BLOG UPDATE HELLO TALKING MY WEDDING (D.I.Y) BEAUTY ZONE SHOPPING FASHION COOKING RESTAURANG TOUR THAILAND TRAVELLING SALE

หมีหมัดเมาเข้าครัว...รีวิววิธีทำพุดดิ้งเต้าหู้นุ่มละลายลิ้น

สวัสดีคะ หลังทานอาหารเที่ยงไปกันอิ่มแล้ว วันนี้หะมีขอมาเสนอเมนูของหวาน ทานล้างปากกันซะหน่อย
หรือจะทำเป็นขนมระหว่างมื้อก็ได้ไม่ว่ากัน นั่นก็คือ บรามันเจะ (Soya Milk Pudding Blancmange) พุดดิ้งเต้าหู้ญี่ปุ่น
เรื่องของเรื่องคือที่บ้านไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านโอโตยะ แล้วเมนูที่ขาดไม่ได้คือ
พุดดิ้งน้ำเต้าหู้นี่แหละคะ จะสั่งมาก่อนกินข้าวอีก55+ ติดใจ ไปเพื่อกินเมนูนี้โดยเฉพาะ
แล้วแม่ปั๋วก็บ่นว่า อยากรู้ว่าทำยังไง ทำไมมันถึงอร่อยแบบนี้ ถ้าทำเป็นจะกินทุกวันไปเลย
ด้วยความที่ชอบด้วยก็เลยไปลองหาสูตรในเน็ต โอ๋!!ดีใจมากเจอสูตรที่พี่พล ตัณฑเสถียร เข้าครัว
แล้วทำเมนูนี้พอดีทำง่ายและก็อร่อยตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่สูตรของพี่พลทำแล้วมันจะนิ่มและหวานไป
ก็เลยลองมาปรับสูตรทำใหม่ครั้งที่สองก็รู้สึกชอบมากกว่าครั้งแรกก็เลยจะมาแบ่งปันสูตรทำขนมกันจ้า

Blancmange (บลองมองเช่อ) เป็นรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส blanc แปลว่าสีขาว mange แปลว่ากิน
เป็นขนมที่ทำจากนม,ครีม,น้ำตาล,เจลาติน และมักจะปรุงรสด้วยอัลมอนด์ ในยุคกลางของยุโรปถือว่าเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วย
จะได้สารอาหารเป็นคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน

เมนูนี้ตามสูตรของที่ร้านโอโตยะเค้าใส่ผงถั่วเหลืองโรยหน้าแต่ของหมีหาซื้อไม่ได้เลยใส่งาดำกินเพิ่มแคลเซียมแทน
เมนูนี้พิเศษสำหรับคนชอบเต้าหู้และคนรักสุขภาพจ้า

 photo 1378114770-0002JPG-o.jpg

ส่วนผสมมีดังนี้คะ

น้ำเต้าหู้ (แบบจืด) จะทำเองก็ได้นะคะแต่หมีเอาสะดวกซื้อแบบสำเร็จรูปมา 500 มิลลิกรัม
วิปปิ้งครีมสด 200 มิลลิกรัม
เจลลาตินแบบแผ่น 6-7 แผ่น
น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

ปล.สูตรคุณพล ใช้เต้าหู้ 500 มิลลิกรัม / วิปครีม 100 มิลลิกรัม
เจลลาติน 5แผ่น / น้ำผึ้ง1ช้อนโต๊ะ / น้ำตาลทราย 1ช้อนโต๊ะ

 photo 1378101028-0003JPG-o.jpg


แช่แผ่นเจลาตินในน้ำเย็นๆ ทิ้งไว้5-7นาที ให้แผ่นมันดูดน้ำ มันจะนิ่มๆขึ้น
แนะนำให้หย่อนใส่ลงน้ำที่ละแผ่นนะคะ ถ้าทีเดียวพร้อมกันมันจะติดกันเป็นก้อนเลยคะ

 photo 1378101276-0004JPG-o.jpg


นำนมถั่วเหลืองต้มไฟอ่อน ความร้อนไม่เลย60องศา
ประมาณนมชงให้เด็กกิน วัดจากการหยดน้ำนมลงบนหลังมือให้พออุ่น
ใส่น้ำผึ้ง2ช้อนโต๊ะคนให้ละลายเข้ากัน ปิดไฟ เทใส่ภาชนะอื่นเพื่อลดอุณหภูมิ

