Group Blog
 
All blogs
 

อนุมูลอิสระ






 

Create Date : 03 ตุลาคม 2553    
Last Update : 3 ตุลาคม 2553 14:36:08 น.
Counter : 209 Pageviews.  

สุขภาพดี ด้วยน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว




 

Create Date : 12 กันยายน 2553    
Last Update : 12 กันยายน 2553 13:01:37 น.
Counter : 181 Pageviews.  

สุขภาพดี กับน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว อมตะออไรซา

สุขภาพดี กับน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว อมตะออไรซา










 

Create Date : 02 กันยายน 2552    
Last Update : 15 เมษายน 2553 11:39:20 น.
Counter : 686 Pageviews.  

น้ำมันรำข้าวสุดยอดผลิตภํณฑ์ไทย ก้าวไกลทั่วโลก

น้ำมันรำข้าว
โรงงานผลิตระดับโลก



น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ชนิดแคปซูน  อมตะออไรซา


ควรรับประทานทุกวัน วันละ 2 - 4 แคปซูน


ศึกษา วิจัย และ ผลิต โดย  แพทย์หญิงสมฤดี เอื้อสุดกิจ


ส่วนประกอบสำคัญ

1.  สาร แกมม่าออไรซานอล ทำหน้าที่กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกรีเซอไรด์ในตับและเลือด เป็นผลให้ความดันโลหิตลดลง ปริมาณน้ำตาลในเลือดลดลง การอุดตันในหลอดเลือดในส่วนต่างๆ ของร่างกาย หัวใจ สมอง ตับ ไต ต่อมลูกหมาก ลดลง  เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 


2.  ช่วยลดระดับของไขมันชนิดเลว (LDL) ซึ่งก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย เช่น ทำให้เป็นโรคหัวใจ  โรคอัมพฤกษ์ เป็นต้น


3.  ช่วยเพิ่มไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย


4.  วิตามินอี พบมากในน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดปฏิกิริยา OXIDATION  ซึ่งทำให้เกิดการสลายตัวของเยื่อหุ้มเซลล์ และ ทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ภายในร่างกายโดยอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ  นอกจากนั้น  วิตามินอี ในรูปของ โทโคเฟอรอล และ โทโคไทรอีนอล ซึ่งช่วยยับยั้งและขจัดอนุมูลอิสระ ตัวต้นเหตุให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น


5.  มีกรดไขมันไลโนเลนิค  หรือ  โอเมก้า 3  ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม  เด็กวัยเรียน นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คนวัยทำงาน ถ้าได้สารนี้เป็นประจำ จะทำให้สมองดี ความจำดี เรียนเก่ง


6.  มีกรดไขมันไลโนเลอิค  หรือ  โอเมก้า 6  ช่วยบำรุงระบบประสาท  ผิวหนังสดใส ระบบสืบพันธุ์ทำงานเป็นปกติ แก้ปัญหาการมีบุตรยาก  รวมทั้งช่วยให้สมรรถภาพทางเพศมีความเป็นปกติด้วย


7.  มีเลซิติน หรือ โอเมก้า 9 ช่วยชะลอความชรา  บำรุงสมอง หัวใจ ตับ ไต  ขจัดไขมันในเส้นเลือด 


8.  มีสารเซราไมด์ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง นุ่มนวล อ่อนเยาว์อยู่เสมอ ลบเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า  จุดด่างดำ ฝ้า และ กระ  เลือนหายไป 


9.  มีสารเมลาโทนีน  ช่วยให้นอนหลับลึก หลับสนิท ทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนเต็มที่ ร่างกายจึงแข็งแรง


10. สาร CLA  เพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกาย  ทำให้ไม่อ้วน 


11. ช่วยการขับถ่ายให้ดีขึ้น  เป็นผลให้ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำใส้ และ ริดสีดวงทวาร


12. ทำให้เส้นเลือดฝอยมีความยืดหยุ่นและทำงานได้ดี เป็นผลให้ดวงตาทำงานได้เป็นปกติ ป้องกันการเกิดโรคต้อ


13. ช่วยให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การผลิตฮอร์โมนจากต่อใต้สมอง ต่อมหมวกไต ตับอ่อน รังไข และ อัณฑะ  มีความเป็นปกติ


วิธีรับประทาน

รับประทานครั้งละ 1 - 2 แคปซูน วันละ 1 ครั้ง










น้ำมันรำข้าวจมูกข้าวอมตะของแท้เม็ดสีแดง


ราคาสมาชิกกล่องละ 600 บาท









 



