Group Blog
 
All Blogs
 

นิยายที่คล้ายเรื่องจริง อีกแล้ว คราวนี้มีเสียว

“เจ้าคุณอำนาจอยู่ที่ราษฎรเชื่อถือ มิใช่อยู่ที่พระแสงราชศัสตรา”
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชนุภาพ

ด้วยความเคารพครับ อยากจะเล่าเรื่องไร้สาระให้ฟัง (นิทาน)
ใครชอบพกมีดเข้าสถานที่ราชการระวังด้วย โดยเฉพาะคา...
ว่าแต่เมื่อไรจะเปิด ให้ซ้อมกันซะที่ครับ พี่เอ็ม พี่โจ้
ณ ทางเข้าห้องปฏิบัติราชาการของ ...........
ผม "สวัสดีครับ ผมมาขอพบท่าน.... ครับ ท่านเรียกผมพบ ครับ"
พร้อมยื่นบัตรแสดงตน
ตำรวจหน้าห้อง ดูที่รายชื่อ พร้อมโทรเข้าไปถามในห้อง "อ้อ ท่านสั่งไว้แล้ว เชิญเลย "
ขณะเดินผ่านเครื่องตรวจโลหะ เครื่องร้องในระดับที่ดับ มาก
"แย่แล้ว ลืมไม่ได้เอาของเล่นเก็บไว้ในรถ"
ผม “โทษที่ครับ ผมลืมเอามือถือออก”
พร้อมทำท่าล้วงมือถือแล้วเดินออกมาใหม่
ตำรวจ "รีบเข้าไปเถอะ เดี้ยวท่านรอ"
ผม "ครับๆ"
รอดแล้วเรา
อิอิอิ
เข้าไปห้องแล้ว
ณ บริเวณหน้าโต๊ะเลขานุการ
หญิงสาวที่มีใบหน้าอายุเข้า หลักสี่ แต่มีคำนำหน้านามตามป้ายชื่อที่โต๊ะว่านางสาว
"น้องมาทำอะไร"
ผม "ึสวัสดีครับ ท่านเรียกผมพบครับ"
หญิง...."รู้แล้ว ว่าแต่ท่านเรียกเรื่องอะไร"
ผม "ไม่ทราบจริงๆครับ ทราบแต่ว่าคงเป็นเรื่องสำคัญ"
หญิง.... "รอเดี้ยว"
พลางยกหู โทรเข้าไปในห้อง
หญิง..... "เชิญพบได้"
ผมเดินเข้าไปอย่างมั่นใจ
หญิง... "น้องๆ พกปืนเข้ามาได้อย่างงัย ตำรวจไม่ดูเลยหรอ"
ผมไม่อยากสนใจเลยเดินเข้าไปในห้องนายเลย
พอเข้าไปก็พูดคุยกับนายได้ประมาณ สองนาที ก็มีเคาะประตู
แล้วประตู ก็เปิดออก

ตำรวจ สามนาย เข้ามาพร้อมกับหน้าห้อง

หญิงเหมือนจะสาว "ท่านค่ะ คนคนนี้พกปืนเข้ามาค่ะ ท่านค่ะที่กระเป๋าด้านซ้ายนะค่ะ"

เพ็ดทูลเข้าไป

โถ่เจ๊ นั้นมัน Karambit เรานึกในใจ

ท่าน "นี้ ถ้ามีอะไรจริง นะ ป่านนี้ ผมตายแล้ว กว่าจะเข้ามากัน"

อิอิ รอดเดี้ยวสงสัยนายจะให้ท้ายเหมือนเดิม เรานึกในใจ (อยู่ป่า อยู่ชายแดน ลำบากมาด้วยกัน) เวลาออกพื้นที่ ถ้าท่านทราบว่าผมไม่พกหรือลืมพกปืน จะไล่กลับทันที

ท่าน "เค้าเคยอยู่กับผม ถ้าเค้าไม่พกนะผิดปกติ ไม่มีอะไรหรอกขอบคุณมากๆทุกคน"

ตำรวจ “ผมว่าแล้ว ไม่มีอะไร “

้เมื่ออยู่กันตามลำพัง

ท่าน " ยังพกอยู่อีกหรอ "
ผม " "มีดครับท่าน"
ท่าน "มีดเล่มละเป็นพันนั้นอะนะ"
ผม "ครับ"
ท่าน "เดี้ยวนี้ได้ข่าวว่าอยู่ใกล้กรุงเทพแล้วนี้"
ผม "ครับ"

----- สนทนา ธุระ --------

ผม "ท่านครับผมลากลับครับ"
ท่าน "บัฟ ผมขออย่าง มีด ปืน ผมไม่ว่า แต่ ไอ่ก็อตๆอะไรของคุณ นะเลิกได้แล้ว"
ผม "......"
ท่าน " เลี้ยงตั้ง 5 ปี มันยังไม่ตายอีกหรอ"
ผม "คือว่า..."
ท่าน "เอาตามนี้แล้วกัน คราวหน้าอย่าให้เห็นอีก ขาดเหลืออะไร ให้โทรมา แล้วหัดขอนายบ้าง อย่าปฏิเสธนาย "
ผม "คือว่า...."
ท่าน "บัฟ นะ คุณนะ หาเมียได้แล้ว"
ผม "เออ"
ท่าน "เอาไปคิดดู"

ขณะที่เดินออกมาจากห้อง
ผม "ป้าครับ ผมกลับแล้วนะครับ" เน้นคำว่าป้า
หญิงเหมือนจะสาว ".........."
ไม่รู้ว่าป้าท่านจะเจออะไรบ้าง ท่านไม่ชอบคนทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
แต่ผมก็ทำผิดมารยาทจริงๆ นั้นละ
พกเท่าที่จำเป็นนะครับ
ขอบคุณมากที่อ่านเรื่องไรสาระนี้จนจบ
ขอแสดงความนับถือ
Gearmour
ปล. พรรคไหนเปิดให้พกมีดเสรี โปรดเลือกพรรคนั้น

ที่เดิมอยู่นี้ครับ
//thaiblades.com/forums/showthread.php?t=3262

ขอแสดงความนับถือ
Gearmour




 

Create Date : 07 มีนาคม 2549    
Last Update : 7 มีนาคม 2549 23:42:46 น.
Counter : 700 Pageviews.  

