Valentine's Month


 
joyka
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add joyka's blog to your web]
Links
 

 
Angel Caido Luci ตอนที่ 1

ราตรีอันมืดมิด ไร้แสงจันทร์ และเงียบสงัด

“วิชวัน วิชวัน ได้ยินแล้วตอบด้วย” เสียงชายในชุดดำในมือถือปืนวิ่งไปตามตรอกเล็ก ๆ อย่างกระหืดกระหอบ

“วิชวัน ตอบด้วย” เขาทวนคำซ้ำไปซ้ำมา หากแต่วิทยุสื่อสารของเขาหาไร้วี่แววคนตอบกลับมาไม่

ตุบ!! ตุบ!! เสียงดังขึ้นจากบริเวณอาคารเหนือหัวของเขา เขารีบหันปลายกระบอกปืนไปยังทิศทางของเสียงทันที
ไม่มีสิ่งใดอยู่ ณ ที่นั่น เสียงรอบ ๆ ตัวเขาเงียบลง

“วิชวัน!!!” เขาพยายามเรียกกลับไปอีกครั้ง

โครม!! เสียงสิ่ง ๆ หนึ่งหล่นลงมาที่ถังขยะไม่ห่างจากตัวเขานัก
เขาตั้งปืนเล็งไปยังเจ้าสิ่งนั้น ค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างช้า ๆ สิ่งนั้นไม่มีลักษณะของการเคลื่อนไหว
เขาใช้มืออีกข้างเปิดไฟฉายส่องไปยังสิ่งที่ตกลงมา
สิ่งที่เห็นทำให้เขาต้องตกตะลึง มันเป็นร่างมนุษย์ไร้หัว เสื้อผ้าถูกฉีกขาด แม้ภาพจะไม่ชัดเจนนักเพราะเป็นยามวิกาล แต่ก็มากพอที่จะเห็นรอบกรงเล็บขนาดใหญ่ ลากผ่านหน้าอกของร่าง ๆ นั้น

“ว....วิชวัน” เขาเรียกผ่านโทรศัพท์

“ซ่า~~ ว....วิชวัน” เสียงดังทันทีจากที่ใกล้ ๆ ร่างนั้น

ไม่ผิดแน่ ร่าง ๆ นี้เคยเป็นเพื่อนร่วมงานของเขา

ตุบ!!

เสียงบางอย่างดังขึ้นเขาหันปืนและไฟฉายไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาพบกับความว่างเปล่า
ไม่มีมีสิ่งใดอยู่เลย
เขายังคงหายแรงและถี่ ด้วยความเหนื่อย และความกดดันจากสิ่งที่เกิดขึ้น
เขาเดินออกมาจากตรอกอย่างช้า ๆ ระแวดระวังสิ่งรอบ ๆ ตัว
แสงไฟจากหลอดไฟข้างทางส่องสว่างจนเขาเห็นถนนด้านหน้า

“ไอ้บัดซบเอ้ย!!” เขาสบถออกมาเบา ๆ

แสงไฟสว่างกระทบร่างของเขา จนเงาทอดผ่านไปข้างหลัง หากแต่เงาของเขากลับใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น

“อุ้บ!!” เสียงเล็กน้อยเล็ดลอดจากปากของเขา สิ่งนั้นเข้ามาล็อคตัวเขาและลากเขาเข้าไปในตรอกอย่างรวดเร็ว

“โอะ.....อ้อคคคค!!!!” เสียง ๆ หนึ่งดังออกมาจากในตรอก แต่มันเบาเกินไปที่ใครด้านนอกจะได้ยิน

ทุกอย่างพลันเงียบสงบอีกครั้ง

“วิชวัน วิชทู ได้ยินแล้วตอบด้วย”
“วิชวัน วิชทู ได้ยินแล้วตอบด้วย”
“วิชวัน วิชทู ได้ยินแล้วตอบด้วย”

เสียง จากวิทยุสื่อสารดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง........ ก่อนที่จะ

กร๊อบ!!!

