Michael Jacksonตาย.. 25 06 09
ใจหายอย่างแรง..

แค่อยากอัพบล็อกแสดงความเสียใจที่รู้สึกสูญเสียคนสำคัญคนนึงในวงการเพลงของโลกใบนี้..

คนที่เป็นไอด้อลคนแรกในชีวิตน้อยๆของอิชั้น..

ตั้งแต่อยู่ป.6

เด็กคนนี้ตามเก็บทุกข่าว ตัดหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ทุกเล่มที่มีข่าวของเค้า

เอาใส่ในอัลบั้มอย่างดี..

ไม่มีเงินมากพอไปซื้อบัตรคอนเสิร์ต ทำได้แค่ซื้อรูปถ่ายของเค้า

มีวิดิโอที่รวมเอาMVของเพลงมากมายในอัลบั้ม Dangerous

รวมถึงเพลงในตำนานอย่าง Billy Jeans, Smooth Criminal, และ Beat it ไว้เป็นของตัวเอง แล้วก็เพียรดูทุกวัน พยายามเต้นเลียนแบบ

แม้แต่เอาเทปกาวมาพันนิ้วให้เหมือนไมเคิลก็ทำมาแล้ว-_-''

เหมือนได้เข้าใกล้ไอด้อลของตัวเองอีกก้าวนึง..

และแค่นั้นก็มีความสุขแล้ว


หลังจบประถม ถึงจะไม่ค่อยได้ติดตามผลงานเท่ากับเมื่อก่อน

แต่ก็ยังได้ยินข่าวของเค้าตลอด

ทั้งที่ดีและไม่ดี และก็หวังลึกๆให้เค้าผ่านมันไปได้ โดยเฉพาะสภาพจิตใจที่ไม่ปกติของเค้า

ด้วยความที่ชอบมากๆมาก่อน เวลาที่เห็นข่าวไม่ดีของเค้าทีไร

รู้สึกสงสารมากกว่าอยากซ้ำเติมอ่ะ :(


จนมาวันนี้ หลังจากตื่นได้ยี่สิบนาที CNNก็ประกาศว่าไมเคิล แจ๊คสันตายแล้ว

เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน..

เสียชีวิตระหว่างทางมาที่UCLA Medical Center

ทั้งๆที่มีการพยายามช่วยชีวิตแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ..


แว้บแรกที่รู้ บอกตรงๆว่าเฉยๆ..

อาจจะเพราะยังตั้งตัวไม่ทัน ยังไม่รู้ว่า

ตัวเองจะรู้สึกเหมือนสูญเสียอะไรมากขนาดไหน..


แล้วกระแสในเว็ปก็ยืนยันอีกรอบว่าตายแล้วแน่ๆ...

อิชั้นไปเปิดดูLive เพลงMan in the Mirrorที่เค้าแสดงในBudapestเมื่อนานมาแล้ว

สมัยเด็กๆเคยเห็นliveตัวนี้จากในวิดิโอที่เคยมี

จำได้ว่าเค้ากล่าวถึงคนสำคัญต่อหน้าประวัติศาตร์โลก

เป็นคนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในโลกใบนี้

ไม่ว่าจะเป็นเนลสัน แมนเดลล่า มหาตมะคานธี หรือแม่ชีเทเรซ่า


แล้วเราก็ไปเปิดดูเนื้อเพลง ที่ ณ วันนี้เข้าใจความหมายได้แล้ว..

น้ำตาจะไหลอ่ะT_T


ณ วันนี้ไมเคิลเค้าจะรู้มั้ยนะ..

ว่าสิ่งที่เค้าอยากจะเปลี่ยนมันมีผลอะไรเกิดขึ้นบ้าง..

แต่ที่แน่ๆ เค้าคือคนที่เป็นต้นแบบของนักร้องมากมายในวันนี้

และเค้าคือคนที่จุดประกายให้เด็กอีกหลายล้านคนทั่วโลกไปเรียนเต้น

อยากจะทำmoonwalkให้ได้อย่างเค้า..


สำหรับคนที่โตมากับความสามารถของไมเคิลตั้งแต่เด็กๆอย่างอิชั้น..

บอกได้อย่างเดียวว่ามันคือความสูญเสียจริงๆ..

และ เป็นความสูญเสียที่ทำให้รู้ว่า

เราจะมารู้ซึ้งถึงคุณค่าของคนๆหนึ่ง ก็ต่อเมื่อเค้าจากไปแล้วนี่เอง...



ขอให้พี่เคิ่ลมีความสุขอยู่ข้างบนนั้น สร้างสรรค์ความสุขให้คนบนนั้นนะ..

คิดถึงพี่เคิ่ลมากๆอ่ะT_T



Create Date : 26 มิถุนายน 2552
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 17:47:39 น.
Counter : 285 Pageviews.

5 comment
"แฟนเก่า".. (Bitch Alert!)
เชื่อว่าคนทุกคนบนโลกนี้ เมื่อถึงวัยอันควร..

น่าจะมีประสบการณ์ทั้งการได้เจอแฟนเก่าของแฟน
และได้เป็นแฟนเก่าของคนอื่นมาแล้วอย่างน้อยก็หนนึง..

อิชั้นเองก็เหมือนกัน ได้เป็นแฟนเก่าของผู้ชายบางคน..
และก็ได้ค้นพบว่า แฟนเก่าของแฟนอิชั้นซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ..
เป็นสิ่งมีชีวิตบนโลกชนิดหนึ่งที่น่ารำคาญมาก-*-

จริงอยู่ว่าแฟนเก่าบางคนอาจจะแย้งว่า ก็เพื่อนกันแล้ว ไม่คิดอะไรๆ
เจอกันหน่อยก็ไม่เป็นไร โทรคุยกันหน่อย ถามสารทุกข์สุขดิบหน่อย
ไม่เห็นเป็นไรเลย..

แต่ในฐานะของคนเป็นแฟนปัจจุบัน(ซึ่งขี้หึงตัวแม่อย่างอิชั้น)นะ
ไอ้คำว่าไม่มีอะไรๆเนี่ย
ฟังแล้วกรูก็ไม่คิดอะไรนอกจากอยากตบย่ะ กรี๊ดดดด
ถ้าจะให้อินเทรนด์ก็ต้องบอกว่า
ชั้นจะตบๆๆๆหน้ามันต่อหน้าคนมากๆ ให้รู้ว่ายางไม่มี-*-
อันนี้จากละครเมียน้อย เอ้ย เมียหลวงเลยนะยะ

อันที่จริงแฟนเก่ามีหลายแบบ
และอิชั้นคิดแบบไม่เข้าข้างตัวเเองเลย(เหรอ)
ว่าแฟนเก่าแบบอิชั้นนี่ดีที่สุด

เป็นแฟนเก่าที่ถ้าบอกเลิกแล้วก็คือเลิกเลย
ไม่โทรหา ไม่สนใจ ไม่อยากรู้ว่าจะสบายดีไหม ใกล้ตายรึยัง บลาๆ
ถึงแม้ว่าจะยังมีเพื่อนร่วมกันอยู่ แต่อิชั้นก็ถือว่า
เพื่อนของอิชั้นก็คือเพื่อนของอิชั้น
การเป็นเพื่อนกับเพื่อนคนนี้ไม่ได้แปลว่าอิชั้นจะต้องเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าด้วย..
(แต่จะซวยมากถ้าหากไปคว้าลูกค้ามาเป็นแฟน
เพราะหลังจากเลิกกันแล้ว ก็ยังต้องคุยกันอยู่ดีเพื่อให้งานไม่สะดุด
เป็นความรู้สึกพิกลเหมือนขับรถหลงทางเลยคุณ เพราะฉะนั้นอย่าเชียว-_-'')

ที่ทำแบบนี้ ส่วนนึงเป็นเพราะอิชั้นเป็นคนขี้รำคาญด้วย
ไม่ได้อยากจะเป็นคนดีเพราะสงสารแฟนใหม่ของแฟนเก่าอะไรหรอก
อิชั้นมันนังมารจะตาย ไม่ใช่นางฟ้านางสวรรค์มาจากไหน
ถึงต้องไปเห็นอกเห็นใจคนไม่รู้จัก..