ปล.ตามสูตรเดิมที่ได้มาและลองทำเป็นน้ำตาล1ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง1ช้อนโต๊ะมันกินแล้วติดหวานไปนิด
ตัวเต้าหู้ไม่ต้องหวานมาก ก็เลยปรับสูตรลดน้ำตาลลงใส่น้ำผึ้งเพิ่มความหอม
เดี๊ยวจะมีซอสราดพุดดิ้งมันจะหวานอยู่แล้วคะ

 photo 1378107583-0005JPG-o.jpg


บีบเจลลาตินออกจากน้ำที่แช่ แล้วนำเจลลาตินใส่ลงไปในน้ำนมถั่วเหลืองคนให้ละลาย
เจลลาตินนี้จะทนความร้อนที่80องศา ร้อนเกินไปจะจับตัวเป็นก้อนได้ยากกว่าคะ
จากนั้นทิ้งไว้สักครู่ให้อุณหภูมิลงเหลือเท่าอุณหภูมิห้อง

ปล.สูตรเดิมใส่เจลลาติน5แผ่น หมีว่ามันนิ่มไปนิดเลยเพิ่มมาเป็น7แผ่นก็รู้สึกเนื้อสัมผัสเด้งกำลังดี แต่6แผ่นก็ได้อยู่นะคะ


 photo 1378111399-0006JPG-o.jpg


หลังจากนั้น เทครีมสด200มล. นำภาชนะใบใหม่มาตีครีมสดให้เป็นฟองเล็กน้อย
ไม่ต้องให้ขึ้นฟูนะคะ แค่เหลวๆมีฟองน้อยตามรูปก็พอคะ เหมือนตีไข่เจียว

ปล.สูตรเดิมใส่ 100มล. แต่ปรับเพิ่มใส่เป็น200มล. เพิ่มแล้วรู้สึกเวลากินพุดดิ้งเหมือนรสชาติจะเข้มข้นขึ้นคะ

 photo 1378111688-0007JPG-o.jpg


ค่อยๆเทน้ำเต้าหู้ที่หายร้อนแล้วลงในครีมสดเบาๆแล้วคนให้เข้ากันเบาๆ

 photo 1378112587-0008JPG-o.jpg



เทลงพิมหรือกล่องทับเบอร์แวร์ พยายามเทเบาๆไม่ให้เกิดฟองอากาศ ถ้ามีก็ตักออกขั้นตอนสุดท้าย

 photo 1378112701-0009JPG-o.jpg



ห่อแร๊ปด้วยพลาสติกกันฝุ่นเอาไว้ เอาเข้าตู้เย็น แช่ทิ้งไว้ให้เย็น3-4ชม.
หรือทำตอนเย็นแช่ไว้กินพรุ่งนี้กำลังดีเลยคะ ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาอดใจรอสักหน่อย

 photo 1378113088-0010JPG-o.jpg



ระหว่างนี้เราก็มาทำน้ำซอสราดกันดีกว่า ง่ายๆ
ส่วนผสมมี น้ำตาลทรายแดง และน้ำ อัตราส่วน 1ต่อ1 และกลิ่นวนิลา

ในรูปใช้น้ำตาลทรายแดง 5 ช๊อนโต๊ะ ต่อ น้ำ 5 ช้อนโต๊ะ
เคี่ยวด้วยไฟอ่อนแล้วเติมกลิ่นวนิลาลงไปเล็กน้อย
พอมันเดือดก็ปิดแก๊สลง เทใส่ถ้วยนำเข้าตู้เย็น ความเย็นจะทำให้หนืดขึ้นเล็กน้อย


 photo 1378114091-0013JPG-o.jpg


หลังจากพุดดิ้งจับตัวกันจนได้ที่แล้ว
เราก็พร้อมเสริฟ์แล้วจ้า ตัดพุดดิ้งน้ำเต้าหู้ด้วยทัพพี
ช้อนเป็นแผ่นบางๆ


