Group Blog
 
All blogs
 

นกกะเต็นน้อยธรรมดา

นกกะเต็นน้อยธรรมดา alcedo atthis ( common kingfisher ) เป็นกะเต็น 1 ใน 15 ชนิดที่พบในประเทศไทย และมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กน่ารัก คือความยาวจากปลายปากจรดปลายหางประมาณ16-18เซ็นติเมตร ในขณะที่ชนิดที่ใหญ่ที่สุดเช่นกะเต็นขาวดำใหญ่ หรือ กะเต็นใหญ่ธรรมดาจะมีขนาดตัวได้ถึงประมาณ 41 เซ็นติเมตร







นกกะเต็นน้อยธรรมดาตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แตกต่างกันที่ตัวเมียมีโคนปากล่างและอาจทั้งปากล่างเป็นสีส้มแดงขณะที่ตัวผู้มีปากสีดำสนิท

นกกะเต็นน้อยธรรมดามีหัวและหน้าผากสีฟ้าอมเขียวสดใส มีจุดสีฟ้าอ่อนเล็กๆเป็นแนวขวางถี่ๆหลายแนว คอสีขาว อกสีน้ำตาลแดง แก้ม และขนคลุมหูสีน้ำตาลแดง ปีกสีฟ้าอมเขียว มีจุดสีฟ้าอ่อนตรงแนวปีก หลังและตะโพกสีฟ้าสดใสมากๆ ขาและนิ้วเท้าเล็กๆสีแดงสดใส

นกวัยเด็ก มีอกสีหม่นออกขาวๆเทาๆ มีปากล่างสีแดง ขาและเท้าสีดำ และจะค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆเมื่ออายุมากขึ้น นกที่ถ่ายภาพมาคาดว่าเป็นนกวัยเด็กที่โตมากพอสมควรแล้วจึงมีลักษณะของเด็กไม่ครบตามสูตร







นกกะเต็นน้อยธรรมดาไม่ใช่นกประจำถิ่นของประเทศไทย แต่เป็นนกที่อพยพมาจากที่ที่มีอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว จะเริ่มพบเค้าในเมืองไทยได้ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายนไปจนถึงปลายฤดูหนาว โดยเมื่ออพยพมาแล้ว เราจะพบเค้าได้ทั่วประเทศไทย ตามที่ที่มีแหล่งน้ำ ลำธารที่น้ำไหลช้า ทั้งในที่โล่งและในป่าที่ไม่ทึบนัก ตามสวนสาธารณะในเมือง และนอกเมือง ป่าโกงกาง จากที่ราบถึงที่สูง1830เมตรจากระดับน้ำทะเล







อาหารของนกกะเต็นคือปลาตัวเล็กๆ แมลงอย่างแมลงปอ ตั๊กแตน กบขนาดเล็ก กุ้งน้ำจืดขนาดเล็ก ปลาตีน ตามแต่ที่จะจับได้บริเวณที่ไปอยู่อาศัย







นกกะเต็นน้อยธรรมดาคู่นี้มาอาศัยหากินอยู่บริเวณบ้านโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร แหล่งดูนกน้ำชื่อดังของไทย ที่นักดูนกได้พบนกอพยพที่หาดูได้ยากเสมอๆ

นกกะเต็นน้อยธรรมดาไม่ใช่นกที่หาดูได้ยากนัก แต่ก็ไม่ใช่นกที่จะมองข้ามไปได้ง่ายๆเนื่องจากไม่ค่อยให้โอกาสใครเก็บภาพใกล้ๆได้มากนัก เมื่อได้พบเจ้าสองตัวนี้เกาะสายไฟขาวจั๊วะหน้าประตูน้ำก็ต้องแวะดูสักหน่อย







ปรกติแล้วเมื่อเจอนกกะเต็นน้อยธรรมดา เค้าจะเกาะนิ่งๆตัวเดียวบนตอไม้ในน้ำ หรือไม่ก็บนกิ่งไม้ที่ยื่นลงในน้ำ เกาะนิ่งๆอย่างนั้นเป็นเวลานาน แต่คราวนี้อาจเป็นเพราะมาสองตัว ดูขยับตัวยืดคอ หดคอกันอยู่ตลอดเวลา







