Only love "Movies"
Group Blog
 
All blogs
 

ทัวร์ลง ตรงมาเลเซีย สิงคโปร์ - Penung KL & Singapore



       เป็นการไป ปีนัง - กัวลาลัมเปอร์ - สิงคโปร์ ครั้งแรกของจขบ. เลยค่ะ ไม่เคยมีความคิดอยากไปมาก่อนเลยนะ รู้สึกมันมีอะไรให้ดูอ่ะ นอกจากช้อป หรือพวก Attraction มันไม่ใช่สไตล์ของจขบ. อ่ะค่ะ แต่ด้วยความที่แม่ไปดูงาน เราก็กลัวแม่ไม่ไหว ไหนๆ ก็ลองไปเปิดหูเปิดตาด้วยเลยแล้วกัน


       จขบ. เริ่มด้วยการหาข้อมูล เพราะกะว่าตอนเขาทำงานกัน เราจะแวบ ฮ่า ฮ่า ไปเดินเล่นแถวนั้น แต่พอถึงเวลาก็ไม่ได้แวบค่ะ เพราะมันเป็นการดูงาน ไม่ได้มีประชุมอะไร เน้นร่วมกิจกรรมด้วยกันกับเด็กอาร์ตที่มหาวิทยาลัยที่ปีนัง แลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่า เราอยากรุ้อยากเห็นเลยนั่งร่วมอยู่ด้วย ก็ดีค่ะ สนุกดี เหมือนไปค่ายศิลปะ


       บล็อกนี้ไม่ได้เขียนข้อมูล วิธีการไปละเอียดมากนะคะ แต่ก่อนไปศึกษาข้อมูลไว้เยอะมาก เกิดใครอยากไป ลองมาถามๆ จขบ.ดูก็ได้ คาดว่าจะมีคำตอบให้ :) ไว้พอเป็นไกด์ให้ว่ามีสถานที่เที่ยวที่ไหนบ้าง     



วันแรก ::


       เครื่อง Air Asia ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิตอน 7.45 น. จำต้องแหกตาตื่นกันแต่ตี 3 เลยทีเดียว บินไปลงที่ปีนัง ปกติต้องกรอกใบนู่นใบนี่เต็มไปหมด แถมงงกับภาษาอังกฤษอีกแน่ะ ว่าจะให้กรอกคำตอบแบบไหนกันแน่ แต่ครั้งนี้ไปกับทัวร์ (มันสบายอย่างนี้นี่เอง...) ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นค่ะ เดินตามที่เขาบอกอย่างเดียว กิน นอน นั่งรถ เที่ยว ถ่ายรูป ครั้งนี้ก็เดินชิลล์ๆ ไปผ่านตม.แบบชิลล์ๆ พร้อมลากกระเป๋าเก๋ๆ ไม่ต้องเหนื่อย ต้องหนักสักกะแอะไปวางไว้ข้างรถทัวร์ ที่เหลือก็มีคนมาจัดการให้ มาถึงที่ปีนังประมาณ 9.15 น.ค่ะ ถ้าเป็นเวลาของมาเลเซียก็ปรับนาฬิกาเป็น 10.15 (GMT +8)


เราไม่ได้งวงช้างค่ะ ต้องนั่งบัสไปขึ้นเครื่องอีกที




       ไปถึง 'ปีนัง' ก็ได้เห็นรถที่ผลิตในประเทศอย่าง proton วิ่งกันให้ว่อนเลยค่ะ เห็นแล้วก็ อืม สวยดี ที่สำคัญ ชอบตรงมันเล็ก !! ขับเข้าซอยแคบๆ แถวบ้านสบายเลย แต่แปลกที่บ้านเราไม่นิยม proton กันเท่าไหร่ ทั้งที่มันไม่น่าจะราคาสูงมากในบ้านเรา