 photo 1378113743-0011JPG-o.jpg



เต้าหู้หนึบสู้มือเล็กน้อย วางใส่จานเบาๆเดี๊ยวมันจะเละคะ

 photo 1378113839-0012JPG-o.jpg



พอดีหาผงถั่วเหลืองไม่ได้ เลยเอางาดำคั่วบดมาใส่แทน
รสชาติหอมและเข้ากันดีกับกลิ่นเต้าหู้จ้า
(ซองละสามสิบกว่าบาท ส่วนผสมทั้งหมดหมีซื้อที่ฟู๊ดส์แลนด์คะ)


 photo 1378114203-0014JPG-o.jpg



ราดตกแต่งสีสรรและเพิ่มความหอมหวานจากซอสที่ทำด้วยน้ำตาลทรายแดง

 photo 1378114465-0014JPG-o.jpg



เป็นอันเสร็จพร้อมทานแล้วจ้า ทำทานได้ประมาณเกือบ10จาน(เล็กๆ) แต่ต้องปาดบางๆนะคะ

 photo 1378114770-0002JPG-o.jpg


รสชาติพุดดิ้งเต้าหู้จะแตกต่างจากที่ร้านโอโตยะเล็กน้อย
เพราะน้ำเต้าหู้ที่ใช้ทำต่างกัน แต่รสสัมผัสและรสชาติก็คล้ายๆกันเลย

 photo 1378115099-0015JPG-o.jpg


พุดดิ้งหอมกลิ่นเต้าหู้ เคล้ากับความหอมของงาดำ สัมผัสนุ่มละมุ่นลิ้น กินง่ายกลืนคล่องปรื้ดๆ
รูปร่างมันจะคล้ายๆกับเต้าฮวย ความอร่อยมันต่างกันที่รสสัมผัสและความหอม รสชาติที่นุ่มนวล


 photo 1378115524-0017JPG-o.jpg


ความอร่อยที่กินแล้ว ยากที่จะลืม คงจะเป็นอีก1เมนูที่ทำประจำแน่นอน อร่อยได้ง่ายๆ

 photo 1378115331-0016JPG-o.jpg

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายจ้า ใครทำแล้วหน้าเป็นจั๋งได๋ก็ส่งมาให้ดูบ้างเน้อ




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2556 15:44:41 น.
Counter : 7638 Pageviews.  

ปี๊ด...ปี๊ด...บีบแตร์เรียกลูกค้า...เร่เข้ามา...ขอมาขายขนมจีบหมีหมัดเมาจ้า



สวัสดีคุณลูกค้าที่หลงทางเข้ามา ณ.รถเข็นขายขนมจีบหมีหมัดเมา
ขอโดดมาแจกสูตรแบบมั่วเมาๆของหมีนะคะ
สูตรแม่ให้มาแต่มาดัดแปลงเล็กๆน้อยเพราะสูตรใครก็สูตรมันเน้อ


 photo 017.jpg


แจกสูตรกันตรงนี้ มีอะไรยังไง ดูกันชัดๆ
สูตรแบบคำนวนเอาเองตามความชอบใจของแต่ละครัวเน้อ
- หมูบด (เค้าซื้อโลตัสมา1แพ็ค ประมาณ400กรับ 6xบาท)
- กุ้งแกะเปลือกผ่าหลัง มาสับหยาบๆ เวลากินจะได้รู้สึกว่ามีกุ้งอยู่ด้วย
แต่เน้นไปที่หมูใส่มากกว่าเนื้อกุ้งจ้า (ซื้อมา4ขีด ขีดละ 26บาท)
- ต้นหอมซอย (1กำ 5บาท )
- เห็ดหอม (ในครัวมีตุนไว้)
- มันแกวสับ (ซื้อร้านรถเข็นที่ขายผลไม้10บาท ใส่ประมาณ 5 ชิ้นพอ ที่เหลือไว้กินเล่นๆ)
- ไข่ไก่ 1 ฟอง

