สาวสวยกับขสมก. : บุคคลในตำนานแห่งวงการขสมก.
หลังจากได้รับการอ้อนวอนให้อัพบล็อก(ซักทีสิโว้ย)..
จากแฟนนานุแฟนของบล็อกอิชั้นมามากมาย..
(ประมาณ 2 คน)
อิชั้นก็เลยเห็นควรแก่เวลาที่จะอัพบล็อกเน่าๆของตัวเองซะที..
โดยแกล้งทำเป็นลืมbag tagและอื่นๆที่มีสาวๆฝากมาไว้ก่อน..
เพราะงานนี้ ยังไงคำขอร้องจากชาย(ทั้งหนุ่มและไม่หนุ่ม) มาก่อนค่ะ 555

วันนี้เราก็จะโดดข้ามป้ายรถเมล์ดับเซียนหน้ากองสลากกันไปก่อน..
(อ้าวซะงั้น-_-'') เนื่องจากอิชั้นเห็นว่า
เนื้อหาไม่น่าจะแตกต่างอะไรกับป้ายอนุสาวรีย์ชัยฯ..
อันมีแต่ความเซียนขั้นเทพเท่านั้น ที่จะทำให้เราๆทั่นๆได้ขึ้นรถเมล์ทันชาวบ้านชาวช่องเขา..

เพราะฉะนั้น สรุปได้ง่ายๆว่า อยากขึ้นรถเมล์ถูกที่ถูกทางต้องหมั่นหาประสบการณ์ตรง..
จากป้ายนั้นๆเอาเองนะก๊ะ.. (โบ้ยกันเห็นๆ)

พึงรำลึกไว้เสมอว่า มนุษย์ี่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง..
คนขับรถเมล์ก็เหมือนกัน..
เค้าจะไม่ขับทับที่กันหรอก..

ถ้าวันไหนไปยืนรอรถเมล์้สาย 15 ที่ป้ายกองสลาก
แล้วมันไม่จอดหน้า7-11.. แต่มาจอดตรงตีนสะพานพระปิ่นแทนที่ 203นะ..
อิชั้นท้าให้เตะกระเป๋ารถเมล์เลย..
-_-''

เอาล่ะ..

วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่องบุคคลในตำนาน..
ของวงการขสมก.กันดีกว่า..

อิชั้นบอกว่า บุคคลในตำนาน นั่นหมายความว่า บุคคลที่อิชั้นจะกล่าวถึงต่อไปนี้..

เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติด้านการปรากฏตัวให้เห็นบ่อยครั้งมาก..
ตามรถประจำทางสายต่างๆ..
และเป็นบุคคลที่ทั่นไม่ควรมองข้าม ไม่ควรลบหลู่..
แต่กับบางคนอาจเป็นตำนานด้านชวนตบกบาลได้ ตามแต่เห็นสมควร..

เรามาเริ่มที่คนแรกกันเลย..

1. กระเป๋ารถเมล์..

ต้องยกที่หนึ่งให้พี่เค้า..
ถึงในความคิดแว้บหนึ่งของอิชันจะเห็นว่ากระเป๋ารถเมล์
เหมือนไส้เดือนคอยพรวนดิน(ซึ่งก็คือผู้โดยสาร)
ให้ร่วนเสมอ..

แต่กระเป๋ารถเมล์..
ใหญ่กว่าคนขับรถเมล์..
ใหญ่กว่าผู้โดยสาร..
ปากจัดที่สุดบนรถเมล์..
และแข็งแรงที่สุดบนรถเมล์..

เอาเรื่องแรกที่อิชั้นมั่นใจ..
ก็เพราะว่าจากประสบการณ์ 15 ปีที่นั่งรถเมล์มา..
อิชั้นเห็นกระเป๋ารถเมล์ด่าคนขับ(ที่บางทีเป็นซะมี บางทีเป็นพี่ บางทีเป็นพ่อ)โครมๆๆซะจนอิชั้นล่ะเสียว
ว่าอีคนขับมันจะลุกขึ้นมาถีบกระเป๋ารถเมล์ให้กลิ้งซะจริงๆ..

แต่แทบจะนับครั้งได้ ที่จะเห็นคนขับเถียงชนะ..
อาจจะเพราะส่วนนึงเค้าคงตั้งอกตั้งใจเปลี่ยนเกียร์ เลี้ยงคลัชกระทืบคันเร่งอยู่ก็ได้..
เลยทำให้ไม่มีเวลามาเถียงเป็นเรื่องเป็นราว
เลยดูเหมือนกระเป๋ารถเมล์จะด่าชนะตลอด..

แต่ตามปกติเราจะเห็นกระเป๋ารถเมล์(ที่ไม่ใช่เมล์เขียว)เงียบๆ..
ดูไม่สู้คน.. หน่อมแน้ม.. คิดว่าคงทำไรไม่ได้หรอกนอกจากเก็บตังค์ไปวันๆ..

อย่าไปคิดเช่นนั้นเชียว..
ถ้าทำได้แค่นั้น กระเป๋ารถเมล์คงไม่ติดอันดับบุคคลในตำนานแน่นอน..
นอกจากเก็บตังค์ ด่าปั๋ว เอ้ย ด่าคนขับรถแล้ว..
กระเป๋ารถเมล์บางคน ยังเป็นนักจัดระเบียบสังคมได้ด้วย-_-''

อิชั้นเคยขึ้นรถเมล์อยู่คันนึง..
เป็นรถปอ.แบบมีที่นั่งคู่เรียงกัน 2 แถว..
ซึ่งปกติรถเมล์แบบเนี่ย.. มันจะยืนกันได้ไม่ค่อยเยอะ..
เพราะตูดเบียดกัน.. หรือใครจะเอาอะไรเบียดกันอีกบ้างอันนี้ก็รอดหูรอดตาอิชั้นไป..
แต่เพราะเก้าอี้นั่งมันเยอะ เลยทำให้พื้นที่ในการยืนลดลง ว่างั้น

อิชั้นว่าวันนั้นพี่กระเป๋าแกคงหงุดหงิดสุดๆ..
เพราะก็คงไม่อยากเบียดตูดใครต่อใคร..
เพื่อมาเก็บเงินคนที่ไปยืนท้ายๆรถอีกต่อไป..

อิชั้นเห็นแกยืนมองผู้โดยสารด้วยสายตาที่อ่านได้ว่า..
แม่ง.. เกะกะกันจังเลยโว้ย-*-

ก่อนจะเห็นแกวางกระบอกตั๋วโครมลงบนราวจับบนประตูรถเมล์..
ละก็ตะโกนให้พอได้ยินกันทั่วรถว่า..

เอ้า! ชิดแถวเรียงหนึ่งๆๆ!

เอ่อ..

