ล่องแพไม้ไผ่ซองกะเลีย อ.สังขละบุรี
ประมาณ 5 ปีที่แล้ว อาจจะนานไปหน่อย แต่ก็ยังมีความประทับใจอยู่มาก

BEGIN---


เหนื่อยนักเราก็พักผ่อน....เดินทางกันอีกสักที...หลีกหนี เมืองกรุง....ปีนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มทำงาน แต่ก็อดไม่ได้ ที่จะต้องหาเรื่องเที่ยว ช่วงนั้นประมาณธันวาคม เกือบจะปลายเดือนได้ น้ำก็มีพอสมควร ก็เลยตกลงใจว่าจะไปเมืองกาญฯ แต่ก็อยากให้ไกลๆ หน่อย ก็เลยเลือก อ.สังขละบุรี ไปกัน 4 คน มี เรา เทพ หรี่ แล้วก็ไก่ โดยติดต่อ หาที่พักไว้ก่อน ก็คือ P-Guest House
เดินทาง จากกรุงเทพฯ โดยรถทัวร์ แล้วก็ไปต่อรถตู้ ที่เมืองกาญจนบุรี ไปอำเภอสังขละบุรี ทางเส้นนี้สาหัสพอสมควร แต่ด้วยความเพลียก็เลยหลับ
พอไปถึงก็เดินหารีสอร์ท ที่ P-Guest House มีบริการ ให้ล่องแพ และมีทัวร์เดินป่า ที่นี่มีคนที่ไปเที่ยวพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ เค้ามีรถส่วนตัว หาอยู่พอสมควรกว่าจะเจอ คิดซะว่าเดินเล่น พอไปถึงก็ถามเค้าเรื่องล่องแก่ง พี่เค้าบอกว่าจะล่องพรุ่งนี้ คืนนี้ให้นอนที่นี่ก่อน
ที่พักก็สงบดี ตอนเย็นเค้ามีเรือหางยาวพาเที่ยวบนตัวเขื่อน แล้วก็ไปหมู่บ้านมอญ อากาศเหนือเขื่อนค่อนข้างเย็น ช่วงที่ไป อากาศกำลังสบาย เค้าพาไปดูวัดที่จมลงไปอยู่ในน้ำ ก็เที่ยว ตามหมู่บ้านสักพัก
พอกลับจากเที่ยว เราก็มากินข้าวที่นี่ เราได้กิน กบทอดกระเทียม ครั้งแรก ก็ดีนะรสชาดใช้ได้ เหมือนไก่เลย อร่อยชวนชิมเลยหล่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบก็อย่าเสี่ยง แต่เราน่ะลองทุกอย่างอยู่แล้ว
ที่พักของเราเป็นกระท่อมเล็กๆ 2 หลังติดกันมี แต่ห้องนอน แต่ก็พอนอนได้ ตอนเช้าตื่นมา อากาศดีมาก หมอกลงสวยมากเลย แล้วอากาศ ก็เย็นมากด้วย อาบน้ำแทบจะต้องวิ่งผ่าน หนุ่มๆ เค้าชวนกันไปอาบหน้าที่พัก
พอสายหน่อย ก็ไปกินกาแฟที่ร้านของ P-Guest House เจ้าของที่นี่เค้าเป็นกันเองมากเลย มาชวนคุย แล้วก็เล่าโปรแกรมต่างๆ ให้ฟัง ฟังแล้วก็อยากมาอีก แต่คราวนี้ไม่มีเวลา ก็เลยได้แค่ล่องแพไม้ไผ่
พอทานอาหารเสร็จ พี่เค้าก็เรียก ไปขึ้นรถ นั่งไปที่ที่จะล่องแก่ง เราจะล่องแม่น้ำ ซองกะเลียกัน แพที่ใช้เป็นแพไม้ไผ่ เค้าให้ถ่อเอง เนื่องจาก เราเป็นหญิงคนเดียวของกลุ่ม ก็เลยไม่ต้องถ่อ แค่ระวังตัวไม่ให้ตกแพก็พอ
ล่องไปพักไปเป็นระยะ จะมีแก่ง ที่ให้หวาดเสียว อยู่หลายแก่ง มีครั้งนึง เทพเกือบโดนแพทับ หวาดเสียวจริงๆ แต่ก็รอดตัวมาได้ บางแก่ง ก็ให้ไก่เป็นคนนำ แก่งนั้นล่มเลย เฮ้อไม่น่าเล้ย แต่ก็ดีได้ความมันส์อีกแบบ พักกินข้าวสักพักเป็นข้าวกระเพราหมูสับ อร่อยเพราะว่าหิวมาก ก็เหนื่อยนะลุ้นเนี่ย แพไม้ไผ่เป็นอะไรที่ กะลำบาก ไม่รู้ดันไปทางนี้ คนข้างหลังจะคัดไปทางไหน ก็สนุกดี
พอล่องเสร็จ เค้าก็ผูกแพ เข้าด้วยกัน แล้วก็ใช้เรือยนต์ลากไป ได้พักผ่อน นอนชมฟ้า เหนื่อยแต่ก็สนุกสะใจดี
กลับมาที่พัก พักผ่อนสักพัก พอหายเหนื่อย เราก็ชวนกัน ไปไหว้พระที่วัดหลวงพ่ออุตะมะ แต่ช่วงนั้น หลวงพ่อไม่อยู่ ก็เลย ไม่ได้กราบท่าน ข้างๆ วัด จะมีสาวพม่าขายของกันมีพวกพลอย แล้วก็แป้ง สีเหลืองๆ ที่พม่าทาเป็น วงๆ ไว้ที่แก้ม ดูแล้วตลก แต่เค้าคงคิดว่าสวยของเค้ามั้ง
เค้าบอกว่าสาวพม่าสวย ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพื่อนเราขยันเดินดูมาก ดูสาวแม่ค้าน่ะ ไม่ได้ดูของ เดินจนเมื่อยเลยแหละ
สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร ได้แต่แป้งที่ทาแก้ม ซื้อไปฝาก สาวๆ ที่ทำงาน ลองดูว่าผิวจะสวยเหมือนผิวพม่าหรือเปล่า คืนนี้หลับสบายเพราะหมดแรงจากการถ่อแพ พอวันรุ่งขึ้นเราก็เดินทางกลับกัน ปลอดภัย แข็งแรง กลับสู่บ้านเมือง อันสับสนวุ่นวาย โดยมีพลังใจเต็มร้อย มีโอกาส คงหาเวลามาที่นี่อีก เป็นที่สงบๆ ไกลจากความสับสนวุ่นวาย แต่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและน้ำใจจ๊ะ




