รีวิวผ่านม่านห้องนอน [ม่านจีบ] และ [ม่านม้วน]



รีวิวผ้าม่าน puyisme 00

สวัสดีค่ะ กลับมาบกันอีกครั้ง หลังจากที่ทิ้งท้ายรีวิวไว้คราวก่อน เกี่ยวกับการรีโนเวทห้องนอน
วันนี้จะมาอัพเดตกันให้จบกับส่วนสุดท้ายของห้องนอน ที่แสนอบอุ่นห้องเดิม ด้วยการติดตั้งผ้าม่าน ที่ช่วยเติมเต็มให้บรรยากาศของห้องนี้ดูสมบูรณ์ขึ้น

ซึ่งหลายคนคงจะทราบกันดีว่า ประโยชน์ของการติดตั้งผ้าม่าน ก็คือ
  • ช่วยลดหรือควบคุมแสงแดด ปริมาณความสว่างของแสงที่ส่องเข้ามาภายในห้องให้เหมาะกับกิจกรรมหรือการอยู่อาศัย อีกทั้งช่วยป้องกันการซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ในห้องอันเกิดจาก การเลียสีของแดดด้วยอีก
  • ช่วยเพิ่มให้ความเป็นส่วนตัว บดบังสายตาจากภายนอก
  • ช่วยดูดซับเสียง ลดเสียงสะท้อนภายในห้องที่ต้องการความเงียบเป็นส่วนตัว เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน
  • ช่วยให้บ้านสวยงาม เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการตกแต่งบ้าน

ในกระทู้นี้ จะมาพูดถึงเรื่องผ้าม่าน ทั้งการเลือกประเภท สไตล์ วัสดุและแบบการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับห้องนอนของผู้ใหญ่และห้องนอนเด็กค่ะ

ก่อนอื่นขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ ตามที่ปุ้ยได้หาข้อมูลมา
ผ้าม่านมีหลายประเภทค่ะ แต่หลักๆ ที่เห็นในไทยก็จะมี 7 ประเภทดัวยกัน


Curtain Type

1. ม่านจีบ (Pleat Curtains)
เป็นม่านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถเข้าได้กับการตกแต่งบ้านในทุกสไตล์ อยู่ที่การเลือกสีและเนื้อผ้าโดยเวลาดึงม่านปิดจะไม่มีช่องว่างให้แสงผ่านได้เลย จุดเด่นคือ ระยะห่างของจีบผ้าม่านจะเท่าๆ กัน ต่างจากม่านคอกระเช้า แล้วม่านตาไก่ ที่จะต้องคอยจัดผ้าให้ช่องเท่ากันม่านจีบสามารถติดผ้าได้ 2 ชั้นคือผ้าม่านโปร่ง หรือ ม่านโปร่ง และ ม่านทึบ โดยใช้รางแยกกัน สามารถใส่รางตัวซีหรือจะใส่รางโชว์เพื่อเพิ่มความสวยงาม

2. ม่านคอกระเช้า (Loop Design) มีรูปแบบที่เรียบง่ายที่ได้รับความนิยมทุกสมัยด้วยเอกลักษณ์ที่นำม่านทำเป็นห่วงภายในตัวและเย็บติดกระดุมหรือผูกโบว์เพื่อเพิ่มความเก๋ให้กับผ้าม่านเหมาะสำหรับคนที่ชอบสไตล์ที่ดูธรรมชาติ

3. ม่านตาไก่ (Pierced Design Curtain) เป็นม่านที่ไม่มีการตกยุคด้วยการดีไซน์ในรูปแบบม่านห่วงตาไก่กับลักษณะของรางผ้าม่านที่สอดผ่านห่วงตาไก่ที่ยึดติดกับผ้าม่านดูเป็นลอนสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านให้ดูหรูหราร่วมสมัยและโดดเด่น

4. ม่านพับ (Roman Blinds) เป็นม่านที่ได้รับความนิยม ในทางฝั่งยุโรป และเอเชีย การพับของม่านพับนั้นจะมีลักษณะเป็นชั้นๆและเรียงซ้อนกันขึ้นไปเหมาะกับหน้าต่างบานเล็กในแนวตั้งหรือหน้าต่างด้านที่แสงสว่างไม่ส่องเข้ามาเต็มๆลักษณะการใช้งานโดยการใช้รอกเพื่อดึงผ้าจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน แข็งแรงและประหยัดพื้นที่ จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง เข้ากับการแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์นเหมาะกับครอบครัวคนยุคใหม่ที่เน้นการใช้งานง่าย