อะไรอ้ะ..
เพิ่งหลุดออกมาจากค่ายทหารป่าวเนี่ยะ..

ผู้โดยสารคนอื่นๆก็คงงงเหมือนกัน.. ยืนมองหน้ากัน ทำอะไรไม่ถูก..
แต่พี่แกไม่รอช้า จะงงกันทำ5อะไรกันนักหนา..
แกจัดการเดินเอามือแหวกๆๆผู้โดยสารแบ่งออกเป็น 2 ข้าง..
แล้วไล่มาจากข้างหลัง.. บอกให้ทุกคนหันหน้าไปทางเดียวกะที่รถวิ่งให้หมด..
ระหว่างนั้นก็พากย์ไปด้วย..
เอามือจับราวไว้! อย่าล้ม! ใครจับไม่ถึงจับเบาะ!..
ห้ามยืนหันข้างให้ทางรถวิ่ง! มันกินเนื้อที่!เกะกะ! เข้าใจมั้ยครับ!..

ประมาณ 5 นาทีเท่านั้น..
แกจับผู้โดยสารที่ยืนเกะกะกันเต็มรถ..
เข้าแถวเรียงหนึ่งบนรถเมล์ได้.. โดยมีระยะห่างต่อคนเท่าๆกันT-T

อิชั้นก็ไม่รู้ว่าแกหลุดมาจากค่ายไหน..
แต่ต้องยอมรับว่า การยืนบนรถเมล์วันนั้นมันช่างเรียบร้อย เป็นระเบียบ และเดินเข้าๆออกๆได้ง่ายซะไม่มี..
ไม่ต้องเอาตูดเบียดกันเพื่อลงรถเมล์เลยซักกะนิด..
แถมผู้โดยสารที่ขึ้นมาใหม่ แกก็จับเสียบตามช่องไฟของทหาร เอ้ย ของผู้โดยสารเก่านั่นแหละ แบบว่าใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าสุดๆ..

เรื่องนี้ผ่านมา6-7ปีแล้ว.. ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่กระเป๋าคนนั้นเป็นผบ.ทบ.ไปแล้วรึยัง-_-''

อีกเรื่องนึงที่อิชั้นนับถือกระเป๋ารถเมล์อย่างมาก
ก็คือเรื่องวิชาbody balanceของพี่เค้า..

ยืนบนเมล์(ไทย)โดยไม่มีมือว่างไว้เกาะอะไรเลยเนี่ย
มันเข้าขั้นเทพเลยนะคุณ-_-''
ต้องยอมรับว่าเป็นความสามารถส่วนบุคคลที่เลียนแบบไม่ได้มากๆ..

ก็เห็นๆกันอยู่ว่ารถเมล์บ้านเราเค้าขับปาดซ้ายป่ายขวา
กระทืบเบรคเหยียบคันเร่งไม่เกรงใจใครอยู่แล้ว
ไอ้เรายืนเกาะราว เกร็งจนแขนขาสั่นยังจะล้มหน้าทิ่มให้ได้..

แล้วคิดดูว่าพี่กระเป๋าที่เดินเก็บตังค์ไปคิดเลขไป
จำหน้าผู้โดยสารไป แต่ขณะเดียวกันยังยืนโยกซ้ายโยกขวา เอนหน้าเอนหลังทรงตัวไม่ให้ล้มได้เนี่ย..
เค้าจะต้องมีความสามารถขนาดไหน-_-''

อิชั้นว่าถ้าตกงาน.. กระเป๋ารถเมล์น่าจะไปเป็นครูสอนbody balanceในฟิตเนสนะ รวยเลย

ละไอ้กระบอกตั๋วที่เค้าถืออ่ะ มันหนักน่าดูนะคะ..
เหล็กทั้งดุ้น แถมพอเอาเหรียญซึ่งเป็นเป็นโลหะใส่เข้าไปจนเต็ม
มันก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก..
พ่อบังเกิดเกล้าอิชั้นเคยเอากระบอกตั๋วมาให้เล่น..
(ตอนเด็กๆอิชั้นบอกพ่อว่าอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์555)
กระบอกตั๋วอันนั้นยาวไม่ถึงครึ่งของกระบอกตั๋วที่กระเป๋ารถเมล์ใช้จริงๆเลย..

อิชั้นจัดแจงเอาเหรียญใส่เข้าไปเอากระดาษมาม้วนๆทำเป็นตั๋ว..
ไล่เก็บตังค์ผู้โดยสารในบ้าน.. หนุกหนานมาก-_-''
แต่หนุกได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงอิชั้นก็เมื่อยตุ้ม เอ้ย เมื่อยข้อมือมากแล้วอ่ะ..
เพราะทำท่าเขย่ากระบอกตั๋วเลียนแบบด้วย โคตรจะหนัก..

แล้วคิดดูว่าพี่กระเป๋าแกนอกจากจะต้องเขย่าไอ้กระบอกนี่ทั้งวัน..
บางทีแกยังต้องโชว์พาวสะบัดข้อมือขอทางให้คนขับเข้าซ้ายออกขวาอีกตะหาก..
แต่เพราะฝึกมาทุกวันนี่แหละ..

เราเลยเห็นกระเป๋ารถเมล์ห้อยโหนโจนทะยาน
ออกไปนอกตัวรถด้วยมือข้างเดียวได้บ่อยๆ

ถ้าอยากทำได้บ้างก็อย่าลืมไปฝึกสะบัดดัมเบลที่บ้าน
วันละ 3 เซ็ต เซ็ตละ10 ครั้งนะคะ..
โหนออกไปมั่งแล้วตกรถเมล์อิชั้นไม่รู้ด้วยนะ-_-''

เห็นความสามารถพี่กระเป๋าแบบนี้แล้วใครอย่าไปลบหลู่เค้าเชียว..
ไปทำอะไรขวางหูขวางตา พี่เค้าเตือนอะไรไม่ฟัง ระวังจะโดนกระบอกตั๋วโบกหัวเอา-_-''

(เคยมีครั้งนึงกะลังจะลงรถเมล์ที่ป้า่ย..
มีสาวนางนึงเธอคุยทะโรสับไปด้วย รถเมล์ก็จะลงด้วย..
พี่กระเป๋าซึ่งเป็นผู้หญิง เตือนเบาๆให้ได้ยินไปทั้งรถว่า..

เอ้า! จะลงรถอ่ะวางก่อนนะคะมือถือน่ะ!
ตกรถตายขึ้นมาใครติดคุก วางเลยๆๆๆๆ..