โคลง สอนมวย ครับ

ด้วยความเคารพครับ ผมเรียนมาน้อย แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าจะน่าจะมีประโยชน์ต่อบางท่าน เลยเชิญเอามาลงไว้ครับ

ดังครูสอนไว้แต่ก่อนฉันจะกล่าว ตามเรื่องราวมีมาอย่าสงสัย
จะเป็นมวยมีฝีมือให้ลือชัย ต้องตั้งใจพยายามตามวาที
หนึ่งตื่นจากนิทราเวลาไหน ให้นอนหงายเหยียดเท้าทั้งสองศรี
ตรงไปทั้งสองข้างวางให้ดี ให้ชกชี้สองมือกระพือไป
จนลุกตั้งตัวตรงดำรงนั่ง จึงหยุดยั้งโดยจำนงอย่าสงสัย
วุฒินี้ดีจริงอย่างกริ่งใจ อาจทำให้มือถนัดไม่ขัดเคย
ทั้งเส้นสายบริบูรณ์ประมูลไว้ อย่าสงสัยจงประดิษฐ์นะศิษย์เอ๋ย
สองวุฒิล้างหน้าเวลาเคย อย่าละเลยหนาจงจำเอาคำใน
ให้เอามือเข้าประคองรองสาคร มารอหน้าไว้ก่อนอย่าถูไถ
ให้เอาหน้าถูมือกระพือไป วุฒินี้ทำได้คงเห็นจริง
จะหลบลอดมือเท้าเมื่อคราวขัด จะบำบัดไม้เวียนสวายสวิง
อุตส่าห์เรียนเพียรเล่นคงเห็นจริง สรรพสิ่งเส้นสายก็คลายเคย
สามเมื่อสุริยันตะวันเธอส่องแสง ขึ้นแจ่มแจ้งจริงอย่านิ่งเฉย
ผินหน้าดูสุริยาให้ตาเคย อย่าแลเลยผินเพ่งเล็งตะวัน
จนสุริยันสายแสงพอดูได้ อย่าทำใจโยกเยกใช่เสกสรรค์
ให้แสงตาเรากล้าขึ้นทุกวัน เมื่อประจันไม่ต้องพริบขยิบตา
ได้แลเล็งเพ่งดูเมื่อสู้รบ การหลีกหลบก็ถนัดไม่ขัดหนา
วุฒินี้ดีอยู่ท่านครูบา สอนให้แสงตาแข็งเพราะแสงทิน
สี่เมื่อเวลาเราลงสรงสนาน ในท้องธาราคงคาชลาสินธ์
ให้ดำน้ำลืมตาเป็นอาจิน จะเพิ่มพินแสงตากล้าขึ้นไป
ห้าลงไปน้ำเพียงคออย่าท้อแท้ ให้ลงศอกถองกระแสอย่าสงสัย
ทั้งสองศอกชุลมุนออกวุ่นไป จนลอยในวารีนทีธาร
วุฒินี้ดีเหลือฉันเชื่อแล้ว ให้คล่องแคล่วศอกแสกก็แตกฉาน
สู้พากเพียรเรียนทำให้ชำนาญ เมื่อต้องการก็จะสมอารมณ์เอย
หกเมื่อเวลาเช้าเย็นหรือพลบค่ำ จะชี้แจงนะจงจำอย่างนิ่งเฉย
จงเตะถีบชกลมให้คมเคย อย่าละเลยลืมคำที่รำพัน
ให้โดดเข้าโดดออกทั้งศอกเข่า ทั้งมือเท้าทำวุ่นดังหุนหัน
ทั้งโลดเต้นเล่นตัวออกพัวพัน ทุกวี่ทุกวันเพียรทำดังคำกลอน
วุฒินี้ประเสริฐเลิศวิลิส ประจักษ์จิตแล้วจงจำตามคำสอน
จงหัดฝึกนึกทำดังคำกลอน วุฒิสอนจบเสร็จสำเร็จทาง
ท่านครูเฒ่าเจ้าตำราเห็นท่าศิษย์ แนบสนิทดีถนัดไม่ขัดขวาง
ทั้งแคล่วคล่องว่องไวจะไว้วาง ไม่ระคางขัดตาเวลาแล
จึงให้จัดเครื่องบูชาคารวะ บูชาพระครูนามตามกระแส
เงินบาทสามสิบสองอัฐไว้ชัดแน่ ไม่เชือนแชกรวย 6 ให้ยกครู
อีกผ้าขาว 6 ศอกท่านบอกไว้ เทียนดอกไม้ธูปเสร็จสำเร็จอู่
