริเวณที่ 1 ขากรรไกรด้านล่าง ช่วยให้โครงหน้าชัดขึ้น


ทิศทางการปักแปรง คือ การปัดแปรงจากใต้ขากรรไกร ขึ้นไปจนถึงกรอบหน้าแล้วหยุดแปรง

แล้วเริ่มปัดใหม่ทำซ้ำ
เป็นแบบนี้ จาก ติ่งหู ไล่ไปจนถึง --> คาง
ไล่ Contour ไปจนกว่าจะได้ระดับความเข้มที่เราพอใจค่ะ


ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็ค่อยกลับมาเพิ่มความเข้ม อีกรอบก็ได้ ดูให้สีบาลานซ์กันระหว่างบลัชออนด้วยอะค่ะ


บริเวณที่ 2 โหนกแก้ม (Cheek Bone) ช่วยให้หน้าดูตอบขึ้น


ทิศทางที่ไล่ คือ จาก กกหูลงมาถึงโหนกแก้ม อย่าให้ต่ำว่าปีกจมูก และอย่าให้เลยกลางตาดำค่ะ

บริเวณที่ 3 ขมับ ช่วยให้หน้าผากแคบลง
บริเวณนี้ง่ายค่ะ

แค่แปรงขยี้ๆ ไปมา บริเวณขมับ โดยให้กลืนเข้าสู่ไรผม เป็นใช้ได้
 

 

How to Shading: บริเวณที่ลงลงเฉดดิ้ง ก็ใช้หลักการเดียวกับการลงเนื้อครีม
ส่วนไหนที่เราอยากให้ลด พื้นที่ก็ลงบริเวณนั้น

ในที่นี้ ปุ้ยใช้การลงเฉดดิ้งเพื่อไล่สีของ Contour ให้กลมกลืนไปด้วย
โดยลงบริเวณกรามทั้งสองข้าง และบริเวณโหนกแก้มที่สูงเกินไปค่ะ
แต่การลงสีของเฉดดิ้งจะอ่อนกว่า การลง
Contour นิดหน่อยค่ะ
เพราะว่า การลง
Contour เป็นการคัดโครงหน้าให้ชัดเจน ดังนั้นสีจะชัดกว่าค่ะ

 

และอีกบริเวณนึงที่น่าสนใจคือ ข้างสันจมูกและ ปีกจมูกค่ะ
ในส่วนนี้การลงเฉดดิ้งจะช่วยยกให้สันจมูกสูงขึ้น และให้ปีกจมูกดูแคบลง
แตะแป้งเฉดดิ้งมานิดหน่อย แล้ว พักแป้งไว้หลังมือ ให้ปริมาณแป้งไม่มากหรือเข้มจนเกินไป
บริเวณที่ลงดังรูปเลยค่ะ ไล่แปรงจากหัวคิ้ว ยิงตรงยาวลงมาจนถึงปลายจมูกเลยค่ะ
แล้วใช้แป้งที่เหลือติดแปรงมาปัดปีกจมูกต่อ


Trick: -  การ Contour คัดโครงหน้าและการลงเฉดดิ้งนี้ ไม่มีรูปแบบตายตัวที่ชัดเจน แล้วแต่เทรนที่แต่ละคนชอบค่ะ
ทำนองว่า ฝรั่งก็ชอบโครงหน้าแบบนึง ญี่ปุ่นแบบนึง เกาหลีแบบนึง เอาเป็นว่า เราทำในแบบที่เราชอบแล้วกันค่ะ

  

04-2 Hilight

ในขั้นตอนนี้ลงเพื่อเพิ่มเสน่ห์ ดึงดูดให้กับใบหน้า ทีเด็ดของปุ้ยเลย ค่ะ
การลงไฮไลท์จะช่วยให้หน้าเราดูเด็กลง และจะช่วยให้ดูน่าสนใจขึ้นด้วยนะคะ