แต่ก็แค่คิดว่าการที่ยังคุยและติดต่อกะแฟนเก่า
ซึ่งครั้งนึงเคยเป็นคนที่รู้จักเราดีมากถึงมากที่สุด
และครั้งนึงเคยเป็นคนที่เรารัก และมันก็รักเรา
น่าจะสร้างปัญหาน่ารำคาญมากมายตามมาเมื่อเราจะมีแฟนใหม่

เพราะถ้าครั้งนึงได้คุยกันเหมือนปกติในฐานะเพื่อนกันไปแล้ว
โอกาสที่จะตัดสัมพันธ์ เหมือนสมัยที่เคยตัดมันได้ในฐานะแฟน
มันยากกว่ามากอ่ะ

แถมอิชั้นก็ไม่นิยมโดนแฟนใหม่ของแฟนเก่าตราหน้าเอาได้
ว่าอีห่านนี่เลิกไปแล้วยังมาคุยกะแฟนกูอยู่ได้น่ารำคาญ-*-
อย่างที่อิชั้นคิดกับนังบรรดาแฟนเก่าของแฟนอิชั้นบางคนด้วย-*-

(คำเตือน: อ่านมาถึงตรงนี้ ใครที่คิดว่าตัวเองเป็นแฟนเก่าประเภทที่ว่า
แนะนำให้เลิกอ่านซะ เพราะอิชั้นซึ่งเป็นคนเขียนบล็อกนี้ ใจแคบและรังเกียจแฟนเก่าแบบนี้เป็นที่สุด อาจจะรู้สึกแค้นอิชั้นได้นะ ถ้าอ่านต่อ-_-'')



คือ ก็เข้าใจนะยะ ว่าไม่อยากจะเสียเพื่อน
แต่ถ้าหร่อนๆคิดจะเลิกกะเค้า ไม่เอาเค้าเป็นแฟนแล้ว
ก็ไม่ต้องมาทำกระแดะรับไม่ได้ที่จะขาดคนรู้ใจ คนคุยด้วย
หรือคนเคยค้าม้าเคยขี่ไปคนนึง (กรี๊ด!)
โดยเฉพาะเมื่อเค้ามีคนรู้ใจเป็นคนอื่นแล้วหรอกย่ะ แหม-*-

ด้วยความที่อิชั้นเป็นพวกตัดขาดโดยสิ้นเชิงได้ เมื่อถึงเวลาจำเป็น
(เช่น แฟนไม่สบายใจที่ยังติดต่อแฟนเก่าอยู่ และอื่นๆ)
อิชั้นจึงไม่มีความเห็นอกเห็นใจ หรือเข้าใจหัวอกนังแฟนเก่า
ที่ยังอยากคุยกะแฟนอิชั้นอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม(โอ๊วว ดุมากเรยค่ะ อิช้าน)

มีอยู่ช่วงนึงอิชั้นก็เคยเป็นแฟนเก่าที่โดนแฟนคนปัจจุบันของแฟนเก่าอิชั้นหึง
(โอ๊ย งง)
อิชั้นบอกตรงๆว่า ที่ยังคุยกะแฟนเก่าอิชั้นคนนั้นอยู่
อิชั้นไม่ได้มีความบริสุทธิ์ใจเล้ยยยยยยยยย
ตอนนั้นอิชั้นไม่มีใคร แถมหน้าตามันก็ดี
เหตุผลสั่วๆแบบนี้แหละ ขอบอกว่า ยอดนิยมนัก-_-''

อิชั้นเลยเหมาเอาว่าว่า ในฐานะแฟนเก่าที่ยังอยากคุยกะแฟนเก่าอยู่
มันไม่มีคำว่า "ไม่มีอะไร" หรือ "ไม่ได้คิดอะไร" หรอก
มันต้องมีเจตนาแอบแฝงทั้งนั้นแหละย่ะ อย่านึกกว่าชั้นไม่รู้ทัน-*-

แฟนเก่าคนหนึ่งของแฟนอิชั้น
(แฟนคนไหน ไม่บอกหรอกนะ เด๋วเป็นข่าว)
เลิกกันไปเกินห้าปีแล้วแน่นอน แต่ในขณะที่เค้ามีแฟนใหม่ไปแล้ว
นังแฟนเก่าคนนี้ก็ยังเพียรอีเมล์มาหาว่า คิดถึงจัง อยากเจอจัง เป็นไงมั่ง
สบายดีมั้ย ยังคิดถึงเธออยู่มากเลยนะ บลาๆๆๆๆ
วันเกิดก็เขียนมาอวยพร

โอ๊ยยยย อิชั้นฟังแล้วแบบว่า......
อยากจะตบๆๆๆหน้ามันต่อหน้าคนมากๆ ให้รู้ว่ายางไม่มี ขึ้นมาทันทีเลย-*-
ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าไม่ได้เขียนมาอวยพรวันเกิดให้กันเนี่ย
หร่อนจะน้ำหนักขึ้นหรือลงแดงตายหรือว่ายังไง
เข้าใจย่ะว่าอยากดูดีมีน้ำใจ
แต่ในฐานะแฟนใหม่ ขอบอกย่ะว่า ไม่ต้องสะเออะ-*-

(ยิ่งเขียนยิ่งอินนะเนี่ย 555)

แต่อีแบบนี้มันก็ค่อนข้างเห็นชัดอยู่แล้วว่าต้องการอะไร
ถ้าใครเจอแฟนเก่าหน้ามียาง(มะตอย) โบกซีเมนต์ขนาดนี้
ก็ไหว้พระก่อนนอนทุกคืนก็แล้วกันค่ะ
ว่าคุณแฟนของเราจะไม่ลดตัวลงไปยุ่งกะนังชะนีคนนี้อีก-_-''

อีกรายนึงที่อิชั้นเคยรู้มา..
อันนี้เป็นแบบเคยเช่าห้องอยู่ด้วยกันประมาณเดือนนึง
แล้วนังชะนีแฟนเก่าก็ย้ายออกไปตปท.โดยไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่
คุณผู้ชายก็เลิกสิคะ ใครจะไปตั้งหน้าตั้งตารอ

แล้วหลังจากนั้นก็มีแฟนใหม่ไปซะ

แต่จู่ๆนังชะนีคนเดิมก็โทรมาหาจากเมืองนอก
บอกว่าวันนี้ๆชั้นจะมาเที่ยวแถวๆที่เราเคยอยู่ด้วยกันนะ
เจอกันหน่อยดีมั้ย

งานเข้าเลยทีนี้-_-''

คุณผู้ชายเค้าก็บอกว่า อย่าเจอเลยเหอะ เค้ามีแฟนใหม่ละนะ ไม่เหมาะๆ
(เป็นคนดีเนอะยะ ผู้ชายคนนี้-_-'')
นังชะนีก็ทำเป็นตีมึนบอกว่า จริงเหรอๆ ไม่เป็นไร เด๋วไปถึงแล้วเจอกันนะ
แล้ววางสายไปเลย..