ในการหาอาหาร เค้าจ้องมองหาเหยื่อในน้ำ กระดกหางขึ้นลงเพื่อกะระยะทาง ก้มหัวลง เอนตัวไปข้างหน้า เมื่อเห็นเหยื่อชัดก็โผลงไปจับ ซึ่งใช้เวลาในการลงไปจับปลาขึ้นมาเกาะที่เดิมเพียง 1.16 วินาทีเท่านั้น เหยื่อที่เค้าจะจับต้องอยู่ในระยะลึกไม่เกิน 25 เซ็นติเมตร เมื่อพุ่งลงในน้ำ เค้าจะกางปีกเพื่อบังคับทิศทาง ตาจะมีเยื่อบางๆมาปิดเพื่อกันน้ำ แต่ยังมองเห็นการเคลื่อนไหวของเหยื่อ

ปลาที่ถูกจับได้จะถูกจับฟาดกับกิ่งไม้จนตาย และกินโดยหันทางหัวเข้าปากเท่านั้น เกล็ดปลาและสิ่งที่ทานไม่ได้ เค้าจะขย้อนออกมาทางปากเป็นก้อนกลมๆ







นกกะเต็นน้อยธรรมดาเป็นนกที่เคยหาง่าย แต่ปัจจุบันเราจะพบเค้าได้น้อยลงมาก โดยปัจจัยที่ทำให้เค้ามีน้อยลงมีตั้งแต่น้ำเสีย อากาศหนาวเย็น การถูกล่าโดยศัตรูธรรมชาติ และปัจจัยอื่นๆ ทั้งที่มีการกระจายพันธุ์อยู่มากทั้งในยุโรป และเอเชีย






ข้อมูล : //www.bird-home.com

A Fieldguide to the Birds of Thailand โดย Craig Robson


ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ : //www.bird-home.com





 

Create Date : 13 ตุลาคม 2548    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2551 19:49:37 น.
Counter : 3919 Pageviews.  

นกปรอดสวน

นกปรอดสวน Pycnonotus blanfordi (streak-eared bulbul) เป็นนกที่หาง่ายที่สุดชนิดหนึ่งเท่าที่จะพอนึกภาพออก และเป็นนกที่ยากจะอธิบายลักษณะเนื่องจากไม่ค่อยมีจุดใดเป็นจุดสังเกต







นกปรอดสวน มีขนาดตัวจากปลายปากจรดปลายหางประมาณ 20 ซม. มีสีขนเป็นสีออกน้ำตาลอมเขียวตุ่นๆ ตัวด้านบนสีเข้มกว่าด้านล่าง ขนใต้หางด้านล่างมีสีเหลืองเล็กน้อย มีขีดสีขาวเรียงถี่ๆบนขนคลุมหู ตัวผู้มีตาสีเทา ส่วนตัวเมียและวัยอ่อนมีสีน้ำตาลอมเทาทึมๆกว่า เสียงร้องของเค้าฟังไม่ค่อยไพเราะสักเท่าไร เวลาเดินเข้าสวนผลไม้ มักได้ยินเสียงของเค้าดังแทบตลอดเวลา

อาหารของนกปรอดสวนมีทั้งผลไม้สุก เช่น ไทร หว้า ตะขบบ้าน ตะขบป่า ชมพู่ มะละกอ มะม่วง น้อยหน่า ผลตำลึงสุก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจิกกินแมลง ตัวหนอน ตามกิ่งก้านและยอดไม้ด้วย


ส่วนแหล่งที่อยู่อาศัยนั้น เราสามารถพบเค้าได้ตามสวนผลไม้ในเมือง ป่าเบญจพรรณ ป่าชั้นรอง ป่าละเมาะ แหล่งเกษตรกรรม รวมถึงในหมู่บ้าน และ เมือง พบในระดับต่ำ จนถึงเชิงเขา ในระดับความสูงประมาณ 915 เมตร จากระดับน้ำทะเล







นกปรอดสวนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอ่างอาบน้ำ นับว่าเป็นนกที่รักสะอาด หรือไม่ก็เป็นนกที่ขี้ร้อนมากชนิดหนึ่ง หลายครั้งในช่วงหน้าฝนที่เราเข้าไปในพุทธมณฑล บนพื้นดินที่มีน้ำขังเป็นแอ่งเล็กๆ มักจะได้พบนกปรอดสวนลงเล่นน้ำสะบัดหัวและตัวอย่างเมามันจนเปียกโชกไปหมด

นกปรอดสวนตัวนี้มาจดๆจ้องๆรอคิวลงอ่างที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน มหาชัย







เมื่อได้คิวก็จะลงเกาะขอบอ่างเตรียมลงแช่







และ โชก ต้องดูเองค่ะ ว่าท่าที่เค้าเล่นน้ำกระจุยกระจายนั้นมันแค่ไหน







(อิอิ สังเกตป่าวคะ ก่อนลง ตาสีเทา พอลงเล่นน้ำเสร็จดันตาสีน้ำตาลซะแล้ว)

ถ้าอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ นกปรอดสวนสามารถทำรังวางไข่ได้ตลอดปี แต่ช่วงที่นิยมที่สุดที่จะปล่อยลูกนกรุ่นใหม่ล่าสุดออกสู่ตลาดคือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน รังเป็นรูปถ้วยก้นตื้น สร้างจากหญ้าใบยาว ใบไม้แห้ง ใบมะพร้าวที่ฉีกเป็นเส้นเล็กๆ และวัสดุเยื่อใยอื่นๆ

นกปรอดสวนชอบทำรังตามง่ามไม้ของไม้ผลหลายชนิด เช่น ขนุน กระท้อน ชมพู่ มะม่วง ข่อย เป็นต้น รัง สูงจากพื้นดินประมาณ 2 . 5 - 4 . 5 เมตร กว้าง 5 . 5 ซม. ลึก 2 . 3 ซม. วางไข่ครอกละ 2 - 3 ฟอง พ่อแม่นกช่วยกันสร้างรัง ฟักไข่ เลี้ยงลูกอ่อน ใช้เวลาฟัก 12 - 14 วัน พ่อแม่จะป้อนด้วยหนอนและแมลง ในระยะแรกที่ยังไม่มีขนคลุมลำตัว เมื่อลูกนกโตขึ้นจะป้อนด้วยผลไม้ ราว 14 - 16 วัน ลูกนกจะโต หัดบิน และออกจากรัง และจะไม่กลับมานอนที่รังอีก โดยพ่อแม่จะยังคงป้อนนอกรังอยู่ราว 2 อาทิตย์ ลูกนกจึงจะแข็งแรง พอที่จะแยกไปหากินตามลำพัง ถ้าอาหารสมบูรณ์พ่อแม่นกคู่เดิมจะจับคู่วางไข่อีก(จาก //www.bird-home.com )






ข้อมูล : //www.bird-home.com





 

Create Date : 06 กันยายน 2548    
Last Update : 3 ธันวาคม 2548 11:49:18 น.
Counter : 4955 Pageviews.  

นกกางเขนบ้าน

เจ้านกน้อยน่ารักร้องทักว่า
ไปไหนมา หนูเล็กเด็กชายหญิง
ทั้งรูปร่างหน้าตาน่ารักจริง
ข้ายิ่งดูก็ยิ่งจำเริญตา


สองพี่น้อง เห็นวิหค นกพูดได้
ก็พอใจ อยากจะรัก ให้นักหนา
ต่างนึกชอบ ชิงกันตอบ สกุณา
ทั้งสองข้า ไปโรงเรียน เพียรประจำ




The Oriental Magpie Robin, Copsychus saularis, is a small passerine bird that was formerly classed as a member of the thrush family Turdidae, but is now more generally considered to be an Old World flycatcher, family Muscicapidae. It is also known as Oriental Magpie Robin, Straits Robin and Magpie.

This magpie-robin is an insectivorous species which is a resident breeder in tropical southern Asia from Pakistan, India and Sri Lanka east to Indonesia, south China and the Philippines.

The Oriental Magpie Robin is found in open woodland, cultivated areas and around human habitation. It nests in a hole, often in a wall, laying 3-6 eggs which are incubated by both sexes.