อูยยยย อิชั้นล่ะอายแทน แต่เห็นด้วยสุดๆ..
บางทีเราก็ต้องเซฟตัวเองด้วยอ่ะ.. อิชั้นเห็นมาหลายทีละ..
ไอ้เรื่องผู้โดยสารตกรถเมล์ตายเนี่ย..
สงสารคนขับอ่ะ.. เพราะคนขึ้นรถเค้าวันนึงไม่รู้กี่ร้อยคน..
จะต้องให้เค้ามาตามเซฟให้ทุกคนมันก็ไม่ไหวนะ..

ถ้าเราคนขึ้นไม่ได้ระวังเองแล้วตายขึ้นมา คนขับก็กลายเป็นคนผิดซะงั้น..
อันนี้ไม่นับกรณีคนขับมหาโหดไม่ดูตาม้าตาเรือนะ..
เพราะงั้นก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยเวลาขึ้นรถเมล์..

เห็นรถมันจะออกจากป้าย..
ประตูเค้าจะปิดแล้วก็อย่าเสร่อวิ่งเอาเท้าไปแทรกขึ้นรถ..
นี่มันรถเมล์ไม่ใช่รถไฟฟ้าที่เอาอะไรไปแทรกประตูแล้วมันจะเด้งกลับ..
มันก็หนีบเท้าหงายหลังล้มเข้าล้อเค้าเท่านั้นอ่ะสิ-_-'')

อ้าวนอกเรื่องไปไกล..
กลับมาหาบุคคลในตำนานคนต่อไปดีกว่านะ..

2. ป้าจอมพลิ้ว..

ป้าจอมพลิ้ว ชื่อนี้มากับลักษณะส่วนบุคคลจริงๆ555
คาแรคเตอร์ของป้าจอมพลิ้ว ไม่ชัดเจน..
แต่เราใช้วิธีstereotypeหรือเหมารวมได้นิดหน่อย..

ว่าเป้าหมายของเราคนนี้ มักจะเป็นป้า..
อายุราวๆ 40-50ปี.. ผมดัดสั้นติดหัว ไม่ก็มวยผม..
ชอบใส่กางเกงวอร์มไม่ก็กางเกงขายาวสีดำ เดปนิดๆ (อินเทรนด์ซะด้วยนะป้า-_-'')ใส่เสื้อลายดอกตัวใหญ่ๆ..
ใส่แตะไม่หนีบหาซื้อได้ตามตลาดนัด..

นึกภาพออกยัง..

ถ้ายังนึกไม่ออกลองอ่านต่ออีกหน่อย..
ป้าจอมพลิ้วจะมีพฤติกรรมการขึ้นรถเมล์ แล์ะการอยู่บนรถเมล์แบบที่พลิ้วจนหาตัวจับยาก..

ถ้ายังจำตอนที่แล้วได้..
(ห้ามแซวว่าไม่ได้อัพนานลืมตอนเก่าไปแล้วนะ-_-'')
เราจะเห็นคนบางคนวิ่งเหยาะๆตามป้ายรถเมล์
เป็นการวอร์มก่อนวิ่งขึ้นรถจริงๆ..
ถ้าจะต้องเลือกว่าคนแบบไหนที่ทำอาการแบบนั้น..
เห็นทีก็คงเป็นป้าจอมพลิ้วนี่แหละ-_-''

แต่ถึงป้าแกจะมาหลังชาวบ้านชาวช่อง
จนเป็นคนท้ายๆที่ออกันหน้าประตูแล้วล่ะก็..
แกจะงัดความสามารถด้านการพลิ้ว ใช้ทั้งศอกทั้งแขนกระทุ้งคนข้างๆให้กระเด็นติดขอบประตู
ก่อนจะดันตัวเองขึ้นรถไปอย่างสง่าผ่าเผย..

แถมไม่สนใจเสียงแช่งจากคนข้างหลังซะด้วยสิ-_-''

เท่านั้นไม่พอ.. ถ้าป้าแกได้มายืนเด่นตรงหน้าประตูคนแรกตอนรถเทียบป้ายล่ะก็..
ความซวยจะตกอยู่ที่คนลง..

เพราะป้าแกจะทำตัวเป็นผู้หญิงแถวหน้า(น่าถีบ)
ตะลุยฝ่าคนจะลงรถขึ้นไปบนรถได้เป็นคนแรก..
เรียกว่าคนจะลงก็ไม่ต้องลงอ่ะ ป้าแกจะขึ้น..
แล้วคนอื่นๆที่ตามหลังมาจะเกิดอาการ กรี๊ดดดดด ยอมไม่ด๊ายยยย
อิป้านั่นมันขึ้นไปแร้วววว กรูต้องขึ้นด้วยยย..

แล้วทั้งหมดก็จะแห่กันขึ้นมา โดยที่ไม่สนใจเลยว่า
ผู้โดยสารที่ต้องการลงป้ายจะลงมาแล้วหรือยังไม่ได้ลง..
ก็เลยได้เห็นบ่อยๆว่าคนขับเห็นคนกรูขึ้นรถหมดแล้ว..
งั้นกุไปเลยละกัน-_-''

ไอ้คนยังไม่ได้ลงก็ยืนหน้าตาตื่นเลยสิทีนี้..
จะตะโกนบอกเองว่า กุยังไม่ได้โลงงงง ก็เกรงใจ..
ร้อนถึงกระเป๋ารถเมล์อีก ต้องคอยบอกให้ว่า อย่าเพิ่งไปๆ คนยังลงไม่หมดเลย..

เห็นมั้ยว่าป้าจอมพลิ้วแกแสบขนาดไหน..

แต่ยังไม่หมด..
วีรกรรมป้าแกไม่ได้มีแค่นี้ ไม่งั้นไม่ได้เป็นบุคคลในตำนานหรอก..
พอขึ้นมาแล้ว ลองนึกภาพมีที่นั่งว่างอยู่ 2 ที่ สมมติว่างตรงข้างคนขับ 1 ที่.. อีกที่อยู่ไกล.. หลังรถโน่น..

ป้าจอมพลิ้วจะทำการพลิ้วววว
เดิน(เร็ว)จนสะโพกแทบบิด เฉไปทางที่นั่งที่ใกล้ที่สุดก่อน..
ถึงแม้ว่าป้าแกจะเลือกขึ้นประตูขวา แต่ที่นั่งว่างอยู่ทางซ้าย..
ป้าแกก็พลิ้ววว ชนใครที่โผล่หน้าขึ้นมาจากประตูทางซ้ายก็ไม่สน..
ขอให้ป้าได้นั่งตรงที่ป้าเล็งไว้ก็พอ..

นี่แหละป้าจอมพลิ้ว..

ถ้าป้าขึ้นมาไม่มีที่นั่งเลย..
ไม่เป็นไร ป้ายืนได้..

ป้าจะยืนนิ่งๆ มีแต่หน้าเท่านั้นที่หันซ้ายหันขวาตลอดเวลา..
กว่าเราจะรู้ว่าป้าแกจะมองหาอะไรนักหนา..
ก็คือตอนที่ป้าแกพลิ้วไปนั่งเก้าอี้ตัวที่มันเพิ่งจะว่างนั่นแหละ..