        มาถึงก็เริ่มเที่ยวเลยค่ะ ที่แรกคือ Museum ซึ่งที่มาเลเซียจะเห็นว่าเขาใช้ z นะ เป็น Muzium ทุกทีเลย เห็นทุกทีจนเราก็แอบสงสัยว่าหรือเราเรียนภาษาอังกฤษมาผิดวะ? ที่เราไปคือ Muzium Negeri Palau Pinang ค่ะ ก็เหมือนมิวฯ ประจำจังหวัดค่ะ มีบอกเล่าเรื่องราวของปีนัง ที่มาที่ไป วัฒนธรรม สังคม ศาสนา โบราณวัตถุทั้งหลายก็พอมีอยู่บ้าง


เที่ยงปุ๊บทานอาหารกลางวัน เป็นร้านอาหารริมทะเลค่ะ ตัวปีนังเป็นเกาะไม่ใหญ่ค่ะ แล้วตัวอำเภอเมืองของปีนัง คือ Georgetown ก็ไม่ใหญ่อีกนั่นแหละ ขับไปร้านอาหารก็วนไปวนมาเจอที่เดิมๆ ค่ะ คาดว่าถ้าอยู่สัก 3 วัน เที่ยวครบทุกซอกทุกมุมแน่นอน


       บ่ายเราก็ไปเที่ยวต่อกันที่ วัดเขาเต่า (ไกด์เรียกมาแบบนั้น) ก็เป็นทางเดินขึ้นเขา ระหว่างทางก็มีของขาย ถ้าเทียบก็อารมณ์แม่สายบ้านเราเมื่อก่อน ที่จะมีซอยนึงเป็นทางขึ้นวัดอะไรสักอย่าง ระหว่างก็ขายของ ดูมึดๆ ทึบๆ ฟีลพาหุรัด สำเพ็งสุดๆ แต่คนแถวนี้ค่อนไปทางผิวดำและหน้าตาแขกๆ ดูน่ากลัวมากค่ะ (ถ้าออกไปทางคนจีน ขาวหน่อย อาจจะดูไม่น่ากลัวเท่านี้) ขึ้นไปบนวัดก็ไปถ่ายรูปค่ะ ไม่ได้ไหว้พระอะไรกับเขาหรอก ... แต่วัดนี่สิคะ เห็นมีพวกคนขอทานเต็มไปหมด น่ากลัวมากๆ อีกแล้ว เพราะไม่ใช่ขอทานเปล่าๆ แต่เป็นขอทานที่สูบบุหรี่ หน้าตาโหดๆ ตอนแรกกะจะไม่เดินผ่านไปแล้วนะนั่น น่ากลัวจริงๆแต่บนวัดวิวสวยค่ะ วัดจีนก็สวยค่ะ แต่ไม่ได้แปลกใหม่อะไรเท่าไหร่ ไอ้ที่ว่าเต่าเยอะ บ้านเราบางวัดเยอะกว่าทั้งเต่าทั้งหมาเลย อ้อ คนขายผักบุ้งให้เต่าพูดไทยได้ด้วยนะเออ




       ลงจากวัดมาต่อที่ Penung Hill ค่ะ ก็ได้อารมณ์ The Peak ที่ฮ่องกง หรือดอยสุเทพพวกนี้ดีค่ะ ขึ้นรถราง (เขาเรียกอะไรนะ?) Cable Car รึเปล่า? ทำนองนี้ล่ะค่ะ สูงเอาการอยู่ ระหว่างก็มีผ่านอุโมงค์แอบตื่นเต้น วู้ยๆ ! มีผ่านอุโมงค์มืดๆ ด้วย เท่ห์อยู่เหมือนกันนะเนี่ย แต่ที่สำคัญ คนเบียดมากค่ะ เบียดชนิดจะตกทะลุหน้าต่างออกจาก Cable car เลยทีเดียว ... มันน่าจะจำกัดคนบ้างนะ ขึ้นไปแล้วก็เห็นวิว Georgetown ทั้งหมดเลยค่ะ สวยดีอยู่ มีเรือขนสินค้า มีสะพานเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ได้เห็นเหยี่ยวบินร่อนไปมาอยู่ด้านล่างค่ะ ถือว่าจุดชมวิวนี้สูงอยู่เหมือนกันนะเนี่ย