This species is 19cm long, including the long cocked tail. It is similar in shape to the smaller European Robin, but is longer-tailed

The male has black upperparts, head and throat apart from a white shoulder patch. The underparts and the sides of the long tail are white. Females are grey above and greyish white. Young birds have scaly brown upperparts and head.

The Oriental Magpie Robin is a common and tame bird. It is terrestrial, hopping along the ground with cocked tail. The male sings a few melodic notes during courtship.

The Oriental Magpie Robin, locally called the Dhayal, was once common in the Indian songbird trade. When a specimen reached Linnaeus it was apparently labelled Dial and thinking this had something to do with a sun-dial, he gave it the scientific name of 'solaris' ('saularis' in error).


from : //en.wikipedia.org/

นกกางเขนบ้าน Copsychus saularis (oriental magpie-robin) เป็นนกที่มีขนาดตัวจากปลายปาก จรดปลายหางประมาณ 19-21 ซม. ตัวผู้มีสีดำเป็นมันเงาตั้งแต่หัว คอหน้าอก หลัง ปีก และหาง มีลำตัวด้านล่างสีขาวตัดกับสีลำตัวด้านบน มีแถบสีขาวตลอดความยาวของปีก ปากและขาสีดำ





นกตัวเมียเหมือนตัวผู้ แต่แทนสีดำด้วยสีเทา







และนกในวัยเด็กจะแทนที่สีดำด้วยสีเทาลายๆ







นกกางเขนบ้านเป็นนกที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ตั้งแต่ป่าโปร่ง ป่าชายเลน พื้นที่เกษตรกรรม สวนผลไม้ สวนสาธารณะในเมือง และเมืองใหญ่ จากที่ราบถึงความสูง 1800เมตร แต่อย่างไรก็ตาม เรามักพบเค้าอยู่ใกล้กับบ้านคนมากกว่าในป่า


ด้วยเสียงร้องที่ไพเราะ และอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ค่อนข้างมาก ทำให้นกกางเขนบ้านเป็นนกที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก ประมาณว่าในบ้านที่พอจะมีเนื้อที่ปลูกต้นไม้อยู่บ้าง จะมีนกกางเขนประจำบ้าน บ้านละ 1 ตัว หรือ 1 คู่ ที่มีเพียงเท่านั้นเพราะเค้าค่อนข้างจะเป็นนกที่หวงถิ่น หากมีใครข้ามถิ่นเข้ามาก็จะมีการปกป้องถิ่นอย่างอาจหาญ


นกกางเขนเป็นนกที่ขยันหากิน อาหารของเค้าคือ หนอน แมลง หรือผลไม้สุก พวกกล้วยสุก เมื่อกินอิ่มก็จะบินขึ้นไปเกาะที่โล่งๆสูงๆอย่างสายไฟ เสาอากาศบนบ้าน และส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว และเมื่อหิวก็จะลงมาหากินใหม่ แต่ปรกติ มักได้ยินเค้าร้องตอนเช้าๆ ตอนที่ตื่นนอน และตอนเย็นๆ





หากใครต้องการจะเชิญชวนให้นกกางเขนบ้านเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจในบ้านตัวเอง ก็อาจทำได้โดยการจัดสวนเพื่อเรียกนก โดยหาต้นไม้มาปลูก ไม่จำเป็นต้องเป็นต้นไม้ใหญ่ แต่ให้ดูมีร่มเงา มีความชุ่มชื้น มีอ่างน้ำตื้นๆ นกกางเขน และนกอื่นๆก็อาจมาใช้บริการ "อ็อนเซ็น" จนเปียกมะล่อกมะแล่กแบบนี้ให้ได้ชื่นชมถึงในบ้าน


โดยปรกติแล้ว ถ้าไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์ ( เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ) เราอาจพบนกกางเขนบ้านอยู่เพียงตัวเดียว เพราะเค้าเป็นนกที่รักสันโดษ