ขอบอกนะ.. ฉายาป้าจอมพลิ้ว เห็นได้ชัดที่สุดก็ตอนป้าพลิ้วไปหาที่นั่งว่างนี่แหละ 555

ป้าจะไวมากเมื่อเทียบกะอายุ..
หนุ่มๆสาวๆหน้าบางๆอย่างเรานะเรอะ..
อย่าหวังจะไปทันกินกะป้าแกเลย-_-''

ที่นั่งว่างตรงไหน ต่อให้มีคนยืนเกาะอยู่แถวนั้นใกล้ยังไง..
ป้าแกไม่เคยมองและไม่เคยสนใจหรอก เหอะๆ..

คนสวยอย่างเราๆ เวลาที่นั่งใกล้ๆว่าง เราจะมองไปรอบๆก่อนว่า มีใครต้องการที่นั่งมากกว่าเรามั้ย.. อย่างเด็กหรือคนแก่
ถ้าไม่มีเราค่อยนั่งหน้าตาดีต่อไปใช่ป่ะ..
ป้าจอมพลิ้วแกจะอาศัยจังหวะนี้แหละ เข้ามาเสียบทันที..
เล่นเอางงเลยมึง 555 กะลังจะนั่งแล้วแท้ๆ..

ตอนเด็กๆป้าแกต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีแพ้เด็กแถวบ้านแหงๆเลย..
มาตอนนี้เลยเก็บกดมาก-_-''

ถ้าเห็นป้าจอมพลิ้วอยู่บนรถเมล์คันเดียวกะคุณล่ะก็..
แนะนำให้นั่งทันที ไม่เกิน 5 วิ หลังจากคนที่นั่งอยู่ลุกไป..
(แต่ต้องเป็นในกรณีที่เรายืนอยู่ตรงเก้าอี้ตัวนั้นอยู่แล้วนะ..
ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้ๆแล้วไปนั่งทันทีภายใน 5 วิ คุณอาจจะกลายเป็นป้าจอมพลิ้วในตำนานไปซะเองทันที 555)

ไม่ได้อยากเสี้ยมสอนให้ใครเห็นแก่ตัวนะ..
แต่ขอบอกว่ามันเจ็บใจสุดๆเลยแหละ เวลาเราตั้งใจจะนั่งละ แล้วอยู่ดีๆมีป้าที่ไหนไม่รู้แถกมาเสียบนั่งแทนเนี่ย..
แถมป้าจอมพลิ้วอ่ะ ส่วนใหญ่จะไม่ได้แก่ขนาดยืนไม่ไหว..
่ดูลีลาแกพลิ้วมาตั้งแต่ตอนขึ้นรถเมล์ก็พอจะบอกได้ว่า แกไม่ได้อ่อนแออะไรนักหรอก-_-''

ถ้าเพียงแต่ป้าแกจะยืนทำหน้าน่าเห็นใจว่าป้าเมื่อยนะหนู..
อิชั้นคงจะยินดีสละที่นั่งให้ไม่ลังเลเลยแหละ..
แต่นี่ป้าแกเล่นเสียบหน้าตาเฉย.. (แถมบางทีนั่งหลับให้กุอิจฉาอีก)
ท่าทางความพลิ้วบ่งบอกความมีสุขภาพแข็งแรงซะขนาดนั้น..
เห็นแล้วอยากโบกหัวป้ามากเลยค่ะ

แต่อิชั้นมีสมมติฐานที่เข้าข้างป้าเค้าอยู่นะ
(คิดได้ตอนที่แค้นสุดๆเพราะโดนป้าแย่งนั่ง)
อิชั้นเข้าใจว่าบางที.. ป้าแกอาจจะเป็นคนสมัยก่อน โตมาแบบปากกัดตีนถีบอ่ะ.. อันนี้พูดจริงนะ ไม่ได้จะดูถูกใคร..
คือชีวิตอาจจะต้องเอาตัวรอดมาตลอดกว่าจะแก่มาจนถึงป่านนี้..
เลยเผลอเอานิสัยที่ใช้มาตลอดชีวิตมาใช้บนรถเมล์ด้วย..
(คิดได้แล้วไม่ได้ทำให้ป้าน่าเห็นใจมากขึ้น..
แต่เราจะแค้นป้าน้อยลงหน่อยนึง)

ซึ่งป้าแกไม่รู้หรอกว่า ที่ป้าแกทำอ่ะ มันทำให้รังสีความเห็นแก่ตัวแผ่ไปทั้งคันเลย555

แล้วมันทำให้คนอื่นๆเห็นแก่ตัวไปด้วย เพราะถ้าไม่ทำแบบแก
ก็ยืนไปเหอะ เป็นชั่วโมงๆ.. ใครไม่เข้าใจ ก็อย่าลืมจอดรถทิ้งไว้ที่บ้าน 1 ปี นั่งรถเมล์ไปเที่ยวกทม. แล้วจะเข้าใจอิชั้นเองแหละ-_-''

ก่อนจะจบตำนานของป้าจอมพลิ้ว..
ฝากไว้นิดนึงว่าอย่าไว้ใจลุงจอมพลิ้วรุ่นราวคราวเดียวกันนะ..
แต่ลุงจอมพลิ้วส่วนใหญ่จะม้วนนสพ.ไม่ก็โพยหวยติดมือมาด้วยค่ะ..
ส่วนพฤติกรรมนั้นพอกันเลย..

ลุงจอมพลิ้วจะพิเศษกว่าหน่อยตรงที่มีอุปกรณ์ช่วย..
ลุงแกชอบใช้ไอ้นสพ.ที่ม้วนๆมานั่นอ่ะ โยนขึ้นมาบนรถเมล์ก่อน
นัยน์ว่าจะเอาไว้จองที่ กูล่ะเชื่อเลยลุง

3. คู่รักวัยหวาน..

ไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าไหร่..
ไม่สำคัญว่าว่ารักกันมานานแค่ไหน..

ขอแค่คุณร้ากกกกกกกกรักกัน จนเก็บความรักนั้นไว้ไม่ได้แม้กระทั่งตอนอยู่บนรถเมล์..
คุณก็จะได้เป็นคู่รักในตำนานในที่สุด..

คู่รักในตำนานเป็น 1 ในคนที่น่าโบกกบาลเป็นที่สุด..
ที่อิชั้นเจอมาจะเป็นแบบนี้..

เป็นวัยรุ่น 2 คน ยืนมาด้วยกัน อิชั้นมาทีหลัง..
เสือกไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปยืนข้างหลังมันเอง..
หลังจากนั้นขยับไปไหนไม่ได้เพราะคนเริ่มเบียด..

