เผยเคล็ดลับ ผิวสวย เนียนใส ไร้ริ้วรอย จากอาหารที่เรารับประทานค่ะ

สวัสดีค่ะ
บล็อกนี้มาแปลกซะหน่อย แต่ก็ยังคงอยู่ในเรื่องราวของความสวยความงามอย่างเช่นเคย
ไอเท็ม ที่ปุ้ยจะนำมาแชร์ในวันนี้ เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เราดูสวยขึ้น ในอีกทิศทางนึง นอกเหนือจากเมกอัพ
หรือการดูแลตัวเองจากภายนอก นั่นก็คือ การดูแลความสวยของเราจากภายในร่างกาย ส่งผลให้เราดูสวย แลดูสุขภาพดีอย่างแท้จริง ค่ะ

คำถามที่ปุ้ยถูกถามบ่อยมากๆ จากหลายต่อหลายคน ก็คือ ปุ้ยทำอะไร ถึงผิวสวย หน้าเนียน และดูอ่อนวัยกว่าคนในวัยเดียวกัน
(เผื่อหลายคนที่ยังไม่ทราบ ปี 2555 นี้ ปุ้ยอายุครบ 30 พอดีค่ะ)
แต่จะเชื่อมั้ยว่า ปุ้ยไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือไป จาก

ดูแลผิวด้วยการล้างหน้าให้สะอาดมากๆ และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
บริโภคแต่อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะผักและผลไม้ 

〮ดื่มน้ำเยอะๆ ไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ลิตร
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างต่ำวันละ 6-8 ชม.

มั่นใจว่าหลายคนตรงนี้ ไม่เชื่อว่าปุ้ยทำแค่นี้ ... เชื่อเถอะค่ะ
ปุ้ยคิดว่า ปุ้ยเป็นคนโชคดีที่ทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะว่าคุณแม่ปลูกฝังความคิดเรื่องสุขภาพมาตั้งแต่จำความได้ ปุ้ยเป็นเด็กที่ชอบกินผักมาก แตงไทย แตงกว่า ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโย โห่ฮิ้ว~~
ฮ่าๆๆ ประมาณนั้นแหละ ของโปรดของปุ้ยทั้งนั้น เลย
เมื่อก่อนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร รู้แต่ว่ามันมีประโยชน์ แม่สอนไว้
แต่ทุกวันนี้ ด้วยการที่อายุมากขึ้น ปีนี้เข้าสู่วันเลข 3 อย่างเต็มตัว
ปุ้ยจึงเริ่มมาศึกษาศาสตร์ที่เรียกว่า เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-Aging) มากขึ้น

เพราะแม้ว่า จะเป็นคนโชคดีที่มียีนส์ความแก่ช้ามาจากคุณแม่ และมีวินัยในการดูแลสุขภาพ
แต่ว่าเราปฏิเสธไมไ่ด้ว่า เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการทำงานต่างๆ ในร่างกายของเราก็ย่อมเสื่อมประสิทธิภาพไปตามวัย
ดังนั้นปุ้ยก็เลยเริ่มจริงจังการการดูแลสุขภาพมากขึ้น แม้ความแก่ และริ้วรอย จะเป็นสิ่งที่เราหลีกหนีไม่ได้
แต่เชื่อเถอะว่า ผู้หญิงทุกคนหาวิธีที่จะพบกับมันให้ช้าที่สุดค่ะ

ปุ้ยขอบอกเลยนะว่า อย่าชะล่าใจ เราควรดูแลความเยาว์วัยของตัวเอง ในวันที่เรายังมีโอกาสที่จะทำได้
เพราะถ้าเรารอให้ถึงวันที่มีตีนกา หรือรอยย่นปรากฏขึ้นบนหน้าแล้ว วันนั้น มันก็สายเกินไปแล้วค่ะ

ผู้หญิงทุกคนต้องการมีผิวพรรณที่สดใส เปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอย กันทั้งนั้น แต่เป็นเรื่องยาก
เพราะผิวต้องสัมผัสกับแสงแดด ฝุ่น ควันพิษ ต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน
อันเป็นสาเหตุให้ผิวเสื่อมสภาพ แห้งเหี่ยว หยาบกระด้าง และเกิดริ้วรอย ก่อนวัยและเวลาอันควร อีกทั้งมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นด้วย
วันนี้ปุ้ยจะตอบคำถาม ให้หลายๆ คนว่า ทำอย่างไรจึงจะสวยจากภายใน ผิวสวย แลดูสุขภาพดี เปล่งปลั่งและอ่อนวัย ได้แบบปุ้ย
ปุ้ยเข้าใจว่า หลายคนไม่ได้โชคดีแบบปุ้ย ที่มีผิวสวย ไม่มีสิว ไม่มีริ้วรอย ไม่โน่นไม่นี่ แล้วจะให้ทำแค่เท่าที่ปุ้ยทำ แล้วจะสวยได้ ไม่มีทาง
โอเค ปุ้ยเข้าใจค่ะ วันนี้ ปุ้ยหาคำตอบให้ทุกคนได้แล้วว่า ต้องทำอย่างไร



กุญแจ ขอความสวยงามและความเยาว์วัยของผิวที่สุขภาพดี คือคำนี้ค่ะ สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ แอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant)
ลองสังเกตง่ายๆ สิ่งที่ปุ้ยทำมาตลอดชีวิต ล้วนเป็นสิ่งที่เพิ่มและส่งเสริมการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ
ทั้งการบริโภคอาหาร ดื่มน้ำ ออกกำลังกายและพักผ่อน
ถ้าเราไม่ได้ทำแบบนี้ตั้งแต่เด็ก เราจึงจำเป็นต้องส่งสร้างสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีอื่น นั่นเองค่ะ
และวิธีที่ดีที่สุดในระยะยาว ก็คือ การบริโภคด้วยการรับประทานสารต้านอนุุลอิสระเสริมเข้าสู่ร่างกาย อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง หลังจากวันนี้เป็นต้นไปค่ะ

ส่วนการบริโภคยังไง ถึงได้ผลดี ได้ปริมาณที่เพียงพอ แล้วตัวไหนบ้างที่เราควรบริโภคหละ

ถ้าจะให้แนะนำเลือกบริโภค ปุ้ยแนะนำให้เลือก ซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ (Super Antioxidant)
ซึ่งก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิผลออกฤทธิ์ที่แรงมากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระทั่วไปหลายเท่ามาก
จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น สารต้านอนุมูลอิสระยิ่งยวด หรือ ซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ค่ะ
ตัวท็อปฮิตติดอันดับ 3 ตัว ก็คือ

- สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soy Extract)
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape-Seed Extract)
- สารสกัดจากมะเขือเทศ (Tomato Extract)

นานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?
สำหรับเรื่องผิว ก็จะประมาณ 4 สัปดาห์ค่ะ เพราะว่า ไลฟ์ไซเคิลของผิวเราจะเฉลี่ยอยู่ที่ 4 สัปดาห์
ก็จะเริ่มค่อยๆ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ผิวก็จะสว่างขึ้น สุขภาพดีขึ้น
ส่วนการปรับสมดุลฮอร์โมนและการป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ  อย่างเรื่องสิว ปัญหาผมร่วง และอาการวัยทอง
ปุ้ยแนะนำว่าบริโภคต่อเนื่องอย่างต่ำ 3 เดือนขึ้นไป ระบบต่างๆ ในร่างกายก็จะเริ่มเข้าสู่สมดุล ซึ่งหลังจากนั้นเราก็อาจจะเมนเทน ต่อไปเรื่อยๆ
อันที่จริงแล้ว อาหารเสริมแอนติออกซิแดนท์ ไม่ใช่ยารักษาโรค เป็นเพียงตัวที่จะส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายและปรับสมดุลเรื่องสุขภาพของเราให้ดีขึ้น
และจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ หากบริโภคต่อเนื่องในระยะยาว ปุ้ยอยากให้กินไปเรื่อยๆ ก็ถ้ามันกินแล้วดี กินแล้วสวย ทำไมเราถึงจะหยุดกินมันหละคะ จริงมั้ย

ปุ้ยจะเล่าให้ฟังต่อไปว่า สารซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ แต่ละตัวคืออะไร และมีประสิทธิภาพดีต่อสุขภาพและความสวยความงามของเรายังไง บ้าง

photo
สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soy Extract)
ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เป็นสุดยอดอาหารเสริมสำหรับสตรี
เพราะสารสกัดจากถั่วเหลือง จะมีสารชื่อ "ISOFLAVONES" ซึ่งเป็นสาร ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (PHYTOESTROGEN) แต่ฮอร์โมนที่มีฤทธิ์ต่ำมาก ไม่มีผลข้างเคียงอื่นๆ เหมือน เช่น ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทน จากการทดลองพบว่ามีฤทธิ์ต่ำกว่าฮอร์โมน ESTRADIOL ในยาคุมกำเนิดถึง 1,000 เท่า

การออกฤทธิ์ของ PHYTOESTROGEN จับเข้ากับ Recepter ของเซลล์เช่นเดียวกับ Estrogen ของร่างกาย ดังนั้นจึงเหมาะกับสตรีที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนทั้งมากและน้อยได้ดีทั้งสองแบบ คือ มีฤทธิ์เป็น Estrogen และ Anti-Estrogen สามารถปรับสภาพฮอร์โมนสตรีให้มีความสมดุล ได้

ดังนั้นผลดีของการได้รับสาร ISOFLAVONES 
ในด้านความสวยความงาม ก็คือ
  • ช่วยชะลอวัย คืนความอ่อนเยาว์ เพราะ ISOFLAVONES เป็น
    สารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Super Antioxidant
  • ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของเพศหญิง ดังนั้นจึงช่วยลดผลข้างเคียง ต่างๆ
    ที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ตั้งแต่ ปัญหาสิวในวัยรุ่นที่เกิดจากฮอร์โมน (Hyperandrogenism) ปัญหาผมร่วงบางที่เกิดจากฮอร์โมน (Androgenetic Hair Loss) ปัญหาการลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรีวัยทอง (Menopause)
  • ช่วยฟื้นฟูความหย้อยคล้อยของผิว กระชับสรีระและเต้านม ด้วย
    เพราะว่า มีฮอร์โมนของเพศหญิงนั่นเอง

  • ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ริ้วรอยลดลง
    ผิวเต่งตึง และเรียบเนียนข้ึน (ผลการศึกษาทางคลินิกหลายงานวิจัย)

จากการศึกษาพบว่า เมื่อสกัดสารโปรตีนจากถั่วเหลืองออกมา ในปริมาณ 1 กรัม
จะมีสาร ISOFLAVONES 1-2 มิลลิกรัม ถ้าใช้ความร้อน หรือแอลกอฮอล์สกัด
สารตัวนี้ออกมาจะทำให้สาร ISOFLAVONES ในปริมาณไม่เท่ากันเพราะสาร PHYTOESTROGEN จะถูกแอลกอฮอล์ละลายออกมาหมด ทำให้ไม่มีฤทธิ์ในการศึกษา ดังนั้นเวลาเลือกซื้อนมผงจากถั่วเหลือง หรือแคปซูลถั่วเหลืองให้ดูปริมาณสาร ISOFLAVONES บนฉลากก่อนทุกครั้งไป ควรมีปริมาณ SOY ISOFLAVONES ประมาณ 1-2 มิลลิกรัม ต่อโปรตีนถั่วเหลือง (SOY PROTEIN) 1 กรัม



คำถามต่อมาก็คือ เราควรจะบริโภคถั่วเหลืองวันละเท่าไรจึงจะได้สาร ISOFLAVONES พอเหมาะและในวันหนึ่งๆ
เราควรได้รับ ISOFLAVONES เท่าไรจึงจะได้ผลลัพธ์ ตามที่กล่าวมาข้างต้น