อ่ะ นี่แหละนะ แฟนเก่า..
ไปๆมาๆจะเริ่มฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องขึ้นมาซะงั้น
(ให้แม่โบกหูหน่อยมั้ยจ๊ะ เผื่อสนิมจะหลุด-*-)

สุดท้ายเรื่องของแม่คนนี้กะคุณผู้ชายจบลงตรงที่
หร่อนลงทุนนั่งรถเมล์มาหาคุณผู้ชายถึงที่ ถึงสองรอบ
โดยไม่บอกก่อนล่วงหน้า

ก็เพราะไม่บอกก่อนนี่แหละ ถึงได้ต้องมาสองรอบ
มารอบแรกไม่เจอ ก็ยังมารอบที่สองอีก
(นับถือในความพยายามที่จะได้เจอแฟนคนอื่นมากเลยแม่คุณ)
แล้วเที่ยวนี้คุณผู้ชายดันอยู่ที่ห้อง ได้ยินเสียงกดกริ่ง
เปิดประตูออกมาไม่เจอใครเลยเดินออกมาดู
เจอแม่นี่ยืนแอบๆอยู่อีกทาง


เลยซวยไป-_-''

ถึงแม้งานนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะคุณผู้ชายเดินหนีออกไปที่ป้ายรถเมล์
แต่ก็คิดดูเถอะว่า ตอนที่คุณแฟนคนปัจจุบันรู้เนี่ย
จะแทบอกแตกตายในความดื้อด้าน ไม่รู้ภาษาคนของนังแฟนเก่าขนาดไหน

ถ้าเป็นอิชั้นล่ะก็.. อยากตบค่ะ
แต่ตบไม่ได้เพราะอิชั้นบอบบาง ตัวเล็ก และอ่อนแอ


แล้วน่าสังเกตอยู่อย่างนึง
อิชั้นคิดว่าผู้ชายบนโลกนี้คงเหลือน้อยแล้วจริงๆ
เพราะปัญหาเรื่องแฟนเก่า ถ่านไฟเก่า
(ที่จริงๆควรจะโดนโละลงกระโถนไปตั้งนานแล้ว)
มักจะเกิดจากอาการอย่างที่ว่ามาข้างบนของผู้หญิง

อันนี้ไม่ได้อยากจะdiscreditเพศเดียวกับตัวเองเล้ย
แต่อิชั้นก็ทนไม่ได้จริงๆกับมารยาและอาการเอเลี่ยนจับของนังบรรดาแฟนเก่า
แบบที่ว่ามาข้างบนๆ อิชั้นไม่ค่อยเห็นผู้ชายเป็นอ่ะ
โดยเฉพาะเมื่อหญิงไปมีแฟนใหม่ได้แล้วระยะนึง

เลยไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ที่ผู้ชายมีแต่ผู้หญิง(บางคน)ไม่มี
ทำให้ต้องคอยมาล่าแฟนเก่าตัวเอง หวังจะเอาลงกระเพาะถ้ามีโอกาส
ทั้งๆที่เค้าก็มีแฟนแล้ว-_-''

แล้วมันก็ช่างสร้างความรำคาญให้กับคนที่เค้ารักกันน่ะ
เข้าใจใช่มั้ยคะ

ถ้าคุณแฟนของใครดีพอก็อาจจะแค่สร้างความรำคาญ
แต่ถ้าเมือไหร่ไปเจอพวกอ่อนๆที่ไม่ทันมารยาหญิง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหญิงที่เป็นแฟนเก่าล่ะก็

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์และพรรคพวกไปออกรบกันได้เลย-_-''

แต่ถ้าจะให้เจ๋งกว่านั้น ต้องคิดว่า ผีเน่ากับโลงผุเค้าอาจจะเข้ากันได้ดีอยู่แล้ว
ก็ปล่อยให้เค้าไปเน่าอยู่ด้วยกันก็ได้นะคะ
สวยๆอย่างเราๆไม่ควรจะเอาตัวและใจไปแลกกับผู้ชายห่วยๆและผู้หญิง....
ประเภทนั้น-_-''

ทั้งนี้ อนุญาตให้เซ็งได้
เพราะถ้า(เมิงๆ)ยังรักกันอยู่จะมายุ่งกะกรูทำไมตั้งแต่แรก..
ใช่มะ-_-''

อืมมม บ่นจะจบละ..

สุดท้ายอยากฝากไว้..
คนเราเป็นแฟนเก่าได้หลายหน..
เราเลือกได้ว่าอยากจะเป็นแฟนเก่าแบบไหน..

ก็ขอให้เลือกทางที่จะไม่ต้องไปทำให้คนที่เค้ารักๆกัน
ต้องมาผิดใจกันเลยเหอะค่ะ
เพราะนอกจากจะดูไม่ดีแล้ว ก็ยังโดนเขาด่าไล่หลังมา
แถมเผลอๆกรรมมันอาจจะติดจรวดตามทันในชาตินี้ก็ได้นะ..

สาธุ



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2552 15:17:09 น.
Counter : 499 Pageviews.

20 comment
นิทาน หัวหน้าหมู่บ้านกับพายุอารมณ์..
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

มีหัวหน้าหมู่บ้านคนหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษอยู่สองอย่าง

คือเขาสามารถใช้คำพูดที่สวยงามและทัศนคติที่ดีต่อโลกใบนี้ของเขา
สร้างบ้าน หมู่บ้าน หรือแม้แต่เมืองที่สวยงามและมีความสุขขึ้นมาได้

และความสามารถพิเศษอีกอย่างที่หัวหน้าหมู่บ้านไม่อยากจะมี
คือเมื่อใดก็ตามที่เขาโกรธ ทุกคำพูดของเขาที่พูดออกมา
จะกลายเป็นพายุลูกยักษ์ที่มีความรุนแรงสูง

หัวหน้าหมู่บ้านรู้ดีถึงความสามารถทั้งสองอย่างของตัวเอง
และพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ความสามารถอย่างที่สองถูกนำออกมาใช้
เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และเขาก็รู้ว่าตัวเขาเองอยากจะสร้างหมู่บ้านสวยๆที่มีแต่ความสงบสุขเป็นของตัวเอง

ในที่สุด เขาจึงทุ่มเทเวลาและแรงกายแรงใจทั้งหมดที่เขามี
สร้างหมู่บ้านขึ้นมาหมู่บ้านหนึ่ง
หมู่บ้านนั้นมีบ้านไม่กี่หลัง
แต่มีสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม และเขาก็เชื้อเชิญคนจากที่ต่างๆ
มาอาศัยในหมู่บ้านเล็กๆของเขา