       ตกเย็นไปทานอาหารที่ริมทะเลเลยค่ะ เป็นทะเลออกแนวบางขุนเทียนบ้านเรานะ เป็นแนวป่าชายเลนค่ะ มีปลาตีนด้วย ไม่รู้ว่าปลาตีนสัญชาติมาเลเซียจะพันธุ์เดียวกับที่บ้านเรารึเปล่า จากนั้นก็เข้าที่พักที่ Cititel Hotel ห้องไม่ใหญ่มากค่ะ แต่ก็มีที่เดินไปมา ห้องน้ำก็มาตรฐานค่ะ คืนนี้ดูทีวี...อืม บ้านเขาก็มีช่องสถานีหลากหลายอยู่นะ ทั้งภาษาไทย จีน อังกฤษ ละครบ้านเขา ฟังไม่รู้เรื่องนะคะ แต่ภาพและสี อารมณ์คล้ายๆ ละครบ้านเราเนี่ยแหละ เหมือนพวกกล้องธรรมดา ใช้แสงไฟขาวๆ (ภาพจะไม่ได้นวลๆ นุ่มๆ เหมือนทาง series ฝรั่งเท่าไหร่) แต่ฟังไม่รู้เรื่องค่ะ เลยเปลี่ยนไปฟังพวกรายการเพลงแทน แล้วก็เปลี่ยนไปดู CSI Miami ค่ะ (อุตส่าห์มาถึงมาเลฯ ยังดู CSI อยู่อีก ! )


จากหน้าโรงแรมถ่ายบรรยากาศ



 ร้านโรตีกรอบหน้าโรงแรม เขาบอกเจ้านี้เจ้าอร่อยของที่นี่เลย จะเสิร์ฟมาสูงๆเป็นกองภูเขาเลยค่ะ






วันที่สอง ::


        วันนี้ไปสัมมนาที่ USM [Universiti Sains Malaysia] ค่ะ มหาวิทยาลัยใหญ่ดี ที่ชอบคือ 'ร่มรื่น' ค่ะ มีต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง มีที่ว่างคือมีสวน ต้นไม้ใหญ่ และที่นั่ง ตึกเรียนก็เยอะทีเดียว ได้ไปดูคณะด้าน Arts ค่ะ มีเปิดอยู่ 4 ภาค Theater / Music / Fine Arts / แล้วอะไรอีกอย่าง จำไม่ได้แล้ว เรียน 3 ปีจบ ในราคาที่เรียกว่า ถูกกว่าม.เอกชนบ้านเรามากค่ะ ได้ดูพวกคอร์สเรียนด้านนี้ ก็ค่อนข้างครบและทันสมัยนะคะ จะออกแบบกราฟฟิค อนิเมชั่น ด้านภาพยนตร์เนี่ย...ยังไม่เห็นค่ะ เน้นไปทางละครเวทีมากกว่า มีเหมือนหอประชุมของคณะใหญ่อยู่ค่ะ แล้วเห็นมีเด็กนักเรียนมาทำงาน เตรียมแสดงงานพวกภาพเขียนอยู่นะ


       ที่ชอบอีกอย่างหนึ่งนอกจากสถานที่คือ การเรียนการสอนค่ะ พร้อมพอสมควร แต่ถ้าจะบอกว่าทันสมัยเท่าอเมริกาคงไม่ใช่ ที่สำคัญคือได้คุยกับนักเรียนที่นี่ แม่เจ้า! คิดเป็นระบบ และค่อนข้างเปิดกว้างมากค่ะ คาดว่ามีผลมาจากระบบการศึกษาทั้งหมดของเขา ค่อนข้างจะเปิดกว้างด้านการแสดงความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้เด็ก


