เที่ยวญี่ปุ่นทุกฤดู

ต้อนรับ Japan Free Visa กันด้วยปฏิทินท่องเที่ยวตามฤดูกาลต่างๆ ของญี่ปุ่น  โดยดินแดนอาทิตย์อุทัยนั้น ประกอบไปด้วย 4 ฤดูด้วยกัน คือ ฤดูใบไม้ผลิ  ฤดูร้อน  ฤดูใบไม้ร่วง  และฤดูหนาว  แต่ละเดือนก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวและเทศกาลที่แตกต่างกันไป  มาดูกันว่าแต่ละเดือนเค้าเที่ยวที่ไหนและทำอะไรกันบ้าง.....

ภาพประกอบจาก flickr.com

ภาพประกอบจาก flickr.com

ภาพประกอบจาก gotoknow.org

ฤดูใบไม้ผลิ  (ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม)

ช่วงฤดูกาลที่ความอุดมสมบูรณ์กลับมาเยือนอีกครั้ง  อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 12 – 16 องศา  ต้นไม้ใบหญ้าและดอกไม้ต่างผลิบานเพื่ออวดโฉมความงดงามกันอย่างเต็มที่   โดยเฉพาะดอกไม้ประจำชาติอย่างซากุระ ที่จะออกดอกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นเดือนเมษายน เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 – 2 สัปดาห์  ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด  และยังถือเป็นช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลฮานามิ (ชมดอกไม้) ของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย  เราจะพบหนุ่มสาวและครอบครัวที่ออกมาปูเสื่อเพื่อดื่มกินอาหารร่วมกันใต้ต้นซากุระมากมาย   ช่วงปลายฤดูจะมีฝนตกติดต่อกันราว 4 -5 สัปดาห์

ภาพประกอบจาก personal.furano.ne.jp

ภาพประกอบจาก trekearth.com

ภาพประกอบจาก japan-mook.com

ฤดูร้อน  (ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม)

ฤดูกาลแห่งความสนุกสนาน และเป็นช่วงเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูปลูกข้าวของชาวนา   อากาศเริ่มอบอุ่น – ท้องฟ้าสดใส  ทำให้ช่วงนี้ชาวญี่ปุ่นนิยมออกมาตั้งแคมป์ในป่า และท่องเที่ยวตามชายหาดต่างๆ   รวมถึงมีงานเทศกาลประจำปีที่จัดกลางแจ้งมากมาย   ที่สำคัญที่สุดคือเทศกาวันทานาบาตะ (Tanabata Matsuri) ในเดือนมิถุนายน  โดยเทศกาลวันทานาบาตะนี้จะมีการจัดงานอย่างใหญ่โตทั่วทั้งประเทศ  แต่เมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปร่วมงานเทศกาลมากที่สุดคือจังหวัดคะนะกะวะ  นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่เหมาะแก่การชมสวนดอกไม้ ทั้งลาเวนเดอร์ และทุ่งดอกทานตะวัน  เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวเลยแหละ

ภาพประกอบจาก explorejapan.jp

ภาพประกอบจาก explorejapan.jp

ภาพประกอบจาก explorejapan.jp

ฤดูใบไม้ร่วง  (ช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน)

นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเรียกจนติดปากว่าฤดูใบไม้แดง หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี  เนื่องจากในช่วงนี้พืชพรรณต่างๆ จะเริ่มเปลี่ยนสีและร่วงโรยจนหมดเพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว   อุณหภูมิจะอยู่ที่ 14 – 18 องศา  เหมาะแก่การชมสวนและท่องเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ  ใครที่ชอบถ่ายภาพก็มักจะชอบฤดูแห่งสีสันนี้เป็นพิเศษ

ภาพประกอบจาก travacle.com

ภาพประกอบจาก traveljapanblog.com

ภาพประกอบจาก insidekyoto.com


ฤดูหนาว  (ช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์)

