19 uker med truende abort
Denne siden er oversettelse fra thai til norsk
หน้านี้ขออนุญาติ แปลในส่วนของการจากไปของลูคัสให้เพื่อน ๆ ชาวต่างชาติได้รู้นะค่ะ
############################

18 juli 2510, det var 18 uker 4 dager for graviditet.
Jeg var på toalettet tidlig på morges. Jeg føler at det var noe som kommer ut gjennom skjeden, så tok jeg finger min inn i skjeden.
Det føles som en mykt og glatt kjøtt klump, så prøve jeg å skyve den tilbake igjen og det gikk bra uten at det kom vann eller blod.

Da drog jeg til legevakt og ventet to timer der. Legevakten ringte til gynekolog og sa at pasienten har følelse av en pose.
men vi vet ikke hva gynekolog sa. Legevakten forklarte ikke til gynokolog at posen kom ut av skjeden, og at jeg hadde "dyttet" den inn igjen.
Etter legevakt ferdig fra telephone så sa han
Legevakt : "gynekolog er ganske travelt i dag, og det var ikke ferlig hvis det kommer vann eller blod så jeg kan ringe til fødsel avd."
Jeg : "Hva skal jeg gjøre hvis "noe" skal ut fra skjeden igjen?"
Fikk ikke noe svar fra legevakt.
Jeg : "kan vi se at barne har det bra med u/s eller?"
Legevakt : " dessverre ikke, Vi har ikke noe utstyr til det her."
Så det var ikke noe legevakten kunne gjøre, så vi måtte reise hjem.

Tony var så sint pga. legevakt hadde ikke sjekke noe på meg og legevakt fortellet om pasientes symptomer til gynekolog var ikke riktig, så gynekolog trodde at pasienten var ikke alvorlig syk.

Jeg ga opp å snakke mere med legevakt. han kan ikke gjøre jobben sin.
så drog vi hjem og ringte direkte til fødsel avd. selv igjen.
Vi fikk beskjed om å reise tilbake og komme direkte til fødeavdeling.
Etterdet fikk vi sjekke med gynekolog i fødsel avd.
Først sjekket gynekolog med U/S og alt var bra. Barnet var gutt og sterke, Så sjekket gynekolog inne i skjeden.
Etter hun så det, tok hun utstyr ut og sa at hun skulle be andre lege å se også.

To legene var sjekke på meg igjen og sa at den var livmorhalsen som åpenet og fostervannet blære som ut ganske mye fra livmoren,
kunne ikke så at hvor mye livmorhalsen var åpen. Så måtte jeg bare ligger i senge (kunne bare gå på toalettet) og vente på operasjon i morgen.
De tok også urin- og blod prøve fra meg.

############################

Mandag 19 juli, tok de blod prøve igjen tidlig på morges.
Etter det sjekket lege igjen med U/S og sa at jeg fikk ikke lov å reise meg opp fra senge, måtte bare ligge rolig og fortsatt fastede på operasjon.

jeg begynte også med antibiotika og salina. jeg fikk også feber og tok Paracet.

Etter middag kom andre legene sa at jeg kunne ikke operasjon nå pga. jeg hadde infeksjon, måtte behandling først.
Hvis ikke behandling først, så fått jeg infeksjon i livmor også.
Jeg hadde fortsatt feber hele tiden.

På natten fikk jeg fostervannlekkasje.

############################

Tirsdag 20 juli 2510, Jeg hadde fortsatt feber hele dagen.

legen sjekket med U/S og vannprøver fra skjeden. Barnet så fint ut og det var fostervann som lekkasje.
Legen begynte å spøre etter mannen min, han vil gjene snakke med begge.

Mannen min kom kl. 14:00. Etter det kom 2 legene og en jordmor sa at jeg hadde alvorlig infeksjon ( 92% fra vanlig er >10%).
Fostervann lekkasje og Bakteriene skulle komme inn i fostervan blæren. Deretter infektion på barnet og livmoren.
Vi måtte bestemme oss å ta abort senest tidlig i morgen. ellers kunne jeg få alvorlig infektion i livmoren.

Det var vanskelig tiden å tenke. Vi bare gråt og har ingenting å si. De la oss å være alene til kl. 16:00. så kom andre legene og spurte.
Vi bestemte oss å ta abort denne kveld.