แต่ถ้าเป็นช่วงจับคู่แล้ว นกกางเขนบ้านมักทำรังวางไข่ในบริเวณบ้านที่เค้าอาศัยอยู่นั่นเอง บางทีเราอาจพบเค้าทำรังในตู้ไปรษณีย์ โพรงต้นไม้ในบ้าน ศาลพระภูมิ แต่ถ้าเป็นนกที่อาศัยในสวนสาธารณะ โพรงไม้ตามธรรมชาติมักจะเป็นที่ที่เค้าเลือกใช้ทำรัง

นกทั้ง 2 เพศจะช่วยกันทำรัง แต่นกตัวเมียจะทำมากกว่า โดยใช้วัสดุจำพวกใบไม้แห้ง ใบหญ้าแห้ง รากไม้ หรือส่วนอื่นๆของพืชที่แห้งแล้ว เอามารองไว้ก้นรัง ดูเผินๆแล้วบางครั้งก็เหมือนไม่ใช่รังนก เพราะมันเพียงเอาวัสดุต่างๆ มายัดไว้ในโพรง หรือซอกใต้หลังคา หรือในศาลพระภูมิเท่านั้น







นกกางเขนบ้าน วางไข่ครอกละ 5 ฟอง เปลือกไข่สีฟ้าแกมเขียวอ่อน มีจุดกระสีน้ำตาลเป็นจุดเล็กประพรมไปทั่ว ไข่มีขนาด 21 X 17 มม. นกตัวเมียทำหน้าที่กกไข่เพียงตัวเดียว แต่นกตัวผู้จะคอยระวังภัยอยู่ใกล้ๆรัง คอยป้องกันอาณาเขตรอบๆรังไม่ให้นกหรือศัตรูอื่นๆบุกรุกเข้ามาใกล้รัง ในระหว่างนี้นกตัวผู้จะร้องเพลงไปเรื่อยๆ หรือไม่ก็หาเหยื่อมาป้อนนกตัวเมีย แต่ในบางครั้งนกตัวเมียก็ออกจากรังไปหากินเองบ้างแต่ไปไม่นานก็ต้องกลับมากกไข่ต่อ ถ้าหากนกตัวเมียทิ้งรังไปนานเกินไปนกตัวผู้ก็จะบินออกไปขับไล่ให้นกตัวเมียกลับมากกไข่โดยเร็ว


หากใครสนใจจะอ่านเรื่องลูกนกกางเขน 4 ตัว นิด นิ่ม หน่อย น้อย (แต่ไม่ใช่ฉบับที่เป็นบทเรียนแท้ๆนะคะ) คลิกที่นี่ค่ะ



ข้อมูลจาก: //www.bird-home.com/





 

Create Date : 05 กันยายน 2548    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2552 18:53:02 น.
Counter : 21416 Pageviews.  

....แม่กาก็หลงรักคิดว่าลูกในอุทร....

แม่กาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก
แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร

คาบเอาข้าวมาเผื่อ คาบเอาเหยื่อมาป้อน
ถนอมไว้ในรังนอน ซ่อนเหยื่อมาให้กิน

ปีกเจ้ายังอ่อน แม่จะสอนบิน
อีแม่กาพาไปกิน ที่ปากน้ำพระคงคา

ตีนเจ้าก็เหยียบสาหร่าย ปากก็ไซร้หาปลา
กินกุ้งแลกินกั้ง กินหอยกระพังแมงดา
กินแล้วก็โผมา จับที่ต้นหว้าโพธิ์ทอง

ยังมีนายพราน เที่ยวเยี่ยมๆ มองๆ
ยกปืนขึ้นส่อง จ้องจะเอาแม่กาดำ

อีกตัวหนึ่งนั้นว่าจะต้ม อีกตัวหนึ่งนั้นว่าจะยำ
กินนางแม่กาดำ ค่ำวันนี้อุแม่นา



(บทท่องจำอาขยาน ชั้นประถมปีที่ 2 จาก //www.banfun.com/)


นกอีกา Corvus macrorhynchos (large-billed crow) เป็นนกที่พบได้ง่ายตามสวนสาธารณะชานเมืองทั่วไป และชื่อเสียงของเค้าในบทอาขยานข้างต้นก็เป็นที่รู้จักในหมู่เด็กไทยก่อนที่จะเคยเห็นตัวจริงเสียด้วยซ้ำ