ทีแรกอิชั้นก็ไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตด้านหลังเท่าไหร่หรอก..
ก็คิดว่าคนยืนรถเมล์ทั่วไป..

แต่ซักพักเดียวแกเริ่มเล่นกันค่ะ..
หยอกล้อต่อกระซิก ตีกันผัวะๆเผียะๆทำนองรักและเอ็นดูกันเหลือเกิน..
พอสาวตบแขน อินังผู้ชายก็แกล้งโบกหัวสาวเบาๆ..
สาวหัวเราะกิ๊กกั๊กๆ ตีคืน จี้เอวกันไปมาอยู่นั่นแล้ว..

กุจะบ้า-_-''

ไอ้อิจฉามันก็ไม่ค่อยอิจฉาเท่าไหร่หรอกนะ..
อิชั้นเองก็ได้รับความอบอุ่นจากผู้ชายมาพอสมควร
เลยไม่โหยหาจนตาร้อน..
ปัญหามันอยู่ที่ทุกทีที่สะดีดสะดิ้งกันน่ะ..
ไม่ศอกก็มือของฝ่ายใดฝ่ายนึง
มันต้องกระทุ้งโดนหลังอิชั้นไปด้วยทุกจังหวะนี่ดิ..

น่ารำคาญสุดๆ-*-

หนักที่สุดคือ มีแบบตบกันไปกันมาอีผู้ชายเสือกโยกตัวหลบด้วย
ไอ้เวร..
ที่ยืนยังไม่ค่อยจะมี เสือกโยกหลบ-*-

อิชั้นนี่หันไปมองแล้วมองอีกแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าทั้ง 2 คนจะรู้สึกตัว..
ความรักเข้าตาแล้วมันก็แบบนี้ละนะT_T

อิชั้นเคยอ่านเจอในกระทู้ห้องนอกเรื่อง..
จำได้เลยว่าคนที่มาเล่าคือคุณnorikaten..
บอกว่าเจอพี่สาวคนสวยคนนึงนั่งหลับอยู่เบาะยาวหลังสุดของรถปอ.

แล้วไม่นานพี่เค้าเจอคู่รักในตำนานเข้า..
ก็อะไรทำนองกะที่อิชั้นเจอแหละ.. หยอกล้อเล่นกันน่ารักน่าชัง..
แต่นังน้องผู้หญิงดันเอาศอกไปถองโดนพี่เค้าหลายที..
สุดท้ายพี่แกเลยลืมตามาด่าดังไปทั้งรถ..
ทำนองว่าทำไมไม่ไปหาโรงแรมเอากันซะเลยล่ะ..
ทำอะไรกันอยู่ได้ รู้มั้นว่าศอกเธอน่ะมันมาโดนชั้นหลายทีแล้ว
ตามมาด้วยอะไรไม่รู้อีกเป็นชุดๆ ..

2 คนนั้นเงียบไปเลย แต่อีผู้ชายดันหลุดปากพูดเบาๆมาว่า "โรคจิต"..
แต่พี่เค้าดันได้ยิน 555.. ซวยเลย

รู้สึกจะโดนด่าไปอีกชุดใหญ่ๆอ่ะ สุดท้ายลงรถเมล์หนีไปเลยคู่นั้น..
เหอๆๆ..

พี่สาวคนสวยก็นอนหลับต่อไปอย่างสบายใจ..

อันที่จริงอิชั้นก็ฝันอยากจะมีความกล้าขนาดนั้นบ้างอ่ะนะ..
ถ้าอิชั้นเป็นได้ถึงขนาดนั้นจะได้ด่าอีพวกเริงรักกันบนรถเมล์
แล้วมากระทบชาวบ้านเค้า
แถมยังจะด่าคนหนุ่มคนสาวที่เห็นคนแก่แล้วไม่ลุกให้นั่งด้วย
(เฮ้ย คุณๆ นั่งอยู่ได้ไงอ่ะ ไม่เห็นเหรอ
ยืนอยู่เนี่ยเค้าแก่ขนาดไหน ลุกดิๆๆ)

เอาล่ะ.. ตอนนี้นึกออกแค่นี้..

เด๋วคราวหน้าจะมาต่อมารยาททรามและไม่ทรามแต่งามมาก
อันควรและไม่ควรกระทำบนรถเมล์..

แต่เชื่ออะไรอิชั้นมากไม่ได้หรอกนะ..
อารมณ์นั้นมุกไหนมาก่อนก็ไปก่อนอ่ะ 555

ก่อนจะจบEpisodeที่3
มีเรื่องแถมมาเล่าให้ฟัง..

อิชั้นมีลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันอยู่ 3 คน..
เป็นพี่สาวคนโต 1 พี่ชายคนรอง1 ละก็น้องคนเล็กอีก1

สมัยก่อนก่อนที่จะเป็นเศรษฐีนี(ตกยาก)..
พี่สาวคนโตคนเนี่ยกะน้องชายเค้าอ่ะ ก็ต้องนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนกันประจำ..
แต่ไม่ค่อยได้ไปกลับด้วยกันหรอก..
คือต่างคนต่างกลับมากกว่า.. บางทีก็มาเจอกันบนรถเมล์ซะงั้น..

ทีนี้คนน้องชายอ่ะ

.. สมัยเด็กๆเค้าหน้าเหมือนลิง 555
ตัวดำๆ แล้วก็หน้าแบบนี้อ่ะ



ประมาณนี้แหละ-_-''..

ทีนี้มีอยู่วันนึง พี่สาวอิชั้นไปเที่ยวห้างหลังเลิกเรียน..
พอขึ้นรถเมล์มาก็ไม่มีที่นั่งละ..
แกเดินมาด้านหน้าของรถ..

ทันใดนั้นเอง..

แกเห็นจากด้านหลังว่าน้องชายตัวเองนั่งหลับสัปปะหงกอยู่ที่เก้าอี้คู่ตัวหนึ่ง..
โดยที่น้องพี่แกนั่งด้านนอก.. มีอีกคนนั่งอยู่ข้างใน..
ด้วยความดีใจหาคนถือกระเป๋าได้แล้ว..

แกเลยเดินปรี่เข้าไปหาน้อง พร้อมกับตบเกรียนอย่างแรง ดังพั๊วะ!..
แล้วพููดว่า.. ไงมึง มานั่งหลับทำหน้าลิงถึงนี่เลยเหรอวะ

คนหันมามองกันเยอะเลย..

น้องแกก็ตื่น แล้วหันมามองด้วย..
แต่ปรากฏว่า นั่นไม่ใช่น้องชายแกว่ะค่ะ 5555

เป็นเด็กที่ไหนไม่รู้
ที่ดูจากด้านหลังดันเหมือนลิงเหมือนน้องชายเค้า..

