All Blog
เรื่องสิวๆ ที่ไม่สิว ... ลองมาแล้ว เลยมาเล่าสู่กันฟัง >> Philosophy << ..และ.. >> Paula's Choice <<
หลังจากที่เราหลับหูหลับตาสั่งของไปเมื่อช่วงก่อน ก็ได้ตัวสิวมาอยู่ในมือ 2 เซ็ท คือ 
1. Philosophy: clear days ahead จริงๆ เซ็ทนี้ตั้งใจซื้อให้น้อง แต่น้องไม่เอา พี่มันเลยต้องใช้เอง (อีกแล้ว) และ 
2. Paula's Choice: CLEAR Two-Week Trial Kit, Extra Strength ตัวนี้ได้แถมมา 
จากการซื้ออย่างไร้สติที่ทู้นี้ >> //pantip.com/topic/30559892

ด้วยความงก ก็ยังนึกๆ อยู่ว่าแล้วใครจะใช้ละเนี่ย เลยแกะ Philosophy มาใช้เองเลยละกัน 

โดยพื้นฐานผิวเราเป็นผิวมัน แต่แพ้ง่ายมากกกก ไม่ค่อยมีสิวค่ะ 
นอกจากจะไปแพ้อะไรมาจริงๆ ก็จะขึ้นเป็นสิวผดเล็กๆ กับสิวเม็ดเล็กจิ๋วๆ ที่ชอบขึ้นช่วงมีประจำเดือน
(ปกติสิวจะไม่ขึ้นค่ะ ถ้าไม่หาเรื่องไปใช้อะไรแปลกๆ นู่น นี่ นั่น ... แต่มันก็อดใจให้ลองของใหม่ๆ ไม่ได้อ่ะ เน๊อะ!) 

และมันก็มีสาเหตุที่ต้องได้แกะ Paula's Choice มาใช้จนได้ เพราะไป ตจว. แล้วแพ้น้ำ สิวเม็ดขาวๆ บุกขึ้นเป็นสิบจุดบนใบหน้า 
(เพราะชะล่าใจ ลืมพก Dermalogica Multi-Active Toner คู่บุญไปด้วย เป็นเรื่องเลย)
กรี๊ดดดดด... 


วันนี้เลยเอามาเล่าสู่กันฟังว่า 2 ชุดนี้ จากการใช้จริงของเรา มีความรู้สึกเป็นอย่างไรอ่ะจ้า 




ปล. ส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้ตัวสิวช่วงเย็นนะคะ  กลางวันยังใช้ Hope in a Jar เหมือนเดิมจ้า
ยกเว้นช่วงที่เห่อจริงๆ ใช้ทั้ง am/pm เลย  แล้วมาดูผลว่าเป็นอย่างไรกันจ้า 

*********************************************

เริ่มจาก Philosophy ก่อนละกัน เพราะแกะมาใช้ก่อน 

ชุดนี้ประกอบไปด้วย 4 ตัว คือ 
1. oil-free salicylic acid acne treatment cleanser 3 oz.
2. oil-free salicylic acid acne treatment & moisturizer 0.5 oz.
3. overnight repair salicylic acid acne treatment pads 30 ct. และ 
4. fast-acting salicylic acid acne spot treatment 0.25 oz. 

อย่าถามว่าแต่ละตัวใช้แบบไหน เพราะอ่านฉลากแล้ว ด้านหลังเขียนเหมือนกันหมดเลย  
เลยต้องประยุกต์ใช้เอาตามความเข้าใจ  5555!

เริ่มจากตัวนี้ (1) oil-free salicylic acid acne treatment cleanser

เป็นเนื้อเจล สีฟ้าใส เราใช้ล้างหน้าตอนเช้า 
(เพราะตอนเย็นต้องล้างเครื่องสำอางด้วย เราใช้ Purity ล้างหน้า และ Just release me ล้างรอบดวงตาอ่ะค่ะ)
ผลลัพธ์ที่ได้: ตัวเจลล้างออกง่าย ไม่ลื่น ใช้แล้วรู้สึกหน้านุ่มดีค่ะ ไม่แห้งตึง
เราว่าสำหรับตัวเราแล้ว สามารถประยุกต์ใช้เป็นตัวล้างหน้าตอนเช้าได้เลย เพราะสิวไม่ขึ้น เราให้ผ่าน!