5. มู่ลี่ (Venetian Blinds) เป็นม่านชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่ลักษณะของผ้าแต่การใช้งานเหมือนม่านม้วนที่สามารถปรับปิดแสงในแนวนอนข้อดีของมู่ลี่คือ ไม่เก็บฝุ่น แต่ข้อเสียของมู่ลี่คือ ไม่นุ่มนวล อ่อนช้อยเหมือนม่านผ้าม่านมีให้เลือกทั้งเล็กและใหญ่เหมาะกับหน้าต่างบานเล็กหรือหน้าต่างที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ หรือ ในสำนักงานที่เน้นความเรียบง่าย

6. ม่านม้วน (Roller Blinds) เป็นลักษณะแบบแกนม้วน โดยจะเก็บไว้ด้านบนเพื่อความเรียบร้อยและประหยัดพื้นที่ ม่านม้วนมีข้อดีหลายอย่างเพราะนอกจากป้องกันความร้อนและลดความสว่างของแสงได้ดีแล้วม่านม้วนยังใช้งานง่ายสะดวก ปรับความสูงได้ตามที่ต้องการ ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บฝุ่นใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อยและใช้ได้กับหน้าต่างบานเล็กไปจนถึงบานใหญ่มากๆ ด้วยรูปแบบที่ทันสมัยและเรียบร้อย จึงเป็นที่นิยมติดตั้งทั้งในออฟฟิศและที่อยู่อาศัย

7. ม่านปรับแสง (Vertical Blinds) เป็นมู่ลี่แนวตั้ง สามารถหมุนปรับได้ 180 องศาใบมู่ลี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ส่วนใหญ่มักทำจากวัสดุสังเคราะห์ซึ่งช่วยกรองแสงแดดได้ดี เหมาะสำหรับสำนักงานและที่อยู่อาศัย ดูเรียบง่าย ทันสมัย สามารถปรับองศาของแสงได้ และรูดปิดเปิดเก็บซ้าย ขวาได้ตามต้องการ และฝุ่นไม่ค่อยจับ จึงไม่ต้องซัก และที่สำคัญราคาค่อนข้างถูกด้วยค่ะ

เทคนิคการเลือกผ้าม่าน ให้สวยอย่างมีสไตล์
การเลือกผ้าม่านให้สวยสิ่งที่สำคัญ คือ ผ้าม่านจะต้องเข้ากับบ้าน หรือเข้ากับการตกแต่งโดยรวมทั้งหมด โดยคำนึงถึง

1. ประเภทของผ้าม่าน ตอบโจทย์ฟังก็ชั่นการใช้งาน อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นกระทู้ ต้องการติดตั้งเพื่อช่วยลดหรือควบคุมแสงแดด หรือต้องการเพื่อช่วยเพิ่มให้ความเป็นส่วนตัว หรือเน้นที่ใช้งานง่ายดูแลง่ายหรือเน้นเพื่อช่วยให้บ้านสวยงาม ให้ชั่งน้ำหนักในใจว่าต้องการฟังก์ชั่นไหนสำคัญมากกว่า แล้วก็เลือกตามประเภทของผ้าม่าน ที่จะตอบโจทย์เราได้

2. สไตล์การตกแต่ง ในทิศทางเดียวกันสไตล์ของบ้าน
เช่น สไตล์โมเดิร์น (Modern) ก็อาจจะเน้นใช้ผ้าม่านที่ดูเรียบเก๋ สีสันที่มีความคอนทราสต์ กับ สีอื่นๆ สูง เช่น การใช้สีดำ สี เทา สีขาว หรือสีสันจัดๆ เฉพาะจุด เป็นต้น
การตกแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัย (Contempolary) อาจจะใช้ผ้าม่านที่ดูเป็นธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย หรือผ้าไหม โดยปกติการตกแต่งบ้านสไตล์นี้มักจะใช้ผ้าเรียบๆ (ไม่มีลาย) แต่มีเทคเจอร์ (มีเอกลักษณ์ในผิวของผ้า) เช่น ผ้าลายเปลือกไม้ ผ้าฝ้ายลายเส้นด้ายขวาง หรือ ผ้าไหมแบบปมใหม่ธรรมชาติเป็นต้น
การตกแต่งบ้านสไตล์คลาสสิก (Classis) การแต่งผ้าม่านสำหรับการตกแต่งแบบนี้ อาจจะเน้นผ้าม่านให้มีความหรูหราขึ้นกว่าปกติ ซึ่งทำได้หลายวิธี โดยการทำผ้าม่านแบบหัวหลุยส์ หรือ การใช้ผ้าม่านสีทอง เป็นต้น (ข้อมูลจาก icurtain.co.th)