บรรจุในกล่องมิดชิด ไม่มีรอยฉีกขาด ให้สังเกตุ


บาร์โค้ชข้างกล่อง ด้านที่มีเครื่องหมาย อย. ถ้า


พบว่าบาร์โค้ชชำรุดฉีกขาด แสดงว่าเป็นของปลอม


การรับประทานของปลอม อาจทำให้ตาบอด


สมองฝ่อ  กล้ามเนื้อลีบ หรือ เสียชีวิต  ดังกรณีนมปลอม


ในประเทศจีนที่มีเด็กพิการและเสียชีวิตจำนวนมาก











สมัครสมาชิกอมตะ  ได้ซื้อสินค้าราคาลดพิเศษและได้ของแท้จากบริษัทโดยตรง   ได้ธุรกิจแฟรนไชส์ เน็ตเวิร์ค อีคอมเมิร์ช  ลงทุนหลักร้อย  มีโอกาสสร้างรายได้หลักล้าน  อยู่บ้าน อยู่ที่ทำงาน ก็ขยายธุรกิจได้     เพราะขยายด้วยเว็บไซต์ที่ทำงานแทนเรา  24  ชั่วโมง  ติดต่อสมัครสมาชิกอมตะ  ตามเบอร์โทร หรือ อีเมลล์ข้างล่างนี้









 

Create Date : 04 สิงหาคม 2552    
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 16:08:36 น.
Counter : 147 Pageviews.  

สุขภาพดีจริงๆ ทำอย่างไร?

ผู้บริโภคชาวไทยทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมติดลำดับแรกของโลก เหตุผลหลักต้องการเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรค

นีลเส็นเปิดเผยผลการสำรวจเกี่ยวกับการรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยสนใจการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมมากที่สุดในโลกและครึ่งหนึ่งของผู้ที่ทานเปิดเผยว่าทานเป็นประจำทุกวัน

การสำรวจถูกจัดทำขึ้นทางออนไลน์ในปลายเดือนกันยายน 2551 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจที่นีลเส็นจัดทำขึ้นเป็นประจำ ปีละสองครั้งเพื่อติดตามเทรนด์ของผู้บริโภคทั่วโลก ในประเทศไทย ผลการสำรวจมาจากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างชายและหญิงที่ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวน 500 คน อายุ 15 ปี ขึ้นไป

นีลเส็นเผยผลการสำรวจของ 52 ประเทศทั่วโลกเกี่ยวกับระดับการรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม รวมถึงความถี่ เหตุผลที่ทาน และเหตุผลที่ไม่ทาน ประเทศที่พบคนทานวิตามินและหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากที่สุดในโลกคือ ประ เทศไทยและฟิลิปปินส์ (66%) อันดับรองลงมาคือ ลิธัวเนีย (59%) ไต้หวัน และสหรัฐ (56% ) ตามลำดับ และหากเปรียบเทียบจากผลการสำรวจในแต่ละทวีป ผลการวิจัยพบความนิยมในการทานอย่างแพร่หลายในประเทศแถบอเมริกาเหนือและเอเชีย มากกว่าประเทศในแถบยุโรปและละติน อเมริกา

ถึงแม้ว่าจะพบผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ที่สนใจการทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่เมื่อถามถึงความถี่ในการทาน พบว่ามีผู้บริโภคเพียงสามสิบสามเปอร์เซ็นต์ ที่ตอบว่าทาน “ทุกวันเป็นประจำ” ในขณะที่อีกสิบหกเปอร์เซ็นต์ ตอบว่าตน “ ทานประมาณ 2-6 ครั้ง ต่ออาทิตย์ ” และ “ น้อยกว่าหนึ่งครั้งต่อเดือน” ส่วนอีก สิบสามเปอร์เซ็นต์ กล่าวว่าตน “ทานประมาณหนึ่งครั้งต่ออาทิตย์ ”และ “ 2-3 ครั้งต่อเดือน ” หากเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศเอเชีย แปซิฟิค ผู้บริโภคที่ทานวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นประจำทุกวันได้แก่ผู้บริโภคในประเทศออสเตรเลีย (73%) นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ (67%) ตามลำดับ