ปุ้ยเลือกใช้ NARS //Single Eyeshadow #Edie

ลงไอไลท์ใต้ตา ชอบวิ้งๆ ของสีนี้มาก ดูน่ารักกำลังดี จะออกเงาๆ นิดหน่อยค่ะ
บางคนอาจจะไม่ชอบ ยังไงก็ลองเลือก
Item ที่ตัวเองชอบมาซักชิ้นนึงนะคะ
ส่วน
Blush #Nico ลงบริเวณหน้าผากและสันจมูกค่ะ จริงๆแล้วอันนี้สีสวยมาก
แต่ว่าไม่ลงใต้ตาเพราะว่าลักษณะของตัวนี้มีแป้งผสมอยู่เยอะมาก พอลงใต้ตาแล้ว จะทำให้แตกเป็นลายตามร่องผิวอะค่ะ

มาดูกัน

How to: แปรงที่ใช้ลงไฮไลท์ควรเป็นแปรงที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เล็กกว่าแปรงปัดแก้มนิดนึงกำลังดีค่ะ
บริเวณที่ลงคือ หน้าผาก ใต้ตา สันจมูกคาง และร่องแก้มค่ะ
ปัดแบบสบายๆ ง่ายๆ ค่ะ

Trick: -  แต่อย่าเผลอไปลงทั้งหน้านะคะ ไม่อย่างงั้นหน้าจะดูเงาเกิน เสน่ห์มันจะเยอะไปหน่อยอะค่ะ :P

 

04-3 Blush on
การปัดแก้ม ขั้นตอนนี้คิดว่าสาวๆ คงถนัดกันอยู่แล้ว


การปัดแก้มสำหรับงานรับปริญญา เน้นให้ดูเรียบร้อยสุภาพ 


โดยเลือกใช้โทนสี ชมพูอมส้ม ส้ม หรือน้ำตาลค่ะ เพื่อให้ดูสุภาพที่สุด
ปุ้ยเลือกใช้ สีชมพูพีช อย่าง Nars Blush #Deep Throat ให้ได้ลุคที่ดูสดใสเป็นธรรมชาติ
How to: - ทิศทางการปัด ปัดเป็นวงรีเฉียงขึ้นไปทางโหนกแก้มค่ะ จะดูเป็นธรรมชาติแบบสุภาพๆ
- เพิ่มเติมการบาลานซ์สีของใบหน้าโดยการปัดเหนือคิ้วเลยไปถึงเหนือขมับ ดังรูปค่ะ


จะช่วยให้โครงหน้าและสีดูบาลานซ์กันมากขึ้น

 

Trick: - การปัดแก้มในวันรับปริญญาควรปัดให้เข้มกว่าปกติ เพราะว่าถ่ายรูปมาจะไม่ค่อยเห็น

อีกอย่างเพื่อนๆ ที่เค้าให้ช่างแต่งหน้าแต่งให้ จะปัดมาแบบเข้มมากๆ ถ้ายืนถ่ายรูปด้วยกันแล้ว เราจะดูหน้าซีดไปถนัดตาเลยค่ะ

จบขั้นตอนของพื้นผิวหน้า ทั้งหมดเพียงเท่านี้



ขอ เปรียบเทียบ
Snapshot ให้ดูความแต่งต่างกันค่ะ ดูเอาว่าแต่ละขั้นตอนสำคัญและให้ความแตกต่างกันขนาดไหน

 



ด้านซ้ายมือ เป็นรูปที่ไม่ได้ทำอะไรกับหน้าเลย หน้าเปล่าๆ
รูปกลาง เราเสร็จขั้นตอนการลงรองพื้นและแป้งฝุ่นแล้วค่ะ
รูปขวามือ เสร็จสิ้นการคัดโครงหน้าด้วยการลงไฮไลท์และเฉดดิ้งแบบฝุ่นค่ะ

 



Step 05 Shape your Eyebrows เขียนคิ้วให้ได้รูป

เพื่อโครงหน้าที่ดูมีสมดุลมากขึ้น

Items ที่ใช้  Fasio //eyebrow mascara waterproof #322 Golden Brown (321 Light Brown)