มีการศึกษาพบว่า ปริมาณสาร ISOFLAVONES ที่เพียงพอ คือให้บริโภควันละ 50-150 มิลลิกรัม ขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
บางคนขาดฮอร์โมนมาก บางขาดฮอร์โมนน้อย ความต้องการของร่างกายจึงแตกต่างกันไป
และที่แน่ๆ ก็คือ ไม่ปรากฏอาการ เป็นพิษ
ถ้าบริโภค ISOFLAVONES ในปริมาณมากเท่าใดก็ตาม

นอกจากน้ี สารสกัดจากถั่วเหลือง ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของเพศหญิง ลดอาการวัยทอง ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดัน
ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคกระดูกพรุน อย่างมีนัยสำคัญด้วยค่ะ

ต่อมาก็คือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape-Seed Extract)
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารสกัดที่อุดมไปด้วยพฤกษเคมีจากธรรมชาติที่เรียกว่า โอลิโกเมอริกโปรแอนโทไซยานิดีน หรือโอพีซี (Oligomeric Proanthocyanidins หรือ OPC) มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระแรงที่สุด จนกระทั่งได้รับการขนามนามว่าเป็น Super Antioxidant สามารถจับกับอนุมูลอิสระได้ดี ต้านอนุมูลอิสระได้ทุกรูปแบบ และจำนวนมาก แล้วยังมีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซี 20เท่าและแรงกว่าวิตามินอี 50 เท่า

การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำจะทำให้ ได้ผลลัพธ์ที่ คือ 

  • คืนความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับผิวพรรณ เพราะ OPC ลดการทำงานของเอนไซม์ทีคอลลาจิเนส ที่เป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อคอลลาเจนถูกทำลายและทำให้ผิวพรรณแก่ก่อนวัย โดย OPC คงสภาพของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissue)
  • ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง เพราะ OPC สามารถช่วยปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยง ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น สัมผัสความแตกกต่างได้ภายใน 24 ชม.
  • ลดเลือนจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ ป้องกันฝ้า เพราะ OPC จะสามารถช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง

  • ผิวดูกระจ่างใส หรือเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอ เพราะ OPC จะยับยั้งการทำงานของเม็ดสีเมลานินที่เป็นสาเหตุสาคัญทำให้ผิวหมองคล้ำทั่ว เรือนร่าง
  • ลดอาการเส้นเลือดขอด เพราะ OPC ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจ บรรเทาอาการมือและเท้าชา รักษาเส้นเลือดขอด

  • ลดอาการภูมิแพ้ เพราะ OPC มีคุณสมบัติในการต้านสารฮีสตามีน จึงช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่แตกเปราะ เนื้อเยื่อแข็งแรง ปกป้อง Mast cell ไม่ให้ถูกโจมตี เมื่อไม่ถูกรบกวนก็ไม่หลั่ง Histamine มาก จึงไม่เกิดอาการภูมิแพ้
  • ลดอักเสบ (Anti-Inflammation) ต้านการอักเสบ เพราะ OPC จะยับยั้งการสังเคราะห์ และการปล่อยสารที่จะทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี จึงทุเลาอาการปวดอักเสบต่างๆ เช่น ปวดกล้ามเนื้อและเส้นใย (Fibromyalgia) ปวดข้อ (arthritis) และโรคผิวหนังพุพอง (Eczema) เป็นต้น
  • ลดอาการผมร่วง เพราะ OPC ช่วยหยุดการทำงานของฮอร์โมนลักษณะเพศชาย (Dihydrotestosterone – DHT) ซึ่งถ้า DHT มากไปจะไปยับยั้งการเกิดต่อมรูขมขนของเส้นผม จึงทำให้ขนหรือผมร่วง

นอกจากนี้ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันมะเร็ง ลดโคเลสเตอรอล และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย

photo


นางเอกคนสุดท้ายของเรา ก็คือ สารสกัดจากมะเขือเทศ (Tomato Extract)

photo
สารสำคัญที่พบได้ในผลมะเขือเทศ คือ ไลโคปีน (LYCOPENE) เป็นสารสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีฤทธิ์ที่ดีกว่าเบต้าแคโรทีน และแอลฟาโทโคฟีรอล ถึง 2 และ 10 เท่า ตามลำดับ
จัดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังที่สุด และ เป็นสารที่ละลายในน้ำมัน และจะถูกดูดซึมได้ดีในรูปของน้ำมัน ให้ประโยชน์สูงกับอวัยวะที่มีเซลล์ไขมันเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก เช่น ต่อมลูกหมาก และผิวหนัง นั่นเองค่ะ

ไลโคปีน เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนฮอตฮิตของกระแสผิวขาวใส อมชมพู ซึ่งผลลัพธ์ที่ดีสำหรับความสวยความงาม ก็คือ
  • ลดอัตตราการเกิดสิว เพราะ ไลโคปีนยังมีผลลดการทำงานของฮอร์โมน IGF-1
    ซึ่งกระตุ้นการเกิดสิว

  • ช่วยให้ผิวแข็งแรง ทนต่อการทำลายของแสงแดดได้มากขึ้น 3 เท่า
    จึงลดความรุนแรงของการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสง สามารถต่อต้านมะเร็งผิวหนัง และชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว

  • ช่วยให้ผิวดูสวยอมชมพูมีเลือดฝาด เพราะ รงควัตถุสีแดงในไลโค ปีน
    ทำให้ผิวของผู้รับประทานมีสีแดงอมส้ม แบบเดียวกับสีของมะเขือเทศ

  • บำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง ผิวมีสุขภาพดี ไม่ไวต่อแสง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเสริมให้ผิวขาว เพราะปกติเมื่อทานอาหารเสริมให้ผิวขาว ผิวก็จะไวต่อแสงมาก ผิวไหม้ และคล้ำแดดเร็วมาก

ร่างกายของคนเราควรได้รับปริมาณ ไลโคปีน อย่างน้อย 6.5 มิลลิกรัมต่อวัน
ซึ่งเทียบได้กับการทานมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบใน อาหาร 10 ครั้ง/สัปดาห์

ความสำคัญของไลโคปีน อีกประการหนึ่ง คือ
มีฤทธิ์ที่ดีมากในการช่วยยั้บยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน ชนิด Low density lipoprotein (LDL) จึงสามารถป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ลดอัตราเสี่ยง ของการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

นอกจากนั้นแล้ว ไลโคปีนเป็นสารประกอบที่ได้รับความ สนใจ
เนื่องจากมีรายงานว่ามีประโยชน์ต่อ สุขภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุด คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายได้ ถึง 21-35%
รองลงมา คือ มะเร็งปอด กระเพาะอาหาร

นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีนในการลด ความเสี่ยงของ มะเร็งตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก คอหอย ช่องปาก เต้านม ปาก เป็นต้น

หวังว่าการแบ่งปันไอเท็มความสวยความงามในบล็อก นี้
จะช่วยตอบคำถามในใจของหลายๆ คนได้นะคะ
และอย่าลืมดูแลสุขภาพความงามของเราอย่างสม่ำเสมอ ห้ามเว้นเลยแม้แต่วันเดียวนะคะ ขอให้สวยๆ กันทุกคนค่าาาา

เอกสารอ้างอิง
- Accorsi-Neto A, Haidar M, Simoes R, Simoes M, Soares-Jr J, Baracat E. Effects of isoflavones on the skin of postmenopausal women: a pilot study. Clinics 2009;64(6):505-10.
- Izumi T, Saito M, Obata A, Arii M, Yamaguchi H, Matsuyama A. Oral intake of soy isoflavone aglycone improves the aged skin of adult women. J Nutr Sci Vitaminol 2007;53(1):57-62.
- Zhan S, Ho SC. Meta-analysis of the effects of soy protein containing isoflavones on the lipid profile. Am J Clin Nutr 2005;81:397-408.
- Liu XX, Li SH, Chen JZ, Sun K, Wang XJ, Wang XG, Hui RT. Effect of soy isoflavones on blood pressure: A meta-analysis of randomized controlled trials. Nutrition, Metabolism & Cardiovascular Diseases 2010. In press.
- Dong J-Y, Qin L-Q. Soy isoflavones consumption and risk of breast cancer incidence or recurrence: a meta-analysis of prospective studies. Breast Cancer Res Treat 2011;25:315-23.
Brynin R. Soy and its isoflavones: a review of their effects on bone density. Altern Med Rev 2002;7(4):317-27.
- Yamakoshi J, Sano A, Tokutake S et al: Oral intake of proanthocyanidin-rich extract from grape seeds improves chloasma. Phytother Res 2004; 18(11):895-9.
- Ni Z, Mu Y, Gulati O. Treatment of melasma with Pycnogenol. Phytother Res 2002;16, 567-71. Tixier JM, Godeau G, Robert AM et al: Evidence by in vivo and in vitro studies that binding of pycnogenols to elastin affects its rate of degradation by elastases. Biochem Pharmacol 1984; 33(24):3933-9.
- Tixier JM, Godeau G, Robert AM et al: Evidence by in vivo and in vitro studies that binding of pycnogenols to elastin affects its rate of degradation by elastases. Biochem Pharmacol 1984; 33(24):3933-9.
- Yamakoshi J, Otsuka F, Sano A, Tokutake S, Saito M, Kikuchi M, et al. Lightening effect on ultraviolet-induced pigmentation of guinea pig skin by oral administration of a proanthocyanidin-rich extract from grape seeds. Pigment Cell Res 2003;16: 629-38.
- Solano F, Briganti S, Picardo M, Ghanem G. Hypopigmenting agents: an updated review on biological, chemical and clinical aspects. Pigment Cell Res 2006;19:550- 71.
- Feringa HHH, Laskey DA, Dickson JE, Coleman CI. The effect of grape seed extract on cardiovascular risk markers: a meta-analysis of randomized controlled trials. J Am Diet Assoc 2011;111:1173-81.
- Kar P, Laight D, Rooprai HK, Shaw KM, Cummings M. Effects of grape seed extract in Type 2 diabetic subjects at high cardiovascular risk: a double blind randomized placebo controlled trial examining metabolic markers, vascular tone, inflammation, oxidative stress and insulin sensitivity. Diabet Med 2009;26:526-31.
- Rizwan M, Rodriguez-Blanco I, Harbottle A, Birch-Machin MA, Watson RE, Rhodes LE. Tomato paste rich in lycopene protects against cutaneous photodamage in humans in vivo: a randomized controlled trial. Br J Dermatol 2011;164(1):154-62.
- Stahl W, Heinrich U, Aust O, Tronnier H, Sies H. Lycopene-rich products and dietary photoprotection. Photochem Photobiol Sci 2006;5(2):238-42.
- Darvin M, Patzelt A, Gehse S, Schanzer S, Benderoth C, Sterry W, et al. Cutaneous concentration of lycopene correlates significantly with the roughness of the skin. Eur J Pharm Biopharm 2008;69(3):943-7.
- Ried K, Fakler P. Protective effect of lycopene on serum cholesterol and blood pressure: Meta-analyses of intervention trials. Maturitas 2011;68(4):299-310.
- Mordente A, Guantario B, Meucci E, Silvestrini A, Lombardi E, Martorana GE, et al. Lycopene and cardiovascular diseases: an update. Curr Med Chem. 2011;18(8):1146- 63.



Create Date : 28 มีนาคม 2555
Last Update : 31 มีนาคม 2555 22:47:00 น.
Counter : 2051 Pageviews.