Legene begynte abort prosesser kl. 20:12, halv time etter det begynte livmoren å klemme hardere og hyppigere.
Kl. 21:00 var fostervannet bryte.
Kl. 00:30 var livmorhalsen åpning til 10 cm.
Kl. 01:16 født barnet. Jeg klippet navlestreng selv og jordmor lå barnet på brystedt min. Jordmor spurte om jeg ønsket å ta bilder med barnet eller?
men jeg tror at jeg skulle ta ham i minnene.

Tony navnet barnet '"Lukas". Han fortelte meg at barn som ikke ble født, ble engler.

Barnet født i uke 19, vekten var 190 g., lengden var 23 cm.

############################

Hver gang når jeg snakket om dette, gråter jeg. jeg tror at det skal bli bedre, men det tar tid.

Til slutt, tusen takk at dere tenker på meg.

############################



Create Date : 30 กรกฎาคม 2553
Last Update : 30 กรกฎาคม 2553 4:31:01 น.
Counter : 582 Pageviews.

2 comment
19 weeks กับการจากไปของเจ้าตัวเล็ก
ตอนที่ทำบล็อกอันนี้ขึ้นมา ตั้งใจว่าจะทำไว้เขียนเกี่ยวกับการเจริญเติบโต และการตั้งครรภ์ของเจ้าตัวเล็กที่กำลังจะเกิดมา พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา คงต้องขอพักบล็อกไว้ชั่วคราว จนกว่าจะทำใจให้ดีขึ้นมาเหมือนเดิม หวังว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน ในการที่จะนับเริ่มใหม่อีกครั้งหนึ่ง
############################
วันที่ 18 กรกฎาคม 2510 อายุครรภ์ได้ 18 weeks 4 days ตอนเช้าเข้าห้องน้ำตามปกติ ตอนกำลังเบ่งอยู่นั้น ปรากฏว่ามีก้อนอะไรก็ไม่รู้ไหลออกมาทางช่องคลอด เลยหยุดเบ่งทันที แล้วลองเอานิ้วคลำดู รู้สึกเหมือนเป็นก้อนเนื้อ นิ่ม ๆ ลื่น ๆ เลยลองเอานิ้วดันกลับเข้าไปใหม่ ก้อนเนื้อก็กลับเข้าไป แต่พอจะเบ่งอีก ก้อนเนื้อนั้นก็กลับออกมาอีก แต่ไม่มีน้ำ หรือเลือดออกมา เป็นแต่ก้อนเนื้อ นิ่ม ๆ ลื่น ๆ

ก็เลยไปหาหมอเวรที่โรงพยาบาล นั่งรออยู่ 2 ชม. เต็ม ๆ พอเข้าไปตรวจกับหมอเวร หมอเวรไม่ยอมทำใบส่งตัวไปหาหมอสูติให้ เพราะเป็นวันอาทิตย์ หมอสูติฯ ค่อนข้างจะยุ่ง ให้เรารอพรุ่งนี้แล้วค่อยไปหาหมอประจำตัวเรา แล้วให้หมอประจำตัวเรา ทำใบส่งตัวไปให้หมอสูติอีกครั้ง เราเริ่มจะโมโหแล้ว เพราะหมอเวรไม่ตรวจอะไรเลย ได้แต่โทรคุยกับหมอสูติฯ ทางโทรศัพท์ แล้วหมอเวรเป็นคนต่างชาติ ภาษาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เล่าอาการให้หมอสูติฯ ฟัง ไม่เหมือนที่เราเล่าให้หมอเวรฟัง บอกหมอสูติฯ ว่า คนไข้บอกว่า "รู้สึก" เหมือนมีถุงออกมาจากช่องคลอด หมอสูติเลยบอกว่า ถ้าไม่มีน้ำ หรือเลือดออกมา ก็ให้กลับไปรอที่บ้าน

โทนี่โมโหใหญ่เลย บอกว่าหมอเวร คุยกับหมอสูติฯ ไม่รู้เรื่อง บอกอาการคนไข้กับหมอสูติฯ ให้ไม่ดูเป็นเรื่องร้ายแรง หมอเวรบอกแต่ว่าให้คอยเอานิ้วดันกลับเข้าไป ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ ไม่ตรวจอะไรเลย เราก็เริ่มโมโห แล้วคิดว่าคุยกับหมอเวรไปก็ไม่รู้เรื่อง พาลแต่จะอารมณ์เสียไปเปล่า ๆ เลยลากโทนี่ออกมา