เอาล่ะ..
ถ้าคุณเป็นพี่สาวอิชั้น จะทำยังไงต่อไป..
55555



Create Date : 14 เมษายน 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 16:08:49 น.
Counter : 387 Pageviews.

6 comment
สาวสวยกับขสมก. : ป้ายรถเมล์ดับเซียน
วันนี้ฤกษ์งามยามดีเจ้านายสุดหล่อมหาโหดของอิชั้นไม่อยู่ที่ออฟฟิศ..
เลยได้จังหวะมาอัพบล็อกต่อยอดmega projectซะ..

ก็อย่างที่เกริ่นให้เห็นกันไปแล้วในintroduction..
ว่าอิชั้นมีประสบการณ์โชกโชนกับการใช้บิรการขสมก.
เลยอยากจะมาแชร์ให้พี่ๆน้องๆได้อ่านกันเอามันส์..
และอาจจะมีสาระต่อประชาชนชาวกทม.และไม่กทม.แต่จำใจมาอยู่กทม.
และจำใจต้องใช้บริการขสมก.กับเค้า..

ต้องจั่วหัวไว้ก่อนว่าบล็อกนี้อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก..
อันน่าจะได้มาจากคำหยาบทั้งหลายที่ใช้..
จึงขอเตือนว่า บล็อกนี้เหมาะกับคนอ่านอายุ18ขึ้นไปเท่าันั้น..
(ใครไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหยาบ..
แนะนำให้จอดรถทิ้งไว้ที่บ้านแล้วใช้แต่บริการขสมก.เป็นเวลา 1 ปี แล้วจะเข้าใจ แถมอาจรู้สึกอยากใช้คำหยาบขึ้นมาตะหงิดๆซะเอง-_-'')

แต่เดี๋ยวก่อน..


หากทั่นอายุต่ำกว่า18..
แต่พ่อแม่ส่งเสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อน่องให้ตั้งแต่อายุ11อย่างอิชั้น..
ด้วยการให้ไปฝึกวิชาbody balanceกับขสมก.แล้วล่ะก็..

ขอให้อ่านบล็อกนี้อย่างสนุกสนานบานตะไทนะ..


เอาล่ะ..
ขึ้นชื่อว่า ขสมก.

ใครๆก็รู้ว่ามันสุดยอดขนาดไหนเรื่องจอดรถไม่ตรงป้าย..

จอดก่อนถึงป้าย จอดเลยป้าย จอดเลนสอง
(แล้วก็มึงน่ะ.. เออ มึงน่ะแหละ.. วิ่งเข้าป้ายเอาเองสิ..
วิ่งดีก็ไม่ตาย วิ่งควายๆก็โดนรถชนนะมึงนะ)

หรือไม่ก็ไม่จอดเลย..


อิชั้นก็พอเข้าใจคนขับเค้านะ..
ว่ารถเมล์มันเยอะ(แต่ก็ยังเบียดกันเป็นปลาตีนอัดกระป๋องทุกคัน)..
แล้วป้ายรถเมล์บ้านเราเนี่ยมันจะเป็นสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า..
ทิ้งปริศนาให้อิชั้นคิดทู้กกกกทีที่ต้องวิ่งไปขึ้นรถเมล์กลางถนน..
ว่าทำไมนะ..ต่อให้ป้ายใหญ่แค่ไหน.. ก็ไม่เคยมีที่พอให้รถเมล์มาจอด..

(หรืออิืชั้นต้องคิดใหม่ว่า ป้ายมันไม่ได้เล็กไปหรอก แต่รถเมล์มันเยอะเกินไปทำให้ป้ายรถเมล์ไม่พอ..
แต่ถ้าลดจำนวนรถเมล์ลง มันจะไม่ยิ่งยัดทะนานกันมากกว่านี้เหรอ

อืมมม..คิดแค่นี้ก็ปวดกบาลแล้ว พอดีปกติไม่ค่อยได้ใช้สมอง..
เพราะงั้นเหตุผลที่ว่าทำไมรถเมล์ไม่ชอบจอดตรงป้าย
เราเลยต้องพับไว้ก่อน เพราะกูก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ)

คนขับบางคนก็กลัวไม่ทันได้กลับไปเห็นหน้าเมีย(น้อย)คืนนี้ (เพราะเมียหลวงเป็นกระเป๋ารถเมล์)
เลยต้องห้อมันซะเต็มตีน กว่าจะรู้ตัว อ้าว เลยป้ายไปแล้ว ป้ายหน้าละกันนะน้อง..(สาดดดดดดดดดด ป้ายต่อไปอีก 2 กิโลเนี่ยนะ-_-'')

โดยเฉพาะ 3 ป้ายใหญ่ที่อิชั้นจะพูดถึงต่อไปนี้..

อิชั้นยกให้เป็น"ป้ายรถเมล์ดับเซียน"..

เพราะหากไม่เชี่ยวชาญด้านการขึ้นรถเมล์จริงๆล่ะก็..
อาจจะไม่ได้ขึ้น ขึ้นไม่ทัน ขึ้นไปไม่ได้นั่ง หรือไม่ก็ต้องรอไปอีก45นาทีกว่าอีกคันจะมา..

ป้ายรถเมล์ดับเซียนป้ายแรก..
คือป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยฝั่งร.พ.ราชวิถีค่ะ

ถ้าใครเคยขึ้นป้ายตรงนี้จะรู้ดี..
ว่าป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยมันจะกินบริเวณทั้งแถบของวงเวียน..
ใจจริงกทม.เค้าจะต้องการให้ป้ายมันมโหฬารบานระดึกแบบนี้ป่าวอิชั้นก็ไม่รู้นะ..
จะทำสถิติเข้ากินเนสบุ๊คว่าเป็นป้ายรถเมล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือไงก็ไม่ทราบ..

แต่ตอนนี้มันใหญ่จริงๆ..

จริงๆป้ายด้านอื่นของอนุสาวรีย์ชัยก็ใหญ่พอกัน..
แต่อิชั้นสังเกตได้ว่าป้ายฝั่งนี้แหละโกลาหลดับเซียนเป็นที่สุด..

อ่ะสมมติๆ..

วันนี้อยากไปนนท์ฯ ท่าอิฐ เตาปูนจังเลย..
(จุดมุ่งหมายจำมาจากป้ายข้างรถ)
แอ๊ะ.. รอสาย18ดีกว่า อีกไม่นานก็คงจะมา..

แต่ว่า..
ถ้าจุดที่คุณเลือกที่จะยืนรออยู่ตรงต้นป้าย
หรือปลายๆป้ายก่อนเข้าถ.ราชวิถีล่ะก็..
ไม่ได้ขึ้นหรอกค่ะ เหอๆๆๆ
เพราะสาย18จะวิ่งฟ้าบบบบบบบบมาจากไหนไม่มีใครรู้..