0 comment
S-Plus อาหารเสริม ผิวสวย เนียนใส ไร้ริ้วรอย สวยจากภายในสู่ภายนอก

สวัสดีค่ะ
บล็อกนี้มาแปลกซะหน่อย แต่ก็ยังคงอยู่ในเรื่องราวของความสวยความงามอย่างเช่นเคย
ไอเท็ม ที่ปุ้ยจะนำมาแชร์ในวันนี้ เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เราดูสวยขึ้น ในอีกทิศทางนึง นอกเหนือจากเมกอัพ
หรือการดูแลตัวเองจากภายนอก นั่นก็คือ การดูแลความสวยของเราจากภายในร่างกาย ส่งผลให้เราดูสวย แลดูสุขภาพดีอย่างแท้จริง ค่ะ

คำถามที่ปุ้ยถูกถามบ่อยมากๆ จากหลายต่อหลายคน ก็คือ ปุ้ยทำอะไร ถึงผิวสวย หน้าเนียน และดูอ่อนวัยกว่าคนในวัยเดียวกัน (เผื่อหลายคนที่ยังไม่ทราบ ปี 2555 นี้ ปุ้ยอายุครบ 30 พอดีค่ะ)
แต่จะเชื่อมั้ยว่า ปุ้ยไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือไป จาก

ดูแลผิวด้วยการล้างหน้าให้สะอาดมากๆ และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
บริโภคแต่อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะผักและผลไม้ 

〮ดื่มน้ำเยอะๆ ไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ลิตร
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างต่ำวันละ 6-8 ชม.

มั่นใจว่าหลายคนตรงนี้ ไม่เชื่อว่าปุ้ยทำแค่นี้ ... เชื่อเถอะค่ะ
ปุ้ยคิดว่า ปุ้ยเป็นคนโชคดีที่ทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะว่าคุณแม่ปลูกฝังความคิดเรื่องสุขภาพมาตั้งแต่จำความได้ ปุ้ยเป็นเด็กที่ชอบกินผักมาก แตงไทย แตงกว่า ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโย โห่ฮิ้ว~~
ฮ่าๆๆ ประมาณนั้นแหละ ของโปรดของปุ้ยทั้งนั้น เลย
เมื่อก่อนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร รู้แต่ว่ามันมีประโยชน์ แม่สอนไว้
แต่ทุกวันนี้ ด้วยการที่อายุมากขึ้น ปีนี้เข้าสู่วันเลข 3 อย่างเต็มตัว
ปุ้ยจึงเริ่มมาศึกษาศาสตร์ที่เรียกว่า เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-Aging) มากขึ้น

เพราะแม้ว่า จะเป็นคนโชคดีที่มียีนส์ความแก่ช้ามาจากคุณแม่ และมีวินัยในการดูแลสุขภาพ
แต่ว่าเราปฏิเสธไมไ่ด้ว่า เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการทำงานต่างๆ ในร่างกายของเราก็ย่อมเสื่อมประสิทธิภาพไปตามวัย
ดังนั้นปุ้ยก็เลยเริ่มจริงจังการการดูแลสุขภาพมากขึ้น แม้ความแก่ และริ้วรอย จะเป็นสิ่งที่เราหลีกหนีไม่ได้
แต่เชื่อเถอะว่า ผู้หญิงทุกคนหาวิธีที่จะพบกับมันให้ช้าที่สุดค่ะ

ปุ้ยขอบอกเลยนะว่า อย่าชะล่าใจ เราควรดูแลความเยาว์วัยของตัวเอง ในวันที่เรายังมีโอกาสที่จะทำได้
เพราะถ้าเรารอให้ถึงวันที่มีตีนกา หรือรอยย่นปรากฏขึ้นบนหน้าแล้ว วันนั้น มันก็สายเกินไปแล้วค่ะ

ผู้หญิงทุกคนต้องการมีผิวพรรณที่สดใส เปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอย กันทั้งนั้น แต่เป็นเรื่องยาก
เพราะผิวต้องสัมผัสกับแสงแดด ฝุ่น ควันพิษ ต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน
อันเป็นสาเหตุให้ผิวเสื่อมสภาพ แห้งเหี่ยว หยาบกระด้าง และเกิดริ้วรอย ก่อนวัยและเวลาอันควร อีกทั้งมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นด้วย
วันนี้ปุ้ยจะตอบคำถาม ให้หลายๆ คนว่า ทำอย่างไรจึงจะสวยจากภายใน ผิวสวย แลดูสุขภาพดี เปล่งปลั่งและอ่อนวัย ได้แบบปุ้ย
ปุ้ยเข้าใจว่า หลายคนไม่ได้โชคดีแบบปุ้ย ที่มีผิวสวย ไม่มีสิว ไม่มีริ้วรอย ไม่โน่นไม่นี่ แล้วจะให้ทำแค่เท่าที่ปุ้ยทำ แล้วจะสวยได้ ไม่มีทาง
โอเค ปุ้ยเข้าใจค่ะ วันนี้ ปุ้ยหาคำตอบให้ทุกคนได้แล้วว่า ต้องทำอย่างไร



กุญแจ ขอความสวยงามและความเยาว์วัยของผิวที่สุขภาพดี คือคำนี้ค่ะ สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ แอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant)
ลองสังเกตง่ายๆ สิ่งที่ปุ้ยทำมาตลอดชีวิต ล้วนเป็นสิ่งที่เพิ่มและส่งเสริมการสร้างสารต้านอนุมูล อิสระ
ทั้งการบริโภคอาหาร ดื่มน้ำ ออกกำลังกายและพักผ่อน
ถ้าเราไม่ได้ทำแบบนี้ตั้งแต่เด็ก เราจึงจำเป็นต้องส่งสร้างสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีอื่น นั่นเองค่ะ
และวิธีที่ดีที่สุดในระยะยาว ก็คือ การบริโภคด้วยการรับประทานสารต้านอนุุลอิสระเสริมเข้าสู่ร่างกาย อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง หลังจากวันนี้เป็นต้นไปค่ะ

ส่วนการบริโภคยังไง ถึงได้ผลดี ได้ปริมาณที่เพียงพอ แล้วตัวไหนบ้างที่เราควรบริโภคหละ
ปุ้ยศึกษาเรื่องนี้มาอยู่หลายเดือน ค่ะ
จนวันนึง เป็นความโชคดีอีกแล้วซิ ปุ้ยได้เจอกับเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอมานาน ตั้งแต่สมัยเรียนปะถม
อยู่ๆ
ก็ได้พบกับในวันงานแต่งงานของพี่สาวปุ้ยเอง คุยกันไปคุยกันมา ได้เรื่องว่า เพื่อนคนนี้กำลังเรียนหลักสูตร Anti-Aging อยู่พอดี
หลังจากนั้นก็ติดต่อกับเพื่อนคนนี้มาตลอด ปุ้ยได้รับความรู้ดีๆ จากเพื่อนรักคนนี้มากมาย จนปีนี้ ปุ้ยกำลังมองหาอาหารเสริมมาบริโภค
เพราะว่าคิดว่าถึงเวลาที่ปุ้ยจะหวังพึงบุญเก่าตั้งแต่เด็ก อีกต่อไปไม่ได้แล้ว ประจวบเหมาะกับช่วงที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกบริโภคของจ้าวไหน ดี
เพื่อนคนนี้ก็มาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ที่บริษัทเค้านำเข้าซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ มาจากฟินแลนด์ สูตรสุดยอดมาก
ปุ้ยก็เลยลองเอามารับประทานแล้วก็ศึกษาเพิ่มเติมถึงสรรพคุณของ ส่วนผสมค่ะ แล้วก็พบว่า

มันเวิร์คม๊ากกกกกกก ปุ้ยดีใจมากๆ ที่วันนี้ปุ้ยสามารถหาคำตอบให้กับทุกคนได้แล้ว ว่า
เจ้าตัวนี้แหละ ที่จะช่วยให้ทุกคน ดูสวย หน้าเด็ก ผิวดีได้จริงๆ ตื่นเต้นม๊ากกก

บล็อกปุ้ยเริ่มยาวมาก โดยที่ยังไม่ได้เริ่มเนื้อหาจริงจังเลย ขอโทษทีค่ะ
โอเค เข้าเรื่องเลย เจ้าตัวที่ว่านี่ มีชื่อว่า S-PLUS INNOVATIVE ANTI-AGING SUPPLEMENT
สารสกัดคุณภาพสูง (Pharmaceutical Grade หรือ Premium Grade) จากประเทศฟินแลนด์
โดยการรวมตัว 3 ซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ตัวท็อปฮิตมาไว้ในอาหารเสริมกระปุก เดียว
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัทวีแคร์พลัส (www.wecareplus.co.th)

หลายคนสงสัยว่า ซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ (Super Antioxidant) คืออะไร
มันก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิผลออกฤทธิ์ที่แรงมากกว่าสารต้านอนุมูลอิส สระทั่วไปหลายเท่ามาก
จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น สารต้านอนุมูลอิสระยิ่งยวด หรือ ซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ค่ะ



เอสพลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการชะลอวัย เผยผิวขาวกระจ่างใสไร้ริ้วรอย
(S-PLUS INNOVATIVE ANTI-AGING SUPPLEMENT) นี้ประกอบด้วย
- สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soy Extract) 100 mg
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape-Seed Extract) 60 mg
- สารสกัดจากมะเขือเทศ (Tomato Extract) 100 mg
ขนาดบรรจุ: 30 แคปซูล/ ขวด
วิธีรับประทาน: วันละ 1 เม็ด ก่อนนอน
ราคา: 2,500 บาท

จากการศึกษาเทียบปริมาณกับผลิตภัณฑ์ที่วางขายอยู่ในตลาดบ้านเรา ทั้งตามร้านขายยาและบนอินเตอร์เน็ตแล้ว ปุ้ยยังไม่พบว่าจะมีแบรนด์ใดที่รวมเอาซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ท็อปฮิต มารวมตัวกันมากถึง 3 ตัว ซึ่งโดยมากแล้วก็จะมีตัวชูโรงอยู่ตัวหนึ่งแล้วพวกวิตามินและแอนติออกซิแดนท์ ตัวเล็กๆ ตามลงไปด้วยเท่านั้น และก็ยังไม่พบว่ามีผลิตภัณฑ์ตัวอื่นใดที่จดทะเบียนอย. แล้ว และให้ปริมาณมิลลิกรัมมากมายเท่านี้ ซึ่งเป็นปริมาณที่มีหลักฐานงานวิจัยรับรองว่า เป็นปริมาณที่เพียงพอให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ต่อวัน ค่ะ

แล้วคำถามต่อมาก็คือ S-PLUS มันดียังไง เหมาะกับใครบ้าง
จริงๆ แล้วอาหารเสริมแอนติออกซิแดนท์เหมาะสำหรับทุกคน เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เน้นให้เห็นผลลัพธ์เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพและผิวสำหรับ คนต่อไปนี้ค่ะ
เป็นสิวจากฮอร์โมน ไม่หายซักที
มีรอยแผลจากการเป็นสิวอักเสบ
มีฝ้า กระ และจุดด่างดำ เต็มไปหมด
อยากผิวขาวใส อมชมพู
มีริ้วรอยขึ้นจางๆ และไม่อยากจะมีมากไปกว่า นี้
อยากดูหน้าเด็กกว่าวัยซัก 3 - 5 ปี
ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เพราะฮออร์โมนไม่สมดุล
มีอาการวัยทอง และไม่อยากเสี่ยงต้องการเป็นมะเร็งเพราะฮอร์โมน ทดแทน
มีปัญหาผมร่วง ผมบนศรีษะบางลงเรื่อยๆ
ต้องการดูแลสุขภาพและป้องกันโรงมะเร็ง หัวใจและหลอดเลือด

นานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?
สำหรับเรื่องผิว ก็จะประมาณ 4 สัปดาห์ค่ะ เพราะว่า ไลฟ์ไซเคิลของผิวเราจะเฉลี่ยอยู่ที่ 4 สัปดาห์
ก็จะเริ่มค่อยๆ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ผิวก็จะสว่างขึ้น สุขภาพดีขึ้น
ส่วนการปรับสมดุลฮอร์โมน อย่างเรื่องสิว ปัญหาผมร่วง และอาการวัยทอง
ปุ้ยแนะนำว่าบริโภคต่อเนื่องอย่างต่ำ 3 เดือนขึ้นไป ระบบต่างๆ ในร่างกายก็จะเริ่มเข้าสู่สมดุล
ซึ่งหลังจากนั้นเราก็อาจจะเมนเทน ต่อไปเรื่อยๆ
อันที่จริงแล้ว อาหารเสริมแอนติออกซิแดนท์ ไม่ใช่ยารักษาโรค เป็นเพียงตัวที่จะส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายและปรับสมดุลเรื่องสุขภาพของเราให้ดีขึ้น และจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ หากบริโภคต่อเนื่องในระยะยาว ปุ้ยอยากให้กินไปเรื่อยๆ ก็ถ้ามันกินแล้วดี กินแล้วสวย ทำไมเราถึงจะหยุดกินมันหละคะ จริงมั้ย

หาซื้อได้จากที่ไหน บ้าง?