แล้วทุกอย่างก็เงียบไป เหลือเพียงความมืดในยามราตรี
-------------------------------------------------


“จิ้บ จิ้บ จิ้บ” เสียงนกตัวเล็ก ๆ เดินร้องไปมาในยามเช้า

แสงแดดอ่อนสาดส่องเข้ามาในห้อง แม้ผ้าม่านจะกันแสงได้บ้าง แต่มันก็สว่างพอที่จะปลุกให้หญิงสาวที่หลับไหลตื่นจากนิทราได้ เธอค่อย ๆ ขยับตัวออกจากผ้าห่มที่ค่อนข้างหนา เนื่องจากเมื่อคืนอากาศค่อนข้างหนาวเอาการ แม้จะไม่ใช่
ฤดูหนาวก็ตามที เธอค่อย ๆ เขยิบตัวทีละนิดด้วยความขี้เกียจ หากแต่เธอเหมือนจะเขยิบไปด้านข้างมากไปหน่อย

โครม!!

“ว้าย!!” เธอร้องขึ้น หลังจากที่ตกจากเตียง ถึงมันจะเป็นแค่เตียงชั้นเดียว แต่มันก็เจ็บพอควร

เธอโผล่หัวออกมาจากผ้าห่มในสภาพสะลึมสะลือ สาวอายุ 28 ผมบ๊อบสั้นสีทอง นัยตาสีฟ้าอ่อน ค่อย ๆ หันซ้ายหันขวา ทีท่าของเธอค่อนข้างงง ๆ แม้ว่าเพิ่งจะตกจากเตียงและร้องออกมาก็ตามที

“เสื้อหนายช้านหายปายหนาย~~” นั้นคือประโยคแรกของเธอ

แม้เสียงจะไม่ดังมากนัก แต่ก็พอที่คนในที่แห่งนั้นจะได้ยิน

“ตัวเองกลิ้งอยู่คนเดียวในห้องแท้ ๆ ยังจะมาถามอีก” ชายผู้หนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา

“เอานา ๆ เมื่อคืน คาเรน เขาออกไปลาดตะเวนจนกลับมาดึกเลยนี่นา คงจะเบลอ ๆ บ้างล่ะ”

หญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ปรามเพื่อนชายเล็กน้อย

คาเรนหาเสื้อในมาใส่ได้แล้ว ก็ออกจากห้องนอน แต่ก็ในสภาพที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย

ทุกคนในที่นั้นมองเป็นตาเดียว ไม่มีใครส่งเสียงอะไรออกมาคงเพราะความอึ้ง

“อารุนสวาดค่า~” คาเรนกล่าวสวัสดียามเช้าด้วยน้ำเสียงยานคาง

“เฮ้ย!!!” ทุกคนในบ้านแทบจะพูดพร้อมกัน พวกผู้ชายที่ดื่มกาแฟอยู่บ้างก็พ่นมันออกมา บ้างก็สำลัก

จนผู้หญิงที่อยู่ ณ ที่นั้นต้องวิ่งมาล็อคคอคาเรนกลับเข้าห้องนอนไป

“ยัยบ้า!! ใส่ซะ!!” เสียงสาว ๆ ในห้องนอนดังออกมาเป็นระยะ ๆ

ส่วนด้านนอกห้องนอนนั้น
“เออ หัวหน้าครับ ให้ผมลูบหลังให้รึเปล่าครับ” “เอิ่ม…ไม่ต้องก็ได้ไม่เป็นไร” “หนังสือพิมพ์เปียกหมดแล้วว่ะ”

“หัวหน้าครับ ต้องโทรเรียกกำลังเสริมรึเปล่าครับ” “ไม่ต้องว้อย!!”

ด้านนอกเองก็เอะอะไม่แพ้ในห้อง เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่มันไม่ใช่เรื่องปกติที่ใครจะทำกัน จริง ๆ แล้วสำหรับคาเรนเธอก็ทำอะไรแบบนี้บ่อย ๆ แต่เธอมักจะทำที่บ้านของเธอเองก็เท่านั้น
----------------------------------------

หลังจากเหตุการณ์ระทึกในยามเช้า คาเรน โดนเรียกไปพบในห้องหัวหน้า

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เข้ามาได้” หัวหน้าของคาเรนกล่าวขึ้น

แอ๊ด~ เสียงเปิดประตูช้า ๆ ราวกับว่าผู้เปิดประตูไม่อยากเข้ามาในห้องซักเท่าไหร่

“เจ้าหน้าที่ คาเรน คลาวเรน รายงานตัวค่ะ!!” คาเรนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หัวหน้าส่งสัญญาณมือให้เธอนั่งที่เก้าอี้ได้
คาเรนค่อย ๆ นั่งลงที่เก้าอี้ ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่ ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมเบือนหน้าหนี
หากแต่เม็ดเหงื่อกลับผุดตามใบหน้าของคาเรนเรื่อย ๆ ความเงียบยังคงดำเนินต่อไป
ผู้เป็นหัวหน้าค่อย ๆ เอามือมาประสานกันที่ด้านหน้าตัวเอง สายตายังจับจ้องที่คาเรน

