....ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ไหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟ ที่สวยงาม ขอบรั้ว และริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ ในสนาม ... บ้านนี้จะงามไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ.......
Group Blog
 
All Blogs
 

พืชผักสวนครัวรอบๆบ้าน

มีบ้านอยู่ มีข้าวมีผักกิน มีหรัวดัง มีตังค์ใช้..... แล้วจะมีอะไรอีก อิอิ
ยัง...เกี่ยวกับบ้านอยู่ดีครับ รอบๆบ้านนั้นแหละ บ้านสวนหลังนี้ นอกจากจะปลูกต้นไม้ ดอกไม้ เพื่อความสวยงามแล้ว ยังปลูกผักสวนครัว ตามที่ว่างรอบบ้านไว้กินเอง อีกด้วยตะหาก อากาศดีๆ เย็นๆ ยามหน้าหนาว ผักต่างๆ งอกงามจนกินไม่ทันเลยแหละ เหลือแจกเพื่อนบ้านด้วย
อยากกินผักสดๆบ้างมั้ย

นี่เลย สวนครัวเล็กๆ จำประตูทางเข้าได้มั้ย เข้ามาแล้ว หันไปทางขวาก็นั่นเลย


ตั่งโอ๋ กับ หอมเลย รู้จักกันมั้ยเนี่ยะ ใบบัวบกก็มี ขึ้นเองอีกต่างหาก


กล่ำดอก


กล่ำปลี ซื้อเมล็ดมาซองละ 20 บาท


กล่ำปลีใกล้ๆ ใบเขี้ยววว เขียว เป็นมันเลย

ผักขี้หูด ไม่รู้ว่าภาษากลางเรียกกันว่าอย่างไร


ถั่วหวาน แบบไร้ค้าง ออกฝักกินได้แล้วนะ มองเห็นกันมั้ย

และถั่วพู กำลังรอขึ้นค้าง




และก็มีดอกไม้ สีสัน สดใส


อืม.... ยังไม่หมด ยังมีอีกหลายๆอย่าง ไว้ค่อยมาแปะใหม่ นะครับ

ไม่อยากจะบอกเลย นอกจาก ปลูกข้าว ปลูกผักแล้ว ยังกำลังหัดเผาถ่านจากไม้ลำใยอยู่



วันนี้มีมาเพิ่มเติมครับ ว่าด้วยผักกันต่อ
แตงกวา กำลังออกดอกเต็มเลย



ผักคาวตอง มีกลิ่นคาวสมชื่อเลย ชอบอยู่ตามที่ร่มที่ชื้นแฉะ
และใบจะสีเขียว ที่มันแดงเพราะว่าโดนแดดทั้งวัน ก่อนหน้านี้ได้ต้นลำใยให้ร่มเงาอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว มันไม่ตายก็ดีแล้ว



คึ่นฉ่าย ยังไม่ค่อยงอกงามเท่าไหร่



ตั่งโอ๋ ในยุคที่มันเฟื่องฟู (กินมันไม่ทัน) มันเลยแข่งกันโต


ถั่วไร้ค้าง ฝักอยู่ใต้ใบ เอาให้เห็นกันชัดๆ



และก็ยังมี ถั่วขึ้นค้าง มีฝักอยู่นอกใบด้วย


ผักไผ่ ไม่รู้ว่าภาคกลางเรียกว่าอะไร



ผักชี ที่ไม่ว่าบ้านนี้หรือว่าบ้านไหนๆ ใช้โรยหน้า อิอิ



ใบบัวบก ที่นี่เรียกว่าผักหนอกมีอยู่รอบบ้านเลย ทั้งขึ้นเอง ทั้งปลูก
ใครมาบ้านนี้แล้วไม่ได้กินน้ำผักหนอกเหมือนว่าว่าไม่ถึงอ่ะครับ



พริกขี้หนู ที่อยู่ใกล้ครัวแค่เอื้อม ถึงแม้จะไม่สวยแต่มันเผ็ดใช้ได้เลย



มะเขือเทศ มันขึ้นเองไม่ค่อยได้ใจใส่แต่มันโครตดกเลย


มะเขือยาว



ผักชีฝรั่ง อันเนี๊ยะใส่ต้มยำเห็นจะเหมาะที่สุดแล้ว



หอมด่วน ปลูกเจ้านี้เพราะค๊อกเทลแท้ๆ ขยี้ๆใส่ หรือประดับในค๊อกเทล ที่มีชื่อมิ้นอยู่ด้วย ได้ทั้งรส ได้ทั้งกลิ่น ว่าไปนั่น พูดแล้วเปรี้ยวปาก


สาระเหน่ แถมละกันของชอบ



ปิดท้ายด้วยสิ่งหวานๆ ครับ อ้อย ครับ อ้อย ฮาๆๆๆๆๆ



ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา




 

Create Date : 28 มกราคม 2550    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2550 10:45:08 น.
Counter : 2947 Pageviews.  

เอาบ้านมา update หลังจากผ่านไป เจ็ดเดือน


ความสุขกับบ้านสวน
วันเวลาผ่านไปรวดเร็วจังเลย เผลอไปหน่อยเดียว เจ็ดเดือนกว่าแล้วที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้
หลายสิ่งหลายอย่าง มีการปรับปรุงแก้ไข ตามแต่ปัญหาที่เกิดมาให้เห็นเรื่อยๆ ต้นไม้ ดอกไม้ เติบโตผิดหูผิดตาไปมาก เมื่อเทียบกับเจ็ดเดือนก่อน
สนุกและมีความสุขมากับบ้านหลังนี้มาก ทุกๆวันหยุดเหมือนว่าจะมีกิจกรรมที่ต้องทำเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ เหมือนจะไม่มีวันหมดไม่มีเสร็จสิ้น เดี๋ยวนอกบ้าน ในบ้าน ปลูกดอกไม้ ดูแลต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ ดูแลปลา โน่นบ้าง นี่บ้าง จุกๆจิกๆ สารพัด
เหนื่อย ...แต่มีความสุข

เพื่อนๆเป็นอย่างนี้ บ้างมั้ยครับ


ดอกไม้หน้าบ้าน บานสะพรั้ง


ยังพอจำกันได้มั้ย บ้านทรงโหลๆแบบนี้ เมื่อเจ็ดเดือนก่อน


แบบเนี๊ยะ


เลขที่ 63/1



สนามหญ้าหน้าบ้าน


พักผ่อนริมสระน้ำ


มุมดื่มกาแฟ ตะไคร่เริ่มขึ้นที่พื้นอีกแล้ว




อีกมุมมอง






ดอกไม้หลังบ้าน สะพรั้งยามหน้าฝน


บาน ไม่ รู้ โรย


ขอบคุณที่เข้ามาชมครับ เอาใว้จะมาอัฟเดทให้ดูใหม่ครับ




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 6:19:00 น.
Counter : 682 Pageviews.  

