หลงใหลในความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด


Jap@Pro
Location :
Tokyo Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




อยากนำเสนอความรู้ในแนวทางใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกคน
Business Development
Enterprise Currency Marketing
Psychological Marketing
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Jap@Pro's blog to your web]
Links
 

 

pocket Wi-Fi อินเตอร์เน็ตที่ประเทศญี่ปุ่น

หลังจากที่ญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้มีคนไทยวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะมาก ไม่ว่าจะไปกับทัวร์หรือไปเอง และมีแผนการเดินทางไปในหลายๆที่ ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก บางคนไปในหุบเขา ไปตั้งแต่ภาคเหนือ ฮ็อกไกโด ยัน ภาคใต้คิวชู เรียกได้ว่า นักท่องเที่ยวสมัยนี้มีความรู้เยอะขึ้นมาก

นักท่องเที่ยวที่ผมเจอส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนกลุ่มนี้คือ อินเตอร์เน็ต เพื่อที่จะแชต แชร์ หาข้อมูล จึงมีคำถามกลับมาว่า ถ้าไปญี่ปุ่นจะมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ไหม

ญี่ปุ่นเป็นประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยี แต่กระนั้น เรื่องไวไฟฟรี ยังเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยสะดวก ตามโรงแรมบางแห่งจะมีไวไฟให้ใช้ แต่บางแห่งขนาดโรงแรม 4 ดาว ยังไม่มี ดังนั้นก่อนเดินทางควรตรวจสอบกับทางโรงแรมก่อน

ทางเลือกอื่นสำหรับนักท่องเที่ยว ก็มีเปิดโรมมิ่งกับค่ายมือถือ กับการเช่า Pocket Wi-Fi

โรมมิ่ง มีข้อดีคือ สะดวกสบาย แต่ข้อเสียใหญ่ คือ ราคาแพง และเรื่อง Data Leak ที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

การเช่า Pocket Wi-Fi จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูกและยังสามารถใช้งานกับ มือถือ แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ก ได้พร้อมกันหลายเครื่อง

Pocket Wi-Fi เป็นอะไรที่ใหม่สำหรับบางคน ผมจึงขออธิบายเกี่ยวกับคุณสมบัติของบริการและอุปกรณ์ตัวนี้ ไว้ดังนี้

Pocket Wi-Fi คือ อุปกรณ์ที่ไว้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบนโครงข่ายมือถือ โดยอุปกรณ์ตัวนี้จะกระจายสัญญาณไวไฟออกมา จากนั้นเราใช้มือถือหรือแท็บเล็ตของเรา เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวนี้ ก็จะสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ เหมือนเราใช้ ADSL ที่บ้าน อย่างไรอย่างนั้น

การเชื่อมต่อตามแผนภาพข้างล่าง
LTE/3G ----- Pocket Wi-Fi ----- (( Wi-Fi )) --- Smartphone, Tablet, Notebook

โดยข้างในอุปกรณ์จะมี Sim Card ของผู้ให้บริการมือถือของประเทศญี่ปุ่นอยู่ เช่น NTT Docomo, au by KDDI หรือ Softbank.

Pocket Wi-Fi เหมาะสำหรับคนที่เดินทางเป็นกลุ่มหรือมีอุปกรณ์ไอทีหลากหลายที่ต้องการใช้ เพราะคุณสมบัติที่แชร์ได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อคนเหลือวันละไม่กี่บาท

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Pocket Wi-Fi หลายเจ้าในเมืองไทย แต่พอมาดูจริงๆ บริการจะอยู่บนผู้ให้บริการโครงข่ายในญี่ปุ่นออกได้เป็น 3 ประเภท

1) e-mobile
2) UQ Wimax
3) au by KDDI (mobile operator)

e-mobile จะเหมือนกับ UQ Wimax ตรงที่เป็นผู้ให้บริการรายเล็กที่มุ่งเน้น การให้บริการดาต้า โดยเฉพาะ (คือไม่เน้นการสื่อสารโดยใช้เสียง เช่น การโทรศัพท์หากัน)
ต่างกันแค่ e-mobile ใช้เทคโนโลยี LTE แต่ UQ Wimax ใช้เทคโนโลยี Wimax แต่เทคโนโลยีอะไรก็ไม่สำคัญถ้าเรายังใช้งานได้ผ่านอุปกรณ์ Pocket Wi-Fi

ส่วนอีกฟาก au by KDDI เป็นผู้ให้บริการมือถือหลักในประเทศญี่ปุ่น บนเทคโนโลยี LTE พื้นที่ให้บริการจะครอบคลุมมากกว่าผู้ให้บริการด้านบน มี Service Center ค่อนข้างเยอะ และหาเจอได้ทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันค่าบริการก็จะแพงกว่าด้วย

#### สิ่งที่ต้องระวัง #####

## ความเร็วในการเชื่อมต่อ : UQ Wimax จะโฆษณาว่าความเร็วสูงสุด 110 Mbps, e-mobile โฆษณาว่าความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 110 Mbps, au by KDDI โฆษณาว่าความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps

ความเร็วสูงสุดเป็นเพียงการโฆษณา และให้บริการได้เพียงแค่บางพื้นที่ ที่แคบจริงๆ อีกอย่าง ถึงแม้เราอยู่ในพื้นที่นั้น ถ้าอุปกรณ์เราไม่รองรับ เราก็ใช้ความเร็วนั้นไม่ได้ (เหมือน LTE บ้านเรา)


## พื้นที่ให้บริการ : ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการเจ้าไหนมักจะบอกว่าครอบคลุมทั่วประเทศ ใช้งานได้ดี แต่ในความเป็นจริง ในบางพื้นที่เช่น ใต้ดิน บนทางด่วน บนรถไฟชินคันเซ็น สัญญาณมักจะขาดหาย และใช้งานไม่ได้

สรุปคือ ถ้านอกเหนือจากเรื่องค่าบริการแล้ว au by KDDI เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นผู้ให้บริการมือถือเจ้าใหญ่มีผู้ใช้บริการค่อนข้างเยอะ ย่อมมีเงินทุนสำหรับขยายโครงข่ายและมีคลื่นความถี่ในมือมากพอที่จะทำให้ความเร็วเชื่อมต่อมีคุณภาพมากกว่าเจ้าเล็กๆ

อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่า เราได้ใช้อินเตอร์เน็ต ในทุกๆที่ ที่เราไปเที่ยว

ที่เหลือก็ขึ้นกับราคา ที่แต่ละเจ้านำมาแข่งขันกันแล้วครับ










 

Create Date : 16 มีนาคม 2557    
Last Update : 16 มีนาคม 2557 13:17:06 น.
Counter : 673 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.