หัวใจดวงนี้ มีแต่หนูนะจ๊ะ ชาช่า ลูกแม่
Group Blog
 
All blogs
 

นู๋ แจ้งความจับคนร้ายโรคจิตค๊า

คือ วันนี้น้ำก็ทำงาน ตามปกติ แต่มีลูกค้าเข้ามา สี่คน ท่าทางไม่ปกติ คือ คนแรก เป็นชายวัยกลางคน อายุประมาณ ห้าสิบกว่า กะเด็กสาวข้าง ๆ อายุประมาณ สิบสี่ กอดกัน จูบกัน อ๊ะจึ๋ย ยังไม่เท่าไหร่ ชายคนที่สอง อายุประมาณ สามสิบอัพ กะแฟนสาวที่ทั้งกอด ทั้งจูบ ทั้งลูบ และคลำ นั่งตักกัน จูบกันฟอดแฟด คนในร้านถึงขั้น ช๊อคซีเนม่าหล่ะก๊า เพราะแฟนสาวของฮี อายุไม่น่าเกิน สิบขวบ!!!!

เวลา นู๋น้อยคนนี้ จะเข้าห้องน้ำ เค้าก็ต้องเข้าพร้อม ๆ กัน แล้วก็หายเข้าไปในห้องน้ำเลยนะ เออ ตอนแรก เด็กสาวคนโต เข้าห้องน้ำ คนแก่ ก็เข้าไปเฝ้า พอเด็กตัวเล็ก จะเข้าห้องน้ำ ไอ้หนุ่ม อีกคนก็เข้าไปเฝ้า น้ำก็คุยกะเพื่อนที่ทำงานด้วยกันว่า มันแปลก ๆ นะ

ที่สำคัญ เบลเยี่ยมมีเรื่องเด็กหาย เยอะมาก ๆ ส่วนใหญ่ หายไปเพราะ คนมันเอาไป ค้ากาม หรือไม่ก็ เอาไปทำเรื่องบัดสี จนเด็กตาย ตำรวจเจอแต่ศพ อยู่บ่อย ๆ


ตอนไอ้เด็กโตมันเข้าห้องน้ำ น้ำว่ามันแปลก แต่ก็ เออะ คงไม่มีไรน่า แต่พอเห็น เจ้าตัวเล็กมันกอดจูบ กะไอ้หนุ่มนั่น แล้วรู้สึกสยอง ขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ พอเห็นมันเข้าห้องน้ำด้วยกัน เราก็ตามเข้าไปดูสถาะการณ์ทันที โดยทำฟอร์ม เข้าไปล้างมือ แต่ไม่มีไร มันไปเฝ้าเด็กเฉย ๆ แต่ทำไมต้องเฝ้าฟระ งง

ทีนี้ น้ำก็อดรน ทนม่ายด้ายแล้ว เลยแกล้งเข้าไปสืบราชการลับ จัดผิดพวกมัน น้ำเข้าไปเสริฟ แล้วก็แกล้งถามว่า นู๋น่าตาน่ารักจัง คนที่ไหนจ๊ะ ไอ้หนุ่ม มันก็มองหน้าเราแปลก ๆ แล้วตอบว่า คนเบลเยี่ยม น้ำเห็นท่าทางมันพิกล เลยถอยก่อน ไปตั้งหลัก

ที่นี้ เพื่อนน้ำมันก็เข้าไป เจือกมั่ง นู๋จ๋า น่ารักจัง กี่ขวบแล้วจ๊ะ คำตอบ เก้าขวบครึ่ง (จะกึ๋ย ๆ แค่เก้าขวบครึ่ง นู๋ ดูดปากกะไอ้หนุ่มนี้ อย่างกะมือโปร ป้าสามสิบกว่า ยังสู้มะล่ายเลย แหะๆๆ อันนี้ แอบคิดคนเดียวนะ)

ไอ้หนุ่มคนนี้ มีรอยดูดที่คอ จ้ำเบ่อเร้อ แถมตอนที่น้องนู๋คนนี้นั่งตัก น้ำก็เข้าไปเสริฟ เครื่องดื่ม ไอ้หนุ่มมันก็เอาน้องนู๋ ลงจากตัก น้ำด๊านนไปแอบเห็น เป้ากางเกงไอ้หนุ่มมันตูม ๆ ช๊อคซีเนม่า อีกแล้วครับท่าน (ไอ้หนุ่มมันใส่กางเกงผ้าร่มอ่ะ เลยเห็นชัดเจนของความตูมเต็มเป้า)