อย่างไรก็ตาม สำหรับในกรุงเทพฯ นกอีกาก็ไม่ได้เป็นนกที่มีแพร่หลายถึงขนาดพบได้ในแทบทุกที่อย่างนกกระจอกบ้าน นกเขา นกพิราบ หรือนกเอี้ยง เพราะที่ที่เค้าใช้ทำรังนั้นต้องเป็นต้นไม้ใหญ่พอสมควร และที่ที่มีต้นไม้ใหญ่พอเป็นแหล่งที่เค้าทำรังได้ก็มีไม่กี่ที่ ได้แก่ สวนจิตรลดา เขาดินวนา เป็นต้น นกอีกาที่เราพบออกไปหากินทั่วกรุงเทพฯนั้นก็มีแหล่งอาศัยในบริเวณนี้ เวลาตกเย็นก็บินกลับบ้าน


นกอีกาเป็นนกที่มีขนสีดำสนิททั้งตัว ความยาวจากปลายปากจรดปลายหางประมาณ 51 ซม.ปากมีขนาดใหญ่ ส่วนปลายปากบนงอโค้งลงมาหาปากล่าง และตรงหน้าผากบริเวณที่บรรจบกับโคนปากหักชันขึ้นทันที โดยมีขนสั้นๆ ฟูออกมาปกคลุมอยู่ และขนบริเวณคอเรียบยาวเป็นมันเหลือบ โดยบริเวณช่วงบนจะฟูออกมาเล็กน้อย ปีกกว้างยาวใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณขนปลายปีกที่แตกออก หางยาวกว้างปลายมน ซึ่งอีกามักคลี่หางออกในขณะบินร่อนอยู่ ขาสีดำ และ ม่านตาสีน้ำตาลเข้ม ปีกยาวกว้างใหญ่ ขาและเท้าใหญ่แข็งแรง ด้านหน้าของขามีเกล็ดเรียงปกคลุมอยู่ และเป็นนกที่ชอบส่งเสียงดัง เสียงของเค้าที่คุ้นหูเรามากคือเสียง กา.... กา.... ซึ่งนอกจากเสียงร้องของตัวเองแล้ว อีกายังสามารถเลียนเสียงนกอื่น หรือเสียงคนได้ด้วย ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าพบว่าอีกาในเขาดินร้องว่า กาเว๊า ตามอย่างนกกาเหว่า








อีกาตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะเหมือนกัน แต่ตัวผู้จะตัวใหญ่
กว่าเล็กน้อย

อีกาเป็นสัตว์สังคม เราจะไม่เคยพบนกชนิดนี้อยู่ตามลำพังเลย อย่างน้อยต้องพบเป็นคู่เสมอ และการที่เป็นสัตว์สังคมเช่นนี้เอง ทำให้อีกามีภาษาที่ใช้สื่อสารในกลุ่มในระดับหนึ่ง โดยการสื่อสารของเค้าใช้ทั้งเสียงร้องและกิริยาท่าทาง






ลักษณะการสื่อสารของอีกา เช่นขณะที่มันก้าวร้าวกัน มันจะก้มหัวจ้องฝ่ายตรงข้ามแล้วเพิ่มความก้าวร้าวโดยการ พองขนหัวพองขนบริเวณท้องให้ดูตัวใหญ่ขึ้น ถ้าหากฝ่าย ตรงข้ามไม่ขยับหนีมันจะเดินส่ายเข้าหาแบบนักเลง จนกระทั่งเดินเข้าประชิดตัว ใช้ปากจิก ใช้เท้าเหยียบ หรือ เตะฝ่ายตรงข้าม พร้อมกับส่งเสียง " กา ..." ซึ่งมีความหมายว่า "ไปให้พ้น " เป็นต้น ส่วนการแสดงท่าทีที่เป็นมิตรอย่างหนึ่งของอีกา ก็คือการก้มหัวให้กัน (เหมือนคนเลยแฮะ)