มันจะไปเสียบโครมเข้าใ้ห้ตรงกลางป้าย
และไม่ใช่เลนติดป้ายนะคะขอโทษ..

โน่น..เลนขวา..

เอาหนักๆเข้าพ่อจะไปจอดที่เกาะกลางถนนห่างออกป้ายไปอีก
3 เลนถนนโน่นเลย.. ก็วิ่งกันไปนะคะ..
วิ่งดีก็ไม่ตาย วิ่งควายๆอาจจะโดนรถ(เมล์)ชนนะคะ จำไว้..

บางทีวิ่งดีแล้วก็ไม่ทันผู้ชำนาญการเค้าหรอก..
เค้าเตรียมความพร้อมด้วยการวิ่งเหยาะๆรอตั้งแต่รถจอดติดไฟแดงโน่นแล้ว..

เรียกว่าพอไฟเขียวปุ๊บแม่วิ่งตีคู่รถเมล์มาเลย (สุดยอด)..
ได้โอกาสก็โดดขึ้นทันทีไม่ต้องรอรถจอด คงจะกลัวไม่ได้นั่งมากๆ-_-''
แถมคนแบบนี้มีเยอะด้วยนะ อย่าทำเป็นเล่นไป 555

บางทีอิชั้นก็นึกครึ้มอยากเอากล้องวิดิโอไปตั้งอัดแถวๆป้ายรถเมล์เหมือนกันนะ..
เห็นคนทำอะไรแปลกๆเยอะดี เอามานั่งดูคงขำพิลึก-_-''

หรือๆ.. ถ้าอยากนั่งสาย542ที่วิ่งรอบเมืองจากหัวลำโพงยันสายใต้ใหม่ตลิ่งชันแล้วล่ะก็..
ควรจะสำเหนียกไว้ว่า.. ต้องไปรอที่ต้นป้ายนะคะ..
ตรงที่ลงบันไดมาจากBTSแล้วนั่นแหละ..
ตอนซักทุ่มนึงมันจะมีพี่คนนึงเอาต่างหูคู่ละ15บาทมาหลอกขาย 555
(อิชั้นก็ซื้อพี่เค้าไปหลายคู่แล้วเหมือนกัน)
จะบอกว่าตรงร้านพี่เค้าน่ะ (ใกล้ๆกันมีลุงขายหนมปังทาเนยสังขยานึ่งและป้าขายลูกชิ้น)
เป็นจุดยุทธศาสตร์ชั้นดีเวลาจะขึ้นสาย 542
เพราะหน้าที่ของคนสวยอย่างเราๆทั่นๆ.. ก็คือยืนเลือกตุ้มหูพี่เค้าไป..
พอ542มา มันจะมาจอดตรงหน้าเราเด๊ะๆ บวกลบไม่เกิน3ก้าว
เราก็คว้าตุ้มหูพี่เค้าขึ้นรถเมล์ไปเลยชิวๆ..
(แต่ใครอยากเอาวิธีนี้ไปชักดาบพี่คนขายตุ้มหู ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ผลหรอก..
เพราะ542จะจอดแช่อยู่ที่ป้ายอีกไม่ต่ำกว่า 15 นาที..
หรืออยากลองเล่นไล่จับบนรถเมล์กับพี่เค้าก็เอา อย่าบอกว่าคนที่สวยๆคนนั้นอ่ะ ซึ่งหมายถึงอิชั้น มันเสี้ยมสอนนะคุณ-_-'')

หรือถ้าอยากขึ้นสาย 28 และ108..
อันนี้ต้องรอดูจังหวะรถติดดีๆ..

ถ้าวันไหนรรถที่ป้ายมีไม่มาก(ซึ่งน้อยครั้งจะมีวันนั้น)
สาย28และ108จะปฏิบัติตนเป็นพลขับที่แสนดี ด้วยการไปจอดเอาเกือบหน้าร.พ. 555
(นัยน์ว่าอยากจะแบ่งพื้นที่ด้านหลังให้กับรถเมล์คันที่ขับตามมมา)
ไอ้คนที่คุ้นเคยต่อการรอรถ 2 สายนี้ตรงกลางป้าย
ก็จะต้องวิ่งตามไปขึ้นเป็นหมาหอบแดด

เพราะฉะนั้นจะอันตรายมาก ถ้าไม่ดูจังหวะรถติดให้ดีๆ..

วันไหนรถเมล์แห่กันมาอัดเต็มป้ายนี้ล่ะก็..
รอขึ้นกับพี่คนขายตุ้มหูได้เลย(ต่อไปเราจะเรียกเค้าว่าพี่ตุ้มหู)..

สาย28จะจอดแช่แว้บมันกลางแยก..
เรียกว่าหลุดมาจากไฟแดงได้ครึ่งคันก็เอา..
จอดต่อหลังรถที่เค้าแช่กันอยู่ก่อนที่ป้ายนี่แหละ..
บางทีก็จอดขวางทางรถที่มาจากพญาไทมันเลย..

ตัวเองเขียวแล้วมาได้แค่ครึ่งคันแล้วยังไม่ได้ขยับไปไหนจนไฟมันแดงอีกหน..
รถจากทางพญาไทมันก็จะไป.. ถ้าได้ขึ้นรถเมล์คันที่ว่านี้ไปแล้ว..
ก็จะได้รับความระทึกผสมเสียงแตรบีบไล่ให้ขายขี้หน้ากันไปข้าง..

แต่ไม่เป็นไร ได้นั่ง.. 555

ถ้าได้ยืนก็แนะนำให้ลงมา รถเมล์ไม่ไร้เท่าใบพุทรา..
ดีกว่ายืนขาโป่งตอนรถติดฝั่งสวนจิต เขาดิน-_-''

(แต่จะบอกเคล็ดลับคนสวยให้นิดนึง..
ถ้าขึ้นไปแล้วไม่แน่ใจว่าได้นั่ง อย่าเสร่อเดินเข้าไปถึงท้ายรถ..
แล้วค่อยรู้ตัวว่าอยากลง จนต้องเบียดคนเค้าออกมา..
ให้ยืนทำหน้าเสียดมเสียดายที่ไม่ได้นั่งประมาณ 5 วิ อย่าขาดอย่าเกิน..
อาจมีอัศวินหนุ่มทั้งหล่อและไม่หล่อแต่ใจดีลุกให้นั่ง อันนี้ต้องลงไปกราบที่ยอดอกงามๆของพี่เค้า(ครั้งเดียวพอ แต่ถ้าหล่อ อนุโลมให้กราบได้ 3 ที)..