ยกขึ้นจบเกษาบูชาครู เข้าเทียมดูลุกยืนตัวตรง
เท้าทั้งสองชิดแนบเข้าแบบอย่าง ทำท่าทางครูสอนโดยประสงค์
ครูจึงจับมือทั้งสองจองประจง เอาขึ้นคงจดหน้าผากปากให้พร
ว่าสิทธิกิจจังสำเร็จกิจ จงประสิทธินะจงจำเอาคำสอน
สิทธิกัมมังขอให้ทั้งสถาวร จงกล่าวกลอนกะระตถาคะโต
อีกสิทธิ เตโชไชยโยนิจจัง หวังเป็นที่พึ่งพักได้อักโข
อีกสิทธิกัมมังตั้งนะโม จงภิญโญเป็นนิตย์อยู่สิทธิเต
สอนให้ว่าถ้วนครบคำรบสาม เป็นข้อความตามกันไม่หันเห
ย่างสามขุมสอนสั่งดังอุปเท่ห์ บอกไม้เอเอกโทตรีจัตวา
ไม้ปัญหาจะบอกให้พอได้พบ บอกสมทบไว้พอถ้วนกระบวนหา
ไม้หนึ่งหมัดที่ยื่นชักคืนมา ตีเท้าหน้าพร้อมชักให้ยักตาม
ไม้สองให้ปิดปกชกด้วยศอก ไม้สามบอกห้ามไหล่คือไม้สาม
ไม้สี่ให้ชกนอกท่านบอกความ ชักออกตามชกในไขวาที
ประสานงาไม้ห้าท่านบอกไว้ ตามนิสัยครูสอนแต่ก่อนกี้
จบไม้ครูห้าไม้ไว้พอดี ยังไม้มีเบ็ดเตล็ดไม่เสร็จการ
จะกล่าวไม้ทัดมาลาทำท่าแปลก เอามือแบกปิดหูดูสงสาร
อีกไม้กาฉีกรังไม่ยั่งนาน ต้องใช้เท้าเข้าประสานที่หว่างอู
หนุมานถวายแหวนที่แสนสวย เอามือฉวยข้อศอกทำกลอกหู
อีกไม้อาบพลอยล้มลงจนพรู พิเคราะห์ดูท่าลมก็สมควร
ยังไม้ลิงชิงลูกไม้พิไรว่า ทำทางท่าว่องไวน่าใคร่สรวล
ไม้กุมภกรรณหักหอกออกกระบวน ฤาษีมุดสระปะทะประทัง
อีกไม้ทศกรรณโศกวิโยคยักษ์ ตะเพียนพักแฝงตอไม่รอรั้ง
ยังอีกไม้แฝงคลุมขุ่มเข้ารัง ท่านแต่งตั้งเติมไว้เป็นไม้มวย
คชสารกวาดหญ้าท่านว่าไว้ หักหลักเพชรเกล็ดชัยบอกไว้สวย
คชสารแทงโรงตะโตงกาย ต้องพุ่งพวยโยกคลอนถอนหลักไป
อีกหนุมานแหวกฟองท่านร้องเรียก อีกสำเหนียกลิงพลิ้วต้องเผล่ไพล่
ทั้งไม้การอดบ่วงทะลวงไป ท่านขานไขคอยหลบประจบแรง
ไม้หนุมานแบกพระท่านว่าไว้ ก็เคลือบคล้ายถอนตอพอรู้แจ้ง
อีกไม้หนู ไต่ราว ต้องยาวแทง ตะหลบบกยกแว้งกลับศอกมา
ยังอีกไม้ตอแหลไม่แท้เที่ยง หลอกจะเหวี่ยงติดตลกชกหมัดหน้า
เบ็ดเตล็ดเสร็จแท้แน่อุรา จำวาจาไว้ให้แจ้งอย่าแคลงใจ
ยี่สิบเบ็ดเสร็จสนบอกไว้ก่อน ที่ครูสอนเหลือจะจำเอาคำไข
สุดที่จะพรรณนาท่านว่าไป ที่จำได้ฉันจึงบอกไม่หลอกลวง
ยังโคลงมวยต่อไปในสำเหนียก ท่านชี้เรียกโคลงตามไม่ห้ามหวง
จะชี้แจงแต่งออกเป็นดอกดวง ไม่ล่อลวงครูสอนแต่ก่อนมา
ถ้าเขายาวเราพึ่งฝากชีวิต อย่าควรคิดคาดคงเข้าตรงหน้า
ต้องค่อยแบ่งแย้งรอมรคา พอได้ท่าใต้บนปนกันไป
นี้แลโคลงเปรียบเทียบทำเนียบแนะ จงแค่นแคะตรึกหาดังปราศรัย
ผู้ใดมีปรีชาปัญญาไว คงคิดได้มั่นคงอย่าสงกา