ทีนี้ น้ำก็ เอาวะ ไม่ไหวแล้ว น้ำจัดการหยิบโทรศัพท์ โทรหาเพื่อนสุดซี้ ตำรวจหน่วยสวาท ปรึกษาว่า ทำไงดีวะ เพื่อนก็เลยจัดการโทรเรียกเพื่อนตำรวจ ที่ดูแลพื้นที่ที่น้ำทำงาน ให้เข้ามาดู


พอตำรวจมาถึง เจ้าของร้าน ก็ออกไปคุยกะตำรวจด้านนอก แล้วสักพัก ลูกค้าอีกโต๊ะนึง ก็ออกไปคุยกะตำรวจอีกว่า คนกลุ่มนี้ แปลก ๆ จริง ๆ แล้วก็อธิบายว่า เค้ากอด จูบกันจริง ๆ

ทีนี้ ตำรวจก็ตรงไปหาลูกค้ากลุ่มนี้ทันที พวกน้ำก็สั่น ๆ นะ โดยเฉพาะน้ำอ่ะ คนโทรแจ้ง แหะๆๆ ตำรวจซักไซร้ ไล่เลียง ตรวจบัตร สืบประวัติ ค้นตัว อ้อ เห็นว่า ค้นเจอมีดพก จากไอ้หนุ่มนั่น เลยโดนอีกข้อหา แล้วก็พากันไปสถานีตัวรวจทั้งก๊วน โดยที่น้ำรีบจัดการ เช็คบิลรอ เรียบร้อยแล้ว พอจะไป น้ำก็รีบจัดแจงเรียกเชคบิลทันที แหะๆๆ แจ้งตำรวจจับเค้า และยังเก็บเงินเค้าอี๊กก คนเรา เอ่อ ไม่เกี่ยวอ่ะเนอะ กินก็ต้องจ่าย เป็นคนร้าย ก็ต้องโดนจับซินะ

สรุป ตอนนี้ ทั้งสองหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ก็อยู่กะตำรวจไปเรียบร้อย ส่วนสาวน้อยทั้งสอง ไม่รู้ชะตากรรม ก็คงถูกส่งกลับบ้านตามระเบียบ คนทั้งกลุ่มนี้ ดูลักษณะ คล้ายคนติดยาด้วยนะ ท่าทางระแวด ระวัง ตอนตำรวจมา หน้าตา อีตาแก่ สีหน้ากังวล กลัว แต่พยายามข่มใจน่าดู เฮ้อ ตอนนี้ก็คงได้แต่บอกตาแก่ กะไอ้หนุ่มนั่นว่า ทำตัวดี ๆ นะ อยู่ในคุกอ่ะ เดี๋ยวเค้าจะไม่ให้อยู่เอา เหอๆๆๆ เพราะจะโดนตืบตายซะก่อนอ่ะดิ คดีแบบนี้

เฮ้อ ขอให้พวกคนเลว มันหมดจากโลกซะทีเถอะ สาธุ




 

Create Date : 02 เมษายน 2550    
Last Update : 2 เมษายน 2550 5:40:54 น.
Counter : 182 Pageviews.  

ก็ไม่รู้จริง ๆ นี่เคอะ

มาอีกเรื่อง ก็ยังอยู่ในร้านอาหารอยู่นะคะ

คือ วันที่มาทำงานวันแรก เราก็ได้รู้จักกับเจ้านายเราคนเวียดนาม และภรรยาคนอิตาลี เราก็เห็นเค้ารักกันปกติดี

มีวันนึง เมือ่โทรศัพท์ในร้านดังขึ้น เราก็วิ่งเข้าไปรับตามหน้าที่ เพราะไม่มีใครอยู่ในร้านเลย นอกจากเรา คนในสายเป็นเสียงชายมีอายุพูดว่า "ขอสายคุณเวียด" (ชื่อเจ้านายน่ะ คนเวียดนาม ชื่อนายเวียด อืมม จำง่ายดีจริง ๆ )