       ได้เจอเด็กไทยคนนึงมาเรียนที่นี่ค่ะ ตอนแรกก็แบบไม่อยากมา แต่พอได้อยู่สักพักแล้วชอบ แถมตอนนี้เขายังพูดได้ทั้ง ไทย อังกฤษ มาเลย์อีกต่างหาก ... จขบ.ได้สงสัยการเรียนการสอนเขาอย่างหนึ่งค่ะ เพราะให้เด็กมุสลิมคนนึงวาดรูป แล้วพูดถึงโบสถ์ เจย์ดีในบ้านเรา เขาไม่รู้จักค่ะ ไม่รู้จักเลยสักนิด เลยสงสัยว่าเขาไม่เรียนเกี่ยวกับชาติอื่น ศาสนาอื่นเลยเหรอ เพราะตอนเราเรียนสังคม เรายังเรียนศาสอิสลาม ซิกข์ ฮินดู เรียนว่ามาเลชุดประจำชาติเป็นยังไง พม่าชุดประจำชาติเป็นยังไง อ้อ! เด็กที่นี่เรียน 3 ภาษาด้วยค่ะ ตั้งแต่เด็กเลยนะ มาเล - อังกฤษ - อารบิค หรือ จีน ส่วนใหญ่มุสลิมจะเรียนอารบิคค่ะ คนจีน (ซึ่งเป็นประชากรส่วนมากของที่นี่) ก็จะพูดจีนได้ เรียกว่าถ้ามา พูดอังกฤษไม่ได้ แต่พูดจีนได้ก็รอดตายอ่ะ


       วันนี้ตลอดทั้งวันไม่ได้เที่ยวไหนเลบค่ะ อยู่ที่มหาวิทยาลัยตลอด แต่ก็ดีนะคะ ได้เรียนรู้ เห็นการศึกษาของมาเลย์ ถือว่าดีเลยทีเดียว ถ้าเด็กไทยไม่อยากไปไกล ลองมาเรียนแถวมาเลย์ สิงคโปร์ก็ดีนะคะ ไม่แพงมาก แล้วไกด์ท้องถิ่นบอกว่าสังคม ความปลอดภัยที่นนี่ ค่อนข้างโอเคเลย เพราะกฎหมายเขารุนแรงค่ะ ยิ่งกฎหมายมุสลิม ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟันค่ะ




วันที่สาม ::


       เดินทางไปกัวลาลัมเปอร์แต่เช้า (ตามแพลนนะ) เอาเข้าจริง ก็กว่าจะออก 10 โมง เดินทางโดยรถบัสกว่า 5 ชั่วโมง แวะทานอาหารกลางทาง ร้านอะไรจำชื่อไม่ได้ ร้านนี้จะสะสมของเก่าค่ะ ตอนแรกนึกว่าไม่ใช่ร้านอาหาร เห็นนาฬิกาเก่าๆ กาน้ำชาแบบสนิมเกาะ ดูไปก็คลาสสิคดี อาหารอร่อยใช้ได้เลยค่ะ ได้ทานขนมปังที่รสชาติคล้ายปาท่องโก๋กับแกงกุ้ง (เขาเรียกอะไรจำชื่อไม่ได้) อร่อยดีค่ะ แอบซัดไปเกินโควต้าอยู่


       ไปถึง KL ก็ไป Muzium ค่ะ รู้สึกเป็นหอศิลป์ที่สำคัญของที่นี่เลย ตอนที่ไปงานที่จัดมีทั้งศิลปินในประเทศ และศิลปินจากประเทศอะไรนะ? แถบอเมริกาใต้ค่ะ (ไว้นึกชื่อออกจะมาบอก) แล้วก็วิ่งเข้าสู่ตึกแฝด หรือตึก KLCC ตึกที่เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกค่ะ แล้วก็เข้าที่พักที่ Cititel Express


ตึก KLCC ด้านล่างเป็นห้างสรรพสินค้า มีงานนิทรรศการศิลปะที่ชั้น 3 ด้วยค่ะ ไม่ได้ขึ้นไปตรงทางเชื่อมตึก มันต้องเสียเงินด้วย