ปล.ถ้าใครชอบอะไรมากก็ใส่เพิ่มก็ได้ไม่มีสูตรตายตัวจ้า


 photo 002-2.jpg


เครื่องปรุงตามนี้จ้า
ซีอิ้วขาว ซอสถั่วเหลือง น้ำมันหอย น้ำตาล พริกไทย


 photo 003-2.jpg


ใส่ตามใจชอบ กะเอาเอง แต่ที่หมีใส่ก็เหยาะมั่วไป โน้นนิดนี่หน่อย
ซีอิ๊วใส่ไปสองฉึก ซอสถั่วเหลืองสามฉึก น้ำมันหอยก็พอประมาณ ประมาณ1ช้อนครึ่ง (ช้อนกินข้าว)
น้ำตาล2ช้อนชา พริกไทยก็กะเอาพอประมาณไม่ชอบฉุนก็ไม่ต้องใส่เยอะ แต่ถ้าใส่น้อยรสจะไม่กลมกล่อมนะคะ
แล้วใส่แป้งโกกิไปด้วยให้มันเกาะตัวกัน


 photo 004-1.jpg


จากนั้นก็คนและขยำให้ทั่ว ใส่แรงกายและใจไป
เกลียดใครโกรธใครก็บี้ๆเข้าไป จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ฮึ่ม..!!
พอทั่วก็แร๊ป(สะกดแบบนี้หรือเปล่า??) เข้าตู้เย็นพักไว้ก่อน
ให้เครื่องปรุงมันซึมเข้าเนื้อที่หมักไว้
แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีการทำไส้ขนมจีบคะ ง่ายม่ะ??


 photo 005.jpg


ระหว่างนี้มาเจียวน้ำมันหอมฟุ้งให้ทั่วครัว กลิ่นโชยไปทั่วบ้าน
แอบหอมหวลเผื่อข้างบ้านด้วย อาฮั่นใจดีเนอะ
เจียวให้พอเหลือง แล้วตักขึ้นใส่ชาม มันจะเหลืองขึ้นด้วยความร้อนของน้ำมัน1สเต็ป ณ.จุดนี้กะคำนวนด้วยเดี๊ยวจะไหม้เกินไปจะขมนะจ๊ะ
พยายามโกยให้พ้นน้ำมันสักหน่อยจะได้กรอบๆ แช่ในน้ำมันค้างไว้มันจะไม่กรอบคะ
รอให้มันหายร้อนก็แยกกระเทียมกับน้ำมันไว้ก็ได้เน้อ


 photo 006-1.jpg



ได้มาและ กระเทียมโรยหน้า แต่ด้วยความขี้เกียจแกะเปลือกก็ตำเอาเลยจ้า หอมอร่อยเหมือนกัน
แต่ติดเปลือกแข็งๆเล็กน้อยคิดซะว่าเอาไว้ขัดสีลำไส้ไปในตัว ก่อนตำกระเทียมล้างน้ำด้วยเน้อ

 photo 007.jpg


ทิ้งไว้สักครึ่งชม. แล้วก็มาห่อกินได้แล้วคะ
แป้งเกี๊ยวก็หั่นด้านข้างทั้ง4อออกไป เพราะเวลาห่อมันจะแหลม
นึ่งเสร็จเคี้ยวแล้วเปลือกจะแข็งๆไม่อร่อยในความรู้สึกของเรา


 photo 008.jpg


ตักไส้แบบเต็มๆคำ ไม่ต้องยั้งมือเพราะทำกินเองไม่ต้องกลัวขาดทุน


 photo 009.jpg


วิธีห่อก็เอาพื้นโต๊ะหรือเขียงเป็นฐาน แล้วก็จับจีบหมุนรอบๆด้วยนิ้วให้เป็นทรง
พยายามดันให้เนื้อหมูพูนๆออกมาเวลานึ่งแล้วจะสวยน่ากิน
ส่งคลิปวิธีห่อมาแชร์จ้า
https://www.facebook.com/photo.php?v=705348099490875&l=3259839774742309530


 photo 010.jpg


จัดเรียงใส่หม้อนึ่ง แบบง่ายๆ พอดีไม่มีใบตองเพราะกลัวสุนัขจะมาเห่า
ขอกินด้วยจะไม่งาม สุนัขไม่รับประทานแต่ขอมาทาน
แอร๊ยยย...มุขอะไรของเธอ ก็แค่หลังบ้านไม่ได้ปลูกต้นกล้วยไม่มีใบตอง เลยนึ่งง่ายๆแบบไม่มีพิธีรีตองค่าาาา