เป็นช่วงเวลาแห่งความหนาวเย็น  ทางตอนใต้นั้นอุณหภูมิจะอยู่ที่ 6 – 8   ส่วนทางเหนือจะอยู่ที่  -5  - 0 องศากันเลย  และแน่นอนว่าเกือบทุกแห่งจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน  ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและวันหยุดยาว  โดยเฉพาะในช่วงคริสตมาสและเทศกาลปีใหม่ที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง   เทศกาลที่มีชื่อมาก คือ เทศกาลหิมะที่เมืองซัปโปโร่ จังหวัดฮอกไกโด  




Create Date : 19 กรกฎาคม 2556
Last Update : 19 กรกฎาคม 2556 8:55:15 น.
Counter : 1086 Pageviews.

0 comment
25 สวนน้ำสวนสนุกสุดฮิตทั่วเอเชีย ไปเยือนกันมารึยัง???

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เด็กไปได้ ผู้ใหญ่ก็ไม่เบื่อแล้ว คงหนีไม่พ้นสวนน้ำ – สวนสนุกที่มีทั้งเครื่องเล่น สระน้ำขนาดใหญ่ หรือแม้แต่สัตว์น้อยใหญ่นานาชนิด ที่รอโชว์ความน่ารักน่าเอ็นดู  ด้วยเหตุนี้เอง เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ของโลกอย่าง TripAdvisor  จึงได้จัดอันดับ 25 สวนน้ำ – สวนสนุกสุดว้าวทั่วเอเชียประจำปี 2013  เพื่อมอบรางวัล Travellers' Choice Attractions โดยแต่ละแห่งนั้น ได้รับคะแนนและได้รับการรีวิวจากนักท่องเที่ยวหลายล้านคนผ่านเว็บไซต์  TripAdvisor  ลองมาดูกันสิว่าแต่ละแห่งจะยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างขนาดไหน

1. Waterbom Bali ประเทศ Indonesia

2. Universal Studio ประเทศ Singapore

3. Ocean Park ประเทศ Hong Kong

4. Tokyo Disney Sea ประเทศ Japan

5. Tokyo Disneyland ประเทศ Japan

6. Hong Kong Disneyland

7. Skyline Luge Sentosa ประเทศ Singapore

8. Wonderla Amusement Park ประเทศ India

9. Universal Studio ประเทศ Japan

10. Shanghai Circus World ประเทศ China

11. Harbin Ice and Snow Amusement World ประเทศ China

12. Ramoji Film City ประเทศ India

13. Kidzania ประเทศ Indonesia

14. Wonderla Amusement Park ประเทศ India

15. Vinpearl Amusement Park ประเทศ Vietnam

16. Nagashima Spa Land ประเทศ Japan

17. Safari World ประเทศ Thailand

18. Jawa Timur Park 2 ประเทศ Indonesia

19. Chimelong Water Park ประเทศ China

20. Black Mountain Water Park ประเทศ Thailand

21. Fujikyu Hiland ประเทศ Japan

22. Water Kingdom ประเทศ India

23. Essel World ประเทศ India

24. Everland ประเทศ  South Korea

25. Shenzhen Window of the World ประเทศ China

ใหญ่โตและอลังการทุกที่ แถมบ้านเราเองก็ติดอันดับกับเขาตั้ง 2 แห่ง  หาเวลาในวันหยุดไม่เที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวสักครั้งคงจะดีไม่น้อย




Create Date : 17 กรกฎาคม 2556
Last Update : 17 กรกฎาคม 2556 14:10:46 น.
Counter : 3222 Pageviews.