โดยปรกติ อีกาเป็นนกที่ได้ชื่อว่าก้าวร้าวและขี้ขโมย ตามนาข้าวในที่ต่างๆก็จะมี "หุ่นไล่กา" แสดงให้เห็นว่าเป็นสัตว์ที่มีชื่อเสียงในด้านที่ไม่ค่อยดีกับชาวนาสักเท่าไหร่ ในบางที่ นกอีกาที่เชื่องคนก็จะเข้ามากินเศษอาหารตามโต๊ะ ตามถังขยะ โดยไม่มีความเกรงใจใดๆ

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพฤติกรรมของอีกา พบว่า พวกเค้าสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปได้ตามประสบการณ์ที่ได้พบมา และมีความเฉลียวฉลาดมากที่เดียว นักวิจัยชาวแคนาดา จัดทำดัชนีไอคิวสัตว์ปีกจากพฤติกรรมการหากินของนกประเภทต่างๆ และพบว่าอีกาได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือเหยี่ยว (จากผู้จัดการรายวัน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2548)






นกอีกาเป็นนกประจำถิ่นที่พบได้ทั่วประเทศไทย จากที่ราบไปจนถึงบนภูเขาสูง ทั้งตามทุ่งโล่งพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ ป่าชายเลน หรือตามชายทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีชุมชนอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตามชนบท หรือ ในเมืองก็จะพบอีกาได้ทั่วไป และหากที่ใดมีอีกามากๆก็จะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญทีเดียว

ภาพอีกาเหล่านี้ถ่ายจากพุทธมณฑลซึ่งมีอีกาค่อนข้างชุกชุม ปกติแล้วมักพบเค้าหากินตามถังขยะ หรือที่ที่มีคนทิ้งเศษอาหารไว้ แต่ขณะที่ถ่ายภาพนี้ พวกเค้า(ประมาณ7-8ตัว)ลงมาเล่นน้ำ กินน้ำ ที่แอ่งน้ำชั่วคราวที่เกิดจากน้ำฝนขัง โดยจะพบพวกเค้าเล่นน้ำกันใกล้ๆอย่างนี้ก็เฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีน้ำขังอยู่เท่านั้นเอง






อีกามีฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนเมษายน โดยเมื่อจับคู่แล้วจะแยกออกไปสร้างรังไม่ไกลจากที่รวมฝูงมากนัก พ่อแม่นกช่วยกันสร้างรัง โดยนำกิ่งไม้มาสานกันหยาบๆเป็นรูปแอ่งตื้นๆอยู่ตามคบไม้ บนยอดไม้สูง พร้อมกับนำขนนกและขนสัตว์ มารองรังให้อ่อนนุ่ม แล้ว แม่นกก็จะวางไข่ประมาณ 4 - 6 ฟอง ไข่มีสีน้ำตาล และ มีลายจุดสีเขียวอมฟ้าจางๆ เลอะไปทั่ว ซึ่งไข่นี้มีสีสันคล้ายคลึงกันกับไข่ของนกกาเหว่าที่มักแอบมาเขี่ยไข่ของแม่กาตกจากรังแล้ววางไข่ของตัวเองแทนที่ บางครั้ง แม่กาก็จับได้ เขี่ยไข่ของกาเหว่าทิ้ง บางครั้งจับไม่ได้ก็กกไข่ และหาอาหารมาเลี้ยงลูกนกกาเหว่า จนนำออกไปหัดบินจึงได้รู้ว่าไม่ใช่ลูกของตัวเอง เหมือนอย่างบทอาขยานที่ว่าไว้ทีเดียว


สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับอีกา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่//www.bird-home.com/


ข้อมูลจาก//www.bird-home.com/





 

Create Date : 03 กันยายน 2548    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2552 18:55:46 น.
Counter : 7734 Pageviews.  

นกจับแมลงสีน้ำตาล

นกจับแมลงสีน้ำตาล Muscicapa dauurica (asian brown flycatcher) :


The Asian Brown Flycatcher, Muscicapa dauurica, is a small passerine bird in the flycatcher family Muscicapidae.

This is an insectivorous species which breeds in Japan, eastern Siberia and the Himalayas. It is migratory and winters in tropical southern Asia from southern India and Sri Lanka east to Indonesia.

Asian Brown Flycatcher is a common bird found in open woodland and cultivated areas. It nests in a hole in a tree, laying four eggs which are incubated by the female.