ปล.ถ้ามีใบตองมารองนึ่งก็จะทำให้ขนมจีบหอมน่าทานยิ่งขึ้นคะ

 photo 011.jpg


หม้อนึ่งอันนี้แถมมาจากห้าง สะดวกดี
เวลาล้างก็ไม่ยุ่งยากเหมือนหม้อใหญ่ แต่นึ่งได้น้อยกว่า
ให้ชั้นมานึ่งสองชั้นคะ
หม้อเก่าใช้มานานบ่งบอกว่าเก๋า หรือมันสกปรกกันแน่ แฮ่ๆ

 photo 012.jpg


นึ่งพอประมาณให้หมูเริ่มเปลี่ยนสีสัก10นาที ก็ขั้นเวลาเปิดฝาออกมาพรมน้ำใส่ขนมจีบ
ให้ตรงขอบๆไม่แห้งแข็ง (ตรงนี้เป็นทริคที่ห้ามลืมนะคะ)
แล้วก็ปิดฝานึ่งต่อสัก5-10นาทีโดยประมาณ ให้หมูสุกก็เตรียมใส่จาน
ใช้ช้อน-ส้อมหรือตะเกียบหรือที่หนีบแล้วแต่จะถนัด คีบออกมาจากซึ่งนึ่งลงจาน
แต่ตอนคีบทริคอีกอย่างคือ เอาช้อนส้อมจุ่มลงในน้ำมันที่เจียวก่อน
เพื่อไม่ให้ขนมจีบติดเวลาหยิบ และก็ทาน้ำมันที่ก้นจานด้วยนะจ๊ะ


 photo 013.jpg



ทาน้ำมันเหยาะลงบนขนมจีบจะได้ไม่แห้ง โรยกระเทียม แต่งด้วยผักชี
ขนมจีบใส้แน่น เต็มคำพร้อมเสริฟ์จ้า

 photo 015.jpg


กระเทียมเจียวสดใหม่ หอมๆร้อนๆ อิ่มอ้วนอย่าได้แคร์

 photo 014.jpg

เคล้ากลิ่นของผักชีแก้เลียน น้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วใส่พริกน้ำส้มสายชู
พอดีที่บ้านไม่มีจิ๊กโฉ่วเลยใส่ซีอิ๊วหวานแทนก็อร่อยไปอีกแบบจ้า


 photo 016.jpg

อ้ามมมมมม...อาหย่อยก่อนนอน


 photo 017.jpg


ผู้อาสาเข้าท้าชิง มาช่วยคอนเฟริมรสชาติความอร่อย
ชูนิ้วโป้งการันตียอดเยี่ยมหน้าไมค์ หลังไมค์ไปคายทิ้งไม่ว่ากัน 555บ้าหร่าา


 photo anigif.gif

ถ้าเบื่อแบบนึ่งแล้วจะเอามาทำเป็นขนมจีบทอดก็ได้นะคะ
หรือทำเกี๊ยวทอดกินเล่น ใส่ในก๋วยเตี๊ยวเส้นมังกร(มาม่า)
ถ้าเหลือไส้เยอะก็ปั้นเป็นกลมๆแบนๆ ชุบแป้งโกกิ ไข่ เกร็ดขนมปัง
แล้วนำไปทอด กินกับข้าวทานคู่ซอสมะเขือเทศหรือน้ำจิ้มไก่แม่ประนอมก็ได้คะ


 photo 1001081_705938909431794_1632411487_n.jpg


ขอบคุณที่แวะมาทักทายและขอบคุณสำหรับกิฟที่เป็นกำลังใจคะ
อาฮั่นขอตัวไปเก็บข้าวของจานชาม ล้างให้เกลี้ยงก่อน เชิญตามสบายนะคะ
ใครทำแล้วเป็นยังไงก็มาส่งการบ้านแชร์ความอร่อยกัน ให้ชื่นใจบ้างนะคะ





 

Create Date : 29 สิงหาคม 2556    
Last Update : 29 สิงหาคม 2556 13:21:21 น.
Counter : 2283 Pageviews.  