0 comment
รวมชุดแต่งงาน 10 ประเทศอาเซียน

วันนี้มีแบบชุดแต่งงานสวยๆ ของแต่ละประเทศในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศมาฝากกัน เรียกว่าเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558  กันเลย

ภาพประกอบจาก www.marissarodriguez.com

ภาพประกอบจาก www.marissarodriguez.com

ภาพประกอบจาก laokingdom.com

ชุดแต่งงานของประเทศลาว

สาวลาวจะนุ่งซิ่นสวมเสื้อแขนกระบอก  ห่มสไบที่เข้ากับผ้าซิ่นทับเสื้อีกหนึ่งชั้น  พร้อมด้วยเครื่องประดับทองครบชุด  ทรงผมนิยมเกล้ามวยประดับด้วยปิ่นหรือสายสร้อยทอง  ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวสวมชุดสูทสากล หรือนุ่งโจงกระเบนสวมเสื้อกระดุม 7 เม็ด คล้ายเสื้อพระราชทานของบ้านเรา 

ภาพประกอบจาก www.bruneiwedding.com

ภาพประกอบจาก www.bruneiwedding.com

ภาพประกอบจาก www.bruneiwedding.com

ชุดแต่งงานของประเทศบรูไน

หนึ่งในกลุ่มประเทศมุสลิม ที่ยังคงสืบสานวัฒนธรรมการแต่งกายที่มิดชิดเรียบร้อยตามวิถีอิสลามอย่างแท้จริง  ในพิธีแต่งงานนั้นชาวบรูไนจะสวมชุดประจำชาติ ของฝ่ายชายเรียกว่าบาจู มลายู (Baju Melayu) ประกอบด้วยตัวเสื้อที่ยาวคลุมเข่า – แขนยาว  กางเกงขายาว และนุ่งโสร่งทับกางเกงอีกหนึ่งชั้น  ส่วนชุดของฝ่ายหญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) ประกอบด้วยเสื้อแขนยาว – กระโปรงยาวสีสันสดใส ศีรษะคลุมด้วยฮิญาบ (Hijab) นิยมสวมเครื่องประดับครบชุดทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง 

ภาพประกอบจาก vietnamcharm.com

ภาพประกอบจาก vietnamcharm.com

ภาพประกอบจาก vietnamcharm.com

ชุดแต่งงานของประเทศเวียดนาม

คู่บ่าวสาวจะสวมอ่าวหญ่าย (Ao dai) ชุดประจำชาติของชาวเวียดนาม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกี่เพ้าของจีน  ประกอบด้วยเสื้อผ้าไหมพอดีตัว สวมทับกางเกงขายาว  นิยมสวมหมวกทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว 

ภาพประกอบจาก yokkahwin.com

ภาพประกอบจาก hijabstyle.co.uk

ภาพประกอบจาก hijabstyle.co.uk

ชุดแต่งงานของประเทศมาเลเซีย

ชาวมาเลย์เชื้อสายมลายูจะแต่งกายชุดประจำชาติในพิธีแต่งงาน ซึ่งมีชื่อเรียกและรูปแบบคล้ายคลึงกับชาวบรูไน คือ บาจู มลายู (Baju Melayu) สำหรับฝ่ายชาย  และบาจูกุรุง (Baju Kurung) สำหรับฝ่ายหญิง  จะมีข้อแตกต่างกันในเรื่องของสีสัน ซึ่งชาวมาเลย์นิยมใส่สีเรียบๆ มากกว่าจะเน้นสีฉูดฉาดสดใส   และรายละเอียดของเนื้อผ้าและการตัดเย็บจะแตกต่างกันไปตามค่านิยมของแต่ละรัฐ  ส่วนชาวมาเลย์เชื้อสายจีน นิยมแต่งกายและจัดพิธีตามแบบสากล

ภาพประกอบจาก blog.purebylindsey.com

ชุดแต่งงานของประเทศกัมพูชา

อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมการแต่งกายคล้ายคลึงกับประเทศไทย  โดยฝ่ายชายจะนุ่งโจงกระเบนสวมเสื้อราชปะแตน  เจ้าสาวนุ่งผ้าจีบหน้านาง ห่มสไบสีสันสดใส  ทรงผมเกล้าสูงและสวมเครื่องประดับศีรษะขนาดเล็ก ทั้งสองฝ่ายนิยมสวมเครื่องประดับทอง