กลับมาบ้าน เลยให้โทนี่โทรไป รพ. อีกครั้ง ให้ติดต่อแผนกคลอดโดยตรงเลย เล่าอาการให้พยาบาลที่แผนกคลอดฟังอีกครั้ง พยาบาลยังตกใจเลยว่า ทำไมหมอเวรไม่ตรวจอะไรเลย หรือส่งตัวมาที่ห้องคลอดก็ได้ จากนั้นพยาบาลเลยบอกว่าขอคุยกับหมอสูติฯ ก่อนแล้วจะโทรกลับมาแจ้งผล ว่าจะทำอย่างไร

หลังจากวางโทรศัพท์ไปได้ครึ่ง ชม. พยาบาลโทรกลับมาแจ้งอีกครั้ง ว่าให้กลับไปที่ รพ. อีกครั้งโดยด่วนที่สุด ก็กลับไปนั่งรอหมอสูติฯ อีกประมาณ 2 ชม. เพราะหมอมีคิวผ่าคนไข้ด่วนถึง 2 ราย

พอเข้าพบหมอก็ตรวจ u/s พบว่าเด็กปกติดีทุกอย่าง หัวใจยังเต้น และยังดิ้นอยู่ หมอเลยขอตรวจภายในด้วย พอหมอเริ่มตรวจเท่านั้นแหละ หมอหน้าเสียทันที เอาเครื่องมือออก แล้วบอกว่าจะไปตามหมออีกคนมาดูด้วย ว่าใช่อย่างที่หมอคิดหรือเปล่าเพราะหมออีกคนเชี่ยวชาญกว่า ให้รอสักครู่ ผ่านไปประมาณ 2-3 นาที ก็มีหมออีกคนมาตรวจภายในอีกรอบ แล้วบอกว่า ปากมดลูกเปิดทำให้มีถุงน้ำคร่ำไหลออกมาจากปากมดลูก ถุงน้ำคร่ำที่ไหลออกมาเย๊อะ จนปิดปากมดลูกหมด ทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าปากมดลูกเปิดกี่เซนต์แล้ว ให้แอทมิทเข้า รพ. แล้วให้นอนเฉย ๆ อณุญาติให้ลุกมาเข้าห้องน้ำอย่างเดียว แล้วให้งดน้ำ งดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืน รอผ่าตัดปิดปากมดลูกในวันพรุ่งนี้

############################

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2510 ก็เริ่มมีคนมาเจาะเลือดไปตรวจ แล้วเข้าพบหมอ ทำการอัลตร้าซาวน์ แล้วตรวจมดลูกอีกครั้ง คราวนี้หมอบอกว่า ต้องนอนอยู่บนเตียงอย่างเดียว ลุกไม่ได้แล้ว ถ้าจะเข้าห้องน้ำก็ให้เรียกพยาบาล แล้วก็เริ่มให้ยาปฎิชีวนะ พร้อมทั้งให้น้ำเกลือ แต่ยังคงงดอาหาร และน้ำต่อไป เพื่อรอการผ่าตัด

พอตกบ่ายก็มีหมอเข้ามาแจ้งว่า ยังไม่สามารถผ่าตัดตอนนี้ได้ ต้องรอผลตรวจเลือด เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ถ้ามีการติดเชื้อก็ต้องทำการรักษาก่อนที่จะทำการผ่าตัดปิดปากมดลูก เพราะไม่ยังงั้น เชื้อจะเข้าไปอยู่ในมดลูก ทำให้เด็กเกิดการติดเชื้อไปด้วย หมอเลยให้นอนรอผลตรวจเลือดไปอีก 2 วัน แล้วจึงค่อยทำการผ่าตัดให้

หลังจากที่หมอออกไป เราก็เริ่มมีไข้ ทานยาแก้ไข้ตลอด ไข้ก็ยังไม่ลด ยังคงที่อยู่ตลอด จนตอนกลางคืน เวลาขยับตัวเปลี่ยนท่านอน แล้วรู้สึกว่ามีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอดตลอด ทีละนิด ๆ