เพราะหมู่บ้านของเขาถูกสร้างขึ้นมาจากความสุขและจิตใจที่ดีของหัวหน้าหมู่บ้าน
ทำให้ลูกบ้านของเขาอาศัยอยู่กันอย่างสงบสุขตลอดมา
ทุกๆวัน ลกบ้านของเขาจะตื่นนอนด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่ง
เปิดหน้าต่างทักทายกัน และใช้ชีวิตร่วมกันในหมู่บ้านของหัวหน้า
ด้วยความสุขอย่างที่จะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ยืนมองความสำเร็จนี้ด้วยหัวใจที่พองโตและสดใส


อยู่มาวันหนึ่ง
ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่หัวหน้าหมู่บ้านเฝ้าภาวนามาตลอดชีวิตเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น
เมื่อเขาทุ่มเถียงกับลูกบ้านคนหนึ่งอย่างรุนแรง
จนเมื่อคุมสติไม่อยู่ หัวหน้าหมู่บ้านก็สาดคำพูดดุด่าลูกบ้านคนนั้นทันที
และทันทีที่คำพูดอันเต็มไปด้วยความโมโหและอารมณ์รุนแรงออกไปจากปากของหัวหน้าหมู่บ้าน

ก็เกิดพายุลูกยักษ์พัดลูกบ้านคนนั้นกระเด็นหายไปต่อหน้าต่อตา
แต่หัวหน้าหมู่บ้านก็ยังไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ ยังคงใช้อารมณ์รุนแรงที่คุไปด้วยความไม่พอใจ ด่าลูกบ้านอีกหลายต่อหลายคำ

พายุลูกแล้วลูกเล่า
เข้าซัดทำลายหมู่บ้านของเขาตรงๆซ้ำแล้วซ้ำอีก
และเมื่อหัวหน้าหมู่บ้านตั้งสติได้ ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

สิ่งที่อยู่ตรงหน้า
เหลือเพียงซากของหมู่บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยสวยงามถูกทำลายยับเยิน
ลูกบ้านของเขาล้มตายกันเกือบหมด
ที่เหลือรอดก็บาดเจ็บสาหัสและต่างก็ช่วยกันพยุงร่างออกไปจากหมู่บ้านด้วยความหวาดกลัว

หัวหน้าหมู่บ้านเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เขาพยายามเรียกร้องขอให้ลูกบ้านกลับมาอยู่กับเขา
และสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ขึ้นอีก

แต่ลูกบ้านที่รอดชีวิตต่างก็ไม่เชื่อใจและกลัวหัวหน้าหมู่บ้านกันหมดแล้ว
จึงไม่มีใครกล้ากลับมาอยู่กับเขาอีก
ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถสร้างหมู่บ้านที่สวยงามขนาดไหนขึ้นมาได้ก็ตาม


วันนี้..
หัวหน้าหมู่บ้านต้องอยู่เพียงลำพังในซากหมู่บ้านที่รกร้างว่างเปล่า
แม้ว่าจะเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นแค่ไหน
แต่เขาเองก็รู้ตัวดีว่า เขาคงไม่สามารถสร้างหมู่บ้านที่สวยงามขึ้นมาได้อีกแล้ว
และเข้าใจดีว่า
ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ๆ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เขาจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้
จนมีพายุออกมาทำร้ายผู้คนที่อยู่รอบข้างเขาอีก..

Too bad the village leader is ..me..



Create Date : 22 มกราคม 2552
Last Update : 22 มกราคม 2552 13:06:46 น.
Counter : 510 Pageviews.

1 comment
แมลงสาบสีชมพู..
วันนี้ได้ตั้งบล็อกอยู่ในหมวด"ความรัก" กะเค้าซะด้วย^^..
รู้สึกว่าไม่ได้อัพบล็อกเป็นเรื่องเป็นราว
เกี่ยวกับความรักของตัวเองมานานนนแล้ว..

เมื่อ2เดือนก่อน..อยู่ๆก็ได้เจอคนที่รู้สึกว่า โคตรใช่
แบบที่ไม่ว่าจะคุยเรื่องอะไรก็คลิ๊กโดนกันไปหมดทุกอย่าง..
ไม่ต้องเฟค ไม่ต้องเสแสร้ง ไม่ต้องพยายามแกล้งทำว่าเราเหมือนกัน..
แต่เราเหมือนกันมากจริงๆจนน่าตกใจ..
(ตอนนี้เรื่องที่ไม่เหมือนกันคือ พี่วิทย์ชอบกินวาซาบิ และฟังเพลงclassic
ในขณะที่อิชั้นไม่กินวาซาบิและฟังเพลงแนวตลาดๆ)

แล้วในระยะเวลาแค่2เดือนที่ผ่านมา
พี่วิทย์คนนี้ก็ทำอะไรหลายอย่างมากกกกก
ให้อิชั้นต้องน้ำตาซึม(หรือบางทีก็ร้องไห้ไปเลย-_-'')
ด้วยความซึ้งใจหลายหนแล้ว..

ที่มาเขียนเป็นบล็อก เจตนาอยากมีอะไรเก็บไว้อ่าน เมื่อเวลาผ่านไป..
ไม่อยากจะลืมความรู้สึกดีๆที่เคยเกิดขึ้นเพราะพี่วิทย์..
ไม่อยากลืม ไม่อยากให้ตัวเองพลาดที่จะนึกถึงเรื่องดีๆพวกนี้เลยแม้แต่เรื่องเดียว..
(เพราะอิชั้นเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีหน่วยความจำเท่าปลาทอง-_-'')

ตั้งแต่เริ่มรู้จักกันใหม่ๆ.. พี่วิทย์จะชอบมีคำถามง่ายๆที่เกี่ยวกับตัวอั้มเองมาให้ตอบ..
เวลาที่พี่วิทย์ถาม จะถามเหมือนถามไปยังงั้นๆ..
หรือไม่ก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ..โดยที่อิั้ชั้นก็ไม่เคยรู้ตัวว่า..
พี่วิทย์สนใจที่จะรู้แล้วก็จำได้ทุกอย่างทุกเรื่องที่ตอบไป
หรือที่ได้คุยกันทั้งหมด..
พอเวลาผ่านไปพี่วิทย์จะเอาเรื่องที่เราเคยคุยกันไว้นานแล้ว
มาทำให้แปลกใจ+ดีใจตลอด..

มีช่วงนึงเป็นช่วงที่อิชั้นกำลังต้องใช้เงินในการย้ายบ้าน..
ก็เลยปรึกษากับพี่วิทย์ว่า มีเงินเก็บอยู่แค่เนี่ย(แค่เนี้ยยยจริงๆ)..
อยากได้ตู้เสื้อผ้าไม่ก็notebookซักตัว..
จะเอาเงินที่มีไปซื้ออะไรดี..
เพราะเราเคยคุยกันถึงคอมรุ่นดึกดำบรรพ์ของงอิชั้นที่มันชอบขึ้นจอฟ้าไม่ก็restartตัวเองอยู่บ่อยๆ..
เป็นคอมที่ได้รับมาจากพี่ชายอีกทีนึง..
อายุ(คอม)ก็น่าจะเป็น10ปีแล้วแถมยังไม่เคยเปลี่ยนเมนบอร์ดหรือhardwareอะไรเลยนอกจากRAM
แต่ถ้ามีเ้งินจริงๆก็อยากจะเปลี่ยน..