ขอแสดงความนับถือ
Gearmour




 

Create Date : 06 มีนาคม 2549    
Last Update : 6 มีนาคม 2549 20:50:37 น.
Counter : 762 Pageviews.  

นิยายที่คล้ายเรื่องจริง ดุ เด็ด เผ็ดมันส์ เขียนไว้นานแล้ว

ด้วยความเคารพครับ

นิยายที่คล้ายเรื่องจริงของ ......
คืนนี้ เป็นคืนที่น่าจะทรมานอีกวันหนึ่ง รุ่นพี่ร่วมวิชาชีพ ชวนไปทานอาหารและดื่มกิน ที่ว่าทรมานเพราะว่ากระเพาะไม่ชินกับข้าวเย็นนานแล้ว และไม่ดื่มสุราด้วย ที่สำคัญ พี่เค้าไปกับกิ๊ก นักศึกษาสาวปริญญาโท ของมหาลัยในท้องที่รับผิดชอบ ร้านที่ไปก็ไกลๆ แถมอยู่นอกเขตจังหวัดอีก ไม่เคยไปต่างหาก รับปากแล้วยังงัยก็ต้องไป
(๑) น้ำมันยังไม่ได้เติมกำลังจะหมดถังอยู่แล้ว
(๒) เงินในกระเป๋าเหลือแค่ ๒๐ บาท ทำงัยดี
(๓) ไปหาเข้าข้างหน้าแล้วกัน
ณ ถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง มืดด้วย นี้ตู้เอที่เอ็ม นี้ ตรงนี้ละดีเลย ถอยๆ จอด แล้วล็อครถและก็ลงไป กดเงินซักพัน เป็นค่าน้ำมันและอาหาร ดีกว่า ว่าแล้วก็เดินไปกดเงิน มองซ้ายมองขวา และก็เข้าไปทำธุรกรรม (ใช้คำหรูเชียว) หลังจากรับเงินเก็บเงินเข้ากระเป๋า ขณะที่กำลังออกจากตู้ มีรถจักรยานยนต์ปาดเข้ามาบนฟุตบาท ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย มีผู้ซ้อนท้ายรูปร่างสันทัดสวมเสื้อคลุมไม่สวมหมวก ซึ่งได้ลงจากรถและเดินเข้ามาประจันหน้า มีเสียงจากชายคนนั้นว่า “เอาเงินมา” นี้มันจะปล้นกันมือเปล่าหรือนี้ ไว้เท่าความคิดชายในเสื้อคลุมเอื้อมมือไปข้างหลัง เท่านั้น มีดพับใบทันโต หรือแทนโต เขียนอย่างไรไม่แน่ใจ หนาๆ ทำจาก เอทีเอส สามสิบสี่ ที่เป็นสนิม ก็สะบัดออกจากกระเป๋ากางเกงข้างขวา ใบที่ออกแบบมาดิบๆ แต่อยู่ในมือคนดิบกว่า พุ่งเข้าหาท้องบริเวณเหนือเข็มขัดชายในเสื้อคลุมทันที หนึ่ง ที่สองมือซ้ายค้ำคอ แล้วซ้ำอีกทีเต็มแรง บริเวณใกล้เคียงตำแหน่งแรก หนีดีกว่า ไปที่รถเดี้ยวนี้ ใจบอก แต่
(๔)ขณะที่กำลังหันหลังไปทีรถนั้นทั้งๆที่ชายในเสื้อคลุมยังไม่ล้มลง แทนที่จะไปที่รถ
(๕)ชายอีกคนบนจักรยานยนต์กลับเป็นเป้าต่อไป หมายเลขหนึ่ง และ สี่ ของจารย์โจ้ ได้ทำงาน หมายเลขหนึ่งฟันออกไปทั้งที่ เป้าหมายยกแขนขึ้นกัน หมายเลขสี่ ปาดเข้าที่ท้อง ไม่มีท่าเตะสวยๆเหมือนในหนัง ไม่มีการใช้มีดอีกเล่มที่พก พอแล้ว ไปที่รถ หนีดีกว่า ปืนปืนอยู่ในรถ ไปเอาปืนมากดมันคนละนัดก็ไม่สาย ไว้เท่าความคิดสองขาทั้งสองข้างพาไปที่รถ กุญแจอยู่ไหนนี้คนเรานี้ถ้าตกใจแค่ไขประตูรถก็ยากแล้ว พอขึ้นรถได้ความคิดจะซ้ำก็หายไป ไปดีกว่า ว่าแล้วก็ขับรถออกมา ประมาณ ห้าร้อยเมตร แล้วจอดแล้วหยิบเป้ขึ้นมา กลับไปซ้ำมัน ด้วยอะไรดี 357 หรือ 45 ดี คิดไปคิดมาอย่าดีกว่า เดี้ยวพี่ๆ รอ ว่าแต่ทำไมเลือดมันไม่พุ่งเหมือนในหนังหว่า

ด้วยความเคารพครับจากนิยายข้างต้น ผู้ประสบเหตุมีความผิดพลาดอะไรบ้าง???
และสมควรหรือไม่อย่างไรที่ไม่ไปแจ้งความยังสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐาน???
อีกทั้งในนี้ก็มีผู้มีความรู้ทางการแพทย์ทำไม่เลือดมันไม่พุ่งเหมือนในหนังครับ ???

พี่ๆน้องๆและผู้รู้ช่วยกันหาคำตอบพร้อมวิจารณ์ ด้วยครับ

ขอแสดงความนับถือ

Gearmour




 

Create Date : 06 มีนาคม 2549    
Last Update : 6 มีนาคม 2549 20:29:43 น.
Counter : 425 Pageviews.  

เบี้ยแก้

เมื่อประมาณกลางปี 38 ตอนนั้นการขอให้ท่านทำเบี้ยแก้นั้นต้องไปซื้อเครื่องทำเบื้ยที่ร้านทองในตลาดท่านาซึ่งใกล้กับวัด เครื่องทำเบี้ยประกอบด้วย 1 หอยเบี้ย 2 ปรอท 3 ตะกั่วอ่อนเอาไว้หุ้มเบี้ย ซึ่งชุดหนึ่งในราคา 80 -100 บาท (ราคาในสมัยนั้น) เมื่อซื้อเครื่องทำเบี้ยเสร็จแล้ว ก็นำไปให้อาจารย์เจือ พร้อมแจ้งความประสงค์ ลงชื่อไว้ ซึ่งท่านจะจัดทำให้ และนัดมารับในเวลา ประมาณเดือน – สองเดือน ส่วนเรื่องค่าทำนี้แล้วแต่ให้แล้วแต่ทำบุญ แต่นาทีนี้ไม่ทราบว่าจารย์เจือทำไหวหรือเปล่า?