3. ลักษณะของผ้า เหมาะกับการการทำผ้าม่านแบบที่จะต้องการจะทำหรือไม่ เนื่องจากผ้าที่ทำผ้าม่านมีลักษณะของโครงสร้างผ้าที่หลากหลาย ผ้าบางชนิดทำผ้าม่านแบบลอนสวย ผ้าม่านบางชนิดทำผ้าม่านแบบพับสวย ซึ่งวิธีการดูว่าผ้าแบบใดเหมาะกับการทำม่านแบบใดนั้นใช้วิธีการสัมผัสผ้าและลองจับทรงผ้าม่านแบบที่ต้องการดูว่าผ้าแบบนั้นน่าจะทำแบบที่ต้องการได้ดีหรือไม่ หรือ อีกวิธีซึ่งง่าย และชัวร์กว่า คือ ถามผู้มีประสบการณ์คือคนขายผ้าม่านว่าผ้าแบบนี้เหมาะกับม่านแบบนี้หรือไม่ (ข้อมูลจาก icurtain.co.th)

4. สีของผ้าม่าน โดยสีของผ้าม่านถือเป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะทำให้ผ้าม่านออกมาสวยหรือไม่ โดยให้เลือกสีของวัสดุตกแต่งต่างๆ ของบ้านหลักประมาณ 4 สีครับ อาจจะอยู่ในช่วง 3-5 สีก็ได้ แต่ไม่ควรขาดและไม่ควรเกิน เพราะ ถ้าเราแต่งบ้านเพียง 2 สีบ้านจะดูจืด และจะทำให้เบื่อเร็ว หรือถ้าเราแต่งบ้านโดยใช้สี เกิน 5 สี อาจจะเยอะไปและรู้สึกว่าลายตาได้ การเลือกสีหลัก 4 สีจะทำให้เรารู้สึกว่ามี Moving ของสี (ข้อมูลจาก icurtain.co.th)

รีวิวผ้าม่านในกระทู้นี้ ปุ้ยจะเล่าถึงการเลือกผ้าม่านในห้องนอนค่ะ มี 2 ห้อง คือ ห้องนอนหลัก และห้องนอนเด็ก
เริ่มที่ห้องนอนหลักก่อน
ตอนแรกติดตั้งผ้าม่านเป็นม่านปรับแสง (ม่านแนวดิ่ง) เอาม่านเก่ามาจากบ้านพี่สาวเค้าโละทิ้ง ก็เลยเอามาใช้งานชั่วคราว มันก็กรองแสงได้ดี ฝุ่นไม่เยอะ ดูเรียบร้อย แต่ว่า สไตล์มันไม่เข้ากับห้อง และไซส์มันแคบไป ถ้าเทียบกับขนาดของหน้าต่างค่ะ
(ดูในรูปด้านล่าง)


Before ม่านเก่า



หลังจากที่ตกแต่งห้องใหม่ ติดวอลเปเปอร์ บรรยากาศของห้องก็ดูดีขึ้น แต่ผ้าม่านนี่ซิ ไม่โอเคเลย

ก็เลยถึงคราวต้องเปลี่ยนผ้าม่านด้วย ดูรูปหลังติดตั้ง บรรยากาศในห้องดูดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

รีวิวผ้าม่าน ภาพรวม 03

ปุ้ยก็สอบถามจากเพื่อน เค้าแนะนำร้านนึงมาให้ เค้าก็บริการดีค่ะ มาดูหน้างาน วัดที่ และมีผ้ามาให้เลือกหลายแบบ
(เดี๋ยวค่อยๆ เล่าให้ฟังทั้งเรื่องบริการและราคานะคะ)