พี่วิทย์ออกความเห็นว่า ย้ายบ้านใหม่ ไม่มีตู้เสื้อผ้าแล้วจะเอาเสื้อผ้าไปกองกะพื้นเหรอคะ-_-''
ตอนนี้ต้องรีบใช้ตู้ก็เอาเงินไปซื้อตู้ก่อนดีกว่ามั้ย..
คอมตัวเก่าถึงมันจะบ้าๆบอๆแต่ก็ยังน่าจะเอาไปใช้ได้อยู่..
อิชั้นก็อืมมมม.. ก็จริงนะ.. เลยเอาเงินเก็บ(อันน้อยนิด)ไปซื้อตู้เสื้อผ้าก็แล้วกัน..

พอดีกับที่ว่า.. ช่วงปลายเดือนสิงหาจะมีรุ่นน้องที่พี่วิทย์รู้จัก
กลับมาเมืองไทยพอดี..
พี่วิทย์ก็บอกเป็นนัยๆว่าจะมีของขวัญให้นะ..
แต่บอกไม่ได้จริงๆว่าเป็นอะไร..
คิดอยู่ว่าจะฝากน้องคนที่กลับเมืองไทยไปให้ดีมั้ย.. หรือว่าจะยังไงดี..
จำได้ว่า พี่วิทย์พูดๆเรื่องที่ไปนั่งsearchหาของขวัญชิ้นนี้จากเว็ปโน้นนี้มากมาย..
แล้วก็ตัดสินใจยากเหมือนกันว่าจะซื้อของที่ไหนให้ดี..

ซีดีSkyกับช็อคโกแลตและJohnny Hates Jazz
ถือว่าเป็นของขวัญฉลองความสัมพันธ์..
แต่เค้าคิดไว้นานแล้วว่า จะมีของขวัญอีกอย่างให้..
เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่และเปลี่ยนที่ทำงานใหม่..
อิชั้นก็ไม่รู้จริงๆอ่ะว่าจะซื้ออะไรให้อีก..

พี่วิทย์ไม่หลุดclueอะไรมาให้เลยซักอย่าง..
บอกแต่ว่า คนแบบพี่วิทย์ ถ้าจะซื้ออะไรให้
มันจะไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย มันต้องเอาไปใช้ได้จริงๆเท่านั้น..
อิชั้นก็พยายามจะนึกๆๆ แต่ก็นึกไม่ออกจนสุดท้ายเลิกนึกไป..
คิดแค่ว่า ไม่ว่าของขวัญชิ้นนั้นจะเป็นอะไร
ขอแค่พี่วิทย์เป็นคนให้ อิชั้นก็ดีใจมากๆทั้งนั้น^^

จนมาถึงวันนึง.. พี่วิทย์บอกว่า ได้เวลาออกไปซื้อของขวัญให้ละ..
เด๋วซื้อเสร็จแล้วจะโทรมาหา.. จำได้ว่า ตอนนั้นอิชั้นอยู่ที่ทำงาน.. ,
น่าจะเกือบๆเที่ยงได้แล้วมั้ง..
เพราะพี่วิทย์ออกจากบ้านไปตอนเกือบ2ทุ่ม..
บอกตรงๆว่าตอนนั้นก็ยังno ideaอยู่เลยว่าของที่ว่าจะเป็นอะไร..
ดูพี่วิทย์จะเอาใจใส่่เรื่องการส่งมันมาให้อิชั้นมากเป็นพิเศษ..

อิชั้นก็ถามอ่ะว่าของนี้มันตกแล้วแตกมั้ย 5555
พี่เค้าบอกว่าก็ถ้าจะให้มันแตกมันก็แตกอ่ะค่ะ
แต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี..-_-''

พอพี่วิทย์ซื้อของได้ปุ๊บก็โทรมา..
แกล้งอิชั้นอยู่นานไม่ยอมบอกว่าของเป็นอะไร
ส่วนนึงเพราะกลัวโดนอิชั้นดุว่าซื้อมาทำไม
อีกส่วนนึงก็อยากจะแกล้งให้อิชั้นอยากรู้นั่นแหละ..
บอกแต่ว่าเนี่ย.. แบกของขวัญน้องอั้มกลับบ้านเนี่ยะ เหนื่อยมากๆ..
ของขวัญที่ต้องแบก.. ตอนนั้นอิชั้นคิดไว้แค่at the tip of my brainจริงๆ.. ว่ามันอาจจะเป็น.....
แต่ก็นะ.. ไม่ใช่หรอก.. มันเป็นไปไม่ได้หรอก-_-''

สุดท้ายพี่วิทย์เลยต้องใช้วิธีถ่ายรูปของขวัญชิ้นที่ว่า
แล้วส่งมาเข้าอีเมล์อิชั้นตอนนั้นเลย..
แต่วันนั้นอีเมล์ใช้เวลาเดินทางนานไปนิด.. เลยมีการใบ้ระหว่างรอ..
ให้อั้มถามตัวเอง ว่าตอนนี้อยากได้อะไรอยู่แล้วยังไม่ได้บ้าง..

วินาทีนั้นก็ตอบไปซื่อๆ ว่าอยากได้โน้ตบุ๊คค่ะ

พี่วิทย์เงียบไปเลยเกิน5วิ อิชั้นใจเต้นโครมๆ รู้เลยทันทีว่า
ของขวัญชิ้นนั้นที่พี่วิทย์ใช้เวลาหาอยู่นาน
ต้องกังวลเรื่องหาวิธีการส่งมาให้..
เป็นของที่ตกแล้วแตกก็ได้ แถมยังต้องแบกกลับบ้านเนี่ย มันคืออะไร..

พี่วิทย์สิ้นสุดความเงียบไม่กี่วิที่อิชั้นจิ้นไปไกล ด้วยการบอกว่า บิงโก..

ตอนนั้นอิชั้นจำได้เลยว่ากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน..
ต้องเก็บอาการดีใจจนน้ำตาซึมด้วยการเอาหัวโขกโต๊ะ1ที
แล้วร้องงื้ดๆๆใส่โทรศัพท์อยู่นานมาก-_-'
ไม่นานอีเมล์ก็เข้ามา อิชั้นเปิดดูทั้งน้ำตา ก็เห็นว่ามันเป็นรูปของกล่องhp.. เป็นโน้ตบุ๊คของhp..
พี่วิทย์ซื้อโน้ตบุ๊คให้อั้มจริงๆด้วยT_T

แค่เห็นโน้ตบุ๊คตัวนั้น อิชั้นก็ดีใจจนพูดออกมาไม่ถูกแล้ว..
เย็นวันนั้นพี่วิทย์นอนซะเช้า อยู่คุยโทรศัพท์กับอิชั้นและทำให้ได้รู้ว่า..