“ที่นี่ คือที่ใหน??” หัวหน้าเป็นผู้เริ่มต้นทำลายความเงียบก่อน

“สำนักงานกองอนุรักษ์พันธุ์สัตว์จอห์น เฮนซ์ค่ะ!!” คาเรนตอบอย่างหนักแน่น

“ใช่ที่นี่ เป็นสำนักงานกองอนุรักษ์พันธุ์สัตว์” หัวหน้าทวนคำตอบคาเรนแล้วตวาดออกไป

“แล้วไอ้ที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเมื่อเช้านั่นมันอะไร!?!?”

ด้วยน้ำเสียงที่ดังของหัวหน้า คาเรนหลับตาปี๋สีหน้าแสดงความหนักใจ

“ม....มันเป็นแฟนเซอร์วิสค่ะ” เธอพูดพร้อมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“แล้วถ้ามีคนนอกเข้ามา มันเป็นจะเรื่องน่าอับอายซะมากกว่าไม่ใช่รึ” หัวหน้าพูดด้วยสีหน้าเอือมระอากับการแถของคาเรน

“งั้นก็คิดซะว่าเราเซอร์วิสให้ผู้ใช้บริการเหมือนพวกหน่วยงานเอกชนก็แล้วกันค่ะ!!” คาเรนยังคงแถต่อไป

หัวหน้าได้แต่เพียงอ้าปากค้าง เส้นสมองแทบจะแตกออก ไม่คิดว่าผู้ใต้บังคับบัญชาจะเป็นได้ถึงเพียงนี้

“เจ้าหน้าที่คาเรน คุณนี่ช่าง....ช่าง....” หัวหน้าไม่รู้จะสรรหาคำใดมาด่าดี จึงได้แต่ค้างคำ

“ช่างน่ารักค่ะ!!” คาเรนต่อให้เสร็จสรรพ

ปัง!!!! เสียงปิดประตูดังลั่นจนคนทั้งสำนักงานหันมามอง

“เขียนรายงานที่ไปลาดตระเวนมาส่งด้วย!!!” เสียงหัวหน้าไล่หลังคาเรนที่โดนตะเพิดออกจากห้องมา

“ค่า~~~” คาเรนตอบรับด้วยเสียงลากยาว

เธอกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอ คนอื่น ๆ ในสำนักงานก็นั่งทำงานราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คงเพราะการที่คาเรนโดนหัวหน้ากระฟัดกระเฟี้ยดใส่เช่นนี้ แทบจะเป็นเรื่องสามัญประจำสำนักงานไปซะแล้ว

จริง ๆ ถ้าว่ากันด้วยระเบียบ คาเรนน่าจะโดนไล่ออกจากงานไปนานแล้ว เพราะวีรกรรมของเธอในฐานะเจ้าหน้าที่พิทักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่ชอบแหกกฎนั้นมีบ่อยครั้ง หากแต่เพราะแม้เธอจะฝ่าฝืนกฎ หรือกระทำเกินกว่าเหตุ

แต่ไม่มีผู้ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังสร้างผลงานในการจับกุมผู้ลักลอบล่าสัตว์บ่อยครั้ง
กอปรกับฝีมือในการยิงปืนนั้นแม่นราวกับจับวางแทบจะกล่าวได้ว่าเธอยิงไม่เคยพลาดเป้าหมายเลยซักครั้ง

คาเรนนั่งพิมพ์รายงานที่เธอไปลาดตะเวนเมื่อวานนี้ ท่ามกลางเสียงการทำงานของคนในสำนักงาน
จริง ๆ งานในสำนักงานไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่ ทว่าในช่วงหลัง มีการพบซากสัตว์ที่ถูกกินเหลือซากทิ้งไว้บ่อยมากขึ้น

เดิมทีเจ้าหน้าที่ก็คาดคะเนว่าน่าจะเป็นสัตว์จากนอกเขตเข้ามา แต่จากการติดตามแทบไม่พบสิ่งใดเป็นหลักฐานชัดเจน