       โรงแรมที่นี่เล็กกว่าที่ปีนังเยอะเลยค่ะ แถมอยู่ย่านที่ค่อนข้างเงียบ เดินไปเดินมาชนกระเป๋าตัวเองตู้มต้าม ...และห่างไกลความพลุกพล่านด้วย (พูดเหมือนจะดี แต่ไม่ชอบ มันน่าเบื่อ) ดึกๆ ไม่มีอะไรให้เดินเท่าไหร่ คืนนั้นก็เลยนอนดูทีวีอยู่ในห้องอย่างเดียวเลย




วันที่สี่ ::


       ตื่นเช้ามาทานอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหารโรงแรม เฉยๆ ค่ะ อาหารที่ปีนังดูหลากหลายและดีกว่า แต่จขบ.ไม่ทานเยอะอยู่แล้ว เลยไม่เครียดเท่าไหร่ (แต่ถ้าอร่อยและหลากหลายกว่านี้ก็ดี) เช้านี้ฝนลงปรอยๆ ตลอดเช้าเลย เล่นเอาืคืนนั้นทานยาแก้ไขไปเหมือนกัน เพราะเริ่มปวดหัว กลัวไม่ไหว


       สถานที่แรกที่ไปแวะเยี่ยมชมก่อนจะไปสิงคโปร์ คือ วังของสุลต่าน ค่ะ ใหญ่ไหม? ก็ใหญ่นะ แต่ตอนที่รถสุลต่านวิ่งออกมา ขบวนไม่ได้ใหญ่โตอะไร มีมอไซค์ตำรวจนำไม่กี่คัน รถตามอยู่คันเดียวเอง


       จากนั้นนั่งรถไปสิงคโปร์เลยค่ะ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ไกด์บอกว่าที่นี่จะโหดกว่ามาเลเซีย แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ ไกด์แนะนำมาว่าให้เข้าช่องที่เป็นจนท.เพศตรงข้าม เขาจะใจดีนิดนึง เราเดินผ่านไปก็ยิ้มอย่างเดียวค่ะ ยิ้มเข้าไว้... แต่ดันรถทัวร์มีปัญหาค่ะ เพราะคนขับเป็นคนแขกอินโด ช่วงที่ไปสิงคโปร์มีปัญหาเรื่องแขกลักลอบเข้าเมือง เอาของลักลอบไปขายพอดี เขาเลยระวัง และตรวจรถเป็นพิเศษมากๆ นานเกือบชั่วโมงเลย พอพ้นด่านตรวจคนเข้าเมืองมาไม่นานก็เข้าสิงคโปร์ค่ะ


      ในสิงคโปร์ ทิวทัศน์จะมีตึกรามบ้านช่องเต็มไปหมด เรียกว่าเต็มพื้นที่อ่ะ แต่เขาจะมีต้นไม้ตลอดริมฟุตบาทเลยค่ะ แม้จะดูเป็นตึกๆ แ่ต่มันร่มรื่นอยู่นะ ไม่ได้ให้ฟีลสยามบ้านเรา หรือ Time Square ร้อนๆ แดดเผาเท่าไหร่ (แต่วันต่อมา ร้อนเอาการค่ะ)


       กว่าจะถึงสิงคโปร์เย็นแล้วค่ะ แสงรำไร คนขับก็พาเราไปส่งขึ้นรถไฟฟ้าตรงห้าง Vivo เพื่อไป Sentosa ค่ะ ไปทานอาหารที่นี่ วิวสวย อาหารอร่อยอยู่ มีโต๊ะข้างๆ ทานเป็นคล้ายๆ บุฟเฟ่ต์ชาบู คนละหม้อเลย น่าทานอยู่เหมือนกัน แล้วก็ไปดูพวกไฟลท์บังคับ Wax Museum / Tiger Sky Tower ภาพ 360 องศาก็สวยดีค่ะ เห็นสิงคโปร์เกือบทั้งเกาะเลยทีเีดียว / Movie 4D เป็นกัปตัน Jack Sparrow แบบเก๊ๆ ก็คล้ายๆ ป๋าเดปป์อยู่เหมือนกัน / Song of the Sea