เคล็ด..แต่ไม่ลับ



100 เคล็ดลับ มีประโยชน์มาก ๆ ได้มาจากใน Web board ในพันทิบนี่แหละ





1. โรงรถมีกลิ่นอับมาก จะขจัดกลิ่นออกได้โดยโรยหญ้าที่เพิ่งตัดมาใหม่ๆ ลงบนพื้นโรงรถ แล้วปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง ต้นหญ้าจะดูดเอากลิ่นอับในโรงรถออกไปจนหมด

2. ถ้าต้องการอบผ้า 2-3 ชิ้นให้แห้งเร็วขึ้นทำได้โดยหาผ้าขนหนูสะอาดๆ ใส่ลงไปในเครื่องด้วยเพราะผ้าขนหนูจะไปช่วยดูดซับความชื้นทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นอีก

3. วิธีทำให้กรอบกระจกเงา หรือกรอบกระจกรูปภาพมองดูใหม่เสมอ ทำได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำมันสน แล้วทาบริเวณกรอบไม้ รอจนแห้งสนิท กรอบจะมองดูใหม่ทันที

4. วิธีล้างคราบสกปรกที่แก้วเจียระไน ทำง่ายๆคือหาเปลือกฝรั่งใส่ลงไปในแก้วเจียระไน แช่ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้แก้วจะดูใสสะอาด

5. วิธีทำความสะอาดเครื่องเคลือบที่ทำด้วยทองเหลืองมีวิธีการทำง่ายๆ คือนำเอาหัวหอมมาต้มในน้ำเดือด แล้วนำมาขัดลงบนเครื่องเคลือบเพียงเท่านี้เครื่องเคลือบจะมองดู ใหม่สะอาดหมดจดทีเดียว

6. วิธีการขจัดคราบไขมันที่ติดรอบท่ออ่างล้างจาน ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ จะเป็นเหตุให้ท่ออุดตันได้ มีวิธีทำคือ นำเกลือแกงใส่ลงไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นนำเบกกิ้งโซดาหรือผงฟูต้มน้ำให้เดือดแล้วเทลงไป ไขมันที่อุดตันก็จะหลุดออกไปหมด

7. วิธีขจัดพวกมดแมลงมาขึ้นถังขยะทำได้ง่ายๆ โดยหยดแอมโมเนียลงข้างๆ ถังขยะ สักเล็กน้อย กลิ่นแอมโมเนียจะทำให้มดแมลงไม่กล้าเข้ามาใกล้ถังขยะอีก

8. การรักษาเครื่องมือทำสวนที่เป็นโลหะไม่ให้ผุกร่อนได้ง่ายมี วิธีการรักษาโดยใช้วาสลินทาผิวของโลหะทุกครั้งเมื่อใช้เสร็จแล้ว และนำมาทำความสะอาดอีกครั้ง

9. การใช้เตาแก๊สแบบประหยัด ทำได้โดยปรับเปลวไฟให้เป็นสีน้ำเงินเสมอ และไม่ควรเปิดไฟแก๊สให้สูงกว่าก้นหม้อด้วยจะทำให้หม้อร้อนช้า ควรปรับระดับให้พอดีกับก้นหม้อ

10. วิธีดับกลิ่นเหม็นในถังขยะไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้านหรือในบ้านให้หมดกลิ่นได้ทำได้โดยใส่เปลือกมะนาว หรือเปลือกส้ม เขียวหวาน ส้มโอก็ได้ใส่ลงไปในถังขยะ กลิ่นส้มจะไปลดกลิ่นลงทำให้มีกลิ่นน้อยลง



11. การขัดรอยแมลงวันบนกระจกมีเคล็บลัดคือ ใช้ผงกาแฟคั่วหนึ่งช้อนผสมกับน้ำมันก๊าดหนึ่งลิตร และใช้เศษผ้าชุบเช็ดกระจกรอยแมลงวันก็จะหมดไป

12. หากต้องการทาสีห้องใหม่ แต่กลัวว่าห้องจะมีแต่กลิ่นเหม็นของสี อยู่หลายวันมีวิธีขจัดกลิ่นเหม็นของ สีคือก่อนจะทาสีให้ผสมน้ำวานิลลา 1 ช้อนชาต่อสี 1 แกลลอนคนให้เข้ากันแล้ว จึงนำไปทาห้อง สีที่ ทาใหม่จะไม่มีกลิ่นเหม็นเป็นเด็ดขาด

13. วิธีการป้องกันไม่ให้ถุงในเครื่องดูดฝุ่นโดนแมลงกัดเป็นรูคือ นำการบูรหรือลูกเหม็นใส่เข้าไปในถุงดูดฝุ่นสัก 1 ก้อน นอกจากป้องกันแมลงแล้วยังป้องกันกลิ่นอับอีกด้วย

14. แก้ปัญหายุงไปไข่ทิ้งไว้ในแท็งก์น้ำ ทำให้มีลูกน้ำว่ายวนอยู่ในแท็งมีวิธีทำคือ นำอิฐแดงๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างมาเผาไฟให้ร้อนๆ แล้วเอาใส่ลงไปในแท็งก์น้ำทันที เพียงเท่านี้ยุงจะไม่กล้าเข้าไปไข่ทิ้งไว้อีกเลย

15. วิธีกำจัดต้นหญ้าที่ขึ้นไม่ถูกที่ ทำได้โดยใช้เกลือโรยตรงส่วนที่ต้นหญ้าขึ้น เหตุเพราะเกลือจะไปทำให้ดินตรงที่ต้นหญ้าขึ้นอยู่เค็มจึงทำให้ต้นหญ้าตายในที่สุด

16. น้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีนแรงมากมีวิธีกำจัดกลิ่นให้หมดไปโดยฝานมะนาวบางๆ ลงไปในน้ำ มะนาวจะช่วยดูดกลิ่น คลอรีนให้หมดไป และทำให้น้ำดื่มได้อีกด้วย

17. ขอบยางประตูตู้เย็นมีราขึ้น จะมีวิธีลบราออกได้โดยใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูแล้วนำ ไปถูตรงขอบยางประตู ตู้เย็นที่เป็นรา ราก็ออกไปได้โดยง่ายดาย

18. ขจัดปัญหาหมาแมวฉี่และอุจจาระไม่เลือกที่ทำได้โดยการโรยพริกไทยป่นลงไป บนที่มันเคยฉี่หรืออุจจาระไว้ เพียงเท่านี้หมา แมวก็จะดมกลิ่นหาที่ที่มันเคยฉี่และ อุจจาระไม่เจอ เหตุเพราะพริกไทยป่นจะไปดับกลิ่นหมด ทางที่ดีควรสอนให้มันฉี่และอุจจาระ ในห้องน้ำ หรือบนกระดาษที่เราควรจะวางไว้ให้จนเคยชิน

19. การรักษาไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อมาใหม่ให้ใช้ไปได้นานๆ ทำได้โดยการจุ่มไม้กวาด ดอกหญ้าในน้ำเกลือร้อนๆ ขนของไม้กวาดจะเกาะตัวกันเวลาใช้จะทนทานไม่ขาดง่าย

20. ตะปูที่ตอกไว้ข้างฝาคอนกรีตสำหรับแขวนรูปหลวม มีวิธีแก้ไขง่ายๆ คือ ใช้สำลีพันตะปูชุบกาวและตอกเข้าไปใหม่ กาวที่สำลีจะยึดติดกันแน่น



21. วิธีการขจัดกลิ่นเหม็นสาปที่ติดอยู่ในกระติกน้ำแข็งทำได้โดยนำเบกกิ้งโซดามาผสม กับน้ำร้อน และนำมาล้างถูกระติกน้ำให้ทั่ว แล้วล้างน้ำอีกครั้งกลิ่นสาปก็จะหายไป