จนเมื่อ 4 วันก่อน ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำลวดซึ่งส่งสัญญาณไฟฟ้าได้ ไปติดตั้งในจุดที่พบซากสัตว์
แม้กระนั้นงานลาดตระเวนก็ไม่ใช่ว่าจะยุติ ก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

“เฮ้อ~ ไม่มีวี่แววไอ้ตัวที่มาไล่กินสัตว์นั่นเลย” ฟิลลิป เจ้าหน้าที่ซึ่งมักรับบทเป็นสารถีพาเจ้าหน้าที่ออกลาดตะเวนบ่นขึ้น

“ถ้ามันออกมาง่าย ๆ ป่านนี้พวกเราซิวมันไปตั้งแต่เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้วไปแล้ว” มาร์คเจ้าหน้าที่อีกคนกล่าวขึ้นมาก่อนที่จะชักปืนออกมาเล็งประตูห้อง

“ไม่เอานา อย่าเอาปืนออกมาเล่นสิ เดี๋ยวถ้ามันโผล่มารั้วไฟฟ้าน่าจะมีปฏิกิริยาบ้างล่ะ” มิเชลเจ้าหน้าที่อีกคนกล่าว

คาเรนเกาหัว เธอเองก็รู้สึกร้อนรนไม่แพ้คนอื่น ๆ แต่มันทำอะไรไม่ได้มากนอกจากลาดตระเวน และเฝ้ารอ
อลิซาเบทเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสาร นั่งดูการเคลื่อนไหวบางอย่างในคอมพิวเตอร์อยู่
นั่นคือเครื่องส่งสัญญาณจาก “แคทเธอรีน” ซึ่งเป็นกวางเพศเมียที่เธอต้องการเก็บตัวอย่างการดำรงชีวิต
จุดนั้นขยับไปตามที่แคทเธอรีนขยับ มันอาจจะช้าบ้าง เพราะความเร็วในการรับส่งข้อมูล
จุดนั้นขยับไปเรื่อย ๆ แต่เธอสังเกตว่ามันมีอะไรแปลก ๆ

“คาเรน ๆ” เธอเรียกคาเรนด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

“หืม?” คาเรนลุกไปหาอลิซาเบท

“นี่ ๆ ดูนี่สิ แคทเธอรีนมันขยับแปลก ๆ นะ ราวกับว่ามันกำลังหนีอะไรบางอย่าง” อลิซาเบทกล่าว

คาเรนที่ดูสิ่งที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์แล้ว ก็รู้สึกแปลกใจเช่นเดียวกับอลิซาเบท เพราะจุดที่แคทเธอรีนอยู่ ไม่น่าจะมีพวกสัตว์กินเนื้ออยู่ คาเรนเอามือลูบปอยผมตัวเองครู่หนึ่งก่อนจะตะโกนออกไป

“มิเชล ดูสัญญาณรั้วไฟฟ้าที่จุด N74 ที” เธอตะโกนบอกมิเชลที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เครื่องเช็คสัญญาณ

มิเชลยันเก้าอี้ตัวเองไปที่เครื่องตรวจสัญญาณ แล้วมิเชลก็แสดงอาการตกตะลึง

“สัญญาณไฟฟ้าที่เชื่อมต่อจุดนั้นอ่อนลงเรื่อย ๆ ม...มันขาดแล้ว!!!”

ทุกคนตกใจในทันที

“มาแล้วว้อย มาแล้วว้อย” มาร์คพูดขึ้นทันทีด้วยความรู้สึกตื่นเต้นในสิ่งที่ตัวเองรอมาตลอดเกือบ 1 เดือน

“ฟิลลิป!!!” คาเรนหันไปตะโกนชื่อสารถีทันที

“กำลังไปแล้ว” ฟิลลิปพูดพลางวิ่งออกจากสำนักงานทันที

คาเรนและมาร์ครีบวิ่งไปยังคลังอาวุธ เธอหยิบมีดพกและไรเฟิลคู่ใจเธอพร้อมกล่องกระสุนไปทันที

ส่วนมาร์คนั้นเอาปืนพกไป 2 กระบอก เพราะคิดว่ามันไม่น่าจะต้องใช้อาวุธอะไรมากมายนัก

“เฮ้ย สาว ๆ พร้อมไปเตะก้นไอ้บ้านั่นยัง!?!” ฟิลลิปที่มาพร้อมรถจี๊ปตะโกนเรียกมาร์ค และ คาเรนซึ่งวิ่งออกจากสำนักงานและกระโดดขึ้นรถไปในทันที