Kate //Designing Eyebrow N (EX-5)

red earth //ABSOLUTE BROWS Brow Perfecting Kit #BLONDE

Trick: - สีของคิ้วควรใกล้เคียงกับสีผมค่ะ

05-01 Eyebrow Mascara: ใช้ Fasio eyebrow mascara สี Golden Brown
ซึ่งใกล้เคียงกับสีผมของปุ้ย ณ ตอนนี้ (สำหรับใครที่ผมสีเข้ม แนะนำให้ใช้สี Light Brown ค่ะ)
ปัดเพื่อเติมช่องว่างระหว่างขนคิ้วและกลบสีขนที่ดูเข้มให้เบาลง ใบหน้าจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

05-02 Eyebrow Powder: ใช้แปรงหัวตัดแตะสีเข้มของ Kate ลงที่แล้ววาดหางคิ้ว
ตั้งแต่รอยหยักของคิ้วลงมา และสะบัดปลายให้เรียวงาม
และสีกลางวาดตัวคิ้ว
มาต่อกับสีเข้มที่หางคิ้ว
ส่วนหัวคิ้วปุ้ยใช้
red earth สีอ่อนสุด มันจะออกน้ำตาลทองอ่อนๆ ใช้แปรงหัวใหญ่ขึ้นเติมหัวคิ้วให้เต็ม ค่ะ
ถ้าใครผมสีเข้มให้ใช้สีอ่อนสุดของ
Kate ได้เลย พอดีๆ


 

Trick: -  การเขียนคิ้วก็ช่วยปรับโครงหน้าได้ แต่ว่า ยังไงก็เน้นแบบกลางๆ ไว้ค่ะ
พยายามดูพวกนิตยสารที่มีโฆษณาเครื่องสำอางยี่ห้อต่างๆ
คิ้วส่วนใหญ่จะมีมาตรฐานแบบนั้น ดูๆ ไว้เยอะๆ แล้วซึมซับๆ เดี๋ยวจะจำรูปร่างได้และเขียนได้เอง

 

ขั้นตอนของดวงตา ไม่ลงรายละเอียดมากแล้วกัน เอาสบายๆ มี Trick ให้อ่านเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ

Step 06 Delight your Eyes ดวงตาที่เปี่ยมล้นด้วยความยินดี

การแต่งตาในงานรับปริญญาควรเลือกที่ใช้สีที่สุภาพ เช่น สีชมพู น้ำตาล ทอง
ส่วนสีเข้มๆ เน้นบริเวณหางตาและใกล้ขอบตาค่ะ ช่วยให้ตาดูโตขึ้น

แต่ถ้าอยากมีลูกเล่น ให้ใช้การเพิ่มประกายวิ้งๆ ให้ดวงตาแทนการเล่นสีค่ะ

Items ที่ใช้

Botanics //Stick Concealed

Kate //Glam Trick eyeshadow palette #BR-1

Kate //Dual Carat #BR-1

Make up Store //Microshadow # powdery nut

Felicite MMU //Mineral Eye Color #Champagne

RMK //Shiny Metallic Gold

Majolica Majorca //Neo Automatic Eyeliner #BR622

Majolica Majorca //Mascara Lash Expander Frame Plus

Maquillage //Eyelash Curler

Make up Store //EYELASH APPLICATOR

Mei Linda //Fashion Lashes #BK-311

06-1 Eye Base: ใช้ของอะไรก็ได้ ลงไว้เพื่อให้อายชาโดวติดดีขึ้นค่ะ สีชัดขึ้น
และสำหรับคนที่ตาคล้ำมากๆ ช่วยอำพรางให้ดูคล้ำน้อยลงได้ค่ะ
จะใช้เป็นคอนซีลเลอร์เนื้อเบาๆ ก็ได้ นะคะ (ปุ้ยใช้
Botanics Stick Concealed) ทาให้ทั่วๆ เปลือกตาเลยค่ะ

06-2 Eye Hilight: ลงให้ทั่วเปลือกตาบนและล่าง และเลยมาถึงโหนกคิ้วด้วยค่ะ
เพื่อเป็นเบสและไฮไลท์ให้ดวงตา ทาเป็นพื้นไว้ค่ะ