ทางเดินกลับจากดู Song of the Sea เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ค่ะ มีประมาณ 5-6 สี




       คืนนั้นเข้าพักที่ Peninsula Excelsior Hotel ค่ะ เรียกว่าโรงแรมหรู และย่านที่พักดีมากๆ ใจกลางเมือง แถมเป็นห้างใหญ่ ใกล้ MRT City Centre คืนนี้เลยได้แรดกับเขาสักทีค่ะ


       ตอนกลางคืนเดินเล่นไปเรื่อยๆ ไม่มีแผนที่อะไรทั้งนั้น กะออกมาถ่ายรูปไฟกลางคืน ชิลล์ๆ หาอะไรทานหน่อย เจอโบสถ์ถ่ายไปเรื่อยๆ จนมองเห็นไฟแวบๆ ไกลๆ ว่าเป็นเจ้าหนามทุเรียนนี่เอง เลยเดินตรงดิ่งไปเลยค่ะ ชนิดตัดตรง ทะลุสนามบอล สวนสาธารณะ ตอนนั้นมันมืด มองเห็นลางว่ามีทางเดิน แต่ไม่รู้ออกได้รึเปล่า แต่คิดกับแม่ว่า เดินไปก่อนละกันเห็นมีคนนำหน้าอยู่ ก็ตามๆ เขาไป ไม่ใช่ก็เดินย้อนกลับเอา สรุปไปถึงจนได้ค่ะ ก็เลยได้วิวตอนกลางคืนมา ขาตั้งก็ไม่แบกไป สั่นมากๆ


St. Andrew's Cathedral อยู่ตรง MRT City Centre พอดีเลยค่ะ




Esplanade เดินจากโบสถ์ คือมองหาทิศเจ้านี่ แล้วตรงมาเรื่อยๆ ผ่าน War memorial ตัดสนามกีฬา ลอดอุโมงค์ไปถึงด้านหน้าเลย






วันที่ห้า ::


       วันนี้รถพาขับวนไปวนมาชมเมือง แล้วมาจอดตรงใต้สะพานที่เราไปกันเมื่อคืนค่ะ แล้วก็ไปถ่ายรูป Singapore Flyer / Merlion แบบสว่างๆ ตามระเบียบ




War Memorial ในตอนเช้า ถ่ายหลังจากไป Merlion




หัวมุมโรงแรม Hill St. ตัดกับ Coleman St. เหมือนจะเป็น Police Station หรือ Fire Department เนี่ยแหละค่ะ เป็นตึกที่สวยมากเลยค่ะ (หลายตึกๆ ที่นี่สร้างได้มีลูกเล่น สวย มีเอกลักษณ์ ถูกหลักฮวงจุ้ยดี)






       จากนั้นไปชม National Gallery Art Museum ของที่นี่ค่ะ ใหญ่โต นิทรรศการใช้ได้เลย แถมมีเด็กๆ มาทัศนศึกษาด้วย ทีตอนเด็กๆ เราไม่เห็นได้ไปทัศนศึกษาอย่างนี้บ้างเลย วันๆ เรียนอยู่แต่ในห้อง ถ้าพ่อแม่ไม่พาไป คงไม่เคยเที่ยวแน่นอน



       พอดีเจอคนที่รู้จักกันพาไปทานอาหารค่ะ ไปทาน Ice Kajung อารมณ์น้ำแข็งไสบ้านเราเนี่ยแหละ อร่อยอยู่นะ แต่เผอิญไม่กินถั่วแดง เลยไม่ได้รสที่แท้จริงของมันเท่าไหร่ แล้วก็ทานอาหารเที่ยง หลังมือเที่ยวรถทัวร์ก็พาปล่อยไว้ที่ Orchard ค่ะ