ข้าวอบสัปประรดอร่อยไม่ยาก


Photobucket

วันนี้เอาวิธีทำข้าวอบสัปประรดมาฝากคะ
เมื่อช่วงหลังตรุษจีนมีไหว้เจ้าผลไม้ที่บ้านจะเยอะมาก
และสัปประรดไม่มีคนกินเพราะขี้เกียจปอกกัน
ทิ้งไว้หลายวันเลยเอามาทำเป็นกับข้าวซะเลยหนิ

เทคนิค - หุงข้าวทิ้งไว้ค้างคืน ตอนหุงให้ใส่น้ำน้อยกว่าปกติสักหน่อย
ให้ข้าวมันแข็งๆเล็กน้อย เวลาผัดเสร็จข้าวจะเรียงเม็ดสวยน่ากินคะ

ส่วนประกอบเมนูนี้ คือ

1. ข้าวสวย
2. กุนเชียงทอด
3. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ
4. เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
5. แครอทหั่นละเอียด
6. หัวหอมใหญ่หั่นละเอียด
7. กระเทียมตำหรือสับละเอียด
8. พระเอกของงาน สัปประรด นั่นเอง
9. หมูหยอง (โรยหน้า)


เครื่องปรุง มีดังนี้

1. ผงเครื่องแกงกะหรี่สีเหลืองๆ
2. ซอสถั่วเหลือง ตราภูเขาทอง
3. น้ำปลา
4. น้ำมันหอย
5. พริกไทย
6. น้ำตาล



วิธีทำ

ใส่น้ำมันลงในกระทะรอให้ร้อน
ผัดกระเทียมให้มีกลิ่นหอมเล็กน้อย
ตามด้วยหัวหอม ผัดให้เหลืองและสุก
ตามด้วยแครอท และเนื้อหมูตามลำดับ
ผัดจนเนื้อหมูสุก ใส่สัปปะรดลงไปพอให้สะดุ้งไฟกันสักหน่อย
ใส่ข้าวลงไป พร้อมใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์และกุนเชียง
( ระหว่างนี้ก็เบาไฟเตาแก๊สก่อน )
พร้อมปรุงรสด้วยเครื่องปรุงทั้งหลายอย่างละนิดอย่างละหน่อย
ผัดให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามอำเภอใจ ตัดใส่จานโรยด้วยหมูหย่อง


แค่นี้ก็พร้อบรับประทานแล้วคะ ขอบคุณที่แวะทักทายนะคะ




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2554 21:06:44 น.
Counter : 1381 Pageviews.  

ตำน้ำพริกละลายลงท้อง เอิ๊ก..เอิ๊กกก

เปรี้ยวปากอยากกินของเผ็ดเปรี้ยว น้ำพริกแบบไทยๆนี้แหละลงตัว กินแล้วไม่อ้วนด้วย เก็บได้หลายวันเลยหล่ะ วันนี้เลยทำน้ำพริก2แบบ

มาเริ่ิ่มกันที่น้ำพริกปลาทูเลยดีกว่า

เตรียม

-พริกเขียว หรือ พริกเหลือง อันใหญ่ๆ
-พริกแดง หรือ เขียว จะเผ็ดกว่าแบบใหญ่ๆคะ
-หอม
-กระเทียม
-น้ำตาลปีบ
-น้ำปลา
-มะนาว

Photobucket




นำพริก หอม กระเทียม ลงไปคั่วในกะทะ ไม่ต้องใส่น้ำมันนะคะ เปิดไฟปานกลาง - ไฟอ่อน

Photobucket





เพื่อเพิ่มความหอม และเพื่อไล่น้ำในผักให้แห้ง เสร็จแล้วก็หน้าตาดำๆแบบนี้แหละคะ ไม่ต้องกลัวไหม้เกินไป เพราะมันดำแต่ด้านนอก

Photobucket





ทอดปลาทูให้สุก หรือจะห่อใบตองย่างก็จะหอมกว่ามาก พอดีที่บ้านไม่มีเตาย่างเลยทอดแท้คะ จากนั้นก็แกะเอาแต่เนื้อ ยีให้เนื้อละเอียด ระวังก้างดีๆนะคะ เวลากินจะได้ไม่สะดุดโดนก้าง

Photobucket





นำเนื้อปลาตำรวมกับผักที่ตำไว้ก่อนหน้านี้ ตำให้ละเอียดเข้ากัน
เติมน้ำปรุงรสไปทีละนิด ตำและคลุกให้เข้ากันจนทั่ว ชิมรสชาติ เป็นอันเสร็จ พร้อมทานคะ

Photobucket






น้ำปรุงรสทำจาก มะนาว น้ำปลา น้ำตาลปีป ปรุงรสได้ตามใจชอบเลยคะ

Photobucket



-----------------------------------------------------------------------------



น้ำพริกอย่างที่2 ขอเสนอ น้ำพริกกะปิคะ อาหารที่แม่บ้านทั่วไปก็น่าจะทำกันได้ ง่ายๆคะ

