Poetry begins to communicate long before it is understood.
Group Blog
 
All Blogs
 

สายไปหมด




สายไปหมด
เมื่อเธอไปเป็นแอร์ในสายการบินของอาหรับ
และสายเคเบิ้ลใต้ทะเลขาดลง
ฉันกว่าจะหลับ สะอึกสะอื้นอยู่ค่อนคืน
ก่อนจะสะลึมสะลือตื่นเมื่อยามสาย
ตื่นเมื่อสาย
เพ้อพร่ำรำพันรำพึง
เธอคือว่าวที่ฉันผ่อนสายป่านไปจนสุด
เมื่อขาดดังผึง
ก็ไม่มีทางดึงกลับมา




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2550    
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 0:44:45 น.
Counter : 292 Pageviews.  

ปลายฝนต้นหนาว





เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ผู้คนจึงค่อยค่อยเป็นไข้หาม
คนละทีทีละคนวนกันจาม
จนใบงามกรอบร่วงลงเกลื่อนลาน
กระถางดอกไม้วางไว้กลางสวน
หรือควรหยิบวางไว้ในบ้าน
แสงแดดมีมาไม่กี่นาน
และสายฝนโปรยผ่านไม่กี่พัก
ลมร้อนวกมาไม่กี่คราว
ลมหนาวขาจรแค่รู้จัก
แต่ลมวนเหนือใต้ไม่นานนัก
ก็มวลเมฆปักหลักอยู่กลางฟ้า
กังวลใจเมฆคลุมอาจฝนใส่
กระถางดอกไม้เก็บเข้าบ้านอาจดีกว่า
ไว้รอคอยยามแสงสาดแยงมา
จึงดอกไม้ออกท้ากลางสวนบาน
จึงเดินเท้าแตะฉ่ำย่ำหญ้าชื้น
อีกคืนแฉะหนาวเจ้าหญ้าผ่าน
แล้วอุ้มถนอมดอกไม้จากกลางลาน
โอบเอาเข้าบ้านอย่างละมุน
จากนั้นดึงหน้าต่างแง้มนิดนิด
ในร้อน นอกหนาว คิด คงผลิตอุ่น
แต่บรรยากาศวูบวาบนี้เคยคุ้น
ลมเวลาหมุนหมุนนี้เคยคลุก
ใช่ เผาผ่าวและเย็นชาเมื่อคราผสาน
เคยปล่อยไว้นานนานไม่เคยสนุก
เหมือนกลางทางความสัมพันธ์นั้นสุขทุกข์
เรารับรุก ร้อนหนาว กี่คราวแล้ว
มองดอกไม้ไกวไปแล้วไกวกลับ
เสียงหวือลม เงียบ สลับ อยู่แผ่วแผ่ว
ผู้มาเยือนหนาวนี้ไม่มีแวว
เสาไฟฟ้าตลอดแนวไม่มีใคร
หมู่เมฆทอดยาวจนสุดถนน
นี่ปลายฝนต้นหนาวอยู่ใช่ไหม
ร้อนร้อนเย็นเย็นจะเป็นไร
แต่หน้าต่างปิดให้ดอกไม้ทรง
แล้วลมเหนือลมใต้ฟั่นเกลียววน
ทยอยฝนเรียงรายโปรยปรายส่ง
ที่หน้าต่างแตะตัวลงแตกตรง
และที่ลานแตกลงจนเต็มลาน
ริมถนนปลอดคนไม่มีใคร
แต่ครั่นอกครั่นใจให้ใครผ่าน
ใครที่รอเหมือนหนาวที่รอนาน
ใครที่สร้างอาการเย็นร้อนเกิน
จึงรีบร้อนในเสื้อหนาววิ่งสู่ถนน
ท้าปลายฝนต้นหนาวที่นานเนิ่น
ร้อนร้อนเย็นเย็นเยิ่นยาวเผชิญ
และฉันเดินมากลางทางอย่างไม่รู้
แล้วยืนนิ่งเหมือนดอกไม้เหมือนเสาไฟ
สถานการณ์เป็นอย่างไรย่อมรู้อยู่
แต่คลับคล้ายในฤดีไม่มีฤดู
ฉันเป็นดอกช่อชูผิดเวลา
ความผิดใหญ่ ใส่เสื้อหนาวเมื่อคราวฝน
น้ำย่อมอุ้มชุ่มท้นบนผิวผ้า
หลังเดินฝ่าม่านฝนที่หม่นฟ้า
น้ำ น้ำตา นองหน้า ไม่ต่างกัน




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2550 4:19:39 น.
Counter : 596 Pageviews.  