22. วิธีการเก็บสายยางที่ยาว ไว้โดยไม่เปลืองเนื้อที่ ทำได้โดยม้วนสอดเข้าไปในยางรถ ยนต์อันที่ไม่ใช้แล้ว เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

23. ขจัดปัญหากลิ่นส้วมเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบ้านคือใช้นำมันก๊าดประมาณ 1 ขวดใหญ่ มาเทราดลงไปในคอห่านแล้วเทน้ำตามลงไปเพื่อขจัดกลิ่นน้ำมันก๊าดให้หมด

24. วิธีป้องกันหมาแมวตัวโปรดมากัดแทะเฟอร์นิเจอร์ในบ้านคือใช้น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนทาที่เฟอร์นิเจอร์ กลิ่นฉุนนั้นจะทำให้มันไม่กล้าเข้ามากัดแทะอีก

25. วิธีขจัดรอยเปื้อนด่างดำบนเครื่องใช้ที่เป็นหนังคือ หยดน้ำมันสลัดสัก2-3 หยด ในน้ำสบู่ แล้วใช้แปรงจุ่มน้ำที่ผสมไว้มาถู จากนั้นจึงซักในน้ำสบู่ธรรมดาอีกครั้ง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ต่อด้วยเช็ดให้แห้งผึ่งลมไว้

26. วิธีการดึงสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนฝาห้องออกโดยไม่ทิ้งคราบกาวไว้ที่ฝาทำได้โดยใช้น้ำมันพืชมาทาบนรูปสติกเกอร์ แล้วจึงค่อยๆ ดึงออกมา

27. การใช้เครื่องซักผ้าแบบประหยัดที่สุดคือในการซักผ้าแต่ละครั้งควรจะซักผ้าในปริมาณที่มากที่สุด

28. การทำให้ตู้เสื้อผ้าของคุณหอมได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อมาใส่ เพียงแต่คุณใช้เศษสบู่ที่จะทิ้งแล้วไปวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของตู้ กลิ่นสบู่นั้นก็จะหอมไปทั่วตู้เลย

29. วิธีทำความสะอาดภาชนะอลูมิเนียมให้ใสสะอาดเหมือนใหม่คือนำเอาเปลือกแอปเปิ้ล ต้ม 2-3 นาที แล้วใช้น้ำขัดถูภาชนะอะลูมิเนียมก็จะดูเงาวามเหมือนใหม่

30. วิธีการใช้เตาอบให้ใหม่อยู่เสมอคือ หลังจากใช้เตาอบแล้วควรเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง และทำใน ขณะที่เตายังอุ่นๆ อยู่ เพราะจะเช็ดได้ง่ายกว่าในขณะที่เย็นแล้ว



31. วิธีขจัดรอยคราบเหนียวบนผนังตู้เย็นคือ ใช้น้ำมันพืชเทลงบนกระดาษเช็ดมือ แล้ว ถูจนสะอาด ทำสัก 2-3 ครั้ง น้ำมันพืชจะไม่ทำลายความเงาของตู้เย็นหรอก

32. วิธีขจัดกลิ่นเหม็นของท่อระบายน้ำล้างจาน ให้หอมสดชื่นได้คือเทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย ลงไปในท่อระบายน้ำทิ้งไว้ 5 นาที เทน้ำส้มสายชูตามลงไปอีก 1 ถ้วย จะขจัดกลิ่นเหม็นได้ดีจริงๆ

33. ในการใช้ยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรใช้ประเภท เช่น น้ำมัน ขี้ผึ้งบ่อยๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ง่าย

34. ในการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าฝ้าย ให้ใช้แปรงทาสีด้ามใหม่ปัดตาม ซอกมุมเฟอร์นิเจอร์ไปพร้อมกันกับการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ทุกครั้ง

35. การทำความสะอาดในซอกเล็กซอกน้อยของโคมไฟ ให้ใช้เครื่องเป่าผม เป่าลมไปตาม ที่มีฝุ่นละอองจับแล้วเช็ดถูทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำอีกครั้ง โคมไฟก็จะดูใหม่เสมอ

36. วิธีลบคราบดวงๆ ที่ติดบนเฟอร์นิเจอร์คือ ให้ใช้จุกไม้ก๊อกถู ถ้าไม่ออกให้ใช้นิ้วมือแตะยาสีฟันผสมขี้เถ้าบูหรี่ถูอีกครั้ง จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเปื้อนซ้ำอีกครั้ง

37. การทำความสะอาดพื้นกระเบื้องยางคือ ใช้แปรงสีฟันชุบยาสีฟัน แล้วนำไปขัดถูบริเวณรอยเปื้อนให้แรงๆ จะทำให้รอยเปื้อนหลุดออกไปได้โดยง่าย

38. วิธีการตอกฝาผนังตะปูโดยไม่ให้งอคือ ให้ทาปลายตะปูด้วยน้ำส้มสายชูหรือน้ำมันพืช ก่อนที่จะนำมาตอกฝาผนังจะตอกได้คล่องและไม่งอจริงๆ

39. วิธีการทาสีกำแพงให้ติดอยู่ได้ทนนานคือ ก่อนที่จะทาสีกำแพงให้ล้างกำแพงให้สะอาด ด้วย น้ำมันสนเพื่อขจัดคราบสกปรกและสีที่ทาจะติดทนนานไม่ร่อนออกง่าย

40. วิธีแก้ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม้โป่งออกมาคือ ให้วางผ้าชื้นๆ ลงบนรอยที่โป่ง ใช้เตารีดร้อนๆ ทับบนผ้า จะทำให้คืนสู่สภาพเดิม



41. วิธีขจัดรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้คือ ให้ใช้ผ้าแตะยาขัดรองเท้าที่สีเดียวกับไม้ แล้วถูตรงรอยแล้ว ใช้ผ้าขัดต่ออีกครั้ง รอยขีดข่วนก็จะหายไป

42. วิธีการแก้ปัญหาเก้าอี้หวายหย่อนคือ ถ้าอยากให้ตึงให้ล้างเก้าอี้หวายด้วยน้ำสบู่ร้อนๆ แล้วล้างน้ำสบู่ออก นำออกตากแดดกลางแจ้งให้แห้ง หวายที่หย่อนจะตึงเหมือนเดิม

43. วิธีการทำความสะอาดพื้นบ้านไม้ให้เงางามอยู่เสมอคือ ให้ผสมน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยต่อน้ำ 8 ลิตร จะช่วยขจัดเศษฝุ่นละอองและพื้นก็เป็นเงางามอีกด้วย

44. การรักษาเฟอร์นิเจอร์โลหะไม่ให้เป็นสนิมได้ง่ายคือให้ เคลือบโลหะด้วยขี้ผึ้งขัดรถ เมื่อจำเป็นต้องเอาเฟอร์นิเจอร์โลหะไว้ตากน้ำค้าง จะได้ไม่ขึ้นสนิมได้ง่าย

45. วิธีการติดรูปโปสเตอร์บนกำแพงโดยไร้ร่องรอยเมื่อดึงภาพออกคือให้ใช้ยาสีฟันแทนกาวในณะที่ติดรูป เมื่อถึงเวลาดึงรูปออก ก็เพียงแค่ขัดยาสีฟันที่แห้งออกเท่านั้น ฝาผนังก็สะอาดแล้ว

46. ถ้าบังเอิญต้องจัดงานเลี้ยงที่มีฟลอร์เต้นรำแบบกะทันหัน ทำได้โดยโรยแป้งผงสำหรับ โรยตัวให้ทั่วก็จะแก้ขัดไปได้ด้วยดีทีเดียว