เราก็รีบตอบไปว่า "คุณเวียดไม่อยู่ร้าน ใครโทรมาคะ มีอะไรจะสั่งไว้ไม๊คะ บลาๆๆๆ "

ในสาย ก็ตอบมาว่า "งั้นบอกเค้าว่า ซงมารี โทรมานะ ให้โทรกลับด้วย

เราได้ยินเต็มหูนะ คือได้ยินว่า ซงมารี ซึ่งแปลว่า สามีของเค้า อืมม ได้ยินอย่างนั้นจริง ๆ อ่ะ ไอ้เราก็ไม่แน่ใจ ก็ถามอีกที "ขอโทษค่ะ ใครโทรมานะคะ" เสียงทางสาย ก็ย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เข้มข้น ว่า ซงมารี

เอาหล่ะวุ๊ย นายตรู มานเป็นตู๊ดดด หรือฟระเนี่ย ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ปั๋วมานโทรมาหายามบ่ายด้วยเฟ้ย กั๊กกๆๆๆ (แอบขำอยู่คนเดียว) ว่าทำไม๊ ตรูดูไม่ออกฟระ

จนสักพัก เจ้านายเราก็เดินเข้ามาพร้อมลูกเมีย เราก็แอบ ๆ เหนียม ๆ เล็กน้อย ไปแอบบอกเจ้านายว่า นี่ ๆ เมื่อกี้มีคนโทรมาหานะ เจ้านายถาม ใครหล่ะ เราก็ยิ้ม ๆ ด้วยว่า ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่าตรูฟังผิด หรือยังไงกันแน่เนี่ยฟระตรู ฮ่วย เอาวะ ตอบ ๆ ไปก่อน

เราก็ตอบไปว่า "เห็นทางนั้นเค้าบอกว่า ซงมารี (สามีของเขา)อ่ะ เดี๋ยวเค้าจะโทรมาใหม่ " จริง ๆ เราจะบอกว่า สามีคุณโทรมาแล้วหล่ะ แต่เอ้ยย เก็บไว้ก่อนน่า เผื่อไม่ใช่

เจ้านายเราก็ "อ๋อ ชองมารี เค้าชื่อ ชองมารี ลูกค้าประจำร้านเราหน่ะ " เราก็ ว๋ายยยยยย อ้าววววว เหรออออออ ถึงบางอ้อ หล่ะครับท่าน แหอๆๆๆแอบโล่งใจ นึกว่า นายตรูจาเป็นตุ๊ดแก่ซะแหล่ววว

นี่ดีนะ ไม่ปล่อยไก่ไป ว่า เจ้านาย เมื่อกี้สามีคุณโทรมาหา ให้โทรกลับด้วย จึ๋ยยย ถ้าปล่อยไปอย่างนั้น มีหวัง ตกงานเสียตั้งแต่วันแรกเป็นแน่แท้ตรู




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2550 22:51:34 น.
Counter : 134 Pageviews.  

อ้ายย บึ๊ด เอ้ย

จากที่โดนเพื่อนสาว รุ้ง แทคมา ก็ไม่มีเวลาเข้ามาเขียนบล๊อคเลย วันนี้พอจะว่าง นิ๊ดดดนุง ก็รีบเข้ามาเขียนสักเรื่องก่อน ก่อนที่จะโดนเพื่อนสาวประณาม 55555 อ่ะ เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ


คือ จริง ๆ คำว่า ไอ้บึ๊ด มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลยค่ะ แต่มันได้อารมณ์ดี เวลาโมโหใครที่เราไม่รู้จักอ่ะ ก็ ไอ้บึ๊ดเอ้ยย

เอาว่า น้ำจะเล่าเรื่อง เกี่ยวกับการทำงานในร้านอาหารแล้วกันนะคะ เพราะเวลาส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ทำงาน นั่นก็คือร้านอาหารนั่นเอง

ช่วงบ่ายวันหนึ่ง ลูกค้าประจำเดินเข้ามาประมาณ ห้าคน เราก็รี่เข้าไปต้อนรับ เตรียมพร้อมบริการเสริฟ สุดชีวิต ถึงแม้จะรู้ดีว่า ไอ้บึ๊ด กลุ่มนี้ มานไม่เคยให้ทิปเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ก็เอาน่า ร้านอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ช่างหัวแมร่งงงงง ไม่ให้ก็ไม่เอา แต่ให้ก็เอานะเคอะ เหอๆๆ