############################

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2510 ตอนเช้าเล่าอาการให้พยาบาลฟัง หมอก็เลยเข้ามาตรวจ u/s และเก็บตัวอย่างน้ำในช่องคลอดไปตรวจ เด็กยังสมบูรณ์แข็งแรงทุกอย่าง น้ำที่ไหลออกมาเป็นน้ำคร่ำ ซึ่งแสดงว่าน้ำคร่ำรั่ว หมอเลยถามหาสามี ว่าเมื่อไหร่จะมา ถ้ามาแล้วให้แจ้งให้หมอทราบด้วย ส่วนไข้ก็ยังมีอยู่ตลอด

ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรรุนแรง ยังหัวเราะยิ้มได้ คุยให้โทนี่ฟังตลอดว่าหมอบอกว่าอย่างนี้นะ เดี๋ยวเย็บปิดปากมดลูกแล้วก็ดีขึ้นเอง

หลังจากนั้นหมอเข้ามาทั้งหมด 2 คน แล้วพยาบาลที่ดูแลเคสเราอีกคนหนึ่ง แล้วแจ้งให้เราทั้งคู่ทราบว่า น้ำคร่ำรั่วแล้ว ก็แปลว่าแบคทีเรียเข้าไปภายในถุงน้ำคร่ำได้แล้ว ก็จะไปทำลายเด็ก และเลือดเรามีการติดเชื้ออย่างรุนแรงถึง 92% ต้องเอาเด็กออกอย่างช้าที่สุดวันพรุ่งนี้เช้า เพราะไม่งั้นมดลูกเราจะติดเชื้อไปด้วย แล้วต้องตัดทิ้งทั้งมดลูก

ได้ยินแล้วก็ช็อค คิดแต่ว่ายังไม่สามารถทำใจเอาเค้าออกได้ ในขนาดเดียวกันนั้น ก็รู้สึกว่าลูกดิ้นอย่างแรง ภาพสุดท้ายที่เห็นใน u/s หัวใจเค้ายังเต้นอยู่ แต่เราต้องเอาเค้าออก เหมือนกับว่าเราเป็นคนฆ่าเค้ากับมือ เลยบอกหมอไปว่าเราอยากจะเก็บเค้าไว้ก่อน รอจนเค้าไม่ไหวแล้วแท้งไปเอง
แต่หมอบอกว่าถ้าเรายังยื้อเค้าเอาไว้อยู่กับเราอย่างนี้ เราต้องแท้งอยู่ดี อาจจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการแท้งอย่างสมบูรณ์ แต่มดลูกเราก็จะติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ต้องตัดทิ้ง ไม่สามารถมีลูกได้ใหม่ เราก็เลยขอเวลาคุยกันก่อน แล้วแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

หมอมาแจ้งตั้งแต่ 13:00 น. ค่ะ แล้วจากนั้นก็ปล่อยให้เราอยู่กัน 2 คน พวกเราได้แต่กอดคอกันร้องไห้ ไม่สามารถพูดอะไรได้ค่ะ ไม่ได้คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนั้น จนกระทั่ง 16:00 น. หมอเปลี่ยนเวรใหม่เข้ามาแนะนำตัว และถามพวกเราอีกครั้ง พวกเราก็เลยตัดสินใจกันว่าจะเอาออกคืนนี้เลย เพราะว่ายังไง ๆ ก็คงไม่สามารถนอนหลับได้อยู่แล้ว และคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยื้อเวลาไว้

หมอเริ่มให้ยาเร่งคลอดตอน 20:12 น. หลังจากนั้นชั่วโมงครึ่ง ก็เริ่มรู้สึกว่ามดลูกเริ่มบีบตัวหนักขึ้น ถี่ขึ้นเรื่อย และน้ำคร่ำแตก จนประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ปากมดลูกเปิดถึง 10 ซม.