หัวหน้าที่ไดยินเสียงเอะอะก็ออกมาดู

“เกิดอะไรขึ้น” เขาเอ่ยถามมิเชล

“พบสิ่งน่าสงสัยในบัญชีดำ ที่จุด N74 ครับผม” มิเชลตอบ

“ไม่ไกลจากเราเท่าไหร่เลยนี่นา คิดว่าจะไปทันรึเปล่า” หัวหน้าถามขึ้น

“ค่ะ คิดว่าน่าจะทัน แต่แคทเธอรีนคงจะไม่....” อลิซาเบทตอบ เสียงเธอสั่นเครือนิด ๆ หัวหน้าได้แต่เพียงจับที่บ่าเธอแล้วบีบเบาๆ
-------------------------------

“นี่อัลฟ่าวัน เรียกศูนย์ เป้าหมายเป็นยังไง” ฟิลลิปถามมิเชล

“นี่ศูนย์ ยังอยู่ในตำแหน่ง ไม่มีการเคลื่อนย้าย ” มิเชลต่อกลับ

“อย่าหนีไปก่อนนะไอ้หนู” มาร์คพูดพลางปลดเซฟตี้ล็อคปืนพก

คาเรนกลับเงียบสนิท เธอค่อนข้างสงสัยในสิ่งที่มาล่าสัตว์อย่างมาก

แต่เธอไม่พูดอะไรออกไปเพราะเกรงว่าจะทำให้คนอื่น ๆ วิตกกับสถานการณ์

“ฟิลลิปเอ้ย เหยียบให้มิดเลย” มาร์คเร่งฟิลลิปด้วยความร้อนใจ

“มิดแล้ว แกจะให้ชั้นเหยียบซักเท่าไหร่วะ นี่จะ 100 แล้วนะว้อย เดี๋ยวได้แหกโค้งหรอก” ฟิลลิปตอบกลับ

“ข้างหน้า เตรียมตัว!!” คาเรนลุกขึ้นยืน ขาข้างนึงยันเบาะไว้พร้อมเอากล้องมองไปข้างหน้า

“ถึงแล้ว!!!” ทั้งสามคนแทบพูดพร้อมกัน

ณ ที่นั่นทั้งสามได้เห็นสิ่ง ๆ หนึ่งนั่งกินแคทเธอรีนอยู่ รูปร่างของมันราวกับ มนุษย์
มาร์คลงจากรถเล็งปืนไปที่เป้าหมาย แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไป ในขณะที่คาเรนเล็งไรเฟิลไปที่เป้าหมาย พร้อมยิงตลอดเวลา

“นี่เจ้าหน้าที่กองอนุกรักษ์พันธุ์สัตว์ ขอสั่งให้ยกมือขึ้น เดี๋ยวนี้!!” มาร์คตะโกนออกไป

เจ้าสิ่งนั้นยังคงนั่งกินต่อไป ไม่ได้สนใจมาร์คเลยแม้แต่น้อย

“เฮ้ย หยุด! แล้วยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้!!!” มาร์คตวาดออกไปอีกครั้ง
เป้าหมายยังคงไม่หยุด มันยิ่งทำให้มาร์คโมโหมากขึ้น เขาจึงยิงขู่ ไปที่ข้าง ๆ เจ้าสิ่งนั้นทันที

ปัง!!

สิ้นเสียงปืน เจ้าสิ่งนั้นเหมือนจะชะงักเล็กน้อย

“ต้องให้ยิงรึไง” มาร์คบ่น

คาเรนที่มองสิ่งนั้นผ่านลำกล้องเล็งเป้าที่ปืนไรเฟิล ก็สังเกตเห็นบางสิ่งไม่ชอบมาพากล

“มาร์ค ถอยมาก่อน” คาเรนตะโกนออกไป

“เป็นอะไรของเธอคาเรน” มาร์คทำหน้าไม่แหย่แส และค่อย ๆ เดินเข้าไป

“เจ้าบ้า!! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้านั่นมันแปลก ๆ นะ” คาเรนตะโกนบอก

“ไร้สาระน.........” มาร์คพูดไม่ทันจบประโยค เขาโดนบางสิ่ง แทงทะลุแขนซ้ายของเขา

“อ....อ้าาาาาาก” มาร์คร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

“มาร์ค!!!!” ฟิลลิปตะโกนออกไป

ปัง!! ปัง!!