เริ่มจาก ตำพริก และกระเทียม ให้ละเอียด จะใส่กุ้งแห้งก็ได้นะคะพอดีไม่มีติดครัวก็เลยเอาแบบง่ายๆคะ


Photobucket





เทคนิคเวลาตำพริก หมีจะเอาผ้ามาคลุมที่ครก ก่อนตำพริกและกระเทียมมันจะได้ไม่กระเด็นออกมา เวลาตำพริกเสร็จ มันจะแสบและคันมือมากๆเลย วิธีนี้ก็ช่วยได้เยอะเลยคะ

Photobucket





จากนั้นก็ใส่กะปิลงไปพอประมาณไม่ต้องมากเกิน มันจะเค็มไปคะ
ถ้าไม่พอดีก็ค่อยเติมหลังจากปรุงรสก็ได้คะ

Photobucket




ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำตาลปีป ไม่เค็มไม่หอมสามารถเติมกะปิลงไปได้คะ
ถ้าหากน้ำพริกข้นไปก็เติมน้ำต้มสุกหรือน้ำกรองลงไปเล็กน้อยก็ได้คะ
เสริฟ์พร้อมเครื่องเคียง ผักสด ปลาทูทอด

Photobucket



ที่สำคัญก็ไข่ชะโอมนี้แหละ ที่ขาดไม่ได้ ไม่งั้นมันไม่ครอบเครื่อง

Photobucket



อาหย่อยจริงเชียวววววววววววว แซ่บหลายๆๆๆๆๆ





 

Create Date : 03 กันยายน 2553    
Last Update : 3 กันยายน 2553 22:09:48 น.
Counter : 1349 Pageviews.  

[[ หมีหมัดเมาเข้าครัว ]] ปลากระพงแดงหมักมิโสะ

Photobucket


เตรียมเนื้อปลาที่ล้างน้ำและซับให้แห้ง

นำมิโสผสมกับสาเกและมิรินผสมกัน (อัตราส่วนจำไม่ได้เพราะทำไว้นานแล้วตั้งแต่14/11/51 รูปเก่าโคตรๆ)

มาทากับชิ้นปลาทีละชั้น แล้วเก็บเข้าตู้เย็นสัก2-3วัน ให้น้ำซอสซึมเข้าเนื้อปลา

หลังจากนั้นก็เอามาย่างบนกระทะเทปล่อน หรือจะย่างบนตะแกรงก็ได้ พอสุกก็โรยงาขาวและงาดำพร้อมเสริฟ์

เมนูนี้ดูน่ากินแต่รสชาติไม่ถูกปากเลย เพราะเค็ม ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ก็ยังไม่ไ่ด้ืทำเป็นครั้งที่2เลย T_T




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2553    
Last Update : 30 สิงหาคม 2553 19:31:19 น.
Counter : 822 Pageviews.  

1  2  

mee_vingt
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




สวัสดีคะ หมีนะคะ
เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ สูง152ซม.
ชอบในการแต่งตัว รักของสวยๆงาม
เวลาว่างชอบทำงานประดิษฐ์โน้นนี่
เข้ามาแวะทักทายโพสต์คุยกันได้นะคะ
ยินดีที่รู้จักกับทุกคนคะ

ประกาศ :
หากเข้ามาแล้วไม่เห็นภาพ
เพราะว่าแบนด์วิดท์(bandwidth)
ของรูปภาพเกินโค้วต้า
ต้องรอเดือนหน้าจึงจะเห็นรูป
ตอนนี้จะพยายามแก้ไขรูปภาพคะ
ขออภัยมาณ.ที่นี้ด้วย

พื้นที่หน้าเวปบล็อคส่วนตัว ห้ามคอมเมนท์โฆษณาคะ
ถ้าอ่านภาษาคนรู้เรื่อง ขอความกรุณาปฎิบัติตามกฎด้วยคะ











ENGLISH VERSION BY GOOGLE

JAPANESE VERSION BY GOOGLE

CHAINESE VERSION BY GOOGLE

สร้างบล๊อคครั้งแรกเมื่อ 08 JUNE 2008
เริ่มนับ VISITOR ตั้งแต่ 29 March 2010

free counters
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mee_vingt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.