47. วิธีแก้ปัญหาหน้าต่างปิดและเปิดออกได้ยากคือ ให้เอาน้ำมันเครื่องหยอดตรงราง อลูมิเนียมให้ทั่วเพียงเท่านี้ก็จะทำให้เปิดและปิด ได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า

48. วิธีป้องกันไม่ให้มดขึ้นตู้กับข้าวคือ ใช้เศษผ้าหรือเชือกที่เป็นผ้าไปชุบน้ำมันเครื่อง แล้วบิดพอหมาด นำไปผูกไว้ที่ขาตู้กับข้าวทั้งสี่ขา มดก็จะไม่กล้าขึ้นแน่นอน

49. วิธีการไล่ยุงแบบง่ายๆคือ หาการบูรมาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับหลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน บ้าน ความร้อนของไฟฟ้าจะทำให้การบูร ระเหยออกไป และกลิ่นของการบูรจะช่วยป้องกันยุงไม่ให้มารบกวน

50. วิธีการไล่หนูแบบง่ายๆ และประหยัดเงินคือ นำไม้ยี่โถไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่ เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย



51. วิธีการกำจัดปลวกที่ขึ้นบ้านแบบประหยัดคือนำน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วมาราดให้รอบ บริเวณบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถไล่ปลวกไม่ให้มารบกวนบ้านอีกต่อไป

52. การขัดพื้นกระดานให้เงาแบบโบราณคือ หามะพร้าวมาผ่าครึ่ง ทุบกะลาตรงปากออก สักเล็กน้อย แล้วนำมาคว่ำลงกับพื้นกระดานขัดถูพื้นบ่อยๆ พื้นกระดานจะมองดูเงางามเชียวแหละ

53. โฟมสามารถใช้เป็นประโยชน์ได้หลายอย่างเช่น ใช้ทำเป็นกาวอุดรอยรั่วของภาชนะได้เป็นอย่างดีคือ ก่อนนำมาใช้จะต้องเอาเศษโฟมหักเป็นชิ้นเล็ก แช่น้ำมันทินเนอร์ให้ละลาย เหนียวข้นแล้วนำไปอุดรอยรั่วปล่อยให้แห้ง ก็จะสามารถใช้ต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลา ยาวนาน

54. วิธีการปรับเสาทีวีในบ้านด้วยตัวเองทำได้ง่ายๆ คือ หากระดาษตะกั่วหรือหากระดาษฟอยล์ ที่ห่อปลาเผามาพันรอบๆ สายอากาศด้านหลังทีวีหลายๆ รอบ แล้วค่อยๆ รูดไปตามสาย เรื่อยๆ ให้มีคนคอยสังเกตภายในจอทีวีด้วย ถ้าภาพคมชัดก็ให้บีบกระดาษตะกั่วนั้นติดอยู่ กับสายตรงนั้นเลย ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

55. วิธีขจัดสนิมบนราวตากผ้าคือ หาเศษผ้ามาชุบน้ำส้มสายชูถูให้ทั่วแล้วใช้น้ำสบู่ถูทับอีกที ต่อ จากนั้นเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ ตามด้วยผ้าแห้งอีกรอบหนึ่ง สนิมบนราวผ้าก็จะหมดไป

56. การขจัดมีดในครัวเรือนขึ้นสนิมคือ นำมีดนั้นมาถูกับมะนาวหรือหัวหอมก็ได้ แล้วล้างด้วยน้ำ สะอาดเช็ดให้แห้ง รับรองได้ว่ามีดทำครัวของคุณจะปราศจากสนิมมาขึ้นอีกเลย

57. การลับมีดในครัวให้มีความคมและอยู่ได้นานๆ ทำได้โดยหยอดน้ำมันก๊าดสัก 2-3 หยดลงบน หินลับมีดแล้วลับไปตามปกติ รับรองมีดของคุณจะคมกริบเชียวละ

58. วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอาหารในตู้เย็นติดน้ำดื่มทำได้โดยนำกากกาแฟหรือกากใบชาที่ชงหมดแล้ว นำมาใส่ไว้ในตู้เย็น กากกาแฟหรือกากใบชา พวกนี้จะดูดกลิ่นอันไม่พึงปรารถนาให้หมดไปจาก ตู้เย็นของคุณ

59. ผงชันยาเรือมีประโยชน์ช่วยป้องกันมดได้อีกแบบหนึ่งคือ นำผงชันยาเรือมาโรยไว้ในขาตู้กับ ข้าว เพียงเท่านี้มดก็จะไม่มารบกวนขาตู้อีกเลย

60. วิธีทำความสะอาดเครื่องซักผ้าให้สะอาดทำได้โดยใช้แอมโมเนียสัก2 แก้วผสมน้ำเย็นธรรมดาครึ่งลิตรใส่ลงในเครื่องซักผ้า แล้วเปิดเครื่องทำงาน น้ำส้มสายชูจะ ช่วยไล่คราบฝุ่นออกจากตัวเครื่องและป้องกันการอุดตันได้ด้วย



61. วิธีทำความสะอาดกรอบกระจกเงาหรือกรอบรูปภาพ ให้มองดูใหม่คือ ให้เอาน้ำมัน ชุบผ้าทาตรงส่วนที่เป็นกรอบ แล้วรอจนแห้งแล้วจะมองดูใหม่ขึ้น

62. วิธีทำความสะอาดเครื่องแก้วโดยไม่ต้องเช็ดคือ ใช้น้ำผสมแอลกอฮอล์ล้าง น้ำผสมผสมแอลกอฮอล์จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกได้ง่าย ข้อสำคัญจะแห้งได้เอง โดยไม่ต้องเช็ดด้วยผ้าอีกครั้ง

63. วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอับในตู้กับข้าวให้หอมสดชื่นคือ ใช้ปูนขาวเล็กน้อยใส่ชามใบ ย่อมไปวางมุมใดมุมหนึ่งของตู้กับข้าว ทิ้งไว้ประมาณ3-4วัน กลิ่นอับชื้นก็จะ ค่อยจางหายไป

64. วิธีทำความสะอาดคราบสกปรกที่ติดกระเบื้องปูห้องน้ำมีวิธีทำคือ ราดด้วยน้ำให้ทั่ว แล้วเอาเกลือแกงโรยลงบนแปรงขัดทั้งห้องน้ำหรืออาจจะโรยเกลือที่ผ้าเปียกน้ำ แล้วขัดพื้นให้ทั่ว เพียงเท่านี้ ห้องน้ำกระเบื้องของคุณก็จะสะอาดเป็นเงางาม เลยทีเดียว

65. วิธีการทำความสะอาดผ้าม่านที่เป็นใยสังเคราะห์ ควรซักด้วยมือ ก่อนซักควรปัดฝุ่นให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นเทน้ำยาซักผ้าลงบริเวณที่เปื้อน แล้วจุ่มลงในน้ำยาซักผ้า ที่ผสมน้ำอุ่นแล้วอย่าบิด ควรคลี่ตากเพราะในเวลาแห้งจะได้ผ้าม่านที่เรียบไม่ยับยู่ยี่