คาเรนยิงเป้าหมายทันที ทั้ง 2 นัดเข้าที่หัวทั้งหมด หากแต่มันเหมือนไม่มีผลอะไรเลย

สิ่งที่ยื่นจากตัวมันทิ้มทะลุแขนมาร์คค่อย ๆ หดกลับไป มันหันมามองที่รถจี๊ป ดวงตาของมันเริ่มเปล่งประกายสีแดงฉาน

“มาร์คถอยกลับมา” คาเรนตะโกนเรียกอย่างร้อนใจ

มาร์คกลั้นความเจ็บปวดแล้ววิ่งมาที่รถ คาเรนรีบไปคว้าตัวมาร์คไว้ทันที

“ฟิลลิป ถอย!!! เหยียบให้มิดเลย” คาเรนหันไปบอกฟิลลิป

“รู้แล้ว ๆ” ฟิลลิปออกรถทันที

เจ้าสิ่งนั้นเริ่มขยับมาทางรถจี๊ป ในขณะที่รถกำลังวนกลับและเริ่มออกตัว

มันวิ่งตาม ไวขึ้น ไวขึ้น ร่างของมันจะเดิมที่เหมือนมนุษย์ เริ่มเปลี่ยนแปลงไปมีขนปกคลุมทั่วร่าง รูปร่างเหมือนลิงกอริล่า แต่มีขนาดใหญ่กว่า

“ไอ้สัตว์ประหลาดสารเลวเอ้ย!!! ” มาร์คยกปืนขึ้นยิงทันที

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ

มันเข้าเป้าทุกนัด แต่เจ้าสิ่งนั้นยังวิ่งตรงมาราวกับว่าที่มาร์คยิงไปนั้น ไม่ได้ทำให้มันบาดเจ็บเลยซักนิด
คาเรนเล็งเข้าที่หัวของมัน ด้วยเชื่อว่าน่าจะสร้างความเสียหาย หรือทำให้มันชะงักได้บ้าง

ปัง!! ปัง!!

อีก 2 นัดที่คาเรนยิงไป เข้าเป้าทั้ง 2 นัด แต่ก็ไร้ผล สิ่งนั้นยังคงไล่กวดรถมาติดๆ

“เฮ้ย! นี่มันจะ 120 แล้วนะ ยังไล่มาทันอีกเรอะ!!” ฟิลลิปตะโกนออกมา

ทันใดนั้น ทางข้างหน้าที่รถกำลังแล่นไปนั้นปรากฏมีหลุมขวางทางอยู่ ฟิลลิปไม่มีทางเลือกนอกจากชะลอความเร็วแล้วพยายามหักหลบ แต่ทว่ามันเป็นความผิดพลาด เจ้าสิ่งนั้นฉวยโอกาสนี้กระโดดเข้าไปเหยียบรถจนรถเสียหลักพลิกคว่ำ

ทั้งสามกระเด็นไปคนละทาง แต่ยังพอตั้งตัวได้ เจ้าสิ่งนั้นเดินไปหาฟิลลิปที่ไม่มีอาวุธติดมือมาเลย
มาร์คหยิบปืนอีกกระบอกมายิงใส่เจ้านั่นทันที แต่ก็เช่นเดิม มันเหมือนไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ
คาเรนพยายามช่วยยิง แต่ก็ไร้ผล มันไม่ได้สนใจพวกเขาเลยนอกจากฟิลลิป
มันกระโจนเข้าใส่ฟิลลิป แต่เขาชักมีดพกออกมา พยายามแทงไปที่กกหูของเจ้าสิ่งนั้น
ได้ผล มันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่มันกลับมาจับขาของฟิลลิปแล้วเหวี่ยงเขาเต็มแรงจนเขาลอยไปชนต้นไม้ใหญ่

โครม!!