ตอนนี้จะเล่าให้ฟังก่อนว่า ทำไมผ้าม่านในห้องนอน จึงเลือกเป็นผ้าม่านผ้า แบบจีบ
การเลือกฟังก์ชั่นของผ้าม่านเป็น 2 ชั้น ก็ช่วยให้ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งาน
- ผ้าทึบ ช่วยกันแสงแบบ 100% และให้ความเป็นส่วนตัวมาก ใช้เวลานอน ต้องการความเงียบสงบ
- ผ้าโปร่ง ช่วยกรองแสงบางๆ และช่วยพลางสายตาจากภายนอก ใช้เวลากลางวันที่ต้องการแสงและเห็นวิวภายนอกได้

เลือกวัสดุที่เป็นผ้า ก็จะให้อารมณ์ที่นุ่มนวล เหมาะกับบรรยากาศการพักผ่อนในห้องนอน และเราสามารถใส่ลูกเล่นต่างๆ ตามสไตล์ของเราให้เข้ากับการตกแต่งในห้องได้ง่ายด้วยค่ะ
ซึ่งสไตล์ของห้องนอนนี้ เป็นสไตล์ Modern Luxuary คือ ดูเรียบง่าย แต่แผงเทคเจอร์ที่ดูหรูหรา ปุ้ยจึงเลือกชนิดของผ้าที่มีลักษณะกึ่งมันเงา ทั้ง 2 ชั้น ซึ่งนอกจากจะได้เทคเจอร์ที่ดูหรูหราแล้ว ก็ยังช่วยในเรื่องลดการจับตัวของฝุ่นละอองบนผ้าอีกด้วย


ผ้าม่าน ทึบ โปร่ง
การเลือกสีของผ้า ก็ให้เชื่อมโยงกับสีหลักๆ ที่เราใช้ในการตกแต่งห้องค่ะ โดยปุ้ยยึดตามสีของวอลเปเปอร์
ผ้าทึบ ปุ้ยเลือกสีเบจทองอ่อนๆ สีใกล้เคียงกับวอลเปเปอร์ด้านที่เรียบๆ
ส่วนผ้าโปร่ง ปุ้ยเลือกสีเงิน ซึ่งก็จะใกล้เคียงกับสีพื้นของวอลเปเปอร์ลายสก็อต ตรงผนังด้ายเดียวกับหน้าต่างนั่นแหละ และลายก็เลือกให้มีเส้นลายทาง ช่วยเพิ่มความวิ๊ง เพิ่มมิติของเทคเจอร์ และช่วยให้พลางตาจากภายนอกได้ดีขึ้นค่ะ
นอกจากนั้นแล้ว ปุ้ยขอให้เค้าใส่ลูกเล่นเพิ่มเติม คือ ใส่กุ๊บของเส้นสีดำ ช่วยให้ผ้าเรียบๆ ดูมีสไตล์ขึ้นมาทันตา


รีวิวผ้าม่าน ภาพรวม 01

รีวิวผ้าม่าน ภาพรวม 02

รีวิวผ้าม่าน โปร่ง+ทึบ 01

รีวิวผ่านม่าน ม่านโปร่ง

ผ้าโปร่ง ที่มีลวดลาย ช่วยให้พลางตาจากภายนอกได้มากขึ้น และเพิ่มเทคเจอร์เวลาโดยแสงดูมีมิติขึ้นค่ะ

รีวิวผ้าม่าน ม่านทึบ

ผ้าทึบ เลือกสีมันเงา ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูหรูหราขึ้น และแต่งกุ๊นขอบสีดำเพิ่มทำให้ภาพรวมดูเก๋ขึ้น ไม่เหมือนใคร และก็ยังสอดคล้องกับสีของขอบหน้าต่างด้วย ไปกันได้ค่ะ



ตะขอเกี่ยวสายรัดผ้าม่าน เลือกวัสดุที่เป็นโลหะ สไตล์ของร้านนี้เค้าดูหรูดี อันนี้ทางร้านเลือกมาให้ค่ะ
เราแค่กำหนดว่า เอาสีเงิน หรือสีทอง เค้าก็ติดตั้งให้เรียบร้อย ไม่ทำให้วอลเปเปอร์เป็นรอย

ส่วนราวผ้าม่านและห่วงคล้อง มีหลาหลายสี หลากหลายสไตล์ให้เลือกค่ะ 
เลือกสีก่อน จะเอา ดำของเงิน หรือดำขอบทอง หรือเอาสีขาว สีเงิน หรือสีทองทั้งหมดก็ว่ากัน ปุ้ยเลือกสีดำของเงินให้สอดคล้องกับวงกบประตู/หน้าต่าง และสีเงินเข้ากับกรอบรูปที่แขวนตกแต่งบนผนังห้องค่ะ