วิธีการสร้างเบี้ยแก้เอาแบบย่อๆนะครับ ก่อนอื่นเอาปรอทกรอกลงในหอยเบี้ยเสร็จแล้ว(จะให้ท่านเรียกปรอทจากอากาศมาลงเบี้ยเหมือนแต่ก่อนคงไม่ไหว)นำชันโรง มาปิดที่ปากหอย แล้วนำตะกั่วมาหุ้มทั้งตัวหอยเบี้ยและลงเหล็กจาร เสร็จแล้วก็ถักด้ายหุ้มใส่ห่วงใส่หูไว้ร้อยเอวหรือสร้อย นำมาจุ่มรักอีกที่ สมัยก่อนการถักด้ายหุ้มเบี้ย พระกับเณรจะช่วยกัน แต่เห็นว่าเดี้ยวนี้ต้องจ้างคนมาทักให้ทันกับความต้องการ
ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าจะทำให้พี่ๆใช้ทั้งที่ผมอยากให้มันมีความพิเศษในตัวเองเป็นการง่ายที่ผมไปที่วัดแล้วไปเช่าของมา (เมื่อปี 38 ออกจากวัดตัวละ 300 – 500 บาท ) หรือถ้าใจร้อนกว่าไปที่ศูนย์พระเครื่องในกรุงเทพเลยเดี่ยวนี้ถามเอาเบี้ยจารย์เจือวัดกลางบางแก้ว ผมว่าไม่เกินตัวละ 600 บาท ใครอยากได้แบบแรกบอกเลยนะครับจะไปเช่าเอามาให้จากวัดเลย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือค่าอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าต่อไปคงต้องผ่านวัดแทบทุกๆวันและอย่างไรต้องไปทำบุญอยู่แล้ว
ในส่วนที่ผมจะจัดทำให้พี่ที่ผมเคารพในนี้ ผมอยากให้เป็นไปตามตำราเก่าเลยอยากขอความกรุณาดังนี้ครับ
1.ตัวหอยเบี้ยอยากได้ที่มีฟัน 32 ซี่ (ครบอาการ 32 ) อันนี้จริงๆผมหาเองได้
2.ปรอทอยากได้ที่เป็นปรอทดักจากธรรมชาติ (ปรอทในเครื่องทำเบี้ยเป็นปรอทวิทยาศาสตร์) ว่าแต่เดี้ยวนี้ใครจะมานั่งดักนั่งเรียกจากอากาศนี้ แต่เค้าว่าปรอทธรรมชาติดีกว่า ลองดูในตู้ยาไทยเก่าๆหรือตามหิ้งพระดูครับ
3. อันนี้สำคัญ อยากได้มากๆ อยากได้ชันโรงใต้ดินเพื่อมาอุดเบี้ยครับ เห็นว่าเดี้ยวนี้ถ้าไม่มีชันโรงก็ใช้ชันเรือ ซึ่งปิดเบี้ยแล้วปรอทไม่หนี้เหมือนกัน ชันโรงจริงๆแล้วเป็นปริศนาธรรมอย่างหนึ่ง
4. รักแดง เวลาใช้ไปจะดูสวยกว่าผิวอย่างอื่น อันนี้เชื่อว่าคุณบัญชามีแน่นอน อิอิอิ ซึ่งปกติถ้าไม่มีรักแดง รักดำ ทางวัดอาจจะใช้อย่างอื่นทาให้เพื่อให้ด้ายที่ถักไว้คงทน


ถอนใจยาวๆๆหนึ่งครั้ง วันศุกร์ที่ผ่านมาผมกับมารดามีโอกาสได้ไปที่ วัดกลางบางแก้ว เนื่องจากไปดูสถานที่ทำงาน ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามโลก ร้านทองที่เคยขายเครื่องทำเบี้ยก็เลิกไปขายไปแล้วพร้อมได้รับคำแนะนำว่าเดี้ยวนี้ทำบุญที่กุฎีจารย์เจือได้เลย ตัวละ400 บาท แต่ผมโชคดีผมได้เจอร้านขายยาโบราณในตลาดท่านา ที่ยังขายอุปการณ์ทีเบี้ยอยู่ชื่อร้าน เอี้ยแซ (จำผิดหรือเปล่า?นี้) ราคาอยู่ที่ ชุดละ 49 บาท ในชุดประกอบด้วย เบี้ย (แต่ฟันไม่ครบสามสิบสอง) ปรอท และตะกั่วแผ่นเอาไว้หุ้มเบี้ย แล้วก็ได้รับคำแนะนำอีกว่าถ้าจะเช่าเบี้ยให้ไปที่กุฎีอาจารย์เจือโดยตรงถ้าจารย์เจือไม่อยู่ให้ระวังหน้าม้า (อะไรนี้ในวัดแท้ๆนะ) เสร็จจากตลาดท่านาผมก็เดินทางไปที่วัด แล้วก็ตรงไปที่กุฎีอาจารย์เจือเลย ในตอนแรกผมแค่จะเอานมไปถวายท่าน แล้วก็ลากลับ อาจารย์เจือก็ท่านดูแก่ลงคงเพราะอาจจะตรากตำงานหนัก ดูจากกระดานนัดงานเห็นว่ามีงานแทบทุกทุกวันและเดินทางออกต่างจังหวัดไกลๆบ่อยๆ แต่ความเมตตาของท่านก็เหมือนเดิมคือใครขอให้ทำอะไรท่านก็ทำให้แต่ด้วยแขกที่เยอะทำให้ไม่มีเวลาพูดคุยเหมือนเดิม ขณะที่เข้าไปกราบท่านมีคนขอยาจินดามณีจากท่านๆก็ไม่ว่าอะไรก็เดินไปหยิบมาให้ ผมก็ได้รับมาถุงหนึ่ง กลับมาถึงเรื่องเบี้ยบ้าง เดี้ยวนี้มีฆราวาสนั่งอยู่ตรงหน้ากุฎี ตอนผมเดินเข้าไปนั่งรอก็ส่งเสียงถามผมว่ามาเอาเบี้ยหรอ ผมก็ไม่ตอบอะไร (รอดูเหตุการณ์) ระหว่างรอผมก็อ่าน
บทสัมภาษณ์ ของอาจารย์เจือทางคมชัดลึกที่ติดไว้ที่ข้างฝา เลยพอทราบข้อมูลว่าเดี้ยวนี้นำชันโรงใต้ดินมาจากฝั่งลาว แล้วท่านก็ยังกรอกปรอทลงเบื้ยด้วยมือเหมือนปู่เพิ่ม และก็จ้างชาวบ้านถักเบี้ย ตัวละ 50 บาท เป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านไปด้วย