Create Date : 13 มกราคม 2549
Last Update : 13 มกราคม 2549 18:12:21 น.
Counter : 614 Pageviews.

3 comments
  
ตกลงใช้แป้งพม่าแล้วเป็นไงกันบ้างครับ?
โดย: SamCommander วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:9:51:30 น.
  
อะไปซะปีนี้นะ ทองผาภูมิรออยู่

อยากให้ช่วยกันแจ้งข่าวออกไป เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกการท่องเที่ยวไทยให้หันมาสนใจทองผาภูมิบ้าง

ทองผาภูมิ กาญจนบุรี มิใช่ ณ ชายแดนปิล๊อกบ้านป้าเกล็นแห่งเดียว( //www.parglen.com )แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเที่ยวได้ทั้งปี ตั้งแต่เข้าเขตทองผาภูมิก็มีวัดท่านมิตสุโอะ น้ำตกผาตาด น้ำพุร้อนหินดาด น้ำตกผาสวรรค์ ขี่ช้างล่องแพลิ่นถิ่น มีโฮมสเตย์ของนักทำโป่งเทียม เป็นบ้านเรือนไทยที่สวยงามสร้างโดยไม่มีการเขียนแบบ มีของเก่าของโบราณมาตกแต่งไว้ให้เรียนรู้ ชื่อภูผาตาด โฮมสเตย์(www.panoramatown.com/phuphatat ) มีกิจกรรมนมัสการพระพม่าอายุ 90 ปี สวดมนต์แบบพม่า พาไปสำรวจน้ำตกใหม่ที่นักข่าวไทยพีบีเอสบอกว่าสู้ทีลอซูได้สบายมาก รายการทีวีไทยสุดสัปดาห์ยืนยันได้ในความงาม

ไปอีกนิดถึงเมืองทองผาภูมิ มีร้านแนวๆชื่อลูนู๋( //www.lunu.biz ) มีร้านทอง(แดงสดใส)ที่ดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ของตลาดทองผาภูมิ มีตลาดนั่งยองในแบบชาวบ้าน มีขนมทองโย๊ะขนมแปลกแห่งทองผาภูมิ มีแม่น้ำข้ามได้ สะพานแขวน และศพไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่สายที่ลือชื่อเรื่องปาฎิหาร มีพระเจดีย์คีรี ที่ดูวิวทองผาภูมิ 360 องศา ณ วัดท่าขนุน มีพระขาวภปร.องค์ใหญ่มากเป็น 1 ใน 10 และเป็นองค์สุดท้ายที่ในหลวงทรงสร้าง