สไตล์ของราว ที่ร้านเลือกให้เข้ากับสไตล์ของห้องนอนปุ้ยมาก ปุ้ยเห็นแล้วชอบเลยค่ะ

รีวิวผ้าม่าน ราวแขวน 03

รีวิวผ้าม่าน ราวแขวน 02

รีวิวผ้าม่าน โปร่ง+ทึบ 03

พอติดตั้งผ้าม่านชุดนี้เสร็จ มุมนี้ก็ดู มีสไตล์ขึ้นทันที ห้องนอนห้องนี้ก็ถูกเต็มเติมอย่างสมบูรณ์

รีวิวผ้าม่าน ภาพรวม 04

งบประมาณสำหรับผ้าม่าน ห้องนอนชุดนี้ ทั้งหมด คือ 6,400 บาท รวมหมดทั้งผ้าม่าน 2 ชั้น และราวม่าน
จากร้าน อิมสยามผ้าม่าน (iCurtain) เป็นร้านที่เพื่อนปุ้ยแนะนำให้ พอลองใช้บริการแล้วก็รู้สึกว่าโอเคมากค่ะ
ขอเล่านิดนึง เรื่องราคานี่ เราบอกเค้าก่อนว่าเรามีงบประมาณเท่าไหร่ แล้วเค้าจะช่วยเลือกผ้าม่านที่อยู่ในงบประมาณของเราได้ค่ะ จริงๆ แล้วผ้ามีหลายเกรด หลายยี่ห้อ ใครอยากได้ยี่ห้อนำเข้า แบรนด์ดังๆ ราคาสูง หรูหราเค้าก็มี แคตตาล็อคให้เลือกค่ะ
แต่ปุ้ยเน้นว่า ขอฟังก์ชั่นใช้งานเป็นหลัก ไม่มายด์เรื่องยี่ห้อ ซึ่งเค้าก็เสนอมาเป็นผ้าของโรงงานที่ร้านผลิตเอง ซึ่งจะถูกมากๆ อย่างที่เห็น ทั้งผ้าโปร่งและผ้าทึบ มีหลายสีให้เลือกเลย ผลลัพธ์ออกมาได้สตไล์ที่ชอบในงบประมาณที่ถูกใจ แถมคุณภาพการตัดเย็บ และคุณภาพของผ้าก็ดีกว่า ร้านที่ปุ้ยเคยสั่งตัดมาจากร้านที่ไปเดินตามงานเฟอร์นิเจอร์ค่ะ

ในเรื่องบริการก็ใช้เวลาในการผลิตไม่เกิน 7 วันค่ะ มาติดตั้งไม่เกิน 2 ชม. และถ้าผ้าตัดมาไม่พอดี หรือผ้ายับ เค้าก็นำกลับไปแก้ไขให้ แล้วมาติดตั้งใหม่อีกรอบค่ะ ปุ้ยแนบบิลมาให้ดูด้วย คือ ราคานี้จริงๆ





ในใบเสนอราคา ปุ้ยตัดส่วนบนที่เป็นข้อมูลส่วนตัวออกนะคะ จะเห็นว่า ราคามี 2 ส่วน
ห้องนอนล่าง 6,400 บาท ก็คือ ห้องที่รีวิวไป
ส่วนชั้น 2 ห้องนอนหน้า 15,600 บาท จะเป็นม่านม้วนในห้องนอนเด็กที่กำลังจะรีวิวต่อไปด้านล่างค่ะ




สำหรับห้องนอนเด็ก ก่อนหน้านี้ปุ้ยก็เอาม่านมูลี่กันเก่า จากบ้านพี่สาวที่เค้าโละทิ้ง มาติดใช้งานชั่วคราวเหมือนกันค่ะ คือ ใช้บังแสงได้ แต่ว่า ไม่เหมาะกับห้องนอนเด็กเลย เพราะว่า มูลี่จะมีฝุ่นเกาะเยอะ วัสดุเป็นอลูมิเนียมซึ่งจะมีน้ำหนักมาก เวลาเปิดปิดใช้งานจึงไม่สะดวก โดยเฉพาะเวลาดึงม่านขึ้น ใช้แรงเยอะมาก ทำความสะอาดก็ยาก ดังนั้นมูลี่อลูมิเนียมนี้ ไม่เหมาะสำหรับห้องนอนของเด็กเลยจริงๆ ค่ะ แต่ตอนนั้นที่เอามาใช้เพราะว่า ได้ฟรี ยังไม่มีตังค์ซื้อม่านดีๆ มาติดค่ะ ;)


