บันทึกจากความทรงจำ จากการเดินทาง และ ข้อมูล บทความขำๆ เศร้าซึ้ง และ รูปภาพ จาก Forward Mail โดย นาย AUN_SAP
 
 

The Star!

จาก Forward Mail อีกแล้ว

"The Star!" ที่นี้ไม่ใช่ที่กำลังประกวดกันนะครับ

แต่เป็น "ดาว" ที่อยู่บนท้องฟ้า
คุณทราบที่มาของเหล่าดวงดาว น้อยใหญ่บนนั้นมั้ยครับ...
ว่ามาจากที่ไหน



ลองอ่านเรื่องราวนี้ แล้วเราก็จะรู้ถึงที่มาของ "The Star!"

นานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระ จันทร์ 2 ดวง
มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็น ผู้หญิง.. กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย

และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ต่างก็รักกันมาก
ดวงจันทร์ทั้ง สองไม่เคยแยกห่างจากกัน …

... ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบน ฟ้า
จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่ อยู่เคียงข้างกัน เสมอ..

แต่แล้ววัน หนึ่ง ………………………………………………
ดวงจันทร์ ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์

ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์
จน เลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย .........
.... และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่ สุด...

เมื่อค่ำคืนมา ถึง..
จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว ...

ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหา ดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุก แห่ง ....
คืน แล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป

แต่ดวงจันทร์ ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ.. .....

ด้วยความคิดถึง และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด
ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า
" หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้ คงไม่ได้เจอ แน่ๆ"

จึงตัดสินใจ.. ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้น เล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้งจักรวาล
เพื่อให้ชิ้น ส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่ง นั้น...

..... เมื่อเวลาผ่านไป
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า..
แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสง เจิดจ้า สวยงามสักปานใด
แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่อง แสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น
ยังส่องแสงไปยัง ดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย

ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมา หาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง...
.... แต่หาเท่าไรก็ หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ

ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวง จันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง เพียงเพื่อตามหาตน
จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ

ทำให้ดวงจันทร์ ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ กับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว
จึงได้แต่โศกเศร้า และเสียใจ ....

แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย มีต่อดวงจันทร์ ผู้หญิง
ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกาย แสง
ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึง ดวงจันทร์ผู้หญิง
เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้อง ฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์

จนเกิดเป็นดวงจันทร์และ ดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ ...

หากเรามอง ขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
วันไหนที่เห็นจันทร์สวย สด
วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่อง แสง

หรือ วันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้า มืด
วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์....

..... เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอด กาล.....

** ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใครที่ดีกว่า
อย่าลืมว่ายังมีคนที่คุณเคยรักและเขาก็รักคุณอยู่ตลอดไม่เปลี่ยนแปลง
แม้ว่าเขาคนนั้นอาจจะไม่ได้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนใหม่เลยก็ตาม**

ซึ้ง มั้ยครับ ที่นี้เราก็ทราบที่มาของดวงดาวบนฟากฟ้ากันแล้วนะครับ

ขอบคุณเจ้าของบทความไว้ ณ ที่นี้ครับ




 

Create Date : 14 มีนาคม 2549   
Last Update : 15 มีนาคม 2549 11:27:33 น.   
Counter : 417 Pageviews.  


"สูตรขนมอารีย์" อ่านแล้วน่าลองดูนะจ๊ะ!

จาก Forward Mail อ่านแล้ว ดูน่ารักดี
เลยเอามาฝากเพื่อนๆ ครับ

"สูตรขนมอารีย์" ลองทำกันดูนะครับ








ทำเสร็จแล้ว แบ่งมาให้ชิมบ้างนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2549   
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2549 19:03:35 น.   
Counter : 299 Pageviews.  


มีใครรู้มั้ยครับ ว่าที่มาของ ทราย กับ ทะเล เป็นยังไง

อ่านเจอในเมล์อีกเช่นเคย อ่านแล้วให้ความรู้สึกดีครับ
เลยนำมาฝากเพื่อนๆ กัน เริ่มเลยนะ

นานมาแล้ว โลกเป็นเพียงวัตถุทรงกลมเรียบๆเปล่าๆ
ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจาก น้ำแข็งก้อนใหญ่ กับ
นาฬิกาทรายเรือนยักษ์ ที่มีปลายเปิด
สามารถปล่อยทรายออกได้อย่างเดียว

น้ำแข็ง กับ นาฬิกาทราย เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก
ร่วมทุกข์ร่วมสุข จนทั้งคู่เติบใหญ่ เข้าสู่วัยหนุ่มสาว
ความงดงามของน้ำแข็ง
ทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล
แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนมใกล้ชิด
ความเย็นชาจากน้ำแข็ง
ก็ทำให้นาฬิกาทรายต้องผิดหวังทุกทีไป

วันหนึ่งนาฬิกาทราย ทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรง
ถึงขั้นแตกหัก นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจ
หนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง

เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า นาฬิกาทราย กับ น้ำแข็ง
ก็ยังไม่คืนดีกัน ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก

จนมาวันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ทำให้โลกจะต้องแตกออกเป็นสองส่วน

น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกเป็นสองส่วนแล้ว
ก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล

แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่ น้ำแข็งจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ
แทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย

ดวงจันทร์โคจรผ่านมา น้ำแข็งจึงถามว่า
อีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง

ดวงจันทร์บอกว่า นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทัน
เพราะโลกกำลังจะแยก
จึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกของโลก
เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน
โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีก

ทันทีที่รู้ น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทราย........
สายเกินไป ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว

เมื่อน้ำแข็งมาถึง
ก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย
"ฉันรักเธอ"

ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งหมดลงทันที
น้ำแข็งจึงเริ่มละลาย
ในขณะที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน
กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยน
คอยโอบอุ้มผืนทรายที่บริสุทธิ์
อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้

เป็นไงบ้างครับสนุกมั้ย ขอบคุณผู้แต่งนะครับ
คุณเก่งมาก คิดได้ไงเนี้ย
นับถือครับ




ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก คุณ WONDERING!




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2549   
Last Update : 16 มีนาคม 2549 12:48:26 น.   
Counter : 300 Pageviews.  



BlogGang Popular Award#17


 
AUN_SAP
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




"ภาพจากเมืองเก่าต้าหลี่ "
เพราะชอบท่องเที่ยวครับ แรกๆ ก็เข้า Pantip
มาหาข้อมูลท่องเที่ยวก่อนเดินทาง
นานเข้า ก็เลยหลงเสน่ห์ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
Blue Planet ไปแล้วอะครับ
[Add AUN_SAP's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com