พบนางหว่างทางกลางทุ่ง


ภาพของ Tracy MacEwan มีที่ //www.tracymacewan.com


1.

พบนางหว่างทางกลางทุ่ง
ขณะมุ่งรุ้งสวยสุดฟ้าใส
ขาเมื่อยเหนื่อยล้ามาไกล
เธอทักพักได้ณที่นั้น
ช่างเอื้อน้ำใจให้ชีวิต
แม้น้อยนิดนิดถ้อยสั้นสั้น
ร่างล้าฝ่าพิษสารพัน
จึงรับใจปันพร้อมปันใจ
จากนั้นเธอพายังกระท่อม
ย่อมย่อมซอมซ่อพออยู่ได้
มีญาติเป็นหญ้าเป็นป่าไพร
ย่อมย่อมแต่ใหญ่ภายในนั้น
เธอเชิญฉันนั่งเก้าอี้ไม้
เธอนั่งใกล้ใกล้แต่โต๊ะกั้น
ต่างก้มหน้ามองแล้วจ้องกัน
ฉันรับตานั้นไม่ตั้งใจ
ฉันเอ่ยคำพูดตะกุกตะกัก
เว้นเว้นวรรควรรคพูดแต่ใบ้
ต่างเอ่ยเวียนวนไม่ทันใด
ต่างได้ถ้อยความ ณ ยามนั้น

2.

เฮ้อ แล้วค่อยรู้ตัวว่าเผลอหลับ
ฟุบกับโต๊ะไป เอ๊ะใครนั่น
เคลื่อนร่างสอางองค์กลางดงควัน
ฉันเดินไปดูพลันไม่ตั้งใจ
ท่ามมืดค้อมคำนับกับราตรี
มีแสงดวงดาวอันพราวไสว
แสวงนางกลางฝันแลควันไฟ
สักพักพบได้คือนางนั้น

“งามพราวเจ้าดาวประกายพรึก”
ผลึกถ้อยตะกอนล่างสรรพางค์สั่น
“ประกายดาวหรือเจ้าที่งามนั่น”
สองนัยฉับพลันโดยตั้งใจ

“ฉันหลับไปนานเท่าไหร่หนอ”
..........................................“ร้อยเพลงไผ่คลอพอนับได้”
“เงียบเหงาเหลือเกินอ้างว้างไกล”
..........................................“โปรดเถิดคุยให้แก้เหงานั้น”

แต่ไม่รู้จะคุยอะไรดี
ราตรีก็เงียบไปสั้นสั้น
เมื่อจะพูดก็จะพูดขึ้นพร้อมกัน
“เชิญเธอก่อนฉัน”ต่างพร้อมใจ…

แล้วจากนั้นก็เงียบขึ้นอีกครา
สองคนยื่นหน้ามาใกล้ใกล้
ต่างรับฟังแต่ละคนจะพูดอะไร
แล้วฉันกล้าพูดก่อนไปทันใดนั้น

3.