Before ม่านมู่ลี่

รีวิวผ้าม่าน ม่านม้วน After

และหลังจากที่ลงทุนตกแต่งห้องนี้ เตรียมตัวจะมีเบบี๋ ก็หาข้อมูลเรื่องประเภทของผ้าม่าน และแล้วก็มาลงเอยกับผ้าม่านแบบม้วนค่ะ
เหตุผลที่เลือกผ้าม่านแบบม้วน มาติดตั้งในห้องนี้ คือ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน และวัสดุที่ไม่เก็บฝุ่น เป็นหลัก
ส่วนสไตล์ของม่านม้วนนั้น ก็เป็นแบบเรียบๆ ดูเข้าใจง่าย อาจจะไม่ดูฟรุ้งฟริ้งเท่าไหร่
แต่ถ้าต้องเลือก ในห้องนี้ก็เน้นฟังก์ชั่นมากกว่าความสวยงาม

วัสดุของม่านม้วน ก็มีหลากหลายให้เลือกค่ะ มีตั้งแต่เป็นผ้าและเป็นวัสดุสังเคราะห์ เกรดก็มีตั้งแต่ถูกมากๆ จนถึงแพงมากๆ
เทคนิคการเลือกม่านม้วน จะต้องคำนึง 2 ประเด็นหลักๆ คือ ฟังก์ชันการใช้งาน และ งบประมาณที่มี
การที่จะเลือกมากม้วนให้ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานได้นั้น จะต้องมีความเข้าใจในวัสดุของม่านม้วนกันก่อน ซึ่งมี 3 แบบ คือ
  1. ม่านม้วนชนิดทึบแสง (Blackout) ผ้าม่านม้วนชนิดทึบแสง ผลิตจากใยผ้าหลากชนิด เช่น Polyester, Cotton, PVC เป็นต้น และมีการเคลือบด้วยกระบวนการทางเคมี ทำให้สามารถกันแสงแดดได้ถึง 100% เหมาะกับห้องที่ต้องการความมึด เช่น ห้องนอน ซึ่งผ้าม่านม้วนชนิดทึบแสงนี้ช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ จึงทำให้ประหยัดไฟได้มากถึง 10% 
แสงจะไม่สามารถผ่านได้เลย และกัน ความร้อนได้ดีมากๆ เหมาะกับแสงแดดที่ร้อนจัด หรือห้องที่ต้องการความมืดสุดๆ เช่น โฮมเทียเตอร์ หรือ ห้องประชุมที่ฉายโปรเจคเตอร์
  2. ม่านม้วนชนิดกันแสง (Dimout) เป็นผ้าม่านม้วนชนิดกันแสง ผลิตจากใยผ้าหลากชนิด เช่น Ployester, PVC, Contton เป็นต้น โดยมีเปอร์เซ็นต์การทะลุผ่านของแสงขึ้นกับชนิดของผ้า เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการแสงสว่างบ้าง แต่ยังต้องการความเป็นส่วนตัว โดยมีเฉดสีและลวดลายให้เลือกมากที่สุด แสงจะผ่านเข้ามาได้ประมาณ 40% ทำให้ภายในห้องไม่มืดจนเกินไป และจะกันความร้อนได้ประมาณ 60%
  3. ม่านม้วนชนิดกรองแสง (Sunscreen) เป็นผ้าม่านม้วนชนิดกรองแสง ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์หลากชนิด เช่น Fiberglass, Vinyl, Polyester, PVC และ Cotton โดยมีเปอร์เซ็นต์การทะลุผ่านของแสงขึ้นกับชนิดของผ้า 
มองทะลุด้านนอกได้ กันแสงได้ประมาณ 40-50% เนื้อม่านจะมีรูเล็กๆ ถ้าด้านนอกโดนแดดจัด จะไม่แนะนำ เพราะจะไม่สามารถกันความร้อนได้เท่าที่ควร แต่จะเหมาะกับการใช้กั้น ระหว่างห้อง หรือ สำหรับห้องที่แดดที่ไม่ร้อนมาก