ลูกคลอดออกมาตอน 01:16 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2510 อายุครรภ์ครบ 19 สัปดาห์เต็ม หนัก 190 กรัม เป็นเด็กผู้ชาย สูง 23 ซม. ค่ะ

พยาบาลที่ดูแลเรามาตั้งแต่แอทมิท จนถึงวันคลอด ทุกคนใจดีมากค่ะ แล้วเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ตลอด พยาบาลที่ทำคลอดให้เรา ให้กำลังใจตลอด หลังจากลูกคลอดออกมาแล้ว ให้เราตัดสายสะดือลูกเอง เอาลูกมาวางไว้ที่หน้าอกเราจนกว่าเราจะพอใจ ถามว่าเราอยากจะถ่ายรูปลูกไหม แต่เราคิดว่าเราจำเค้าไว้ในความทรงจำที่ไม่มีวันลืมดีกว่า คิดว่าทุกครั้งที่เราเห็นรูปถ่ายเค้า เราก็ต้องร้องไห้ทุกครั้งไป เราขอให้พยาบาลเก็บสายสะดือลูกไว้ให้เราด้วย

โทนี่ตั้งชื่อลูกว่า "ลูคัส" โทนี่บอกว่าเด็กที่จะมาเกิด แต่ไม่สามารถเกิดได้นั้น จะกลายเป็นเทวดา หรือนางฟ้าประจำตัวพ่อแม่ ดังนั้นเค้าเลยเอามาตั้งเป็นชื่อลูก

############################

อาการของโรคที่ก้อยเป็น อ่านได้จากลิงค์ข้างล่างค่ะ ขอขอบคุณ ห้องชานเรือนที่ pantip.com สำหรับข้อมูลค่ะ
//www.elib-online.com/doctors45/lady_abortion003.html
//www.vichaiyut.co.th/jul/30_01-2548/30_01-2548_P55-57.pdf

############################

ทุกครั้งที่คุยเรื่องนี้กันทีไร ก็ร้องไห้ทุกที ยังไม่สามารถทำใจได้ค่ะ ตอนที่เขียนบล็อคนี้ ก็ร้องไห้ไปด้วยตลอด คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสามารถทำใจได้

ก่อนที่จะตัดสินใจเขียนบล็อคนี้ขึ้นมา ก็เพื่ออยากให้เป็นความทรงจำถึงลูคัส ในวันที่สามารถทำใจให้เข้ามาอ่านได้ และรวมถึงให้คนรู้จักทุกคนได้เข้ามาอ่านเรื่องราว แทนที่ตัวเองจะต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ กับทุกคน ซึ่งมันก็เหมือนกับการยื้อความเสียใจ ให้ติดอยู่กับตัวเองนานยิ่งขึ้น ไม่สามารถที่จะก้าวเดินต่อไปได้ใหม่

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่จะมีให้มานะค่ะ และขอขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความคิดเห็น และ ทุก ๆ คนที่แวะมาเยี่ยมชมที่บล็อคนี้ด้วยค่ะ บล็อคนี้เปิดรับสำหรับทุก ๆ คนนะค่ะ

***คงอีกนานกว่าจะกลับทำใจให้กลับมาอ่านที่นี่ได้ใหม่อีกครั้งค่ะ***



Create Date : 22 กรกฎาคม 2553
Last Update : 22 กรกฎาคม 2553 1:27:25 น.
Counter : 818 Pageviews.

39 comment
18 weeks เรอบ่อยม๊ากกกกกก
มีคนบอกว่า "เห่อลูก" ฮิๆๆๆ ก็จะไม่ให้เห่อได้ยังไง๊ ก็ลูกคนแรกของครอบครัวนี่นา ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา
แล้วอายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ กันแล้ว ทั้งคุณพ่อ กับคุณแม่ แถมแต่งงานกันมาก็นาน ไม่มีซะที พอมีทั้งทีก็ต้องเห่อกันหน่อย

กลับมาจากไปเที่ยวที่สวีเดน ก็มีเรื่องยุ่ง ๆ ต้องทำตลอดเลย ยังไม่ได้อัพฯ รูปไปเที่ยวเลย ก็ต้องมาจัดบ้าน ทำสวน

นอกชานบ้านเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ช่างมาทำตอนเจ้าของบ้านหนีไปเที่ยวสวีเดนกัน กลับมาก็เสร็จพอดี ต้องมานั่งเก็บของ จัดสวนใหม่

แถมรถยังเสียอีกต่างหาก โทนี่ก็ไม่ยอมให้ขี่จักรยาน ไปไหนมาไหนก็เลยลำบาก ใช้วิธีง่ายที่สุด และออกกำลังกายไปในตัวคือ "เดิน"

อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ เรอทั้งวันเลย ตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ หายใจไม่ออก อึดอัดไปหมด ต้องลุกมานั่งเรอเป็น ชม. ก่อนจะสบายตัวกลับไปนอนได้ต่อ