66. วิธีทำความสะอาดงาช้างที่มีคราบฝุ่นติดอยู่เต็มไปหมดคือ นำมาถูด้วยมะนาวกับ เกลือ แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่แล้วเอางาช้างวางไว้กลางแดดทั้งๆ ที่ยังเปียกน้ำน้ำสบู่อยู่ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยผ้าสักหลาด ก็จะได้งาช้างสะอาดดังเดิม

67. วิธีทำความสะอาดคราบเหลืองที่ติดตามภาชนะเคลือบสีขาวมีวิธีทำคือ ใช้น้ำมันพาราฟินถูรอยสกปรก น้ำมันพาราฟินจะช่วยขจัดคราบสกปรกคราบเหลืองของ ภาชนะเคลือบขาวได้

68. วิธีทำความสะอาดคราบดำของกาแฟที่หม้อต้มคือใช้ผงซักฟอกที่ใช้กับเครื่องซักผ้า 1 ช้อนโต๊ะใส่น้ำจนเต็มหม้อ แล้วแช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงล้างออก

69. วิธีขจัดรอยเปื้อนบนผ้าปูโต๊ะให้สะอาดคือ ให้โรยเกลือป่นตรงรอยเปื้อน ใช้น้ำ ร้อนราด แล้วนำไปแช่ในน้ำนมสดต้มด้วยไฟอ่อนๆแล้วจึงนำไปซักรอยที่เปื้อน

70. วิธีทำความสะอาดโป๊ะไฟ โคมไฟในส่วนที่ทำความสะอาดยากเช่น รอยจีบซอกเล็ก ซอกน้อย ให้ใช้ เครื่องเป่าผมเป่าลมไปตามที่มีฝุ่นละอองจับ แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าชุบ น้ำยาล้างจานเช็ด ตามด้วยผ้า สะอาดเช็ดอีกครั้ง เพียงเท่านี้โคมไฟที่ว่าหมองจะ ใหม่สะอาดทันที



71. วิธีทำความสะอาดผ้าม่านพลาสติก ควรซักด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ หรือน้ำยาซักผ้าที่ผสม น้ำอุ่น แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้ตากลมดีกว่าตากแดด เพราะจะไม่ทำให้ผ้าม่านสี จืดจางลงไป

72. วิธีการทำความสะอาดกระจกเงาส่องหน้าให้ใสคือ นำยาสีฟันมาบีบใส่ไว้บนกระจกแล้วหาผ้าชุบน้ำมา เช็ดยาสีฟันที่บีบทิ้งไว้บนกระจก โดยถูให้ทั่วๆ กระจก แล้วใช้ผ้าเช็ดอีกครั้ง กระจกเงาที่หมอง จะดูเงางาม เป็นประกายทันที

73. วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันบนพื้นปูนซีเมนต์ให้สะอาดเอี่ยมคือหาขี้เถ้าที่อยู่ใน เตาถ่านมาโรยไว้บนคราบน้ำมันที่เปื้อนพื้นปูนซีเมนต์ให้ทั่ว ทิ้งไว้สักครู่ล้างออก ด้วยน้ำให้สะอาด ขี้เถ้าก็จะดูดคราบน้ำมันออกไปจนหมดเกลี้ยง

74. วิธีทำความสะอาดรอยดินสอหรือดินสอเทียนที่ติดบนวอลล์เปเปอร์คือ ให้ใช้ เครื่องเป่าผมโดยใช้ลมร้อนจี้ตรงบริเวณนั้น แล้วหาผ้าฝ้ายชุบน้ำสบู่บิดให้ หมาด นำมาเช็ดถูตรงรอยเปื้อน รอยของสีนั้นก็จะจางหายไป

75. วิธีทำความสะอาดคราบตะกอนที่ติดฝักบัวอาบน้ำคือ สำหรับแบบที่ไม่สามารถ ถอดออกได้ ให้หาถุงพลาสติกใส่น้ำส้มสายชูพอประมาณ เอาฝักบัวใส่ไว้ถุงน้ำ ส้มสายชูแล้วผูกถุงให้แน่น ทิ้งไว้สักหนึ่งคืน นำออกมาล้างด้วยน้ำสะอาด หัวฝักบัวก็จะสะอาดและปราศจากคราบของตะกอน ทำให้น้ำไหลสะดวกขึ้น

76. วิธีทำความสะอาดสีที่เปื้อนหน้าต่างผลมาจากการทาบ้าน ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสม น้ำเปล่า อัตราส่วน 2 : 1 ตั้งไฟให้ร้อนจัด ใช้แปรงทาสีที่สะอาดจุ่มส่วนผสมที่ยังร้อนอยู่ถูตรงบริเวณรอยเปื้อน รอยเปื้อนดังกล่าวจะหลุดออกได้เอง

77. วิธีทำความสะอาดฝุ่นผงออกจากหมอนอิง ใช้เครื่องอบผ้าก็ได้ โดยตั้งไว้ที่ อุณหภูมิต่ำๆ แล้วใส่ ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดพอหมาดลงไปด้วย

78. วิธีทำความสะอาดพื้นที่ทำด้วยไวนิลให้สะอาดหมดจดมีวิธีทำง่ายๆ คือ นำน้ำอุ่น ผสมกับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วนเท่าๆ กัน แล้วนำมาล้างพื้นไวนีล เช็ดให้แห้งพื้นก็จะสะอาดสดใสทีเดียว

79. วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันที่ติดอยู่บนวอลล์เปเปอร์ ใช้แป้งฝุ่นผสมน้ำยาทำความสะอาด แล้วนำมาป้ายตรงจุดที่สกปรก ปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง ใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดออก คราบน้ำมันก็จะติดออกมาด้วย

80. วิธีทำความสะอาดพรมที่เปื้อนคราบน้ำมัน ให้เทเบกกิ้งโซดาลงตรงบริเวณที่ เปื้อนคราบน้ำมัน ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดตรง รอยเปื้อนน้ำมันนั้น คราบก็จะจางหายไป




81. วิธีทำความสะอาดคราบสกปรกที่เปื้อนกระเบื้องเคลือบ ให้ใช้ส่วนผสมของ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ และครีมออฟทาร์ทาร์อย่างละเท่ากัน ทาให้ทั่วแล้วล้าง ออกตามปกติ จะทำให้คราบสกปรกนั้นหายไป

82. วิธีทำความสะอาดคราบสนิมออกจากถัง ทำได้โดยใช้น้ำมะนาวใส่ลงไปในบริเวณ ที่เป็นสนิม ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างออกคราบสนิมก็จะหลุดออกไปด้วย

83. วิธีทำความสะอาดพื้นโรงรถที่เปื้อนน้ำมันเครื่อง ให้โรยด้วยทราย ทิ้งไว้ 1 คืน กวาด ทรายออกไป คราบน้ำมันก็จะหลุดออกไปด้วยกับทรายนั่นเอง

84. วิธีทำความสะอาดหน้าต่างกระจกให้ใสสะอาด ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชู 1 : 2 ส่วน แล้วนำไปใส่ในขวดสเปรย์ นำไปฉีดบนหน้าต่างกระจก แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ เช็ดอีกที หน้าต่างกระจกจะใสจริงๆ

85. วิธีทำความสะอาดเปียโนควรใช้แวกซี่ทำความสะอาดดีที่สุดเพราะสารทำความสะอาด อย่างอื่นอาจจะทำให้ไม้โค้งงอได้