โดยปกติแล้ว บริษัทวีแคร์พลัส จะจำหน่ายให้กับคลินิคชั้นนำ ซึ่งคลินิคจะนำไปรีแบนด์ใส่แพ็กเก็จของคลินิคเอง แต่เพื่อนปุ้ยเห็นว่ามันมีประโยชน์อยากจะนำมาจำหน่ายแบบปลีกด้วย แต่บริษัทไม่มีนโยบายวางขายตามร้านขายยา ดังนั้นเลยคิดวิธีจัดจำหน่ายแบบพิเศษขึ้นมาคือ การจำหน่ายแบบปลีกเฉพาะออนไลน์บนเพซบุคค่ะ
ถ้าใครสนใจก็สอบถามรายละเอียดได้ที่ //www.facebook.com/SPlus.ANTIAGING นะคะ

ปุ้ยจะเล่าให้ฟังต่อไปว่า สารซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ แต่ละตัวคืออะไร และมีประสิทธิภาพดีต่อสุขภาพและความสวยความงามของเรายังไง บ้าง


photo
สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soy Extract)
ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เป็นสุดยอดอาหารเสริมสำหรับสตรี
เพราะสารสกัดจากถั่วเหลือง จะมีสารชื่อ "ISOFLAVONES" ซึ่งเป็นสาร ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (PHYTOESTROGEN) แต่ฮอร์โมนที่มีฤทธิ์ต่ำมาก ไม่มีผลข้างเคียงอื่นๆ เหมือน เช่น ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทน จากการทดลองพบว่ามีฤทธิ์ต่ำกว่าฮอร์โมน ESTRADIOL ในยาคุมกำเนิดถึง 1,000 เท่า

การออกฤทธิ์ของ PHYTOESTROGEN จับเข้ากับ Recepter ของเซลล์เช่นเดียวกับ Estrogen ของร่างกาย ดังนั้นจึงเหมาะกับสตรีที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนทั้งมากและน้อยได้ดีทั้งสองแบบ คือ มีฤทธิ์เป็น Estrogen และ Anti-Estrogen สามารถปรับสภาพฮอร์โมนสตรีให้มีความสมดุล ได้

ดังนั้นผลดีของการได้รับสาร ISOFLAVONES 
ในด้านความสวยความงาม ก็คือ
  • ช่วยชะลอวัย คืนความอ่อนเยาว์ เพราะ ISOFLAVONES เป็น
    สารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Super Antioxidant
  • ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของเพศหญิง ดังนั้นจึงช่วยลดผลข้างเคียง ต่างๆ
    ที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ตั้งแต่ ปัญหาสิวในวัยรุ่นที่เกิดจากฮอร์โมน (Hyperandrogenism) ปัญหาผมร่วงบางที่เกิดจากฮอร์โมน (Androgenetic Hair Loss) ปัญหาการลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรีวัยทอง (Menopause)
  • ช่วยฟื้นฟูความหย้อยคล้อยของผิว กระชับสรีระและเต้านม ด้วย
    เพราะว่า มีฮอร์โมนของเพศหญิงนั่นเอง

  • ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ริ้วรอยลด ลง
    ผิวเต่งตึง และเรียบเนียนข้ึน (ผลการศึกษาทางคลินิกหลายงานวิจัย)

จากการศึกษาพบว่า เมื่อสกัดสารโปรตีนจากถั่วเหลืองออกมา ในปริมาณ 1 กรัม
จะมีสาร ISOFLAVONES 1-2 มิลลิกรัม ถ้าใช้ความร้อน หรือแอลกอฮอล์สกัด
สารตัวนี้ออกมาจะทำให้สาร ISOFLAVONES ในปริมาณไม่เท่ากันเพราะสาร PHYTOESTROGEN จะถูกแอลกอฮอล์ละลายออกมาหมด ทำให้ไม่มีฤทธิ์ในการศึกษา ดังนั้นเวลาเลือกซื้อนมผงจากถั่วเหลือง หรือแคปซูลถั่วเหลืองให้ดูปริมาณสาร ISOFLAVONES บนฉลากก่อนทุกครั้งไป ควรมีปริมาณ SOY ISOFLAVONES ประมาณ 1-2 มิลลิกรัม ต่อโปรตีนถั่วเหลือง (SOY PROTEIN) 1 กรัม



คำถามต่อมาก็คือ เราควรจะบริโภคถั่วเหลืองวันละเท่าไรจึงจะได้สาร ISOFLAVONES พอเหมาะและในวันหนึ่งๆ
เราควรได้รับ ISOFLAVONES เท่าไรจึงจะได้ผลลัพธ์ ตามที่กล่าวมาข้างต้น

มีการศึกษาพบว่า ปริมาณสาร ISOFLAVONES ที่เพียงพอ คือให้บริโภควันละ 50-150 มิลลิกรัม ขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
บางคนขาดฮอร์โมนมาก บางขาดฮอร์โมนน้อย ความต้องการของร่างกายจึงแตกต่างกันไป
และที่แน่ๆ ก็คือ ไม่ปรากฏอาการ เป็นพิษ
ถ้าบริโภค ISOFLAVONES ในปริมาณมากเท่าใดก็ตาม

นอกจากน้ี สารสกัดจากถั่วเหลือง ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของเพศหญิง ลดอาการวัยทอง ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดัน
ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคกระดูกพรุน อย่างมีนัยสำคัญด้วยค่ะ ( อ่านเพิ่ม เติม)

ต่อมาก็คือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape-Seed Extract)
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารสกัดที่อุดมไปด้วยพฤกษเคมีจากธรรมชาติที่เรียกว่า โอลิโกเมอริกโปรแอนโทไซยานิดีน หรือโอพีซี (Oligomeric Proanthocyanidins หรือ OPC) มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระแรงที่สุด จนกระทั่งได้รับการขนามนามว่าเป็น Super Antioxidant สามารถจับกับอนุมูลอิสระได้ดี ต้านอนุมูลอิสระได้ทุกรูปแบบ และจำนวนมาก แล้วยังมีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซี 20เท่าและแรงกว่าวิตามินอี 50 เท่า

การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำจะทำให้ ได้ผลลัพธ์ที่ คือ 

  • คืนความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับผิวพรรณ เพราะ OPC ลดการทำงานของเอนไซม์ทีคอลลาจิเนส ที่เป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อคอลลาเจนถูกทำลายและทำให้ผิวพรรณแก่ก่อนวัย โดย OPC คงสภาพของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissue)
  • ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง เพราะ OPC สามารถช่วยปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยง ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น สัมผัสความแตกกต่างได้ภายใน 24 ชม.
  • ลดเลือนจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ ป้องกันฝ้า เพราะ OPC จะสามารถช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง

  • ผิวดูกระจ่างใส หรือเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอ เพราะ OPC จะยับยั้งการทำงานของเม็ดสีเมลานินที่เป็นสาเหตุสาคัญทำให้ผิวหมองคล้ำทั่ว เรือนร่าง
  • ลดอาการเส้นเลือดขอด เพราะ OPC ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจ บรรเทาอาการมือและเท้าชา รักษาเส้นเลือดขอด

  • ลดอาการภูมิแพ้ เพราะ OPC มีคุณสมบัติในการต้านสารฮีสตามีน จึงช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่แตกเปราะ เนื้อเยื่อแข็งแรง ปกป้อง Mast cell ไม่ให้ถูกโจมตี เมื่อไม่ถูกรบกวนก็ไม่หลั่ง Histamine มาก จึงไม่เกิดอาการภูมิแพ้
  • ลดอักเสบ (Anti-Inflammation) ต้านการอักเสบ เพราะ OPC จะยับยั้งการสังเคราะห์ และการปล่อยสารที่จะทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี จึงทุเลาอาการปวดอักเสบต่างๆ เช่น ปวดกล้ามเนื้อและเส้นใย (Fibromyalgia) ปวดข้อ (arthritis) และโรคผิวหนังพุพอง (Eczema) เป็นต้น
  • ลดอาการผมร่วง เพราะ OPC ช่วยหยุดการทำงานของฮอร์โมนลักษณะเพศชาย (Dihydrotestosterone – DHT) ซึ่งถ้า DHT มากไปจะไปยับยั้งการเกิดต่อมรูขมขนของเส้นผม จึงทำให้ขนหรือผมร่วง

นอกจากน้ี สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันมะเร็ง ลดโคเลสเตอรอล และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย (อ่าน เพิ่มเติม)

photo


นางเอกคนสุดท้ายของเรา ก็คือ สารสกัดจากมะเขือเทศ (Tomato Extract)

photo
สารสำคัญที่พบได้ในผลมะเขือเทศ คือ ไลโคปีน (LYCOPENE) เป็นสารสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีฤทธิ์ที่ดีกว่าเบต้าแคโรทีน และแอลฟาโทโคฟีรอล ถึง 2 และ 10 เท่า ตามลำดับ
จัดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังที่สุด และ เป็นสารที่ละลายในน้ำมัน และจะถูกดูดซึมได้ดีในรูปของน้ำมัน ให้ประโยชน์สูงกับอวัยวะที่มีเซลล์ไขมันเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก เช่น ต่อมลูกหมาก และผิวหนัง นั่นเองค่ะ

ไลโคปีน เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนฮอตฮิตของกระแสผิวขาวใส อมชมพู ซึ่งผลลัพธ์ที่ดีสำหรับความสวยความงามก็ คือ
  • ลดอัตตราการเกิดสิว เพราะ ไลโคปีนยังมีผลลดการทำงานของฮอร์โมน IGF-1
    ซึ่งกระตุ้นการเกิดสิว

  • ช่วยให้ผิวแข็งแรง ทนต่อการทำลายของแสงแดดได้มากขึ้น 3 เท่า
    จึงลดความรุนแรงของการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสง สามารถต่อต้านมะเร็งผิวหนัง และชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว

  • ช่วยให้ผิวดูสวยอมชมพูมีเลือดฝาด เพราะ รงควัตถุสีแดงในไลโค ปีน
    ทำให้ผิวของผู้รับประทานมีสีแดงอมส้ม แบบเดียวกับสีของมะเขือเทศ

  • บำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง ผิวมีสุขภาพดี ไม่ไวต่อแสง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเสริมให้ผิวขาว เพราะปกติเมื่อทานอาหารเสริมให้ผิวขาว ผิวก็จะไวต่อแสงมาก ผิวไหม้ และคล้ำแดดเร็วมาก