ระหว่างนั้นผมเห็นฆราวาสเดินเข้าไปในห้องของจารย์เจือ แล้วหยิบเบี้ยออกมาแล้วใส่ถุงแล้วใส่กล่องคุกกี้เอาไว้จำหน่ายเพราะมีคนมาขอเช่ากันไปขาดสาย นะขอดูหน่อยก็แล้วกันผมไปดูที่กล่องเห็นเบี้ยเปลือยอยู่ตัว เห็นรอยจารเป็นของอาจารย์เจือ เบี้ยที่เอามาใส่ถุงรักก็ยังไม่แห้งเลย นะเอามาให้พี่ๆThailades ดูหน่อยแล้วกันเลยหยิมมาตัว แต่น่าแปลกเท่าที่สังเกตบ้างคนเช่าตัวละ 400 แต่มีอยู่คนให้ 200 เลยไม่ทราบว่าจริงๆ เป็นอย่างไรกันแน่ พอถึงคิวก็เลยเอามาให้ท่านเสกอีกที่พร้อมถวายนมและทำบุญไปตามสมควร หลังจากออกมาจากกุฎีกภาพที่ไม่น่าเห็นในวัดตนครับคนแย่งกับเช่าเบี้ยบางคนเช่าที่สี่ห้าตัวพอไม่มีของก็โวยวาย ในวัดแท้ๆ
อาจารย์เจือก็นั่งอยู่ตรงนั้น (ท่านคงว่างอุเบกขา) เท่าที่สอบถามใครจะไปกราบท่านไปหาท่านถ้าท่านอยู่วัดจะอยู่ไม่ช่วงเช้าก่อนเพล และหลังประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ท่านจะทำเบี้ยเวลากลางคืน และรับแขกเวลากลางวัน (เอาเวลาที่ไหนพักผ่อนนี้)


เสร็จจากกุฎีอาจารย์เจือ แล้วผมก็พาแม่ไปกราบรูปหล่อหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม เสร็จแล้วก็เข้าไปที่ให้บูชาวัตถุมงคลของวัดเพื่อไปขอตำรับวัดกลางบางแก้วเนื่องจากเล่มก่อนมีปลัดอาวุโสหยิบไปอ่านแล้วเอาไปไว้ที่ไหนไม่ทราบ ซึ่งแต่ก่อนผมเคยมาขอซื้อแต่คนดูแลตู้เค้าไม่ขายแต่กลับให้ฟรี ครั้งนี้แปลกผู้ดูแลตู้เป็นพระ ผมถามถึงตำรับวัดกลางบางแก้ว พระท่านว่า “พร้อมยาที่นี้ไม่มีแจก” แปลกนะครับเป็นพระแต่กลับไม่มีปิยะวาจา (ยาจินดามณีของวัดเม็ดละ 25 บาท แต่อาจารย์เจือท่านแจกฟรี)


ด้วยความเคารพครับ
วันนี้คัดมาแค่นี้ก่อนนะครับ
ขอแสดงความนับถือ
Gearmour




 

Create Date : 06 มีนาคม 2549    
Last Update : 6 มีนาคม 2549 20:07:09 น.
Counter : 1678 Pageviews.  

พระครูสถิตโชติคุณ หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม (ยายส้ม)

ด้วยความเคารพครับ
ถ้าผมไม่ได้เล่าถึงประการณ์กับพระเกจิท่านนี้ ผมคงเนรคุณ พระที่ผมจะกล่าวถึงองค์นี้ คือหลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม (ยายส้ม) สามพราน นครปฐม หลวงไสวหรือ พระครูสถิตโชติคุณ
เรื่องประวัติของท่านว่าชื่อจริง เกิดเมื่อไร เรียนมากับอาจารย์ท่านไหนผมไม่ทราบ แต่จะเล่าประสบการณ์ที่มีกับท่านให้ท่านทุกทราบ
ช่วงตอนที่เป็นวัยรุ่นไม่เชื่อเรื่องการสักยันต์ หรือเรื่องเครื่องรางของขลัง รวมถึงพุทธคุณ ทั้งนั้น
ช่วงเรียน ม.ปลาย ผมได้มีโอกาสติดตามพวก แผงพระทัวร์วัด แทบนครปฐม วัดแรกที่ไปผมจำได้คือวัดกลางบางแก้ว ได้ผมพบอาจารย์เจือ ได้ขอเบื้ยมาด้วย ในสมัยก่อน ต้องเอาเครื่องไปให้ท่านทำ ท่านไม่ได้คิดราคาค่างวดอะไร ตอนนั้นผมมองเป็นแค่วัตถุ เท่านั้น ไม่ได้อิน อะไรกับคุณวิเศษอะไรมาก แต่ประทับใจในความเมตตาของอาจารย์เจือมาก (นอกเรื่องไปนิด)
ในที่สุดไปๆมาๆ ก็ได้ไปวัดของพ่อไสว วัดปรีดาราม สมัยก่อน การเข้าไป ถ้าไม่มีรถไปเอง จะเป็นอะไรที่สาหัสพอสมควร ครั้งแรกที่เข้าไปหาท่าน ด้วยความเป็นเด็ก พบท่านครั้งแรก รู้สึกว่า พระอะไรคอเอียง อายุมาก สั่นไปทั้งตัว (ท่านเป็นโรคนักมวย ที่เรียกว่าพาคิสัน) ยังมาทำอะไรอยู่อีก ไม่พัก จะเก่งหรอ อะไรแบบนี้ ตอนที่เข้าไป ท่านให้ไปกราบพระพุทธก่อน ตอนท่านเข้าไปหา เห็นคนมาลงนะหน้าทอง โดยวิธีการลง ท่านจะให้นอนลงแล้วนำกระดาษที่มีแผ่นทองที่อยู่ใน มาวางที่หน้าผากแล้ว ท่านจะให้ผู้ลงภาวนาคาภา ท่านจะตบ ที่แผ่นทอง แล้วเปิดกระดาษ ออก ถ้าทองหายไปจากแผ่นกระดาษ ถือว่าลง ท่านจะทำให้ครั้งละ 3 แผ่น การลงนะหน้าทองของหลวงพ่อ จะมีข้อห้ามเยอะ อย่างเวลาถ่ายหนัก ถ่ายเบาห้ามเปิดปาก ห้ามผิดลูกเมียเค้า หลวงพ่อห้ามถือ เด็กอายุ 18 (เล่นตามกฎหมายเลย) ยังมีการลงกระหม่อมอีก แต่ปกติไปครั้งหนึ่งท่านจะให้เลือกว่าจะทำอะไร การลงกระหม่อมท่านเล่นนำเครื่องจารไฟฟ้า จารกระหม่อมให้ระหว่างจาร ให้ภาวนาคาถาไปด้วย