86. วิธีทำความสะอาดเครื่องถ้วยชามคริสตัลให้ดูเป็นประกายเงางาม ให้ใช้ผ้าหนังสัตว์เช็ด ผ้าผนังสัตว์จะกำจัดฝุ่นผง และคราบน้ำออกได้ง่ายกว่าผ้าชนิดอื่นๆ

87. วิธีทำความสะอาดคราบเทียนไขที่ติดแน่นออกจากเชิงเทียน มีวิธีทำง่ายๆ คือ ใส่เชิงเทียนในช่องแช่แข็งทิ้งไว้สักครู่ จะสามารถเอาคราบเทียนออกได้ง่ายและหมดจดทีเดียว

88. วิธีทำความสะอาดทัปเปอร์แวร์ให้หมดกลิ่นอับคือ ให้ผสมวานิลลาสกัด 2 ช้อนโต๊ะกับ น้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง แล้วใช้ผ้าชุบเช็ดให้ทั่วกลิ่นอับต่างๆ จะจางหายไป

89. วิธีทำความสะอาดคราบตะกอนที่ติดอยู่ในแจกันดอกไม้ ให้ออกได้โดยง่ายคือ ใช้เม็ดทำความสะอาดฟันปลอมใส่ไว้ในแจกันโดยให้มีน้ำติดอยู่นิดหน่อย เพื่อที่จะ ทำให้เกิด ฟองฟู่ แล้วดึงเอาตะกอนออกมา

90. วิธีทำความสะอาดผ้าม่าน ทำได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากป้ายที่ติดมากับผ้าม่าน แล้วจุ่มลงไปในอ่างน้ำอุ่นที่ผสมกับเกลือ 1 ถ้วย แล้วแขวนผ้าม่านให้แห้ง โดยแผ่ให้หมดเนื้อผ้า จะทำให้ผ้าม่านสะอาดและไม่ยับอีกด้วย



91. วิธีการทำความสะอาดตู้ปลาหรืออ่างปลาใช้ฟองน้ำชุบเกลือป่นเช็ดถูให้ทั่ว เพราะ เกลือจะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ในตู้หรืออ่างปลา และทำให้ตู้ปลาสะอาดหมดจด อีกด้วย

92. วิธีการทำความสะอาดคราบไขมันที่เปรอะเปื้อนจานชาม หม้อ และภาชนะในครัว ให้ ล้างด้วยน้ำอุ่นกับน้ำยาล้างจาน จะทำให้การล้างเป็นไปได้ง่ายขึ้น

93. วิธีการทำความสะอาดกรอบรูปที่ปิดทอง ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดฝุ่นให้ออกก็พอแล้ว เพราะ ถ้าใช้ผ้าชุบน้ำจะทำให้ทองที่ปิดอยู่ลอกออกหมด

94. วิธีทำความสะอาดคราบราที่ติดอยู่บนหนังสัตว์ที่ประดับตกแต่งบ้านเรือน ให้ใช้ผ้านุ่มๆ จุ่มแอลกอฮอลล์ผสมน้ำเช็ดให้ทั่วแล้วตากไว้ในที่ร่ม รอยเปื้อนคราบนหนังสัตว์จะหายไป

95. วิธีทำความสะอาดคราบเขม่า หรือคราบควันไฟที่ติดอยู่หน้าเตาไฟ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำส้ม สายชูที่ต้มพอร้อน เช็ดถูตามคราบเปื้อนให้ทั่ว แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้งคราบสกปรก นั้นๆ ก็จะออกไป

96. วิธีขจัดกลิ่นลูกเหม็นที่ติดเสื้อผ้า มีวิธีทำง่ายๆ คือ นำเสื้อนั้นไปพรมน้ำให้แค่ชุ่มพอ แล้วนำเสื้อไปแขวนไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพียงชั่วข้ามคืนเดียว กลิ่นลูกเหม็น ที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าก็จะจางหายไปหมด

97. วิธีทำความสะอาดคนโทแก้วที่เอามือล้วงลงไปทำความสะอาดยากให้ทุบเปลือกไข่ใส่ลง ไป แล้วกรอกน้ำส้มสายชูตามลงไปเล็กน้อยเขย่าขวดแล้วแช่ทิ้งไว้สักครู่ เทเปลือกไข่ ออก ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกที คนโทแก้วจะมองดูสะอาดหมดจดแล้วยังปราศจากกลิ่นอีกด้วย

98. วิธีทำความสะอาดกะละมังที่เปื้อนคราบด่างทับทิม ให้ใช้เปลือกมะนาวเช็ด เพราะเปลือก มะนาวจะดูดและดึงคราบสีของด่างทับทิมออกไป

99. วิธีทำความสะอาดรอยเปื้อนบนโทรศัพท์ที่มีสีขาว มีวิธีง่ายๆคือ ใช้ผ้าชุบน้ำยาล้างเล็บเช็ดถู ให้ทั่วคราบฝุ่นและรอยเปื้อนต่างๆ ก็จะหายไป

100. วิธีการขจัดขนสุนัขออกจากพรม มีวิธีทำง่ายๆ คือ ใช้ฟองน้ำ ชุบน้ำบิดพอหมาดๆ มาซับ จะสามารถซับขนสุนัขออกได้โดยง่าย

************************************************************************************

ทั้งหมด นำมาจาก //www.thaihomemaster.com/showinformation.php?TYPE=15&ID=498 นะคะ เผื่อหลายๆคนที่ยังไม่รู้ หรือรู้แล้ว หลงๆลืมๆกันไปคะ





 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 5:53:36 น.
Counter : 1213 Pageviews.  

มาดื่ม Cocktail กันดีกว่า



มือใหม่หัดดื่ม หัดเขย่า เรียนรู้ไปพร้อมๆกันเลยนะครับ

Cocktail เป็นคำที่ใช้เรียกเครื่องดื่มผสม นับเป็นเวลายาวนานในปี ค.ศ. 1776 ในบาร์แห่งหนึ่งที่นิวยอร์ก มีสุภาพสตรีผู้หนึ่งได้ตกแต่งและประดับบาร์ด้วยหางขนไก่ สีสันสวยงามเต็มร้าน และเธอยังมีความคิดแปลกไม่เหมือนใคร โดยได้ใส่หางขนไก่ ( Cocktail ) ลงในเครื่องดื่มผสมทุกแก้วแทนไม้คนบาร์ทั่วไป ไม่ช้าร้านของเธอก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวราตรี และคำว่า "ค็อกเทล" ก็เริ่มจากที่นี่


คำว่า "ค็อกเทล" หมายถึงเครื่องดื่มผสมที่มีเหล้า 1 ชนิด หรือมากว่าเป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มแก้วนั้น เครื่องดื่มผสมบางแก้วอาจจะมีเหล้าเป็นส่วนประกอบเพียงชนิดเดียว หรือบางแก้วมีส่วนประกอบที่เป็นเหล้าถึง 3 - 4 ชนิด



ส่วนเครื่องดื่มที่ไม่มีเหล้าเป็นส่วนประกอบเราจะเรียกว่า "ม็อกเทล" (Mocktail) ซึ่งส่วนมากจะเป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากการผสมน้ำผลไม้ต่างๆเข้าด้วยกัน แต่ก็มีไม่น้อยที่ใช้น้ำอัดลม



วิธีการผสมม็อกเทลและค็อกเทล
1. การริน ( Build) คือการเทส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้วที่ใช้เสิร์ฟ ขั้นตอนที่ผสมไม่มีอะไรซับซ้อนจัดเป็นการผสมที่ง่ายที่สุด