ร่างกายของคนเราควรได้รับปริมาณ ไลโคปีน อย่างน้อย 6.5 มิลลิกรัมต่อวัน
ซึ่งเทียบได้กับการทานมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบใน อาหาร 10 ครั้ง/สัปดาห์

ความสำคัญของไลโคปีน อีกประการหนึ่ง คือ
มีฤทธิ์ที่ดีมากในการช่วยยั้บยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน ชนิด Low density lipoprotein (LDL) จึงสามารถป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ลดอัตราเสี่ยง ของการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด


นอกจากนั้นแล้ว ไลโคปีนเป็นสารประกอบที่ได้รับความ สนใจ
เนื่องจากมีรายงานว่ามีประโยชน์ต่อ สุขภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุด คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายได้ ถึง 21-35%
รองลงมา คือ มะเร็งปอด กระเพาะอาหาร

นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีนในการลด ความเสี่ยงของ มะเร็งตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก คอหอย ช่องปาก
เต้านม ปาก เป็นต้น (อ่าน เพิ่มเติม)

หวังว่าการแบ่งปันไอเท็มความสวยความงามในบล็อก นี้
จะช่วยตอบคำถามในใจของหลายๆ คนได้นะคะ
และอย่าลืมดูแลสุขภาพความงามของเราอย่างสม่ำเสมอ ห้ามเว้นเลยแม้แต่วันเดียวนะคะ ขอให้สวยๆ กันทุกคนค่าาาา

เอกสารอ้างอิง
- Accorsi-Neto A, Haidar M, Simoes R, Simoes M, Soares-Jr J, Baracat E. Effects of isoflavones on the skin of postmenopausal women: a pilot study. Clinics 2009;64(6):505-10.
- Izumi T, Saito M, Obata A, Arii M, Yamaguchi H, Matsuyama A. Oral intake of soy isoflavone aglycone improves the aged skin of adult women. J Nutr Sci Vitaminol 2007;53(1):57-62.
- Zhan S, Ho SC. Meta-analysis of the effects of soy protein containing isoflavones on the lipid profile. Am J Clin Nutr 2005;81:397-408.
- Liu XX, Li SH, Chen JZ, Sun K, Wang XJ, Wang XG, Hui RT. Effect of soy isoflavones on blood pressure: A meta-analysis of randomized controlled trials. Nutrition, Metabolism & Cardiovascular Diseases 2010. In press.
- Dong J-Y, Qin L-Q. Soy isoflavones consumption and risk of breast cancer incidence or recurrence: a meta-analysis of prospective studies. Breast Cancer Res Treat 2011;25:315-23.
Brynin R. Soy and its isoflavones: a review of their effects on bone density. Altern Med Rev 2002;7(4):317-27.
- Yamakoshi J, Sano A, Tokutake S et al: Oral intake of proanthocyanidin-rich extract from grape seeds improves chloasma. Phytother Res 2004; 18(11):895-9.
- Ni Z, Mu Y, Gulati O. Treatment of melasma with Pycnogenol. Phytother Res 2002;16, 567-71. Tixier JM, Godeau G, Robert AM et al: Evidence by in vivo and in vitro studies that binding of pycnogenols to elastin affects its rate of degradation by elastases. Biochem Pharmacol 1984; 33(24):3933-9.
- Tixier JM, Godeau G, Robert AM et al: Evidence by in vivo and in vitro studies that binding of pycnogenols to elastin affects its rate of degradation by elastases. Biochem Pharmacol 1984; 33(24):3933-9.
- Yamakoshi J, Otsuka F, Sano A, Tokutake S, Saito M, Kikuchi M, et al. Lightening effect on ultraviolet-induced pigmentation of guinea pig skin by oral administration of a proanthocyanidin-rich extract from grape seeds. Pigment Cell Res 2003;16: 629-38.
- Solano F, Briganti S, Picardo M, Ghanem G. Hypopigmenting agents: an updated review on biological, chemical and clinical aspects. Pigment Cell Res 2006;19:550- 71.
- Feringa HHH, Laskey DA, Dickson JE, Coleman CI. The effect of grape seed extract on cardiovascular risk markers: a meta-analysis of randomized controlled trials. J Am Diet Assoc 2011;111:1173-81.
- Kar P, Laight D, Rooprai HK, Shaw KM, Cummings M. Effects of grape seed extract in Type 2 diabetic subjects at high cardiovascular risk: a double blind randomized placebo controlled trial examining metabolic markers, vascular tone, inflammation, oxidative stress and insulin sensitivity. Diabet Med 2009;26:526-31.
- Rizwan M, Rodriguez-Blanco I, Harbottle A, Birch-Machin MA, Watson RE, Rhodes LE. Tomato paste rich in lycopene protects against cutaneous photodamage in humans in vivo: a randomized controlled trial. Br J Dermatol 2011;164(1):154-62.
- Stahl W, Heinrich U, Aust O, Tronnier H, Sies H. Lycopene-rich products and dietary photoprotection. Photochem Photobiol Sci 2006;5(2):238-42.
- Darvin M, Patzelt A, Gehse S, Schanzer S, Benderoth C, Sterry W, et al. Cutaneous concentration of lycopene correlates significantly with the roughness of the skin. Eur J Pharm Biopharm 2008;69(3):943-7.
- Ried K, Fakler P. Protective effect of lycopene on serum cholesterol and blood pressure: Meta-analyses of intervention trials. Maturitas 2011;68(4):299-310.
- Mordente A, Guantario B, Meucci E, Silvestrini A, Lombardi E, Martorana GE, et al. Lycopene and cardiovascular diseases: an update. Curr Med Chem. 2011;18(8):1146- 63.



Website counter



Create Date : 28 มีนาคม 2555
Last Update : 27 ธันวาคม 2555 1:10:39 น.
Counter : 3580 Pageviews.

0 comment
มาทำความรู้จักกับ BB Cream อย่างถ่องแท้ วิธีเลือกซื้อ และการใช้งานกันค่ะ

       

วันนี้ปุ้ยมาชวนสาวๆ คุยเกี่ยวกับเรื่อง บีบีครีม (Blemish Balm Cream: BB Cream) กันค่ะ
ซึ่งจะมาเล่าถึงที่มาที่ไป ว่าเจ้าบีบีครีมที่เราคุ้นหูและคุ้นเคยกันเนี่ย แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่
และมาไขข้อสงสัยว่า เจ้าบีบีครีมเนี่ย มันแตกต่างจาก เมกอัพเบสและครีมรองพื้น ยังไงกันแน่
รวมถึง คำแนะนำในการใช้งานด้วยหละค่ะ

บีบีครีม เริ่มต้นจากการใช้ในวงการแพทย์ผิวหนัง เพื่อใช้ในคนไข้ที่ผ่านการรักษาผิวด้วยเลเซอร์หรือการรักษา
ที่ ทิ้งริ้วรอย แผลเป็นเอาไว้ จึงใช้บีบีครีมเพื่อปกปิดร่องรอยนั้นๆ
ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ BB Cream: Blemish Balm Cream ครีมที่มีส่วนผสมของปาล์มสำหรับใช้กับรอยตำหนิบนผิว 
โดย บีบีครีมนั้นมีส่วนผสมหลากหลายแล้วแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน

ถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์อันชาญฉลาดที่นำไอเดียของการ ดูแลผิว ปกป้องและปกปิดผิว มารวมไว้ในขั้นตอนเดียว ซึ่ง ก็คือ

บีบี ครีม = ครีมบำรุง + ครีมกันแดด + เมกอัพเบส + รองพื้น

[BB Cream = Basic Skincare + Sun Protecter + Makeup Base + Foundation]
  

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีน้องใหม่คลอดตามบีบีครีมมา ก็คือ ซีซีครีม (Color Control Cream: CC Cream)
ซึ่งเป็นพัฒนาการหรือนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก บีบีครีม ซึ่งคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาของ ซีซีครีม คือ
คุณสมบัติของสารควบคุมสีผิว ไม่ดรอป ไม่หมอง สีผิวไม่เปลี่ยนระหว่างวัน ถ้าคิดตามสูตรง่ายๆ
[CC Cream = Basic Skincare + Sun Protecter + Makeup Base + Foundation + Color Controller]

ซีซี ครีม = ครีมบำรุง + ครีมกันแดด + เมกอัพเบส + รองพื้น + สารควบคุมสีผิว
เรียกได้ว่า ซีซีครีม นี่ก็คือ บีบีครีมประเภทหนึ่ง ที่สามารถควบคุมสีผิวหลังจากใช้งานไปแล้วไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป นั่นเอง


ประเภทของบีบีครีม ในแต่ละยี่ห้อนั้นก็แตกต่างกันไป ตั้งแต่ต้นตำหรับที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้น
จนมีวิวัฒนาการมาเป็น เนื้อครีมที่สามารถ เปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งได้
หรือแม้กระทั้งแบบที่เป็นเนื้อแป้งเลยที่ เรียกกันว่า แป้งบีบี (BB Powder: Blemish Balm Powder)
ทำให้ใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น


ถ้าพูดถึงในแง่ของส่วนผสม เราจะไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดเลยว่า
สัดส่วนที่แท้จริงของบีบีครีมนั้น ประกอบไปด้วยอะไรในอัตราส่วนเท่าไหร่บ้าง
ดังนั้นการเลือกใช้ ควรจะเลือกจากผลลัพธ์หลังจากทาเจ้าบีบีครีมลงที่ผิวแล้วนั้น เอง

ซึ่งจุดนี้ เราจะสามารถตอบคำถามได้แล้วว่า
บีบีครีม แตกต่างจากการใช้ เมกอัพเบส (Makeup Base) และรองพื้น (Makeup Foundation) อย่างไร

นั่นก็คือ บีบีครีมจะเป็นส่วนผสมลับของเมกอัพเบสและครีมรองพื้นที่ผู้ผลิตผสมมาให้เรา เสร็จสรรพ
ส่วนการใช้เมกอัพเบสแยกกับรองพื้นคนละขั้นตอนนั้น เราสามารถกำหนดสัดส่วนได้เองค่ะ


กลับไปที่วัตถุประสงค์ของจุดเริ่มต้นขอ งบีบีคีม คือ ผลิตมาเพื่อให้คนไข้นำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย
ซึ่งไม่ใช่คนไข้ทุกคนจะรู้จักการแต่งหน้าด้วยเมกอัพเบส รองพื้นและคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยแผลบนผิว
ดังนั้นวัตถุประสงค์ คือ ออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการแต่งหน้าค่ะ

แต่ส่วนใครที่ต้องการการใส่รายละเอียดใน การแต่งหน้าหรือปกปิดผิว
ก็สามารถแยกขั้นตอนการปกปิดผิวได้ตามความถนัดและความต้องการจะดี ที่สุด

มาพูดถึงในแง่ของการใช้งานกันบ้าง ผู้ที่เหมาะ สำหรับการเลือกใช้ บีบีครีม ได้แก่
1. ผู้ที่ต้องการดูแลผิวในวันที่ต้องเร่งรีบ ทั้งให้ความชุ่มชื้น และการปกป้องผิวจากแสงแดด
เพราะมีส่วนผสมของครีมบำรุงผิวและครีมกันแดด ซึ่งบางชนิดเพิ่มการดูแลผิวแบบพิเศษลงไปด้วย
เช่น การลดการอักเสบของสิว การทำให้ผิวสว่างขึ้น การลดริ้วรอยจางๆ