เราก็เข้าไปเอาออร์เดอร์ ตามปกติ วันนี้ไอ้บึ๊ดแก่ มาแปลก มันยิ้มด้วยตาหวานเยิ้มใส่เรา แล้วสั่งอาหาร มันบอกว่า "วันนี้ผมขอ แกง นวดไทย รสเผ็ด"

เหอๆๆ มาแบบนี้เหรอ ได้ซิ เราก็ตอบแบบทันที ทันควันว่า "อ๋อ แกงนวดไทยรสเผ็ด ร้านเราไม่มี แต่จะรับเป็น แกงมวยไทยรสเผ็ดแทนไม๊คะ รสจัดจ้านไม่แพ้กันเชียว" พูดไป ก็แอบคิดในใจ วิญญาณพี่โทนี่ จา เข้าสิง ด้วยว่า ตรูจะเข้าหมัดกลางหน้า หรือจะเสยคางก่อนดีวะเนี่ย ปากอย่างนี้

ทีนี้ทั้งโต๊ะก็ฮากันกลิ้ง ไอ้บึ๊ดแก่ ถึงขั้นสะอึกไปนิดนุง แล้วมันก็เปลี่ยนเรื่องไป

มันถามเราว่า "คนไทยนับถือพุทธเหรอ บุดดาบ้านเธอ อ้วน ๆ ใช่ไม๊ หุ่นอย่างผมพอเป็นบุดดาได้ไม๊" เราก็ "โอ๊ยยย คุณขรา บุดดาบ้านฉัน หุ่นผอม รูปงาม แต่อย่างคุณ ก็เป็นได้นะคะ แต่บุดดาไชนีส นะคะ สังเกตได้จากพุง และใบหน้า เจริญอาหารแท้เชียว" แล้วเราก็หัวเราะก๊ากกกกก ต่อหน้าลูกค้า ทีนี้ทั้งโต๊ะ ก็ได้ฮากันอีกรอบ คราวนี้ไอ้บึ๊ดนี่มันก็ไม่คุยเล่นหู เล่นตากะเราอีกเลย ฮ่าๆๆๆ




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2550 22:28:59 น.
Counter : 127 Pageviews.  

นังเวียด ปากเหม็น

วันนี้นอนไม่หลับเลย จากที่เมื่อวันก่อนได้รู้จัก สาวน้อยเวียดนาม หน้าตาน่ารักคนหนึ่ง อายุเพียง 20 ปี แต่การพูด การจา เกินตัวและกวนทีนเป็นยิ่งนัก ครั้งแรกที่เราได้รู้จักน้องเค้า อ้อ ชื่อน้องควีน แต่ตอนนี้ ขอเรียกน้องเค้าว่า น้องทีน(teen) แล้วกันนะคะ เพราะดูจะเหมาะสมกับปากน้องเค้ามาก ๆ

วันแรก เราได้คุยกัน จิปาถะ เรื่อยเปื่อย น้องทีนพยายามคุยออกแนวว่า เค้าเป็นคนยังไง คือประมาณว่า ฉลาด โตเกินไว และไม่ชอบพวกวัยรุ่น เราก็แอบคิดในใจว่า เออ เด็กคนนี้ โตเกินตัวจริง ๆ พอคุยไป คุยมา ความเห็นเราเริ่มไม่ตรงกันหลาย ๆ อย่าง แต่เราจะเป็นคนที่รับฟังทุกความเห็น ถึงแม้เราไม่เห็นด้วย แต่ก็รับฟัง แต่น้องทีนไม่ คือถ้าชีเห็นอย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ ใครเห็นต่างจากนี้ "โง่" คำเดียวจบ .. เราคุยกันเรื่องการมีลูก เราว่า เราไม่ค่อยอยากมีลูก น้องทีน ก็หาเหตุผล ร้อยแปด พันเก้า มาประณามความคิดของเรา เหมือนกับว่า เราทำผิดโทษฉกรรจ์ เป็นความเลวที่สุดแสนเลวและโง่ ประมาณนั้นเลย เราก็ งง ไรเนี่ย เราคุยกัน ฉันคิดแบบนี้ เธอคิดแบบนั้น ไม่เห็นแปลก ที่จะคิดต่างกัน แล้วจะมา ยัดเยียด ความคิดตัวให้คนอื่นคิดตามได้ไงเนี่ย เห็นยังงั้น ก็ อุ๊ย ไม่ไหวแล้ว คบไม่ได้แล้ว คนนี้ น่ากลัว คือกลัว จะอดใจไม่ได้ จะไปกัดกับเด็กซะงั้น เราก็เลยพยายามตีตัวออกห่างดีกว่า อีนังเวรนี่ ปากเหม็นเกินไป ที่ใจจะรับได้