06-3 Champagne: เลือกสีกลางมา 1 สี
(ปุ้ยใช้สี
Champagne MMU ของ FeliciteClub เป็นเคล็ดนิดหน่อย
การรับปริญญาเหมือนกันฉลองความสำเร็จของเรา ชนแชมเปญกันหน่อยค่ะ)
ทาสีกลางไล่ตั้งแต่ขอบตามาจนถึง 70%ของเปลือกตา หรือเลยรอยพับตามานิดนึงค่ะ


06-4
Eye Boundary: สร้างกรอบตาให้ดูโตขึ้น
โดยใช้แปรงหัวตัด แบบนุ่มๆ แตะสีเข้มขึ้นมาอีกหน่อย


ลากจากหางตาด้านล่างเข้ามาจนถึงกึ่งกลางตาดำ ค่ะ
และ ด้านบนก็เช่นกันค่ะ ลากจากหางตามาจนถึงกึ่งกลางตาดำด้วย
วิธีนี้เป็นการสร้างกรอบตา ใหม่ให้เรา จะเห็นว่าตาเริ่มดูโตขึ้น
อยากดูโตแค่ไหน ก็ลากเส้นให้ยาวไปเท่านั้นอะค่ะ แต่อย่างไรก็อย่ายาวเกินหางคิ้วนะคะ

06-5 Shadow my eye: ใช้แปรงหัวฟุ้งๆ แตะสีเข้มสีเดิม มาคัดเป้าตาค่ะ
โดยเริ่มจากหางตาขึ้นไปเป็นแนวหลังเต่า (คือโค้งเหมือนกระดองเต่า อะค่ะ)
โดยสโตกแปรงไปมาซ้ายขวา ทีละนิดๆ จากหางตาไปยังหัวตา
ถ้าใครยังไม่เซียน สีอาจจะไม่กลืน เห็นรอยต่อชัดเจน ให้ให้นิ้วของเราเนี่ยแหละค่ะ
เช็ดๆ สีบริเวณขอบๆ ออก สีจะกลืนกันไปเอง (ลองดูค่ะ)

06-6 Light up my eye: ทีนี้ใช้สีอ่อนๆ อีกครั้ง มาไฮไลท์ตรงกลางตา ทำให้ตาดูบริ๊งขึ้น
เวลากระพริบตา จะเห็นว่าตาบริ๊งขึ้นอะค่ะ (ปุ้ยเลือกใช้
MUS สี powdery nut)

06-7 Deeping line: เลือกสีดำหรือสีเข้มมากๆ มาลากเส้นให้ขอบตา
ทำให้ตาดูมีมิติขึ้นและดูคมขึ้นด้วยค่ะ (ปุ้ยใช้สีเทาเข้มจากพาเล็ตของ
Kate)
ใช้แปรงหัวตัดเหมือนเดิม แปรงหัวตัดจะช่วยให้ลาดเส้นได้แม่นยำและคมค่ะ

06-8 Glitter my eye: เพิ่มลูกเล่นให้ดูสดใส ด้วยการลงกลิตเตอร์ นิดหน่อยค่ะ
จะทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์ขึ้น และไม่เรียบจนเกินไป ให้ดูสดใสเหมาะกับวัยรุ่น
(ปุ้ยใช้
RMK รุ่นวิ้งๆๆๆๆๆๆ สีทองค่ะ)
โดยทาบริเวณหัวตาทั้งด้านบนละล่าง
ถ้าใครอยาก วิ้งมากๆ ก็ทาเลยมาที่กลางตาด้านบน จากขอบตาจนถึงรอยพับตา
และด้านล่าง ทางได้แนวยางจนถึงกลางตาดำเลยค่ะ
แต่หากมหาวิทยาลัยไหน ห้ามก็อย่าทำนะคะ
;P เปลี่ยนไปใช้อายขาโดวสีขาวหรือสีมุขๆ แทนค่ะ

06-9 Golden Brown Liner: ปุ้ยใช้สีน้ำตาล เพราะว่า สีผมสีอ่อนนะคะ จะได้กลมกลืนกับหน้าและไม่ดูโดดจนเกินไป
แต่หาใครผมสีเข็มจะใช้สี ดำก็ได้ค่ะ
(ปุ้ยใช้
Majolica แบบพู่กัน ง่ายเขียนลื่น)