พี่วิทย์ขายหูฟังราคาหลายร้อยเหรียญ 2 ตัว ที่เก็บเงินซื้อมา
แล้วมันก็เป็นของสะสมที่พี่วิทย์รัก..เพื่อเอามาซื้อโน้ตบุ๊คตัวนี้ให้อิชั้น
เพราะอยากเห็นอิชั้นใช้ของที่ดีๆ อยากเห็นอิชั้นมีความสุข..
แค่ได้ยินอิชั้นร้องงื้ดๆด้วยความดีใจ พี่เค้าก็ดีใจมากๆที่สุดแล้ว..

อิชั้นบอกตามตรงว่า มันอึ้ง..
พี่วิทย์ไม่ได้รวยมาจากไหน ต้องทำงานเหนื่อยแค่ไหนอิชั้นก็รู้..

แต่เพราะอยากเห็นอิชั้นมีความสุข..
พี่วิทย์ยอมเสียสละสิ่งที่รักเพื่ออิชั้นได้ ทั้งๆที่หูฟัง2ตัวนั้นพี่วิทย์ก็เคยบอกว่ามันเป็นตัวที่หายาก..
มันทำให้อิชั้นซึ้งใจจนพูดไม่ออก..

แต่มีคำพูดนึงที่พี่วิทย์บอก แล้วทำให้อิชั้นร้องไห้ออกมาเลยทันทีคือ..
พี่ไม่เสียดายที่จะเสียของบางอย่างที่พี่รักไป
เพื่อสิ่งที่พี่รักมากกว่าและมากที่สุด..

อั้มจำได้ดีว่าพอฟังประโยคนี้จบ.. ก็ร้องไห้ออกมาแบบสะอื้นเลย
ทั้งๆที่ตอนนั้นขับรถอยู่แถวพาต้าซึ่งรถเยอะมาก-_-''

อิชั้นดีใจอ่ะ ร้องไห้ให้กับตัวเอง.. ตื้นตันใจกับตัวเอง
ที่ในที่สุด.. ในที่สุดอิชั้นก็เจอผู้ชายคนที่จะรักเราหมดหัวใจ..
รักโดยที่ยอมทุ่มเททำอะไรให้จริงๆจังๆ..
โดยไม่นึกถึงว่าจะต้องได้อะไรกลับไป.. แล้วก็ไม่ได้รักอย่างขาดสติ..
พี่วิทย์ทำทุกอย่างเพื่ออั้มโดยที่คิดไว้ล่วงหน้าหมดทุกอย่างแล้วว่า
จะทำอะไรยังไง
ไม่ให้สะเทือนเงินตัวเอง ไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน..
และทำให้อั้มมีความสุขได้..

อิชั้นดีใจที่ได้รักผู้ชายคนนี้ แล้วเค้าก็รักอิชั้นตอบ
อาจจะมากกว่าที่อิชั้นรักเค้าด้วยซ้ำไป..

อิชั้นร้องไห้เพราะ ความรู้สึกมันเต็มๆ.. มันcompleteแล้วจริงๆ..
ขอบคุณพี่วิทย์จริงๆ ที่อยู่ตรงนี้กับอั้ม..
แล้วอั้มก็อยากจะให้พี่วิทย์อยู่กับอั้มตลอดไป.. ทำให้อั้มมีความสุข..
เพราะอั้มเอง ก็อยากจะได้มีโอกาสทำอะไรก็ตาม
ที่จะทำให้พี่วิทย์มีความสุขด้วยตัวเองตลอดไปเหมือนกัน^^

เรื่องโน้ตบุ๊คเป็นแค่1ในสิ่งดีๆที่พี่วิทย์อยากทำให้อั้ม..

นี่ยังไม่นับเรื่องที่โอนเงินมาให้น้องอั้ม
เพื่อเอาไปทานข้าวที่ร้านอาหารดีๆทุกเดือนๆ
(เพราะอั้มไม่ค่อยได้ออกไปกินข้าวที่ไหนด้วยเหตุผลที่ว่ามันเปลืองตังค์)
ไม่รวมที่ซื้อไดร์เป่าผมให้ เพราะอยากให้อั้มเก็บค่าไดร์ผมที่ร้านไว้
แล้วไปฟิตเนสบ่อยๆ (ซึ่งแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้ไปเลยก็ตาม-_-')

ไม่รวมที่แอบไปซื้อลำโพงParadigmคู่ละ3ร้อยกว่าเหรียญ (สีขาวด้วย><)
เพื่อเอามาใช้กับโน้ตบุ๊คตัวใหม่เพราะเห็นว่าอั้มก็ชอบฟังเพลง แถมกระเป๋าโน้ตบุ๊คกับเมาส์และthumbdrive
ยังไม่รวมamplifierที่พี่วิทย์คิดไว้แล้วว่าจะให้อั้มมาซื้อที่เมืองไทย..

ยังไม่รวมรองเท้าคู่สวยที่พี่วิทย์ซื้อให้เพราะเห็นน้องอั้มอยากได้..
และยังไม่รวมeyecream, ครีมทาบำรุงของesteeอีก2กระปุก
ที่กำลังจะส่งมาให้อีก.....

เวลาแค่2เดือน พี่วิทย์ทำอะไรให้อั้มได้มากมายขนาดนี้..
แล้วยังชอบพูดว่า ไม่ค่อยได้ทำอะไรให้อั้มเลย ที่ทำได้ก็ปัญญาอ่อนๆ-_-''

ก็อยากจะบอกพี่วิทย์มากๆจริงๆ..
ว่าทั้งหมดที่พี่วิทย์ทำเพื่ออั้ม.. ไม่ใช่แค่ของดีๆที่ซื้อให้..
แต่รวมไปถึงอนาคตดีๆที่พี่วิทย์วางไว้สำหรับเรา2คน..
มันมากที่สุดในชีวิตของอั้มที่เคยรับความปรารถนาดีจากใครซักคนแล้วจริงๆ..

พี่วิทย์คือผู้ชายที่อั้มรักที่สุดในชีิวิตแล้วก็ไม่อยากจะเสียพี่วิทย์ไป..

เพราะงั้น.. รักอั้มไปนานๆนะคะ^^
น้องอั้มก็สัญญาว่าจะรักพี่วิทย์คนเดียวตลอดไปแล้วก็จะไม่ทำให้พี่วิทย์ผิดหวังด้วยค่ะ..

I Love You! (as much as you do^^)



Create Date : 29 สิงหาคม 2551
Last Update : 29 สิงหาคม 2551 15:29:57 น.
Counter : 276 Pageviews.

8 comment
หน้าอย่างงี้.. มันทำไมเหรอ..
หน้าอย่างงี้..

V
V



หน้าอย่างงี้.. เค้าว่าโดนTagมา..

หน้าอย่างงี้.. ได้ข่าวว่า ยังไม่ได้ทำBag tagเลย..

หน้าอย่างงี้.. เห็นคำขอร้องของผู้ชายมาก่อนเสมอ 555

หน้าอย่างงี้.. ขอเริ่มการมั่วละนะ.. ไม่รุ้เหมือนกันว่าเค้าเล่นกันยังไง..

หน้าอย่างงี้.. ขอบอกว่าแต่งหน้าจัดนะ.. ชอบแต่งหน้ามากๆ.. เดือนนึงหมดค่าใช้จ่ายไปกับเครื่องสำอางหลายอัฐิอยู่..