น้องทีน เริ่มรู้ตัวว่าเราไม่คุยด้วย ก็พยายามเข้ามาหาเรา และพูดทำนองว่า เค้าไม่มีเพื่อน เราก็ตอบไปว่า ก็แน่หล่ะ เป็นคนอย่างนี้นิ ใครเค้าอยากคุยด้วยหล่ะ แล้วเราก็เดินหนีไป

มาตอนเย็นนี้เอง นอนไม่หลับเลย เพราะน้องทีน พูดจาได้ น่าใช้ทีน ตบหน้าเป็นที่สุด

น้องทีนบอกว่า เรารู้เรื่อง เจ้าชายประเทศเธอหล่ะ มีคนเล่าให้ฟัง ว่าท่าน บลาๆๆๆๆๆ (ไปทางแนวลบ) เราก็บอกไปว่า เรื่องนี้เราขอไม่พูดนะ เพราะเราไม่รู้อะไรเลย และเราก็ไม่อยากฟัง

ไม่พอ ทีนี้ อีน้องทีน มันบอกว่า มันเคยเข้าร้านอาหารไทย เจอรูปพระเจ้าอยู่หัวไทย หน้าตาบ่งบอกเลยว่า นิสัยไม่ดี โห งานนี้ เราจี๊ดดดดดดดดดด ปี๊ดดดดดดดดดด มาก ๆ แล้วมันบอกอีกว่า เจ้าของร้านไทยคนนั้นเล่าเรื่องชิงอำนาจ ราชบังลังค์ให้มันฟัง เราก็แบบว่า อยากยกทีนขึ้นมาตบมันตรงนั้น แต่เก็บอารมณ์ สุดชีวิต เราก็ตอบไปอย่างอธิบายแบบใจเย็นไว้โยมว่า เราได้ยินเรื่องพวกนี้มาเหมือนกัน แต่เราไม่เชื่อ และขอบอกว่า กษัติย์ไทย เป็นที่รักของชาวไทยทั้งประเทศ เธอไม่รู้ดี อย่าพูด มันก็ยังจะพยายามพูดต่อ เราเลยสวนไปว่า แต่ยังไงซะก็ดีกว่าประเทศเธอนะ รัฐบาลคอมมิวนิสต์ ไล่ฆ่าชาวบ้าน ถึงขั้นต้องวิ่งหนีตาย หอบลูก หอบหลาน ออกนอกประเทศกันให้จ้าละหวั่น นั่นน่าคิด และก็น่าสมเพชกว่าเยอะเลยนะ เธอว่าไม๊!!!


น้องทีน อึ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังคิดว่า ความคิดน้องทีน ต้องถูกต้องเสมอ น้องทีนก็เปลี่ยนเรื่องอีกว่า ทำไมเธอไม่ทำเอกสาร เอาน้อง เอาแม่มาอยู่นี่ เราก็ถามกลับว่า มาทำอะไร เพื่ออะไร มาเที่ยว มาเยี่ยม เหรอ น้องทีนบอกว่า ไม่ใช่ซิ เอามาอยู่เลย ให้น้องมาเรียนต่อที่นี่ แม่มาอยู่นี่ จะได้ไม่ลำบาก เราก็ตอบไปว่า พี่น้องบ้านฉัน เค้าจบปริญญาตรีกันหมด พี่สาวคนโตกำลังจะต่อโทบริหาร พวกเค้าไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ เค้าก็หางานดี ๆ เงินเดือนสูง ๆ ที่กรุงเทพได้สบาย ๆ บ้านฉันอยู่กรุงเทพ ไม่ลำบากหรอก