สำหรับการเขียนไลน์เนอร์ให้ง่าย คือ ลากหางก่อน โดยจรดปลายพู่กันที่หางตา แล้วลากหางต่อยาวออกไป
โดยองศาเดียวกับหางตาล่างอะค่ะ เหมือนลากเส้นต่อออกไปจาหางตาล่าง
ความยาวประมาณ 0.5-1 ซม ดูกำลังดีไม่มากไป

จากนั้นค่อยลากเติมไลน์เนอร์ให้เต็มจากหัวตาไปยังหางตาค่ะ
ส่วนด้านล่าง ให้ลากด้านในตรงเอ็นตา ช่วงหัวตาถึงกลางตาดำและค่อยมาหนาเอาตรงหางตา
จะช่วยให้ตาดูโตขึ้น แต่ยังรักษาความสุภาพได้อยู่ค่ะ

 

06-10  Eyelash: ขั้นตอนนี้ดัดขนตาปัดมาสคาร่า ตามอัธยาศัย กันไปก่อน
ไม่ต้องเน้นให้งอนยาวมาก แค่ของให้ดัด ให้ปัดเป็นใช้ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวจะติดขนตาปลอมกันนะคะ
แต่อย่าลักไก่ ไม่ดัดไม่ปัดนะคะ เดี๋ยวมันจะเห็นจนตาสองขั้น น่าอับอายมากนะคะ

 

06-11 Artificial Eyelash การติดขนตาปลอม เป็นสิ่งสำคัญยิ่งค่ะ

เพราะว่า ถ้าไม่ติด เราจะไม่เห็นขนตาของเราในรูปถ่ายเลย
 

การเลือกขนตาปลอม ควรเลือกแบบที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด และให้ยาวกว่าขนตาจริงของเราซัก 1.5 เท่าค่ะ
อย่าเลือกแบบที่แฟนซีมากไปนัก การแต่งหน้ารับปริญญาต้องท่องไว้ตลอดว่า สุภาพๆๆๆ
ในการทำฮาวทูครั้งนี้ปุ้ยเลือก Mei Linda //Fashion Lashes #BK-311
ซึ่งดูธรรมชาติมาก ติดออกมาแล้วแทบไม่เห็น (คราวหน้าจะมาขอรีวิว ขนตาปลอม เป็นการไถ่โทษ นะคะ)



 

ไม่นานมานี้ปุ้ยเพิ่งค้นพบ อุปกรณ์ที่ช่วยให้เราติดขนตาเองได้ดีและเร็วขึ้นค่ะ
มันก็คือ
EYELASH APPLICATOR ของ Make up Store นั่นเอง

 

ปกติแล้ว ปัญหาหลักๆ ที่พบ จากการติดขนตาปลอมเอง นั้นก็คือ
ขนตาจะไม่ชิดกับขอบขนตาจริง และมันจะไปติดกับขนตาจริงของเราบ้าง
ติดกับเปลือกตาบ้าง อะไรบ้าง
แล้วมือเราก็ไม่นิ่งบ้าง กลัวติดบังบ้าง ก็ไปกันใหญ่
ติดทีเป็นชม. นานกว่าแต่งหน้า อีก
ไอ้เจ้าเครื่องช่วยติดขนตานี้ จะช่วยให้เราจับขนตาได้มั่นคง
และสามารถดัดโคนขนตาปลอมไปติดกับโคนขนตาจริง เราได้สบายๆ เลยค่ะ