“ไยเจ้าเฝ้าทุ่งที่ไกลถิ่น-
คนล้านนอนกินแลสังสรรค์”
..........................................“เย้าหยอกทุ่งยุ่งทุ่งหญ้ากัน
............................................โลมล้อกายฉันประทับใจ”
“ลมหนาวหนาวกายบ้างหรือเปล่า
เสื้อหนาวจะไปหามาให้ใส่”
...........................................“ไม่ต้องหรอกหากโพ้นฟ้าดาวมีไฟ
.............................................เราย่อมได้อุ่นไอจากที่นั้น”
“ดูหิ่งห้อยนั่นสิละอองดาว”
.............................................“งามวะวิบสกาวเพริศเฉิดฉัน”
“แต่หิ่งห้อยห้อยห่วงติดบ่วงจันทร์
ฉันต้องรีบดั้นก่อนติดบ่วงใจ”
..............................................“โอ้ ท่านนักเดินทางระหว่างคืน
...............................................ยามตื่นท่านจะมุ่งสู่แห่งไหน
...............................................ธารหวานหากฉ่ำสู่แห่งใด
...............................................ท่านย่อมพักได้ณที่นั้น”
“อยากจะเฝ้าเจ้านี้ที่ธารหวาน
แต่ธารเช่นนี้ไม่มีฝัน
กักชีวิดติดกรอบรอบใจรั้น
ย่อมพิฆาตปิดกั้นจนสิ้นใจ”
..............................................“ท่านนักเดินทางระหว่างดาว
................................................โลกหนาวเช่นนี้จะไปไหน
................................................คว้าความเปลี่ยวร้างหรืออย่างไร
................................................ท่านอยู่ทุ่งใดได้ทุ่งนั้น”
“ฉันหารุ้งฝันตะวันสวย
อำนวยพวยแสงแสดงฝัน
พรรณรายสายสรวงพวงอำพัน
งามภาพนิรันดร์ประทับใจ”
.................................................“ท่านนักเดินทางระหว่างหล้า
...................................................ดวงตาท่านพักที่นี่ได้
...................................................ปลดความกร้านกล้าใช่ค่าไร้
...................................................มีค่าเช่นไรไอ้ค่านั้น”
“สัจจธรรมคือดาวอันพราวพร่าง
อุดมคติฝังร่างบนสรวงสวรรค์
วิญญาณกระซิบ แสวงแสวง ให้แจ้งพลัน
ใจลั่นอกร้องจนก้องใจ”
...................................................“ท่านนักเดินทางไม่รู้จบ
.....................................................แสวงพบ ใคร่พบ ไม่พบได้
.....................................................ใช่ว่ามีทางออกทั้งนอกใน
.....................................................สร้าง กับ เช่นไรติด กับ นั้น”
“อย่าเลยเธออย่ามาฉุดรั้ง
ขู่ปดปลดพลังสิ้นหวังพรั่น
ความคิดเช่นนี้หากมีกัน
มันเหงาเปล่าค่าน่าเศร้าใจ”
.....................................................“เชิญเถิดนักเดินทางไม่รู้จบ
.......................................................วงแสวงไม่จบพบไม่ได้
.......................................................หากเราเจอกันอีกในวันใด
.......................................................ย่อมความเหงา โปรดให้เป็นดังนั้น”





รุ่งเช้าย่ำเท้าไม่ทักทาย
เสียงเธอร้องไห้ไม่เหลียวหัน
ลมหวนอย่าหวนหาอย่าจาบัลย์
หากฉันเผลอหวนคงสิ้นใจ








4.

เสียนางหว่างทางกลางทุ่ง
ขณะมุ่งรุ้งสวยสุดฟ้าใส
แสวงไปแสวงมาไม่พบอะไร
เอาแต่ฝันถึงใครในทุ่งนั้น






ปล. คราวนี้เอางานกลอนเก่า (มาก) มาโพสท์ใหม่ครับ ชิ้นนี้เขียนเมื่อ 9 ปีที่แล้ว คิดว่าปัจจุบันคงเขียนแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:29:05 น.
Counter : 477 Pageviews.  