น้องทีน ไม่ยอมจำนน กับความคิดเรา พร้อมสวนว่า ประเทศไทย จนพอ ๆ กับเวียดนามแหละ มันเอง ยังมาตายเอาดาบหน้าเลย โหย ปี๊ดดดดดด อีกแล้วครับท่าน ปากอีเวรนี่มันเหม็นสุด ๆ เลยนะเนี่ย เราเลยสวนไปว่า อ๋อ นั่นมันเธอน่ะ ที่ต้องหนีตายจากบ้านเกิดมา แต่เธอรู้อะไรไม๊ ประเทศไทยน่ะ เจริญกว่าที่เธอคิดเยอะเลยนะ อย่างน้อยก็ความคิด และจิตใจ คนไทยมีสูงมากนะ และแม่ของฉัน เค้าไม่ได้รวย แค่เค้ามีธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีรายได้สูงกว่าฉันที่ทำงานที่นี่ ในปัจจุบันเสียอีก มันต่างกับบ้านเธอ ฉนั้น จะมาเหมารวมไม่ได้หรอก ที่ฉันมาอยู่นี่ ก็เพราะตามสามีมาอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่มา เพราะอยากมาทำงาน หาเงิน หาความสบาย เพราะบอกได้เลยว่า ประเทศไทยบ้านฉัน สบายกว่าอยู่นี่เยอะมาก ถึงมากที่สุด


น้องทีน ก็ยังไม่วาย เราเดินหนี มันก็ยังตามมาคุยต่อว่า ภาษาบ้านเธอตลกมากเลยนะ ฉันอ่านไม่ออกเลย เราก็ว่า อ้าว ก็แน่หล่ะ ฉันก็อ่านภาษาเธอไม่ออกเหมือนกัน

น้องทีน รีบสวนทันที แต่ภาษาบ้านฉันยังออกสากลนะ เพราะใช้ตัวสะกด ABCD เราก็สวนกลับทันทีเช่นกันว่า อ้อ ใช่ซิ ก็ประเทศเธอเคยเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสนิ แต่ขอโทษนะ ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร เราเลยมีภาษาพูด และภาษาเขียนเป็นของตัวเอง ชัดไม๊

จนสุดท้าย น้องทีนบอกว่า อยากไปเที่ยวเมืองไทย อยากเห็น อยากจะดูซิว่า จะยิ่งใหญ่กว่า ไซ่ง่อน หรือเปล่า เราก็หัวเราะ หึ หึ อ่ะจ๊ะ และตอบไปว่า อืม ถ้ามีโอกาสก็ไปดูนะ จะได้รู้จักประเทศไทยไว้บ้างก็ดี ... พร้อมแอบคิดสังเวชในใจ โถ...แม่สาวเวียดนาม คนเก่ง คนฉลาด นี่ถ้าไม่ติดว่า เราอยู่ในที่ ๆ ต้องสำรวมแล้วหล่ะก็ มันต้องตายไปแล้ว วันนี้ เรายอมรับเลยว่า เก็บอารมณ์ได้นิ่งมาก แต่กลับมาบ้าน นอนไม่หลับเลย ให้ตายเหอะ อีเวียด อีเวร อีบ้า อี อี อี อี อี โอ๊ย ไม่รู้จะระบายยังไงให้หายแค้นนะ ฮึ อีเวียด ปากเหม็นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2549 9:41:49 น.
Counter : 198 Pageviews.  


manlika
Location :
Bangkok,Thailand / Belgium

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอต้อนรับ เพื่อน ๆ ทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบล๊อคนี้นะคะ อาจจะเป็นบล๊อคที่ไม่ค่อยจะสวยงามอะไร ยังไม่เก่งค่ะ แหะๆๆ แต่ก็จะพยายาม เล่าเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิต ที่น่าจะมีประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์เลยก็ไม่รู้ซิ T_T 55+ เก็บไว้อ่านเล่น ๆ ในวันข้างหน้าค่ะ โดยเฉพาะ เรื่องราว ของยัยหนูตัวน้อย ๆ ที่เพิ่งออกมาดูโลก เมื่อเช้ามื่อวันอาทิตย์ที่ 10/08/08 ซึ่งได้เกิดมา เพื่อเอาหัวใจ ของพ่อกับแม่ไปจนหมดเกลี้ยงเลย ชาช่าลูกแม่ .....

THAILAND


BELGUIM

Friends' blogs
[Add manlika's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.