How to: เอาขนตาออกมาจากกล่อง แล้วเอามือข้างไม่ถนัดจับขนตาไว้
มือข้างถนัดจับเครื่องช่วยติด แล้วหนีบขาตาเอาไว้
เว้นระยะจากโคนขนตามาประมาณครึ่งของขนตา
แล้วเอากาวมาทาตรงโคน ขนตาปลอม แล้วก็รอจนกาวเกือบแห้ง
นำไปติดโดยให้ชิดกับโคนขนตาจริงของเรา
ก่อนติดให้เล็ง ตำแหน่งก่อน แล้วใช้วิธีดันขนตาจริงลงนิดนึง
แล้วเอาขนตาปลอมติดลงไปตรงกลาง
ก่อนปล่อยที่หนีบออก แล้วจับหัวขนตาให้แนบกับหัวตา
และจับปลายขนตาให้แนบกับหางตาโดยตวัดปลายขนตาขึ้นเล็กน้อย
จากนั้น จัดตำแหน่งกับองศาของขนตาปลอม
แล้วดันให้ขนตานิดแนบกับตาเร็ว จนกว่ากาวจะแห้งค่ะ
เมื่อกาวแห้งแล้ว ถ้ายังมีสีขาวๆ โผล่มา
ก็ใช้อายไลน์เนอร์เขียนทับลงไปที่โคนขนตา ค่ะ
ถ้าใครอยากให้ขนตาดู เนียนไปกับขนตาจริง
ก็ปัดมาสคาร่าทับไปนิดนึงก็ได้ ค่ะ

เสร็จสิ้น เราได้ขนตางอนเด้ง ปริ๊งๆ


 

 

Step 07: Proudly Smiles รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

สำหรับงานรับปริญญา ควรใช้ลิปสติกโทนสีสุภาพ อย่าง สีชมพูอ่อนๆ ชมพูอมส้ม หรือสีส้มออกนู๊ดๆ ก็ได้
แล้วตามด้วยกลอสเพื่อให้ปากดูสวยน่ารัก สุภาพแต่สมวัย แค่นี้เองค่ะ

(ปุ้ยใช้ SUQQU Creamy Lip Stick เบอร์ 20 ค่ะ)


Items:

Tony Moly //  Sunrise Dual Lip liner [01], SUQQU //Creamy Lip Stick [20], CLINIQUE //Glosswear for Lips [Glamour full]


Trick: -  การทาลิปสิกให้อยู่ทนนาน
ถ้าต้องการให้ติดทนนาน ใช้สินสอเขียนขอบปากเขียนทับไปทั้งปากเลย แล้วค่อยตามด้วยลิปสีค่ะ
จากนั้นให้ทิชชู่เม้มปาก แล้วใช้พัฟแตะแป้งฝุ่นตบๆ ไปเล็กน้อย แล้วทาลิปสีๆ อีกรอบ
จากนั้นจบท้ายด้วยกลอสค่ะ ก็สามารถยิ้มสวยๆ ตลอดงาน เช้ายันเย็นแล้วค่าาา

 

 

และก็เสร็จสิ้นการแต่งหน้ารับปริญญาค่ะ

จบท้ายด้วยการเปรียบเทียบ Snapshot ระหว่างขั้นตอน มาดูถึงความเปลี่ยนแปลงกันค่ะ

 

รูปแรกสุด หน้าเปล่าๆ ไม่ได้ทำอะไร
รูปที่ 2 เสร็จสิ้นการลงรองพื้นและไฮไลท์เฉดดิ้งแล้วค่ะ
รูปที่ 3 เสร็จสิ้นการแต่งหน้าทั้งหมด (คิ้ว ตา แก้ม และปาก)

รูปสุดท้าย เปลี่ยนชุดและทำผมแล้วค่ะ

  การแต่งหน้าในวันรับปริญญาอาจจะมีขั้นตอนที่มากและยุ่ง ยากซักหน่อย
แต่รับรองว่า เทคนิคทั้งหมดนี้จะช่วยน้องๆ จะสวยอย่างสุภาพ ภาคภูมิใจกับปริญญาของเรา
และสนุกกับการถ่ายรูปได้ตลอดทั้งวันค่ะ
สุดท้ายอยากจะ ฝากน้องๆ ไว้ว่า
ใบปริญญาเป็นเพียงแค่ใบประกาสที่เอาไว้แสดงว่าเราจบการศึกษา แล้ว