ตัวถัดมา (2) oil-free salicylic acid acne treatment & moisturizer 

ตัวนี้เป็นตัวบำรุงหลังล้างหน้า 
ผลลัพธ์ที่ได้: สำหรับเรา มันก็พอไหวนะคะ แต่เราไม่กล้าใช้เยอะ 
เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าตอนที่ใช้ ไม่ได้มีสิวเห่ออะไรมากมาย
ก็แค่ใช้เป็นตัวบำรุงไม่ให้หน้าแห้งจนเกินไปอ่ะค่ะ 
อีกอย่างโดนขู่มาว่า ใช้พวกตัวรักษาสิว มันจะทำให้หน้าแห้งนะ เลยไม่กล้าลงเยอะเลย ^^"

ต่อมา (3) overnight repair salicylic acid acne treatment pads มี 30 แผ่น

เราใช้แทน toner เลย (แอบหวังว่ามันจะช่วยเรื่องสิวเสี้ยนให้หลุดออกไป อิอิ)
ผลลัพธ์ที่ได้: ก็เฉยๆ เพราะเหมือนกับเช็ด toner อ่ะค่ะ ต่างกันแค่เพียงอันนี้เค้าชุบน้ำยามาให้แล้ว
เวลาจะใช้ก็แค่แกะออกมาใช้ครั้งละแผ่น ลูบหน้าเบาๆ ให้ทั่ว ปล่อยไว้ให้แห้งแล้วลงบำรุงต่อ

ตัวสุดท้าย (4) fast-acting salicylic acid acne spot treatment 

เข้าใจว่าเอาไว้แต้มหัวสิว หรือลดพวกรอยสิวนะ  เราใช้ก่อนลงตัวที่ (2)
ผลลัพธ์ที่ได้: เหมือนตัวอื่นๆ เพราะใช้ตอนไม่มีสิวเห่อจัดๆ เลยวัดไม่ได้ว่าช่วยได้ทันทีไหม

ผลลัพธ์ในการรักษาสิว: 
ตอบไม่ได้ว่า 100% หรือไม่ เพราะช่วงที่ใช้ Philosophy เซทนี้ สิวไม่ค่อยขึ้นอ่ะค่ะ 
แต่จากการใช้ ตอบได้ว่าเซทนี้ไม่ทำให้หน้าแห้งเป็นขุย และสิวไม่เห่อ ไม่แพ้ อ่ะค่ะ 
(อย่างที่บอกว่าผิวเราแพ้ง่าย ลองอะไรแปลกๆ มักขึ้นกระจายอ่ะค่ะ)

(เคยลองเซทของ Murad แล้วสิวกระเจิง ทั้งสิวเม็ดและสิวผด 
และจากผิวมันๆ กลายเป็นคนหน้าแห้งผากไปร่วมปีเลยอ่ะค่ะ  
ของเค้าแรงจริง อะไรจริง )

*********************************************

ต่อกันที่เซทถัดไป  จริงๆ แล้วตัวนี้เป็นของแถมอ่ะค่ะ 
ได้มาจากการซื้อตัวใหญ่ของกลุ่ม Skin Balancing 
(เราว่าผิวเราเหมาะกับตัวนี้มากกว่านะ!) 
จริงๆ ที่ถอย  Paula's Choice นี่ก็เพราะว่า งก อยากได้ของแถมนี่แหละค่ะ 
สั่งแบบไม่คิดอีกแล้ว -"-
ตอนได้เซทแถมนี่มาแรกๆ ก็ยังคิดขำๆ อยู่เลย ว่าแล้วใครจะใช้หว่า?!?