ฟิลลิปนิ่งไปทันที มาร์คที่เห็นดังนั้นเขาระดมยิงเจ้าสิ่งนั้นอย่างบ้าคลั่ง

“ไอ้สารเลววววววว!!!!!!” เขาตะโกนใส่มันอย่างโกรธแค้น

มันเดินไปหามาร์คอย่างช้า ๆ
ในขณะที่คาเรนพยายามคิดอย่างหนักว่าทำไมมีดพกของฟิลลิปแทงมันเข้า แต่กระสุนปืนยิงแทบไม่เข้าเลย
มันไม่แรงพอรึ ไม่ใช่ ไม่น่าใช่ หูของมัน.....
ไม่มีขน!! ขนเป็นตัวป้องกันกระสุนงั้นรึ!? เธอคิดในใจ
ไม่มีเวลาคิดมากแล้ว ลองเสี่ยงเลยกัน
คาเรนวิ่งเข้าใส่มันจากข้างหลัง เธอชักมีดพกฟันเข้าที่หูของมัน

ฉัวะ!!

“อ๊าาาา!!!” เจ้าสิ่งนั้นร้องอย่างเจ็บปวด มันหันกลับมาทางคาเรนทันที

คาเรนกระโดดถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งประทับปืนไรเฟิลเล็งที่เจ้าสิ่งนั้นทันที
มันคงจะโกรธ ดวงตาของมันแดงจนเกือบเปล่งประกาย มันกระโดดเข้าหาคาเรน หมายจะจัดการผู้ที่ทำให้มันบาดเจ็บทันที

“คาเรน หลบไป!!!” มาร์คตะโกนลั่น

มันกระโดดไปแล้ว......
เท้าของมันลอยเหนือพื้น เศษหินเศษดินลอยขึ้นกลางอากาศ คาเรนยังคงเล็งเป้าหมายนิ่ง

กริ๊ก!...........................

พลันทุกอย่างเงียบสงบ
เศษดินจากการกระโดดของมันลอยค้างในอากาศ ตัวของเจ้าสิ่งนั้นหยุดนิ่งกลางอากาศ
มาร์คที่ตะโกนเมื่อครู่ อ้าปากค้างไม่ไหวติง เศษใบไม้ที่ร่วงหล่นสู่พื้นหยุดนิ่ง
ทุกสิ่งหยุดนิ่งราวกับภาพยนตร์ที่โดนกดหยุดไว้

หากแต่ ไม่ใช่ทุกสิ่งหยุดนิ่งทั้งหมด ปากกระบอกปืนไรเฟิลค่อย ๆ ขยับอย่างช้า ๆ
คาเรนเธอยังขยับอยู่ได้ในขณะที่สิ่งต่าง ๆ หยุดนิ่ง เธอเล็งเป้าหมาย แล้วเหนี่ยวไกทันที

ปัง! ปัง!

ลูกกระสุนวิ่งตรงไป แต่หยุดนิ่งก่อนถึงเป้าหมายเล็กน้อย

ปัง! ปัง!

เธอยิงซ้ำอีก 2 นัด ลูกกระสุนวิ่งตรงหยุดนิ่งก่อนถึงเป้าหมาย แต่ไม่ใช่จุดเดียวกับที่ยิงก่อนหน้านี้

“ให้รู้ไปว่า จะทนได้” คาเรนพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย สายตาอันแน่วแน่ของเธอจับจ้องที่เจ้าสิ่งนั้นไม่วางตา

กริ๊ก!...........................

พลันเศษดินที่ลอยค้างเมื่อครู่ ได้ร่วงลงสู้พื้น
สิ่งนั้นกระโดดเข้าหาคาเรน หากแต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้ากลับเป็นกระสุนปืนที่วิ่งด้วยความเร็วสูง
เจ้าสิ่งนั้นเข้าปะทะกับกระสุนที่คาเรนยิงออกไปเต็มๆ
กระสุนเข้าทำลายดวงตาของมันทั้ง 2 ข้าง ประสาทการรับรู้ด้วยการมองหมดสิ้น

“อ๊า! อ๊า! อ๊าาาา!”

มันลงไปดิ้นกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลุกขึ้นมาปัดมือไปมา ราวกับพยายามควานหาตัวผู้ที่ยิงมัน

“ทำอะไรไม่ฉลาดเลย” คาเรนที่ดูสงบเยือกเย็น ก้าวถอยออกไปอย่างว่องไว

เธอประทับปืนเล็งอีกครั้ง

ปัง!!!

ลูกกระสุนปืนถูกยิงเข้าที่ปากของมัน ความเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นจนเจ้าสิ่งนั้นเริ่มประคองตัวไม่อยู่

ปัง! ปัง!