แต่นับจากนี้ น้องๆ คือ บัณฑิตผู้มีเกียรติภูมิของสถาบันการศึกษาตามหลังชื่อเราตลอดไป
และอย่าลืมนำวิชาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม
เพื่อตอบแทนคุณของแหล่งการศึกษาที่เราได้เล่าเรียนมานะคะ 

และเทคนิคการ Touchup ระหว่างวัน
รบกวนไปตามอ่านได้ที่นี่
นะคะ ⟶ คลิ๊ก คลิ๊ก คลิ๊ก

และสุดท้าย ขอบขอบคุณช่างภาพ
น้องณิชและน้องเป๋า ที่มาช่วยถ่ายภาพและให้กำลังใจในการแต่งหน้า และเขียนฮาวทูครั้งนี้ค่ะ

ขออภัยที่ลงให้ช้า รอนานๆ จะได้ตื่นเต้นๆ ไง ^ ^

 

Commencement Makeup © 2009 PuY is me

Facial Snapshot by >Kapao --- kapaos.multiply.com  งานนี้ต้องขอบคุณน้องเป๋ามาช่วยถ้ารูปขั้นตอนของใบหน้าค่ะ ถ่ายแบบชิวๆ แต่ว่าออกมาสวย ^ ^
Props Snapshot by [Nichieme] ---nichieme.multiply.com และขอบคุณน้องณิชที่ช่วยสร้างสรรค์เครื่องสำอางของพี่ใหู้ดูดีขึ้น เยอะ
Model and Makeup Artist: "PuY~ is me" --- puyisme.multiply.com




Create Date : 05 ธันวาคม 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:53:42 น.
Counter : 6151 Pageviews.

10 comment
[Get the look] Ecstatic Graduate (แต่งหน้ารับปริญญา)

ใกล้ วันรับปริญญา เข้ามาทุกที น้องๆ หลายคน ตื่นเต้นและเตรียมงานกันข้ามปีกันเลย
ส่วนเรื่องท็อปฮิต อย่างเรื่องการแต่งหน้า ก็เป็นเรื่องที่น้องๆ กังวลและมาขอคำแนะนำกันมากมายเลย
วันนี้พี่ปุ้ย ขอมาเผยเคล็ดลับทั้งหมดที่มี ให้กับบัณฑิตรุ่นน้องทุกคน
เพื่อจะได้เป็นบัณฑิตสาวยุคทันสมัย
ในงานรับปริญญาอันน่าภูมิใจและเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ค่ะ
 
หลักสำคัญของการแต่งหน้างานรับปริญญา มี 3 ข้อที่ต้องคำนึง นั่นก็คือ

1. Learned Polite การใช้โทนสีสุภาพและเป็นธรรมชาติ
2. Look Photogenic การแต่งหน้าให้ถ่ายรูปออกมาสวย
3. Long Lasting การแต่งหน้าให้อยู่ทนนาน

 
 

เทคนิคการแต่งหน้างานรับปริญญา ที่ขาดไมไ่ด้เลย ก็คือ

ผิวหน้า (Face) ~
1. การใช้เบสเมกอัพ สำหรับคนที่หน้าค่อนข้างมัน
อย่าลืมลงเบสควบคุมความมัน
และที่สำคัญที่สุดลงครีมกันแดดด้วยนะคะ
2. รองพื้นให้เรียบเนียน ควรใช้รองพื้นแบบน้ำหรือครีม
เพื่อคงคงทนตลอดทั้งวันค่ะ
ควรหลีกเลี่ยงการใช้รองพื้น แบบแป้งผสมรองพื้นนะคะ
เพราะว่าติดไม่ทนและโดนเหงื่อแล้วอาจจะเป็นคราบ
3. ไฮไลท ์ เฉดดิ้งลงน้ำหนักให้ชัดเจนมากกว่าการแต่งหน้าปกติ
การลงสีที่จัดกว่าความจริงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวัน นี้
เพราะเมื่ออยู่กลางแดดและถ่ายรูปแล้ว
สีในรูปจะดรอปลงอีก 20-30 % เลย