ถ้าสวยก็คิดได้เลยว่าเค้าลุกให้นั่งเพราะสวย..
ถ้าไม่ค่อยจะสวยหรือสวยไม่เสร็จ เป็นไปได้ 3 อย่าง..
คือลุกให้นั่งเพราะเค้าใจดีจริงๆ หรือ
เพราะเค้านึกว่าเราอยู่ในกลุ่มคนชรา
กับสุดท้ายคือทั้ง2ข้อรวมกัน-_-''

ถ้าไม่มีชายใดลุกให้นั่งใน5วินาทีแห่งชีวิตล่ะก็..
ให้หันหลังเดินลงอย่างสง่างาม.. แล้วไม่ต้องไปทำหน้าเสียดงเสียดายตามหลังรถไปล่ะ..
ลงมายืนเชิดหน้าตั้งตารอสิ่งที่ดีกว่าต่อไป.. 555

เพราะถ้าอยู่ๆเพิ่งคิดได้ว่าจะลงเนี่ย..
นอกจากจะลำบากชาวบ้านเค้าแล้ว.. อาจโดนสายตาคนขี้อิจฉา(ในความสวย) มองเอาได้ว่า
ว้าย อีนี่ขึ้นรถผิดสาย เพราะตอนเราเดินลง ไม่ได้แขวนป้ายบอกใช่มั้ย ว่าที่ิชั้นลงน่ะ เพราะอิชั้นไม่อยากยืนให้น่องมันขึ้นกล้ามว้อย)

ถ้าอยากขึ้นสาย 12 หรือ 539จากป้ายเดิม..
อันนี้จะสนุกมากเป็นพิเศษ..
เพราะเราต้องมีฟุตเวิร์คตลอดเวลาที่รอรถเมล์..

ฟุตเวิร์คหมายถึงยืนเฉยๆไม่ได้..(เด๋วเราจะเจอศัพท์คำนี้อีกในอนาคต)
ต้องเดินไปเดินมาระหว่างท้ายๆกับกลางๆป้าย
(เน้นกลางๆไว้ก่อน) เพราะรถเมล์ 2 สายนี้เอาแน่ไม่ค่อยได้..
เราต้องแอคทีฟตลอดเวลา
เพื่อจะได้วิ่งปรู๊ดเดียวไปถึงล้อรถ เอ้ย ไปถึงคันรถ..

โห.. นี่แค่ป้ายแรกนะเนี่ย..
ยังไม่ได้พูดถึงป้ายดับเซียนอีกป้ายนึงเลย..
เราอย่าเพิ่งถอดใจไป..
เพราะยังมีเคล็ดขัดยอกดีๆอีกมากมายให้จำไว้ใช้เวลาขึ้นรถเมล์..

ป้ายต่อไปที่อิชั้นจะพูดถึง..

คือป้ายกองสลาก ตรงทางลงสะพานพระปิ่นฯ..

ซึ่งจะมาต่อคราวหน้าละกันนะ..
วันนี้อิชั้นเมื่อยแล้ว ไปล่ะ..
-_-''



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2550 15:16:01 น.
Counter : 228 Pageviews.

23 comment
สาวสวยกับขสมก. : Introduction
สาวสวยกับขสมก. เป็นmega project..

ที่อิชั้นตั้งใจจะทำมานานแล้ว..

แต่ไม่เคยหาโอกาสเหมาะๆได้ี้ซักที..


ที่บอกว่าเป็นmega projectเนี่ย..

ก็เพราะว่า อิชั้นจะไอเดียกระฉูดพุ่งพรูดๆหยุดไม่อยู่มากๆ..
เวลาขึ้นรถเมล์..

เพราะงั้น สาวสวยกับขสมก. น่าจะเขียนได้ยาว..

และก็น่าจะได้หลายepisodeด้วย..


เพราะความสวยและจน..

ทำให้อิชั้นต้องใช้ชีวิตนี้คู่มากับขสมก.ตั้งแต่อยู่ป.6..

เลยคิดว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 15ปี..

น่าจะมีประโยชน์กับสาวสวยแต่จนทั้งหลาย..

ให้ได้ขึ้นรถเมล์ รถร่วม รถตีนผี และรถขับเทกระจาดกัน

อย่างปลอดภัย ได้นั่ง และไม่ล้มทั้งยืน..

อ้อ..

mega projectอันนี้จะไ้รับเกียรติจากทั่นพี่เอ๋..

ซึ่งอิชั้นรู้จักผ่านทางทั่นพี่นูอีกที..

(นูไหนเอ๋ไหน ไม่ต้องถาม.. อิชั้นก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน)..

เป็นคนทำillustrationทั้งหมด..

(อูยตอแหลทำเป็นพูดไทยคำอังกฤษคำ..)

ก็คือ

จะให้ทั่นพี่เอ๋ช่วยวาดรูปประกอบบล็อกให้

เพื่อความไฮโซอ่ะค่ะ..

(ขอบอกว่าพี่เอ๋ทั่นนี้วาดรูปเก่งมากกกกกกกกกกกกกกกก

คือมีลงสี ถมดำแบบคนวาดมืออาชีพอ่ะ..

พออิชั้นบอกว่าจะให้วาดก้างปลาให้หน่อย..

อิชั้นก็พอเดาได้ว่าพี่แกคงอึ้งอ่ะ 555..

แต่ก็ได้อธิบายให้พี่ทั่นเข้าใจแล้ว (รึยังนะ)..

ว่าอิชั้นหาได้มีเจตนาดูถูกฝีมือพี่ทั่นไม่..

แต่อิชั้นวาดรูปไม่เป็น..

แม้แต่ก้างปลาก็อย่าหวังจะออกมาเป็นตัว..

ก็พอดีพี่นูรู้จักพี่เอ๋..
แล้วคุยกะอิชั้นว่าอยากหาคนวาดรูปง่ายๆให้บล็อกอิชั้นหน่อย..

ก็ไปลากเอาพี่เอ๋ซึ่งท่าจะมีฝีมือกว่าที่จะมาวาดรูปให้อิชั้นมากมาย..

ซึ่งก็ต้องขอบคุณมากๆล่วงหน้าไว้ก่อน..

เพื่อเป็นการมัดมือชกพี่เอ๋มา ณ ที่นี้เลยนะคะ-_-'')


รอชมmega project

จากใจแมลงสาบสาวสวยได้ที่นี่เร็วๆนี้นะก๊ะ..




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2550 20:13:07 น.
Counter : 202 Pageviews.

7 comment

แมลงสาบเทวีราชินีกะจั๊ว
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



ผู้หญิงที่เลยวัยใสไปเรียบร้อยแล้ว..






แต่พยายามจะแบ๊วอย่างสุดความสามารถ..

ไม่เชื่อดูมันทำหน้าในรูปนี่ก็ได้..
-____-''
MY VIP Friend