ครั้งแรกที่ผมเห็น การลงทอง ผมแปลกใจ เข้าไปจ้องดู หลวงพ่อมองหน้าผม ผมอดไม่ได้เลยถามหลวงพ่อ “หลวงพ่อ หลวงพ่อเล่นกลหรอ” เท่านั้นละ ถ้าเป็นคนอื่นคงโกรธ แต่ท่านก็ไม่ว่าอะไร ผมไม่เชื่อนึกว่าหลวงพ่อเล่นกล ตอนนั้นมีแขกมาท่านมากเลย ผมเลยออกมาเดินที่นอกกุฏิที่จำหน่ายวัตถุมงคล ปากผมก็เสียอีก พี่ๆ เหรียญไหนถูกที่สุดเช่าเหรียญ ที่ตู้เค้าเห็นผมป่วนมากเลยส่งเหรียญหลังหนุมานมาให้เหรียญ เมื่อได้มาแล้วผมเดินกลับไปที่กุฎิท่าน ทันที่ ที่เปิดประตูเข้าไป ท่านหยุดคุยกับแขกคนอื่น ท่านมองมาที่ผม แล้วแบบมือ ผมเคยคลานเข้าไป ส่งเหรียญให้ท่าน ท่านไม่พูดไม่จา หยิบเครื่องจารไฟฟ้ามาแล้วจาร เหรียญ เสร็จแล้วท่านให้ผมแบบมือ ตอนนั้นผมถือซองปัจจัย อยุ่ท่านให้วาง แล้วท่านนำเหรียญวางกางมือแล้วกดที่เหรียญแรงมาก แล้วท่านก็บริกรรมอยู่ซักพัก เสร็จแล้วท่านก็หันไปคุยกับแขกคนอื่นโดยไม่สนใจผมอีก
พอผมออกมา มีคนมาเปลี่ยนเหรียญผม โดยขอเปลี่ยนเนื้อเงินให้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไม ยังนึกไปในทางไม่ได้ดีอีกว่าหน้าม้าหรือเปล่า?

หลังจากนั้นผมก็ได้ไปหาที่อีก ครั้งนี้ ผมพกปืน(ยักษ์แคระ) ไปด้วย โดยใส่ในกระเป๋าสะพายไปด้วย ตอนที่ก้มกราบท่าน ยังไม่ถึงครั้งที่สอง ท่านผู้ขึ้นมาว่า ของฆ่าคน เอาไปเก็บก่อนแล้วค่อยขึ้น มา ทั้งที่เก็บแบบมิดชิดอยู่ในกระเป๋า ไม่ทราบว่าท่านทราบได้อย่างไร และเป็นเรื่องแปลกอีกอย่างหากลงทองของท่านไปแล้วรักษาได้ พอไปอีกครั้ง ถ้าเป็นผู้ชายท่านจะลงให้ที่อกด้านซ้าย โดยที่แค่ท่านมองก็ทราบว่าเคยลงมาหรือยัง (ต้องไปตอนท่านไม่มีแขก)
ยังเรื่องตอนที่ท่านเจิมรถผมอีก ตอนนั้นผมนำรถไปเจิมที่วัดบางพระ หลวงพ่อเปิ่นท่านลงมาจากกุฏิแล้ว ผมท่านเห็นรถผม ท่านว่าเจิมยังงัยมันก็ชน ท่านว่าแล้วท่านก็เดินขึ้นกุฎิไป พ่อเปิ่นไม่เจิม พ่อไสวก็ได้ ไว้เท่าความคิดผมก็ขับรถจากบางพระไป ปรีดาราม หลวงพ่อไสว เห็นหน้าผมท่านก็ยิ้มๆ ท่านลงมาเจิมรถผมด้วยยันต์ที่ให้ใช้ประจำหรือยันต์นะหน้านาง (ยันต์ที่ผูกเป็นรูปหน้าพระ) ท่านเจิมเสร็จผมก้มกราบท่านที่ลานวัดเลย ท่านก็บอกตรงๆว่าหนักเป็นเบา ผมคงมีเวรมีกรรมกับรถคันนั้น เพราะว่ามันมีแต่ปัญหากับอุบัติเหตุทุกปี


เล่าข้ามไปอีก ตอนไปหาหลวงพ่อครั้งแรกนอกจาก การลงทองของหลวงพ่อ แล้ว ครั้งแรกที่ผมเห็นการปลุกปลัดขิก ท่านเสกปลัดขิกที่อยู่ในมือ ปลัดขิกที่อยู่ในมือท่านมันกระเด็นออกมา ไม่ทราบเพราะอะไรจะว่าเป็นที่ท่านสั่น ก็ไม่ใช่ ผมยังเก็บส่งให้ท่านเลย คนอื่นเค้าแย่งกัน แต่ผมส่งคืน ใจยังคิดเลยที่รีบเก็บขึ้นมาดู จะดูว่าปลัด ทำจากอะไร ท่านเล่นกล หรือเปล่า? ยังหลุดปากออกไปเลย “ว่าหลวงพ่อ หลวงพ่อเป็น เดวิด ค็อปเปอร์ฟิวหรอ ?”