ดวงตา (Eyes) ~ สีหลักๆ ที่ใช้ในการแต่งตา
ควรเป็นสีที่สุภาพ เช่น สีชมพู น้ำตาล ทอง
ส่วนสีเข้มๆ เน้นบริเวณหางตาและใกล้ขอบตาค่ะ
ช่วยให้ตาดูโตขึ้น
ส่วนน้องๆ ที่ไม่เคยแต่งหน้า งานนี้ต้องแต่งให้เข้มนิดนึงค่ะ
เพราะว่าทุกคนแต่งหมด ไม่ต้องกลัวว่าเราจะดูแต่งหน้าจัด
เพราะว่าทุกคนแต่งจัดทั้งนั้นค่ะ เพราะถ้าเราแต่งแนวธรรมชาติ
เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ แล้วเราจะดูดรอปลงไปทันที

แก้ม (Cheeks) ~ แก้มใช้โทนสีธรรมชาติ
เช่น ชมพูอมส้ม ส้ม หรือน้ำตาลค่ะ เพื่อให้ดูสุภาพ
ปัดเป็นวงรีเฉียงขึ้นไปทางโหนกแก้มค่ะ

เรียวปาก (Lips) ~ ลิปสติก ควรใช้โทนสุภาพ

ทรงผม (Hair) ~ ทรงผมเลือกทรงที่สุภาพและเข้ากับใบหน้าค่ะ


หวังว่า Get the look: Ecstatic Graduate นี้จะมีประโยชน์และสามารถเป็นแนวทางที่ดีในการแต่งหน้าในวันงานรับปริญญา สำหรับน้องๆ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้นะคะ
คราวหน้ามาพบกันใหม่ ค่ะ

 


สามารถอ่านไกด์สำหรับแนะนำการเตรียมตัว ในวันรับปริญญาได้ที่ Commencement Guideline

Facial Snapshot: Pasakorn Rangsityanont
Portrait: Thanyapong Hayanuwat and Phonlawat Sayasevee

Product List
Smashbox // Photo Finish Color Correcting Foundation Primer [Blend]
MAC // Prep and Prime Skin Base Visage
KATE // Lasting High Coverage Liquid Foundation [OC-C]
Revlon // ColorStay Makeup with FoftFlex Combination/Oily Skin [20 Mocha]
RMK // Super Basic Concealer [Refilled 01]
red earth // Secret Potion Illuminating Skin Fluid [03 Magician]
LA MER // The Powder [Translucent]
MAYBELLINE // mineral foundation powder spf 25 pa++ [NOO Very Light Ochre]
NARS // SINGLE EYESHADOW OMBRE ESSENTIELLE // [EDIE 2020]
MAC // Mineralize Blush [The Soft Meow] edited edition
MAC // Mineralize Blush [[Dainty]]
FASIO // Eyebrow Mascara Waterproof [321 Light Brown]
KATE // Lasting Eyebrow W [BR-3 Dark Brown]
Botanics // Stick Concealed
Felicite Club MMU // Mineral Eye Color #Champagne
FASIO // Eye color [BR-1]
RMK // Shiny Metallic Gold
Majolica Majorca // Neo Automatic Eyeliner #BR622
Majolica Majorca // Mascara Lash Expander Frame Plus
Maquillage // Eyelash Curler
Make up Store // EYELASH APPLICATOR
PRECIOSA // Eyelashes [8]

Tony Moly // Sunrise Dual Lip liner [01]
SUQQU // Creamy Lip Stick [20]
CLINIQUE // Glosswear for Lips [Glamour full]

 





ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่เป็นกำลังใจในการเขียนบล็อกให้กับพี่ปุ้ยนะคะ
สัญญาว่าจะ ผลิตงานดีๆ มาให้ดูกันเรื่อยๆ ค่ะ




Create Date : 02 ธันวาคม 2553
Last Update : 3 มกราคม 2564 21:41:12 น.
Counter : 6644 Pageviews.

8 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

PuY~isme
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 114 คน [?]



ปุ้ยเชื่อว่า มนต์วิเศษที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนสวยได้ คือ ความสุขที่มาจากหัวใจค่ะ ^ ^ สวย สร้างสรรค์ และแบ่งปัน http://www.puyisme.com
All Blog