เธอยิงซ้ำไปที่ปากของมันอีก 2 นัด เจ้าสิ่งนั้นทรุดลงไปกับพื้น
คาเรนเดินเข้าไปหามันอย่างช้า ๆ มันพยายามดันกายขึ้นมา

ปัง!

กระสุนพุ่งเข้าที่ดวงตาของมันอีกครั้ง มันแทบจะสิ้นฤทธิ์ พยายามเงื้อมืออกมา ปรากฎแท่งแหลม ๆ ออกจากมือมันพุ่งเข้าหาคาเรนอย่างรวดเร็ว

“คาเรน!!” มาร์คร้องด้วยความตกใจ

ฉัวะ!!

ภาพที่ปรากฏ แท่งแหลมของเจ้าสิ่งนั้นพลาดเป้าหมายคือคาเรนไป เธอไม่ได้รับบาดเจ็บจากสิ่งนั้นแม้แต่น้อย
คาเรนหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอค่อย ๆ เอาปากกระบอกปืนประกบลงไปที่บนตัวเจ้าสิ่งนั้น ค่อย ๆ ไชผ่านเส้นขนของมัน

“ขนแกป้องกันกระสุนได้ แต่ถ้าส่วนไม่มีขน มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย”

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

คาเรนประเคนกระสุนที่เหลือใส่เจ้าสิ่งนั้นจนกระสุนหมด
มันได้แต่อ้าปากค้าง ไร้เสียงใด ๆ จากตัวมัน รวมทั้งลมหายใจของมันด้วย
คาเรนแยกออกจากตัวมัน เธอหยิบเอาหมากฝรั่งรูปบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก

“น่าให้ทางหน่วยเหนือซื้อกระสุนหัวระเบิดมาเข้าประจำการบ้างนะเนี้ย” เธอบ่นพลางเดินไปหามาร์ค

เธอยื่นมือให้มาร์ค แล้วค่อย ๆ ประคองเขาขึ้นมา ทั้งสองไปดูฟิลลิป หากแต่ฟิลลิปที่ชนเข้ากับต้นไม้อย่างแรงนั้น ได้เสียชีวิตเพราะคอหักไปแล้ว มาร์คพยายามกลั้นน้ำตา กำปั้นของเขาทุบกับพื้นหลายครั้ง

คาเรนเดินไปยังรถที่พลิกคว่ำอยู่ เธอหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาเธอหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้เปิดช่องสัญญาณเพื่อสื่อสารกับศูนย์

“อัลฟ่าวันเรียกศูนย์ อัลฟ่าวันเรียกศูนย์” เธอส่งข้อความเรียกไป

“นี่ศูนย์ ทราบแล้วเปลี่ยน ครืด~~” มิเชลตอบกลับมา

“จากอัลฟ่าวัน เป้าหมายถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ขอ ฮ. มารับในจุดที่ GPS แจ้ง มีผู้บาดเจ็บ 1 รายเตรียมหน่วยพยาบาลด้วย” “ฟิลลิป.......” คาเรนหยุดพูด เธอเงยหน้าขึ้นฟ้า มีน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย

“นี่ศูนย์ เกิดอะไรขึ้นกับฟิลลิป!?” มิเชลพยายามถามกลับ

“ฟิลลิปเสียชีวิตแล้ว.....” คาเรนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เธอวางวิทยุสื่อสารลง มองไปที่มาร์คที่ยังคงนั่งร้องไห้ที่ศพของฟิลลิป จากนั้นเธอหันไปมองที่ซากของเจ้าสิ่งนั้น
เธอหรี่ตาลงดู แววตาที่มองเจ้าสิ่งนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างเต็มเปี่ยม
มันคืออะไรกันแน่
เธอค่อย ๆ เป่าหมากฝรั่งที่เธอเคี้ยว จนมันโป่งออกมา
สายตาของเธอมองไปยังสุดปลายฟ้าไกลพลางคิด
ความสงบสุขกำลังจะหมดไปอีกแล้วแน่ ๆ เลย
ปุ!!
หมากฝรั่งที่เธอเป่า แตกออกเลอะริมฝีปาก แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าระคนความเบื่อหน่าย

--------------------------------------------Next to Chapter 2



Create Date : 07 มกราคม 2553
Last Update : 7 มกราคม 2553 8:30:50 น. 1 comments
Counter : 375 Pageviews.

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!


โดย: da IP: 203.144.144.165 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:33:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.