2. ผู้ที่ต้องการปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนผิว ในระดับบางเบา 
ทั้ง รอยแผลเป็นจากสิว รอยกระ รอยฝ้า และรอยด่างดำ ดูจางลง
เพราะมีส่วนผสมของครีมรองพื้นที่ช่วยในเรื่องการปกปิดผิวและจุดบกพร่องของ ผิว 
3. ผู้ที่ต้องการปรับสีผิวให้ใบหน้ากระจ่างใส เพราะมีส่วนผสมของเมกอัพเบส ที่มักจะช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้น
4. ผู้ที่ต้องการให้เมกอัพติดทนได้ดีขึ้น (ในกรณีที่ไม่ใช้เมกอัพเบส)
เพราะมีส่วนผสมของเมกอัพเบส ซึ่งบางประเภทก็ส่วนผสมที่ช่วยควบคุมความมันให้กับผิวหน้าได้ ด้วย


การเลือกซื้อ บีบีครีม
เนื่องจาก บีบีครีม ส่วนใหญ่ที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลี
ซึ่งผู้ผลิตก็ผลิตให้สอดคล้องกับสภาพผิวของสาวเกาหลี
ดังนั้นเนื้อครีมจึงมีสีที่สว่างกว่าสีผิวของสาวไทย ฉะนั้นแล้วก่อนตัดสินใจซื้อ
สาวๆ ควรเลือกและทดลองสีให้เหมาะกับโทนสีของเราก่อน โดยเทคนิคการเลือกมีดังนี้ค่ะ

1. โทนสีผิว โดยส่วนใหญ่ จะมี 2 โทน คือ
โทนสีผิวเหลือง และโทนสีชมพู เลือกโทนให้เหมาะกับผิวของเรานะคะ
ทดสอบโทนสีผิวบริเวณข้อมือ หงายข้อมือขึ้นดู จะเห็นได้ชัดสุด
ถ้าเห็นเส้นเลือดตัวเองเป็นสีม่วง แสดงว่าเป็นคนโทนสีผิวชมพู
แต่ถ้าเห็นเป็นสีเขียว แสดงว่าเป็นคนโทนผิวเหลือง
แต่ถ้าเป็นไปได้ ให้้ทดลองที่ผิวหน้า บริเวณข้างแก้ม ที่ปราศจากเครื่องสำอาง
เลือกสีที่ใกล้เคียงกับระดับสีผิวของใบหน้าด้วยจะดีที่สุด
โดยปกติแล้วบีบีครีมจะใช้เวลาเซ็ทตัวกับผิวและปรับสีผิวประมาณ 1 - 3 นาที
รอดูจนกว่าสีของครีมที่อยู่บนผิวจะนิ่งแล้ว
ค่อยตัดสินใจว่าเราโอเคกับมันมั้ย

2. ความปกปิด เลือกระดับความปกปิดในระดับที่เราพึงพอใจ
ชอบบางเบาหรือว่าหนาแน่นก็เลือกเอง เพราะแต่ละยี่ห้อมีส่นผสมที่แตกต่างกัน

3. ทดสอบอาการแพ้ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับสาวผิวแพ้ง่าย
ทดสอบที่บริเวณข้อพับหรือหลังใบหู แล้วไปเดินเล่นซัก 3 - 4 ชม.
ถ้าไม่เกิดอาการคันหรือมีผื่นแดง ก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ

 

เทคนิคการใช้บีบีครีม
เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด เราสามารถใช้ บีบีครีม หลังจากล้างหน้าให้สะอาดแล้วได้เลย
เนื่องจาก บีบีครีม มีส่วนผสมของครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดอยู่แล้ว เราสามารถข้ามขั้นตอนดังกล่าวได้ด้วย  บีบีครีม

ขั้นตอนที่ 1. บีบ บีบีครีม ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวพักไว้ที่หลังมือก่อน
เราจะไม่แต้มไปที่ใบหน้าเลย เพราะเราจะควบคุมปริมาณของเนื้อครีมไม่ได้

ขั้นตอนที่ 2. ใช้นิ้ว มือค่อยๆ แตะเนื้อครีมลงที่ผิวทีละน้อย
โดยเริ่มจากพื้นที่ผิวในบริเวณกว้างๆ ก่อน
เช่น แก้มหรือหน้าผาก ปริมาณเนื้อครีมทีใช้เพียงน้อยนิดเท่านั้น
ค่อยๆ เกลี่ยในทิศทางเดียวกับเส้นขน คือ บนลงล่าง ในออกนอก
แล้วดูระดับความปกปิดผิวว่าพึงพอใจหรือยัง
ถ้ายัง ใช้วิธีรอให้เนื้อครีมรอบแรกเซ็ทตัวอยู่กับผิวก่อน แล้วค่อยลงซ้ำลงไปอีกรอบ
เพียงเท่านี้ผิวของเราก็จะสวยนวลเนียนขึ้นแบบทันตาเห็นเลย

ขั้นตอนการเกลี่ยถือว่าสำคัญมาก
ไม่แนะนำให้แต้ม 5 จุดแล้ว เกลี่ยวนเหมือนการทาครีมบำรุงผิว
ถึงแม้ว่าบีบีครีมจะมีส่วนผสมด้วยครีมบำรุงผิวก็ตาม
แต่มันก็มีส่วนผสมของพวกเมกอัพเบสและครีมรองพื้นด้วยนะ อย่าลืม
ถ้าหากปริมาณของเนื้อครีมมากไป ผิวของเราจะดูขาววอกและจะไหลเยิ้มในตอนกลางวัน (Caky)

ขั้นตอนที่ 3. เซ็ทผิว ด้วยแป้งฝุ่นเนื้อบางเบา ผิวหน้าของเราก็สวยเด้งแล้วค่ะ
สำหรับสาวผิวมันใช้พัฟนิ่มๆ แตะแป้งทีละน้อยลงที่ผิวหน้า
ส่วนสาวผิวแห้งใช้แปรงปัดแปรงขนนิ่มๆ ปัดแป้งฝุ่นลงที่ผิวหน้าทีละน้อยๆ เช่นกัน
การใช้แป้งฝุ่นเซ็ทผิว จะทำให้เนื้อครีมของ บีบีครีม นั้นเซ็ทตัวอยู่กับผิวได้นานตลอดตั้งวัน


ส่วนใครที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ก็อาจจะลองใช้บีบีครีมประเภทแป้ง
ก็สามารถจบได้ในขั้นตอนเดียวเลย ทำให้สะดวก แถมยังให้ความเรียบเนียนปกปิดมากขึ้น
เนื่องจาก ผลิตภัณฑ์ประเภทแป้งจะมีพิกเมนท์การปกปิดที่มากกว่า ประเภทเนื้อครีมนั่นเอง

และสิ่งสำคัญอีกอย่างที่เราไม่ควรละเลย 
แม้ว่า บีบีครีม เป็นเนื้อครีมที่บางเบา แต่เราก็ควรทำความสะอาดผิวหน้า
ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางโดย เฉพาะเช่นกัน หากเราไม่ทำความสะอาดผิวให้ดีหละก็
ส่วนผสมทั้ง ครีมกันแดด เมกอัพเบส และรองพื้นที่อยู่ใน บีบีครีม นั้นจะเกาะติดและตกค้างอยู่ในผิวได้
ก่อให้เกิดอาการสิวอุตตัน ผิวอักเสบ และผิวเสื่อมสภาพเร็ว และริ้วรอยตามๆ กันมานะคะ
นอกจากการดูแลความสวยงามของผิวกันแล้ว
ปุ้ยจึงอยากให้สาวๆ เอาใจใส่สุขภาพของผิวไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ

เทรนด์ของ บีบีครีม ถือเป็นกระแสที่น่าสนใจและเป็นทางเลือกให้กับสาวๆ ยุคใหม่ ที่รักการแต่งหน้า
แต่ต้องเร่งรีบกับช่วงเวลาในตอนเช้าก่อนไปเรียนหรือทำงาน บีบีครีม ช่วยให้สาวๆ ใช้เวลาเพียงน้อยนิด ก็สวยออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจ




Create Date : 19 สิงหาคม 2554
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 17:19:53 น.
Counter : 3474 Pageviews.

0 comment
Angel's Tale แบ่งปันกันสวยจากแอร์สาวแสนสวย

"แบ่งปันกันสวยจากแอร์โฮสเตสสุดสวย"

        

วันนี้ Beauty Talk จะมาชวนคุยเกี่ยวกับอาชีพในฝันของสาวๆ หลายๆ คน
นั่นก็คือ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือ “แอร์โฮสเตส”
อาชีพนี้นอกจากจะได้แต่งเครื่องแบบสวยๆ มีสวัสดิการ รายได้ดี
แล้วยังมีโอกาสได้โบยบินสู่โลกกว้างอีกด้วย

วันนี้ปุ้ยได้เกียรติจากแอร์สาวแสนสวย มาเป็นแขกรับเชิญของเรา
เธอจะมาแชร์ประสบการณ์การเป็นนางฟ้าหรือแอร์โฮสเตส ให้เราฟังกันว่า
เป็นแอร์นั้นกว่าจะสวยเราต้องทำอะไรกันบ้าง ดูแลและเตรียมตัวในเรื่องสวยๆ งามๆ กันอย่างไร
ทั้งเรื่องการดูแลผิว สไตล์การแต่งหน้า การรักษาหุ่นให้เป๊ะ และการดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ
ที่สำคัญคือ มีหลายคนแน่ๆ ที่อยากรู้ว่า ไอเท็มชิ้นโปรด (Favorite Items) ที่ขาดไม่ได้เลย
ที่แอร์สาวต้องพกขึ้นเครื่องไปด้วยทุกครั้ง คืออะไรกันนะ

ต้องขอบคุณ พี่ฝ้าย ศิริวรรณ ย้อยสกุล นางฟ้าแสนสวย ที่มาพูดคุยและแชร์เคล็ดลับดีๆ ให้เราในวันนี้
และยังให้มุมมองในความงามแก่ผู้หญิงทุกคนว่า
ผู้หญิงเรานอกจากสวยยังไม่พอ ต้องเก่ง ฉลาด
และมีไหวพริบในการปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีด้วยค่ะ


สุดท้ายอย่าลืมว่า
ความสวยเป็นภารกิจของสาวๆ ทุกคน สวยงามอย่างสร้างสรรค์
และแบ่งปันให้กันและกันนะคะ








Website counter




Create Date : 19 สิงหาคม 2554
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 16:19:03 น.
Counter : 880 Pageviews.

