14. วันฝนตกกับพระราชวังฤดูร้อน
วันที่ 13 กันยายน 2554
ฝนตก
พระราชวังฤดูร้อน พีเตอร์ ฮอฟ


วันนี้เราตื่นแต่เช้าตั้งใจมาทำการบ้านเรียนรู้วิธีการเดินทาง รวมทั้งประวัติศาสติกี่ยวกับพระราชวังปีเตอร์ฮอฟให้พอเข้าใจหอมปากหอม 
พอนั่งเล่นอยู่ได้แค่นิดเดียวก็เกิดหิวขึ้นมา แย่หละ มองนาฬิกาพึ่งจะแปดโมงเช้าเอง

เราเลยออกไปซื้อของกินในร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง พอผลักประตูโฮสเทลออกไป ก็พบว่าฝนกำลังตกพรำๆอยู่ มันชวนให้รู้สึกเหงาหงอยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก... วันนี้เป็นวันที่ ๑๓ ของการเดินทางเพียงลำพัง

ขอพูดถึงลักษณะบ้านเรือนในประเทศรัสเซียหน่อย ที่พักอาศัยของชาวรัสเซีย โดยส่วนมากจะเป็นอพาทเมนต์และตึกแถว จะเห็นบ้านเป็นหลังๆได้ ก็ตอนนั่งรถออกไปนอกเมืองแล้ว และบ้านที่เห็นจะเป็นบ้าน ไม้ที่สร้างไว้เรียบๆ ด้านหน้าบ้านจะมีสวนและแปลงปลูกผักน่ารักดี (เท่าที่เห็นนะจ๊ะ)

ส่วนตึกในตัวเมืองจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลเจ้าของบ้านได้สิทธิ์เช่าที่กับรัฐ ไม่สามารถเป็นเจ้าของถาวรได้ ทำให้เราย้อนคิดถึงไปถึงประเทศจีน เป็นเรื่องที่ชาวจีนเล่าให้ฟังว่า การซื้อบ้านที่จีนก็คือการเช่าระยะยาวกับรัฐบาล ส่วนว่ายาวนานแค่ไหน ก็แค่หนึ่งร้อยปีเท่านั้นเอง ในทางกลับกันราคาที่พักอาศัยในเมืองใหญ่ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้ หรือ ปักกิ่งกับแพงลิบลิ่ว

กลับไปที่เรื่องของอาหารเช้า ขนมที่เราซื้อมาเป็นแผ่นแป้ง นิ่มๆใส่ไส้ชีส
มายองเนส ไก่และมะเขือเทศนิดหน่อย (แต่ในรูปผักอย่างเยอะ) หน้าตาคล้ายๆคาบั๊บ ต่างกันตรงที่ขนมนี้มีขีสเยอะกว่ามากโข 
เพราะคนรัสเซียเป็นขนชาติที่เติบโตมากับชีสประเทศหนึ่งเลยหละ พวกเขามีชีสชนิดแปลกๆ เยอะมาก วันนี้เลยกินชีสซะจนแปร้

เราถือขนมเดินหลบฝนกลับไปถึงที่พัก เวลาที่ฝนตกพรำๆแล้วเราต้องเดินตากฝน เราชอบคิดว่าตัวเองเป็นแมวที่ไม่อยากเปียกโดนน้ำฝน แต่ต้องรีบเดินหน่อยเพราะฝนเริ่มจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ

พอถึงห้องทานอาหารก็เจอกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันนีที่พึ่งเช็คอินเข้ามาใหม่ และกำลังนั่งจิบชาคุยกันอยู่ เสียงดังพอดู พวกเราทำความรู้จักกันตามแบบฉบับนักท่องเที่ยวแบกแพคเกอร์ คุยไปมาเลยรู้ว่าชาวเยอรมันกลุ่มนี้ออกเดิน ทางท่องเที่ยวไม่ได้กลับประเทศมามากกว่าห้าปีแล้ว เที่ยวไปทำงานไป หยุดพักไป เรียนรู้วัฒนธรรมไป พวกเขาหยุดที่ไทยปีนึงด้วยนะ