ภาพประกอบจาก www.news.cn

ภาพประกอบจาก www.shwedarling.com

ชุดแต่งงานของประเทศพม่า

คู่บ่าวสาวชาวพม่ายังคงนิยมสวมชุดประจำชาติในพิธีแต่งงาน   โดยทั้งสองฝ่ายจะสวมลองยี (Longyi) ผ้าโสร่งที่ใช้สำหรับวาระพิเศษ  ฝ่ายชายสวมเสื้อแขนยาวคอจีน และผ้าโพกศีรษะเรียกว่ากองบอง (Guang Baung) ฝ่ายหญิงสวมเสื้อกระดุมข้างและมีผ้าคลุมไหล่ทับอีกชั้น  ทรงผมนิยมเกล้าข้างหรือเกล้ามวยสูง ติดเครื่องประดับทองหรืออัญมณีสูงค่า 

ภาพประกอบจาก //www.kasal.com

ภาพประกอบจาก //www.kasal.com

ภาพประกอบจาก //www.kasal.com

ชุดแต่งงานของประเทศฟิลิปปินส์

เนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์มีศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ  บ่าวสาวส่วนใหญ่จัดพิธีแต่งงานภายในโบสถ์  เจ้าสาวส่วนใหญ่นิยมสวมชุดแต่งงานแบบสากล  ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวและญาติฝ่ายชาย จะสวมเสื้อบารอง ตากาล็อก (Barong Taglog) ซึ่งเป็นเสื้อคอตั้ง แขนยาว ตัดเย็บจากใยสัปปะรด  ที่ด้านหน้าและปลายแขนปักลวดลายสวยงาม

ภาพประกอบจาก fineartphotographysite.com

ภาพประกอบจาก poetrafoto.tumblr.com

ชุดแต่งงานของประเทศอินโดนีเซีย

เจ้าสาวชาวอินโดนีเซียจะสวมชุดเกบายา (Gebaya)  ชุดแขนยาวผ่าหน้า  มีกาปักลายฉลุหรือตกแต่งด้วยลูกไม้อย่างประณีตสวยงาม  สวมกระโปรงหรือผ้าถุงบาติกยาว  หากเป็นมุสลิมจะคลุมผ้าฮิญาบที่ศีรษะ  ส่วนฝั่งเจ้าบ่าวจะสวมเสื้อแขนยาว – กางแกงขายาวที่ตัดเย็บจากผ้าบาติก นุ่งโสร่งสั่นแบบชวาทับอีกชั้น  ถือเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมแบบมุสลิมและชวาออกมาได้อย่างสวยงามลงตัว

ชุดแต่งงานของประเทศสิงคโปร์

เพราะสิงคโปร์มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างหลากหลาย  คู่รักสมัยใหม่จึงนิยมสวมชุดแต่งงานตามแบบสากล  หากแต่ยังคงดำรงวัฒนธรรมของชนชาติตัวเองไว้ในพิธีการบางขั้นตอน  เช่น ชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีน (ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ) จะยังคงสวมชุดแต่งงานแบบจีนในพิธียกน้ำชาตามธรรมเนียมโบราณ


ภาพประกอบจาก we-mag.com

ภาพประกอบจาก we-mag.com

ภาพประกอบจาก we-mag.com

ภาพประกอบจาก we-mag.com

ชุดแต่งงานของประเทศไทย

ปัจจุบัน คู่บ่าวสาวสมัยใหม่นิยมสวมชุดไทยในพิธีหมั้น หรือพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมไทยในช่วงเช้า ก่อนจะสวมชุดแต่งงานสากลในงานเลี้ยงฉลองช่วงเย็น  ซึ่งชุดไทยที่นิยมสวมใส่กันนั้น มีทั้งชุดไทยพื้นถิ่น  ชุดไทยพระราชนิยม  และชุดไทยประยุกต์ ที่เน้นการสวมใส่ที่ง่ายและสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น




Create Date : 16 กรกฎาคม 2556
Last Update : 16 กรกฎาคม 2556 15:56:36 น.
Counter : 11774 Pageviews.

0 comment

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Just a little step in the Big World
โลกกว้างใหญ่ มีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
All rights reserved
[สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539]