0 comment
เทคนิคหน้าเด็กตลอดกาล (How to be always young)


หลังจากที่ปุ้ยได้พาทุกคนไปรู้จักตัวระบุความแก่ “เจ้าริ้วรอย จอมวายร้ายแห่งวัย”
และสาเหตุที่มาที่ไป กันเมื่อ บล็อกที่แล้ว
วันนี้จะมาแฉเคล็ดลับการจัดการรับมือกับจอมวายร้ายแห่งวัยกัน
แถมด้วยเคล็ดลับที่ทำให้เราดูสวย สาว ละอ่อนกว่าวัยไปได้อีกนานๆ
แต่ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ปุ้ยอยากให้อ่านด้วยความเข้าใจ
และมีแรงแห่งความตั้งใจจริงๆ ที่จะพิชิตความแก่กัน
เพราะว่า ถ้าเราอ่านผ่านๆ ลอยๆ โดยไม่ใส่ใจที่จำ
และไม่นำไปใช้ปรับปรุงพฤติกรรมประจำวัน กันหละก็
ความแก่ก็อาจจะลอยมาแบบที่เราไม่รู้เรื้อรู้ตัวได้เหมือนกันค่ะ

“อย่าปฏิเสธความแก่ จงยอมรับ และจัดการกับมันซะ”
แน่นอนว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพสภาพร่างกายย่อมเสื่อมโทรม
และสิ่งที่บ่งบอกความแก่และเห็นชัดที่สุด ก็คือ
ผิวหนังที่ห่อหุ้มร่างกายของเรานั่นเอง เกิดริ้วรอย ไม่เต่งตึง ไม่กระชับ และเกิดการหย่อนคล้อย
ซึ่งสังเกตได้ชัดบน 8 จุดสำคัญแห่งวัยบนใบหน้าของเรา ดังที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วนั้น
ทั้ง หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา รอบดวงตา ร่องแก้ม ริมฝีปาก ใต้ขากรรไกร และลำคอ
เอิ่มมมมม ... เหมือนมันจะเกิดได้ทุกรูขุมขนเลยนะเนี่ย

ไม่อยากให้สาวๆ ละเลย ชะล่าใจ แล้ววันๆ ก็เอาแต่ ประโคมเครื่องสำอาง
และใช้ชีวิตแบบแฮปปี้จนลืมใส่ใจรายละเอียด ข้อนึงว่า ความงามนั้นควรจะมาจากทั้งภายในและภายนอกผสานกัน

กว่า จะคิดได้ ก็อาจจะเห็นตีนกา หรือริ้วรอยอยู่กลางหน้าแล้ว ถึงเวลานั้นก็วิ่งเข้าคลินิกเสริมความงามกันจ้าละหวั่น บางคนไม่มีกะตังค์ ก็ต้องปลงและนั่งนับริ้วรอยของตัวเองกันต่อไป
เชื่อเถอะค่ะ ไม่มีอะไรสายเกินแก้
ถ้าเราใส่ใจและมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขมันจริงจัง



ต่อไปนี้ ฟังให้ดีๆ เลยน๊าาาา ปุ้ยจะมาเผยเคล็ดลับที่ทุกๆ คนสงสัยกันว่า ทำไม ปุ้ยหน้าเด็กจัง
วิธีการจัดการกับความแก่ อย่างที่ตั้งประเด็นเอาไว้ ก็คือ การชะลอความแก่และฟื้นฟูความสาว
ซึ่ง 2 วิธีนี้เป็นสิ่งที่เราทำควบคู่ ส่งเริมกันไปจนแยกจากกันไม่ออก
แต่ง่ายๆ คือ มันอยู่บนพื้นฐานของคำว่าสุขภาพดี ท่องไว้ในใจ เตือนและตระหนักแก่ตัวเองตลอดเวลา
“สุขภาพดี” “สุขภาพดี” “สุขภาพดี” 
อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะขำในใจว่า โถ่!! มุขเบๆ อะพี่ปุ้ย
ก็มุขเบๆ เนี่ยหละค่ะ ที่ทำให้ยังหน้าเด็กอยู่ทุกวันนี้ อย่ามองข้ามเลยทีเดียว

ทีนี้ ก็มาเริ่มกันเลย
ก่อนอื่นขอแยก อธิบายเคล็ดลับออกเป็น 2 ทาง คือ ภายใน และ ภายนอก อย่างที่บอก เราควรทำทั้ง 2 ทาง
อะ ให้เลือกว่า จะดูทางไหนก่อน แนะนอนคำตอบต้อง เป็นภายนอก เพราะมันทำง่ายกว่า

โอเค เริ่มละนะ
การชะลอความแก่และฟื้นฟูความสาว
ด้วย 4 วิธีจากภายนอก และอีก และ 4 วิธีจากภายใน

1. ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ ทุกวัน ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน คือ

  • ทำความสะอาดผิว ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
    ที่ความอ่อนโยนต่อผิว ที่เราใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้ แสบ หรือแดง
  • ขจัดเซลล์เสื่อมสภาพ แบบเคมีคอลด้วยโทนเนอร์ทุกวัน โดยเลือกโทนเนอร์ (Toner)
    ที่มีส่วนผสมของกลีเซอร์รีน (Glycerin) เร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยน
    ทำให้ผิวเนียนเรียบ และแบบฟิสิกส์คอล ก็ใช้พวกสครับ (Scrub)สัปดาห์ละหน
    เลือกที่มีกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยเรื่องริ้วรอย สิวเสี้ยนและสิวอุดตันด้วย
  • เติมความชุ่มชื่นให้ผิว ด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมพวกวิตามินอี (Vitamin E)
    เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ ช่วยปกป้องผิวจากสารพิษหรืออนุมูลอิสระ
    และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น สดใส และอโรเวล่า (Aloe Vera) ที่ช่วยสมานผิว

เทคนิคการล้างหน้าและทาครีม ส่วนตัวของปุ้ย คือ
การใช้ทิศทางของแรงต้านแรงโน้มถ่วง ไม่ควรไปสนับสนุนให้ผิวหย่อยคล้อยตามแรงโน้มถ่วงนะคะ
เช่น เวลาล้างหน้า อย่าใช้แนวดึงผิวหน้าลงด้านล่าง ให้ใช้น้ำลูบเบาๆ เท่านั้น
เวลาเช็ดหน้าก็ใช้วิธีซับ ไม่ควรเช็ดหน้าทิศลากผิวลงในแนวดิ่ง
ส่วนเวลาทาครีมก็นวดผิวในทิศทางขึ้นสูงด้านบนแบบเบาๆ

2. ปกป้องผิวจากรังสียูวี ด้วยการทาครีมกันแดด ที่ป้องกันได้มีประสิทธิภาพ
สังเกตคำว่า UVA/ UVB/ Pa+++ ควรจะมี SPF 15 ขึ้นไป
และมีสารกันแดด ทั้งแบบเคมีคอล (เช่น methyl) และฟิสิกส์คอล (เช่น titanium dioxide, magnesium dioxide)
รวมถึงการไม่ไปตากแดดเป็นเวลาติดต่อกันนานเกิน 25 นาที นี่ถือว่าคริททิเคิลเลยนะ แต่ถ้าไม่โดดแดดเลยจะดีที่สุด

3. เพิ่มการดูแลผิวเป็นพิเศษด้วยผลิตภัณฑ์ที่ฟื้นฟูโครงสร้างองค์ประกอบของผิว
เลือก ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถกระตุ้นให้องค์ประกอบในโครงสร้างผิวมีปริมาณเพิ่มขึ้น และสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์ประกอบ ที่ว่านี้ ได้แก่

  1. องค์ประกอบที่ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงและกระชับ
    คือ คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen I) และคอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen III)
  2. องค์ประกอบที่ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น และไม่หย่อนคล้อย
    คือ ฟิบริลลิน (Fibrillin) และ อิลาสติน (Elastin)
  3. องค์ประกอบช่วยให้ผิวหนังชั้นหนังแท้มีความอวบอิ่มเต่งตึง
    คือ คอนดรอยติน เอส (Chondroitin s) หรือ GAG เนื่องจากเป็นสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้มาก
  4. องค์ประกอบที่ช่วยยึดโครงสร้างของผิวมั่นคงขึ้นและช่วยในการติดต่อสื่อสารระหว่างเซลล์ผิวหนัง
    ได้แก่ คอลลาเจนชนิดที่  7 (collagen VII)  เพอลีแคน (Perlecan) และ อินทีกริน (Integrin)

อ่านจนจบบรรทัดนี้ น้องๆ หลายคนคงคิดในใจ “โห้ เยอะขนาดนี้ จะไปตะเวนหาผลิตภัณฑ์ไหนมาใช้ อะพี่ปุ้ย”
จริงๆ พี่ก็มีผลิตภัณฑ์ในใจ จะแนะนำอยู่แล้วหละ แต่อยากจะให้อ่านข้อมูลให้เกิดความเข้าใจ กันซะก่อน
ซึ่งข้อมูลที่นำมาแชร์ก็มาจากผลิตภัณฑ์ที่ว่านี่หละ Revitalift Dermalift ของ L’Oreal
หลังจากที่อ่านข้อมูลส่วนผสมแล้วก็ทำให้เชื่อว่ามันจะช่วยฟื้นฟูผิวได้แน่ๆ หละ ลองไปให้มาใช้กันดูนะคะ

4. กินผักและผลไม้ทุกวัน และดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ
เราคงได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า เราาควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีคุณค่าทางโภชนาการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักและผลไม้ต่าง ๆ แต่น้อยคงนักที่จะทำได้ แต่ว่าทำเถอะค่ะ
ตั้งกฏให้ตัวเองเลยก็ได้ว่า เราต้องกินผักและผลไม้ทุกวัน มันจะช่วยให้ร่างการมีสมดุล
แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ลองหาพวกวิตมินและอาหารเสริมมาทดแทนนะคะ

ปุ้ยเป็นคนนึงที่ชอบกินผักและผลไม่เป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยใช่มั้ยว่า
ทำไมผิวของปุ้ยจึงแข็งแรง เนียนใสขนาดนี้
และอีกอย่างพวกริ้วรอยและความหย่อยคล้อยของผิวก็มาช้ากว่าคนทั่วไป เลยทำให้หน้าเด็กยังไงหละ
เค้าบอกว่าให้ดื่มอย่างน้อยวันละ  8 แก้ว ถ้านึกไม่ออกก็คือ ต้องดื่มน้ำทุก 40 นาที - 1 ชม. ครั้งและ 3 - 5 อึก
น้ำเนี่ยไม่ใช่แค่แก้กระหาย คอแห้ง แต่น้ำเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับร่างกาย
เพราะนำ้เป็นส่วนประกอบของทุกๆ เซลล์ในร่างกาย และยังต้องใช้ในกระบวนการทำงานของระบบต่างๆ
ทั่วร่างกายด้วยค่ะ

5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ข้อ นี้เป็นสิ่งที่ทุกๆ คนรู้ดี แต่ขี้เกียดทำอะ ให้ลองฟังเรื่องนี้ เผื่อจะมีแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายบ้าง ปุ้ยดูรายการของต่างประเทศรายการหนึ่ง เค้าท้าให้คนที่อ้วนและก็แก่ มาแข่งกันทำให้ตั้วเองดูเด็กลง 10 ปี
ซึ่งมีหลายคนทำได้จริงๆ นอกจากการลดอาหารกากๆ มากินผักผลไม้ และก็ออกกำลังกาย
โดยผู้เชี่ยวชาญบอกว่า นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยลดไขมัน สร้างกล้ามเนื้อแล้ว
ที่ สำคัญ ขณะที่ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อ ก็จะผลิตเอนไซม์ตัวนึงที่จะช่วยเรื่องผิวพรรณทำให้เราดูอ่อนกว่าวัยขึ้นมา ได้ด้วย โอ้ น่าอัศจรรย์มากๆ นะ ออกกำลังกายแล้วหน้าเด็ก
นี่ยังไม่นับว่าการออกกลังกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เผาผลาญพลังงาน สูบฉีดเลือดและช่วยระบบหัวใจให้ดี

6. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนเยอะๆ
ร่างกายจะได้พักบ้างและช่วงที่เรานอนเนี่ยแหละ
ร่างกายและผิวหนังของเราจะทำการฟื้นฟูตัวเอง และเตรียมพร้อมที่จะให้เราใช้งานในวันต่อไป
ถ้าเราขาดการพักผ่อน แล้วร่างกายก็จะขาดสมดุลทำงานไม่เป็นระบบนะคะ
เชื่อมั้ยว่า ปุ้ยเป็นคนนอนเยอะมาก 8 - 10 ชม.ต่อวันเลย ถ้านอนไม่พอ ร่ายกายปุ้ยจะงอแง ทันทีเลยหละค่ะ