หน้าอย่างงี้.. ใช้มือถือถ่ายจนแบตเกือบหมด.. กว่าจะได้ออกมาอย่างที่เห็น

หน้าอย่างงี้.. ตัวเท่าเมี่ยง แต่เหนียงยาน..กร๊ากกกก

หน้าอย่างงี้.. ชอบมองผู้หญิงสวยๆ ยิ่งขาเรียวๆยาวๆขาวๆนี่มองเหลียวหลังเลย..

หน้าอย่างงี้.. ไม่มีนักร้องชายในดวงใจ มีแต่นักรองหญิงในดวงใจ Natsuyaki Miyabi วงBerryz Koboและนักร้องเกย์ขวัญใจแม่ยกอย่าอิชั้น.. Darren Hayes

หน้าอย่างงี้.. มีแฟนมาแล้วหลายคนนะยะ-_-''

หน้าอย่างงี้.. เวลามีความรักจะแอ๊บแบ๊วใสซื่อ ขุดมารยาหญิงสารพัดหลอกให้ผู้ชายตายใจได้แนบเนียนมาก ระวังให้ดี 555

หน้าอย่างงี้.. พอได้ใครเป็นแฟน(เสร็จสมอารมณ์หมายแม่แล้ว-_-'') ลายถึงจะออก ทั้งเอาแต่ใจ ขี้หงุดหงิด ใจร้อน ปากร้าย แถมขี้เบื่ออีก 555

หน้าอย่างงี้.. ถึงจะออกลายอย่างที่ว่ามา แต่ตราบใดที่ยังไม่เบื่อ เค้ารักเดียวใจเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกะชายอื่นนะยะ

หน้าอย่างงี้.. ตอนเด็กๆอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ ครู และครูบนรถรับส่งนักเรียน ตามลำดับ-_-'' ซึ่งแต่ละความฝันอิชั้นจัดแจงสนองความอยากไปหมดแล้ว.. อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ก็ให้พ่อไปหากระบอกตั๋วของจริงทำตั๋ว ใส่เหรียญเสร็จสรรพ มาเล่นเก็บตังค์คนในบ้าน ตายายพ่อแม่พี่น้าโดนกันหมด เป็นอาชีพที่ดีจริงๆ-_-''
อยากเป็นครูก็เอาดินสอพองมานั่งขีดๆเขียนๆประตูครัว
ถือไม้เรียวอันนึง ฟาดพื้นฟาดฝาไปตามเรื่องตามราว ครูอั้มดุมากๆ-_-''
อยากเป็นครูรถก็เอากระจกสี่เหลี่ยมกรอบไม้ของแม่มาวางพิงผนังข้างกำแพง แล้วก็เลือนเข้าเลื่อนออก ทำเป็นเปิดประตูรถตู้ รับส่งเด็กขึ้นลงรถ.. มานั่งนึกตอนนี้ กูนี่ท่าจะบ้า- -''

หน้าอย่างงี้.. เกลียดเด็กม๊ากกกกกกกกก สำหรับอิชั้น เด็กคือเอเลี่ยน ไม่พูดภาษามนุษย์ จะเอาไรก็ไม่บอก ร้องไห้อย่างเดียว บางทีพูดได้แต่พอถามไรก็ไม่ตอบ มันน่าโบกหัวยิ่งนัก-*-

หน้าอย่างงี้.. เคยเป็นครูอยู่ร.ร. สอนภาษาที่เชียงใหม่และต้องคอยเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ ปะแป้งหวีผม ทายากันยุง ทำขนม ชงโอวัลติน ไปเข้าค่าย ตีกอล์ฟเด็กเล่น เช็ดก้น เป็นเพื่อนเล่น เป็นกรรมการห้ามทัพ ให้เอเลี่ยนประมาณ 40 ชีวิตอยู่ประมาณ 8 เดือน.. กูจะบ้า

หน้าอย่างงี้.. จบเอกภาษาอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับ 1..(เชื่อมะๆ)

หน้าอย่างงี้.. เคยถูกอาจารย์ในเอกที่ว่ามหาโหด ชมว่า "ปราดเปรื่อง!" ในห้องเรียน

หน้าอย่างงี้.. เคยโดนอาจารย์ตอนม.ต้นปรามาสไว้ว่าไม่น่าจะเอ็นท์ติดหรอก เพราะหน้าตาไม่ฉลาดเลย -_-'' (ซึ้งมากอ่ะ555)

หน้าอย่างงี้.. เพื่อนน้อยมากถึงมากที่สุด เพราะเป็นคนเข้าถึงยาก จริงๆเข้าถึงง่าย แต่พอเข้ามาแล้วส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ.. เลยหนีออกกันไปหมด เหลือไว้แต่พวกไม่คิดไรมากกะชีวิต ถึงจะอยู่เป็นเพื่อนอิชั้นได้ 555

หน้าอย่างงี้.. ตอนเด็กๆ(ซักป.5ป.6)ชอบเล่นละครคนเดียวมาก แม่บอกว่านั่งอยู่คนเดียวก็พูดไรไม่รู้ มีเกรี้ยวกราดใส่ประตูบ้าง กำแพงบ้านบ้าง หมอนข้างบ้าง(ปกติเค้าน่าจะเอาไปเช็คประสาทได้แล้วนะเนี่ย)เข้าใจว่าน่าจะกำลังรับบทตัวร้ายฝ่ายหญิงอยู่ ไม่ก็เป็นนางเอกทะเลาะกับพระเอก-_-''..

หน้าอย่างงี้.. ตอนอนุบาลเคยเล่นเป็น อรสา เรื่องสาวลมกรด(ฉายช่อง7มั้ง)ที่กันตา ดานาวเล่นเป็นนางเอก วิ่งแข่งกันในบ้านกะพี่ชาย ทีนี้ตอนวิ่งเข้าโค้ง(ในบ้าน-_-'')เหยียบกองผ้าลื่น หยุดไม่ทัน วิ่งเอาหน้าไปฟาดกำแพงบ้านเต็มๆ หงายหลังเลยคุณ 55555

พ่อกะแม่ว่าตกใจแล้ว (กำลังรีดผ้ากันอยู่) น้าชายของอิชั้นคนนึงตกใจยิ่งกว่า เค้าเล่ากันว่าวิ่งหน้าตาตื่น ร้องห่มร้องไห้มาอุ้มอิชั้น พูดไม่หยุดว่า หลานกูๆ ดั้งหักหมดแล้วๆ-_-'' สมพรปากเลย เป็นไงล่ะ-*-

หน้าอย่างงี้.. ตอนป.5 เคยซิ่งรถป๊อบของยายพุ่งไปชนประตูบ้านฝั่งตรงข้ามซะเบี้ยว หลุดออกมาทั้งบาน ส่วนตัวเองกระเด็นตกแอ้กลงมาบนพื้น เอาแขนขวาลงก่อน..