อ้อสรุปแล้ว เหรียญที่ท่านจารให้ ยังอยู่กับผม ทุกวันนี้ ถ้าแม่ขอร้องให้ห้อยพระเวลาไปทำงานที่อันตราย ผมจะอาราธนาท่านไปด้วย

จริงๆ มีความประทับใจอีกหลายครั้งที่ไปพบท่าน แต่ขอเล่าครั้งสุดท้ายแล้วกันครับ
ครั้งสุดท้ายที่ผมไปพบท่านตอนที่ท่านมีชีวิต ตอนนั้นไม่มีแขก ท่านจะไปเลี้ยงปลา ที่คลองข้างวัด คลองจินดา น่าแปลกที่วันนั้น ไม่มีใครยอมไปเป็นเพื่อนท่านอ้างว่าไปนาน ผมเลยว่าผมไปเป็นเพื่อนท่านเอง ก็ยังมีคนเตือนว่านานนะ นานก็นาน ผมคิดในใจ ระหว่างเดินไป ท่านเดินผ่านโบสถ์ของท่าน ที่ท่านทุ่มเทสร้าง โบสถ์ท่านไม่แพงท่านไร แต่มีคนว่า แค่ร้อยล้านเอง ลูกนิมิต ธรรมดา ไม่ใช่ลูกเอก ลูกละล้าน
ผมเคยเห็นกระดานที่เค้าจองกันจริงๆ กับตา

จริงๆ ระหว่างเดินไปโบสถ์เรื่องที่ทำให้ผมเชื่อว่าท่านเก่งมาก แต่ไม่สามารถเล่าได้

ท่านเดินชมโบสถ์ที่สร้าง ท่านชี้ไปบนเพดาน แล้วบอกกับผมว่า ข้างบนเป็นทองแท้ๆ เลย
ตอนนั้น ในใจผมคิดในใจว่า
“เอาเงินมาจมทำไม น่าจะเอาไปสร้างอย่างอื่น โรงพยาบาล หรือโรงเรียน แล้วถ้าหลวงพ่อไม่อยู่แล้วใครจะดูแล ได้ เป็นภาระคนข้างหลังอีก”
หลวงพ่อมองหน้าผม แล้วท่านพูดว่า
“ฉันทำเท่าที่จะทำได้” แล้วท่านก็ไม่พูดอะไรอีก
มาถึงท่าน้ำ ผมเห็นท่านให้อาหารปลา นั่งดูปลา เกือบชั่วโมง มันเป็นความสุขของคนมีอายุ จริงๆ
ผมถามท่านถึงเรื่องที่สงสัย หลายเรื่อง น่าดีใจว่า บ้างคำถามที่ท่านไม่เคยตอบผม ครั้งนั้นท่านตอบเกือบทุกคำถาม ตย. หลวงพ่อตายแล้วไปไหน หลวงพ่อชาติหน้ามีจริงไหม และอีกหลายเรื่อง ครั้งนั้นท่านตอบผม ตอนนั้นถ้าผมศึกษาพุทธศาสนา มากกว่านี้คงจะถามคำถามที่มีประโยชน์มากว่านี้
ตอนท่านดูท่าจะมีความสุขกับปลามาก
หลังจากวันนั้นผมไม่ไปที่วัดปรีดารามอีกเลย จนท่านมรณภาพ วันที่ท่านมรณภาพ ตอนดึกรูปภาพของท่านที่ผมบูชาอยู่ ตกลงมาจากหิ้งเฉยๆ
ผมเคยคิดใจว่าผมไม่เคยของพระหลวงพ่อเลยเช่าเอาอย่างเดียวท่านไม่เคยให้อะไรผมเลย เหมือนโกหก มีศิษย์น้องผมที่เรียนฮัฟกีอยู่นครปฐม ขายหมูอยู่วัดปรีดาราม มีอยู่วันเค้าเอาประคำเส้นโตมาให้เส้น เค้าบอกว่าหลวงพ่อไสว ให้เค้ามา เพราะเค้าเอากระดูกหมูให้หมาวัด หลวงพ่อเลยให้ เค้าและคนทั้งบ้านเป็นคนต่างศาสนา ให้ผมเก็บไว้ดีกว่า ก็เรื่องน่าแปลกดี
ผมไม่ใช่ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด นานๆผมจะไปที่วัดที่ แต่ช่วงเวลาที่ผมไป ผมโชคดีที่ท่านไม่ค่อยมีแขก ได้คุยกับท่าน ก็นับว่าทำให้ชีวิตผมมาเริ่มสนใจเรื่องของพุทธคุณ และเหนืออื่นใด คือเรื่องบาปบุญคุณโทษ


ทุกวันนี้สังขารของหลวงพ่อ ยังตั้งอยู่ที่วัด วัตถุมงคล สมัยของท่านยังมีอยู่
แต่ปลัด กับ ตะกรุดไม่ทันท่าน
เริ่มมึนๆแล้ว
สรุปแล้วผมโชคดีมากที่ได้มีวาสนาได้ พบและสนทนากับหลวงพ่อ
ถ้านึกอะไรจะนำมาลงให้อ่านอีก

ของหลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม

อิสิหะพะยัคโค อิปิภะวาระสัมสัมโธ ชาระสัมโนคะโลวิอะ ตะปุสะ มะระสัตเทมะ สาพุทภะวาติคะโธนัง นุสวะถะถิสารทัมระโร นุตทูกะโต สุปัณณะจะวิพุท มาหังอะคะโสติ สิงหะนาถัง จายังประสิทธิเม

เสกข้าวกินทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน 3 จบ ตื่นนอนตอนเช้า 1 จบ เป็นสวัสดิมงคล อายุยืน

ผมท่องไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าเคยได้มานานแล้ว

ขอแสดงความนับถือ
Gearmour




 

Create Date : 05 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 1:21:48 น.
Counter : 13812 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Gearmour
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คนเราเกิดมาตายหนเดียว
Friends' blogs
[Add Gearmour's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.