7. ยิ้ม โดยใช้กล้ามเนื้อพวงแก้มฟังให้ดีนะคะ
ไม่ใช่ยิ้มธรรมดาๆ ฉีกปากกว้างๆ แต่เราจะใช้การยกพวกแก้ม ใช้กล้ามเนื้อตรงส่วนนั้น
ก็ทำให้ให้ใบหน้าเราดูยิ้มได้ เอิบอิ่ม โดยบางทีไม่ต้องฉีกปากเลยก็ได้อะ
วันก่อนครูที่สอนการออกเสียงบอกปุ้ยว่า เวลาร้องเพลงหรือเวลาพูดให้ยกกล้ามเนื้อตรงนี้มันจะช่วยให้การขยับปากง่ายขึ้น
แถมที่สำคัญถ้าใช้กล้ามเนื้อตรงพวกแก้มแล้ว มันจะเป็นการบล็อกกล้ามเนื้อตรงหางตาไม่ให้ทำงาน เรา
จึงไม่มีรอยตีนกา ปุ้ยก็เลย อ๋ออออ!! มิน่าหละ ปุ้ยไม่มีตีนกา เพราะว่า ปุ้ยชอบยกแก้ม นี่เอง

8. คิดบวก คิดสวย คิดมีความสุขทุกวัน
เพราะ ระบบจิตใจส่งผลต่อร่างกายค่อนข้างมาก ถ้าเราคิดว่าเราสวย เราก็จะดูสวยจากจิตวิญญาณ
ถ้าเราคิดว่าเรายังเด็ก เราก็จะมีความกระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง และก็จะยังดูเด็กไปโดยปริยายยังไงหละ
ถ้าคิดว่ามีความสุข เราก็จะสุข

ไม่ใช่การแสวงหาความสุขใส่ตัวทุกๆ วัน แต่เราต้องคิดให้สุขด้วยนะคะ
บางทีเราอาจจะสุขแบบพอเพียง โดยไม่ต้องแสวงหาอะไรมาช่วยเลยก็ได้ 
สร้างสรรค์ความสุขในรูปแบบของเรา แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันมันออกมาให้คนรอบข้างด้วยนะคะ
จะได้มีความสุขกันเยอะๆ


นี่คือเคล็ดลับ ทั้ง 8 วิธี ซึ่งถ้าเราทำได้ครบและทำทุกวันจะส่งผลให้ร่างกายและผิวพรรณ
กลับมาแข็งแรง ตึงกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ริ้วรอยลดลง กลับมาดูสดใส แข็งแรง แลดูอ่อนวัยได้ไปอีกนานๆ

คนที่อยากมีสุขภาพผิวสวยขึ้นและสวยไปนานๆ ก็ต้องตั้งใจที่จะดูแลและใส่ใจสุขภาพของผิวอย่างจริงจัง 
แม้จะใช้เวลามากซักหน่อย 3 เดือน 6 เดือน หรือ เป็นปี เราก็ต้องอดทน ทำดูเถอะค่ะ
แล้วผิวของเราจะสุขภาพดีขึ้นได้จริงๆ
ทำไมถึงนานกว่าจะเห็นผล
ก็ลองนึกดูว่า กว่าผิวจะถูกทำลายจนเป็นเยี่ยงนี้ มันก็ใช้เวลาก่อตัวมานาน
ดังนั้นการที่เราฟื้นฟูหรือรักษาให้ผิวกลับมาดูดีน่ารักเหมือนเดิม ก็ต้องอาศัยเวลาเช่นกัน 
ผิวหน้าของเรามีวัฏจักรและระบบที่ทำงานเพื่อสร้างและฟื้นฟูผิวใหม่อยู่แล้ว
ซึ่งวัฏจักรอยู่ประมาณ 1 เดือน ผิวที่สร้างใหม่สุขภาพดีกว่าจะถูกผลัดขึ้นมาให้เราเห็นผลนั้น
ก็ใช้เวลาอีกเป็นเดือน ลองนึกดูง่ายๆ เราไปตากแดดแค่ชัวโมงเดียว ผิวเสียดำคล้ำ
กว่าผิวจะกลับมาขาวเหมือนเดิมใช้เวลาเป็นเดือน บางคนถึงก็นานเป็นปี 

น้องๆ หลายคน ชอบมาบ่นว่า “ผิวหมอง หยาบ ใต้ตาคล้ำ ไม่รู้จะทำยังไง”
จริงๆ พี่ควรย้อนถามไปว่า “แล้วที่ผ่านมาทำยังไง ถึงได้เป็นได้ขนาดนี้”
“อืมมมม หนูไม่ได้ทำอะไรเลยอะค่ะ มันเป็นเอง”
“เออ นั่นไง ก็เพราะไม่ได้ทำอะไร เนี่ยหละค่ะ”

ส่วนเจ้ บางคนมีตังค์ ก็เดินเข้าคลินิคเสริมความงามเป็นว่าเล่น จริงๆ ก็ช่วยได้นะ
แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ พอเลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ โบท็อก อะไรก็แล้วแต่ หน้าเจ้ก็กลับมาดีได้ค่ะ 
แต่ถ้าเจ้มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิม ปัญหามันก็กลับมานะคะ มีเงิน วิ่งเข้าออกคลินิค มันก็ช่วยได้ไม่กี่ครั้ง 
สุดท้าย หน้าเจ้ ก็จะกลายเป็นหุ่นยนต์ จุดนี้คงไม่ต้องอธิบาย > <

ตระหนักไว้เถอะค่ะ สาวๆ
การ ดูแลเอาใจใส่สุขภาพของเราจะช่วยให้ผิวพรรณของเราสวยและชะลอริ้วรอยได้จริงๆ อย่างนั้นนะคะ แล้วก็ยังช่วยเรื่องเทคเจอร์ของผิวหน้า ทั้งจุดด่างดำ ฝ้า กระ รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน ผิวหยาบ และแห้งกร้าน ด้วยหละค่ะ 8 วิธีที่แนะนำนี้ ตั้งใจเอามาแชร์ เป็นเคล็ดลับที่ทุกๆ คน ทำได้ ไม่ต้องมีตังค์มากมายมหาศาลก็ทำได้ แค่มีความตั้งใจที่จะสวยไปนานๆ เท่านั้นหละค่ะ

อ่านบล็อกจบแล้ว ตั้งกฏกับตัวเองว่า ก่อนแต่งหน้าตอนเช้า เราจะส่องกระจกกันดูว่า สภาพผิวหน้าเรายังโอเคอยู่มั้ย ตอนนี้เรามีริ้วรอยตรงไหนเยื้องกรายมาทักทายกับเราแล้วบ้าง เพื่อเราจะได้รีบ โบกมือบ๊ายบายมัน ก่อนที่มันจะติดใจและพาเพื่อนๆ มาอยู่กันบนใบหน้าเราตลอดไป อย่ายั่วยวน อย่าเชื่อเชิญริ้วรอยให้มันมาจัดปาร์ตี้ที่บนหน้าเราค่ะ จัดการกับมันซะ!!

ท่องชื่อมันไว้ จัดใส่ Black List ไป เลย “ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก” “ริ้วรอยหว่างคิ้ว” “เปลือกตาหย่อนคล้อย” “ริ้วรอยหางตา” “ผิวแก้มหย่อนคล้อย” “รอยย่นบริเวณรอบริมฝีปาก” “ความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอ” “โครงหน้าหย่อนคล้อย” บั๊ยบายค่าาาาาา



แล้วอย่าลืม หลีกเลี่ยงสาเหตุตัวกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยจอมวายร้ายด้วยนะคะ ทั้ง มลภาวะที่เป็นพิษ รังสียูวี การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารกากๆ นอนน้อย ไม่ดูแลผิว และความเครียด ด้วยค่ะ

อ้อ ส่วนเคล็ดลับเรื่องเมกอัพ จะไม่พูดถึงก็คงแปลกซิเนอะ ก็ปุ้ยอิสมี นี่นา
เอิ่ม... สิ่งที่จะช่วยให้หน้าเราดูเด็กลง และช่วยอำพลางพวกริ้วรอยได้ ก็คือ

  • คอนแท็กเลนส์บิ๊กอายสีดำอันโตๆ เพราะจะทำให้แววตาของเราดูเหมือนเด็กๆ นั่นเอง
  • คอนซีลเลอร์ สีอ่อนกว่าสีผิว ติดรอยคล้ำบริเวณใต้ตา และสีเดียวกับผิว ปกปิดพวกรอยไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย
  • ไฮไลท์ ช่วยให้หน้าเราดูสดใสขึ้น ใช้บริเวณ ใต้ตา หน้าผาก สันจมูก คาง และร่องแก้ม เวิร์คสุดๆ
  • กลิตเตอร์ ไอเท็มมหัศจรรย์ที่จะช่วยเพิ่มลูกเล่นที่ดวงตาทำให้ดวงตาดูสดใสมีเสน่ห์ขึ้น
  • ลิปกลอส ใสๆ แวววาว จะช่วยให้เราได้ลุคเด็กๆ
  • ส่วนโทนสีที่ใช้ทั้งหมด ควรเป็นโทนสีอ่อนๆ นะคะ ห้ามเข้มเด็ดขาดเลย

วันนี้เอาคร่าวๆ เท่านี้ก่อนเนอะ เอาไว้จะสาธิตทำเป็น Get the look ให้แล้วกันนะคะ สัญญา












สุดท้าย ขอขอบคุณข้อมูลและความตระหนักเรื่องริ้วรอยจาก //www.Lorealparisthailand.com/Dermalift
นวัตกรรม ล้ำหน้า L’Oreal Revitalift Dermalift ที่ช่วยฟื้นฟูให้ผิวกระชับ และเต่งตึงที่ 8 จุดสำคัญทั่วใบหน้าถึงลำคอ ริ้วรอยล่องลึกยิ่งดูลดลง ผิวยิ่งรู้สึกกระชับขึ้น L’Oreal Revitalift Dermalift ให้ผู้หญิงรู้สึกอยากเปลี่ยน เพื่อปลุกผิวให้ดูอ่อนเยาว์
สาวๆ ที่ กังวลกับปัญหาทั้ง 8 จุด สามารถเข้ามาลงทะเบียน เพื่อรับผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองจัดส่งถึงบ้าน
และรอพบกิจกรรมตรวจค้นริ้วรอยด้วย เทคโนโลยี Advanced 3D Scan
คือ ระบบแสดงริ้วรอยย่นบนผิวแบบ 3 มิติ ขั้นสูงของวงการผิวพรรณ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
ทรีตเมนต์ฟื้นฟูผิวพรรณได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์สภาพผิวได้ลึกถึงชั้นเดอร์มิส
โดยใช้วิธีการตรวจสภาพผิวด้วยแสงมาตรฐานทั่วไป (Standard)
แสงแบบครอสโพลาไรซ์ (Cross-Polarized)
และแสงอุลตราไวโอเลต (UV)  ร่วมกับ RBX TM Technology
ซึ่งทำให้สามารถวางแผนการรักษาผิวหน้าได้อย่างถูกต้อง
ทั้งยังสามารถวิเคราะห์ริ้วรอยที่ 8 จุดสำคัญบนใบหน้า พร้อมจำลองริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้าได้




คลิ๊กลิงค์ที่ภาพด้านล่าง แล้วตอบว่าคุณกังวลกับริ้วรอยส่วนไหนที่สุด ลงทะเบียนแล้วรอรับครีมที่บ้านได้เลยค่ะ




Website counter
Free Counter
The following text will not be seen after you upload your website, please keep it in order to retain your counter functionality
online casino reviews



Create Date : 08 สิงหาคม 2554
Last Update : 10 สิงหาคม 2554 16:31:54 น.
Counter : 72140 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

PuY~isme
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 113 คน [?]



ปุ้ยเชื่อว่า มนต์วิเศษที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนสวยได้ คือ ความสุขที่มาจากหัวใจค่ะ ^ ^ สวย สร้างสรรค์ และแบ่งปัน http://www.puyisme.com
All Blog