This species is 13cm long, including the cocked tail. It is similar in shape to the larger Spotted Flycatcher, but is relatively longer-tailed. The dark bill is relatively large and broad-based.

The adult has grey-brown upperparts, which become greyer as the plumage ages, and whitish underparts with brown-tinged flanks. Young birds have scaly brown upperparts, head and breast

The male Asian Brown Flycatcher sings a simple melodic song during courtship.

This bird is parastised by the chewing louse Philopterus davuricae.


จาก ://en.wikipedia.org/







นกจับแมลงสีน้ำตาลเป็นนกอพยพในฤดูหนาวที่พบได้บ่อยมากๆ และพบได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ป่าดงดิบ ป่าโปร่ง ชายป่า สวน ป่าชายเลน จากที่ราบจนถึงความสูง1500เมตรจากระดับน้ำทะเล มีส่วนน้อยเป็นนกประจำถิ่นทางภาคตะวันตก และทางตะวันตกของภาคเหนือซึ่งหาพบได้ค่อนข้างยาก

นกจับแมลงสีน้ำตาลที่เป็นนกอพยพนี้มีถิ่นทำรังวางไข่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ตะวันออกของไซบีเรีย และแถบเทือกเขาหิมาลัย เมื่อถึงฤดูหนาวก็จะหลบหนาวลงมายังเอเชียใต้จากตอนใต้ของอินเดีย ศรีลังกา และทางตะวันออกถึงประเทศอินโดนีเซีย






มีขนาดตัวจากปลายปากจรดปลายหางประมาณ 13 ซม. โคนปากล่างสีเนื้อหรือสีเหลือง ปลายปากดำปลายปีกอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของหาง ขนคลุมลำตัวด้านบนสีน้ำตาลอมเทา และขนคลุมลำตัวด้านล่างเป็นสีขาว บริเวณหน้าอกจะมีสีออกเทาๆ มีวงรอบตาสีขาว

สำหรับขนปีก ถ้าเป็นขนใหม่จะเห็นแถบสีขาวบริเวณปลายและขอบขนชัดเจน แต่ถ้าเป็นขนเก่าจะออกสีเทาๆและแถบสีขาวนี้อาจไม่ชัด






เราอาจพบนกจับแมลงได้ทั่วไปตามสวนสาธารณะหรือในป่า ในช่วงฤดูหนาว นกจับแมลงสีน้ำตาลชอบเกาะเด่นๆตามกิ่งไม้ และเมื่อโฉบไปจับแมลงกลับมาที่กิ่งจะขยับหาง แต่ไม่ชอบกระดกหางมากอย่างนกจับแมลงคอแดง

สำหรับนกจับแมลงตัวนี้ถ่ายภาพมาจากพุทธมณฑล จ.นครปฐม






ข้อมูล :

A Guide to the birds of Thailand โดย นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล และ Philip D. Round

คู่มือดูนก โดย รุ่งโรจน์ จุกมงคล

//en.wikipedia.org/





 

Create Date : 27 สิงหาคม 2548    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2552 18:58:09 น.
Counter : 3207 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

จันทร์น้อย
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




เล็กๆน้อยๆ
" ฤดูที่เหมาะสมในการดูนกในเมืองและใกล้เมืองคือฤดูหนาว เพราะเป็นเวลาที่นกอพยพเดินทางไกลมาอาศัยร่วมพื้นที่กับนกท้องถิ่น ทำให้มีปริมาณมากขึ้นและมีนกหลากหลายชนิดขึ้น "






เรื่องเล่าวันนี้

เมษายน เดือน "ฮ็อต"

นกใหม่วันนี้
















ค้นหาในGOOGLE.CO.TH















ขอบคุณ:

ไฟล์เสียงเพลงประกอบบล็อกและสคริปต์ อนุเคราะห์โดย ป้ามด

ตัวหนังสือที่ใช้ทำปุ่มต่างๆและโลโก้จาก www.f0nt.com

ภาพวาดการ์ตูนนกน่ารักสีสันสดใสจากบล็อกคุณ Pichsud

Friends' blogs
[Add จันทร์น้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.