หลังจากซักพักใหญ่ๆ ฝนตกน้อยลงมาก ถ้ามัวแต่รอให้ฝนหยุดสนิทคงอาจไม่ได้ไปไหนเลยก็ได้ เรานั่งรถไฟฟ้ามาต่อรถมินิบัส ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆจากที่พักก็ถึงพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ


การเดินทางไปปีเตอร์ฮอฟออกจะง่ายนิดเดียว แค่มองหารถตู้ที่มีป้าย คำว่า"น้ำพุ" เขียนอยู่ (เป็นภาษารัสเซียนะจ๊ะ) ในตอนแรก เรานึกสงสัยว่าทำไมถึงไม่เขียนว่า"ปีเตอร์ฮอฟ" ทั้งๆที่ตัวพระราชวังเองน่าจะเป็นจุดเด่นมากกว่า 
แต่พอได้เห็นด้านในทั้งหมดแล้ว เลยไม่สงสัยเลยว่าทำไมรถตู้จึงเลือกเขียนคำว่า "น้ำพุ"

ถ้าจะให้เปรียบเทียบพระราชวังในเซนต์ปีเตอร์เบริก พระราชวังฤดูหนาว
คงมีจุดเด่นตรงตัวพระราชวังและงานศิลปะที่เต็มอยู่ด้านใน

พระราชวังฤดูร้อนคงเป็นเรื่องของสวนและบ่อน้ำ-ความสดชื่นของฤดูร้อน

ส่วนพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ แน่นอนว่าเป็นเรื่องของน้ำพุ


พระราชวังและสวนแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งพระราชวังที่ถูกเผาทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ครั้งที่เยอรมันบุกเข้ายึดเซนปีเตอร์ให้เป็นเมืองท่า 
ดังนั้นตัวพระราชวังและสวนจึงเป็นการสร้างเลียนแบบของเก่าที่ถูกเผาทำลายไป 

การซื้อตั๋วเข้าปีเตอร์ฮอฟต้องซื้อสองครั้งนะคะ ครั้งแรกเป็นตั๋วที่เข้าไปด้านในซึ่งจะเป็นในส่วนที่รวมทั้งหมดยกเว้นด้านในตัวพระราชวัง ถ้าต้องการเข้าไปชมพระราชวังจะต้องซื้อตั๋วเพิ่มแยกต่างหากอีกทีค่ะ

ภายในสวนมีน้ำพุติดตั้งเป็นจุดๆทั่วเต็มสวนไปหมด จุดหลักที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว น้ำพุที่งามอลังการ ตระการตา และพ่นน้ำได้สูงที่สุดนั้น ตั้งอยู่ติดกับตัวพระราชาวัง

น้ำพุที่พระราชวังนี้นอกจากจะมีจุดเด็นตรงสวยงามอลังการแล้วยังมีความวิเศษตรงที่น้ำพุที่พุยิงขึ้นมาเกิดจากการคำนวนแรงดันตามธรรมชาติอีกด้วยด้วยความเลื่อมใสในความฉลาดนี้เอง พระราชวังปีเตอร์ฮอฟจึงถูกจัดให้เป็นมรดกโลกไปในที่สุด



นอกจากน้ำพุจะหรูหรา สง่างามและชาลฉลาดแล้ว บางครั้งน้ำพุก็ทำให้ประหลาดใจเหมือนกัน เช่นน้ำพุที่เป็นรูปดอกกุหลาบในพุ่ม หรือน้ำพุที่ติดอยู่หลังเก้าอี้ม้านั่ง ที่จะฉีดน้ำขึ้นมาเป็นครั้งคราวหลอกให้คนไปนั่งพักเปียกเล่น หรือทางเดินที่ถ้าหลงเดินไปผิดจังหวะน้ำพุก็จะฉีดขึ้นมา ทำให้เปียกแน่นอนเพราะเป็นทางเดินแสนกลขี้เล่นที่ค่อนข้างยาว วิ่งยังไงก็ไม่พ้นเปียก




Create Date : 13 มิถุนายน 2555
Last Update : 25 กรกฎาคม 2556 17:10:42 น.
Counter : 574 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อย่าลังเล
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]