เพิ่งสังเกตุด้วย ว่าท้องตัวเองสองข้างใหญ่ไม่เท่ากัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า มีใครเป็นเหมือนเราบ้างเนี๊ยะ ข้างซ้ายจะใหญ่กว่าข้างขวา เรียกโทนี่มาดู ก็บอกว่าเออ จริงแฮะ บางวันก็แหลมขี้นมาเลย บางวันก็กลมป๊อก



อาทิตย์หน้าก็จะไป u/s อีกรอบแระ อย่าหนีบนะหนูนะ แม่จะได้เตรียมซื้อของถูก

ถามโทนี่ว่าท้องฉันใหญ่กว่าคนท้องสี่เดือนไหมเนี๊ยะ ดันตอบกลับมาว่า ใหญ่แค่ไหนก็ร๊ากกกกกกกกกกกกกก

ตอบตรงคำถามไหมเนี๊ยะ จะดีใจหรือเสียใจดีก็ไม่รู้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อยากทานสตอเบอร์รี่มาก แล้วต้องเป็นสตอเบอร์รี่ของนอร์เวย์ด้วยนะ ทุกทีจะมีขายหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ต
แต่เป็นอะไรก็ไม่รู้ ตระเวนไป 3-4 ซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ไม่มีที่ไหนขาย หมดตลอด เลยกลับบ้านด้วยความอยากกกกกกกกกกกก

ตกเย็นเพื่อนมาหาที่บ้าน ซื้อสตอเบอร์รี่มาฝาก 2 ถาด ก็เลียปากแผร่บ ๆ เลย กะว่ากลับเมื่อไหร่ เสร็จตรู

พอเพื่อนกลับ เราก็ชะล่าใจ เก็บถ้วยเก็บจานอยู่ในครัว ออกมาอีกที เห็นโทนี่นอนกระดิกขาดูหนังอย่างสบายใจ พร้อมด้วย ถาดสตอเบอร์รี่เปล่า 1 ถาดวางอยู่ข้าง ๆ ส่วนอีกถาดนั้น อยู่ที่พุง เหลือสตอเบอร์รี่อยู่ในนั้น 3 ลูก

ปรี๊ดแตกค่ะ โกรธควันออกหูเลย ไม่พูดกับคู่กรณีอยู่นาน หลายชั่วโมง แถมยังไม่รู้อีกแน่ะ ว่าตัวเองทำอะไรผิด ทุกทีโทนี่ไม่เคยชอบทานสตอเบอร์รี่ ซื้อมาทีไร เน่าคาตู้เย็นยังมีเลย วันนี้นึกยังไง ถึงมาแย่งฉานนนนนนนนนนนนน



สุดท้ายแระ เข้าไปอ่านห้องชานเรือน เค้าบอกว่าครีมตัวนี้จะช่วยเรื่องแตกลายงาได้
พอดีพี่สาวโทนี่จะไปลอนดอน เลยฝากเค้าซื้อมา ราคาถูกกว่ากันตั้ง 200 kr. แน่ะ เฮ้อ อยู่แถบสแกนเนี๊ยะต้องทำใจกับภาษี ข้าวของเลยแพงกว่าประเทศอื่นเค้า

แต่หวังว่าคุณภาพจะสมกับราคานะ



Create Date : 14 กรกฎาคม 2553
Last Update : 14 กรกฎาคม 2553 3:41:05 น.
Counter : 1248 Pageviews.

9 comment
15 อาทิตย์ กับการเที่ยวสวีเดน
เมื่อวานนี้ขับรถมาเที่ยวสวีเดน เป็นทริปที่ยาวมาก เพราะแวะเที่ยวไปเรื่อย ๆ ออกจากบ้านตอนบ่ายหนึ่ง มาถึงโรงแรมตอนหกโมงเย็น

ตัวเล็กดิ้นเย๊อะมาก ยิ่งเวลาทานไอศครีมเนี๊ยะ ยิ่งดิ้นแบบรู้สึกได้เลย แม่ว่าหนูชอบทานไอศครีมนะ

หมู่นี้ไมเกรนขึ้นทุกวันเลย เพิ่งรู้เทคนิคว่าถ้าไม่อยากปวดหัวต้องดื่มน้ำเย๊อะ ๆ จิบไปเรื่อย ๆ ตลอดวัน ไม่งั้นไมเกรนขึ้นแน่ ๆ