และแล้วมันก็มีเหตุให้ต้องได้เปิดใช้เซทนี้จริงๆ เพราะอย่างที่เกริ่นบอกไปในตอนแรก
เราไป ตจว. แล้วแพ้น้ำอ่ะค่ะ แถมลืมพก toner คู่บุญไปด้วย ยิ่งเห่อกันใหญ่เลย Smiley

วันกลับยังไม่เท่าไหร่ ก็เห็นแว้บๆ ว่าน้องสิวมาเยือนประมาณ 2-3 เม็ดได้ 
แต่ที่ไหนได้ วันรุ่งขึ้น ส่องกระจกดู 
โอ้วววว.... แม่จ้าววววว มันขึ้นแถวๆ ข้างจมูก และแก้ม ทั้งเม็ดใหญ่ เม็ดเล็ก เม็ดน้อย 
นับรวมกันได้กว่า 20 เม็ดแน่ะ! 

รีบรื้อๆ ค้นๆ กรุ skincare ที่ช้อปมาอย่างด่วน จนมาเจอเซทนี้  
Paula's Choice CLEAR Two-Week Trial Kit, Extra Strength, Complimentary Gift with Purchase  
เอาล่ะ สงสัยฟ้าสั่งมาให้ชั้นต้องได้มาทดสอบประสิทธิภาพของป้าพรอย่างจริงจังซะแล้ว 
เมื่อคิดได้ดังนั้น เลยรีบจัดตั้งแต่คืนนั้นเลยอ่ะค่ะ

ผิวขณะทดลองใช้: มีสิวเม็ดเล็ก เม็ดน้อยขึ้นกระจายอยู่ทั่วใบหน้า 
(แต่ไม่ถึงขั้นเม็ดใหญ่ และอักเสบนะคะ)
จริงๆ มีอีกเหตุผลหลักๆ ที่ตัดสินใจใช้ตัวนี้คือ เค้าเขียนไว้ว่า reduce red marks นี่แหละ
กลัวเกิดรอยแดงๆ อ่ะ เลยรีบเอามาเปิดใช้เลย  เหอะๆๆ

เซทที่ได้มานี้ประกอบไปด้วย 
- CLEAR Pore Normalizing Cleanser 30 ml
- CLEAR Extra Strength Anti-Redness Exfoliating Solution with 2% Salicylic Acid 30 ml
- CLEAR Extra Strength Daily Skin Clearing Treatment 15 ml

ช่วงนั้นจิตตก เลยอัดใช้ไปเลยเช้า-เย็น และเลิกใช้ครีมตัวอื่นๆ ด้วย ประโคมแต่เซทนี้ล้วนๆ เพราะอยากหายไวๆ
หน้าก็ไม่แต่ง ใช้แต่แป้งเด็กอย่างเดียว 
(แต่กันแดดยังใช้ตามปกตินะจ๊ะ ไม่ใช้ไม่ได้ แดดบ้านเรามันแร๊งงงงงงง.....) 

เริ่มจากตัวแรก CLEAR Pore Normalizing Cleanser

ตัวล้างหน้า เราใช้ตอนเช้า และในบางวันใช้ตอนเย็นด้วย เพราะช่วงสิวเห่อ เราไม่อยากแต่งหน้าอ่ะค่ะ 
ไม่อยากทำร้ายผิวหน้าไปมากกว่านี้  ^^
ตัวนี้เป็นเจลใส ใช้ล้างหน้าค่ะ ปริมาณในการใช้ต่อครั้งก็ประมาณเหรียญบาทอ่ะค่ะ
ผลลัพธ์ที่ได้: ล้างออกง่าย ไม่ลื่น ล้างหน้าได้สะอาด ผิวหน้าไม่แห้งตึงเช่นกัน 
แต่ถ้าเทียบกับ Philosophy ด้านบนแล้ว ทั้งสองตัวล้างหน้าได้สะอาดพอๆ กัน 
แต่หากใครชอบแบบที่ว่าล้างแล้วหน้าต้องไม่มัน ตัวล้างหน้าของ Paula's Choice จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ

เสร็จแล้วก็ต่อกันด้วย CLEAR Extra Strength Anti-Redness Exfoliating Solution with 2% Salicylic Acid

ถ้าจะเรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆ มันก็คือ toner ที่ใช้หลังจากล้างหน้าเสร็จนี่แหละค่ะ 
ผลลัพธ์ที่ได้: รู้สึกว่าเช็ดแล้วหน้าสะอาดยังไงก็ไม่รู้ เพราะสำลีที่ใช้มันเช็ดสิ่งสกปรกออกเพิ่มให้อีกด้วยอ่ะ ^^"
แต่หลังจากเช็ดตัวนี้แล้ว ควรตามด้วย moisturizer ทันทีนะคะ 
เพราะถ้าเช็ดแล้วปล่อยทิ้งไว้ มันจะรู้สึกตึงๆ เหมือนหน้าแห้งๆ อ่ะค่ะ

แล้วก็ตามด้วย step ต่อไป CLEAR Extra Strength Daily Skin Clearing Treatment 

ตัวครีม สำหรับเราเอง เรารู้สึกว่าเค้าจะมีส่วนผสมอะไรบางอย่างด้วย เพราะเนื้อครีมมันไม่เรียบ ลื่น 
แต่จะรู้สึกเหมือนจะมีเม็ดๆ อะไรอยู่ด้วยซักอย่าง 
(แต่ไม่เยอะมากนะคะ แค่พอให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ เวลาวอร์มครีมอ่ะค่ะ)
*** อันนี้เราคิดเองนะคะ ว่าอาจจะเป็นส่วนผสมอะไรซักอย่างหรือปล่าว 
เพราะอย่างเมื่อก่อนเวลาใช้ toner Clarins ตัวสำหรับผิวมันมาก - เลิกทำขายไปแล้ว 555! 
มันจะมีเม็ดแป้ง(หรืออะไรบางอย่าง) ผสมอยู่ด้วยอ่ะค่ะ ***
ผลลัพธ์ที่ได้: รู้สึกหน้าตึงๆ เหมือนโดนอะไรเคลือบอยู่ 
พอลูบหน้าดูจะรู้สึกลื่นๆ เหมือนมีแป้งเคลือบผิวหน้าไว้อ่ะค่ะ 
แต่ก็ไม่รู้สึกว่าแห้งมากมายเท่าไรนัก และไม่แสบหน้าด้วยค่ะ

ช่วงนั้นใช้แบบ เช้า-เย็น เลย ทนหน้าตึงๆ ไปได้ประมาณ 3-4 วัน 
(ไม่ได้ตึงจนแสบเหมือนหน้าลอกนะคะ 
เพราะหลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงหน้าก็เข้าสู่สภาวะปกติ) 
ก็ยังคิด(เอง) ว่ามัน work เหมือนกันนะ หน้าไม่ลอกด้วย 
แถมสิวก็เริ่มยุบ บางเม็ดที่แตกก็ไม่ได้เป็นรอยแดงมากนักด้วย  แอบปลื้มมมมม

และแล้ววันที่ 5 ความจริงก็เริ่มปรากฎ 
(บนรถด้วย เพราะอย่างที่เคยบอก ว่าเราชอบแต่งหน้าบนรถอ่ะ) 
ระหว่างที่ลงกันแดดแล้ว และทาแป้งเด็กนั้นเอง ...
เจี๊ยกกกกก.... ข้างแก้มเป็นขุยเลยค่าาาา ทั้ง 2 ข้างเลย แทบกรี๊ดอ่ะ 
รีบเอาทิชชู่ชุบน้ำ เช็ดคราบแป้งออกอย่างรวดเร็ว และค้นๆ จนเจอตัวช่วยที่แบ่งใส่กระปุกเล็กๆ ติดรถไว้ 
(โชคดีที่ไม่ได้เอาลงจากรถ แต่ยังไงเราก็มีติดโต๊ะทำงานไว้อีกกระปุกอยู่ดี อิอิ)
- คือไอ้ที่มันลอกเนี่ย มันมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอ่ะค่ะ 
มันต้องโดนแป้งซะก่อน ทีนี้ละ ขุยๆ ขาวๆ เต็มข้างแก้มเลย