2. การคน (Stir) การทำให้เครื่องดื่มเย็นเร้วที่สุด โดยให้น้ำแข็งละลายน้อยที่สุด วิธีการจะซับซ้อนขึ้นมาอีกเล็กน้อยคือ นำส่วนผสมทั้งหมดเทลงในแก้วผสม ซึ่งมีน้ำแข็ง แล้วใช้ช้อนคนจนเครื่องดื่มเย็นจัด และกรองเอาเฉพาะน้ำลงในแก้วที่จะใช้เสิร์ฟ โดยไม่ให้น้ำแข็งปะปน



3. การเขย่า ( Shake) คือการใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในเชคเกอร์แล้วเขย่า จดประสงค์ในการเขย่าคือ จะช่วยทำให้ส่วนผสมที่เข้ากันลำบาก เข้ากันได้ดีและเร็วขึ้น แถมยังมีผลทำให้สีสันของเครื่องดื่มน่าลิ่มลอง


4. การปั่น (Blend) คือ การนำส่วนผสมทุกอย่างพร้อมน้ำแข็งลงปั่นในเครื่องปั่น การใช้วิธีนี้เนื่องจากต้องการให้เครื่องดื่มมีความเย็นจัด หรือถ้ามีส่วนผสมที่เป็นชินเช่นผลไม้ซึ่งเราไม่สามารถใช้ 3 วิธีข้างต้นในการผสมเครื่องดื่ม การปั่นก็ช่วยในการเพิ่มความสวยงามให้กับเครื่องดื่มด้วย



ต่อไปเรามาดู ว่าในค็อกเทลแต่ละชื่อมีส่วนประกอบและวิธีการทำอย่างไร
1. OLD FASHIONED

ส่วนผสม :
Whisky 1 ออนซ์
น้ำตาล 1 ช้อนชา
Angostula Bitter 2 หยด
น้ำโซดา รินจนเต็มแก้ว
วิธีการผสม : การริน
แก้ว : โอลด์ แฟชั่นด์ หรือแก้วขนาด 6 - 8 ออนซ์
ของประดับ : ลูกเชอรี่

ชั้นตอนในการทำ :
1. ใส่น้ำตาล วิสกี้ และ แองโกสทูร่า บิตเตอร์ ลงในแก้วโอด์ แฟชั่นด์
2. บดน้ำตาลก้อนให้ละเอียด(ถ้าใช้น้ำตาลก้อน) คนน้ำตาบให้ละลายให้หมด
3. ใส่น้ำแข็ง 3/4 ของแก้วโอลด์แฟชั่นด์แล้วใส่น้ำโซดา
4. ใช้ช้อนบาร์คนส่วนผสมให้เข้ากัน
5. ประดับด้วยส้มฝานแว่นและลูกเชอรี่

แล้วจะมาต่อชนิดต่อไปครับ สงสัยถามได้ครับ รู้ก็จะตอบ ไม่รู้ก็จะตอบ อิอิอิ

2. ASIAN DELIGHT

ส่วนผสม :
รัม-สีขาว 1 ออนซ์
บลู คูราโซ่ 0.5 ออนซ์
ทริเปิ้ล เซค 0.5 ออนซ์
น้ำลิ้นจี่ 2 ออนซ์
น้ำสับปะรด 2 ออนซ์
น้ำมะนาว 0.75 ออนซ์
น้ำตระไคร้ 0.5 ออนซ์

วิธีการผสม : การเขย่า
แก้ว : ลองดริ้งค์ หรือแก้วขนาด 14 - 16 ออนซ์
ของประดับ : ลูกเชอรี่ สับปะรดตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม และมะนาวฝานแว่น

ขั้นตอนในการทำ :
1. ใส่สวนผสมทั้งหมดลงในเชคเกอร์
2. ใส่น้ำแข็งก้อน 3/4 ของเชคเกอร์ แล้วเขย่าแรงและเร็วประมาณ 40 ครั้ง
3. รินส่วนผสมใส่แก้วพร้อมน้ำแข็ง
4. ประดับด้วย ลูกเชอรี่ สับปะรดตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม และมะนาวฝานแว่น
5. เสิร์ฟพร้อมหลอดดูด

เอาอีกแก้ว ล่ะกัน

3. POWER OF LOVE

ส่วนผสม :
บรั่นดี 1 ออนซ์
ทริเปิ้ล เซค 0.5 ออนซ์
น้ำเสาวรส 4 ออนซ์
น้ำมะขาม 2 ออนซ์
วิธีการผสม : การเขย่า
แก้ว : ไวด์แดง หรือแก้วขนาด 10 - 12 ออนซ์
ของประดับ : แตงโมหั่นเป็นรูปหัวใจ
ขั้นตอนในการทำ :
1. เคลือบปากแก้วไวด์ด้วยเกลือป่น
2. ใส่สวนผสมทั้งหมดลงในเชคเกอร์
3. ใส่น้ำแข็งก้อน 3/4 ของเชคเกอร์ แล้วเขย่าแรงและเร็วประมาณ 40 ครั้ง
4. รินส่วนผสมใส่แก้วพร้อมน้ำแข็ง
5. ประดับด้วยแตงโม

แค่นี้ ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะเมากันซะก่อน
ต้องการชนิดไหน สั่งได้นะครับ จะไปหามาให้ อิอิอิ
ขอบคุณที่และเข้ามา เมา แล้วก็กึ่มออกไป 5555


4. DRY MARTINI

ส่วนผสม :
1. จิน 1.5 ออนซ์
2. ดราย เวอร์มุธ 1/4 ช้อนชา
วิธีการผสม : การคน
แก้ว : มาร์ตินี่ หรือแก้วขนาด 2 - 4 ออนซ์
ของประดับ : ลูกมะกอกดองพร้อมไม้จิ้มค็อกเทลและเปลือกมะนาวฝานเป็นเส้นยาว 3 x 0.5 เซนติเมตร
ขันตอนในการทำ :
1. แช่แก้วมาร์ตินี่ในตู้เย็นก่อนนำมาใช้
2. ใส่น้ำแข็งก้อน 1/2 ของแก้วผสมค็อกเทล
3. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้วผสมค็อกเทล
4. ใช้ช้อนบาร์คนแรงปานกลางประมาณ 40 - 50 ครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดี
5. หลังจากส่วนผสมเย็นเข้าที่แล้ว ให้รินส่วนผสมผ่านฝากรองลงในแก้วมาร์ตินี่ที่แช่ตู้เย็นรอไว้อยู่แล้ว
6. บิดเปลือกมะนาวฝานเส้น เพื่อให้น้ำมันของเปลือกมะนาวลงบนผิวของเครื่องดื่ม
7. ใส่เปลือกมะนาวที่บิดแล้วลงในแก้ว
8. ใส่ด้วยลูกมะกอกดอง พร้อมไม้จิ้มค็อกเทลลงในเครื่องดื่ม






ได้เลยจัดให้ คุณ กะลาน้ำชา
5. BLUE MAGARITA


ส่วนผสม :
ตากีลา 1 ออนซ์
บลูคูราโซ่ 0.5 ออนซ์
น้ำมะนาว 1 ออนซ์
น้ำเชื่อม 0.5 ออนซ์
เกลือป่นใช้เคลือบปากแก้ว