แม่มองตัวเองในกระจกยังสงสัยอยู่เลย ว่าทำไมตัวเองอ้วนจัง กลมไปหมดเลย หรือว่าแม่ทานเย๊อะเองหว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ตอนกลางคืนก็นอนไม่หลับทั้งคืนเลย บ่นว่าร้อนเหนียวตัว ลืมดูไปว่าโรงแรมที่จองไว้ไม่มีแอร์ เซ็งจิตเลย แต่ปาป๊าบอกว่าไม่ร้อน หลับได้สบายดีเชียว น่าอิจฉา หรือว่าเป็นเพราะแม่เองที่พอท้องก็ค่อนข้างขี้ร้อนมากกว่าปกติ

ต้องปลุกปาป๊า ให้โทรไปขอพัดลมจากเคาท์เตอร์ข้างล่างมาให้ สมน้ำหน้า อยากนอนสบายดีนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า



Create Date : 25 มิถุนายน 2553
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 4:15:43 น.
Counter : 390 Pageviews.

7 comment
12 อาทิตย์ กับการอัลตร้าซาวน์ครั้งที่ 2
ครบ 12 อาทิตย์ก็ได้ไปอัลตร้าซาวน์อีกครั้ง ครั้้งนี้เห็นอวัยวะเจ้าตัวเล็กครบหมดทุกอย่างแล้ว หู แขน ขา จมูก ข้อศอก แต่ความยาวลำตัว 5 ซม.

เห็นเค้าดิ้น กลับตัวไปมา ยืดแขน ยืดขาตลอดเวลา ท่าทางจะซนไม่ใช้น้อย เห็นแล้วมีความสุขจัง ท่าทางเค้าจะแข็งแรงมาก ๆ ดิ้นไม่หยุดเลย ตลอด 15 นาทีที่หมออัลตร้าซาวน์ จะดิ้นอยู่ตลอดเวลา

ประมาณปลาย ๆ สัปดาห์ที่ 12 ก็เริ่มรู้สึกเหมือนที่ท้องมีอะไรมาตอด ๆ เป็นบางครั้ง แต่เบามาก แทบไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าเดิน หรือทำอะไรอยู่ก็จะไม่รู้สึก แต่ถ้านั่งเฉยๆ หรือกำลังปวดปัสสาวะ ก็จะรู้สึกได้ค่อนข้างชัดเจน เป็นอาการที่ลูกดิ้น แล้วอวัยวะเค้ามาโดนผนังมดลูกของเรา

ตอนแรก ๆ ก็งงนิดหน่อย ว่าคืออะไร แต่พอรู้แล้วก็เริ่มดีใจที่เค้าแข็งแรง ส่วนมากจะดิ้นแรงมาก ตอนทานอาหาร หรือผลไม้เสร็จใหม่ ๆ และดิ้นค่อนข้างจะนาน เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างยากจะอธิบายออกมา แต่ยิ้มได้อยูู่ทุกทีที่รู้สึกว่าเค้าดิ้น

อาการไม่สบายทั้งหลาย เช่น อาเจียน ปวดหัว นอนไม่หลับ ก็หายไป หลังเข้ากลางอาทิตย์ที่ 12 ค่อนข้างที่จะสบายตัวขึ้นมาหน่อย ทำอะไรก็ค่อนข้างคล่อง และง่ายขึ้น มีแรงลุกขึ้นมาเก็บกวาดบ้าน

แต่อาการใหม่ที่เข้ามา ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาการแพ้อย่างหนึ่งหรือเปล่า แต่ไม่เคยเป็นมาก่อน คือ เริ่มเหม็น!!!!!!!!!!!

กลิ่นกับข้าวต่าง ๆ หอม กระเทียม โลชั่นทาตัว น้ำหอม เหม็นไปหมด เหม็นจนปวดหัว บางทีพาลเหม็นจนไม่ทานข้าวเลย แปลกดี ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หวังว่าจะหายในเร็ว ๆ นี้นะ




Create Date : 08 มิถุนายน 2553
Last Update : 8 มิถุนายน 2553 15:12:44 น.
Counter : 783 Pageviews.

20 comment
1  2  

koy_dolrudee
Location :
Fredrikstad  Norway

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]