ทั้ง 3 แบบนี้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทำให้ตอบโจทย์ฟังก์ชันที่แตกต่างกัน
ในเรื่องของงบประมาณ โดยปกติแล้วม่านม้วนแบบทั้ง 3 แบบ ผ้าม่านม้วนแบบ Dim out จะมีราคาถูกที่สุด ส่วนม่านม้วนแบบ Sunscreen และ Block out จะมีราคาพอๆ กัน ขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าและคุณสมบัติของม่านม้วนประเภทนั้นๆ เช่น ม่านม้วน Sunscreen แบบ Reflection หรือม่านม้วนแบบทึบแสงหลังโฟมสีเดียวกัน จะมีราคาค่อนข้างแพงกว่าผ้าม่านม้วนประเภทเดียวกัน


รีวิวผ้าม่าน ม่านม้วน 01

ผ้าม่านม้วน

สำหรับในห้องนอนเด็กนี้ ปุ้ยเลือกผสมม่านม้วนแบบ 2 ชั้น คือ Dim out (ทึบกว่า) และ Sunscreen (โปร่งกว่า)
โดยเลือกเป็นสีที่ต่างกัน ด้วย คือ โทนเทาอ่อน (เป็นโทนเย็น) กับสีออฟไวท์หรือสีครีมอ่อนๆ (โทนอุ่น)
เลือกแบบนี้จะช่วยให้ผสมการใช้งานได้หลากหลากค่ะ มีภาพตัวอย่างให้ดู


รีวิวผ้าม่าน ม่านม้วน เปรียบเทียบแสง
--- รูปนี้ถ่ายตอนเช้าค่ะ ----

[ขวาบน] เปิดม่านขึ้นหมด แสงก็เข้าแบบเต็มๆ 100%
[ซ้ายบน] ปิดม่าน Sunscreen สีออฟไวท์ แสงเข้าแค่ 60% เป็นแสงโทนอุ่น และสามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้
[ขวาล่าง] ปิดม่าน Dim out สีเทาอ่อน แสงเข้าแค่ 40% เป็นแสงโทนเย็นลง สำหรับช่วงบ่ายๆ
[ซ้ายล่าง] ปิดม่านลงทั้ง 2 ชั้น ก็จะมีแสงลอดเข้ามาเพียง 15% ถ้าปิดม่านหมดทั้งห้องก็จะค่อนข้างมืดเลย เหมาะกับการนอนกลางวัน
เหตุผลที่ปุ้ยไม่เลืกแบบ Black out ไปเลย เพราะว่า ปุ้ยเป็นคนไม่ชอบอยู่ในที่มืดๆ ค่ะ แต่พอผสมม่าน 2 ชั้นก็ไม่มืดจนน่ากลัว แต่ก็หลับไปสบายค่ะ

ห้องนี้มีหน้าต่าง 3 บาน ม่านม้วน 6 ชุด (1บาน ติด 2 ชั้น) ก็ 15,600 บาท
ถือว่าราคาโอเคอยู่นะคะ พอเปลี่ยนม่านแล้ว ห้องก็ดูดีขึ้น สามารถใช้แสงได้ตามความต้องการมากขึ้นค่ะ
ดูแสงตอนบ่ายๆ ด็ดูอบอุ่นดี


KidRoom ม่าน 01

KidRoom ม่าน 02

วันนี้ขอจบกระทู้ด้วยภาพบรรยากาศในห้องนอนเด็กค่ะ
ไว้กระทู้หน้าจะมารีวิวการตกแต่งห้องนอนเด็ก เวอร์ชั่น 2 นะคะ
หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลและตัดสินใจเลือกติดตั้งผ้าม่านอยู่นะคะ
วันนี้ไปละ บั๊ยบายค่าาา

ข้อมูลเพิ่มเติม ร้านผ้าม่าน www.facebook.com/iCurtainfanpage และ www.curtain.co.th

#รีวิวผ้าม่าน #ม่านม้วน #ม่านจีบ





Create Date : 04 สิงหาคม 2559
Last Update : 25 ธันวาคม 2559 23:17:14 น.
Counter : 3452 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



PuY~isme
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 112 คน [?]



ปุ้ยเชื่อว่า มนต์วิเศษที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนสวยได้ คือ ความสุขที่มาจากหัวใจค่ะ ^ ^ สวย สร้างสรรค์ และแบ่งปัน http://www.puyisme.com