วิธีผสม : การเขย่า
แก้ว : แก้วค๊อกเทล หรือแก้วขนาก 4 - 6 ออนซ์
ของประดับ : มะนาวฝานแว่น
ขั้นตอนในการทำ :
1. เคลือบปากแก้วค๊อกเทลด้วยเกลือป่น
2. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเชคเกอร์
3. ใส่น้ำแข็งก้อน 3/4 ส่วนของเชคเกอร์ แล้วเขย่าอย่างแรงประมาณ 40 ครั้ง
4. รินส่วนผสมใส่แก้วผ่านฝากรองน้ำแข็ง
5. ประดับด้วยมะนาวฝานแว่น เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

อิอิอิ คุณกะลาน้ำชา คิดว่าที่ชอบ บลู มาการิต้าร์ สงสัยชอบรส เปรี้ยวๆ เค็มๆ ที่ปากแก้วแน่เลย


6. COLA - DREAM
ไม่ได้มา up blog ซะเกือบสองเดือน มาต่อกันด้วยชนิดต่อไปดีกว่าครับ


ส่วนผสม :
รัมทอง (Gold Rum) 1.5 ออนซ์
ไอศกรีม วานิลา 1 ช้อนสคูบ
โค้กแช่เย็นจัด รินจนเต็ม 3/4 ของแก้ว

วิธีผสม : การริน
แก้ว :ไฮบอลล์ หรือแก้วขนาด 8 - 10 ออนซ์
ของประดับ : ลูกเชอรี่บนขอบแก้ว
ขั้นตอนในการทำ :
1. ใสรัม แล้วรินโค้กลงในแก้วประมาณ 3/4 ของแก้ว
2. ใสไอศกรีมลงบนเครื่องดื่ม
3. ประดับด้วยเชอรี่ บนไอศกรีม
4. เสิร์ฟพร้อมกับหลอดดูด

เสร็จล่ะ เป็นงัยครับ ง่ายมั้ย

สนุกกับวันหยุดพักผ่อนนะครับ ดื่มกำลังดี สนุก มีความสุข ดื่มมากๆ เป็นทุกข์ นะครับ 555




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 5:55:06 น.
Counter : 5908 Pageviews.  

Tips เด็ด เมนูอร่อย



ยำวุ้นเส้นสุขภาพ

เครื่องปรุง
1. วุ้นเส้นลวกสุก 1 ถ้วย
2. เต้าหู้ปลา 100 กรัม
3. ขิงซอย 1/2 ถ้วย
4. ตะไคร้ซอย 1 ต้น
5. หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
6. ใบชะพลู 1/4 ถ้วย
7. ใบคื่นฉ่าย 1 ต้น
8. กุ้งแห้ง 1/4 ถ้วย
9. ถั่วลิสงค์ 1/4 ถ้วย
10. น้ำยำ (กระเทียม พริกขี้หนู มะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย)
วิธีทำ
1.โขลกกระเทียม พริกขี้หนู ปรุงรสด้วย มะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย เตรียมไว้
2.ตักน้ำยำใส่ในวุ้นเส้น ตามด้วยเต้าหู้ ขิงซอย ตะไคร้ หอมแดงซอย กุ้งแห้ง ถั่วลิสงค์ คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยใบคื่นฉ่าย
3.ตักยำใส่จานที่รองด้วยใบชะพลู

ปริมาณเสิร์ฟ 1 ที่

ทิปน่ารู้
ชะพูล เป็นไม้พุ่มเลื้อย ใบคล้ายพลู แต่มีสีเขียวเข้มกว่าปลูกโดยปักชำกิ่ง ใบชะพลู 100 กรัม มีโปรตีน 5.4 กรัม แคลเซียม 610 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม

ข้าวหมกไก่

ส่วนผสม
1. น่องไก่ 5 น่อง
2. ข้าวสาร 3 ถ้วย
3. ข้าวเหนียว 1 ถ้วย
4. ผงข้าวหมกไก่ 1 ซอง
5. น้ำสะอาด
6. หอมเจียว (สำหรับโรยหน้า)
7. ผักกาดหอม,แตงกวา,ต้นหอม,ผักชี

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
1. พริกชี้ฟ้า 10 เม็ด
2. กระเทียม 10 กลีบ
3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ โขลกรวมกัน
4. น้ำส้มสายชูกลั่น 1/3 ถ้วย
5. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. หมักไก่กับผงทำข้าวหมกไก่ 1/2 ชั่วโมง
2. ตวงข้าวทั้งสองชนิดใส่หม้อ ใส่น้ำสูงกว่าข้าว 1 องคุลี ใส่ไก่ที่หมักไว้ลงไป
3. ปิดฝาหม้อข้าวหุงปกติเหมือนกับการหุงข้าวสวย
4.รอจนจนข้าวสุกเปิดฝานำไก่ออกมาใส่จานไว้ตักข้าวใส่จานนำไก่วางข้าง ๆ
5. เสิร์ฟกับแตงกวา, ผักกาดหอม, โรยหน้าด้วยหอมเจียว รับประทานกับน้ำจิ้ม
เคล็ดลับความอร่อย
- เติมนมสดผสมกับน้ำประมาณ 1/4 ถ้วย จะได้ข้าวหมกไก่ที่นุ่มและหอมกลิ่นนมสด

โจ๊กเห็ดหอม

เครื่องปรุง
1. โจ๊กซอง 1 ซอง
2. น้ำซุป 2 ถ้วย
3. หมูสับ 1/4 ถ้วย
4. ตับหมูต้มสุก 1/4 ถ้วย
5. เห็ดหอมแช่น้ำ (หั่นชิ้นเล็ก) 5 ดอก
6. ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
7. พริกไทยป่น 2 ช้อนโต๊ะ
8. เส้นหมี่ทอด 1/4 ถ้วย
9. แครอท 1/4 ถ้วย
10. ต้นหอม,ผักชี,ขิงซอย

วิธีทำ
1. น้ำซุปใส่หม้อตั้งไฟใส่โจ๊กซองลงพอเดือดใส่ หมูสับ ตับหมู แครอท เห็ดหอม พอสุกเข้ากันดีพักไว้
2. ตักใส่ถ้วยใส่ซีอิ๊วขาวโรยด้วยต้นหอม,ผักชี,ขิงซอย,พริกไทยป่น,เส้นหมี่ทอด

สาระน่ารู้
ชาวจีนถือว่าเห็ดหอมเป็นยาอายุวัฒนะ เพราะเห็ดหอมมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ป้องกันมะเร็ง และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย...


เส้นหมี่ผัดน้ำพริกเผา

เครื่องปรุง
เส้นหมี่ 1 ห่อเล็ก
กุ้งสด 8 ตัว
น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ
ถั่วงอก 100 กรัม
ต้นหอม 100 กรัม

วิธีทำ
1. แช่เส้นหมี่ในน้ำพอนิ่มนำขึ้นพักไว้
2.ผัดน้ำพริกเผาพอหอมใส่กุ้งลงผัดพอสุกใส่เส้นหมี่ลงผัดจนนิ่มใส่ถั่วงอกผัดพอเข้ากัน ใส่ต้นหอมคลุกเคล้าพอเข้ากันตักใส่จาน







 

Create Date : 11 ธันวาคม 2548    
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 5:56:18 น.
Counter : 355 Pageviews.  

1  2  

BongKoch
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





View Larger Map
Friends' blogs
[Add BongKoch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.