       แต่กว่าจะได้มาที่นี่ก็บ่าย 2 กว่าแล้วล่ะ แพลนตอนแรกกะช้อปเต็มที่ แต่ต้องออกตอน 5 โมง พาแม่ไปดู Kinokuniya ที่ใหญ่ถูกใจแม่ลูกมากๆ เลยหลงอยู่ในร้านหนังสือนานมากๆ (เป็นแบบนี้ประจำ) พอถึงคิวช้อป โอ้ว! กว่าจะเดินทั่ว ให้เดินแถวนี้ทั้งวันก็เดินได้ค่ะ ถนนยาว และของช้อปเยอะมากๆ แต่ก็จะออกเป็นแบรนด์เนมแพงนิดนึง แต่ลานของห้างแถวนั้นหลายห้างเซลล์เยอะเลยค่ะ กะช้อปแล้ว แต่พอดีเรื่องมาก เลือกไปเลือกมาหมดเวลา เดี๋ยวตกเครื่อง เลยไว้มาช้อปทีหลังละกัน แต่่...ของช้อปที่นี่ถ้าไม่ใช่หน้าเซลล์ก็ไม่ถูกเท่าไหร่นะคะ อาจจะขอคืน TAX ได้เล็กน้อย


       จขบ.ว่า outlet แถว HK น่าช้อปมากกว่าค่ะ ถ้าแบรนด์ที่จำหน่ายเฉพาะในสิงคโปร์ก็สวยดีค่ะ แต่ดูราคาแล้ว สู้ช้อปแบรนด์ไทยราคาพอๆ กันดีกว่า เงินไม่รั่วไหล สุดท้ายเราก็ตายรัง มาช้อปแพลทตินั่ม เจเจเหมือนเดิม


       มาถึงสนามบินสิงคโปร์ เคาเตอร์ Air Asia คนไม่มากเท่าไหร่ค่ะ มีแต่แถวที่ไป BKK เนี่ยแหละคนยาว จนเคาเตอร์ที่ไปที่อื่นต้องช่วยกันเปิดเช็คอินกระเป๋า ก็ดีนะคะ รวดเร็วทันใจดี พอเข้า Duty Free เวลาเหลือเยอะมากค่ะ เลยเดินเล่น แต่ของช้อปไม่มากเท่าไหร่ แม่เลยคว้าเครื่องสำอางค์ปลอบใจที่ไม่ได้ช้อปอะไรในเมืองเลย SK-II ถูกกว่าเมืองไทยเกือบครึ่งค่ะ ถูกใจมาก ถ้าราคาเครื่องสำอางค์บ้านเราถูกกว่านี้คงจะดี ไม่รู้จะอัพเกรดราคาอะไรกันหนักหนา


       เครื่อง Air Asia FD3506 ลงจอดเมืองไทยเร็วกว่าเวลาที่้กำหนดเล็กน้อยค่ะ ถึงประมาณ 5 ทุ่มนิดๆ (ตามเวลาเมืองไทย) แต่รอกระเป๋านานมากๆ ค่ะ รอจนเมื่อยเลย กว่าจะถึงบ้านก็เกือบตีหนึ่ง นอนไม่หลับ สุดท้ายเลยนั่งโหลดรูปลงคอมจากกล้องจนเกือบเช้า





 

Create Date : 29 มกราคม 2553    
Last Update : 29 มกราคม 2553 16:23:05 น.
Counter : 401 Pageviews.  


Wisther
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




-- ตอนเด็ก...เป็นคนที่เกลียดภาษาอังกฤษเข้าไส้มาก
-- ปัจจุบัน...สิ่งที่ชอบที่สุดคือภาษา ดังนั้น จึงก่อเกิดการดูหนัง ซีรี่ย์ ทุกวัน ไม่ดูเหมือนลงแดง
ชอบฟังเพลง อ่านนิยาย และก้าวเท้าออกไปย่ำโลก

ฝันไว้ว่าวันหนึ่งจะไปเป็น Art Director ใน Hollywood ไม่ก็ Broadway (...หรือแค่ตำแหน่งกระจอกๆ ก็ได้)

I believe that our lives are short.
Friends' blogs
[Add Wisther's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.