หลังจากนั้นเลยเพลาๆ การใช้ป้าพรลง เหลือแค่ใช้ full step ก่อนนอนครั้งเดียวพอ 
และหลังจากทาตัว CLEAR Extra Strength Daily Skin Clearing Treatment แล้ว 
เราก็จะตามด้วย moisturizer คู่บุญเราอีกที เพื่อไม่ให้ผิวหน้าแห้งจนเกินไปอ่ะค่ะ 
ดังนั้น step กลางคืนเราเลยมีตัวนี้เพิ่มเข้ามาอีก 1 ตัว กันหน้าแห้งจนลอกอ่ะค่ะ 


ส่วนตอนเช้า เราก็จะใช้แค่ตัวที่ (1) ล้างหน้า และ (2) เช็ดผิวหลังล้างหน้าเท่านั้น 
แล้วตามด้วย Hope in a jar แทน 
(ไม่อยากใช้ Hope in a jar ต่อจากตัว Daily Skin Clearing Treatment อ่ะ 
กลัวส่วนผสมบางอย่างตีกัน - โหมดมโนเอาเอง แฮะๆๆ)
ซึ่งเราใช้อยู่แบบนี้ประมาณ 2 อาทิตย์อ่ะค่ะ  
สิวที่เคยขึ้นมาก็ยุบหายไปแล้วก็ไม่มีรอยแดงนะ 
สำหรับเรา ถือว่าพอใจในระดับนึงค่ะ 

ผลลัพธ์ในการรักษาสิว:
เราว่าจริงๆ แล้วตัวนี้น่าจะช่วยเรื่องสิวได้จริงจังกว่า Philosophy ด้านบนอ่ะค่ะ 
เพราะตัวนี้ค่อนข้างจะเห็นผลลัพธ์ที่พึงพอใจได้เร็ว และส่วนผสมก็แรงกว่าเยอะเลย 
(ก็เล่นเอาเราหน้าลอกเป็นขุยเลยอ่ะ)
ส่วน Philosophy เน้นการบำรุงระยะยาวซะมากกว่า เพราะเราใช้แล้วหน้าไม่แห้ง 
และช่วงที่ใช้สิวก็ไม่มาเยือนด้วยอ่ะค่ะ

เพราะฉะนั้น สรุปง่ายๆ ตามความเข้าใจเราเองนะคะ คือ 
Paula's Choice --> สำหรับสิวอักเสบ เห่อ ต้องการเห็นผลไว เพราะตัวยาเค้าแรงใช้ได้เลย
Philosophy --> เน้นการบำรุง ไม่ให้เกิดสิวในระยะยาว ไม่ให้สิวกลับมาเห่อมากกว่า 
หากเป็นสิวและต้องการผลลัพธ์ในการรักษาที่รวดเร็ว ไม่แนะนำ Philosophy นะจ๊ะ




Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2557 1:05:14 น.
Counter : 569 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ซามูไรเก๋า...
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ชอบอ่านหนังสือ ชอบเที่ยว ชอบกิน ชอบเลี้ยงสัตว์ และโดยเฉพาะชอบการช้อปปิ้ง(เป็นพิเศษ) ชอบซื้อของ ชอบลอง จนตอนนี้ชักอยากขยับมาขายของเองมั่งละ ^^"

อยากลองทำรีวิวกับเค้าดูมั่ง ยังไงก็ช่วยติชม และให้อภัยมือใหม่ด้วยนะจ๊ะ