และหากเปรียบเทียบจาก 52 ประเทศทั่วโลก เดนมาร์ก จัดอยู่ในลำดับแรกของโลกมีกล่าวว่า ตนทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นประจำทุกวัน ด้วยสัดส่วนที่มากถึง แปดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ ลำดับรองลงมาอย่างใกล้เคียงกันมากคือ นอร์เวย์ (80%) และสหรัฐอเมริกา (79%)

คุณสุรีรัตน์ วงษ์ตระหง่าน ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยข้อมูลผู้บริโภค กล่าวว่า “ พฤติกรรมการทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค หากเปรียบเทียบในกลุ่มผู้ทานวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้น ก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่าประเทศในกลุ่มที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเช่น ประเทศในแถบยุโรปตะวันตก และอเมริกาเหนือ จะมีความถี่ในทานที่สูงกว่า ประเทศในกลุ่มเอเชีย และประเทศในแถบตะวันออกกลาง ”

เหตุผลหลักในการทานวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

เหตุผลแรกที่ผู้บริโภคทั่วโลกคาดหวังจากการทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม คือ “เพื่อช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โรค ” โดยพบผู้บริโภคกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ทั่วโลกเลือกเหตุผลนี้เป็นเหตุผลหลักในการรับประทาน และจากห้าสิบสอง ประเทศที่ทำการสำรวจ นีลเส็นพบสามสิบเก้าประเทศเลือกเหตุผลนี้เป็นเหตุผลแรกเช่นกัน ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศดังกล่าวที่เชื่อว่าการทานวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจะช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคให้เพิ่มขึ้นได้ (52%) ส่วนเหตุผลที่สองคือ “เพื่อช่วยเสริมความไม่สมบูรณ์ของการรับประทานอาหาร” (50%) และ “เพื่อให้แน่ใจ ว่าการ รับประทานของพวกเขามีความสมดุล” (43%) ตามลำดับ

ส่วนปัจจัยอื่นๆที่มีส่วนกระตุ้นให้ผู้บริโภคทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อาทิ “คำแนะนำของแพทย์ หรือ เภสัชกรตามร้านขายยาและร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ ”เป็นผู้แนะนำนั้น ค่อนข้างจะมีบทบาทน้อยมากต่อผู้บริโภคเนื่องจากมีผู้บริโภคเพียงสี่เปอร์เซ็นต์ที่ทานวิตามิน และอาหารเสริมเนื่องจากร้านขายยา หรือร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพเป็นผู้แนะนำ และเพียงเก้าเปอร์เซ็นต์ที่ทานเพราะแพทย์แนะนำ

ผลการวิจัยพบสิ่งที่น่าสนใจอีกหนึ่งประการก็คือ เหตุผลหลักของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา (62 %) ที่เลือกทานวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมก็คือ “เพื่อให้แน่ใจว่าการรับประทานของเรามีความสมดุล” จากเหตุผลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นลักษณะการบริโภคในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการส่งเสริมทางการตลาดอย่างหนัก เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กกลุ่มนี้ โดยชาวอเมริกันนิยมทานวิตามิน และอาหารเสริมเพื่อชดเชยนิสัยการบริโภคอาหารที่ไม่ดีของพวกเขา ส่วนอีกอีกประเทศที่มีผู้บริโภคเลือกเหตุผลข้อนี้เป็นข้อแรกมากถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์คือ ประเทศญี่ปุ่น

เหตุผลหลักที่ไม่สนใจทานวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

นีลเส็นยังถามต่อถึงเหตุผลของการไม่ทานวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยพบว่ากว่าครึ่งของผู้บริโภคชาวไทย (56%) “ไม่เห็นความจำเป็นในการรับประทาน” ส่วนอีกเกือบครึ่ง ( 49%) เชื่อว่า “ การรับประทานของพวกเขามีความสมดุลเพียงพอแล้ว” และ “ สินค้ามีราคาแพงเกินไป”

อาหารเสริมแพงจริงหรือเปล่า? คุณคิดว่าต้องจ่ายเท่าไหร่
หากเป็น มะเร็ง,เบาหวาน, ความดัน, ไขมันในเลือด
อาหารเสริมนี่แหละครับที่จะช่วยคุณได้
ขอบคุณข้อความจาก //www.bangkokbiznews.com
สนับสนุนโดย //www.ddgrace.co.th/kongfa




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2552 10:51:27 น.
Counter : 173 Pageviews.  


Valentine's Month


 
kongfa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

-->
Google
?????????????? ????????? ?????
Friends' blogs
[Add kongfa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.