ได้น้าชายคนเดิม
วิ่งร้องห่มร้องไห้มาอุ้มอิชั้นพาไปร.พ.-_-''

ผลงานวันนั้นคือ แขนหัก นอนร.พ. อาทิตย์นึง ใส่เฝือกอ่อนอยู่อีกเป็นเดือน.. ช๊อบชอบเพราะคุณครูเห็นใจ ไม่ต้องจดงานตอนเรียน ให้เพื่อนที่ลายมือสวยที่สุดในห้องจดให้อ่าน กร๊ากๆ จริงๆแล้วคิดว่าวันหลังจะเอาอีก- -'' แต่ใจไม่ถึงว่ะค่ะ 555

หน้าอย่างงี้.. เพิ่งได้ใบขับขี่มาเมื่อวันที่1 พ.ค. เพิ่งขับจริงๆวันที่ 4 พ.ค. รถใหม๊ใหม่ แต่อิชั้นก็เอาไปชนซะเก๊าเก่าแล้ว 5555 ได้ข่าวว่าแม่เบื่อมาก กร๊ากๆๆ (ตามไปอ่านวีรกรรมอิชั้นได้ในซักบล็อกนี่แหละ.. จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขียนไว้บล็อกไหน-_-'')

หน้าอย่างงี้.. สิวเยอะอ่ะ เบื่อ-*- ทิ้งร่องรอยวัฒนธรรมไว้อีกเพียบ.. อย่าเชื่อ(รูป)จนกว่าจะได้เห็น(ตัวจริง) นะจ๊ะ-*-

หน้าอย่างงี้.. เป็นคนที่ขี้เหร่ที่สุดในกลุ่มเลยตอนเรียนมหาลัย 555

หน้าอย่างงี้.. เริ่มนึกเรื่องที่จะเผาตัวเองไม่ออกละ..

นึกออกละ..

หน้าอย่างงี้.. ไม่เคยขาดแฟนเลยตั้งแต่อายุ15ถึง25.. เรียกว่ามีผู้ชายให้ใช้ไม่เคยขาดมือ 55555 (เน้นปริมาณ.. คุณภาพว่ากันทีหลัง-*-)
บอกไว้ก่อน อิชั้นถ้าไม่แต่งหน้าก็ไม่ใช่จะดูได้นะ.. แต่ไม่เคยไม่มีแฟนเลยติดต่อกันมาหลายปีมาก..

ส่วนนึงน่าจะเพราะตัวเองเป็นผู้หญิงบอบบาง
(ตอแหลจริงๆ-*-)
ต้องการที่พึ่งทางใจกับใครซักคนตลอดเวลา.. ถ้าเลิกกะคนไหน มักจะต้องรีบหาคนมารับช่วงต่อเสมอ ถ้าไม่ได้เป็นแฟนไม่เป็นไร ขออิชั้นเอาหัวใจไปฝากไว้หน่อยก็ยังดี รับไม่รับกูก็ไม่สน 5555 ขอให้ได้ชอบใครซักคนก็พออ่ะ แต่หลังๆ 7-8 ปีมานี่ มีแฟนตลอดเรย เบื่อมาก

หน้าอย่างงี้.. ตอนนี้เลยไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนว่ะค่ะ-*- มีก็แบบที่เอาใจไปฝากเค้าไว้เฉยๆ เค้าจะเอารึป่าวก็ยังไม่รุ้เลย กูล่ะเบื่อ-_-''

หน้าอย่างงี้.. โง่เลขมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ถึงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกที่สุดของที่สุดในโลก เชื่อเถอะ..ว่าจะไม่เคยเห็นใครโง่เรื่องตัวเลขได้มากเท่าอิชั้นอีกแล้ว-*- ให้บวกเลข3หลักขึ้นไปในใจแบบต้องมีทดด้วยอ่ะ ตายเรย.. ไปต่อไม่ถูกเลย สูตรคูณก็ท่องได้แค่แม่12 (low educatedมั่กๆ)บัญญัติไตรยางค์เทียบไม่เป็น สมการไม่รู้จัก คิดเป็นเปอร์เซ็นก็ทำไม่เป็น หารเลขไม่ต้องพูดถึง เศษของการหารหามาจากไหนยังไม่รู้ กดเครื่องคิดเลขยังกดผิดเลยคุณ 5555

วันไหนมีคนมาพูดเรื่องบัญชีเรื่องเงินกะอิชั้น ซึ่งมีเลขมากกว่า 2 หลักมาเกี่ยวข้อง อิชั้นชอบทำเป็นมองไปทางอื่น แบบในรูปนั่นแหละ

ทีแรกเมียเจ้านายที่ทำงานที่ทำอยู่จะให้อิชั้นมาดูเรื่องวงเงินในบัญชีของบริษัทที่มีอยู่ 15 บัญชีแทนพี่คนเก่าที่กำลังจะเกษียณ เค้าบอกกะอิชั้นว่า เค้าดูแล้วรู้สึกว่าอิชั้นน่าจะทำได้ อิชั้นได้แต่คิดว่า เอาตาตุ่มดูเหรอวะ555

หลังจากลองให้พี่เค้าสอนงานจริงให้2เดือน..
รู้สึกตอนนี้เค้ากะลังประกาศรับคนใหม่อยู่-_-''

ก็บ้าป่าว ให้คนจบเอกอังกฤษสมัครมาตำแหน่งexportทำบัญชีไม่กลัวล้มละลายก็เอาสิวะ

หน้าอย่างงี้.. เป็นคนเจ้าน้ำตาอ่ะ เหอๆๆ โดนใครว่าโดนใครชม ดูหนังเศร้า จะเผาเต่ามากกว่าคนปกติประมาณ 12 เท่า-_-'' แต่ตอนนี้ภูมิต้านทานการโดนด่าเริ่มแข็งแรง หลังจากทำงานให้เจ้านายลูกเศรษฐีคนจีนที่เอาแต่ใจ เวลาไม่ได้อย่างใจพ่อทุบโต๊ะด่าแหลกทั้งภาษาจีน ไทย อังกฤษ.. มาเกือบปี.. หลังๆโดนใครด่าจะทำหน้ามึนอย่างเดียว กูไม่รู้ กูไม่ได้ยิน-_-''

หน้าอย่างงี้.. ไม่ชอบไม่สนใจเรื่องการเมือง คิดแคบๆอย่างเดียวว่า กินกันไป ไม่เกี่ยวอะไรกะกรู.. เบื่อการเมือง ไม่ชอบคุยเรื่องการเมือง แล้วเลยทำตัวไม่สนใจการเมืองไปเลยโดยปริตา เอ้ย ปริยาย:P

หน้าอย่างงี้.. อยากเป็นแอร์แต่สูงไม่ถึง-_-''

หน้าอย่างงี้.. คิดว่าพอได้ละนะ เริ่มเหม็นไหม้-*-


อ่านกันหนุกหนานเชียวสิ 555
อย่าลืมเม้นท์ให้กำลังใจคนสวยหน่อยนะ
เขียนบล้อกไปไม่มีใครอ่าน อิชั้นเศร้า-_-''




Create Date : 05 สิงหาคม 2550
Last Update : 5 สิงหาคม 2550 20:10:05 น.
Counter : 228 Pageviews.

23 comment
1  2  

แมลงสาบเทวีราชินีกะจั๊ว
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



ผู้หญิงที่เลยวัยใสไปเรียบร้อยแล้ว..






แต่พยายามจะแบ๊วอย่างสุดความสามารถ..

ไม่เชื่อดูมันทำหน้าในรูปนี่ก็ได้..
-____-''
MY VIP Friend