ออกจากเมืองไปไม่ไกลชมวิวทิวเขื่อนและทะเลาะกับลิงที่เขื่อนเขาแหลม( //vrk.egat.com )ที่พักติดเขื่อนเขาแหลมที่ใกล้ๆอัธยาศัยดีและราคาถูกมากๆสร้างในแนวที่ฝรั่งชอบมากๆก็ได้แก่ บ้านเก็บตะวัน โฮมสเตย์ ( //keptawan.siam2web.com )บ้านของลุงยศ ไกด์ผู้บุกเบิกฝรั่งเดินป่าแห่งกาญจบุรี ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความงามของวิวทะเล กิจกรรมพายเรือคยัค แคนนูข้ามเขื่อน และความงามของพระอาทิตย์ตก บริเวณนั้นมีวิถีชาวบ้านของหมู่บ้านท่าแพ ใกล้ๆมีจุดชมวิวทะเลที่เหมือนวิวเกาะกลางทะเล

เลยไปอีกไม่กี่กิโลเมตร มีหมู่บ้านห้วยเขย่ง หมู่บ้านที่เคยเลี้ยงช้างเพื่อชักลากไม้ มีสวนป่า พุปลิง ปูราชินีที่เดียวของโลก ค้างคาวกิตติสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก ณ ถ้ำหินงอกหินย้อย ถ้ำ 28 มีบึงน้ำทิพย์ที่ป่าไม้เพิ่งจะไปบุกเบิกใหม่ ถ่อแพข้ามไป มีต้นไม้ยักษ์ น้ำตกสายรุ้ง มีหมู่บ้านพูดเหนือเหมือนเมืองเชียงใหม่ มีหมู่บ้านพูดลาวด้วย มีชาวกระเหรี่ยง พม่ามากมายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีที่นั่งห้างดูช้าง หรือวันดีคืนดีเห็นตัวเป็นๆเย็นๆมากันเป็นโขลงก็พบกันอยู่บ่อยๆ

ในเขตหมู่บ้านนี้ยังมีบ้านไร่วิมานดิน ออร์แกนนิค ฟาร์มสเตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยให้เข้าเยี่ยมชมและเข้าพัก( //www.vimandin.com )ขอบอกว่าที่นี่โรแมนติคมากๆ อยู่ติดกับลำน้ำห้วยเขย่งสถานที่สำหรับถ่อแพ ล่องแก่งกันมาหลายสิบปี มีโป่งพุร้อนที่อยู่ไม่ไกล ที่นี่ได้ยินเสียงช้างป่าและสัตว์ต่างๆร้องอยู่บ่อยๆ บนยอดเขาที่ใกล้กับวิมานดินมีวิวทะเลหมอก ทะเลสาป วิวพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก 4 อย่างในจุดเดียวกัน มีสระอโนดาตที่มีผู้ค้นพบใหม่ มีหอยโลกล้านปีแบริโอพอทที่มีอายุกว่า 280 ล้านปีที่หาดูยากมากๆอยู่บนยอดเขา แต่ไม่มีหน่วยงานไหนให้ความสนใจปล่อยให้ชาวบ้านเก็บเอาไปขายทำเครื่องรางของขลังชิ้นละ 50 สตางค์น่าเสียดายมาก

เลยจากเส้นนี้ไปไกลสักนิดก็เป็นอช.ทองผาภูมิกับเจ้านกเงือกที่คอยต้อนรับ หรือจะขึ้นเขาช้างเผือกยอดเขาที่สูงที่สุดของทองผาภูมิ หรือจะไปไกลนิดลำบากหน่อยด้วยรถ4x4 สู่เหมืองปิล๊อก บ้านอีต่อง เนินเสาธง ถือว่ามาได้ไกลสุดเขตชายแดนพม่า-ทองผาภูมิเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายที่การท่องเที่ยวไม่เคยรู้ ไม่เคยไปดูและไม่รู้จัก ซึ่งอยู่ใกล้ๆกรุงเทพมากๆเพียง 2 ชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว แต่ไม่ได้ถูกประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รับรู้ จึงอยากให้ช่วยกันแจ้งข่าวออกไป เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกการท่องเที่ยวไทยให้หันมาสนใจทองผาภูมิบ้าง

ท้ายสุด สำหรับผู้ที่ชื่นความหนาวเย็นข้อความข่าวนี้คงยืนยันได้ว่าความหนาวเย็นของทองผาภูมิว่าไม่แพ้เชียงใหม่แน่นอน

ข่าวโดยสำนักข่าวไทย 15 มกราคม " กาญจนบุรีเย็นจัดชายแดนทองผาภูมิ 4 องศาฯ "
//news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=244367&ch=lc2

โดย: โฉมนะน่า IP: 203.144.144.164 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:40:00 น.
  
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม
โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:11:41:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

momyokmook
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]