ความห่วงใยในความมืดมิด



(ภาพ Near the Window ของ Sergey Kondrashov)




“ภายนอก
ความมืดระบายสีทับผืนฟ้าและผืนหญ้า
ฉันจะปกป้องเธอ
ขออย่าได้หวาดผวาจากหวีดลมในภูผาสูงชัน
หรือกรีดกรรโชกกระชากใบไม้หลุดจากต้น
ฉันจะกั้นเสียงนั้นไว้
ลมหนาวที่พัดให้ก้อนหินสีเทาหนาวสั่น
ไม่มีทางใกล้เธอได้
และภยันตรายจากส่ำสัตว์ทั้งปวง
ตลอดจนภูติผีมารร้าย
ฉันจะกางร่างเข้าขัดขวาง
ความอบอุ่นทั้งหมดนั้น
จงอยู่รอบตัวเธอ
แสงเทียนไหวไหวน้อยน้อยในห้อง
ฉันจะเก็บกักไว้ให้ดีที่สุด
ความหอมอบอวลภายในนั้น
ฉันจะทนุถนอมตลอดไป
และจะเฝ้ามองดูเธอล่องลอยในความฝัน
อย่างเงียบงันจากความมืดอันเป็นจริง
จนกระทั่ง
แสงแดดอุ่นยามเช้าลูบศีรษะเธอปลุกตื่น
ผ่านตัวฉัน
และผ่านฉันอีกเช่นกัน
ที่เมื่อแสงสว่างมาอีกครั้ง
สีสันของท้องฟ้าและผืนหญ้า
เธอจะได้แลเห็น”
กล่าวกับเจ้าของบ้าน
จากกระจกหน้าต่างอย่างแผ่วเบา




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:31:52 น.
Counter : 429 Pageviews.  

หากเราอยู่ด้วยกันในคืนฝนพรำ




เสียงฟ้าร้องดังลั่น
เราปิดหน้าต่างก่อนออกมาหรือเปล่า
เธอว่า
ท่าจะลืม
กลิ่นฝนโชยปะจมูก
เราต้องผละจาก
วงสนทนาว่าด้วย
ศิลปะและสังคม
หากเราอยู่ด้วยกันตรงนั้น

หากเราอยู่ด้วยกันตรงนั้น
รถจะวิ่งผ่านถนนคดเคี้ยว
ที่เลื้อยเลี้ยวผ่านร่องเขา
ต้นไม้เรียงรายตัวเหมือนเสาค้ำยัน
โดมหลังคามหาวิหารสีน้ำเงินทึบ
ที่วาดประดับรูปดาว
เสียงลมหวิวหวือคือ
เสียงร้องประสานเสียงในงานฉลองนักบุญลูซีอา
หิ่งห้อยกลุ่มสุดท้ายผ่านหน้าไป
แสงเทียนระยับจากโคมระย้า
ใบหน้าของเธอต้องแสง
สาวผู้ถือเทียน
และสายฝนเริ่มโรยตัวลง
โปรยปราย
หากเราอยู่ด้วยกันตรงนั้น

หากเราอยู่ด้วยกันตรงนั้น
หน้าต่างเปิดทิ้งไว้
กองบทกวีเปียกชุ่ม
ราวร้องไห้
ปิดหน้าต่าง
ก้มตัวลงเช็ดพื้น
หยดน้ำเกาะกระจก
หน้าต่าง เสียงฝน
ปะทะดังปุปะ
ไอเย็นชื้นจะยัง
คงอยู่ เธอจะหนาว
และมือเย็นสั่น
หากฉันอยู่ด้วยกับเธอตรงนั้น
จะต้มกาแฟร้อนๆ
เธอจะบรรจงจิบแก้มแดงระเรื่อ
ไอจะอวลไปถึงเพดาน
กลิ่นกาแฟจะคลุ้งไปทั่วห้อง
แต่รู้ไหมหากมีวินาทีนั้น
ฉันกลับอยากเทกาแฟทิ้งไปนอกห้องเสีย
เพราะฉันอยากจะหอมเนื้อกายเธอ
จนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว




(หมายเหตุ--งานฉลองนักบุญลูซีอาคืองานฉลองนักบุญในสวีเดน มีหญิงสาวใส่ชุดขาวเดินถือเทียนในโบสถ์)




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:32:14 น.
Counter : 706 Pageviews.  

1  2  3  

SteppenWolf
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




The Last Renaissance Man
Free Hit Counter
Friends' blogs
[Add SteppenWolf's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.